ความรักต้องห้ามระหว่างลูกเลี้ยงกับพ่อเลี้ยงที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วกับเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความเสียใจไม่รู้จบสิ้น ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนความเจ็บปวดที่ได้รับจะถูกเยียวยา
View More2ปีต่อมา ฉันกำลังนั่งมองคนตัวโตที่กำลังโดนลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนแต่งหน้ามัดผมให้อยู่ ส่วนลูกชายคนโตนั้น นั่งเล่นของเล่นอยู่ใกล้ๆ ตอนนี้โลตัสกับใยบัวก็ได้ขวบกว่าแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ชายตรงนี้ทำหน้าที่พ่อและสามีได้ดีที่สุด ถึงแม้ตอนนี้เราทั้งสอง จะยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมประเพณีก็ตาม "พ่อสวยไหมคะ" "จ๊วย จ๊วย"ใยบัวพยักหน้างึกงัก ยิ้มกว้างจนเห็นฟันน้อย "ทำอะไรกันคะพ่อลูก" ฉันเดินมาทรุดนั่งข้างๆน้องใยบัวที่กำลังแต่งหน้าให้พ่อของเขา นิคโคลตินที่กำลังตาหลับตาพริ้มให้ลูกแต่งหน้า รีบเปิดตาขึ้นทันควัน "ฮ่า ฮ่า คุนพ่อสวยจังเลยค่ะ" ฉันถึงกับหัวเราะร่วน คนตัวโตที่ใบหน้าเคร่งขรึมนาาเกรงขามเมื่อก่อนบัดนี้กับมาเป็นเพื่อนเล่นของลูกสาวตัวน้อย เป็นภาพที่ดูอบอุ่นหายากจริงๆ "หนูก็ อย่าแซวกันสิ" มือหนาพยายามปิดบังใบหน้าที่ลูกสาวละเลงจนเปรอะเปื้อน "ฮ่า ฮ่า ค่ะ ได้เวลาอาหารเช้าแล้วไปทานข้าวกันดีกว่า" "เย้/เย้" เด็กทั้งสองตื่นเต้นทันทีเมื่อพูดถึงอาหารเช้า ต่างพากันชูขึ้นเพื่อให้อุ้มไปทานข้าว ฉันอุ้มน้องโคลัสขึ้นส่วนน้องใยบัว เป็นหน้าท
ผมและมะลิหันไปตามเสียง ก็เห็นคุณลุงมาตินยื่นตระหง่านหน้าเข้มอยู่ ผมมองร่างเล็กที่ดีดตัวถอยหลังออกจากตัวผมถึงแม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างต้องเก็บมันเอาไว้ในตอนนี้ ผมยังมีความผิดอยู่ "ตื่นนานแล้ว" เสียงเข้มเอ่ยถามผม ในตาจ้องเขม็งมาอย่างเรียบนิ่ง ยากที่จะเดาอารมณ์ได้ "ครับ" "มะลิไปตามหมอมาดูที" มาตินหันไปสั่งลูกสาวที่ยื่นอยู่ มะลิหันมามองผมอย่างกับไม่อยากไป "ไปตามหมอไปหาป๋าทีนะครับ" แต่ถึงผมจะเป็นคนบอกเธอก็ไม่ยอมที่จะออกไป "ป๋าอยากลุกนั่งแล้ว หนูไปเรียกหมอให้หน่อยนะครับ" ผมมองร่างเล็กที่ดูลังเลในที่สุดเธอก็ยอม "ค่ะ" ร่างเล็กรับคำหมุนตัวเดินออกไปปึ้ง เสียงปิดประตูดังขึ้นมาตินหันไปมองที่ประตู ปากหนาเผยอรอยยิ้มจางๆก่อนจะหันไปจ้องเขม็งยังคนที่นอนอยู่บนเตียง "ฉันอยากขอให้แกเลิกยุ่งกับลูกสาวฉัน" ใบหน้าเรียบนิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน แต่กับนิคแล้วเขาไม่ได้รู้สึกกลัวอีกฝ่ายเลยสักนิด ห่างไม่ใช่ว่ามาตินเป็นพ่อของมะลิ เขาคงไม่ยอมถึงขนาดนี้ "คงไม่ได้หรอกครับ ยังไงเมียกับลูกผม ผมต้องดูแล " นิคก็ไม่ยอมลดละ ตาคมจ้อ
3วันต่อมา มะลิตื่นแต่งตัวแต่เช้าวันนี้เป็นวันที่ทุกคนนัดหมายกันไปเพื่อเยี่ยมนิโคลติน "วันนี้เราจะได้เจอพ่อของพวกหนูแล้วนะ" มะลิยิ้มกว้างในตาฉายแววประกายแห่งมีความสุข มือสวยลูบท้องไปพลางๆ ภาพสะท้อนในกระจกฉายให้เห็นว่าเธอมีความสุขจนล้นอก ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นมะลิหันไปตามเสียงเคาะเป็นแม่ของเธอที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม "สดใสจริงเชี่ยว ลูกสาวแม่" คุณหญิงมาหยุดยื่นอยู่ข้างร่างเล็กที่นั่งอยู่ มือนุ่มลูบผมลูกรักอย่างเอ็นดู "วันนี้เป็นวันที่หนูมีความสุขที่สุดเลยค่ะแม่" มะลิเงยหน้ามาพูดกับแม่ของเธอ ใบหน้าบัดนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวเหมาะกับใบหน้าหวานมากกว่าที่เธอเอาแต่ทำหน้าเศร้าสร้อย 3วันก่อนหน้าที่กลับมาจากโรงพยาบาล เธอได้เปิดใจคุยกับพ่อแม่ของเธอและเริ่มคุ้นชิน ความอบอุ่นที่ได้รับเริ่มโอบอุ้มในใจที่ขาดหายจนมันเติมเต็มจนเธอสามารถ พูดได้เต็มปากว่า พวกเขาคือ พ่อแม่ที่แสนดีจริงๆ และเธอยังได้รู้ว่าหมอกรไม่ได้ปล่อยเขาทิ้งไว้ หน่ำซ่ำยังเป็นคนช่วยนิคจนมาถึงมือหมอ เธอรู้สึกผิดมากเมื่อรู้ความจริงจึงรีบไปขอโทษ ปรับความเข้าใจกัน ตอนนี้ ครอบครั
โรงพยาบาลขาเล็กก้าวเดินตามเส้นทางมายังหน้าห้องICU โดยมีพ่อแม่ของเธอเดินตามหลังมาอย่างเป็นห่วง ขาเล็กที่สั่นก้าวเดินราวจะล้มอยู่ตลอดเวลา มือสวยกำเข้าหากันแน่น ยิ่งเดินใกล้ปลายทางเท่าไหร่เหมือนกับขามันเริ่มจะอ่อนลงเรื่อยๆ เธอไม่อยากก้าวเดินไปต่อเลยซักนิด ตลอดระยะทางที่นั่งรถมา ได้แต่ภาวนาว่าเรื่องทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องจริง ภาพเบื้องหน้าที่ครูซยืนกอดภรรยาร้องไห้อยู่ข้าวหน้ายังมีหมอกรที่ยื่นมองอยู่ไม่ไกล มันทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เรื่องทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเรื่องโกหก เสียงร่ำไห้ดังก้องไปทั่วบริเวณ ทุกย่างก้าวที่เดินไปเหมือนกำลังนับเวลาหัวใจของคนในห้อง กำลังหยุดเต้นลงไป "ใจเย็นๆนะคุณหญิง"ครูซพยายามปลอบภรรยาที่ร้องไห้ราวจะขาดใจ ขาเล็กมาหยุดยื่นอยู่ที่ข้างหลังทั้งสองคนไม่กล้าแม้แต่ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า "ไปเถอะลูก ไปลาพี่เขาเป็นครั้งสุดท้าย เขาจะได้หมดห่วง" ฝ่ามือบางแตะเบาๆที่ไหล่เล็กอย่างเป็นห่วง มะลิที่ยื่นตัวแข็งทื่อขาแถบจะขยับไม่ได้ ตาสวยมองเข้าไปยังหน้าประตูห้องอย่างชั่งใจ ถึงแม้ว่าอยากกอดเขาอย่างสุดใจแต่เมื่อรู้ว่าจะเป็นกอดสุดท้าย เธอก็ไม่อยากที่จ
ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนจากความมืดมิดเริ่มมีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ แสงสุริยันเจิดจรัสส่องสว่างทั่วฟ้านกน้อยบินว่อนส่งเสียงเจื่อยแจ๊วไปทั่วบริเวณ "เช้าแล้วเหรอเนี้ย หลับไปตั้งแต่ตอนไหนนะ" มือเรียวขยี้ตาเบาให้คลายงงงวยจากการตื่นนอน เธอพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง แสงแดดที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระทบเข้าใบหน้าสวยจนต้องหรี่ตาลง มือเล็กลูบท้องนูนเบาๆ "รอแม่เดี๋ยวนะ แม่ขออาบน้ำก่อนจะได้ไปกินข้าวกัน วันนี้แม่จะพาพวกหนูไปหาพ่อ" ใบหน้าสวยประดับไปด้วยรอยยิ้มมือเรียวลูบท้องนูนแผ่วเบา ขาเล็กก้าวลงจากเตียงตรงดิ่งไปยังห้องน้ำเพื่อรีบจัดแจ้งทำธุระส่วนตัว 30 นาทีต่อมา มะลิเดินออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำ มืออีกข้างยังคงเช็ดผมที่เปียกชื่น ขาเล็กก้าวมาหยุดที่ตู้เสื้อผ้าพอเปิดออกก็ต้องตกตะลึงเสื้อผ้ามากมายถูกอัดไว้เต็มตู้ มือเรียวแหวกดูเสื้อผ้าไปมาก็ต้องมาสดุดตากับชุดเดรสยาวสีชมพูลายดอกไม้เล็กๆดูแล้วน่ารักและคงจะใส่สบาย ไม่รัดท้องที่เริ่มนูนออกมาของเธอ ความโอ่อ่ากว้างขว้างของบ้านหลังนี้ทำให้มะลิรู้สึกตกตะลึง ตากลมมองไปทั่วบริเวณบ้านเหล่าแม่บ้านมากมายต่างพากันทำงานอย่างตั้งใจไม่ต่างกันกับบ้านของนิโคลต
โรงพยาบาลครูซกับภรรยาต่างเฝ้ารออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินเกือบห้าชั่วโมง แต่ยังคงไร้วี่แววว่าการผ่าตัดจะเสร็จสิ้น "ใจเย็นๆนะคุณหญิงลูกจะต้องปลอดภัย" มือหนาบีบมือภรรยาแน่นเพื่อปลอบใจ "ฉันก็อยากใจเย็นอยู่คะครูซ แต่นี้ก็ผ่านไปจะชั่วโมงแล้ว" "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร" ไม่นานหมอกรที่เข้าช่วยผ่าตัดก็เดินออกมาด้วยใบหน้าไม่สู้ดีหนัก "ตานิคเป็นยังไงบ้าง หมอกร" "เอากระสุนออกได้หมดแล้วครับแต่ก็เสียเลือดมาก แถมยัง กระสุนยังโดนจุดสำคัญ คุณลุงคุณป้าต้องทำใจไว้บ้างนะครับ"ตาคมมองคุณหญิงอย่างรู้สึกผิด ถ้าหากเขาไม่อคติเกินไปบางทีนิคอาจจะยังมีโอกาศรอด "ไม่จริงใช่ไหม ฮึก ฮื่อ คุณคะ ลูกเรา" คุณหญิงปล่อยโฮลั่นถึงกับขาอ่อนแรงดีที่ครูซรับไว้ทัน "ใจเย็นๆนะคุณหญิง ลูกจะต้องไม่เป็นไร" "คุณลุงคุณป้ากับไปพักผ่อนเถอะครับ ช่วงนี้ยังไงก็คงยังเข้าเยี่ยมไม่ได้ พี่นิคต้องอยู่ICU จนกว่าอาการจะดีขึ้น" "ขอบคุณมากนะหมอกร ยังไงลุงฝากด้วย ลุงกลับก่อน" ดวงตาคมน้ำตาเอ่อคลอมองไปทางประตูห้องผ่าตัด มือที่โอบภรรยาไว้ก็เริ่มสั่น คนเป็นพ่อต่อให้เข้มแ
"มึงหมายความว่ายังไง" "กูก็หมายความว่า ยังไงพวกมึงก็ต้องตาย" ปลายกระบอกจ่อต่อหน้านิโคลติน นิคกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเขาเพียงยื่นนิ่งๆเป็นเกาะกันกระสุนให้กับร่างเล็ก ลูกน้องของดิรกต่างกันกรูเข้ามายื่นล้อมทั้งสองไว้ กระบอกปืนนับสิบเล็งมาทั้งสอง เขาจะไม่ลังเลที่จะต่อสู้เลยสักนิด หากไม่มีคนตัวเล็กที่ยื่นตัวสั่นทึมอยู่ข้างหลัง มือหนาดึงคนตัวเล็กมากกกอดไว้อ้อมกอด หน้าเล็กซุกเข้าอกอุ่นอย่างโหยหา "ไม่เป็นไรนะครับ หนูจะต้องปลอดภัย" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหูเล็ก ร่างเล็กพยักหน้างึกงักอยู่ในอ้อมกอดของเขา "ใครจะเป็นคนตายก่อนดีนะ มึง หรือ เมีย มึงดี!!" ดิรกจ่อปืนไปมาระหว่างมะลิกับนิค "ไอ่ดิรก ถ้ามะลิเป็นอะไรไปมึงคิดเหรอ ว่าทุกอย่างที่มึงได้ไปจะทำให้มึง หนีตายได้"นิคยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลสนัย ตาคมจ้องเขม็งไปยังดิรกที่ยื่นจ่อปืนมาทางเขา "มึงหมายความว่ายังไง ฮ่าฮ่าฮ่า ทำไมจะมีคนมาฆ่ากูเหรอ" ดิรกหัวเราะรวนเหมือนกับสิ่งที่นิคบอกมันเป็นตลกน่าขันปัง ปัง ปัง ปัง เสียงปืนดังขึ้นไม่นานลูกน้องของดิรกก็ล้มตายลงจนหมด "ใคร!! ไอ้นิคมึงคิดตุกติก" มือที่ถือปืนเร
ท่าเรืออนันต์ท้องฟ้าเริ่มมือดครึ่มเร็วกว่าปกติเนื่องจากเริ่มเข้าฤดูหนาว ความหนาวเย็นที่ลอดผ่ายประตูที่ถูกเปิดไว้แล่นเข้ากระทบผิวกายจนรู้สึกหนาวสั่น เสียงคลื่นกระทบกับเรือจนโคลงเคลงทำให้มะลิเริ่มรู้สึกอยากจะอาเจียนอีกคร่า "คุณฉันขอไปอาเจียนหน่อยได้ไหม จะอั้นไม่ไหวแล้ว" มะลิหันไปขอร้องพิมพาที่ยื่นอยู่ข้างๆเธอ ใบหน้าขาวเริ่มซีดเผือด ความพะอืดพะอมเริ่มเข้าโจมตีจนแถบจะอั้นไม่อยู่ "แกอย่าแสดงให้มากนักเลย ถ้าแกกล้าอ้วกออกมา ฉันจะให้แกกินมันเข้าไปให้หมด" พิมพาหันมาตวาดใส่มะลิอย่างไม่ชอบใจ "ฉันไม่ได้แสดงจริงๆ ขอร้อง" ความขมขืนเริ่มตีขึ้นมาจ่อที่ต้นคอไม่นานมันก็ถูกปลดปล่อยออกมา. .."อุ๊บ อ๊วก แวะ แวะ " ของเหลวสีขุ่นถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด "นี่แกทำบ้าอะไรห้ะ นางบ้า" พิมพาโวยวายลั่นทันที "ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ได้แสดง" มะลิเริ่มหน้าซีดลง เธอไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานบวกกับอาเจียนออกมามากพอสมควร ทั้งยังรู้สึกเวียนหัวกับเรือที่โครงเคลงไปมาอีก "ฉันขอข้าวกินหน่อยได้ไหม" "จะกินให้เปลื้องทำไม อีกไม่นานแกก็จะได้หายไปตลอดกาลแล้ว แต่ถ้าหิวมากหล่ะก
หลังจากที่วางสายจากดิรก นิคถึงกับเครียดหนัก เขารู้ว่าดีว่าอีกฝ่ายต้องวางแผนไว้ค่อยจัดการเขาเป็นแน่ ถึงแม้เขาจะตายเขาก็ไม่กลัวแต่ยังมีมะลิ เขาถึงต้องคิดมากขนาดนี้ เขานั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หากจะมีใครสักคนที่ช่วยเหลือเธอให้ปลอดภัยได้ คงมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น คฤหาสน์มารอพหลังจากที่กลับมาจากบ้านของเพื่อนสนิทอย่างนิโคลาสวันนั้น มาตินก็ไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับพวกเขาอีก ในใจร้อนรุ่มอย่างไฟเขาส่งลูกน้องออกตามหาลูกสาวไปทั่วแต่กับไร้ข่าวคราว ตั้งแต่ทราบเรื่องภรรยาของเขาก็เอานั่งซึมไม่ยอมทานข้าวแม้แต่น้อย เรื่องนี้หมอกรยังไม่รู้เรื่องเพราะยังติดงานอยู่ หากรู้คงจะร้อนใจไม่ต่างกัน "พี่ว่าน้องกินข้าวสักหน่อยเถอะนะ" มาตินพูดกับผู้เป็นภรรยา ที่เอาแต่นั่งเม่อมองจานข้าวที่ว่างป่าวอยู่ตรงหน้า โสภิดาน้ำตาเอ่อคลอหันไปมองมาตินด้วยความเสียใจ "น้องอยากเจอลูก18ปีแล้วที่ลูกหายไป พอจะได้เจอกัน กับต้องมาเจอเหตุร้ายแบบนี้ " น้ำเสียงอันสั่นเครือของภรรยาบรรท่อนทำให้หัวใจแกร่งของมาตินสั่นไหว ไม่ว่าจะตอนนี้หรือ18ปีที่ผ่านมาเขาก็ยังคงไม่สามารถปกป้องลูกเอาไว้ได้ "ไม่เป็นอะไรนะ พี่สัญญาพี่จะพา
สวัสดีทุกคนวัันนี้ที่บ้านเอื้ออารีจะมีงานตอนรับผู้มีพระคุณกับบ้านเอื้ิออารีของเรา"คุณแม่ค่ะ วันนี้มีอะไรเหรอค่ะ ทำไมดูทุกคนมีความสุขกันจัง'เด็กน้อยในตาแสนเศร้าเอ่ยถามอย่างสงสัย'วันนี้จะมีงานตอนรับผู้มีพระคุณของเราน่ะลูก'หญิงวัยชราเอ่ยบอกกับเด็กสาวอย่างเอ็นดู"จริงเหรอค่ะ เขาคือใครหรือค่ะ"เด็กสาวเอ่ยถามอย่างสงสัย"ท่านชื่อ คุณนิโคลาสกับคุณหญิงขนิษฐาน่ะลูกแต่ครั้งนี้ท่านติดธุระเลยให้ลูกชายมาแทนซึ่งแม่ก็ไม่เคยเห็นหน้าแค่รู้เพียงชื่อเท่านั้นเอง"เอื้ออารีเอ่ยตอบทำให้มะลิคล้ายความสงสัยได้บางหลังจากที่ทั้งคู่กำลังนั่งคุยกันอย่างสนิทสนิม นิ่ม ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลเด็กๆก็เดินมาหาแม่เอื้อเพื่อบอกว่าผู้มีพระคุณของที่นี้มาถึงแล้วขบวนรถBMW จำนวน3คันแล่นมาจอดบริเวณทางเขา และมีเหล่าบอดี้การ์ดออกมาเปิดประตูให้แก่เจ้านาย ชายหนุ่มในชุดสูทสีน้ำเงินตัดผิวขาวทำให้ดูโดดเด่นบวกกับแว่นกันแดดสีชารับกับจมูกที่โด่งทำให้หน้าเข้ารูปทำให้เขาดูโดดเด่นเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาในบริเวณบ้านแม่เอื้ออารีก็เดินออกมาตอนรับอย่างอบอุ่น"สวัสดีค่ะคุณนิคโคลติน"หญิงในวัยชรายกมือไหว้ชายหนุ่มรุ่นลูกด้วยความยินดี"สวัสดีครั...
Comments