นิคค่อยๆวางพิมพาลงบนเตียงอย่างเบามือ ในขณะที่ชายหนุ่มจะผละออกจากหญิงสาว แขนเรียวของพิมพาก็เกี่ยวตวัดต้นคอแกร่งเข้าหาจนริมฝีปากของทั้งคู่ชนกันพอดี ริมฝีปากเล็กพยายามบดจูบริมฝีปากหนาอย่างเร้าร้อน ก่อนที่อารมณ์ของชายหนุ่มจะไปไกลกว่านี้เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด นิคจึงรีบผละออกจากหญิงสาวแล้วรีบกดรับโทรศัพท์ทันที "ว่ายังไงครับนม" ชายหนุ่มเอ่ยถามปลายสายทันที "คุณนิค ถึงไหนแล้วค่ะ" นมอุ่นเอ่ยถามด้วยท่าทีร้อนรนเพราะหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ ตัวร้อนเป็นไฟแถมยังไม่ได้สติ ทางด้านมะลิที่รู้สึกตัวพอดี เมื่อเห็นว่านมอุ่นกำลังคุยโทรศัพท์จึงเอ่ยถาม "นมค่ะ คุยกับใครอยู่เหรอ"เสียงมะลิที่เอ่ยพูดลอดไปยังปลายสายดังพอให้พิมพาได้ยินเสียงของเธอ "นิคคะ พิมรู้สึกปวดขาจังเลยค่ะ" พิมพาจงใจพูดเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยิน เพื่อให้มะลิรุ้ว่าเธอกับนิคเหมือนพึ่งทำะไรกันมา มะลิเมื่อได้ยินแบบนี้ มันก็คงไม่พ้นเรื่องอย่างว่าสินะ เธอได้แต่คิดในใจ มะลิถึงกับใจชาด้านก่อนจะยิ้มให้นมอุ่นที่เดินมาลูบหัวเธอด้วความเอ็นดู "งั้นนมไม่กวนคุณนิคแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ" นมอุ่นกดวางสายก่อนที
"หืม ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้ฉันจะปล่อยเธอไปเอง" หญิงสาวเมื่อได้ยินตาเธอก็เบิกโพลงด้วยความตกใจ ร่างเล็กพยายามดีดดิ้นสุดกำลังที่มีเพื่อให้เธอหลุดพ้น "ไม่นะ ปล่อยฉัน ปล่อยฉัน" ถ่อยคำที่มะลิเปล่งออกมายิ่งทำให้นิคโคลตินรู้สึกโกธรเคืองต่อคำพูดที่ดูห่างเหินของเธอ "หึคำพูดห่างเหินดีจริง งั้นวันนี้เราต้องตัวติดกันทั้งคืนซ่ะหน่อยเพื่อมันจะดีขึ้นบ้าง" น้ำเสียงที่ฟังดูเกรี้ยวกราดของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวรู้สึกตื่นกลัวขึ้นมา "อย่านะคะคุณป๋า อย่าทำหนูเลย มะลิกลัวแล้ว"หญิงสาวพยายามอ้อนวอนชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล มือหนาฉุดกระชากเสื้อผ้าของเธอจนขาดวิ่น มือเล็กพยายามปัดป้องมือหนาที่พยายามดึงกระชากเสื้อผ้าของเธอสุดกำลังที่มี แกวก ปราการสุดท้ายที่ปกปิดร่างกายของหญิงสาวถูกชายหนุ่มกระชากขาดจนหมดสิ้นเหลือเพียงร่างกายที่เปลื่อยปล่าวมะลิพยายามใช้มือน้อยๆปกปิดจุดสงวนไว้เพื่อปกปิด "จะอายทำไมสาวน้อย ของเคยๆกันอยู่แล้ว" นิคเผยยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ กายหนาถาโถมทับร่างน้อยมือหนาตรึงแขนเรียวไว้เหนือศรีษะ ริมฝีปากหนากดจูบทั่วเรือนร่างอรชรอย่างเร่าร้อน สัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้ชั่งต่างจากครั้งแรกหนัก มันมีแต่คว
เช้าวันถัดมามะลิตื่นแต่งตัวตามปกติ ร่างเล็กในชุดนักเรียนที่สวบเสื้อแขนยาวทับปิดรอยช้ำไว้เดินลงมาข้างล่างก็พบกับชายหนุ่มที่นั่งทานอาหารเช้าเงียบๆ หญิงสาวเลือกที่จะไม่ทักทายแล้วเดินออกไปเงียบ ''คุณนิคจะไม่ให้คุณหนูไปเรียนแล้วจริงๆเหรอครับ''เอดลเลขาคนสนิทเอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายไม่มีคำตอบออกจากริมฝีปากหนามีเพียงสานตาอันคมกริบที่ตวัดมองมาทำเอาเอดลต้องรีบลบสายตาที่เหมือนจะเขาเผาเขาให้เป็นจุุล เอดลจึงรีบเปิดประตูรถยนต์คันหรูที่จอดรอให้ผู้เป็นนายทันที '' ครับ ขอโทษครับคุณนิค เชิญครับ''ปึง(เสียงปิดประตูรถ) รถยนต์คันหรูแล่นออกจากคฤหาสหลังหรู ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมเข้มยิ่งขับผิวที่ขาวของชายหนุ่มให้น่ามอง สายตสคมกิบบัดนี้ถูกสวม ทับด้วยแว่นตาสีชา ตลอดระยะทางที่รถยนต์คันหรูแล่นออกมาชายหนุ่มกับเม่อมองออกไปนอกรถอย่างใช้ความคิด '' หาครูสอนพิเศษ มาสอนเธอที'' '' ครับ'' เอดลที่อยู่กับผู้เป็นนายมานานเมื่อเห็นท่าทีของเจ้านายก็เข้าใจทันที ว่าชายหนุ่มมีใจให้ลูกบุญธรรมตัวเองเต็มประดา แต่ติดตรงที่ มีอีกคนทีผู้เป็นนายไม่เคยลืมเลือนกลับมา ดูเหมือนสายน้อยอย่างมะลิจะต้องต้องเจออะไรอีกมากมาย คิดแล้วก
"นิคคะ พิมขอไปอยู่กับนิคก่อนได้ไหม" ร่างสูงถึงกับชงักงันกับการร้องขอจากหญิงสาว "ได้ไหมคะนิค พิมกลัว" พิมพาโผล่เข้ากอดชายหนุ่มอย่างหวาดหวั่น "เอ่อ ได้ครับ" "เดี๋ยวพิมขอไปเก็บของก่อนนะคะ" ชายหนุ่มพยักหน้ารับหญิงสาวจึงรีบขึ้นไปเก็บข้าวของ ทางด้านมะลิที่กำลังเดินออกจากห้างสรรพสินค้าเมื่อเห็นว่ามีแท๊กซี่กำลังวิ่งผ่าน ร่างสาวจึงรีบวิ่งหนี "พี่ค่ะ จอดๆๆๆ"ทันทีที่รถแท๊กซี่จอดหญิงสาวรีบวิ่งขึ้นรถทันที "ลงที่ไหนครับ" "เอ่อ ไปท่ารถXxค่ะ"ทันทีที่หญิงสาวกระโดดขึ้นรถไปการ์ดหนุ่มพยายามวิ่งตามแต่ไม่ทัน ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงริงโทนโทรศัพท์แผดเสียงดังขึ้น "นายครับ คุณหนูหนีไปแล้วครับ" "แค่คนเดียวพวกมึงปล่อยให้หนีไปได้ยังไง" "คุณหนูขอออกมาซื้อของครับ" "ไปตามหาให้เจอ" "ครับนาย"ตอนนี้นิคกำลังโมโหขั้นสุด ร่างสูงหน้ามึนตึงจนหน้ากลัวเอาทำเอดลที่ยืนอยู่ข้างๆถึงกับขนลุก นั่งรอไม่ผ่านพิมพาก็ลากกระเป๋าลงมาก็เห็นว่าชายหนุ่มกำลังหน้ามึนตึงจึงเอ่ยถาม "นิคดูเครียดๆนะคะ มีปัญหาอะไรรึป่าว" "ป่าวครับ ไปกันเถอะ" ร่างสูงเดินออกหน้าไปอย่างไม่มีรีรอหญิงส
ฉันได้มองเหล่าบอดี้การ์ดแวกโพรงหญ้าไปทั่วทั้งพื้นป่าแถวนี้ แต่เขาคนนั้นกับยืนอยู่ตรงหน้าไม่แม้แต่จะขยับไปไหนฉันได้แต่ภาวนาให้พวกเขาออกจากที่นี้แล้วเหมือนฟ้าจะเข้าข้างฉัน จู่ๆพวกเขาก็พากันเดินออกไปฉันรอจนเสียงเดินเงียบสนิทจึงรีบออกมาจากโพรงหญ้า "คันฉมัดเลย"ฉันพยามปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกเท่าที่จะทำได้ "เห้อ"มะลิถอนหายใจอย่างโล่งที่พวกเขาออกไปจากที่นี่ซักทีแต่เมื่อหันกับมาร่างเล็กถึงตาเบิกโพรงด้วยความตกใจ "ไง เธอคิดว่าโพรงหญ้าแค่นั้นจะทำให้เธอหนีฉันพ้นเหรอ" "พวกคุณอ่ะออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ"ผมยืนมองผู้หญิงตกหน้าอย่างโมโหเธอคิดว่าเธอซ่อนอยู่จะหลบสายตาผมไปได้ยังไง ผมผ่านอะไรมามากมายกว่าที่คิด "ฉันก็แค่ล่อเหยื่อออกจากถ้ำแค่นั้น"ร่างสูงยกยิ้มอย่างหน้ากลัวทำเอาหญิงสาวรู้สึกกลัวขึ้นมา ขาเล็กค่อยๆถอยหนีเพื่อจะรีบวิ่งหนี ร่างสูงก้าวขายาวมาหาเรื่อยๆๆมะลิรีบถอยกรูดอย่างเร็วแล้ววิ่งหนีออกไปในที่สุด "ตาม อย่าให้หนีไปได้"ร่างสูงตวาดดังก้องทั่ว พื้นป่า ร่างสู่งที่วิ่งตามมาติดๆทำเอามะลิใจเต้นระส่ำ ขาเล็กเริ่มจะอ่อนแรงแต่ก็ยังหึดสู้เพื่อเอาตัวรอด "หยุดเดี่ยวนี้ ถ้
ตาสวยค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นก็พบกับความคุ้นเคย เพราะมันไม่ใช่ที่ไหน มันคือห้องนอนของเธอที่อยู่ในบ้านของนิโคลติน "เห้อ ยังไงฉันก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากที่นี่ได้ซินะ" มะลิเม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอยในตาสวยฉายแววความเศร้าหมองไว้ไม่จางหาย ก๊อก ก๊อก ก๊อก"คุณหนู คุณนิคให้มาตามไปทานเข้าคะ" นมอุ่นตะโกนผ่านประตูเข้ามา ร่างเล็กเมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบจัดแจ้งเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วรีบลงมาข้างล่าง ขาเล็กที่กำลังก้าวลงบรรไดเหมือนจะดูอ่อนแรงลงเสียดื้อๆ ขาเล็กไม่แม้จะก้าวเดินมันกับหยุดนิ่งอยู่กับที่ ตาสวยก็มองภาพนั้นด้วยความโศกศัลย์เหลือทน "อ้าว มะลิมาทานข้าวด้วยกันสิจ๊ะ" พิมพาที่หันมาเห็นมะลิยื่นอยู่จงเดินเข้ามาจูงแขนมะลิมานั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร "ขอบคุณนะคะ" มะลิเลือกที่จะไม่มองหน้าชายหนุ่มที่นั้งตรงกันข้ามกับเธอ มะลิตั้งใจก้มหน้าก้มตาสนใจอาหารตรงหน้าอย่างไม่สนใจ "นิคคะ พอดีว่าพิมอยากไปซื้อของ นิคช่วยไปส่งพิมได้ไหมคะ "อืม เดี๋ยวผมให้เอดลไปส่ง ผมยังมีธรุต้องจัดการต่อสักหน่อย" ตาคมจ้องมองสาวน้อยตรงหน้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาสนใจอาหารตรงหน้าอย่างไม่สนใจ ในตาคมนั้น
แสงแดดที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามากระทบเข้ากับใบหน้าสวยทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ตาสวยเปิดขึ้นก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพปั้น ผิวหน้าใสแต่มีหนวดเคราที่ถูกตัดแต่งดูแลอย่างดีแต่งเติมมันยิ่งเสริมความหล่อเหลาขึ้นไปอีก มะลิได้แต่นอนมองใบหน้าหล่อด้วยความหลงไหล แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองไม่กล้าแม้แต่สัมผัส "จะมองไปถึงเมื่อไหร่ครับ"เสียงทุ้มอันแสนเซ็กซี่ยามตื่นนอนของผู้ชายนี้ชั่งเย้ายวนเหลือเกิน มะลิถึงเขิลซุกใบหน้าเข้าหาอกแกร่งอย่างลืมตัว "หืม อยู่เฉยๆสิ ระวังมันจะตื่น" ชายหนุ่มเอ่ยเย้าแย่สาวน้อยในอ้อมอกที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมา "บ้า"น้ำเสียงอู้อี้ที่ถูกเปล่งมา คนฟังถึงกับยิ้มเพราะรู้ว่ายังไงตอนนี้หน้าของหญิงสาวต้องแดงเป็นมะเขือเทศแน่ "เรามาคุยกันหน่อยไหม"น้ำเสียงทุ้มที่แลดูจริงจังทำให้มะลิเงยหน้าขึ้นมามองก็พบว่าชายหนุ่มมองเธออยู่ก่อนแล้ว "ค่ะ" นิคจัดแจ้งให้มะลินอนหนุนแขนแกร่งและโอบกอดเธอไว้ในอ้อมอกอย่างอบอุ่น "ป๋าขอโทษทุกเรื่องเลยนะครับ ที่ป๋าทำไปทั้งหมดเพราะไม่อยากเสียหนูไปจริงๆ" "แต่ป๋าบอกว่า เห็นหนูเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งนี้คะ" เมื่อพูดถึงจุดนี้มะลิเมื่อ
สายลมที่พลัดผ่านทำให้ใบไม้ร่วงล่น แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านสะท้อนเหงาร่างของเธอที่นั่งเม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย ผมสวยพริ้มสไวไปตามสายลม "คุณหนู ไม่น่าทำแบบนี้เลยนะครับ" ร่างเล็กหันมามองอยู่ครู่หนึ่ง "ทำแบบไหนเหรอคะ ไม่ว่ามะลิจะทำอะไรก็ผิดทุกอย่างเขาไม่เคยคิดจะถามเลยสักครั้ง มะลิแค่อยากรู้ความรู้สึกของเขา ทุกอย่างมะลิสามารถให้อภัยเขาได้ แต่พอมาวันนี้มะลิรู้แล้วว่า คุณป๋าเห็นมะลิเป็นแค่สิ่งของ ที่อยากยกให้ใครก็ได้มะลิคงไม่สารถให้อภัยเขาได้จริงๆ" ปากสวยพรั่งพรู่ความรู้สึกออกมา เธอรู้สึกเจ็บปวดและไร้ค่ามากกับคำพูดของชายหนุ่ม "แต่ว่า คุณหนู" "ชั่งเถอะคะ ทุกอย่างเป็นแบบนี้ก็ดี" มะลิหันมายิ้มให้เอดลและลุกเดินออกไปเอดลได้แต่มองตามอย่างคิดหนัก รู้สึกสงสารคนตัวเล็กไม่น้อย เธอคงต้องเจออะไรอีกเยอะ ไม่รู้ว่าจะทนได้แค่ไหนเหมือนกันมะลิที่กำลังเดินเพื่อกลับเข้าไปในบ้านต้องชงักเมื่อเจอเข้ากับนิคที่ยืนตะหง่านอยู่ที่ประตูบานใหญ่ "ต่อไปนี้เธอไม่มีสิทธิ์เข้ามาในบ้านนี้อีก" เสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกมาอย่างดุดัน "ค่ะ" มะลิตอบเพียงแค่นั้นก็หันหลังกลับออกมาและรีบเดินออกไปทันที นิ
2ปีต่อมา ฉันกำลังนั่งมองคนตัวโตที่กำลังโดนลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนแต่งหน้ามัดผมให้อยู่ ส่วนลูกชายคนโตนั้น นั่งเล่นของเล่นอยู่ใกล้ๆ ตอนนี้โลตัสกับใยบัวก็ได้ขวบกว่าแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ชายตรงนี้ทำหน้าที่พ่อและสามีได้ดีที่สุด ถึงแม้ตอนนี้เราทั้งสอง จะยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมประเพณีก็ตาม "พ่อสวยไหมคะ" "จ๊วย จ๊วย"ใยบัวพยักหน้างึกงัก ยิ้มกว้างจนเห็นฟันน้อย "ทำอะไรกันคะพ่อลูก" ฉันเดินมาทรุดนั่งข้างๆน้องใยบัวที่กำลังแต่งหน้าให้พ่อของเขา นิคโคลตินที่กำลังตาหลับตาพริ้มให้ลูกแต่งหน้า รีบเปิดตาขึ้นทันควัน "ฮ่า ฮ่า คุนพ่อสวยจังเลยค่ะ" ฉันถึงกับหัวเราะร่วน คนตัวโตที่ใบหน้าเคร่งขรึมนาาเกรงขามเมื่อก่อนบัดนี้กับมาเป็นเพื่อนเล่นของลูกสาวตัวน้อย เป็นภาพที่ดูอบอุ่นหายากจริงๆ "หนูก็ อย่าแซวกันสิ" มือหนาพยายามปิดบังใบหน้าที่ลูกสาวละเลงจนเปรอะเปื้อน "ฮ่า ฮ่า ค่ะ ได้เวลาอาหารเช้าแล้วไปทานข้าวกันดีกว่า" "เย้/เย้" เด็กทั้งสองตื่นเต้นทันทีเมื่อพูดถึงอาหารเช้า ต่างพากันชูขึ้นเพื่อให้อุ้มไปทานข้าว ฉันอุ้มน้องโคลัสขึ้นส่วนน้องใยบัว เป็นหน้าท
ผมและมะลิหันไปตามเสียง ก็เห็นคุณลุงมาตินยื่นตระหง่านหน้าเข้มอยู่ ผมมองร่างเล็กที่ดีดตัวถอยหลังออกจากตัวผมถึงแม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างต้องเก็บมันเอาไว้ในตอนนี้ ผมยังมีความผิดอยู่ "ตื่นนานแล้ว" เสียงเข้มเอ่ยถามผม ในตาจ้องเขม็งมาอย่างเรียบนิ่ง ยากที่จะเดาอารมณ์ได้ "ครับ" "มะลิไปตามหมอมาดูที" มาตินหันไปสั่งลูกสาวที่ยื่นอยู่ มะลิหันมามองผมอย่างกับไม่อยากไป "ไปตามหมอไปหาป๋าทีนะครับ" แต่ถึงผมจะเป็นคนบอกเธอก็ไม่ยอมที่จะออกไป "ป๋าอยากลุกนั่งแล้ว หนูไปเรียกหมอให้หน่อยนะครับ" ผมมองร่างเล็กที่ดูลังเลในที่สุดเธอก็ยอม "ค่ะ" ร่างเล็กรับคำหมุนตัวเดินออกไปปึ้ง เสียงปิดประตูดังขึ้นมาตินหันไปมองที่ประตู ปากหนาเผยอรอยยิ้มจางๆก่อนจะหันไปจ้องเขม็งยังคนที่นอนอยู่บนเตียง "ฉันอยากขอให้แกเลิกยุ่งกับลูกสาวฉัน" ใบหน้าเรียบนิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน แต่กับนิคแล้วเขาไม่ได้รู้สึกกลัวอีกฝ่ายเลยสักนิด ห่างไม่ใช่ว่ามาตินเป็นพ่อของมะลิ เขาคงไม่ยอมถึงขนาดนี้ "คงไม่ได้หรอกครับ ยังไงเมียกับลูกผม ผมต้องดูแล " นิคก็ไม่ยอมลดละ ตาคมจ้อ
3วันต่อมา มะลิตื่นแต่งตัวแต่เช้าวันนี้เป็นวันที่ทุกคนนัดหมายกันไปเพื่อเยี่ยมนิโคลติน "วันนี้เราจะได้เจอพ่อของพวกหนูแล้วนะ" มะลิยิ้มกว้างในตาฉายแววประกายแห่งมีความสุข มือสวยลูบท้องไปพลางๆ ภาพสะท้อนในกระจกฉายให้เห็นว่าเธอมีความสุขจนล้นอก ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นมะลิหันไปตามเสียงเคาะเป็นแม่ของเธอที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม "สดใสจริงเชี่ยว ลูกสาวแม่" คุณหญิงมาหยุดยื่นอยู่ข้างร่างเล็กที่นั่งอยู่ มือนุ่มลูบผมลูกรักอย่างเอ็นดู "วันนี้เป็นวันที่หนูมีความสุขที่สุดเลยค่ะแม่" มะลิเงยหน้ามาพูดกับแม่ของเธอ ใบหน้าบัดนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวเหมาะกับใบหน้าหวานมากกว่าที่เธอเอาแต่ทำหน้าเศร้าสร้อย 3วันก่อนหน้าที่กลับมาจากโรงพยาบาล เธอได้เปิดใจคุยกับพ่อแม่ของเธอและเริ่มคุ้นชิน ความอบอุ่นที่ได้รับเริ่มโอบอุ้มในใจที่ขาดหายจนมันเติมเต็มจนเธอสามารถ พูดได้เต็มปากว่า พวกเขาคือ พ่อแม่ที่แสนดีจริงๆ และเธอยังได้รู้ว่าหมอกรไม่ได้ปล่อยเขาทิ้งไว้ หน่ำซ่ำยังเป็นคนช่วยนิคจนมาถึงมือหมอ เธอรู้สึกผิดมากเมื่อรู้ความจริงจึงรีบไปขอโทษ ปรับความเข้าใจกัน ตอนนี้ ครอบครั
โรงพยาบาลขาเล็กก้าวเดินตามเส้นทางมายังหน้าห้องICU โดยมีพ่อแม่ของเธอเดินตามหลังมาอย่างเป็นห่วง ขาเล็กที่สั่นก้าวเดินราวจะล้มอยู่ตลอดเวลา มือสวยกำเข้าหากันแน่น ยิ่งเดินใกล้ปลายทางเท่าไหร่เหมือนกับขามันเริ่มจะอ่อนลงเรื่อยๆ เธอไม่อยากก้าวเดินไปต่อเลยซักนิด ตลอดระยะทางที่นั่งรถมา ได้แต่ภาวนาว่าเรื่องทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องจริง ภาพเบื้องหน้าที่ครูซยืนกอดภรรยาร้องไห้อยู่ข้าวหน้ายังมีหมอกรที่ยื่นมองอยู่ไม่ไกล มันทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เรื่องทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเรื่องโกหก เสียงร่ำไห้ดังก้องไปทั่วบริเวณ ทุกย่างก้าวที่เดินไปเหมือนกำลังนับเวลาหัวใจของคนในห้อง กำลังหยุดเต้นลงไป "ใจเย็นๆนะคุณหญิง"ครูซพยายามปลอบภรรยาที่ร้องไห้ราวจะขาดใจ ขาเล็กมาหยุดยื่นอยู่ที่ข้างหลังทั้งสองคนไม่กล้าแม้แต่ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า "ไปเถอะลูก ไปลาพี่เขาเป็นครั้งสุดท้าย เขาจะได้หมดห่วง" ฝ่ามือบางแตะเบาๆที่ไหล่เล็กอย่างเป็นห่วง มะลิที่ยื่นตัวแข็งทื่อขาแถบจะขยับไม่ได้ ตาสวยมองเข้าไปยังหน้าประตูห้องอย่างชั่งใจ ถึงแม้ว่าอยากกอดเขาอย่างสุดใจแต่เมื่อรู้ว่าจะเป็นกอดสุดท้าย เธอก็ไม่อยากที่จ
ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนจากความมืดมิดเริ่มมีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ แสงสุริยันเจิดจรัสส่องสว่างทั่วฟ้านกน้อยบินว่อนส่งเสียงเจื่อยแจ๊วไปทั่วบริเวณ "เช้าแล้วเหรอเนี้ย หลับไปตั้งแต่ตอนไหนนะ" มือเรียวขยี้ตาเบาให้คลายงงงวยจากการตื่นนอน เธอพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง แสงแดดที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระทบเข้าใบหน้าสวยจนต้องหรี่ตาลง มือเล็กลูบท้องนูนเบาๆ "รอแม่เดี๋ยวนะ แม่ขออาบน้ำก่อนจะได้ไปกินข้าวกัน วันนี้แม่จะพาพวกหนูไปหาพ่อ" ใบหน้าสวยประดับไปด้วยรอยยิ้มมือเรียวลูบท้องนูนแผ่วเบา ขาเล็กก้าวลงจากเตียงตรงดิ่งไปยังห้องน้ำเพื่อรีบจัดแจ้งทำธุระส่วนตัว 30 นาทีต่อมา มะลิเดินออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำ มืออีกข้างยังคงเช็ดผมที่เปียกชื่น ขาเล็กก้าวมาหยุดที่ตู้เสื้อผ้าพอเปิดออกก็ต้องตกตะลึงเสื้อผ้ามากมายถูกอัดไว้เต็มตู้ มือเรียวแหวกดูเสื้อผ้าไปมาก็ต้องมาสดุดตากับชุดเดรสยาวสีชมพูลายดอกไม้เล็กๆดูแล้วน่ารักและคงจะใส่สบาย ไม่รัดท้องที่เริ่มนูนออกมาของเธอ ความโอ่อ่ากว้างขว้างของบ้านหลังนี้ทำให้มะลิรู้สึกตกตะลึง ตากลมมองไปทั่วบริเวณบ้านเหล่าแม่บ้านมากมายต่างพากันทำงานอย่างตั้งใจไม่ต่างกันกับบ้านของนิโคลต
โรงพยาบาลครูซกับภรรยาต่างเฝ้ารออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินเกือบห้าชั่วโมง แต่ยังคงไร้วี่แววว่าการผ่าตัดจะเสร็จสิ้น "ใจเย็นๆนะคุณหญิงลูกจะต้องปลอดภัย" มือหนาบีบมือภรรยาแน่นเพื่อปลอบใจ "ฉันก็อยากใจเย็นอยู่คะครูซ แต่นี้ก็ผ่านไปจะชั่วโมงแล้ว" "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร" ไม่นานหมอกรที่เข้าช่วยผ่าตัดก็เดินออกมาด้วยใบหน้าไม่สู้ดีหนัก "ตานิคเป็นยังไงบ้าง หมอกร" "เอากระสุนออกได้หมดแล้วครับแต่ก็เสียเลือดมาก แถมยัง กระสุนยังโดนจุดสำคัญ คุณลุงคุณป้าต้องทำใจไว้บ้างนะครับ"ตาคมมองคุณหญิงอย่างรู้สึกผิด ถ้าหากเขาไม่อคติเกินไปบางทีนิคอาจจะยังมีโอกาศรอด "ไม่จริงใช่ไหม ฮึก ฮื่อ คุณคะ ลูกเรา" คุณหญิงปล่อยโฮลั่นถึงกับขาอ่อนแรงดีที่ครูซรับไว้ทัน "ใจเย็นๆนะคุณหญิง ลูกจะต้องไม่เป็นไร" "คุณลุงคุณป้ากับไปพักผ่อนเถอะครับ ช่วงนี้ยังไงก็คงยังเข้าเยี่ยมไม่ได้ พี่นิคต้องอยู่ICU จนกว่าอาการจะดีขึ้น" "ขอบคุณมากนะหมอกร ยังไงลุงฝากด้วย ลุงกลับก่อน" ดวงตาคมน้ำตาเอ่อคลอมองไปทางประตูห้องผ่าตัด มือที่โอบภรรยาไว้ก็เริ่มสั่น คนเป็นพ่อต่อให้เข้มแ
"มึงหมายความว่ายังไง" "กูก็หมายความว่า ยังไงพวกมึงก็ต้องตาย" ปลายกระบอกจ่อต่อหน้านิโคลติน นิคกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเขาเพียงยื่นนิ่งๆเป็นเกาะกันกระสุนให้กับร่างเล็ก ลูกน้องของดิรกต่างกันกรูเข้ามายื่นล้อมทั้งสองไว้ กระบอกปืนนับสิบเล็งมาทั้งสอง เขาจะไม่ลังเลที่จะต่อสู้เลยสักนิด หากไม่มีคนตัวเล็กที่ยื่นตัวสั่นทึมอยู่ข้างหลัง มือหนาดึงคนตัวเล็กมากกกอดไว้อ้อมกอด หน้าเล็กซุกเข้าอกอุ่นอย่างโหยหา "ไม่เป็นไรนะครับ หนูจะต้องปลอดภัย" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหูเล็ก ร่างเล็กพยักหน้างึกงักอยู่ในอ้อมกอดของเขา "ใครจะเป็นคนตายก่อนดีนะ มึง หรือ เมีย มึงดี!!" ดิรกจ่อปืนไปมาระหว่างมะลิกับนิค "ไอ่ดิรก ถ้ามะลิเป็นอะไรไปมึงคิดเหรอ ว่าทุกอย่างที่มึงได้ไปจะทำให้มึง หนีตายได้"นิคยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลสนัย ตาคมจ้องเขม็งไปยังดิรกที่ยื่นจ่อปืนมาทางเขา "มึงหมายความว่ายังไง ฮ่าฮ่าฮ่า ทำไมจะมีคนมาฆ่ากูเหรอ" ดิรกหัวเราะรวนเหมือนกับสิ่งที่นิคบอกมันเป็นตลกน่าขันปัง ปัง ปัง ปัง เสียงปืนดังขึ้นไม่นานลูกน้องของดิรกก็ล้มตายลงจนหมด "ใคร!! ไอ้นิคมึงคิดตุกติก" มือที่ถือปืนเร
ท่าเรืออนันต์ท้องฟ้าเริ่มมือดครึ่มเร็วกว่าปกติเนื่องจากเริ่มเข้าฤดูหนาว ความหนาวเย็นที่ลอดผ่ายประตูที่ถูกเปิดไว้แล่นเข้ากระทบผิวกายจนรู้สึกหนาวสั่น เสียงคลื่นกระทบกับเรือจนโคลงเคลงทำให้มะลิเริ่มรู้สึกอยากจะอาเจียนอีกคร่า "คุณฉันขอไปอาเจียนหน่อยได้ไหม จะอั้นไม่ไหวแล้ว" มะลิหันไปขอร้องพิมพาที่ยื่นอยู่ข้างๆเธอ ใบหน้าขาวเริ่มซีดเผือด ความพะอืดพะอมเริ่มเข้าโจมตีจนแถบจะอั้นไม่อยู่ "แกอย่าแสดงให้มากนักเลย ถ้าแกกล้าอ้วกออกมา ฉันจะให้แกกินมันเข้าไปให้หมด" พิมพาหันมาตวาดใส่มะลิอย่างไม่ชอบใจ "ฉันไม่ได้แสดงจริงๆ ขอร้อง" ความขมขืนเริ่มตีขึ้นมาจ่อที่ต้นคอไม่นานมันก็ถูกปลดปล่อยออกมา. .."อุ๊บ อ๊วก แวะ แวะ " ของเหลวสีขุ่นถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด "นี่แกทำบ้าอะไรห้ะ นางบ้า" พิมพาโวยวายลั่นทันที "ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ได้แสดง" มะลิเริ่มหน้าซีดลง เธอไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานบวกกับอาเจียนออกมามากพอสมควร ทั้งยังรู้สึกเวียนหัวกับเรือที่โครงเคลงไปมาอีก "ฉันขอข้าวกินหน่อยได้ไหม" "จะกินให้เปลื้องทำไม อีกไม่นานแกก็จะได้หายไปตลอดกาลแล้ว แต่ถ้าหิวมากหล่ะก
หลังจากที่วางสายจากดิรก นิคถึงกับเครียดหนัก เขารู้ว่าดีว่าอีกฝ่ายต้องวางแผนไว้ค่อยจัดการเขาเป็นแน่ ถึงแม้เขาจะตายเขาก็ไม่กลัวแต่ยังมีมะลิ เขาถึงต้องคิดมากขนาดนี้ เขานั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หากจะมีใครสักคนที่ช่วยเหลือเธอให้ปลอดภัยได้ คงมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น คฤหาสน์มารอพหลังจากที่กลับมาจากบ้านของเพื่อนสนิทอย่างนิโคลาสวันนั้น มาตินก็ไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับพวกเขาอีก ในใจร้อนรุ่มอย่างไฟเขาส่งลูกน้องออกตามหาลูกสาวไปทั่วแต่กับไร้ข่าวคราว ตั้งแต่ทราบเรื่องภรรยาของเขาก็เอานั่งซึมไม่ยอมทานข้าวแม้แต่น้อย เรื่องนี้หมอกรยังไม่รู้เรื่องเพราะยังติดงานอยู่ หากรู้คงจะร้อนใจไม่ต่างกัน "พี่ว่าน้องกินข้าวสักหน่อยเถอะนะ" มาตินพูดกับผู้เป็นภรรยา ที่เอาแต่นั่งเม่อมองจานข้าวที่ว่างป่าวอยู่ตรงหน้า โสภิดาน้ำตาเอ่อคลอหันไปมองมาตินด้วยความเสียใจ "น้องอยากเจอลูก18ปีแล้วที่ลูกหายไป พอจะได้เจอกัน กับต้องมาเจอเหตุร้ายแบบนี้ " น้ำเสียงอันสั่นเครือของภรรยาบรรท่อนทำให้หัวใจแกร่งของมาตินสั่นไหว ไม่ว่าจะตอนนี้หรือ18ปีที่ผ่านมาเขาก็ยังคงไม่สามารถปกป้องลูกเอาไว้ได้ "ไม่เป็นอะไรนะ พี่สัญญาพี่จะพา