แม้ขณะนี้หน้านางก็ไม่อยากจะเห็น และซ้ำยังโกรธตนเองอย่างมากที่ไปหลงไหลนางเข้าอย่างบ้าคลั่งและเหมือนยังติดใจอยู่จนบัดนี้ จึงสั่งให้สาวใช้ไปบอกให้นางย้ายเรือนออกไปอยู่ที่ริมกำแพง ที่เป็นเรือนหลังสุดท้าย ให้ห่างจากเรือนหลักของเขาออกไปให้มากที่สุด เพื่อที่เขาจะได้ไม่คิดแต่อยากจะไปหานางเหมือนคนบ้าที่ต้องคอยหักห้ามใจของตนเองเอาไว้
แม่ทัพหนุ่มเข้านอนเพราะเหนื่อยล้าไม่น้อยจากการร่วมรักที่เร่าร้อน ดุเดือด และสุขสมอย่างไม่เคยมาก่อนจนเขาตกใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับเขา แม้จะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย แต่ไม่อาจจะข่มตานอนหลับได้ เขานอนลืมตาโพลง ด้วยไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตนเองอย่างไรและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน
เขาไม่อยากจะยอมรับกับตัวเองเลยว่าติดใจนาง ติดใจเหลือเกิน ติดใจจนแทบจะรอไม่ไหวที่จะไปที่เรือนเล็กซ่อมซ่อนั้นอีกในคืนต่อๆไป เจ้าใจของเขามันบ้านัก แม้จะรู้ว่าย้ายนางไปที่เรือนเล็กเกือบจะริมกำแพงจวนแล้ว แต่ก็ร่ำๆ แต่อยากจะไปหานาง เขาให้เหตุผลกับตนเองว่าเขาเพียงแค่ต้องไปทำตามหน้าที่ให้นางตั้งครรภ์อย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าน้องเขยนั่นจะตัดใจจากนางได้อย่างเด็ดขาด
เมื่อนางตั้งครรภ์แล้วเขาก็จะเป็นอิสระไม่ต้องจำใจไปหานางแล้วอีกแล้ว เพราะเขาคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่จะกางกั้นไม่ให้เจ้าน้องเขยตัวดีเกิดมีความหวังในตััวของชู้รักขึ้นมาอีกก็คือให้นางตั้งครรภ์บุตรของเขาเสีย และเขาก็จะให้นางอยู่เลี้ยงดูบุตรของเขาในจวนนี้แหละ จนเมื่อแน่ใจว่านางกับเจ้าน้องเขยของเขาจะไม่คิดจะหวนกลับมายุ่งเกี่ยวกันแล้ว ก็ค่อยให้เงินนางไปก้อนหนึ่ง แล้วค่อยไล่นางไป เขาจะเลี้ยงดูบุตรของเขาที่เกิดจากนางเอง เพราะเด็กน้อยที่จะเกิดมาก็คงไม่เกี่ยวกับเรื่องของผู้ใหญ่ แต่มันจริงหรือที่เขาจำใจ จำใจร่วมรักอย่างเร่าร้อนกับนาง จำใจที่ร้องครวญครางอย่างบ้าคลั่ง สุขสมสุดๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาก็ตอบตนเองไม่ได้
ค่ำคืนนั้น แม่ทัพหนุ่มก็เดินมายังเรือนหลังเล็กซ่อมซ่อท้ายจวนนั้นจนได้ ทั้ง ๆที่เขาบอกกับตนเองว่าคืนนี้เขาจะไม่มา เขาหางานวุ่นวายให้ตนเองทำเพื่อจะได้ลืมเวลาที่จะต้องมาที่เรือนเล็กหลังนี้ เมื่อไม่มีงานให้ทำแล้วก็ร่ำสุราอยู่ที่เรือนหลัก แต่ยิ่งร่ำสุราไปก็ยิ่งโหยหานาง ยิ่งเมายิ่งคิดอยากแต่จะไปหานาง ภาพที่เขาโยกขย่มนางยิ่งผุดขึ้นมาไม่หยุด จนเขาทนต่อไปไม่ไหว จึงได้ลุกขึ้น เขาคงแค่หลงไหลนาง และติดใจของใหม่ เพราะในจวนนี้ไม่มีหญิงอุ่นเตียงมาก่อน
หากไปหานางบ่อยๆเข้าก็คงจะเบื่อไปเอง อีกหน่อยก็เฉดหัวนางออกไปให้พ้นจากจวน แล้วเขาก็จะลืมนางไปเองในที่สุด แต่ในเมื่อตอนนี้เขายังไม่เบื่อ ก็เชยชมนางดังเช่นหญิงคณิกาผู้หนึ่งเท่านั้น มันจะเป็นอะไรกันเล่า แม่ทัพหนุ่มบอกกับตนเองขณะที่เดินดุ่มๆไปยังเรือนหลังเล็กนั่น
จนเมื่อพยายามเปิดประตูหน้าเรือนแล้วมันเข้าไม่ได้ เพราะติดล็อคด้านใน นางล็อคประตูทำไมกัน ไม่รู้หรือว่าสามีจะมาหาในตอนกลางดึก เป็นเมียภาษาอะไรกัน ไม่รู้ว่าตนเองมีหน้าที่ปรนนิบัติสามี แต่งงานเข้ามาในจวนเขาแล้ว คิดจะมาอยู่เฉยๆ ไม่ทำหน้าที่ของตนเองหรืออย่างไรกัน
แม่ทัพหนุ่มคิดอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย เมื่อพบอุปสรรคที่ทำให้เข้าไปในเรือนไม่ได้อย่างที่ต้องการ เขาเหาะเหินขึ้นไปบนหลังคา แล้วไปหย่อนตัวลงในครัวเล็กหลังบ้านที่มีช่องว่างระหว่างหลังคาทำให้พอจะหย่อนตัวลงไปได้ เขามองไปที่ห้องเล็กของสาวใช้คนสนิทของนางที่คงจะนอนแล้ว เรือนนี้มีห้องนอนเล็กด้านหน้าครัว เขาเห็นปิดไฟมืดแล้ว และไม่ได้ยินเสียงอะไร แม่ทัพหนุ่มเดินเข้าไปในตัวเรือน แล้วมุ่งไปที่ห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดของเรือน
เขาเปิดประตูออก โชคดี ประตูห้องนอนไม่ได้ปิดสนิท ริมฝีปากหนายกยิ้ม เขาหันมาปิดประตูลงให้สนิทแล้วก็หันกลับเดินไปที่เตียงนอนหลังเล็ก แม่ทัพหนุ่มสบถเบาๆ เขาลืมไปสนิท เตียงนอนในเรือนนี้หลังเล็กนัก แล้วเขาก็หันมองไปรอบๆ พรุ่งนี้คงจะต้องให้พ่อบ้านจางมาจัดการเรื่องเปลี่ยนเครื่องเรือนใหม่ทั้งหมด
ส่วนเตียงนอนคงจะต้องเปลี่ยนเป็นหลังใหญ่และฟูกต้องหนานุ่มเพราะเขาชอบนอนเตียงเช่นนั้น เพราะตัวของเขาใหญ่ นอนฟูกแผ่นเล็กที่นางนอนอยู่ในตอนนี้ไม่สบายตัวเลย แต่วันนี้เขาคงจำต้องนอนกับนางที่นี่ เขาเห็นร่างอวบอัดที่ขาวผ่องที่ตัวของเขาจดจำได้หมดว่าเรือนร่างนั้นนุ่มมือเพียงใด มีตำหนิไฝฝ้าที่ตรงไหนบ้าง ริมฝีปากหยักยกขึ้นนิดๆอย่างพึงใจ
นางนอนห่มผ้าแล้วนอนตะแคงหันหลังให้เขา จึงได้เดินช้าๆตรงไปที่เตียงนอน เขาจ้องมองเตียงนอนหลังเล็กนั่น แล้วก็ขัดใจเล็กน้อย เขาคิดว่าคงจะต้องสั่งเปลี่ยนเป็นหลังใหญ่กว่านี้จริงๆ เพราะเขาตัวใหญ่ ต้องการนอนกลิ้งเกลือกให้สบายตัว นอนเตียงหลังเล็กแคบ ๆ เช่นนี้นี้มันอึดอัด แม่ทัพหนุ่มครุ่นคิดขณะจ้องมองเตียงที่นางกำลังนอนหันหลังให้เขาอยู่ ขนาดไม่คิดจะมานอนกับนางบ่อยๆ แต่ก็คิดไปถึงขั้นจะเปลี่ยนเตียงนอนให้หลังใหญ่ขึ้น แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ตัว
แม่ทัพหนุ่มถอดเสื้อคลุมที่เขาสวมมาเพียงแค่ตัวเดียวออกจนร่างล่ำสันเปลือยเปล่า แล้วเขาจึงได้ทรุดนั่งด้านหลังของนางแล้วเลิกผ้าผวยที่นางใช้ห่มนั้นออกเบาๆ นางสวมชุดนอนสีขาวตัวบางเบาเช่นเมื่อคืนก่อนมันเป็นผ้าป่านเนื้อบาง กางเกงสีขาวผ้านุ่มลื่นที่บัดนี้เขาเห็นก้นงามงอนของนางชัดเจน ก้นอวบอัดนั้นเมื่ออยู่ในกางเกงผ้าเนื้อนุ่มบางเบานั้นมันเย้ายวนเหลือเกิน
แม่ทัพหนุ่มจ้องมองก้นงามงอนนั้นแล้วกลืนน้ำลาย นางยั่วยวนเขาได้ง่ายดายแม้นางจะไม่ได้ตั้งใจ มือหนายื่นไปลูบไล้ก้นอวบอัดนั้นเบาๆ ลูบไล้ไปมาครู่หนึ่งเขาก็ดึงรั้งกางเกงผ้าเนื้อนุ่มนั้นลงมาตามขาขาวอวบของนาง เปิดเผยก้นอวบขาวผ่องที่มันทำให้เขายิ่งอารมณ์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว มือหนาดึกปมเชือกเส้นเล็กที่ร้อยรัดผ้าชิ้นเล็กที่ปิดเนินเนื้ออวบใหญ่ให้พ้นจากสายตาคมที่ไม่อยากให้มีสิ่งใดปิดบังเรือนร่างของนางเอาไว้จากเขา เขาเป็นสามี มีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะเห็นเรือนร่างของภรรยาของตนเอง
มือหนาพลิกร่างของนางลงนอนคว่ำ ก้นอวบอัดขาวผ่องที่ยั่วยวนสายตาไม่น้อยยิ่งเหมือนเด้งเข้าหามือของเขา มือหนาบีบเค้นมันอย่างอดใจไม่ไหว เจ้าลูกชายตาเดียวของเขาบัดนี้แข็งขึงขึ้นไปหมด มันอยากจะมุดเข้าไปในร่องอวบที่มองเห็นรำไรอยู่ตรงหน้า นิ้วแกร่งของเขาจึงค่อย ๆ สอดเข้าไปในร่องอวบของนางจากทางด้านหลังช้าๆ ค่อย ๆ สอดเข้าไปแล้วชักเข้าออกด้วยจังหวะที่ช้าๆแล้วค่อยเร่งความเร็วขึ้นจนกระแทกร่องอวบของนางอย่างรุนแรง “ อู๊ยยย อู๊ยยยย อะไรกัน อะไร ”
เยว่ซินสะดุ้งตื่นขึ้นนางรู้สึกทั้งเจ็บทั้งเสียวที่ร่องอวบและรู้สึกว่ามีน้ำรักของนางไหลซึมออกมา นางพยายามหันศีรษะไปมองร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆ เขากำลังเร่งกระแทกนิ่วแกร่งเข้าไปในร่องอวบของนางจากทางด้านหลัง
“ ไม่นะ ไม่นะ อย่าทำอย่างนี้นะ อย่า อย่า อ๊าาา อ๊าา อ๊ะ ” เยว่ซินพยายามที่จะกระเถิบหนีร่างแกร่งนั่น แต่มือหนาอีกข้างของเขาจับนางเอาไว้มั่นทำให้ดิ้นหนีเขาไปไม่ได้ จำยอมให้เขาเร่งกระแทกนิ้วแกร่งเข้าออกจนกระทั่งสะโพกอวบของนางกระตุกเกร็งหลายๆครั้ง ปลดปล่อยน้ำรักออกมาอย่างมากมาย นางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย แต่ก็สุขสมอย่างไม่อาจหลอกตนเองได้ ตัวของนางเหมือนล่องลอยขึ้นไปในอากาศ ช่างเบาหวิวและเป็นสุขนัก
ขณะที่เยว่ซินกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้น ร่างหนาก็ชักรูดลำกายอวบใหญ่ของตนเองจนกระทั่งมันพรักพร้อมแล้ว เขาจึงได้ขึ้นไปนอนคร่อมร่างของภรรยาหมาดๆ ของเขาเอาไว้ แล้วจับเจ้าลูกชายแสนล่ำของตนเองสอดเข้าไปในร่องอวบของนางจากทางด้านหลังแทนที่นิ้วแกร่งนั่น เขาค่อยๆดันมันเข้าไปจนมิดลำกายช้าๆ แขนล่ำสัันและแข็งแกร่งยกขึ้นค้ำยันร่างหนาของตนเองเอาไว้ แล้วโยกบั้นเอวเร่งกระแทกนางจากทางด้านหลังทันที ด้วยจังหวะเนิบนาบ และถูไถบดขยี้นางไปมา ครูดผ่านเมล็ดดอกไม้อย่างจงใจ จนได้ยินเสียงนางร้องครวญครางเสียงกระเส่าออกมาอย่างทนต่อไปไม่ไหว เขาเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นแรงขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้อง “ อ๊าา อ๊ายย อ๊าาา อ๊าาา อ๊าา อ๊ะ อ๊าา ” เยว่ซินที่ทนเสียวต่อไปไม่ได้จึงได้เอาแต่ร้องครวญครางออกมาอย่างลืมอาย นางแอ่นก้นอวบอัดขึ้นหาเขาด้วยจังหวะเดียวกันดังเช่นนักเรียนที่หัวไวนัก เพราะเคยถูกเขาเคี่ยวกรำในคืนก่อนหน้านั้นมาแล้วแทบจะทั้งคืนขณะที่ร่างล่ำสันด้านบนก็เร่งกระแทกร่องอวบของนางอย่างเมามัน “ โอ้วววว โอ้วววว เสียว ข้าเสียว โอ้วววว โอ้ววว ” แม่ทัพหนุ่มร้องครวญครางในลำคอหนากระหึ่ม เขารู้สึกเสียวซ่านขึ้นตา
แล้วอยู่ๆ เตียงไม้เนื้อหยาบหลังเล็กนั่นก็หักกลางและทำให้ทั้งสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงนั้นหล่นร่วงลงมาพร้อมกับซากของเตียง แม่ทัพหนุ่มที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เขารีบพลิกร่างหนาของตนเองลงนอนด้านล่างเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และพลิกร่างอวบอิ่มในอ้อมกอดให้อยู่บนร่างหนาของเขา แขนล่ำสันกอดนางเอาไว้แนบอก และกลิ้งตัวอย่างรวดเร็วออกไปนอนที่บนพื้นห่างจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนี้ และร่างนุ่มนุ่มของภรรยาสาวก็พลิกกลับมานอนอยู่บนอกล่ำสันแข็งแกร่งของสามี เยว่ซินที่ตกใจไม่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสามีที่บัดนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความเสน่หาที่ยังเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเขา ใบหน้าคมของเขาก้มลงมาและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเยว่ซินทันที อย่างไม่ทันได้ห้ามตนเองอย่างเช่นทุกครั้ง และความเร่าร้อนก็ถูกสานต่ออย่างรวดเร็ว เสียงทั้งหมดในห้องนอนน้อยนั้นดังออกไปจนถึงหน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่บัดนี้มีร่างของคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามแม่ทัพหนุ่มมาจากจวนของท่านลุงของเขา ถูกอี้หลานใช้ให้มาสืบเรื่องของพี่ชายกับสตรีนางนั้นว่าคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้ว สาวใช้เก่าแก่มายืนฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่แล้
แม่นมหลิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ ข้าคิดออกแล้วเจ้าค่ะ บุรุษย่อมจะโปรดปรานหญิงงาม หากเราหาหญิงอุ่นเตียงที่งดงามสักคนมาปรนนิบัติท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าคงจะพอป้องกันเรื่องที่ท่านแม่ทัพอาจจะพลาดพลั้งไปหลงไหลหญิงแพศยานั่นเข้าจนได้ ” อี้หลานเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าช้าๆ “ นั่นสินะ บุรุษก็ย่อมต้องอดไม่ได้เมื่อได้ร่วมรักกับหญิงงามก็อาจจะเผลอติดใจเข้า ยิ่งหญิงแพศยาแซ่หนิงนั่นยิ่งงดงามปานนั้น แถมยังมีมารยาสาไถ หลอกลวงบุรุษให้หลงไหลเก่งยิ่งนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ต้องวิ่งมาให้ท่านพี่ช่วยแยกมันจากเว่ยหลงสามีของข้าหรอก หากเราหาหญิงงามที่พอใช้ได้สักคนมาปรนนิบัติท่านพี่ก็อาจจะพอช่วยไม่ให้เขาพลาดพลั้งไปหลงรักมันเข้า แต่ว่า…. แล้วเราจะหาหญิงที่ไว้ใจได้มาจากที่ไหนกัน ” แม่นมหลิวครุ่นคิดแล้วก็พลันนึกออก “ ข้าจะพูดกับสาวใช้นางหนึ่งในจวนนี้ นางงดงามหมดจดไม่น้อย มีทหารและบ่าวชายหลายๆคนเกี้ยวพานางอยู่ แต่นางไม่เคยสนใจใคร คงจะรู้ตัวว่างดงาม จึงคิดว่าจะหาสามีได้ดีกว่าบ่าวในเรือนเดียวกัน และนางก็ดูงดงามไม่น้อย หากจับมาแต่งกายดีๆเข้าหน่อยขี้คร้านจะงดงามไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอคนหนึ่ง และนางก็ดูหัวอ่อนคงจะพอ
แม่ทัพหนุ่มนั่งจิบชายามบ่ายอยู่ในเรือน อยู่ ๆ เว่ยหลงก็เข้ามาแล้วโวยวายทันที “ ท่านแม่ทัพ ท่านมีจุดประสงค์อะไรถึงไปสู่ขอเยว่ซิน ท่านกับนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ข้ารู้นะว่าท่านต้องการช่วยอี้หลาน แต่สิ่งที่ท่านกับนางทำมันเกินไปหรือไม่ ข้ากับเยว่ซินเป็นสหายเก่าแก่กันมาตั้งแต่ยังเด็ก สนิทกันมากและรู้จักกันมาก่อนที่ข้าจะพบอี้หลานด้วยซ้ำ ” มาถึงเขาก็เปิดฉากทันทีว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดโม่โฉวนิ่งฟังน้องเขยที่เดินมาถึงก็โวยวายทันทีอย่างใจเย็น “ เจ้าไปตามฮูหยินมาพบข้าที่นี่ บอกนางว่าสหายเก่าของนางมาพบ ให้รีบมา ” แล้วสาวใช้ผู้นั้นก็รีบเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ปรากฏร่างของเยว่ซินเดินนวยนาดราวกับนางหงส์เข้ามาในห้องโถงหน้าเรือน บุรุษทั้งสองหันไปมองนางพร้อมกันและแทบจะหยุดหายใจพร้อมกันอีกด้วย โม่โฉวหันมาจ้องมองน้องเขยอย่างไม่วางใจ และเว่ยหลงก็หันไปจับผิดพี่ชายของภรรยาเช่นกันราวกับทั้งสองนัดกันเอาไว้ และเมื่อเยว่ซินเห็นเว่ยหลง ก็พลันเข้าใจเหตุการณ์ได้ในทันที ว่าเหตุใดสามีจำเป็นของนางถึงได้ให้สาวใช้ไปตามนางมาที่นี่ และเยว่ซินเองก็อยากให้เขาสบายใจว่านางเต็มใจแต่งงานกั
เมื่อลับกายเว่ยหลงแล้ว แต่มือหนาที่โอบเอวคอดของนางยังไม่ปล่อย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหูของนางยิ่งดูร้อนแรงขึ้น จนนางรู้สึกว่าเหมือนเขาหายใจเป่ารดใบหูของนางถี่ขึ้นและยิ่งดูลมหายใจนั้นอุ่นจัดขึ้นเรื่อยๆ มือหนาก็เริ่มซุกซนมันเคลื่อนสูงขึ้นทีละนิด จนแทบจะมาถึงอกอวบหยุ่นของนางแล้ว “ อุ๊ย !! ท่านแม่ทัพ ไม่นะ ปล่อยข้าก่อน เว่ยหลงไปแล้ว ข้าคิดว่าเขาเชื่อ และเขาคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก ท่านต้องการแค่นี้ใช่ไหม ข้าเป็นสหายของเขามาตั้งแต่เด็ก ข้าดูออกและคิดว่าต่อไปเขาจะไม่มายุ่งกับข้าอีกแล้ว ท่านคงจะปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่ ” เยว่ซินทวงถามเขาทันที เพราะนางรู้ว่าที่เขาแต่งงานกับนางก็เพราะต้องการแยกนางออกจากเว่ยหลง และบัดนี้มันก็ดูท่าว่าจะสำเร็จแล้ว เขาคงไม่ต้องการให้นางอยู่เกะกะสายตาของเขากับญาติผู้น้องของเขาในจวนนี้อีกแล้วริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ เจ้าต้องอยู่ในจวนของข้า จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเว่ยหลงกลับไปทำตัวเป็นสามีที่ดีของน้องสาวของข้าและไม่มีทางจะหวนคืนกลับมาหาเจ้าอีก เมื่อข้าแน่ใจแล้ว ข้าถึงจะปล่อยเจ้าไป ” แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางอย่างเป็นต่อ แต่แล้วเขาก็ร้อง "
หากเขาไปหลงไหลสตรีอื่นนางก็คงยินดี แม้ในใจลึกๆนางก็เริ่มหลงรักเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะนางกับเขาได้กลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆไปเสียแล้ว นางกับเขาสนิทชิดเชื้อกันจนไม่มีอะไรต้องปิดบังต่อกันแล้ว เริงรักกันอย่างเร่าร้อนมาสองค่ำคืนจนแทบไม่ได้หยุดพัก จนพอจะรู้ลีลารักของแต่ละคนว่าชอบให้แต่ละคนปรนเปรอตนเองเช่นไร แต่ความจริงเขาไม่ได้รักนาง และบุรุษก็ย่อมจะมีอะไรกับสตรีใดก็ได้ทั้งนั้น โดยที่ไม่ได้มีความรักให้แก่สตรีผู้นั้น และนางพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปคิดเกินเลยกับคนผู้นั้น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ และนางไม่อยากจะเจ็บปวดกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี้ จะไปหลงรักคนที่เกลียดชังนางเข้าไส้เช่นนี้ได้อย่างไร และโม่โฉวไม่มีทางจะเห็นนางดีกว่าน้องสาวของเขาอย่างแน่นอน ปลายทางมันมีแต่ความเจ็บปวดของนางเพียงเท่านั้น จึงพยายามปัดความรู้สึกพึงใจในตัวบุรุษผู้นี้ออกไป พยายามลืมเขา ไม่สนใจว่าเขาจะมาหรือไม่ หากเขาไม่มาก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ นางจะได้ลืมเขาไป และหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยิ่งพวกเขาหลงลืมนางไปยิ่งจะทำให้หาทางออกไปที่นี่ได้ง่าย เยว่ซินคิดเช่นนั้นคืนนั้นแม่ทัพหนุ่มเดินไปเดินมาในห้องนอ
หากเขาได้ขย่มเขาก็คงจะติดใจนางเหมือนๆกันและอดีตสาวใช้นางนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วแต่อย่างใด เมื่อเปิดเปลือยท่อนล่างของนางแล้ว เขาจึงจับลำกายอวบใหญ่ของตนสอดเข้าไปในร่องอวบที่มีน้ำรักของนางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะเล้าโลมนางเลย เขาสอดเข้าไปในร่องอวบที่แห้งผากนั้น พยายามดันลำกายอวบใหญ่เข้าไป แต่มันคับแน่นเพราะนางก็ไม่เคยชาย และแม้เหม่นหลินจะเจ็บปวดอย่างมากแต่นางก็กัดฟันทนเพราะนางต้องการเป็นเมียของแม่ทัพหนุ่มให้จงได้ เขาจึงได้ฝืนดันท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปในร่องอวบของนางแล้วเร่งกระแทกอย่างรุนแรง เขาไม่รู้สึึกมีอารมณ์อีกเช่นเคย กระแทกนางไปอย่างแกนๆ เพียงเท่านั้น เหม่ยหลินพยายามฝืนความเจ็บอย่างสุดความสามารถโยกสะโพกอวบรับเขาอย่างมีจริตเพราะคุณหนูอี้หลานให้นางไปเรียนเคล็ดลับมาจากนางโลมคนหนึ่งมาแล้วภายในวันนี้ สอนนางเรื่องการเข้าหอและการเอาอกเอาใจบุรุษให้ติดใจ นางจึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยั่วยวนและทำให้แม่ทัพหนุ่มหลงไหลให้ได้ เพราะโอกาสครั้งนี้สำคัญกับนางมาก นางหลงรักเขา และต้องการเป็นเมียของเขา และหากจะให้ดีควรจะทำให้เขาหลงไหลนางให้ได้มากกว่าสตรีนางนั้น คุณหนูอี้หลานบอกกับ
โมโฉ่วมิอาจจะทนอยู่ในจวนแม่ทัพของตนเองได้ เพราะเขากลัวว่าเขาจะผิดวาจาและกลัวว่าสตรีนางนั้นจะมีอิทธิพลต่อเขาและเขาจะตกหลุมรักนางเข้า แม้พอจะรู้ว่าไม่ทันแล้ว หัวใจบ้าๆของเขามันหลงรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว แต่ก็ไม่กล้ายอมรับกับตนเอง เขาพยายามใช้วิธีหนีไปอยู่ที่อื่นจะได้ไม่ต้องพบกัน ไม่ต้องอยู่ใกล้กัน เขาอาจจะพอทำใจให้เลิกหลงไหลนางได้ แต่โชคชะตาก็ยังไม่เข้าข้างให้เขาทิ้งระยะห่างจากนางได้มากพอ อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา แม่ทัพใหญ่ว่านได้เชิญเขาไปงานเลี้ยงวันเกิด และบอกว่าอยากจะรู้จักฮูหยินของเขาที่เพิ่งแต่งงานกัน เมื่อครั้งที่แต่งงานกัน เขาไม่ได้เชิญแขกเหรื่อเลย ทำให้แม่ทัพว่านผู้ที่มีบุญคุณกับเขาและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาที่ให้ความเมตตาและช่วยเหลือเขามาหลายอย่างในครั้งอดีตก็พลอยไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานด้วย โม่โฉวจึงขัดมิได้ เขาจำต้องพาฮูหยินผู้นั้นไป แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงนางมากเพียงใดก็จำต้องให้ทหารไปส่งข่าวให้นางเตรียมตัวให้พร้อม เขาจะไปรับนางไปงานเลี้ยงที่จวนแม่ทัพว่านพร้อมกันในวันพรุ่งนี้และเมื่อรถม้าที่มีตราของแม่ทัพจางมู่โฉวติดเอาไว้ที่ข้างตัวรถม้า จอดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนของตนเ
ยิ่งวันนี้เขาเห็นสายตาบุรุษหลายคนๆจับจ้องมองนาง แม้จะรู้ว่านางแต่งงานแล้วก็ยังมอง แถมยังมีคนมาทักทายนางหลายคน ทำให้ได้รู้ว่านางรู้จักบุรุษไม่น้อย นี่ถ้าหากเขาไม่ได้พิสูจน์ด้วยตนเองว่านางไม่เคยชาย เขาคงจะคิดว่านางร่านชายและตกเป็นของบุรุษอื่นมาหลายคนแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะเขาเองก็รู้ดีแก่ใจนางรักษาตัวเอาไว้ได้จนมาถึงเขาที่เป็นสามี และใ่ช่เขาเป็นสามีของนางแท้ๆ แต่งงานกันแล้ว แม้จะเป็นแค่ป้ายชื่อแต่เขาก็พร้อมจะตีมึนอยู่แล้วว่าพิิธีแต่งนั้นเสร็จสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว วันนี้เขาเสียใจมากที่ไม่ยอมมาเข้าพิธีกับเจ้าสาวที่งดงามถึงขนาดนี้ ตอนนี้ความหึงหวงมันเริ่มมาเต็มร้อย ดวงตาคู่คมก็คอยแต่จับจ้องกลัวจะมีใครมาทำเกินเลยกับนาง โม่โฉวจึงได้รู้ว่าเขาตกหลุมรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว และบัดนี้ยังไม่รู้ว่าจะปีนป่ายขึ้นมาได้อย่างไรและในที่สุดเขาก็โล่งใจ ถอนหายใจได้เสียทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เขาจะได้พานางกลับบ้านและจะไม่ยอมให้นางมาออกงานอีกถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ก็จนกว่านางจะมีบุตรให้กับเขาหลายๆคนแล้ว แม่ทัพหนุ่มวางแผนเอาไว้ ไม่ได้คิดเลยว่าตนเองกับนางไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรักดังเช่นคู่สมรสอื่นๆสักนิดและเมื่อออก
“ เราทำการแสดงก็ต้องให้มันสมจริง เราพลอดรักกันหวานชื่น ให้ผู้อื่นเห็นกันให้ทั่วๆ ในงานนี้นอกจากพวกทหารก็มีพวกพ่อค้าและพวกขุนนางจวนต่างๆก็มากันมากอยู่ และพวกเขาก็ต่างพาฮูหยินและบุตรสาวบุตรชายพวกเขามาด้วยกัน เรื่องพวกนี้จะได้ไปเข้าหูเว่ยหลงอย่างไรเล่ายิ่งเขาได้ยินจากผู้อื่นเขาก็จะยิ่งแน่ใจว่าเราแต่งงานกันและอยู่กินกันฉันท์ผัวเมียจริงๆ แล้วเขาจะได้ตัดใจจากเจ้าได้ง่ายๆ ต่อไปข้าจะหาทางให้เขาย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองอื่น เพราะเขามีกิจการหลายแห่ง หากย้ายไปอยู่ที่อื่นที่มันไกลจากเจ้าเสียหน่อย ข้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น เจ้าก็รอหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าไม่วางใจว่าเขาจะยอมเลิกราง่ายๆ ” โม่โฉวแอบอ้างเช่นนั้นเพื่อต้องการให้นางเชื่อทั้งที่จริงเขารู้ว่าเจ้าน้องเขยตัวดีไม่กล้าอาจหาญแย่งนางจากเขาหรอก เพราะเจ้าหมอนั่นมันรู้ว่าเขาเป็นเช่นไร เขาจะไม่เอามันไว้แน่หากมันมายุ่งกับสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นเม่ียของเขา แต่เขาจะต้องไม่ทำให้เจ้านั่นมันรู้ว่าเขาแสร้งทำเป็นรับนางเป็นฮูหยิน ขณะที่ทั้งสองสนทนากันเบาๆอยู่นั้น ในงานเลี้ยง มีบุรุษมากมายที่จ้องมองนางด้วยความหลงไหล และมีคนที่รู้จักนางหรือไม่ก็เป็นพี่ชาย
โมโฉ่วมิอาจจะทนอยู่ในจวนแม่ทัพของตนเองได้ เพราะเขากลัวว่าเขาจะผิดวาจาและกลัวว่าสตรีนางนั้นจะมีอิทธิพลต่อเขาและเขาจะตกหลุมรักนางเข้า แม้พอจะรู้ว่าไม่ทันแล้ว หัวใจบ้าๆของเขามันหลงรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว แต่ก็ไม่กล้ายอมรับกับตนเอง เขาพยายามใช้วิธีหนีไปอยู่ที่อื่นจะได้ไม่ต้องพบกัน ไม่ต้องอยู่ใกล้กัน เขาอาจจะพอทำใจให้เลิกหลงไหลนางได้ แต่โชคชะตาก็ยังไม่เข้าข้างให้เขาทิ้งระยะห่างจากนางได้มากพอ อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา แม่ทัพใหญ่ว่านได้เชิญเขาไปงานเลี้ยงวันเกิด และบอกว่าอยากจะรู้จักฮูหยินของเขาที่เพิ่งแต่งงานกัน เมื่อครั้งที่แต่งงานกัน เขาไม่ได้เชิญแขกเหรื่อเลย ทำให้แม่ทัพว่านผู้ที่มีบุญคุณกับเขาและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาที่ให้ความเมตตาและช่วยเหลือเขามาหลายอย่างในครั้งอดีตก็พลอยไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานด้วย โม่โฉวจึงขัดมิได้ เขาจำต้องพาฮูหยินผู้นั้นไป แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงนางมากเพียงใดก็จำต้องให้ทหารไปส่งข่าวให้นางเตรียมตัวให้พร้อม เขาจะไปรับนางไปงานเลี้ยงที่จวนแม่ทัพว่านพร้อมกันในวันพรุ่งนี้และเมื่อรถม้าที่มีตราของแม่ทัพจางมู่โฉวติดเอาไว้ที่ข้างตัวรถม้า จอดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนของตนเ
หากเขาได้ขย่มเขาก็คงจะติดใจนางเหมือนๆกันและอดีตสาวใช้นางนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วแต่อย่างใด เมื่อเปิดเปลือยท่อนล่างของนางแล้ว เขาจึงจับลำกายอวบใหญ่ของตนสอดเข้าไปในร่องอวบที่มีน้ำรักของนางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะเล้าโลมนางเลย เขาสอดเข้าไปในร่องอวบที่แห้งผากนั้น พยายามดันลำกายอวบใหญ่เข้าไป แต่มันคับแน่นเพราะนางก็ไม่เคยชาย และแม้เหม่นหลินจะเจ็บปวดอย่างมากแต่นางก็กัดฟันทนเพราะนางต้องการเป็นเมียของแม่ทัพหนุ่มให้จงได้ เขาจึงได้ฝืนดันท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปในร่องอวบของนางแล้วเร่งกระแทกอย่างรุนแรง เขาไม่รู้สึึกมีอารมณ์อีกเช่นเคย กระแทกนางไปอย่างแกนๆ เพียงเท่านั้น เหม่ยหลินพยายามฝืนความเจ็บอย่างสุดความสามารถโยกสะโพกอวบรับเขาอย่างมีจริตเพราะคุณหนูอี้หลานให้นางไปเรียนเคล็ดลับมาจากนางโลมคนหนึ่งมาแล้วภายในวันนี้ สอนนางเรื่องการเข้าหอและการเอาอกเอาใจบุรุษให้ติดใจ นางจึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยั่วยวนและทำให้แม่ทัพหนุ่มหลงไหลให้ได้ เพราะโอกาสครั้งนี้สำคัญกับนางมาก นางหลงรักเขา และต้องการเป็นเมียของเขา และหากจะให้ดีควรจะทำให้เขาหลงไหลนางให้ได้มากกว่าสตรีนางนั้น คุณหนูอี้หลานบอกกับ
หากเขาไปหลงไหลสตรีอื่นนางก็คงยินดี แม้ในใจลึกๆนางก็เริ่มหลงรักเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะนางกับเขาได้กลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆไปเสียแล้ว นางกับเขาสนิทชิดเชื้อกันจนไม่มีอะไรต้องปิดบังต่อกันแล้ว เริงรักกันอย่างเร่าร้อนมาสองค่ำคืนจนแทบไม่ได้หยุดพัก จนพอจะรู้ลีลารักของแต่ละคนว่าชอบให้แต่ละคนปรนเปรอตนเองเช่นไร แต่ความจริงเขาไม่ได้รักนาง และบุรุษก็ย่อมจะมีอะไรกับสตรีใดก็ได้ทั้งนั้น โดยที่ไม่ได้มีความรักให้แก่สตรีผู้นั้น และนางพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปคิดเกินเลยกับคนผู้นั้น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ และนางไม่อยากจะเจ็บปวดกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี้ จะไปหลงรักคนที่เกลียดชังนางเข้าไส้เช่นนี้ได้อย่างไร และโม่โฉวไม่มีทางจะเห็นนางดีกว่าน้องสาวของเขาอย่างแน่นอน ปลายทางมันมีแต่ความเจ็บปวดของนางเพียงเท่านั้น จึงพยายามปัดความรู้สึกพึงใจในตัวบุรุษผู้นี้ออกไป พยายามลืมเขา ไม่สนใจว่าเขาจะมาหรือไม่ หากเขาไม่มาก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ นางจะได้ลืมเขาไป และหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยิ่งพวกเขาหลงลืมนางไปยิ่งจะทำให้หาทางออกไปที่นี่ได้ง่าย เยว่ซินคิดเช่นนั้นคืนนั้นแม่ทัพหนุ่มเดินไปเดินมาในห้องนอ
เมื่อลับกายเว่ยหลงแล้ว แต่มือหนาที่โอบเอวคอดของนางยังไม่ปล่อย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหูของนางยิ่งดูร้อนแรงขึ้น จนนางรู้สึกว่าเหมือนเขาหายใจเป่ารดใบหูของนางถี่ขึ้นและยิ่งดูลมหายใจนั้นอุ่นจัดขึ้นเรื่อยๆ มือหนาก็เริ่มซุกซนมันเคลื่อนสูงขึ้นทีละนิด จนแทบจะมาถึงอกอวบหยุ่นของนางแล้ว “ อุ๊ย !! ท่านแม่ทัพ ไม่นะ ปล่อยข้าก่อน เว่ยหลงไปแล้ว ข้าคิดว่าเขาเชื่อ และเขาคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก ท่านต้องการแค่นี้ใช่ไหม ข้าเป็นสหายของเขามาตั้งแต่เด็ก ข้าดูออกและคิดว่าต่อไปเขาจะไม่มายุ่งกับข้าอีกแล้ว ท่านคงจะปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่ ” เยว่ซินทวงถามเขาทันที เพราะนางรู้ว่าที่เขาแต่งงานกับนางก็เพราะต้องการแยกนางออกจากเว่ยหลง และบัดนี้มันก็ดูท่าว่าจะสำเร็จแล้ว เขาคงไม่ต้องการให้นางอยู่เกะกะสายตาของเขากับญาติผู้น้องของเขาในจวนนี้อีกแล้วริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ เจ้าต้องอยู่ในจวนของข้า จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเว่ยหลงกลับไปทำตัวเป็นสามีที่ดีของน้องสาวของข้าและไม่มีทางจะหวนคืนกลับมาหาเจ้าอีก เมื่อข้าแน่ใจแล้ว ข้าถึงจะปล่อยเจ้าไป ” แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางอย่างเป็นต่อ แต่แล้วเขาก็ร้อง "
แม่ทัพหนุ่มนั่งจิบชายามบ่ายอยู่ในเรือน อยู่ ๆ เว่ยหลงก็เข้ามาแล้วโวยวายทันที “ ท่านแม่ทัพ ท่านมีจุดประสงค์อะไรถึงไปสู่ขอเยว่ซิน ท่านกับนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ข้ารู้นะว่าท่านต้องการช่วยอี้หลาน แต่สิ่งที่ท่านกับนางทำมันเกินไปหรือไม่ ข้ากับเยว่ซินเป็นสหายเก่าแก่กันมาตั้งแต่ยังเด็ก สนิทกันมากและรู้จักกันมาก่อนที่ข้าจะพบอี้หลานด้วยซ้ำ ” มาถึงเขาก็เปิดฉากทันทีว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดโม่โฉวนิ่งฟังน้องเขยที่เดินมาถึงก็โวยวายทันทีอย่างใจเย็น “ เจ้าไปตามฮูหยินมาพบข้าที่นี่ บอกนางว่าสหายเก่าของนางมาพบ ให้รีบมา ” แล้วสาวใช้ผู้นั้นก็รีบเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ปรากฏร่างของเยว่ซินเดินนวยนาดราวกับนางหงส์เข้ามาในห้องโถงหน้าเรือน บุรุษทั้งสองหันไปมองนางพร้อมกันและแทบจะหยุดหายใจพร้อมกันอีกด้วย โม่โฉวหันมาจ้องมองน้องเขยอย่างไม่วางใจ และเว่ยหลงก็หันไปจับผิดพี่ชายของภรรยาเช่นกันราวกับทั้งสองนัดกันเอาไว้ และเมื่อเยว่ซินเห็นเว่ยหลง ก็พลันเข้าใจเหตุการณ์ได้ในทันที ว่าเหตุใดสามีจำเป็นของนางถึงได้ให้สาวใช้ไปตามนางมาที่นี่ และเยว่ซินเองก็อยากให้เขาสบายใจว่านางเต็มใจแต่งงานกั
แม่นมหลิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ ข้าคิดออกแล้วเจ้าค่ะ บุรุษย่อมจะโปรดปรานหญิงงาม หากเราหาหญิงอุ่นเตียงที่งดงามสักคนมาปรนนิบัติท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าคงจะพอป้องกันเรื่องที่ท่านแม่ทัพอาจจะพลาดพลั้งไปหลงไหลหญิงแพศยานั่นเข้าจนได้ ” อี้หลานเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าช้าๆ “ นั่นสินะ บุรุษก็ย่อมต้องอดไม่ได้เมื่อได้ร่วมรักกับหญิงงามก็อาจจะเผลอติดใจเข้า ยิ่งหญิงแพศยาแซ่หนิงนั่นยิ่งงดงามปานนั้น แถมยังมีมารยาสาไถ หลอกลวงบุรุษให้หลงไหลเก่งยิ่งนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ต้องวิ่งมาให้ท่านพี่ช่วยแยกมันจากเว่ยหลงสามีของข้าหรอก หากเราหาหญิงงามที่พอใช้ได้สักคนมาปรนนิบัติท่านพี่ก็อาจจะพอช่วยไม่ให้เขาพลาดพลั้งไปหลงรักมันเข้า แต่ว่า…. แล้วเราจะหาหญิงที่ไว้ใจได้มาจากที่ไหนกัน ” แม่นมหลิวครุ่นคิดแล้วก็พลันนึกออก “ ข้าจะพูดกับสาวใช้นางหนึ่งในจวนนี้ นางงดงามหมดจดไม่น้อย มีทหารและบ่าวชายหลายๆคนเกี้ยวพานางอยู่ แต่นางไม่เคยสนใจใคร คงจะรู้ตัวว่างดงาม จึงคิดว่าจะหาสามีได้ดีกว่าบ่าวในเรือนเดียวกัน และนางก็ดูงดงามไม่น้อย หากจับมาแต่งกายดีๆเข้าหน่อยขี้คร้านจะงดงามไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอคนหนึ่ง และนางก็ดูหัวอ่อนคงจะพอ
แล้วอยู่ๆ เตียงไม้เนื้อหยาบหลังเล็กนั่นก็หักกลางและทำให้ทั้งสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงนั้นหล่นร่วงลงมาพร้อมกับซากของเตียง แม่ทัพหนุ่มที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เขารีบพลิกร่างหนาของตนเองลงนอนด้านล่างเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และพลิกร่างอวบอิ่มในอ้อมกอดให้อยู่บนร่างหนาของเขา แขนล่ำสันกอดนางเอาไว้แนบอก และกลิ้งตัวอย่างรวดเร็วออกไปนอนที่บนพื้นห่างจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนี้ และร่างนุ่มนุ่มของภรรยาสาวก็พลิกกลับมานอนอยู่บนอกล่ำสันแข็งแกร่งของสามี เยว่ซินที่ตกใจไม่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสามีที่บัดนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความเสน่หาที่ยังเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเขา ใบหน้าคมของเขาก้มลงมาและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเยว่ซินทันที อย่างไม่ทันได้ห้ามตนเองอย่างเช่นทุกครั้ง และความเร่าร้อนก็ถูกสานต่ออย่างรวดเร็ว เสียงทั้งหมดในห้องนอนน้อยนั้นดังออกไปจนถึงหน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่บัดนี้มีร่างของคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามแม่ทัพหนุ่มมาจากจวนของท่านลุงของเขา ถูกอี้หลานใช้ให้มาสืบเรื่องของพี่ชายกับสตรีนางนั้นว่าคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้ว สาวใช้เก่าแก่มายืนฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่แล้