ขณะที่เยว่ซินกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้น ร่างหนาก็ชักรูดลำกายอวบใหญ่ของตนเองจนกระทั่งมันพรักพร้อมแล้ว เขาจึงได้ขึ้นไปนอนคร่อมร่างของภรรยาหมาดๆ ของเขาเอาไว้ แล้วจับเจ้าลูกชายแสนล่ำของตนเองสอดเข้าไปในร่องอวบของนางจากทางด้านหลังแทนที่นิ้วแกร่งนั่น
เขาค่อยๆดันมันเข้าไปจนมิดลำกายช้าๆ แขนล่ำสัันและแข็งแกร่งยกขึ้นค้ำยันร่างหนาของตนเองเอาไว้ แล้วโยกบั้นเอวเร่งกระแทกนางจากทางด้านหลังทันที ด้วยจังหวะเนิบนาบ และถูไถบดขยี้นางไปมา ครูดผ่านเมล็ดดอกไม้อย่างจงใจ จนได้ยินเสียงนางร้องครวญครางเสียงกระเส่าออกมาอย่างทนต่อไปไม่ไหว
เขาเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นแรงขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้อง “ อ๊าา อ๊ายย อ๊าาา อ๊าาา อ๊าา อ๊ะ อ๊าา ” เยว่ซินที่ทนเสียวต่อไปไม่ได้จึงได้เอาแต่ร้องครวญครางออกมาอย่างลืมอาย นางแอ่นก้นอวบอัดขึ้นหาเขาด้วยจังหวะเดียวกันดังเช่นนักเรียนที่หัวไวนัก เพราะเคยถูกเขาเคี่ยวกรำในคืนก่อนหน้านั้นมาแล้วแทบจะทั้งคืน
ขณะที่ร่างล่ำสันด้านบนก็เร่งกระแทกร่องอวบของนางอย่างเมามัน “ โอ้วววว โอ้วววว เสียว ข้าเสียว โอ้วววว โอ้ววว ” แม่ทัพหนุ่มร้องครวญครางในลำคอหนากระหึ่ม เขารู้สึกเสียวซ่านขึ้นตามลำดับ ยิ่งโยกขย่มนางยิ่งเสียว และยิ่งนางเองก็โยกสะโพกอวบรับเขาด้วยจังหวะรักเดียวกันอย่างรู้งาน
นางเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองร้องครวญครางผสานกันเสียงดังก้องไปทั้งห้อง เตียงหลังเล็กไหวโยกอย่างรุนแรงผ้าม่านสีขาวขุ่นก็โยกไหวอย่างบ้าคลั่งตามแรงกระแทกของร่างล่ำสันที่กระแทกร่องอวบของเมียที่เขาไม่เต็มใจแต่งอย่างเร่าร้อน ปากหนาก็ร้องครวญครางปานจะขาดใจ
จนเมื่อความสุขสมถึงขีดสุดก็แตกระเบิดอย่างรุนแรงไปแทบจะพร้อมๆกัน ร่างล่ำสันของแม่ทัพหนุ่มล้มตัวลงนอนตะแคงลงแนบชิดร่างอวบอิ่มของเยว่ซินจากด้านหลัง และหอบหายใจอย่างแรงเหมือนคนที่วิ่งมาไกลหลายลี้ เขานอนอยู่ข้างกายร่างอวบอิ่มของเมียที่เขาหลงลืมไปว่าชิงชังรังเกียจนางมากเพียงใด
จนเมื่อลมหายใจกลับสู่ภาวะปกติแล้ว มือหนาที่ซุกซนของแม่ทัพหนุ่มสอดไปด้านหน้าลำตัวของเยว่ซิน เขาควานหาจนพบอกอวบใหญ่จนแทบล้นมือของนาง แล้วเข้าฟอนเฟ้นมันอย่างเมามัน เขาทั้งบีบทั้งบี้ ทั้งดึงผลอิงเถาของนางอย่างรุนแรง ยิ่งอารมณ์กำหนัดของเขาพุ่งขึ้นสูงเขายิ่งใช้มือหนาคีบดึงผลอิงเถาของนางอย่างรุนแรง แต่เยว่ซินนั้นแม้จะเจ็บแต่นางเสียวมากกว่า เสียวเหลือเกิน นางไม่เคยรู้มาก่อนว่านางจะร่านรักถึงเพียงนี้ “ ท่านแม่ทัพ ดึงอีก ดึงมันอีก ข้าเสียว เสียวเหลือเกิน อ๊าา อ๊าาา อ๊ายย อ๊าายย ” เยว่ซินร้องครวญครางเสียงกระเส่า
นางแอ่นอกขึ้นหามือหนาของเขา และดิ้นพล่านอย่างเสียวซ่านอย่างยิ่ง อยู่ ๆก็ปรารถนาอยากจะให้เขาดูดดื่มผลอิงเถานางดังเช่นคืนก่อนนั้นอีก แม่ทัพหนุ่มค่อยๆ สอดเจ้าลูกชายตาเดียวที่มีน้ำรักไหลยืดออกมาอย่างมากเพราะเขาเกิดกำหนัดอย่างรุนแรง ร่องอวบของนางมันลื่นเพราะน้ำรักที่ค่อยๆ ไหลซึมออกมาอย่างมากมาย เพราะนางเกิดความเสียวซ่านที่ถูกเขาเล้าโลมจนไฟสวาทของเยว่ซินจุดติดอย่างง่ายดายเพราะนางได้รู้รสรักจากเขามาแล้ว นางโยกสะโพกอวบรับลำกายแกร่งของเขาที่ค่อย ๆ สอดเข้ามาในร่องอวบของนางจากทางด้านหลังเพราะเสียวจนเกินจะที่จะทน “ อู๊ยยย อู๊ยยยย ท่านแม่ทัพ ท่าน อ๊าา อ๊าา อ๊ะ ”
แม่ทัพหนุ่มยิ่งได้ยินเสียงร้องครวญครางของนางเขาก็ยิ่งเสียวจนแทบทนไม่ไหว เสียงครางของนางเหมือนมันยิ่งปลุกเร้าอารมณ์รักของเขาให้พุ่งขึ้นสุงยิ่งขึ้น โม่โฉวเร่งดันลำกายอวบใหญ่ที่พองขยายอย่างรวดเร็วเข้าไปจนมิดลำกายแล้วโยกบั้นเอวหนาด้วยจังหวะช้าๆ เข้าสุดออกสุด และเสยลำกายครูดเมล็ดดอกไม้ของนางไปมา ยิ่งส่งผลให้ร่างอวบดิ้นพล่านและร้องครวญครางอย่างบ้าคลั่ง
แม่ทัพหนุ่มจึงค่อยๆเร่งโยกกระแทกนางจากทางด้านหลังด้วยจังหวะที่รวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น ตับ ตับ ตับ ตับ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องนอนน้อยของเยว่ซิน เตียงนอนหลังเล็กโยกไหวอย่างรุนแรงผ้าม่านที่ผูกเอาไว้ที่เสาทั้งสี่ด้านไหวโยก และหลุดมาคลุมเตียงหลังน้อยเอาไว้ทั้งสี่ด้าน สองร่างที่เกาะเกี่ยวพัวพันกันจนแทบจะกลายเป็นร่างเดียวกันต่างไม่ได้สนใจสิ่งใด นอกจากความหฤหรรษ์ที่ต่างก็ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา มือไม้ของคนทั้งคู่ต่างลูบไล้ร่างกายของกันและกันไปมา ประหนึ่งว่าโหยหาและหลงไหลในกันและกันยิ่งนัก หัวเตียงกระแทกผนังดังสนั่น ทั้งสองร้องครวญครางผสานกันอย่างสุขสมยิ่งนัก
แม่ทัพหนุ่มกดกระแทกร่องอวบของเมียที่เขาไม่ต้องการอย่างเร่าร้อน ขณะที่มือหนาก็ฟอนเฟ้นอกอวบใหญ่ของนางอย่างเมามัน เยว่ซินร่อนสะโพกอวบรับลำกายแกร่งของสามีอย่างเร่าร้อน ทั้งสองคนที่ไม่ได้รักและไม่ได้ต้องการกัน ต่างโยกสะโพกเข้าหากันอย่างรุนแรงด้วยจังหวะรักเดียวกัน ต่างก็ร้องครวญครางผสานกันด้วยความสุขสม จนเมื่อแม่ทัพหนุ่มกระแทกร่องอวบของนางอย่างรุนแรงจนกระทั่งเสร็จสมไปด้วยกันทั้งคู่ เขาปลดปล่อยสายธารรักเข้าไปในร่องอวบของนางจนหมดทุกหยาดหยด แล้วจึงได้พลิกกายอวบของนางนอนหงาย แล้วขึ้นคร่อมร่างอวบของเยว่ซิน อย่างรวดเร็ว
มือหนาดึงทึ้งอาภรณ์ที่หลุดลุ่ยของนางจนหลุดออกไปจากร่างอวบ เปิดเผยอกอวบใหญ่ที่เต็มจนแทบล้นมือของเขาแก่สายตาของแม่ทัพหนุ่ม เขาจ้องมองมันอย่างกระหายแล้วจึงได้ก้มลงดูดดื่มผลอิงเถาของนาง ขณะที่เยว่ซินก็แอ่นอกอวบขึ้นหาปากหนาที่ร้อนรุ่มของเขาอย่างร่านร้อน นางแอ่นอกส่งผลอิงเถาที่บัดนี้มันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของสามีที่รังเกียจนางเป็นอย่างยิ่งเข้าไปในปากหนาของแม่ทัพหนุ่มอย่างถนัดถนี่
แม้ในใจของนางจะรู้ว่าเขาเกลียดนาง ชิงชังและแสนจะรังเกียจ เขาไม่ได้รักนาง และที่เขาจำต้องแต่งงานกับนางก็เพื่อแยกนางมาจากน้องเขยของเขา แต่นางก็ห้ามตนเองไม่ได้ นางต้องการเขา ต้องการมาก แม่ทัพหนุ่มทั้งดูดทั้งเลียและใช้ลิ้นสากห่อเป็นวงกลมจนแข็งแล้วดุนดันมันอย่างเมามัน เขาดูดมันจนแทบจะติดเข้าไปในปากหนานั้น ยิ่งดูดเขายิ่งติดใจจึงได้เฝ้าดูดดื่มผลอิงเถาของนางทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน
ขณะที่เยว่ซินเองก็เสียวซ่านจนเกินจะทน นางดิ้นพล่านอย่างทนแทบไม่ไหว มือบางยกขึ้นเสยเข้าไปในผมดำยาวสยายของคนบนร่างแล้วกดศีรษะของเขาแนบชิดอกอวบของนางยิ่งขึ้น เมื่อแม่ทัพหนุ่มดูดดื่มและฟอนเฟ้นผลอิงเถาของนางจนพอใจแล้ว เขาก็ก้มลงไล้เลียร่างอวบของนางจนทัั่ว ทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างงามของนางล้วนผ่านการสำรวจจากเขาจนหมดสิ้นแล้ว
เมื่อพร้อมรบอีกครั้ง โม่โฉวจึงได้สอดลำกายแกร่งของตนเองเข้าไปในร่องอวบของนางทันที แล้วโยกขย่มนางอย่างเร่าร้อน รุนแรง ขณะที่เยว่ซินก็ร่อนสะโพกอวบรับแรงกระแทกของสามีที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่ต้องการนางอย่างเร่าร้อน ทั้งสองร้องครวญครางผสานกันอีกครั้ง มือไม้ก็ลูบไล้ร่างของกันและกันไปมา
เตียงเล็กนั้นก็เริ่มโยกไหวไปตามจังหวะรักของแม่ทัพหนุ่มอีกครั้ง เสียงหัวเตียงกระแทกผนังดังสนั่นผสานไปกับเสียงร้องครวญครางของสองสามีภรรยาที่ร้องเสียงดังด้วยความเสียวซ่านอย่างไม่เกรงว่าจะมีผู้ใดได้ยิน เพราะต่างก็หลงลืมเรื่องอื่นไปจนหมดสิ้น เวลานี้มีเพียงความต้องการกันและกันเพียงเท่านั้น
แล้วอยู่ๆ เตียงไม้เนื้อหยาบหลังเล็กนั่นก็หักกลางและทำให้ทั้งสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงนั้นหล่นร่วงลงมาพร้อมกับซากของเตียง แม่ทัพหนุ่มที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เขารีบพลิกร่างหนาของตนเองลงนอนด้านล่างเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และพลิกร่างอวบอิ่มในอ้อมกอดให้อยู่บนร่างหนาของเขา แขนล่ำสันกอดนางเอาไว้แนบอก และกลิ้งตัวอย่างรวดเร็วออกไปนอนที่บนพื้นห่างจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนี้ และร่างนุ่มนุ่มของภรรยาสาวก็พลิกกลับมานอนอยู่บนอกล่ำสันแข็งแกร่งของสามี เยว่ซินที่ตกใจไม่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสามีที่บัดนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความเสน่หาที่ยังเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเขา ใบหน้าคมของเขาก้มลงมาและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเยว่ซินทันที อย่างไม่ทันได้ห้ามตนเองอย่างเช่นทุกครั้ง และความเร่าร้อนก็ถูกสานต่ออย่างรวดเร็ว เสียงทั้งหมดในห้องนอนน้อยนั้นดังออกไปจนถึงหน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่บัดนี้มีร่างของคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามแม่ทัพหนุ่มมาจากจวนของท่านลุงของเขา ถูกอี้หลานใช้ให้มาสืบเรื่องของพี่ชายกับสตรีนางนั้นว่าคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้ว สาวใช้เก่าแก่มายืนฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่แล้
แม่นมหลิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ ข้าคิดออกแล้วเจ้าค่ะ บุรุษย่อมจะโปรดปรานหญิงงาม หากเราหาหญิงอุ่นเตียงที่งดงามสักคนมาปรนนิบัติท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าคงจะพอป้องกันเรื่องที่ท่านแม่ทัพอาจจะพลาดพลั้งไปหลงไหลหญิงแพศยานั่นเข้าจนได้ ” อี้หลานเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าช้าๆ “ นั่นสินะ บุรุษก็ย่อมต้องอดไม่ได้เมื่อได้ร่วมรักกับหญิงงามก็อาจจะเผลอติดใจเข้า ยิ่งหญิงแพศยาแซ่หนิงนั่นยิ่งงดงามปานนั้น แถมยังมีมารยาสาไถ หลอกลวงบุรุษให้หลงไหลเก่งยิ่งนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ต้องวิ่งมาให้ท่านพี่ช่วยแยกมันจากเว่ยหลงสามีของข้าหรอก หากเราหาหญิงงามที่พอใช้ได้สักคนมาปรนนิบัติท่านพี่ก็อาจจะพอช่วยไม่ให้เขาพลาดพลั้งไปหลงรักมันเข้า แต่ว่า…. แล้วเราจะหาหญิงที่ไว้ใจได้มาจากที่ไหนกัน ” แม่นมหลิวครุ่นคิดแล้วก็พลันนึกออก “ ข้าจะพูดกับสาวใช้นางหนึ่งในจวนนี้ นางงดงามหมดจดไม่น้อย มีทหารและบ่าวชายหลายๆคนเกี้ยวพานางอยู่ แต่นางไม่เคยสนใจใคร คงจะรู้ตัวว่างดงาม จึงคิดว่าจะหาสามีได้ดีกว่าบ่าวในเรือนเดียวกัน และนางก็ดูงดงามไม่น้อย หากจับมาแต่งกายดีๆเข้าหน่อยขี้คร้านจะงดงามไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอคนหนึ่ง และนางก็ดูหัวอ่อนคงจะพอ
แม่ทัพหนุ่มนั่งจิบชายามบ่ายอยู่ในเรือน อยู่ ๆ เว่ยหลงก็เข้ามาแล้วโวยวายทันที “ ท่านแม่ทัพ ท่านมีจุดประสงค์อะไรถึงไปสู่ขอเยว่ซิน ท่านกับนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ข้ารู้นะว่าท่านต้องการช่วยอี้หลาน แต่สิ่งที่ท่านกับนางทำมันเกินไปหรือไม่ ข้ากับเยว่ซินเป็นสหายเก่าแก่กันมาตั้งแต่ยังเด็ก สนิทกันมากและรู้จักกันมาก่อนที่ข้าจะพบอี้หลานด้วยซ้ำ ” มาถึงเขาก็เปิดฉากทันทีว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดโม่โฉวนิ่งฟังน้องเขยที่เดินมาถึงก็โวยวายทันทีอย่างใจเย็น “ เจ้าไปตามฮูหยินมาพบข้าที่นี่ บอกนางว่าสหายเก่าของนางมาพบ ให้รีบมา ” แล้วสาวใช้ผู้นั้นก็รีบเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ปรากฏร่างของเยว่ซินเดินนวยนาดราวกับนางหงส์เข้ามาในห้องโถงหน้าเรือน บุรุษทั้งสองหันไปมองนางพร้อมกันและแทบจะหยุดหายใจพร้อมกันอีกด้วย โม่โฉวหันมาจ้องมองน้องเขยอย่างไม่วางใจ และเว่ยหลงก็หันไปจับผิดพี่ชายของภรรยาเช่นกันราวกับทั้งสองนัดกันเอาไว้ และเมื่อเยว่ซินเห็นเว่ยหลง ก็พลันเข้าใจเหตุการณ์ได้ในทันที ว่าเหตุใดสามีจำเป็นของนางถึงได้ให้สาวใช้ไปตามนางมาที่นี่ และเยว่ซินเองก็อยากให้เขาสบายใจว่านางเต็มใจแต่งงานกั
เมื่อลับกายเว่ยหลงแล้ว แต่มือหนาที่โอบเอวคอดของนางยังไม่ปล่อย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหูของนางยิ่งดูร้อนแรงขึ้น จนนางรู้สึกว่าเหมือนเขาหายใจเป่ารดใบหูของนางถี่ขึ้นและยิ่งดูลมหายใจนั้นอุ่นจัดขึ้นเรื่อยๆ มือหนาก็เริ่มซุกซนมันเคลื่อนสูงขึ้นทีละนิด จนแทบจะมาถึงอกอวบหยุ่นของนางแล้ว “ อุ๊ย !! ท่านแม่ทัพ ไม่นะ ปล่อยข้าก่อน เว่ยหลงไปแล้ว ข้าคิดว่าเขาเชื่อ และเขาคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก ท่านต้องการแค่นี้ใช่ไหม ข้าเป็นสหายของเขามาตั้งแต่เด็ก ข้าดูออกและคิดว่าต่อไปเขาจะไม่มายุ่งกับข้าอีกแล้ว ท่านคงจะปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่ ” เยว่ซินทวงถามเขาทันที เพราะนางรู้ว่าที่เขาแต่งงานกับนางก็เพราะต้องการแยกนางออกจากเว่ยหลง และบัดนี้มันก็ดูท่าว่าจะสำเร็จแล้ว เขาคงไม่ต้องการให้นางอยู่เกะกะสายตาของเขากับญาติผู้น้องของเขาในจวนนี้อีกแล้วริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ เจ้าต้องอยู่ในจวนของข้า จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเว่ยหลงกลับไปทำตัวเป็นสามีที่ดีของน้องสาวของข้าและไม่มีทางจะหวนคืนกลับมาหาเจ้าอีก เมื่อข้าแน่ใจแล้ว ข้าถึงจะปล่อยเจ้าไป ” แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางอย่างเป็นต่อ แต่แล้วเขาก็ร้อง "
หากเขาไปหลงไหลสตรีอื่นนางก็คงยินดี แม้ในใจลึกๆนางก็เริ่มหลงรักเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะนางกับเขาได้กลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆไปเสียแล้ว นางกับเขาสนิทชิดเชื้อกันจนไม่มีอะไรต้องปิดบังต่อกันแล้ว เริงรักกันอย่างเร่าร้อนมาสองค่ำคืนจนแทบไม่ได้หยุดพัก จนพอจะรู้ลีลารักของแต่ละคนว่าชอบให้แต่ละคนปรนเปรอตนเองเช่นไร แต่ความจริงเขาไม่ได้รักนาง และบุรุษก็ย่อมจะมีอะไรกับสตรีใดก็ได้ทั้งนั้น โดยที่ไม่ได้มีความรักให้แก่สตรีผู้นั้น และนางพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปคิดเกินเลยกับคนผู้นั้น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ และนางไม่อยากจะเจ็บปวดกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี้ จะไปหลงรักคนที่เกลียดชังนางเข้าไส้เช่นนี้ได้อย่างไร และโม่โฉวไม่มีทางจะเห็นนางดีกว่าน้องสาวของเขาอย่างแน่นอน ปลายทางมันมีแต่ความเจ็บปวดของนางเพียงเท่านั้น จึงพยายามปัดความรู้สึกพึงใจในตัวบุรุษผู้นี้ออกไป พยายามลืมเขา ไม่สนใจว่าเขาจะมาหรือไม่ หากเขาไม่มาก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ นางจะได้ลืมเขาไป และหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยิ่งพวกเขาหลงลืมนางไปยิ่งจะทำให้หาทางออกไปที่นี่ได้ง่าย เยว่ซินคิดเช่นนั้นคืนนั้นแม่ทัพหนุ่มเดินไปเดินมาในห้องนอ
หากเขาได้ขย่มเขาก็คงจะติดใจนางเหมือนๆกันและอดีตสาวใช้นางนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วแต่อย่างใด เมื่อเปิดเปลือยท่อนล่างของนางแล้ว เขาจึงจับลำกายอวบใหญ่ของตนสอดเข้าไปในร่องอวบที่มีน้ำรักของนางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะเล้าโลมนางเลย เขาสอดเข้าไปในร่องอวบที่แห้งผากนั้น พยายามดันลำกายอวบใหญ่เข้าไป แต่มันคับแน่นเพราะนางก็ไม่เคยชาย และแม้เหม่นหลินจะเจ็บปวดอย่างมากแต่นางก็กัดฟันทนเพราะนางต้องการเป็นเมียของแม่ทัพหนุ่มให้จงได้ เขาจึงได้ฝืนดันท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปในร่องอวบของนางแล้วเร่งกระแทกอย่างรุนแรง เขาไม่รู้สึึกมีอารมณ์อีกเช่นเคย กระแทกนางไปอย่างแกนๆ เพียงเท่านั้น เหม่ยหลินพยายามฝืนความเจ็บอย่างสุดความสามารถโยกสะโพกอวบรับเขาอย่างมีจริตเพราะคุณหนูอี้หลานให้นางไปเรียนเคล็ดลับมาจากนางโลมคนหนึ่งมาแล้วภายในวันนี้ สอนนางเรื่องการเข้าหอและการเอาอกเอาใจบุรุษให้ติดใจ นางจึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยั่วยวนและทำให้แม่ทัพหนุ่มหลงไหลให้ได้ เพราะโอกาสครั้งนี้สำคัญกับนางมาก นางหลงรักเขา และต้องการเป็นเมียของเขา และหากจะให้ดีควรจะทำให้เขาหลงไหลนางให้ได้มากกว่าสตรีนางนั้น คุณหนูอี้หลานบอกกับ
โมโฉ่วมิอาจจะทนอยู่ในจวนแม่ทัพของตนเองได้ เพราะเขากลัวว่าเขาจะผิดวาจาและกลัวว่าสตรีนางนั้นจะมีอิทธิพลต่อเขาและเขาจะตกหลุมรักนางเข้า แม้พอจะรู้ว่าไม่ทันแล้ว หัวใจบ้าๆของเขามันหลงรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว แต่ก็ไม่กล้ายอมรับกับตนเอง เขาพยายามใช้วิธีหนีไปอยู่ที่อื่นจะได้ไม่ต้องพบกัน ไม่ต้องอยู่ใกล้กัน เขาอาจจะพอทำใจให้เลิกหลงไหลนางได้ แต่โชคชะตาก็ยังไม่เข้าข้างให้เขาทิ้งระยะห่างจากนางได้มากพอ อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา แม่ทัพใหญ่ว่านได้เชิญเขาไปงานเลี้ยงวันเกิด และบอกว่าอยากจะรู้จักฮูหยินของเขาที่เพิ่งแต่งงานกัน เมื่อครั้งที่แต่งงานกัน เขาไม่ได้เชิญแขกเหรื่อเลย ทำให้แม่ทัพว่านผู้ที่มีบุญคุณกับเขาและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาที่ให้ความเมตตาและช่วยเหลือเขามาหลายอย่างในครั้งอดีตก็พลอยไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานด้วย โม่โฉวจึงขัดมิได้ เขาจำต้องพาฮูหยินผู้นั้นไป แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงนางมากเพียงใดก็จำต้องให้ทหารไปส่งข่าวให้นางเตรียมตัวให้พร้อม เขาจะไปรับนางไปงานเลี้ยงที่จวนแม่ทัพว่านพร้อมกันในวันพรุ่งนี้และเมื่อรถม้าที่มีตราของแม่ทัพจางมู่โฉวติดเอาไว้ที่ข้างตัวรถม้า จอดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนของตนเ
“ เราทำการแสดงก็ต้องให้มันสมจริง เราพลอดรักกันหวานชื่น ให้ผู้อื่นเห็นกันให้ทั่วๆ ในงานนี้นอกจากพวกทหารก็มีพวกพ่อค้าและพวกขุนนางจวนต่างๆก็มากันมากอยู่ และพวกเขาก็ต่างพาฮูหยินและบุตรสาวบุตรชายพวกเขามาด้วยกัน เรื่องพวกนี้จะได้ไปเข้าหูเว่ยหลงอย่างไรเล่ายิ่งเขาได้ยินจากผู้อื่นเขาก็จะยิ่งแน่ใจว่าเราแต่งงานกันและอยู่กินกันฉันท์ผัวเมียจริงๆ แล้วเขาจะได้ตัดใจจากเจ้าได้ง่ายๆ ต่อไปข้าจะหาทางให้เขาย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองอื่น เพราะเขามีกิจการหลายแห่ง หากย้ายไปอยู่ที่อื่นที่มันไกลจากเจ้าเสียหน่อย ข้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น เจ้าก็รอหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าไม่วางใจว่าเขาจะยอมเลิกราง่ายๆ ” โม่โฉวแอบอ้างเช่นนั้นเพื่อต้องการให้นางเชื่อทั้งที่จริงเขารู้ว่าเจ้าน้องเขยตัวดีไม่กล้าอาจหาญแย่งนางจากเขาหรอก เพราะเจ้าหมอนั่นมันรู้ว่าเขาเป็นเช่นไร เขาจะไม่เอามันไว้แน่หากมันมายุ่งกับสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นเม่ียของเขา แต่เขาจะต้องไม่ทำให้เจ้านั่นมันรู้ว่าเขาแสร้งทำเป็นรับนางเป็นฮูหยิน ขณะที่ทั้งสองสนทนากันเบาๆอยู่นั้น ในงานเลี้ยง มีบุรุษมากมายที่จ้องมองนางด้วยความหลงไหล และมีคนที่รู้จักนางหรือไม่ก็เป็นพี่ชาย
ยิ่งวันนี้เขาเห็นสายตาบุรุษหลายคนๆจับจ้องมองนาง แม้จะรู้ว่านางแต่งงานแล้วก็ยังมอง แถมยังมีคนมาทักทายนางหลายคน ทำให้ได้รู้ว่านางรู้จักบุรุษไม่น้อย นี่ถ้าหากเขาไม่ได้พิสูจน์ด้วยตนเองว่านางไม่เคยชาย เขาคงจะคิดว่านางร่านชายและตกเป็นของบุรุษอื่นมาหลายคนแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะเขาเองก็รู้ดีแก่ใจนางรักษาตัวเอาไว้ได้จนมาถึงเขาที่เป็นสามี และใ่ช่เขาเป็นสามีของนางแท้ๆ แต่งงานกันแล้ว แม้จะเป็นแค่ป้ายชื่อแต่เขาก็พร้อมจะตีมึนอยู่แล้วว่าพิิธีแต่งนั้นเสร็จสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว วันนี้เขาเสียใจมากที่ไม่ยอมมาเข้าพิธีกับเจ้าสาวที่งดงามถึงขนาดนี้ ตอนนี้ความหึงหวงมันเริ่มมาเต็มร้อย ดวงตาคู่คมก็คอยแต่จับจ้องกลัวจะมีใครมาทำเกินเลยกับนาง โม่โฉวจึงได้รู้ว่าเขาตกหลุมรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว และบัดนี้ยังไม่รู้ว่าจะปีนป่ายขึ้นมาได้อย่างไรและในที่สุดเขาก็โล่งใจ ถอนหายใจได้เสียทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เขาจะได้พานางกลับบ้านและจะไม่ยอมให้นางมาออกงานอีกถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ก็จนกว่านางจะมีบุตรให้กับเขาหลายๆคนแล้ว แม่ทัพหนุ่มวางแผนเอาไว้ ไม่ได้คิดเลยว่าตนเองกับนางไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรักดังเช่นคู่สมรสอื่นๆสักนิดและเมื่อออก
“ เราทำการแสดงก็ต้องให้มันสมจริง เราพลอดรักกันหวานชื่น ให้ผู้อื่นเห็นกันให้ทั่วๆ ในงานนี้นอกจากพวกทหารก็มีพวกพ่อค้าและพวกขุนนางจวนต่างๆก็มากันมากอยู่ และพวกเขาก็ต่างพาฮูหยินและบุตรสาวบุตรชายพวกเขามาด้วยกัน เรื่องพวกนี้จะได้ไปเข้าหูเว่ยหลงอย่างไรเล่ายิ่งเขาได้ยินจากผู้อื่นเขาก็จะยิ่งแน่ใจว่าเราแต่งงานกันและอยู่กินกันฉันท์ผัวเมียจริงๆ แล้วเขาจะได้ตัดใจจากเจ้าได้ง่ายๆ ต่อไปข้าจะหาทางให้เขาย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองอื่น เพราะเขามีกิจการหลายแห่ง หากย้ายไปอยู่ที่อื่นที่มันไกลจากเจ้าเสียหน่อย ข้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น เจ้าก็รอหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าไม่วางใจว่าเขาจะยอมเลิกราง่ายๆ ” โม่โฉวแอบอ้างเช่นนั้นเพื่อต้องการให้นางเชื่อทั้งที่จริงเขารู้ว่าเจ้าน้องเขยตัวดีไม่กล้าอาจหาญแย่งนางจากเขาหรอก เพราะเจ้าหมอนั่นมันรู้ว่าเขาเป็นเช่นไร เขาจะไม่เอามันไว้แน่หากมันมายุ่งกับสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นเม่ียของเขา แต่เขาจะต้องไม่ทำให้เจ้านั่นมันรู้ว่าเขาแสร้งทำเป็นรับนางเป็นฮูหยิน ขณะที่ทั้งสองสนทนากันเบาๆอยู่นั้น ในงานเลี้ยง มีบุรุษมากมายที่จ้องมองนางด้วยความหลงไหล และมีคนที่รู้จักนางหรือไม่ก็เป็นพี่ชาย
โมโฉ่วมิอาจจะทนอยู่ในจวนแม่ทัพของตนเองได้ เพราะเขากลัวว่าเขาจะผิดวาจาและกลัวว่าสตรีนางนั้นจะมีอิทธิพลต่อเขาและเขาจะตกหลุมรักนางเข้า แม้พอจะรู้ว่าไม่ทันแล้ว หัวใจบ้าๆของเขามันหลงรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว แต่ก็ไม่กล้ายอมรับกับตนเอง เขาพยายามใช้วิธีหนีไปอยู่ที่อื่นจะได้ไม่ต้องพบกัน ไม่ต้องอยู่ใกล้กัน เขาอาจจะพอทำใจให้เลิกหลงไหลนางได้ แต่โชคชะตาก็ยังไม่เข้าข้างให้เขาทิ้งระยะห่างจากนางได้มากพอ อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา แม่ทัพใหญ่ว่านได้เชิญเขาไปงานเลี้ยงวันเกิด และบอกว่าอยากจะรู้จักฮูหยินของเขาที่เพิ่งแต่งงานกัน เมื่อครั้งที่แต่งงานกัน เขาไม่ได้เชิญแขกเหรื่อเลย ทำให้แม่ทัพว่านผู้ที่มีบุญคุณกับเขาและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาที่ให้ความเมตตาและช่วยเหลือเขามาหลายอย่างในครั้งอดีตก็พลอยไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานด้วย โม่โฉวจึงขัดมิได้ เขาจำต้องพาฮูหยินผู้นั้นไป แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงนางมากเพียงใดก็จำต้องให้ทหารไปส่งข่าวให้นางเตรียมตัวให้พร้อม เขาจะไปรับนางไปงานเลี้ยงที่จวนแม่ทัพว่านพร้อมกันในวันพรุ่งนี้และเมื่อรถม้าที่มีตราของแม่ทัพจางมู่โฉวติดเอาไว้ที่ข้างตัวรถม้า จอดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนของตนเ
หากเขาได้ขย่มเขาก็คงจะติดใจนางเหมือนๆกันและอดีตสาวใช้นางนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วแต่อย่างใด เมื่อเปิดเปลือยท่อนล่างของนางแล้ว เขาจึงจับลำกายอวบใหญ่ของตนสอดเข้าไปในร่องอวบที่มีน้ำรักของนางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะเล้าโลมนางเลย เขาสอดเข้าไปในร่องอวบที่แห้งผากนั้น พยายามดันลำกายอวบใหญ่เข้าไป แต่มันคับแน่นเพราะนางก็ไม่เคยชาย และแม้เหม่นหลินจะเจ็บปวดอย่างมากแต่นางก็กัดฟันทนเพราะนางต้องการเป็นเมียของแม่ทัพหนุ่มให้จงได้ เขาจึงได้ฝืนดันท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปในร่องอวบของนางแล้วเร่งกระแทกอย่างรุนแรง เขาไม่รู้สึึกมีอารมณ์อีกเช่นเคย กระแทกนางไปอย่างแกนๆ เพียงเท่านั้น เหม่ยหลินพยายามฝืนความเจ็บอย่างสุดความสามารถโยกสะโพกอวบรับเขาอย่างมีจริตเพราะคุณหนูอี้หลานให้นางไปเรียนเคล็ดลับมาจากนางโลมคนหนึ่งมาแล้วภายในวันนี้ สอนนางเรื่องการเข้าหอและการเอาอกเอาใจบุรุษให้ติดใจ นางจึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยั่วยวนและทำให้แม่ทัพหนุ่มหลงไหลให้ได้ เพราะโอกาสครั้งนี้สำคัญกับนางมาก นางหลงรักเขา และต้องการเป็นเมียของเขา และหากจะให้ดีควรจะทำให้เขาหลงไหลนางให้ได้มากกว่าสตรีนางนั้น คุณหนูอี้หลานบอกกับ
หากเขาไปหลงไหลสตรีอื่นนางก็คงยินดี แม้ในใจลึกๆนางก็เริ่มหลงรักเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะนางกับเขาได้กลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆไปเสียแล้ว นางกับเขาสนิทชิดเชื้อกันจนไม่มีอะไรต้องปิดบังต่อกันแล้ว เริงรักกันอย่างเร่าร้อนมาสองค่ำคืนจนแทบไม่ได้หยุดพัก จนพอจะรู้ลีลารักของแต่ละคนว่าชอบให้แต่ละคนปรนเปรอตนเองเช่นไร แต่ความจริงเขาไม่ได้รักนาง และบุรุษก็ย่อมจะมีอะไรกับสตรีใดก็ได้ทั้งนั้น โดยที่ไม่ได้มีความรักให้แก่สตรีผู้นั้น และนางพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปคิดเกินเลยกับคนผู้นั้น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ และนางไม่อยากจะเจ็บปวดกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี้ จะไปหลงรักคนที่เกลียดชังนางเข้าไส้เช่นนี้ได้อย่างไร และโม่โฉวไม่มีทางจะเห็นนางดีกว่าน้องสาวของเขาอย่างแน่นอน ปลายทางมันมีแต่ความเจ็บปวดของนางเพียงเท่านั้น จึงพยายามปัดความรู้สึกพึงใจในตัวบุรุษผู้นี้ออกไป พยายามลืมเขา ไม่สนใจว่าเขาจะมาหรือไม่ หากเขาไม่มาก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ นางจะได้ลืมเขาไป และหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยิ่งพวกเขาหลงลืมนางไปยิ่งจะทำให้หาทางออกไปที่นี่ได้ง่าย เยว่ซินคิดเช่นนั้นคืนนั้นแม่ทัพหนุ่มเดินไปเดินมาในห้องนอ
เมื่อลับกายเว่ยหลงแล้ว แต่มือหนาที่โอบเอวคอดของนางยังไม่ปล่อย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหูของนางยิ่งดูร้อนแรงขึ้น จนนางรู้สึกว่าเหมือนเขาหายใจเป่ารดใบหูของนางถี่ขึ้นและยิ่งดูลมหายใจนั้นอุ่นจัดขึ้นเรื่อยๆ มือหนาก็เริ่มซุกซนมันเคลื่อนสูงขึ้นทีละนิด จนแทบจะมาถึงอกอวบหยุ่นของนางแล้ว “ อุ๊ย !! ท่านแม่ทัพ ไม่นะ ปล่อยข้าก่อน เว่ยหลงไปแล้ว ข้าคิดว่าเขาเชื่อ และเขาคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก ท่านต้องการแค่นี้ใช่ไหม ข้าเป็นสหายของเขามาตั้งแต่เด็ก ข้าดูออกและคิดว่าต่อไปเขาจะไม่มายุ่งกับข้าอีกแล้ว ท่านคงจะปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่ ” เยว่ซินทวงถามเขาทันที เพราะนางรู้ว่าที่เขาแต่งงานกับนางก็เพราะต้องการแยกนางออกจากเว่ยหลง และบัดนี้มันก็ดูท่าว่าจะสำเร็จแล้ว เขาคงไม่ต้องการให้นางอยู่เกะกะสายตาของเขากับญาติผู้น้องของเขาในจวนนี้อีกแล้วริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ เจ้าต้องอยู่ในจวนของข้า จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเว่ยหลงกลับไปทำตัวเป็นสามีที่ดีของน้องสาวของข้าและไม่มีทางจะหวนคืนกลับมาหาเจ้าอีก เมื่อข้าแน่ใจแล้ว ข้าถึงจะปล่อยเจ้าไป ” แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางอย่างเป็นต่อ แต่แล้วเขาก็ร้อง "
แม่ทัพหนุ่มนั่งจิบชายามบ่ายอยู่ในเรือน อยู่ ๆ เว่ยหลงก็เข้ามาแล้วโวยวายทันที “ ท่านแม่ทัพ ท่านมีจุดประสงค์อะไรถึงไปสู่ขอเยว่ซิน ท่านกับนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ข้ารู้นะว่าท่านต้องการช่วยอี้หลาน แต่สิ่งที่ท่านกับนางทำมันเกินไปหรือไม่ ข้ากับเยว่ซินเป็นสหายเก่าแก่กันมาตั้งแต่ยังเด็ก สนิทกันมากและรู้จักกันมาก่อนที่ข้าจะพบอี้หลานด้วยซ้ำ ” มาถึงเขาก็เปิดฉากทันทีว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดโม่โฉวนิ่งฟังน้องเขยที่เดินมาถึงก็โวยวายทันทีอย่างใจเย็น “ เจ้าไปตามฮูหยินมาพบข้าที่นี่ บอกนางว่าสหายเก่าของนางมาพบ ให้รีบมา ” แล้วสาวใช้ผู้นั้นก็รีบเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ปรากฏร่างของเยว่ซินเดินนวยนาดราวกับนางหงส์เข้ามาในห้องโถงหน้าเรือน บุรุษทั้งสองหันไปมองนางพร้อมกันและแทบจะหยุดหายใจพร้อมกันอีกด้วย โม่โฉวหันมาจ้องมองน้องเขยอย่างไม่วางใจ และเว่ยหลงก็หันไปจับผิดพี่ชายของภรรยาเช่นกันราวกับทั้งสองนัดกันเอาไว้ และเมื่อเยว่ซินเห็นเว่ยหลง ก็พลันเข้าใจเหตุการณ์ได้ในทันที ว่าเหตุใดสามีจำเป็นของนางถึงได้ให้สาวใช้ไปตามนางมาที่นี่ และเยว่ซินเองก็อยากให้เขาสบายใจว่านางเต็มใจแต่งงานกั
แม่นมหลิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ ข้าคิดออกแล้วเจ้าค่ะ บุรุษย่อมจะโปรดปรานหญิงงาม หากเราหาหญิงอุ่นเตียงที่งดงามสักคนมาปรนนิบัติท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าคงจะพอป้องกันเรื่องที่ท่านแม่ทัพอาจจะพลาดพลั้งไปหลงไหลหญิงแพศยานั่นเข้าจนได้ ” อี้หลานเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าช้าๆ “ นั่นสินะ บุรุษก็ย่อมต้องอดไม่ได้เมื่อได้ร่วมรักกับหญิงงามก็อาจจะเผลอติดใจเข้า ยิ่งหญิงแพศยาแซ่หนิงนั่นยิ่งงดงามปานนั้น แถมยังมีมารยาสาไถ หลอกลวงบุรุษให้หลงไหลเก่งยิ่งนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ต้องวิ่งมาให้ท่านพี่ช่วยแยกมันจากเว่ยหลงสามีของข้าหรอก หากเราหาหญิงงามที่พอใช้ได้สักคนมาปรนนิบัติท่านพี่ก็อาจจะพอช่วยไม่ให้เขาพลาดพลั้งไปหลงรักมันเข้า แต่ว่า…. แล้วเราจะหาหญิงที่ไว้ใจได้มาจากที่ไหนกัน ” แม่นมหลิวครุ่นคิดแล้วก็พลันนึกออก “ ข้าจะพูดกับสาวใช้นางหนึ่งในจวนนี้ นางงดงามหมดจดไม่น้อย มีทหารและบ่าวชายหลายๆคนเกี้ยวพานางอยู่ แต่นางไม่เคยสนใจใคร คงจะรู้ตัวว่างดงาม จึงคิดว่าจะหาสามีได้ดีกว่าบ่าวในเรือนเดียวกัน และนางก็ดูงดงามไม่น้อย หากจับมาแต่งกายดีๆเข้าหน่อยขี้คร้านจะงดงามไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอคนหนึ่ง และนางก็ดูหัวอ่อนคงจะพอ
แล้วอยู่ๆ เตียงไม้เนื้อหยาบหลังเล็กนั่นก็หักกลางและทำให้ทั้งสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงนั้นหล่นร่วงลงมาพร้อมกับซากของเตียง แม่ทัพหนุ่มที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เขารีบพลิกร่างหนาของตนเองลงนอนด้านล่างเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และพลิกร่างอวบอิ่มในอ้อมกอดให้อยู่บนร่างหนาของเขา แขนล่ำสันกอดนางเอาไว้แนบอก และกลิ้งตัวอย่างรวดเร็วออกไปนอนที่บนพื้นห่างจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนี้ และร่างนุ่มนุ่มของภรรยาสาวก็พลิกกลับมานอนอยู่บนอกล่ำสันแข็งแกร่งของสามี เยว่ซินที่ตกใจไม่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสามีที่บัดนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความเสน่หาที่ยังเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเขา ใบหน้าคมของเขาก้มลงมาและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเยว่ซินทันที อย่างไม่ทันได้ห้ามตนเองอย่างเช่นทุกครั้ง และความเร่าร้อนก็ถูกสานต่ออย่างรวดเร็ว เสียงทั้งหมดในห้องนอนน้อยนั้นดังออกไปจนถึงหน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่บัดนี้มีร่างของคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามแม่ทัพหนุ่มมาจากจวนของท่านลุงของเขา ถูกอี้หลานใช้ให้มาสืบเรื่องของพี่ชายกับสตรีนางนั้นว่าคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้ว สาวใช้เก่าแก่มายืนฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่แล้