แล้วอยู่ๆ เตียงไม้เนื้อหยาบหลังเล็กนั่นก็หักกลางและทำให้ทั้งสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงนั้นหล่นร่วงลงมาพร้อมกับซากของเตียง แม่ทัพหนุ่มที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เขารีบพลิกร่างหนาของตนเองลงนอนด้านล่างเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และพลิกร่างอวบอิ่มในอ้อมกอดให้อยู่บนร่างหนาของเขา แขนล่ำสันกอดนางเอาไว้แนบอก และกลิ้งตัวอย่างรวดเร็วออกไปนอนที่บนพื้นห่างจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนี้ และร่างนุ่มนุ่มของภรรยาสาวก็พลิกกลับมานอนอยู่บนอกล่ำสันแข็งแกร่งของสามี
เยว่ซินที่ตกใจไม่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสามีที่บัดนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความเสน่หาที่ยังเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเขา ใบหน้าคมของเขาก้มลงมาและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเยว่ซินทันที อย่างไม่ทันได้ห้ามตนเองอย่างเช่นทุกครั้ง และความเร่าร้อนก็ถูกสานต่ออย่างรวดเร็ว
เสียงทั้งหมดในห้องนอนน้อยนั้นดังออกไปจนถึงหน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่บัดนี้มีร่างของคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามแม่ทัพหนุ่มมาจากจวนของท่านลุงของเขา ถูกอี้หลานใช้ให้มาสืบเรื่องของพี่ชายกับสตรีนางนั้นว่าคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้ว สาวใช้เก่าแก่มายืนฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่แล้ว นางได้รับคำสั่งให้มาสอดส่องว่าแม่ทัพหนุ่มไปหาฮูหยินที่ไม่มีใครต้องการนั่นหรือยัง แต่สิ่งที่ได้รับรู้นั้นมันยิ่งกว่าที่นางคาดเอาไว้
คนรับใช้เก่าแก่นั้นคือแม่นมหลิวนางช่วยท่านลุงของเขาเลี้ยงคุณชายจางหรือแม่ทัพจางมาตั้งแต่เด็ก นางก็ชิงชังฮูหยินชั่วคราวผู้นี้ไม่ต่างกับนายของตนเอง ตามประสานายว่าอย่างไรบ่าวก็ว่าอย่างนั้น เมื่อได้ยินเสียงแม่ทัพหนุ่มร้องครวญครางอย่างสุขสมและเสียงร่วมรักที่เร่าร้อนดังเช่นสามีภรรยาที่รักและเต็มใจแต่งงานกันเช่นนี้ ทำให้นางไม่ค่อยพึงใจเท่าใดนัก เหมือนแม่ทัพหนุ่มจะหลงไหลหญิงแพศยานั่นเข้าแล้ว
แม่นมหลิวเมื่อยืนฟังเสียงร่วมรักดังเช่นสามีภรรยาที่รักกันมากอยู่ครู่ใหญ่จนพอจะมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นออกว่าแม่ทัพหนุ่มนั้นคือบุรุษผู้หนึ่งย่อมจะเกิดความหลงไหลสตรีที่งดงามและหลงมารยาของหญิงแพศยานี่ได้ เมื่อแน่ใจว่าได้เรื่องที่ต้องรายงานคุณอี้หลานนายของตนแล้วจึงได้เดินจากไป
ขณะที่แม่ทัพหนุ่มโยกขย่มร่างอวบของฮูหยินที่เขาไม่ต้องการอย่างเร่าร้อนบนพื้นหน้าเตียงที่เลยพ้นจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนั่นไปเล็กน้อย เขารู้สึกสุขสมเหลือเกินอย่างที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิตหนุ่มของเขา และเขาได้หลงลืมตนประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มที่ร้องครวญครางอย่างเสียวซ่านอยู่ใต้ร่างเขาไปจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว นับจากที่ได้หลงลืมตนไปในครั้งแรกก็ย่อมจะมีครั้งต่อๆ ไปตามมา
ลิ้นสากที่ร้อนรุ่มสอดเข้าไปในปากอวบอิ่มนั้น เขาพบว่ามันหวานถูกใจเขาเหลือเกินสมกับที่เฝ้าฝันถึงมันมาทั้งวันนับจากการเข้าหอในค่ำคืนแรกแล้ว แต่ค่ำคืนแรกไม่ได้จูบนางอย่างที่อยากทำ เพราะความอคติที่มีต่อเจ้าสาวหมาดๆ แต่บัดนี้ทุกอย่างพังทะลายไปจนสิ้น ลิ้นสากควานชิมความหวานในปากของนางจนพบกับลิ้นเล็กนิ่มนุ่มของนาง จึงได้เข้าเกี่ยวพันมันอย่างเร่าร้อน ยิ่งเขาจูบนางเขายิ่งติดใจ
จึงจูบนางอย่างดูดดื่มยาวนานจนกลายเป็นอ่อนหวานเว้าวอนดังเช่นคู่รักที่เฝ้าจูบกันอย่างรักใคร่หลงไหลในกันและกัน ทั้งสองต่างหลงลืมตนไปจนสิ้นว่าไม่ได้รักกัน ยิ่งแม่ทัพหนุ่มนั้นหลงลืมไปสิ้นว่าเขาเกลียดนาง ชิงชัง รังเกียจจนไม่อยากจะแตะต้องร่างกายของนาง เพราะคิดว่าตัวของนางนั้นล้วนแปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษหลายๆคนมาแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่านางยังบริสุทธิ์และเขานั้นได้พิสูจน์มันมาด้วยตนเอง จึงไม่มีสิ่งที่ให้ต้องกังขา นางร่านร้อน แม้ยังไม่เคยชาย เรื่องนี้เขาพึงใจมาก
ยิ่งจูบยิ่งติดใจหลงไหลนาง ขณะที่บั้นเอวของเขามันเหมือนมีชีวิตของตนเอง มันโยกไหวอย่างรัวเร็ว และถี่ยิบ เร่งขย่มร่องอวบของนางอย่างเมามัน ปากก็ร้องครวญครางอย่างสุขสมยิ่งนัก จนเมื่อเสร็จสมไปถึงสามครั้งแล้ว เขาก็ยังมีเรี่ยวแรงที่จะจับร่างอวบของนางพลิกคว่ำแล้วสอดลำกายอวบใหญ่เข้าไปในร่องอวบของนางจากทางด้านหลังอีกครั้ง ยิ่งเขามองเห็นก้นอวบอัดของนางที่มันทั้งอวบทั้งขาวผ่อง เขายิ่งเกิดอารมณ์อย่างมาก เขาทั้งบีบเค้นจนมันขึ้นสีและตบตีมันอย่างรุนแรง แต่ก้นอวบอัดนั้นก็ยังโยกขึ้นหาลำกายแกร่งของเขาอย่างยั่วยวน และนางยังหันมาชำเลืองมองเขาด้วยสายตาหวานฉ่ำ เพราะบัดนี้อารมณ์รักของนางก็พุ่งขึ้นสูงไม่ได้ต่างจากเขา
แม่ทัพหนุ่มโยกขย่มร่องอวบของเยว่ซินอย่างรุนแรงจากทางด้านหลัง ร่างหนานอนคว่ำอยู่บนร่างอวบของนางอย่างแนบชิดจนแทบจะกลายเป็นร่างเดียวกัน แล้วโยกขย่มนางอย่างรุนแรง และร้องครางเสียงกระหึ่มในลำคอหนาดังเช่นสัตว์บาดเจ็บที่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด “ เจ้ามันร่านเช่นนี้เอง เว่ยหลงจึงได้หลงไหลเจ้าจนไม่ลืมหูลืมตา แล้วยังมีบุรุษอีกกี่คนที่เจ้าไปหว่านเสน่ห์พวกเขาไว้ ” แม่ทัพหนุ่มกระซิบถามนางเสียงกระเส่าด้วยอารมณ์กำหนัดที่พุ่งขึ้นสูง ยิ่งเขารู้สึกว่าเขาเองก็เริ่มจะติดใจนางและหลงไหลนางเข้าแล้ว ก็ยิ่งคิดระแวงไปว่ามีบุรุษกี่คนแล้วที่เป็นเช่นเขา
เยว่ซินที่บัดนี้ก็รู้สึกว่าตนเองร่าน ทั้งร่าน ทั้งอยาก อยากเหลือเกิน อยากจะให้เขาขย่มนางอย่างรุนแรงจนจะขาดใจ นางต้องการท่อนเอ็นของแม่ทัพผู้นี้ นางยอมรับ และต้องเป็นเขาเพียงเท่านั้น จึงได้เอ่ยปากบอกเขาไปว่าด้วยเสียงที่กระเส่าปานกันว่า
“ อ๊าาาา อ๊าาา ใช่เจ้าค่ะ ข้ามันร่าน ร่านมาก และไม่ใช่เพียงเว่ยหลงหรือบุรุษอื่นๆเพียงเท่านั้น ที่ข้าปั่นหัวให้พวกเขาหลงไหลข้าจนโงข้าไม่ขึ้น…อ๊าาาา อ๊าาา แต่มันก็รวมไปถึงท่านด้วย อ๊าาาา อ๊าาาา ต่อไปข้าปั่นหัวให้ท่านหลงข้าจนโงหัวไม่ขึ้นเช่นกัน อ๊าาา อ๊าาา ” แม้นางจะตกอยู่ในห้วงเสน่หาของเขา แต่ก็อดที่จะตอบโต้วาจาเจ็บแสบที่เขายังคงเอ่ยเยาะหยันนางไม่วาย นางไม่สนใจว่าเขาจะคิดเช่นไร เพราะอย่างไรนางก็เป็นสตรีแพศยาในสายตาของเขาและของญาติผู้น้องของเขาอยู่แล้ว
ส่งผลให้นางยิ่งถูกแม่ทัพหนุ่มกระแทกท่อนเอ็นอวบใหญ่อย่างรุนแรงใส่ร่องอวบร่านๆของนาง เพราะโมโหไม่น้อยกับวาจาของนาง ทั้งความหึงหวงที่ก่อตัวขึ้นมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวอีกด้วย “ โอ้วววว ไม่ใช่ต่่อไปหรอก เพราะตอนนี้ข้าก็หัวปั่นเพราะเจ้ามากพอแล้ว โอ้ววว โอ้วววว เสียว เสียวเหลือเกิน โอ้วววว ”
ทั้งสองโยกเข้าหากันอย่างเร่าร้อนและดุเดือดยิ่งนัก ต่างก็หลงลืมไปจนสิ้นว่าเกลียดกันยิ่งนัก และไม่ได้ต้องการแต่งงานกันเลยแม้แต่น้อย ต่างโยกขยับเข้าหากันอย่างรุนแรงเร่าร้อน ตราบจนรุ่งสางเสียงครวญครางอย่างสุขสมของทั้งคู่จึงได้เงียบสงบลง เพราะต่างก็หมดแรงล้มตัวลงนอนซุกตัวในผ้าผวยผืนเดียวกันและกอดกันกลมอยู่บนพรมปูพื้นกลางห้องแห่งนั้น
เมื่อได้ยินทุกเรื่องราวที่แม่นมหลิวมารายงาน จางอี้หลันอึ้งงันไปครู่ใหญ่ “ แม่นมคิดว่าเราจะทำเช่นไร ไม่ให้พี่โม่โฉวพลาดไปหลงไหลนังแพศยานั่นไปมากกว่านี้ ขนาดว่าเขาก็เกลียดมันเข้าไส้ รังเกียจมันอย่างเห็นได้ชัด ก็ยังไม่วายร่วมรักกับมันดังเช่นคู่รักที่รักกันปานจะกลืนเช่นนั้น แต่เขาก็คือบุรุษย่อมมีจุดอ่อนคือสตรีที่งดงาม และนังแพศยานั่นก็มีอย่างล้นเหลือเสียด้วย พวกเราจะทำอย่างไรดี ไม่ให้ท่านพี่ตกหลุมพลางของนังแพศยานั่นเข้าอีกคน แค่จำต้องให้เขาไปร่วมรักกับมันเพื่อจะมีบุตรก็แย่อยู่แล้ว ยังต้องเกรงว่าเขาจะติดใจมันเข้าไปอีก ”
แม่นมหลิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ ข้าคิดออกแล้วเจ้าค่ะ บุรุษย่อมจะโปรดปรานหญิงงาม หากเราหาหญิงอุ่นเตียงที่งดงามสักคนมาปรนนิบัติท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าคงจะพอป้องกันเรื่องที่ท่านแม่ทัพอาจจะพลาดพลั้งไปหลงไหลหญิงแพศยานั่นเข้าจนได้ ” อี้หลานเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าช้าๆ “ นั่นสินะ บุรุษก็ย่อมต้องอดไม่ได้เมื่อได้ร่วมรักกับหญิงงามก็อาจจะเผลอติดใจเข้า ยิ่งหญิงแพศยาแซ่หนิงนั่นยิ่งงดงามปานนั้น แถมยังมีมารยาสาไถ หลอกลวงบุรุษให้หลงไหลเก่งยิ่งนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ต้องวิ่งมาให้ท่านพี่ช่วยแยกมันจากเว่ยหลงสามีของข้าหรอก หากเราหาหญิงงามที่พอใช้ได้สักคนมาปรนนิบัติท่านพี่ก็อาจจะพอช่วยไม่ให้เขาพลาดพลั้งไปหลงรักมันเข้า แต่ว่า…. แล้วเราจะหาหญิงที่ไว้ใจได้มาจากที่ไหนกัน ” แม่นมหลิวครุ่นคิดแล้วก็พลันนึกออก “ ข้าจะพูดกับสาวใช้นางหนึ่งในจวนนี้ นางงดงามหมดจดไม่น้อย มีทหารและบ่าวชายหลายๆคนเกี้ยวพานางอยู่ แต่นางไม่เคยสนใจใคร คงจะรู้ตัวว่างดงาม จึงคิดว่าจะหาสามีได้ดีกว่าบ่าวในเรือนเดียวกัน และนางก็ดูงดงามไม่น้อย หากจับมาแต่งกายดีๆเข้าหน่อยขี้คร้านจะงดงามไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอคนหนึ่ง และนางก็ดูหัวอ่อนคงจะพอ
แม่ทัพหนุ่มนั่งจิบชายามบ่ายอยู่ในเรือน อยู่ ๆ เว่ยหลงก็เข้ามาแล้วโวยวายทันที “ ท่านแม่ทัพ ท่านมีจุดประสงค์อะไรถึงไปสู่ขอเยว่ซิน ท่านกับนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ข้ารู้นะว่าท่านต้องการช่วยอี้หลาน แต่สิ่งที่ท่านกับนางทำมันเกินไปหรือไม่ ข้ากับเยว่ซินเป็นสหายเก่าแก่กันมาตั้งแต่ยังเด็ก สนิทกันมากและรู้จักกันมาก่อนที่ข้าจะพบอี้หลานด้วยซ้ำ ” มาถึงเขาก็เปิดฉากทันทีว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดโม่โฉวนิ่งฟังน้องเขยที่เดินมาถึงก็โวยวายทันทีอย่างใจเย็น “ เจ้าไปตามฮูหยินมาพบข้าที่นี่ บอกนางว่าสหายเก่าของนางมาพบ ให้รีบมา ” แล้วสาวใช้ผู้นั้นก็รีบเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ปรากฏร่างของเยว่ซินเดินนวยนาดราวกับนางหงส์เข้ามาในห้องโถงหน้าเรือน บุรุษทั้งสองหันไปมองนางพร้อมกันและแทบจะหยุดหายใจพร้อมกันอีกด้วย โม่โฉวหันมาจ้องมองน้องเขยอย่างไม่วางใจ และเว่ยหลงก็หันไปจับผิดพี่ชายของภรรยาเช่นกันราวกับทั้งสองนัดกันเอาไว้ และเมื่อเยว่ซินเห็นเว่ยหลง ก็พลันเข้าใจเหตุการณ์ได้ในทันที ว่าเหตุใดสามีจำเป็นของนางถึงได้ให้สาวใช้ไปตามนางมาที่นี่ และเยว่ซินเองก็อยากให้เขาสบายใจว่านางเต็มใจแต่งงานกั
เมื่อลับกายเว่ยหลงแล้ว แต่มือหนาที่โอบเอวคอดของนางยังไม่ปล่อย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหูของนางยิ่งดูร้อนแรงขึ้น จนนางรู้สึกว่าเหมือนเขาหายใจเป่ารดใบหูของนางถี่ขึ้นและยิ่งดูลมหายใจนั้นอุ่นจัดขึ้นเรื่อยๆ มือหนาก็เริ่มซุกซนมันเคลื่อนสูงขึ้นทีละนิด จนแทบจะมาถึงอกอวบหยุ่นของนางแล้ว “ อุ๊ย !! ท่านแม่ทัพ ไม่นะ ปล่อยข้าก่อน เว่ยหลงไปแล้ว ข้าคิดว่าเขาเชื่อ และเขาคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก ท่านต้องการแค่นี้ใช่ไหม ข้าเป็นสหายของเขามาตั้งแต่เด็ก ข้าดูออกและคิดว่าต่อไปเขาจะไม่มายุ่งกับข้าอีกแล้ว ท่านคงจะปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่ ” เยว่ซินทวงถามเขาทันที เพราะนางรู้ว่าที่เขาแต่งงานกับนางก็เพราะต้องการแยกนางออกจากเว่ยหลง และบัดนี้มันก็ดูท่าว่าจะสำเร็จแล้ว เขาคงไม่ต้องการให้นางอยู่เกะกะสายตาของเขากับญาติผู้น้องของเขาในจวนนี้อีกแล้วริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ เจ้าต้องอยู่ในจวนของข้า จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเว่ยหลงกลับไปทำตัวเป็นสามีที่ดีของน้องสาวของข้าและไม่มีทางจะหวนคืนกลับมาหาเจ้าอีก เมื่อข้าแน่ใจแล้ว ข้าถึงจะปล่อยเจ้าไป ” แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางอย่างเป็นต่อ แต่แล้วเขาก็ร้อง "
หากเขาไปหลงไหลสตรีอื่นนางก็คงยินดี แม้ในใจลึกๆนางก็เริ่มหลงรักเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะนางกับเขาได้กลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆไปเสียแล้ว นางกับเขาสนิทชิดเชื้อกันจนไม่มีอะไรต้องปิดบังต่อกันแล้ว เริงรักกันอย่างเร่าร้อนมาสองค่ำคืนจนแทบไม่ได้หยุดพัก จนพอจะรู้ลีลารักของแต่ละคนว่าชอบให้แต่ละคนปรนเปรอตนเองเช่นไร แต่ความจริงเขาไม่ได้รักนาง และบุรุษก็ย่อมจะมีอะไรกับสตรีใดก็ได้ทั้งนั้น โดยที่ไม่ได้มีความรักให้แก่สตรีผู้นั้น และนางพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปคิดเกินเลยกับคนผู้นั้น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ และนางไม่อยากจะเจ็บปวดกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี้ จะไปหลงรักคนที่เกลียดชังนางเข้าไส้เช่นนี้ได้อย่างไร และโม่โฉวไม่มีทางจะเห็นนางดีกว่าน้องสาวของเขาอย่างแน่นอน ปลายทางมันมีแต่ความเจ็บปวดของนางเพียงเท่านั้น จึงพยายามปัดความรู้สึกพึงใจในตัวบุรุษผู้นี้ออกไป พยายามลืมเขา ไม่สนใจว่าเขาจะมาหรือไม่ หากเขาไม่มาก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ นางจะได้ลืมเขาไป และหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยิ่งพวกเขาหลงลืมนางไปยิ่งจะทำให้หาทางออกไปที่นี่ได้ง่าย เยว่ซินคิดเช่นนั้นคืนนั้นแม่ทัพหนุ่มเดินไปเดินมาในห้องนอ
หากเขาได้ขย่มเขาก็คงจะติดใจนางเหมือนๆกันและอดีตสาวใช้นางนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วแต่อย่างใด เมื่อเปิดเปลือยท่อนล่างของนางแล้ว เขาจึงจับลำกายอวบใหญ่ของตนสอดเข้าไปในร่องอวบที่มีน้ำรักของนางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะเล้าโลมนางเลย เขาสอดเข้าไปในร่องอวบที่แห้งผากนั้น พยายามดันลำกายอวบใหญ่เข้าไป แต่มันคับแน่นเพราะนางก็ไม่เคยชาย และแม้เหม่นหลินจะเจ็บปวดอย่างมากแต่นางก็กัดฟันทนเพราะนางต้องการเป็นเมียของแม่ทัพหนุ่มให้จงได้ เขาจึงได้ฝืนดันท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปในร่องอวบของนางแล้วเร่งกระแทกอย่างรุนแรง เขาไม่รู้สึึกมีอารมณ์อีกเช่นเคย กระแทกนางไปอย่างแกนๆ เพียงเท่านั้น เหม่ยหลินพยายามฝืนความเจ็บอย่างสุดความสามารถโยกสะโพกอวบรับเขาอย่างมีจริตเพราะคุณหนูอี้หลานให้นางไปเรียนเคล็ดลับมาจากนางโลมคนหนึ่งมาแล้วภายในวันนี้ สอนนางเรื่องการเข้าหอและการเอาอกเอาใจบุรุษให้ติดใจ นางจึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยั่วยวนและทำให้แม่ทัพหนุ่มหลงไหลให้ได้ เพราะโอกาสครั้งนี้สำคัญกับนางมาก นางหลงรักเขา และต้องการเป็นเมียของเขา และหากจะให้ดีควรจะทำให้เขาหลงไหลนางให้ได้มากกว่าสตรีนางนั้น คุณหนูอี้หลานบอกกับ
โมโฉ่วมิอาจจะทนอยู่ในจวนแม่ทัพของตนเองได้ เพราะเขากลัวว่าเขาจะผิดวาจาและกลัวว่าสตรีนางนั้นจะมีอิทธิพลต่อเขาและเขาจะตกหลุมรักนางเข้า แม้พอจะรู้ว่าไม่ทันแล้ว หัวใจบ้าๆของเขามันหลงรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว แต่ก็ไม่กล้ายอมรับกับตนเอง เขาพยายามใช้วิธีหนีไปอยู่ที่อื่นจะได้ไม่ต้องพบกัน ไม่ต้องอยู่ใกล้กัน เขาอาจจะพอทำใจให้เลิกหลงไหลนางได้ แต่โชคชะตาก็ยังไม่เข้าข้างให้เขาทิ้งระยะห่างจากนางได้มากพอ อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา แม่ทัพใหญ่ว่านได้เชิญเขาไปงานเลี้ยงวันเกิด และบอกว่าอยากจะรู้จักฮูหยินของเขาที่เพิ่งแต่งงานกัน เมื่อครั้งที่แต่งงานกัน เขาไม่ได้เชิญแขกเหรื่อเลย ทำให้แม่ทัพว่านผู้ที่มีบุญคุณกับเขาและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาที่ให้ความเมตตาและช่วยเหลือเขามาหลายอย่างในครั้งอดีตก็พลอยไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานด้วย โม่โฉวจึงขัดมิได้ เขาจำต้องพาฮูหยินผู้นั้นไป แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงนางมากเพียงใดก็จำต้องให้ทหารไปส่งข่าวให้นางเตรียมตัวให้พร้อม เขาจะไปรับนางไปงานเลี้ยงที่จวนแม่ทัพว่านพร้อมกันในวันพรุ่งนี้และเมื่อรถม้าที่มีตราของแม่ทัพจางมู่โฉวติดเอาไว้ที่ข้างตัวรถม้า จอดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนของตนเ
“ เราทำการแสดงก็ต้องให้มันสมจริง เราพลอดรักกันหวานชื่น ให้ผู้อื่นเห็นกันให้ทั่วๆ ในงานนี้นอกจากพวกทหารก็มีพวกพ่อค้าและพวกขุนนางจวนต่างๆก็มากันมากอยู่ และพวกเขาก็ต่างพาฮูหยินและบุตรสาวบุตรชายพวกเขามาด้วยกัน เรื่องพวกนี้จะได้ไปเข้าหูเว่ยหลงอย่างไรเล่ายิ่งเขาได้ยินจากผู้อื่นเขาก็จะยิ่งแน่ใจว่าเราแต่งงานกันและอยู่กินกันฉันท์ผัวเมียจริงๆ แล้วเขาจะได้ตัดใจจากเจ้าได้ง่ายๆ ต่อไปข้าจะหาทางให้เขาย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองอื่น เพราะเขามีกิจการหลายแห่ง หากย้ายไปอยู่ที่อื่นที่มันไกลจากเจ้าเสียหน่อย ข้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น เจ้าก็รอหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าไม่วางใจว่าเขาจะยอมเลิกราง่ายๆ ” โม่โฉวแอบอ้างเช่นนั้นเพื่อต้องการให้นางเชื่อทั้งที่จริงเขารู้ว่าเจ้าน้องเขยตัวดีไม่กล้าอาจหาญแย่งนางจากเขาหรอก เพราะเจ้าหมอนั่นมันรู้ว่าเขาเป็นเช่นไร เขาจะไม่เอามันไว้แน่หากมันมายุ่งกับสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นเม่ียของเขา แต่เขาจะต้องไม่ทำให้เจ้านั่นมันรู้ว่าเขาแสร้งทำเป็นรับนางเป็นฮูหยิน ขณะที่ทั้งสองสนทนากันเบาๆอยู่นั้น ในงานเลี้ยง มีบุรุษมากมายที่จ้องมองนางด้วยความหลงไหล และมีคนที่รู้จักนางหรือไม่ก็เป็นพี่ชาย
ยิ่งวันนี้เขาเห็นสายตาบุรุษหลายคนๆจับจ้องมองนาง แม้จะรู้ว่านางแต่งงานแล้วก็ยังมอง แถมยังมีคนมาทักทายนางหลายคน ทำให้ได้รู้ว่านางรู้จักบุรุษไม่น้อย นี่ถ้าหากเขาไม่ได้พิสูจน์ด้วยตนเองว่านางไม่เคยชาย เขาคงจะคิดว่านางร่านชายและตกเป็นของบุรุษอื่นมาหลายคนแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะเขาเองก็รู้ดีแก่ใจนางรักษาตัวเอาไว้ได้จนมาถึงเขาที่เป็นสามี และใ่ช่เขาเป็นสามีของนางแท้ๆ แต่งงานกันแล้ว แม้จะเป็นแค่ป้ายชื่อแต่เขาก็พร้อมจะตีมึนอยู่แล้วว่าพิิธีแต่งนั้นเสร็จสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว วันนี้เขาเสียใจมากที่ไม่ยอมมาเข้าพิธีกับเจ้าสาวที่งดงามถึงขนาดนี้ ตอนนี้ความหึงหวงมันเริ่มมาเต็มร้อย ดวงตาคู่คมก็คอยแต่จับจ้องกลัวจะมีใครมาทำเกินเลยกับนาง โม่โฉวจึงได้รู้ว่าเขาตกหลุมรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว และบัดนี้ยังไม่รู้ว่าจะปีนป่ายขึ้นมาได้อย่างไรและในที่สุดเขาก็โล่งใจ ถอนหายใจได้เสียทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เขาจะได้พานางกลับบ้านและจะไม่ยอมให้นางมาออกงานอีกถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ก็จนกว่านางจะมีบุตรให้กับเขาหลายๆคนแล้ว แม่ทัพหนุ่มวางแผนเอาไว้ ไม่ได้คิดเลยว่าตนเองกับนางไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรักดังเช่นคู่สมรสอื่นๆสักนิดและเมื่อออก
ยิ่งวันนี้เขาเห็นสายตาบุรุษหลายคนๆจับจ้องมองนาง แม้จะรู้ว่านางแต่งงานแล้วก็ยังมอง แถมยังมีคนมาทักทายนางหลายคน ทำให้ได้รู้ว่านางรู้จักบุรุษไม่น้อย นี่ถ้าหากเขาไม่ได้พิสูจน์ด้วยตนเองว่านางไม่เคยชาย เขาคงจะคิดว่านางร่านชายและตกเป็นของบุรุษอื่นมาหลายคนแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะเขาเองก็รู้ดีแก่ใจนางรักษาตัวเอาไว้ได้จนมาถึงเขาที่เป็นสามี และใ่ช่เขาเป็นสามีของนางแท้ๆ แต่งงานกันแล้ว แม้จะเป็นแค่ป้ายชื่อแต่เขาก็พร้อมจะตีมึนอยู่แล้วว่าพิิธีแต่งนั้นเสร็จสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว วันนี้เขาเสียใจมากที่ไม่ยอมมาเข้าพิธีกับเจ้าสาวที่งดงามถึงขนาดนี้ ตอนนี้ความหึงหวงมันเริ่มมาเต็มร้อย ดวงตาคู่คมก็คอยแต่จับจ้องกลัวจะมีใครมาทำเกินเลยกับนาง โม่โฉวจึงได้รู้ว่าเขาตกหลุมรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว และบัดนี้ยังไม่รู้ว่าจะปีนป่ายขึ้นมาได้อย่างไรและในที่สุดเขาก็โล่งใจ ถอนหายใจได้เสียทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เขาจะได้พานางกลับบ้านและจะไม่ยอมให้นางมาออกงานอีกถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ก็จนกว่านางจะมีบุตรให้กับเขาหลายๆคนแล้ว แม่ทัพหนุ่มวางแผนเอาไว้ ไม่ได้คิดเลยว่าตนเองกับนางไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรักดังเช่นคู่สมรสอื่นๆสักนิดและเมื่อออก
“ เราทำการแสดงก็ต้องให้มันสมจริง เราพลอดรักกันหวานชื่น ให้ผู้อื่นเห็นกันให้ทั่วๆ ในงานนี้นอกจากพวกทหารก็มีพวกพ่อค้าและพวกขุนนางจวนต่างๆก็มากันมากอยู่ และพวกเขาก็ต่างพาฮูหยินและบุตรสาวบุตรชายพวกเขามาด้วยกัน เรื่องพวกนี้จะได้ไปเข้าหูเว่ยหลงอย่างไรเล่ายิ่งเขาได้ยินจากผู้อื่นเขาก็จะยิ่งแน่ใจว่าเราแต่งงานกันและอยู่กินกันฉันท์ผัวเมียจริงๆ แล้วเขาจะได้ตัดใจจากเจ้าได้ง่ายๆ ต่อไปข้าจะหาทางให้เขาย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองอื่น เพราะเขามีกิจการหลายแห่ง หากย้ายไปอยู่ที่อื่นที่มันไกลจากเจ้าเสียหน่อย ข้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น เจ้าก็รอหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าไม่วางใจว่าเขาจะยอมเลิกราง่ายๆ ” โม่โฉวแอบอ้างเช่นนั้นเพื่อต้องการให้นางเชื่อทั้งที่จริงเขารู้ว่าเจ้าน้องเขยตัวดีไม่กล้าอาจหาญแย่งนางจากเขาหรอก เพราะเจ้าหมอนั่นมันรู้ว่าเขาเป็นเช่นไร เขาจะไม่เอามันไว้แน่หากมันมายุ่งกับสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นเม่ียของเขา แต่เขาจะต้องไม่ทำให้เจ้านั่นมันรู้ว่าเขาแสร้งทำเป็นรับนางเป็นฮูหยิน ขณะที่ทั้งสองสนทนากันเบาๆอยู่นั้น ในงานเลี้ยง มีบุรุษมากมายที่จ้องมองนางด้วยความหลงไหล และมีคนที่รู้จักนางหรือไม่ก็เป็นพี่ชาย
โมโฉ่วมิอาจจะทนอยู่ในจวนแม่ทัพของตนเองได้ เพราะเขากลัวว่าเขาจะผิดวาจาและกลัวว่าสตรีนางนั้นจะมีอิทธิพลต่อเขาและเขาจะตกหลุมรักนางเข้า แม้พอจะรู้ว่าไม่ทันแล้ว หัวใจบ้าๆของเขามันหลงรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว แต่ก็ไม่กล้ายอมรับกับตนเอง เขาพยายามใช้วิธีหนีไปอยู่ที่อื่นจะได้ไม่ต้องพบกัน ไม่ต้องอยู่ใกล้กัน เขาอาจจะพอทำใจให้เลิกหลงไหลนางได้ แต่โชคชะตาก็ยังไม่เข้าข้างให้เขาทิ้งระยะห่างจากนางได้มากพอ อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา แม่ทัพใหญ่ว่านได้เชิญเขาไปงานเลี้ยงวันเกิด และบอกว่าอยากจะรู้จักฮูหยินของเขาที่เพิ่งแต่งงานกัน เมื่อครั้งที่แต่งงานกัน เขาไม่ได้เชิญแขกเหรื่อเลย ทำให้แม่ทัพว่านผู้ที่มีบุญคุณกับเขาและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาที่ให้ความเมตตาและช่วยเหลือเขามาหลายอย่างในครั้งอดีตก็พลอยไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานด้วย โม่โฉวจึงขัดมิได้ เขาจำต้องพาฮูหยินผู้นั้นไป แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงนางมากเพียงใดก็จำต้องให้ทหารไปส่งข่าวให้นางเตรียมตัวให้พร้อม เขาจะไปรับนางไปงานเลี้ยงที่จวนแม่ทัพว่านพร้อมกันในวันพรุ่งนี้และเมื่อรถม้าที่มีตราของแม่ทัพจางมู่โฉวติดเอาไว้ที่ข้างตัวรถม้า จอดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนของตนเ
หากเขาได้ขย่มเขาก็คงจะติดใจนางเหมือนๆกันและอดีตสาวใช้นางนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วแต่อย่างใด เมื่อเปิดเปลือยท่อนล่างของนางแล้ว เขาจึงจับลำกายอวบใหญ่ของตนสอดเข้าไปในร่องอวบที่มีน้ำรักของนางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะเล้าโลมนางเลย เขาสอดเข้าไปในร่องอวบที่แห้งผากนั้น พยายามดันลำกายอวบใหญ่เข้าไป แต่มันคับแน่นเพราะนางก็ไม่เคยชาย และแม้เหม่นหลินจะเจ็บปวดอย่างมากแต่นางก็กัดฟันทนเพราะนางต้องการเป็นเมียของแม่ทัพหนุ่มให้จงได้ เขาจึงได้ฝืนดันท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปในร่องอวบของนางแล้วเร่งกระแทกอย่างรุนแรง เขาไม่รู้สึึกมีอารมณ์อีกเช่นเคย กระแทกนางไปอย่างแกนๆ เพียงเท่านั้น เหม่ยหลินพยายามฝืนความเจ็บอย่างสุดความสามารถโยกสะโพกอวบรับเขาอย่างมีจริตเพราะคุณหนูอี้หลานให้นางไปเรียนเคล็ดลับมาจากนางโลมคนหนึ่งมาแล้วภายในวันนี้ สอนนางเรื่องการเข้าหอและการเอาอกเอาใจบุรุษให้ติดใจ นางจึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยั่วยวนและทำให้แม่ทัพหนุ่มหลงไหลให้ได้ เพราะโอกาสครั้งนี้สำคัญกับนางมาก นางหลงรักเขา และต้องการเป็นเมียของเขา และหากจะให้ดีควรจะทำให้เขาหลงไหลนางให้ได้มากกว่าสตรีนางนั้น คุณหนูอี้หลานบอกกับ
หากเขาไปหลงไหลสตรีอื่นนางก็คงยินดี แม้ในใจลึกๆนางก็เริ่มหลงรักเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะนางกับเขาได้กลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆไปเสียแล้ว นางกับเขาสนิทชิดเชื้อกันจนไม่มีอะไรต้องปิดบังต่อกันแล้ว เริงรักกันอย่างเร่าร้อนมาสองค่ำคืนจนแทบไม่ได้หยุดพัก จนพอจะรู้ลีลารักของแต่ละคนว่าชอบให้แต่ละคนปรนเปรอตนเองเช่นไร แต่ความจริงเขาไม่ได้รักนาง และบุรุษก็ย่อมจะมีอะไรกับสตรีใดก็ได้ทั้งนั้น โดยที่ไม่ได้มีความรักให้แก่สตรีผู้นั้น และนางพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปคิดเกินเลยกับคนผู้นั้น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ และนางไม่อยากจะเจ็บปวดกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี้ จะไปหลงรักคนที่เกลียดชังนางเข้าไส้เช่นนี้ได้อย่างไร และโม่โฉวไม่มีทางจะเห็นนางดีกว่าน้องสาวของเขาอย่างแน่นอน ปลายทางมันมีแต่ความเจ็บปวดของนางเพียงเท่านั้น จึงพยายามปัดความรู้สึกพึงใจในตัวบุรุษผู้นี้ออกไป พยายามลืมเขา ไม่สนใจว่าเขาจะมาหรือไม่ หากเขาไม่มาก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ นางจะได้ลืมเขาไป และหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยิ่งพวกเขาหลงลืมนางไปยิ่งจะทำให้หาทางออกไปที่นี่ได้ง่าย เยว่ซินคิดเช่นนั้นคืนนั้นแม่ทัพหนุ่มเดินไปเดินมาในห้องนอ
เมื่อลับกายเว่ยหลงแล้ว แต่มือหนาที่โอบเอวคอดของนางยังไม่ปล่อย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหูของนางยิ่งดูร้อนแรงขึ้น จนนางรู้สึกว่าเหมือนเขาหายใจเป่ารดใบหูของนางถี่ขึ้นและยิ่งดูลมหายใจนั้นอุ่นจัดขึ้นเรื่อยๆ มือหนาก็เริ่มซุกซนมันเคลื่อนสูงขึ้นทีละนิด จนแทบจะมาถึงอกอวบหยุ่นของนางแล้ว “ อุ๊ย !! ท่านแม่ทัพ ไม่นะ ปล่อยข้าก่อน เว่ยหลงไปแล้ว ข้าคิดว่าเขาเชื่อ และเขาคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก ท่านต้องการแค่นี้ใช่ไหม ข้าเป็นสหายของเขามาตั้งแต่เด็ก ข้าดูออกและคิดว่าต่อไปเขาจะไม่มายุ่งกับข้าอีกแล้ว ท่านคงจะปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่ ” เยว่ซินทวงถามเขาทันที เพราะนางรู้ว่าที่เขาแต่งงานกับนางก็เพราะต้องการแยกนางออกจากเว่ยหลง และบัดนี้มันก็ดูท่าว่าจะสำเร็จแล้ว เขาคงไม่ต้องการให้นางอยู่เกะกะสายตาของเขากับญาติผู้น้องของเขาในจวนนี้อีกแล้วริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ เจ้าต้องอยู่ในจวนของข้า จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเว่ยหลงกลับไปทำตัวเป็นสามีที่ดีของน้องสาวของข้าและไม่มีทางจะหวนคืนกลับมาหาเจ้าอีก เมื่อข้าแน่ใจแล้ว ข้าถึงจะปล่อยเจ้าไป ” แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางอย่างเป็นต่อ แต่แล้วเขาก็ร้อง "
แม่ทัพหนุ่มนั่งจิบชายามบ่ายอยู่ในเรือน อยู่ ๆ เว่ยหลงก็เข้ามาแล้วโวยวายทันที “ ท่านแม่ทัพ ท่านมีจุดประสงค์อะไรถึงไปสู่ขอเยว่ซิน ท่านกับนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ข้ารู้นะว่าท่านต้องการช่วยอี้หลาน แต่สิ่งที่ท่านกับนางทำมันเกินไปหรือไม่ ข้ากับเยว่ซินเป็นสหายเก่าแก่กันมาตั้งแต่ยังเด็ก สนิทกันมากและรู้จักกันมาก่อนที่ข้าจะพบอี้หลานด้วยซ้ำ ” มาถึงเขาก็เปิดฉากทันทีว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดโม่โฉวนิ่งฟังน้องเขยที่เดินมาถึงก็โวยวายทันทีอย่างใจเย็น “ เจ้าไปตามฮูหยินมาพบข้าที่นี่ บอกนางว่าสหายเก่าของนางมาพบ ให้รีบมา ” แล้วสาวใช้ผู้นั้นก็รีบเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ปรากฏร่างของเยว่ซินเดินนวยนาดราวกับนางหงส์เข้ามาในห้องโถงหน้าเรือน บุรุษทั้งสองหันไปมองนางพร้อมกันและแทบจะหยุดหายใจพร้อมกันอีกด้วย โม่โฉวหันมาจ้องมองน้องเขยอย่างไม่วางใจ และเว่ยหลงก็หันไปจับผิดพี่ชายของภรรยาเช่นกันราวกับทั้งสองนัดกันเอาไว้ และเมื่อเยว่ซินเห็นเว่ยหลง ก็พลันเข้าใจเหตุการณ์ได้ในทันที ว่าเหตุใดสามีจำเป็นของนางถึงได้ให้สาวใช้ไปตามนางมาที่นี่ และเยว่ซินเองก็อยากให้เขาสบายใจว่านางเต็มใจแต่งงานกั
แม่นมหลิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ ข้าคิดออกแล้วเจ้าค่ะ บุรุษย่อมจะโปรดปรานหญิงงาม หากเราหาหญิงอุ่นเตียงที่งดงามสักคนมาปรนนิบัติท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าคงจะพอป้องกันเรื่องที่ท่านแม่ทัพอาจจะพลาดพลั้งไปหลงไหลหญิงแพศยานั่นเข้าจนได้ ” อี้หลานเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าช้าๆ “ นั่นสินะ บุรุษก็ย่อมต้องอดไม่ได้เมื่อได้ร่วมรักกับหญิงงามก็อาจจะเผลอติดใจเข้า ยิ่งหญิงแพศยาแซ่หนิงนั่นยิ่งงดงามปานนั้น แถมยังมีมารยาสาไถ หลอกลวงบุรุษให้หลงไหลเก่งยิ่งนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ต้องวิ่งมาให้ท่านพี่ช่วยแยกมันจากเว่ยหลงสามีของข้าหรอก หากเราหาหญิงงามที่พอใช้ได้สักคนมาปรนนิบัติท่านพี่ก็อาจจะพอช่วยไม่ให้เขาพลาดพลั้งไปหลงรักมันเข้า แต่ว่า…. แล้วเราจะหาหญิงที่ไว้ใจได้มาจากที่ไหนกัน ” แม่นมหลิวครุ่นคิดแล้วก็พลันนึกออก “ ข้าจะพูดกับสาวใช้นางหนึ่งในจวนนี้ นางงดงามหมดจดไม่น้อย มีทหารและบ่าวชายหลายๆคนเกี้ยวพานางอยู่ แต่นางไม่เคยสนใจใคร คงจะรู้ตัวว่างดงาม จึงคิดว่าจะหาสามีได้ดีกว่าบ่าวในเรือนเดียวกัน และนางก็ดูงดงามไม่น้อย หากจับมาแต่งกายดีๆเข้าหน่อยขี้คร้านจะงดงามไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอคนหนึ่ง และนางก็ดูหัวอ่อนคงจะพอ
แล้วอยู่ๆ เตียงไม้เนื้อหยาบหลังเล็กนั่นก็หักกลางและทำให้ทั้งสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงนั้นหล่นร่วงลงมาพร้อมกับซากของเตียง แม่ทัพหนุ่มที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เขารีบพลิกร่างหนาของตนเองลงนอนด้านล่างเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และพลิกร่างอวบอิ่มในอ้อมกอดให้อยู่บนร่างหนาของเขา แขนล่ำสันกอดนางเอาไว้แนบอก และกลิ้งตัวอย่างรวดเร็วออกไปนอนที่บนพื้นห่างจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนี้ และร่างนุ่มนุ่มของภรรยาสาวก็พลิกกลับมานอนอยู่บนอกล่ำสันแข็งแกร่งของสามี เยว่ซินที่ตกใจไม่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสามีที่บัดนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความเสน่หาที่ยังเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเขา ใบหน้าคมของเขาก้มลงมาและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเยว่ซินทันที อย่างไม่ทันได้ห้ามตนเองอย่างเช่นทุกครั้ง และความเร่าร้อนก็ถูกสานต่ออย่างรวดเร็ว เสียงทั้งหมดในห้องนอนน้อยนั้นดังออกไปจนถึงหน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่บัดนี้มีร่างของคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามแม่ทัพหนุ่มมาจากจวนของท่านลุงของเขา ถูกอี้หลานใช้ให้มาสืบเรื่องของพี่ชายกับสตรีนางนั้นว่าคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้ว สาวใช้เก่าแก่มายืนฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่แล้