Share

องค์กรหักหลัง 2

last update Last Updated: 2025-02-24 22:59:07

"มัวทำอะไรอยู่ ขึ้นเรือสิ"

 โจวเจี้ยนหนี่ไม่ตอบ แต่ยกยิ้มขึ้นอย่างไม่น่าไว้ใจ เยี่ยนถิงหรี่ตาลง มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

 " หืม? ไม่นี่ แค่องค์กรติดต่องานใหม่มา"

 "งานอะไร ทำไมติดต่อผ่านนายไม่ใช่ฉัน"

 "เป็นงานที่ให้ฉันทำนี่ จะติดต่อเธอทำไมล่ะ" อีกฝ่ายเลิกคิ้ว เพราะคำตอบมันสมเหตุสมผล เยี่ยนถิงเลยเลิกใส่ใจเขาแล้วก้าวลงไปบนเรือยนต์ที่เตรียมไว้

 หญิงสาวโยนกระเป๋าไว้มุมหนึ่งแล้วเดินไปที่ส่วนหน้าที่มีแผงควบคุม ทว่าอาจเพราะเธอไว้ใจคู่หูมากเกินไป ทั้งที่งานแบบนี้ไม่ควรไว้ใจทั้งนั้น เพราะมันมีการหักหลังได้ตลอดเวลา

 วัตถุหนัก ๆ แข็ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่ฟาดเข้าที่ศีรษะเธออย่างแรงจนหมดสติในทันที โจวเจี้ยนหนี่ยิ้มกริ่มต่อสายถึงองค์กร

 "เสร็จงานแล้วครับ มารับตัวเธอได้เลย…"

ความรู้สึกปวดหนึบแล่นขึ้นมาทันทีที่รู้สึกตัว เธอฝืนลืมตาอย่างยากลำบากแล้วก็พบแสงไฟสว่างจ้าที่ติดอยู่บนเพดานด้านบน เสียงพูดคุยดังระงมทันทีที่เธอตื่น แต่เยี่ยนถิงจับใจความไม่ได้สักประโยค ตอนนี้เธอปวดหัวอย่างรุนแรงจนสามารถหมดสติลงไปได้ทุกเมื่อ

 นี่เธออยู่ที่ไหนกัน

 "รู้สึกตัวแล้วเหรอ ช้ากว่าที่คิดนะ โจวคงหนักมือกับเธอไปหน่อย แต่ให้อภัยเขาเถอะ งานใช้แรงแบบนี้ไม่ใช่ของถนัดนี่นา"

 "พูดอะไร" เธอเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง รู้สึกลำคอแห้งผากเหมือนมีแต่ทราย

 "ไม่มีอะไรที่เธอจำเป็นต้องรู้หรอก" ชายในชุดกาวน์ที่เธอเห็นหน้าเพียงเงาที่ทาบผ่านเดินสำรวจเธออย่างช้าๆ

 กลิ่นยาฉุนกึกจนเธอไม่ได้กลิ่นอย่างอื่นอย่างใดในห้องนี้ เยี่ยนถิงรู้สึกเหมือนตัวเองโดนรมยาอยู่ตลอดเวลาผ่านสายระโยงระยางที่เจาะเข้ามาในเส้นเลือด องค์กรต้องทำอะไรบางอย่างกับเธอแน่นอน และหญิงสาวมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องดี

 งุนงงอยู่ไม่นานประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก ทุกคนในห้องโค้งหัวให้ชายคนนั้น เห็นเพียงท่าทางที่ชอบล้วงมือในกระเป๋าเวลาเดินก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือบอสขององค์กรมืดที่เธอสังกัด

 "เยี่ยนถิงหนอเยี่ยนถิง ทำงานให้องค์กรอย่างซื่อสัตย์มาตลอดหลายปี นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เราจะตอบแทนเธอได้"

 "คุณตั้งใจจะทำ…อะไร" พูดแต่ละคำช่างยากลำบาก หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีใครเอามีดมากรีดคอที่จังหวะเปล่งเสียง

 "ระหว่างโดนเราทำให้ตาย กับโดนพวกนั้นตามล่าแล้วฆ่าให้ตาย เธอคงยินดีกับอย่างแรกมากกว่าอยู่แล้ว หึๆ"

 "คิดเอง…เออเอง" เธอโกรธ แต่ก็แปลกใจที่ตัวเองสงบนิ่งได้ขนาดนี้ หรือเพราะทำใจไว้แล้วกันนะว่าจุดจบคงไม่สวยงาม

 หัวหน้ามาเฟียกลุ่มนั้นมีอิทธิพลไม่น้อย แถมยังเป็นคนสำคัญต่อหลาย ๆ อิทธิพลที่กำลังเติบโตในช่วงนี้ด้วย ดูจากอุปกรณ์ทั้งหมดนี่แล้ว คงเตรียมการไว้ตั้งแต่ตอนเธอตกลงรับงานนี้ ตั้งใจปิดปากเธอตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือนั่น

 อา เยี่ยนถิงหนอเยี่ยนถิง ขนาดวาระสุดท้ายก็ยังต้องตายในองค์กรด้วยน้ำมือขององค์กร น่าสมเพชจริง ๆ

 เธอไม่ได้ใส่ใจนักว่าพวกเขาจะทำอะไรกับร่างกายนี้ต่อ ทว่าพอเห็นเครื่องมือที่หมอเถื่อนคนหนึ่งถือมาก็เกิดผวาอย่างช่วยไม่ได้

 ละ เลื่อยเนี่ยนะ! บ้าไปแล้วเหรอ!?

 ขณะที่นักฆ่ายอดฝีมือกำลังกรีดร้องในใจ มุมหนึ่งของห้องผ่าตัดก็กำลังวุ่นวายอยู่กับเครื่องล้างสมอง

 "เคยทดลองมาก่อนไหมหมออี้"

 "ครั้งแรกครับ"

 "แล้วเยี่ยนถิงจะตายรึเปล่า ไอ้เครื่องมือนี้มันปลอดภัยจริง ๆ ใช่ไหม ฉันยังต้องการความสามารถเธออยู่นะ"

 "ก็ทดลองครั้งแรกนี่ครับ"

 "..."

 ชายหนุ่มรู้สึกปวดหัวกับการพูดคุยครั้งนี้เหลือเกิน ไม่สิ เขาปวดหัวทุกครั้งที่ต้องคุยงานกับเจ้าหมอเถื่อนนี่ตลอดนั่นล่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าฝีมือนั่นเป็นของจริงล่ะก็ เขาคงสั่งเก็บเจ้าหมอนี่ไปนานแล้ว

 "เอาเถอะ จะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำ" เขาบอกปัดด้วยความระอาใจแล้วออกไปเฝ้าดูการทดลองอยู่นอกห้องกระจก

 เสียงเครื่องยนต์ขนาดจิ๋วทำงานดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ใบเลื่อยเล็กที่มองด้วยตาเปล่าจากระยะห่างไม่ถึงเมตรเหมือนเป็นใบมีดธรรมดา 

 ทว่าหากตั้งใจเพ่งดูใกล้ๆ จะเห็นว่ามันมีฟันแหลมๆ วิ่งวนไปตามฟันเฟือง เยี่ยนถิงหน้าซีดเผือดแต่ทำอะไรมากไปกว่าขยับลูกตาไปมา เหมือนร่างกายของเธออาบยาชามาเป็นอ่าง

 ทันทีที่เนื้อส่วนศีรษะถูกบาดด้วยคมโลหะ หญิงสาวก็สลบไปด้วยอาการช็อกทันที เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจและชีพจรดังก้องสะท้อนออกมาถึงด้านนอก ไฟสีแดงหน้าห้องผ่าตัดสว่างวาบ บ่งบอกว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤต

 "หมออี้! รีบทำอะไรสักอย่างสิ เธอจะตายเอานะ ฉันยังต้องการฝีมือแม่นั่นอยู่!"

 

Related chapters

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นหนูทดลองขององค์กร

    "แต่บอสเป็นคนอนุมัติให้ทดลองผลงานชิ้นนี้กับเธอเองนี่ครับ" "หมออี้! ถ้ายังเถียงไม่เลิกผมจะฆ่าคุณเป็นคนต่อไป หยุดมันเดี๋ยวนี้" ขณะที่ทั้งในทั้งนอกห้องกำลังวุ่นวาย เยี่ยนถิงก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว มีแต่กลิ่นยาฉุนกึกที่ยังคงค้างอยู่ในโพรงจมูก และจางหายไปอย่างช้า ๆ แว่วเสียงพร่ำเรียกหา แต่เธอนึกไม่ออกว่าเสียงใคร มันดังมาจากที่ไกล ๆ คล้ายอยู่บนสะพานอีกฟากหนึ่ง แต่ฟังไปฟังมาก็ดูคล้ายเสียงของเธอเองอยู่เหมือนกัน นี่ฉันฝันอยู่หรือเปล่า? เยี่ยนถิงพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาบนทุ่งหญ้าสักแห่งหนึ่ง มีดอกไม้หลากสีรายล้อม ทว่าทิวทัศน์นี้ก็อยู่ไม่นาน พวกมันเหี่ยวเฉาลงราวกับโดนน้ำกรดสาด กลายเป็นธุลีเน่าเปื่อยและทิ้งให้เธอยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางผืนดิน ที่บางแห่งก็แห้งแตก บางแห่งก็กลายเป็นโคลนตมอย่างไม่สมประกอบ จะบอกว่านักฆ่าอย่างเธอไม่ควรตายบนทุ่งดอกไม้หรือยังไงกัน… ถ้าเป็นอย่างนั้นเยี่ยนถิงก็อยากเรียกร้องเช่นกัน คืนชีวิตธรรมดาให้เธอสิ คืนความเป็นเด็กสาวสามัญให้เธอ คืนครอบครัวและบ้านเกิดให้เธอ คืนชีวิตธรรมดาที่ไม่ต้องหวาดระแวงทุกวินาทีมาให้เธอสิ เอาสิ่งที่เรียกว่าโอกาสของเธอคืนมา ถ้าจะตัดสินกันด้วยสิ่งที

    Last Updated : 2025-02-24
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นคุณแม่ลูกแฝด 1

    เยี่ยนถิงพยายามประคองตัวเองขึ้นจากความปวดเมื่อยทั่วทั้งร่าง เธอต้องหาวิธีลดไข้ก่อนไม่อย่างนั้นคงได้ช็อกตายแน่ นักฆ่าสาวคลำทางไปทั้งสภาพไม่สู้ดี เธอไม่มีสติพิจารณาอะไรนอกจากหาน้ำมาดื่มให้ได้ก่อน มือปัดป่ายไปข้างเตียงที่นอนก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงฝืนลุกขึ้นมาทั้งที่เสี่ยงจะล้มได้ทุกย่างก้าว ใกล้ประตูหรือหน้าต่างเธอก็ไม่แน่ใจ เพราะตอนนี้ตาลายไปหมด "อึก!" เพราะสภาพร่างกายกำลังย่ำแย่ เยี่ยนถิงจึงรู้สึกเจ็บที่อกขึ้นมา เธอยกกาน้ำขึ้นดื่มทั้งอย่างนั้น เพราะกระหายจนทนไม่ไหว ก่อนพาร่างที่ซวนเซกลับไปนอนที่เดิม ใครจะคิดว่า เธอยังฝันต่อเรื่องเดิมได้อีก... หม่าเยี่ยนถิงเป็นคุณหนูจวนขุนนางผู้หนึ่ง จึงได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์มากวิชาหลายแขนง ทำให้นางมีความรู้รอบตัวมากกว่าเด็กวัยเดียวกันหลาย ๆ คน แต่ด้วยเป็นสตรีแคว้นเซี่ย การทำงานบางอย่างยังนิยมให้บุรุษรับผิดชอบ นางจึงทำได้เพียงเรียนรู้ไว้ประดับสมอง หลังถูกบิดาขับไล่มาที่ชนบทของหัวเมืองชั้นนอก ชีวิตจากที่เคยมีบ่าวติดตามก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ท้องของนางก็โตขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินเหินไม่สะดวก เห็นนางเป็นหญิงหม้ายตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เพื่อนบ้านละ

    Last Updated : 2025-02-24
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นคุณแม่ลูกแฝด 2

    "ท่านแม่?" "..." "ท่านแม่!" หลังเห็นเธอเงียบไม่ตอบ เด็กที่ยังไม่รู้ความสองคนก็พุ่งเข้ามาหาเธอ กอดขาผู้เป็นแม่คนละข้างแล้วร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นเขื่อนแตก เยี่ยนถิงถึงกับทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ตรงไหน หากจับแรงไปพวกเขาจะช้ำเอาหรือไม่ ในสายตาของหญิงสาว เด็กสองคนนี้เหมือนลูกกระรอกที่อยู่ในกำมือ ต้องจับแบบไหนถึงจะดี ต้องพูดอะไรพวกเขาถึงจะไม่กลัว ชั่วชีวิตนี้เยี่ยนถิงไม่เคยรับมือกับการเลี้ยงเด็ก เธอจึงประหม่ายิ่งกว่าฆ่าคนครั้งแรกเสียอีก "ท่านแม่ไม่ตายแล้วใช่ไหม ท่านป้าร้านหมั่นโถวบอกว่าท่านอาจจะตายก็ได้" "ท่านแม่ไม่หายใจ ข้านึกว่าท่านจะไม่ตื่นอีกแล้ว" "ท่านแม่ต้องกินข้าวบ้าง ท่านไม่ต้องทำอะไรให้พวกข้าแล้วก็ได้ เป่าเปาจะยกให้ท่านทั้งหมดเลย" เด็กสองคนแย่งกันพูดไม่หยุดจนเธอฟังไม่ทันว่าใครพูดอะไรบ้าง แต่สถานการณ์แบบนี้ ให้เอามีดมาจ่อคอเธอก็คงพูดไม่ออกหรอกว่าแม่จริง ๆ ของพวกตายไปแล้วน่ะ "เอ่อ…ข้า ข้าไม่เป็น แค่ไข้ขึ้นสูงจนสลบไปเท่านั้น" เยี่ยนถิงยิ้มแห้ง หาคำแก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ "ท่านแม่อย่าทิ้งพวกข้าไปอีกนะ" ทั้งสองร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดไปก็สูดน้ำมูกไปจนเยี่ยนถิงพูดไม่ออกยิ

    Last Updated : 2025-02-24
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   การเป็นแม่คนมันไม่ง่ายเลยสักนิด

    "แม่ไม่สบายเพราะอากาศเปลี่ยนน่ะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว กินยาไปตั้งหนึ่งหม้อ" นางยิ้มให้ หวังให้เด็กฝาแฝดคลายกังวล นึกย้อนไปแล้วหม่าเยี่ยนถิงก็ช่างเป็นสตรีที่ยอดเยี่ยม และเป็นแม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า การที่จะเลี้ยงเด็กสองคนด้วยตัวคนเดียวเป็นอะไรที่เหนื่อยจนนางยังนึกภาพไม่ออก แค่คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว อีกทั้งนางไม่มีใครช่วยเหลือเลย ไม่แปลกใจที่จะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จนนำมาสู่สภาพจิตใจที่อ่อนแอลงอย่างช่วยไม่ได้ ช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารยิ่ง หากหม่าเยี่ยนถิงร้องขอ นางก็อยากไปเอาคืนตระกูลให้ แต่เจ้าตัวอาจไม่ได้ต้องการอย่างนั้น แล้วนางจะสอดมือเข้าไปยุ่งสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร เจตนารมที่แน่วแน่เพียงอย่างเดียวที่เยี่ยนถิงสานต่อให้ได้คือการดูแลเจ้าหมั่นโถวทั้งสองนี่ให้ดีสมกับที่นางเฝ้าถนอมมา "ท่านแม่ ท่านคงเหนื่อยมาก ๆ ถึงได้ป่วย ท่านจะล้มลงไปแบบนั้นอีกหรือไม่ เป่าเปาจะเป็นเด็กดี ท่านแม่อย่าฝืนตัวเองอีกเลยนะ" จื่นเหวินน้ำตาคลอจนตาแดง แต่ก็ไม่ยอมร้องออกมา เยี่ยนถิงเดินไปนั่งตรงหน้าเขา ย่อตัวให้ระดับสายตาเสมอกัน ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่อดีตมือสังหารคนหนึ่งจะทำได้ แฝดพี่ผู้นี้โตเท่า

    Last Updated : 2025-02-26
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   คิดวิธีหาเงินเข้าบ้าน 1

    "ท่านแม่ ถ้าความสูงประมาณนี้ล่ะก็ เราหยิบไข่บนรังนกได้บางรังเลยนะ" จื่อเหวินตาวาววับหลังได้สัมผัสมุมมองใหม่ "นั่นก็ถูกของเจ้า แต่จะเก็บไข่ไปพร่ำเพรื่อไม่ได้หรอกนะ" "ทำไมล่ะขอรับ?" "พวกมันเป็นนกป่า มีศัตรูตามธรรมชาติมากพออยู่แล้ว หากเราเอาไข่มันมากินทุกครั้งที่เจอ ลูกนกก็จะไม่ได้เกิด แล้วถ้ามีคนทำแบบนี้ทุกวันวันละร้อยละพันคน พวกมันคงสูญพันธุ์ในสักวัน" "ท่านแม่ สูญพันธุ์คืออะไรขอรับ?" "เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นมันตัวเป็น ๆ อีกหลังจากนั้น เหลือเพียงซากโครงกระดูกให้เจ้าเรียนรู้ว่าเคยมีมันอาศัยอยู่ร่วมกับเรา" "ฟังดูเศร้าจัง" "ฟังดูเศร้าจริง ๆ" เยี่ยนถิงยืนยันคำตอบด้วยสายตาว่างเปล่า จะกล่าวว่านางไม่สนต่อหน้าพวกเขาก็คงไม่ได้ ต่อให้ต้องล่าสัตว์ทั้งป่านางก็คงไม่รู้สึกอะไร และที่มันสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุก็เป็นเรื่องจริงเดินเข้ามาลึกอีกนิด เยี่ยนถิงก็พบแหล่งพืชผลที่เก็บได้ เด็กเดินไปขุนหัวมันอยู่ทางหนึ่ง ส่วนนางก็ขุดเผือกและเก็บผลไม้อยู่ไม่ไกล ของพวกนี้เก็บไปมาก ๆ ใช่ว่าจะดี หากเก็บตามใจคงไม่มีเหลือให้กินถึงวันหน้า คนที่มาทีหลังก็จะได้เข้าป่าลึกขึ้นไปอีกด้วย ข้าคงต้องหางานทำแล้ว นางป

    Last Updated : 2025-02-26
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   คิดวิธีหาเงินเข้าบ้าน 2

    หม่าเยี่ยนถิงนับเวลารออยู่ในใจ กระทั่งเด็ก ๆ หลับมา นางได้ยินเสียงพวกเขาตั้งแต่ไกล "ท่านแม่ พวกข้ากลับมาแล้ว" "เที่ยวเดียวไม่พอหรอกนะ" "ใช่เจ้าค่ะ พวกข้ายังแบกถังน้ำใหญ่ไม่ได้ ต้องไปอีกหลายครั้งเจ้าค่ะ" หม่าเยี่ยนถิงฉีกยิ้มด้วยความเอ็นดูในตัวบุตรสาว นางลูบผมบุตรสาวตัวน้อยเบา ๆ ก่อนเบนสายตาไปหาแฝดผู้พี่ที่ทำหน้ารอคอยอยู่เช่นกัน "มานี่มา" พอเขาเข้ามาใกล้นางก็ลูบศีรษะเขาเบา ๆ เช่นกัน ไม่ให้เขาน้อยใจว่ามารดารักน้องสาวมากกว่า "เจ้าเก่งที่พาตัวเองกับเหมียวเหมียวกลับมาได้อย่างปลอดภัย" คนได้รับคำชมรู้สึกหัวใจพองโตจนเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ เด็กชายยิ้มกว้างแข่งกับมารดา แล้วน้องสาวก็ยิ้มตาม หม่าเยี่ยนถิงหัวเราะด้วยความชอบใจ "ไม่เห็นท่านแม่ยิ้มนานแล้ว ปกติท่านแม่เอาแต่ร้องไห้ ท่านแม่ต้องยิ้มอีกเยอะ ๆ เจ้าคะ" หนี่เหวินเบิกตากว้างมองมารดาอย่างตกตะลึง ก่อนจะกล่าวออกมาจากหัวใจดวงน้อย ๆ นางชอบเวลาท่านแม่ยิ้มเป็นอย่างมากเพราะเหมือนโลกของนางสดใสขึ้นมาทันที "พวกเจ้าก็ต้องยิ้มเยอะ ๆ เหมือนกัน" ให้ความสดใสและความหวังนี้ อยู่ตราบนานเท่านาน หม่าเยี่ยนถิงมองเด็กน้อยทั้งสองอย่างเอ็นดู พวกเขาน

    Last Updated : 2025-02-26
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ความสดใสของฝาแฝดทั้งสอง

    สีหน้าเคร่งเครียดของมารดาทำให้เด็ก ๆ ไม่กล้าถาม ได้แต่กินข้าวไปเงียบ ๆ กระทั่งออกจากบ้านมาที่ภูเขาลูกเดิม ที่ผ่านมามารดาสอนจนจำได้หมดแล้วว่าพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง จื่อเหวินเห็นมารดาเดินแยกไปอีกทางจับมือน้องสาวฝาแฝดเดินมาฝั่งตรงข้ามแล้วเริ่มเก็บผลไม้ต้นเตี้ยกับพืชบางอย่าง ที่นำไปประกอบอาหารได้ เขาไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ แค่จำที่มารดาสอนมาก็ทำได้ง่าย ๆ แล้ว ในขณะที่พี่ชายกำลังปีนป่ายบนต้นไม้ หนี่เหวินก็เดินเก็บผลมะเขือเทศที่ขึ้นอยู่ใกล้ ๆ ไปด้วย นางตั้งใจทำเพราะเมื่อทำแบบนี้นางจะได้รับคำชมจากมารดาทุกครั้ง และการทำให้ท่านแม่ยิ้มได้ทำให้นางมีความสุขตามมารดาไปด้วย หนี่เหวินชอบท่านแม่คนนี้เพราะท่านแม่คนนี้ดูเข้มแข็งและดูสวยสง่างามมาก! เหมือนนิทานที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟัง หม่าเยี่ยนถิงไม่รู้ว่าลูกๆ คิดเห็นอย่างไรกับนาง ตอนนี้นางได้ของป่ามาเต็มตะกร้าเช่นเคย ก่อนจะจูงมือลูกไปตั้งแผงและเร่ขายที่ตลาดด้านหลังได้เงินมาจำนวนหนึ่ง แม้ไม่มากนักแต่ก็พอซื้อเมล็ดพันธุ์ได้สามชนิด ทว่ากลับมาถึงบ้านก็ยังเอาเมล็ดพันธุ์ลงปลู

    Last Updated : 2025-02-26
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ช่วยเหลือบุรุษแปลกหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ 1

    หม่าเยี่ยนถิงเริ่มได้เนื้อสัตว์กลับมาทำกินบ้างทีละเล็กละน้อย มื้อไหนมีเนื้อสัตว์อยู่ในรายการอาหารเด็ก ๆ จะเฝ้ารออย่างมากจนเห็นประกายออกมาจากตากลม ๆ นั่นได้เลย ถึงจะชอบกินเนื้อมากแค่ไหนแต่ฝาแฝดก็รู้ว่าต้องแบ่งกัน คืนนั้นทั้งสองก็ยังขอให้นางเล่านิทานให้ฟัง "คืนนี้ท่านแม่จะเล่าเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?" ทั้งสองนอนกอดหมอนแทนตุ๊กตาที่ยังหม่าเยี่ยนถิงคนก่อนยังหาซื้อมาให้ไม่ได้ ต้องเย็บมือให้เองและมันขาดไปเสียแล้ว นางสัญญาว่าจะซ่อมมันให้แต่ก็ยังไม่มีเวลา "องค์หญิงดอกไม้เป็นอย่างไร" เด็ก ๆ ตื่นเต้นทันทีเพราะมารดายังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง "องค์หญิงดอกไม้ เกิดในกลีบดอกไม้ ชุดทำจากกลีบดอกไม้ และประดับผมด้วยเกสร..." องค์หญิงเป็นที่รักของภูตดอกไม้ จนกระทั่งสายลมพัดผ่านมา แต่สายลมไม่ไปไหน สายลมตกหลุมรักดอกไม้ ตั้งใจอยู่เคียงคู่กัน เมื่อสายลมไม่พัดผ่าน ฤดูกาลไม่มาเยือน ทั้งสองจึงต้องจำพรากจากกัน สายลมคิดถึง เพียงหนึ่งฤดู ได้ดอกไม้เคียงคู่ ก่อนจากกันไกล วันปีผันผ่าน ย้อนกลับมาใหม่ ให้ชูชื่นใจ ด้วยรั

    Last Updated : 2025-02-26

Latest chapter

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ช่วยเหลือบุรุษแปลกหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ 2

    "เป่าเปา แม่รู้ว่าเจ้าปีนต้นไม้เก่ง แต่อย่าขึ้นไปที่สูงแบบวันก่อนอีกเชียวนะ" หม่าเยี่ยนถิงเอ่ยกำชับก่อนแยกย้าย สองวันก่อนจื่อเหวินปีนขึ้นไปเก็บผลไม้และพลัดตกลงมา โชคดีที่ไม่ได้มีกระดูกท่อนไหนหัก แต่ก็ได้แผลฟกช้ำมาไม่น้อย หนี่เหวินเห็นฝาแฝดตัวเองตกลงมาก็ตกใจมาก ร้องไห้ใหญ่โตจนสัตว์ป่ากระเจิงหนีหมด กลัวว่าแฝดพี่จะตาย นางปลอบอยู่นานกว่าลูกสาวจะสงบลง "เข้าใจแล้วขอรับ" "ดีแล้ว ระวังตัวกันด้วยล่ะ ถ้าเจอสัตว์ป่าก็วิ่งมาหาแม่นะ" หม่าเยี่ยนถิงเน้นย้ำอีกหนเพื่อให้พวกเขาเตือนใจยามนึกถึง แต่เวลาเป็นสถานการณ์จริงก็ไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหน แต่นางเชื่อมั่นในฝีมือตัวเองระยะห่างกันเท่านี้นางสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ อีกอย่างป่าแถวนี้ไม่ได้มีสัตว์ใหญ่อะไรเลยกล้าทิ้งเด็กๆ ไว้เพียงลำพัง หม่าเยี่ยนถิงไปส่งเด็ก ๆ อีกฝั่งหนึ่งจึงเดินย้อนกลับมา นางเก็บเผือกเก็บมันไปตามเรื่องและเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อย ๆ เพราะที่ที่เคยเก็บยังไม่มีต้นใหม่งอก มือที่กำลังเอื้อมไปเด็ดผลส้มลงตะกร้าชะงักกึกหลังเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง ห่า

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ช่วยเหลือบุรุษแปลกหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ 1

    หม่าเยี่ยนถิงเริ่มได้เนื้อสัตว์กลับมาทำกินบ้างทีละเล็กละน้อย มื้อไหนมีเนื้อสัตว์อยู่ในรายการอาหารเด็ก ๆ จะเฝ้ารออย่างมากจนเห็นประกายออกมาจากตากลม ๆ นั่นได้เลย ถึงจะชอบกินเนื้อมากแค่ไหนแต่ฝาแฝดก็รู้ว่าต้องแบ่งกัน คืนนั้นทั้งสองก็ยังขอให้นางเล่านิทานให้ฟัง "คืนนี้ท่านแม่จะเล่าเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?" ทั้งสองนอนกอดหมอนแทนตุ๊กตาที่ยังหม่าเยี่ยนถิงคนก่อนยังหาซื้อมาให้ไม่ได้ ต้องเย็บมือให้เองและมันขาดไปเสียแล้ว นางสัญญาว่าจะซ่อมมันให้แต่ก็ยังไม่มีเวลา "องค์หญิงดอกไม้เป็นอย่างไร" เด็ก ๆ ตื่นเต้นทันทีเพราะมารดายังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง "องค์หญิงดอกไม้ เกิดในกลีบดอกไม้ ชุดทำจากกลีบดอกไม้ และประดับผมด้วยเกสร..." องค์หญิงเป็นที่รักของภูตดอกไม้ จนกระทั่งสายลมพัดผ่านมา แต่สายลมไม่ไปไหน สายลมตกหลุมรักดอกไม้ ตั้งใจอยู่เคียงคู่กัน เมื่อสายลมไม่พัดผ่าน ฤดูกาลไม่มาเยือน ทั้งสองจึงต้องจำพรากจากกัน สายลมคิดถึง เพียงหนึ่งฤดู ได้ดอกไม้เคียงคู่ ก่อนจากกันไกล วันปีผันผ่าน ย้อนกลับมาใหม่ ให้ชูชื่นใจ ด้วยรั

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ความสดใสของฝาแฝดทั้งสอง

    สีหน้าเคร่งเครียดของมารดาทำให้เด็ก ๆ ไม่กล้าถาม ได้แต่กินข้าวไปเงียบ ๆ กระทั่งออกจากบ้านมาที่ภูเขาลูกเดิม ที่ผ่านมามารดาสอนจนจำได้หมดแล้วว่าพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง จื่อเหวินเห็นมารดาเดินแยกไปอีกทางจับมือน้องสาวฝาแฝดเดินมาฝั่งตรงข้ามแล้วเริ่มเก็บผลไม้ต้นเตี้ยกับพืชบางอย่าง ที่นำไปประกอบอาหารได้ เขาไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ แค่จำที่มารดาสอนมาก็ทำได้ง่าย ๆ แล้ว ในขณะที่พี่ชายกำลังปีนป่ายบนต้นไม้ หนี่เหวินก็เดินเก็บผลมะเขือเทศที่ขึ้นอยู่ใกล้ ๆ ไปด้วย นางตั้งใจทำเพราะเมื่อทำแบบนี้นางจะได้รับคำชมจากมารดาทุกครั้ง และการทำให้ท่านแม่ยิ้มได้ทำให้นางมีความสุขตามมารดาไปด้วย หนี่เหวินชอบท่านแม่คนนี้เพราะท่านแม่คนนี้ดูเข้มแข็งและดูสวยสง่างามมาก! เหมือนนิทานที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟัง หม่าเยี่ยนถิงไม่รู้ว่าลูกๆ คิดเห็นอย่างไรกับนาง ตอนนี้นางได้ของป่ามาเต็มตะกร้าเช่นเคย ก่อนจะจูงมือลูกไปตั้งแผงและเร่ขายที่ตลาดด้านหลังได้เงินมาจำนวนหนึ่ง แม้ไม่มากนักแต่ก็พอซื้อเมล็ดพันธุ์ได้สามชนิด ทว่ากลับมาถึงบ้านก็ยังเอาเมล็ดพันธุ์ลงปลู

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   คิดวิธีหาเงินเข้าบ้าน 2

    หม่าเยี่ยนถิงนับเวลารออยู่ในใจ กระทั่งเด็ก ๆ หลับมา นางได้ยินเสียงพวกเขาตั้งแต่ไกล "ท่านแม่ พวกข้ากลับมาแล้ว" "เที่ยวเดียวไม่พอหรอกนะ" "ใช่เจ้าค่ะ พวกข้ายังแบกถังน้ำใหญ่ไม่ได้ ต้องไปอีกหลายครั้งเจ้าค่ะ" หม่าเยี่ยนถิงฉีกยิ้มด้วยความเอ็นดูในตัวบุตรสาว นางลูบผมบุตรสาวตัวน้อยเบา ๆ ก่อนเบนสายตาไปหาแฝดผู้พี่ที่ทำหน้ารอคอยอยู่เช่นกัน "มานี่มา" พอเขาเข้ามาใกล้นางก็ลูบศีรษะเขาเบา ๆ เช่นกัน ไม่ให้เขาน้อยใจว่ามารดารักน้องสาวมากกว่า "เจ้าเก่งที่พาตัวเองกับเหมียวเหมียวกลับมาได้อย่างปลอดภัย" คนได้รับคำชมรู้สึกหัวใจพองโตจนเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ เด็กชายยิ้มกว้างแข่งกับมารดา แล้วน้องสาวก็ยิ้มตาม หม่าเยี่ยนถิงหัวเราะด้วยความชอบใจ "ไม่เห็นท่านแม่ยิ้มนานแล้ว ปกติท่านแม่เอาแต่ร้องไห้ ท่านแม่ต้องยิ้มอีกเยอะ ๆ เจ้าคะ" หนี่เหวินเบิกตากว้างมองมารดาอย่างตกตะลึง ก่อนจะกล่าวออกมาจากหัวใจดวงน้อย ๆ นางชอบเวลาท่านแม่ยิ้มเป็นอย่างมากเพราะเหมือนโลกของนางสดใสขึ้นมาทันที "พวกเจ้าก็ต้องยิ้มเยอะ ๆ เหมือนกัน" ให้ความสดใสและความหวังนี้ อยู่ตราบนานเท่านาน หม่าเยี่ยนถิงมองเด็กน้อยทั้งสองอย่างเอ็นดู พวกเขาน

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   คิดวิธีหาเงินเข้าบ้าน 1

    "ท่านแม่ ถ้าความสูงประมาณนี้ล่ะก็ เราหยิบไข่บนรังนกได้บางรังเลยนะ" จื่อเหวินตาวาววับหลังได้สัมผัสมุมมองใหม่ "นั่นก็ถูกของเจ้า แต่จะเก็บไข่ไปพร่ำเพรื่อไม่ได้หรอกนะ" "ทำไมล่ะขอรับ?" "พวกมันเป็นนกป่า มีศัตรูตามธรรมชาติมากพออยู่แล้ว หากเราเอาไข่มันมากินทุกครั้งที่เจอ ลูกนกก็จะไม่ได้เกิด แล้วถ้ามีคนทำแบบนี้ทุกวันวันละร้อยละพันคน พวกมันคงสูญพันธุ์ในสักวัน" "ท่านแม่ สูญพันธุ์คืออะไรขอรับ?" "เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นมันตัวเป็น ๆ อีกหลังจากนั้น เหลือเพียงซากโครงกระดูกให้เจ้าเรียนรู้ว่าเคยมีมันอาศัยอยู่ร่วมกับเรา" "ฟังดูเศร้าจัง" "ฟังดูเศร้าจริง ๆ" เยี่ยนถิงยืนยันคำตอบด้วยสายตาว่างเปล่า จะกล่าวว่านางไม่สนต่อหน้าพวกเขาก็คงไม่ได้ ต่อให้ต้องล่าสัตว์ทั้งป่านางก็คงไม่รู้สึกอะไร และที่มันสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุก็เป็นเรื่องจริงเดินเข้ามาลึกอีกนิด เยี่ยนถิงก็พบแหล่งพืชผลที่เก็บได้ เด็กเดินไปขุนหัวมันอยู่ทางหนึ่ง ส่วนนางก็ขุดเผือกและเก็บผลไม้อยู่ไม่ไกล ของพวกนี้เก็บไปมาก ๆ ใช่ว่าจะดี หากเก็บตามใจคงไม่มีเหลือให้กินถึงวันหน้า คนที่มาทีหลังก็จะได้เข้าป่าลึกขึ้นไปอีกด้วย ข้าคงต้องหางานทำแล้ว นางป

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   การเป็นแม่คนมันไม่ง่ายเลยสักนิด

    "แม่ไม่สบายเพราะอากาศเปลี่ยนน่ะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว กินยาไปตั้งหนึ่งหม้อ" นางยิ้มให้ หวังให้เด็กฝาแฝดคลายกังวล นึกย้อนไปแล้วหม่าเยี่ยนถิงก็ช่างเป็นสตรีที่ยอดเยี่ยม และเป็นแม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า การที่จะเลี้ยงเด็กสองคนด้วยตัวคนเดียวเป็นอะไรที่เหนื่อยจนนางยังนึกภาพไม่ออก แค่คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว อีกทั้งนางไม่มีใครช่วยเหลือเลย ไม่แปลกใจที่จะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จนนำมาสู่สภาพจิตใจที่อ่อนแอลงอย่างช่วยไม่ได้ ช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารยิ่ง หากหม่าเยี่ยนถิงร้องขอ นางก็อยากไปเอาคืนตระกูลให้ แต่เจ้าตัวอาจไม่ได้ต้องการอย่างนั้น แล้วนางจะสอดมือเข้าไปยุ่งสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร เจตนารมที่แน่วแน่เพียงอย่างเดียวที่เยี่ยนถิงสานต่อให้ได้คือการดูแลเจ้าหมั่นโถวทั้งสองนี่ให้ดีสมกับที่นางเฝ้าถนอมมา "ท่านแม่ ท่านคงเหนื่อยมาก ๆ ถึงได้ป่วย ท่านจะล้มลงไปแบบนั้นอีกหรือไม่ เป่าเปาจะเป็นเด็กดี ท่านแม่อย่าฝืนตัวเองอีกเลยนะ" จื่นเหวินน้ำตาคลอจนตาแดง แต่ก็ไม่ยอมร้องออกมา เยี่ยนถิงเดินไปนั่งตรงหน้าเขา ย่อตัวให้ระดับสายตาเสมอกัน ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่อดีตมือสังหารคนหนึ่งจะทำได้ แฝดพี่ผู้นี้โตเท่า

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นคุณแม่ลูกแฝด 2

    "ท่านแม่?" "..." "ท่านแม่!" หลังเห็นเธอเงียบไม่ตอบ เด็กที่ยังไม่รู้ความสองคนก็พุ่งเข้ามาหาเธอ กอดขาผู้เป็นแม่คนละข้างแล้วร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นเขื่อนแตก เยี่ยนถิงถึงกับทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ตรงไหน หากจับแรงไปพวกเขาจะช้ำเอาหรือไม่ ในสายตาของหญิงสาว เด็กสองคนนี้เหมือนลูกกระรอกที่อยู่ในกำมือ ต้องจับแบบไหนถึงจะดี ต้องพูดอะไรพวกเขาถึงจะไม่กลัว ชั่วชีวิตนี้เยี่ยนถิงไม่เคยรับมือกับการเลี้ยงเด็ก เธอจึงประหม่ายิ่งกว่าฆ่าคนครั้งแรกเสียอีก "ท่านแม่ไม่ตายแล้วใช่ไหม ท่านป้าร้านหมั่นโถวบอกว่าท่านอาจจะตายก็ได้" "ท่านแม่ไม่หายใจ ข้านึกว่าท่านจะไม่ตื่นอีกแล้ว" "ท่านแม่ต้องกินข้าวบ้าง ท่านไม่ต้องทำอะไรให้พวกข้าแล้วก็ได้ เป่าเปาจะยกให้ท่านทั้งหมดเลย" เด็กสองคนแย่งกันพูดไม่หยุดจนเธอฟังไม่ทันว่าใครพูดอะไรบ้าง แต่สถานการณ์แบบนี้ ให้เอามีดมาจ่อคอเธอก็คงพูดไม่ออกหรอกว่าแม่จริง ๆ ของพวกตายไปแล้วน่ะ "เอ่อ…ข้า ข้าไม่เป็น แค่ไข้ขึ้นสูงจนสลบไปเท่านั้น" เยี่ยนถิงยิ้มแห้ง หาคำแก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ "ท่านแม่อย่าทิ้งพวกข้าไปอีกนะ" ทั้งสองร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดไปก็สูดน้ำมูกไปจนเยี่ยนถิงพูดไม่ออกยิ

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นคุณแม่ลูกแฝด 1

    เยี่ยนถิงพยายามประคองตัวเองขึ้นจากความปวดเมื่อยทั่วทั้งร่าง เธอต้องหาวิธีลดไข้ก่อนไม่อย่างนั้นคงได้ช็อกตายแน่ นักฆ่าสาวคลำทางไปทั้งสภาพไม่สู้ดี เธอไม่มีสติพิจารณาอะไรนอกจากหาน้ำมาดื่มให้ได้ก่อน มือปัดป่ายไปข้างเตียงที่นอนก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงฝืนลุกขึ้นมาทั้งที่เสี่ยงจะล้มได้ทุกย่างก้าว ใกล้ประตูหรือหน้าต่างเธอก็ไม่แน่ใจ เพราะตอนนี้ตาลายไปหมด "อึก!" เพราะสภาพร่างกายกำลังย่ำแย่ เยี่ยนถิงจึงรู้สึกเจ็บที่อกขึ้นมา เธอยกกาน้ำขึ้นดื่มทั้งอย่างนั้น เพราะกระหายจนทนไม่ไหว ก่อนพาร่างที่ซวนเซกลับไปนอนที่เดิม ใครจะคิดว่า เธอยังฝันต่อเรื่องเดิมได้อีก... หม่าเยี่ยนถิงเป็นคุณหนูจวนขุนนางผู้หนึ่ง จึงได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์มากวิชาหลายแขนง ทำให้นางมีความรู้รอบตัวมากกว่าเด็กวัยเดียวกันหลาย ๆ คน แต่ด้วยเป็นสตรีแคว้นเซี่ย การทำงานบางอย่างยังนิยมให้บุรุษรับผิดชอบ นางจึงทำได้เพียงเรียนรู้ไว้ประดับสมอง หลังถูกบิดาขับไล่มาที่ชนบทของหัวเมืองชั้นนอก ชีวิตจากที่เคยมีบ่าวติดตามก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ท้องของนางก็โตขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินเหินไม่สะดวก เห็นนางเป็นหญิงหม้ายตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เพื่อนบ้านละ

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นหนูทดลองขององค์กร

    "แต่บอสเป็นคนอนุมัติให้ทดลองผลงานชิ้นนี้กับเธอเองนี่ครับ" "หมออี้! ถ้ายังเถียงไม่เลิกผมจะฆ่าคุณเป็นคนต่อไป หยุดมันเดี๋ยวนี้" ขณะที่ทั้งในทั้งนอกห้องกำลังวุ่นวาย เยี่ยนถิงก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว มีแต่กลิ่นยาฉุนกึกที่ยังคงค้างอยู่ในโพรงจมูก และจางหายไปอย่างช้า ๆ แว่วเสียงพร่ำเรียกหา แต่เธอนึกไม่ออกว่าเสียงใคร มันดังมาจากที่ไกล ๆ คล้ายอยู่บนสะพานอีกฟากหนึ่ง แต่ฟังไปฟังมาก็ดูคล้ายเสียงของเธอเองอยู่เหมือนกัน นี่ฉันฝันอยู่หรือเปล่า? เยี่ยนถิงพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาบนทุ่งหญ้าสักแห่งหนึ่ง มีดอกไม้หลากสีรายล้อม ทว่าทิวทัศน์นี้ก็อยู่ไม่นาน พวกมันเหี่ยวเฉาลงราวกับโดนน้ำกรดสาด กลายเป็นธุลีเน่าเปื่อยและทิ้งให้เธอยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางผืนดิน ที่บางแห่งก็แห้งแตก บางแห่งก็กลายเป็นโคลนตมอย่างไม่สมประกอบ จะบอกว่านักฆ่าอย่างเธอไม่ควรตายบนทุ่งดอกไม้หรือยังไงกัน… ถ้าเป็นอย่างนั้นเยี่ยนถิงก็อยากเรียกร้องเช่นกัน คืนชีวิตธรรมดาให้เธอสิ คืนความเป็นเด็กสาวสามัญให้เธอ คืนครอบครัวและบ้านเกิดให้เธอ คืนชีวิตธรรมดาที่ไม่ต้องหวาดระแวงทุกวินาทีมาให้เธอสิ เอาสิ่งที่เรียกว่าโอกาสของเธอคืนมา ถ้าจะตัดสินกันด้วยสิ่งที

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status