แชร์

ความสดใสของฝาแฝดทั้งสอง

ผู้เขียน: พิมพ์สีทอง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-26 20:00:34

สีหน้าเคร่งเครียดของมารดาทำให้เด็ก ๆ ไม่กล้าถาม ได้แต่กินข้าวไปเงียบ ๆ กระทั่งออกจากบ้านมาที่ภูเขาลูกเดิม

 ที่ผ่านมามารดาสอนจนจำได้หมดแล้วว่าพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง จื่อเหวินเห็นมารดาเดินแยกไปอีกทางจับมือน้องสาวฝาแฝดเดินมาฝั่งตรงข้ามแล้วเริ่มเก็บผลไม้ต้นเตี้ยกับพืชบางอย่าง ที่นำไปประกอบอาหารได้ เขาไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ แค่จำที่มารดาสอนมาก็ทำได้ง่าย ๆ แล้ว

 ในขณะที่พี่ชายกำลังปีนป่ายบนต้นไม้ หนี่เหวินก็เดินเก็บผลมะเขือเทศที่ขึ้นอยู่ใกล้ ๆ ไปด้วย  นางตั้งใจทำเพราะเมื่อทำแบบนี้นางจะได้รับคำชมจากมารดาทุกครั้ง และการทำให้ท่านแม่ยิ้มได้ทำให้นางมีความสุขตามมารดาไปด้วย 

 หนี่เหวินชอบท่านแม่คนนี้เพราะท่านแม่คนนี้ดูเข้มแข็งและดูสวยสง่างามมาก! เหมือนนิทานที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟัง

 หม่าเยี่ยนถิงไม่รู้ว่าลูกๆ คิดเห็นอย่างไรกับนาง ตอนนี้นางได้ของป่ามาเต็มตะกร้าเช่นเคย ก่อนจะจูงมือลูกไปตั้งแผงและเร่ขายที่ตลาดด้านหลังได้เงินมาจำนวนหนึ่ง แม้ไม่มากนักแต่ก็พอซื้อเมล็ดพันธุ์ได้สามชนิด

 ทว่ากลับมาถึงบ้านก็ยังเอาเมล็ดพันธุ์ลงปลูกไม่ได้ นางต้องปรับหน้าดินเสียก่อน

 หม่าเยี่ยนถิงเจียดเงินเล็กน้อยซื้ออุปกรณ์ทำสวนมาไว้เพราะอันเก่าที่หม่าเยี่ยนถิงทำเองแบบมือสมัครเล่นนั้นใช้การไม่ได้แล้ว นางใช้เวลาตลอดช่วงเย็นปรับหน้าดินแล้วทำแปลงปลูกให้เป็นสัดส่วนโดยมีเด็กคู่แฝดช่วยถางหญ้าและกำจัดวัชพืชที่เหลือ

 แม่ลูกสองยังต้องขึ้นเขาไปหาของป่ามาประทังชีวิตระหว่างรอพืชผลให้ผลผลิต หลังจากปรับหน้าดินนางก็นำเมล็ดพันธุ์มาฝังไว้ มีเด็ก ๆ ตามดูอยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งหยุดมือไป

 "มานี่สิ" หม่าเยี่ยนถิงกวักมือเรียกให้เด็กน้อยทั้งสองมานั่งใกล้ ๆ ชี้ดินตรงหน้าให้ดู

 "นี่คือสิ่งที่จะเติบโตและให้ผลผลิตในอนาคต พวกเจ้าต้องช่วยแม่ดูแล คอยมารดน้ำและพรวนดิน ร้องเพลงให้มันฟัง"

 "ร้องเพลงหรือเจ้าคะ?"

 "เสียงเพลงไพเราะจะทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี" หม่าเยียนถิงโกหกหน้าตาย การที่นางทำเช่นนี้เพราะอยากให้เด็ก ๆ มีงานทำและมีส่วนร่วมกับการปลูกพืชผักในครั้งนี้

 "ข้าชอบร้องเพลงเจ้าค่ะ" หนี่เหวินตาลุกวาว นางได้ผู้ชมเป็นพืชผลที่ยังไม่ทันโตแล้ว จะปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปได้อย่างไร

 เห็นลูกสาวตัวน้อยเสนอตัวถึงเพียงนี้ หม่าเยี่ยนถิงก็ไม่ขัด แต่ทั้งสองก็ยังต้องช่วยกันทำงานอื่น ๆ ด้วย นางไม่อยากให้หนี่เหวินคิดว่าการร้องเพลงก็เป็นงานทั้งหมดที่นางต้องทำแล้ว

 ใบหน้าน่ารักน่าหยิกทั้งสองยังคอยวนเวียนมาให้นางเอาอกเอาใจ บางทีการเสแสร้งเป็นคนอื่นก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อาจเพราะเรื่องที่นางเจอมามันแย่ยิ่งกว่านี้ก็เป็นได้

 "เจ้าผักน้อย เจ้าต้องรีบโตเร็ว ๆ ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี เพราะงั้นเจ้าต้องออกผลมาสวยงามมาก ๆ" หนี่เหวินเอ่ยด้วยสีหน้าสดใสเหมือนดวงตะวันตอนฟ้าแจ้ง

 หม่าเยี่ยนถิงได้ฟังก็อดแอบคิดในใจไม่ได้ว่า เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นจะรู้สึกกดดันจากความคาดหวังของลูกสาวจนไม่ยอมออกผลหรือไม่นะ 

 ทว่าหนี่เหวินก็ยังไม่ย่อท้อในการมาพูดคุยกับสวนผักทีละต้น ร้องเพลงให้พวกมันฟังขณะที่พี่ชายรดน้ำพรวนดิน ส่วนนางถือตะกร้าคอยคัดแยกพวกมันบางต้นไปลงกระถาง

 หม่าเยี่ยนถิงกำลังต้มน้ำแกงอยู่ในครัว มองดูพวกเขาเป็นระยะทั้งสองมีแม่เลี้ยงคนเดียวก็ยังไม่เคยตัดพ้อถึงผู้เป็นพ่อให้นางเห็น ทั้งน่าสงสารและน่าเห็นใจ 

 หม่าเยี่ยนถิงเคยพยายามนึกอยู่หลายครั้งว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ก็ไม่ได้ผล ทุกครั้งที่พยายามจะนึกให้ออก ผลลัพธ์คืออาการปวดหัวอย่างหนักราวกับถูกบางอย่างปิดกั้นความทรงจำในส่วนนี้ไว้ จนสุดท้ายนางก็เลิกพยายาม

 หากต้องทำขนาดนี้เพื่อปิดบังตัวตน ก็คงไม่ใช่คนที่มีค่าพอต้องเจอกระมัง หม่าเยี่ยนถิงครุ่นคิดถึงตัวตนของบิดาเจ้าฝาแฝด แต่ในเมื่อความทรงจำนี้มันพร่ามัวเกินไป ก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจ เพราะถึงอย่างไรนางก็สามารถเลี้ยงดูเจ้าก้อนแป้งทั้งสองคนได้อยู่แล้ว

 หลายวันนี้พวกเขามักจะอ้อนขอให้นางเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง และตอนนี้หนี่เหวินก็กำลังจินตนาการว่าได้คุยกับนางฟ้าสวนผักอยู่ แม้เรื่องที่นางเล่าไปเมื่อวันก่อนจะไม่มีนางฟ้าหรือสวนผักในบริบทไหนของเรื่อง แต่บุตรสาวก็ยังจินตนาการต่อได้กว้างไกล

 เห็นน้องสาวเป็นเช่นนั้นจื่อเหวินก็ไม่ปล่อยให้นางเหงา รับบทองค์ชายจากต่างแดนมาช่วยเหลือฮองเฮามะเขือเทศกับองค์หญิงผักกาด 

 หม่าเยี่ยนถิงนึกเอ็นดู คิดเปรียบเทียบกับตัวเอง หากวัยเด็กของนางยังอยู่ นางจะเล่นแบบนั้นแบบเดียวกับพวกเขาไหม ไม่มีใครรู้คำตอบแม้แต่ตัวเยี่ยนถิงเอง เพราะนางไม่เคยได้สัมผัสมัน

 แม้อีกนานกว่าจะเป็นผลผลิตที่สมบูรณ์พร้อมขาย แต่การหาของป่าไปขายมาใช้จ่ายก่อนก็ไม่เลว พวกนางเป็นร้านเปิดใหม่จึงยังไม่มีลูกค้าประจำ มีเพียงผู้สัญจรจากต่างถิ่นแวะมาพูดคุยหรือซื้อกลับไป หากของเหลือก็จะนำไปแลกกับวัตถุดิบอย่างอื่น ที่ร้านค้าบางร้านตามที่อีกฝ่ายมี

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ช่วยเหลือบุรุษแปลกหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ 1

    หม่าเยี่ยนถิงเริ่มได้เนื้อสัตว์กลับมาทำกินบ้างทีละเล็กละน้อย มื้อไหนมีเนื้อสัตว์อยู่ในรายการอาหารเด็ก ๆ จะเฝ้ารออย่างมากจนเห็นประกายออกมาจากตากลม ๆ นั่นได้เลย ถึงจะชอบกินเนื้อมากแค่ไหนแต่ฝาแฝดก็รู้ว่าต้องแบ่งกัน คืนนั้นทั้งสองก็ยังขอให้นางเล่านิทานให้ฟัง "คืนนี้ท่านแม่จะเล่าเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?" ทั้งสองนอนกอดหมอนแทนตุ๊กตาที่ยังหม่าเยี่ยนถิงคนก่อนยังหาซื้อมาให้ไม่ได้ ต้องเย็บมือให้เองและมันขาดไปเสียแล้ว นางสัญญาว่าจะซ่อมมันให้แต่ก็ยังไม่มีเวลา "องค์หญิงดอกไม้เป็นอย่างไร" เด็ก ๆ ตื่นเต้นทันทีเพราะมารดายังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง "องค์หญิงดอกไม้ เกิดในกลีบดอกไม้ ชุดทำจากกลีบดอกไม้ และประดับผมด้วยเกสร..." องค์หญิงเป็นที่รักของภูตดอกไม้ จนกระทั่งสายลมพัดผ่านมา แต่สายลมไม่ไปไหน สายลมตกหลุมรักดอกไม้ ตั้งใจอยู่เคียงคู่กัน เมื่อสายลมไม่พัดผ่าน ฤดูกาลไม่มาเยือน ทั้งสองจึงต้องจำพรากจากกัน สายลมคิดถึง เพียงหนึ่งฤดู ได้ดอกไม้เคียงคู่ ก่อนจากกันไกล วันปีผันผ่าน ย้อนกลับมาใหม่ ให้ชูชื่นใจ ด้วยรั

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-26
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ช่วยเหลือบุรุษแปลกหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ 2

    "เป่าเปา แม่รู้ว่าเจ้าปีนต้นไม้เก่ง แต่อย่าขึ้นไปที่สูงแบบวันก่อนอีกเชียวนะ" หม่าเยี่ยนถิงเอ่ยกำชับก่อนแยกย้าย สองวันก่อนจื่อเหวินปีนขึ้นไปเก็บผลไม้และพลัดตกลงมา โชคดีที่ไม่ได้มีกระดูกท่อนไหนหัก แต่ก็ได้แผลฟกช้ำมาไม่น้อย หนี่เหวินเห็นฝาแฝดตัวเองตกลงมาก็ตกใจมาก ร้องไห้ใหญ่โตจนสัตว์ป่ากระเจิงหนีหมด กลัวว่าแฝดพี่จะตาย นางปลอบอยู่นานกว่าลูกสาวจะสงบลง "เข้าใจแล้วขอรับ" "ดีแล้ว ระวังตัวกันด้วยล่ะ ถ้าเจอสัตว์ป่าก็วิ่งมาหาแม่นะ" หม่าเยี่ยนถิงเน้นย้ำอีกหนเพื่อให้พวกเขาเตือนใจยามนึกถึง แต่เวลาเป็นสถานการณ์จริงก็ไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหน แต่นางเชื่อมั่นในฝีมือตัวเองระยะห่างกันเท่านี้นางสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ อีกอย่างป่าแถวนี้ไม่ได้มีสัตว์ใหญ่อะไรเลยกล้าทิ้งเด็กๆ ไว้เพียงลำพัง หม่าเยี่ยนถิงไปส่งเด็ก ๆ อีกฝั่งหนึ่งจึงเดินย้อนกลับมา นางเก็บเผือกเก็บมันไปตามเรื่องและเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อย ๆ เพราะที่ที่เคยเก็บยังไม่มีต้นใหม่งอก มือที่กำลังเอื้อมไปเด็ดผลส้มลงตะกร้าชะงักกึกหลังเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง ห่า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-26
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   องค์กรหักหลัง 1

    ตึกระฟ้าทันสมัยบ่งบอกความศิวิไลซ์ของเมืองแห่งนี้ ย่านธุรกิจที่มีคนใส่สูทผูกไทเดินพลุกพล่าน เป็นที่ที่เหมาะแก่การซ่อนตัว แล้วก็เหมาะกับการค้นหาเป้าหมายด้วยเช่นกัน ทว่าเพียงข้ามถนนมาเลนส์เดียวก็มีทัศนียภาพที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว เพียงหนึ่งถนนกั้นก็เป็นย่านชุมชนแออัด มีตึกถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสามแห่ง แต่พวกชาวบ้านแร้นแค้นก็ไม่มีสิทธิ์เหยียบย่างขึ้นไป ที่พอจะดูดีขึ้นมาหน่อยก็คงเป็นอะพาร์ตเมนต์โทรม ๆ ที่เธอจับจองพื้นที่บริเวณดาดฟ้าเอาไว้ เยี่ยนถิงนั่งจิบกาแฟอยู่บนชั้นพิเศษที่เธอถือวิสาสะขอใช้งาน รายงานของคู่หูบอกว่าเป้าหมายของเธอจะเดินทางมาพักใกล้ๆ นี่ และเจรจาธุรกิจกันที่ตึกระฟ้านั่นด้วย เธอเฝ้ารออย่างใจเย็นมาหลายวัน รอเพิ่มอีกวันหรือสองไม่สะเทือนเส้นความอดทนเธอหรอก เป้าหมายครั้งนี้ถือเป็นปลาตัวใหญ่ในบ่อที่ชื่อว่าเกาะฮ่องกง ผู้นำตระกูลมาเฟียหนึ่งในสามอันดับแรกที่มีอิทธิพลที่สุด ภารกิจของเธอคือฆ่าเขาเสีย ตัวตนนักฆ่าอย่างเยี่ยนถิงทำงานตามคำสั่งผู้ว่าจ้าง แต่เวลาที่คนใกล้ชิดของเหยื่อมาทวงคืนความแค้น กลับไม่ได้ไปลงที่ผู้ว่าจ้าง แต่เป็นเครื่องมือสังหารเดินได้อย่างพวกเธอ เครื่องสื่อสารขนาดจ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   องค์กรหักหลัง 2

    "มัวทำอะไรอยู่ ขึ้นเรือสิ" โจวเจี้ยนหนี่ไม่ตอบ แต่ยกยิ้มขึ้นอย่างไม่น่าไว้ใจ เยี่ยนถิงหรี่ตาลง มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล " หืม? ไม่นี่ แค่องค์กรติดต่องานใหม่มา" "งานอะไร ทำไมติดต่อผ่านนายไม่ใช่ฉัน" "เป็นงานที่ให้ฉันทำนี่ จะติดต่อเธอทำไมล่ะ" อีกฝ่ายเลิกคิ้ว เพราะคำตอบมันสมเหตุสมผล เยี่ยนถิงเลยเลิกใส่ใจเขาแล้วก้าวลงไปบนเรือยนต์ที่เตรียมไว้ หญิงสาวโยนกระเป๋าไว้มุมหนึ่งแล้วเดินไปที่ส่วนหน้าที่มีแผงควบคุม ทว่าอาจเพราะเธอไว้ใจคู่หูมากเกินไป ทั้งที่งานแบบนี้ไม่ควรไว้ใจทั้งนั้น เพราะมันมีการหักหลังได้ตลอดเวลา วัตถุหนัก ๆ แข็ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่ฟาดเข้าที่ศีรษะเธออย่างแรงจนหมดสติในทันที โจวเจี้ยนหนี่ยิ้มกริ่มต่อสายถึงองค์กร "เสร็จงานแล้วครับ มารับตัวเธอได้เลย…"ความรู้สึกปวดหนึบแล่นขึ้นมาทันทีที่รู้สึกตัว เธอฝืนลืมตาอย่างยากลำบากแล้วก็พบแสงไฟสว่างจ้าที่ติดอยู่บนเพดานด้านบน เสียงพูดคุยดังระงมทันทีที่เธอตื่น แต่เยี่ยนถิงจับใจความไม่ได้สักประโยค ตอนนี้เธอปวดหัวอย่างรุนแรงจนสามารถหมดสติลงไปได้ทุกเมื่อ นี่เธออยู่ที่ไหนกัน "รู้สึกตัวแล้วเหรอ ช้ากว่าที่คิดนะ โจวคงหนักมือกับเธอไปหน่อย แต

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นหนูทดลองขององค์กร

    "แต่บอสเป็นคนอนุมัติให้ทดลองผลงานชิ้นนี้กับเธอเองนี่ครับ" "หมออี้! ถ้ายังเถียงไม่เลิกผมจะฆ่าคุณเป็นคนต่อไป หยุดมันเดี๋ยวนี้" ขณะที่ทั้งในทั้งนอกห้องกำลังวุ่นวาย เยี่ยนถิงก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว มีแต่กลิ่นยาฉุนกึกที่ยังคงค้างอยู่ในโพรงจมูก และจางหายไปอย่างช้า ๆ แว่วเสียงพร่ำเรียกหา แต่เธอนึกไม่ออกว่าเสียงใคร มันดังมาจากที่ไกล ๆ คล้ายอยู่บนสะพานอีกฟากหนึ่ง แต่ฟังไปฟังมาก็ดูคล้ายเสียงของเธอเองอยู่เหมือนกัน นี่ฉันฝันอยู่หรือเปล่า? เยี่ยนถิงพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาบนทุ่งหญ้าสักแห่งหนึ่ง มีดอกไม้หลากสีรายล้อม ทว่าทิวทัศน์นี้ก็อยู่ไม่นาน พวกมันเหี่ยวเฉาลงราวกับโดนน้ำกรดสาด กลายเป็นธุลีเน่าเปื่อยและทิ้งให้เธอยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางผืนดิน ที่บางแห่งก็แห้งแตก บางแห่งก็กลายเป็นโคลนตมอย่างไม่สมประกอบ จะบอกว่านักฆ่าอย่างเธอไม่ควรตายบนทุ่งดอกไม้หรือยังไงกัน… ถ้าเป็นอย่างนั้นเยี่ยนถิงก็อยากเรียกร้องเช่นกัน คืนชีวิตธรรมดาให้เธอสิ คืนความเป็นเด็กสาวสามัญให้เธอ คืนครอบครัวและบ้านเกิดให้เธอ คืนชีวิตธรรมดาที่ไม่ต้องหวาดระแวงทุกวินาทีมาให้เธอสิ เอาสิ่งที่เรียกว่าโอกาสของเธอคืนมา ถ้าจะตัดสินกันด้วยสิ่งที

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นคุณแม่ลูกแฝด 1

    เยี่ยนถิงพยายามประคองตัวเองขึ้นจากความปวดเมื่อยทั่วทั้งร่าง เธอต้องหาวิธีลดไข้ก่อนไม่อย่างนั้นคงได้ช็อกตายแน่ นักฆ่าสาวคลำทางไปทั้งสภาพไม่สู้ดี เธอไม่มีสติพิจารณาอะไรนอกจากหาน้ำมาดื่มให้ได้ก่อน มือปัดป่ายไปข้างเตียงที่นอนก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงฝืนลุกขึ้นมาทั้งที่เสี่ยงจะล้มได้ทุกย่างก้าว ใกล้ประตูหรือหน้าต่างเธอก็ไม่แน่ใจ เพราะตอนนี้ตาลายไปหมด "อึก!" เพราะสภาพร่างกายกำลังย่ำแย่ เยี่ยนถิงจึงรู้สึกเจ็บที่อกขึ้นมา เธอยกกาน้ำขึ้นดื่มทั้งอย่างนั้น เพราะกระหายจนทนไม่ไหว ก่อนพาร่างที่ซวนเซกลับไปนอนที่เดิม ใครจะคิดว่า เธอยังฝันต่อเรื่องเดิมได้อีก... หม่าเยี่ยนถิงเป็นคุณหนูจวนขุนนางผู้หนึ่ง จึงได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์มากวิชาหลายแขนง ทำให้นางมีความรู้รอบตัวมากกว่าเด็กวัยเดียวกันหลาย ๆ คน แต่ด้วยเป็นสตรีแคว้นเซี่ย การทำงานบางอย่างยังนิยมให้บุรุษรับผิดชอบ นางจึงทำได้เพียงเรียนรู้ไว้ประดับสมอง หลังถูกบิดาขับไล่มาที่ชนบทของหัวเมืองชั้นนอก ชีวิตจากที่เคยมีบ่าวติดตามก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ท้องของนางก็โตขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินเหินไม่สะดวก เห็นนางเป็นหญิงหม้ายตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เพื่อนบ้านละ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นคุณแม่ลูกแฝด 2

    "ท่านแม่?" "..." "ท่านแม่!" หลังเห็นเธอเงียบไม่ตอบ เด็กที่ยังไม่รู้ความสองคนก็พุ่งเข้ามาหาเธอ กอดขาผู้เป็นแม่คนละข้างแล้วร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นเขื่อนแตก เยี่ยนถิงถึงกับทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ตรงไหน หากจับแรงไปพวกเขาจะช้ำเอาหรือไม่ ในสายตาของหญิงสาว เด็กสองคนนี้เหมือนลูกกระรอกที่อยู่ในกำมือ ต้องจับแบบไหนถึงจะดี ต้องพูดอะไรพวกเขาถึงจะไม่กลัว ชั่วชีวิตนี้เยี่ยนถิงไม่เคยรับมือกับการเลี้ยงเด็ก เธอจึงประหม่ายิ่งกว่าฆ่าคนครั้งแรกเสียอีก "ท่านแม่ไม่ตายแล้วใช่ไหม ท่านป้าร้านหมั่นโถวบอกว่าท่านอาจจะตายก็ได้" "ท่านแม่ไม่หายใจ ข้านึกว่าท่านจะไม่ตื่นอีกแล้ว" "ท่านแม่ต้องกินข้าวบ้าง ท่านไม่ต้องทำอะไรให้พวกข้าแล้วก็ได้ เป่าเปาจะยกให้ท่านทั้งหมดเลย" เด็กสองคนแย่งกันพูดไม่หยุดจนเธอฟังไม่ทันว่าใครพูดอะไรบ้าง แต่สถานการณ์แบบนี้ ให้เอามีดมาจ่อคอเธอก็คงพูดไม่ออกหรอกว่าแม่จริง ๆ ของพวกตายไปแล้วน่ะ "เอ่อ…ข้า ข้าไม่เป็น แค่ไข้ขึ้นสูงจนสลบไปเท่านั้น" เยี่ยนถิงยิ้มแห้ง หาคำแก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ "ท่านแม่อย่าทิ้งพวกข้าไปอีกนะ" ทั้งสองร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดไปก็สูดน้ำมูกไปจนเยี่ยนถิงพูดไม่ออกยิ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   การเป็นแม่คนมันไม่ง่ายเลยสักนิด

    "แม่ไม่สบายเพราะอากาศเปลี่ยนน่ะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว กินยาไปตั้งหนึ่งหม้อ" นางยิ้มให้ หวังให้เด็กฝาแฝดคลายกังวล นึกย้อนไปแล้วหม่าเยี่ยนถิงก็ช่างเป็นสตรีที่ยอดเยี่ยม และเป็นแม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า การที่จะเลี้ยงเด็กสองคนด้วยตัวคนเดียวเป็นอะไรที่เหนื่อยจนนางยังนึกภาพไม่ออก แค่คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว อีกทั้งนางไม่มีใครช่วยเหลือเลย ไม่แปลกใจที่จะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จนนำมาสู่สภาพจิตใจที่อ่อนแอลงอย่างช่วยไม่ได้ ช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารยิ่ง หากหม่าเยี่ยนถิงร้องขอ นางก็อยากไปเอาคืนตระกูลให้ แต่เจ้าตัวอาจไม่ได้ต้องการอย่างนั้น แล้วนางจะสอดมือเข้าไปยุ่งสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร เจตนารมที่แน่วแน่เพียงอย่างเดียวที่เยี่ยนถิงสานต่อให้ได้คือการดูแลเจ้าหมั่นโถวทั้งสองนี่ให้ดีสมกับที่นางเฝ้าถนอมมา "ท่านแม่ ท่านคงเหนื่อยมาก ๆ ถึงได้ป่วย ท่านจะล้มลงไปแบบนั้นอีกหรือไม่ เป่าเปาจะเป็นเด็กดี ท่านแม่อย่าฝืนตัวเองอีกเลยนะ" จื่นเหวินน้ำตาคลอจนตาแดง แต่ก็ไม่ยอมร้องออกมา เยี่ยนถิงเดินไปนั่งตรงหน้าเขา ย่อตัวให้ระดับสายตาเสมอกัน ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่อดีตมือสังหารคนหนึ่งจะทำได้ แฝดพี่ผู้นี้โตเท่า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-26

บทล่าสุด

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ช่วยเหลือบุรุษแปลกหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ 2

    "เป่าเปา แม่รู้ว่าเจ้าปีนต้นไม้เก่ง แต่อย่าขึ้นไปที่สูงแบบวันก่อนอีกเชียวนะ" หม่าเยี่ยนถิงเอ่ยกำชับก่อนแยกย้าย สองวันก่อนจื่อเหวินปีนขึ้นไปเก็บผลไม้และพลัดตกลงมา โชคดีที่ไม่ได้มีกระดูกท่อนไหนหัก แต่ก็ได้แผลฟกช้ำมาไม่น้อย หนี่เหวินเห็นฝาแฝดตัวเองตกลงมาก็ตกใจมาก ร้องไห้ใหญ่โตจนสัตว์ป่ากระเจิงหนีหมด กลัวว่าแฝดพี่จะตาย นางปลอบอยู่นานกว่าลูกสาวจะสงบลง "เข้าใจแล้วขอรับ" "ดีแล้ว ระวังตัวกันด้วยล่ะ ถ้าเจอสัตว์ป่าก็วิ่งมาหาแม่นะ" หม่าเยี่ยนถิงเน้นย้ำอีกหนเพื่อให้พวกเขาเตือนใจยามนึกถึง แต่เวลาเป็นสถานการณ์จริงก็ไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหน แต่นางเชื่อมั่นในฝีมือตัวเองระยะห่างกันเท่านี้นางสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ อีกอย่างป่าแถวนี้ไม่ได้มีสัตว์ใหญ่อะไรเลยกล้าทิ้งเด็กๆ ไว้เพียงลำพัง หม่าเยี่ยนถิงไปส่งเด็ก ๆ อีกฝั่งหนึ่งจึงเดินย้อนกลับมา นางเก็บเผือกเก็บมันไปตามเรื่องและเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อย ๆ เพราะที่ที่เคยเก็บยังไม่มีต้นใหม่งอก มือที่กำลังเอื้อมไปเด็ดผลส้มลงตะกร้าชะงักกึกหลังเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง ห่า

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ช่วยเหลือบุรุษแปลกหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ 1

    หม่าเยี่ยนถิงเริ่มได้เนื้อสัตว์กลับมาทำกินบ้างทีละเล็กละน้อย มื้อไหนมีเนื้อสัตว์อยู่ในรายการอาหารเด็ก ๆ จะเฝ้ารออย่างมากจนเห็นประกายออกมาจากตากลม ๆ นั่นได้เลย ถึงจะชอบกินเนื้อมากแค่ไหนแต่ฝาแฝดก็รู้ว่าต้องแบ่งกัน คืนนั้นทั้งสองก็ยังขอให้นางเล่านิทานให้ฟัง "คืนนี้ท่านแม่จะเล่าเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?" ทั้งสองนอนกอดหมอนแทนตุ๊กตาที่ยังหม่าเยี่ยนถิงคนก่อนยังหาซื้อมาให้ไม่ได้ ต้องเย็บมือให้เองและมันขาดไปเสียแล้ว นางสัญญาว่าจะซ่อมมันให้แต่ก็ยังไม่มีเวลา "องค์หญิงดอกไม้เป็นอย่างไร" เด็ก ๆ ตื่นเต้นทันทีเพราะมารดายังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง "องค์หญิงดอกไม้ เกิดในกลีบดอกไม้ ชุดทำจากกลีบดอกไม้ และประดับผมด้วยเกสร..." องค์หญิงเป็นที่รักของภูตดอกไม้ จนกระทั่งสายลมพัดผ่านมา แต่สายลมไม่ไปไหน สายลมตกหลุมรักดอกไม้ ตั้งใจอยู่เคียงคู่กัน เมื่อสายลมไม่พัดผ่าน ฤดูกาลไม่มาเยือน ทั้งสองจึงต้องจำพรากจากกัน สายลมคิดถึง เพียงหนึ่งฤดู ได้ดอกไม้เคียงคู่ ก่อนจากกันไกล วันปีผันผ่าน ย้อนกลับมาใหม่ ให้ชูชื่นใจ ด้วยรั

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   ความสดใสของฝาแฝดทั้งสอง

    สีหน้าเคร่งเครียดของมารดาทำให้เด็ก ๆ ไม่กล้าถาม ได้แต่กินข้าวไปเงียบ ๆ กระทั่งออกจากบ้านมาที่ภูเขาลูกเดิม ที่ผ่านมามารดาสอนจนจำได้หมดแล้วว่าพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง จื่อเหวินเห็นมารดาเดินแยกไปอีกทางจับมือน้องสาวฝาแฝดเดินมาฝั่งตรงข้ามแล้วเริ่มเก็บผลไม้ต้นเตี้ยกับพืชบางอย่าง ที่นำไปประกอบอาหารได้ เขาไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ แค่จำที่มารดาสอนมาก็ทำได้ง่าย ๆ แล้ว ในขณะที่พี่ชายกำลังปีนป่ายบนต้นไม้ หนี่เหวินก็เดินเก็บผลมะเขือเทศที่ขึ้นอยู่ใกล้ ๆ ไปด้วย นางตั้งใจทำเพราะเมื่อทำแบบนี้นางจะได้รับคำชมจากมารดาทุกครั้ง และการทำให้ท่านแม่ยิ้มได้ทำให้นางมีความสุขตามมารดาไปด้วย หนี่เหวินชอบท่านแม่คนนี้เพราะท่านแม่คนนี้ดูเข้มแข็งและดูสวยสง่างามมาก! เหมือนนิทานที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟัง หม่าเยี่ยนถิงไม่รู้ว่าลูกๆ คิดเห็นอย่างไรกับนาง ตอนนี้นางได้ของป่ามาเต็มตะกร้าเช่นเคย ก่อนจะจูงมือลูกไปตั้งแผงและเร่ขายที่ตลาดด้านหลังได้เงินมาจำนวนหนึ่ง แม้ไม่มากนักแต่ก็พอซื้อเมล็ดพันธุ์ได้สามชนิด ทว่ากลับมาถึงบ้านก็ยังเอาเมล็ดพันธุ์ลงปลู

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   คิดวิธีหาเงินเข้าบ้าน 2

    หม่าเยี่ยนถิงนับเวลารออยู่ในใจ กระทั่งเด็ก ๆ หลับมา นางได้ยินเสียงพวกเขาตั้งแต่ไกล "ท่านแม่ พวกข้ากลับมาแล้ว" "เที่ยวเดียวไม่พอหรอกนะ" "ใช่เจ้าค่ะ พวกข้ายังแบกถังน้ำใหญ่ไม่ได้ ต้องไปอีกหลายครั้งเจ้าค่ะ" หม่าเยี่ยนถิงฉีกยิ้มด้วยความเอ็นดูในตัวบุตรสาว นางลูบผมบุตรสาวตัวน้อยเบา ๆ ก่อนเบนสายตาไปหาแฝดผู้พี่ที่ทำหน้ารอคอยอยู่เช่นกัน "มานี่มา" พอเขาเข้ามาใกล้นางก็ลูบศีรษะเขาเบา ๆ เช่นกัน ไม่ให้เขาน้อยใจว่ามารดารักน้องสาวมากกว่า "เจ้าเก่งที่พาตัวเองกับเหมียวเหมียวกลับมาได้อย่างปลอดภัย" คนได้รับคำชมรู้สึกหัวใจพองโตจนเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ เด็กชายยิ้มกว้างแข่งกับมารดา แล้วน้องสาวก็ยิ้มตาม หม่าเยี่ยนถิงหัวเราะด้วยความชอบใจ "ไม่เห็นท่านแม่ยิ้มนานแล้ว ปกติท่านแม่เอาแต่ร้องไห้ ท่านแม่ต้องยิ้มอีกเยอะ ๆ เจ้าคะ" หนี่เหวินเบิกตากว้างมองมารดาอย่างตกตะลึง ก่อนจะกล่าวออกมาจากหัวใจดวงน้อย ๆ นางชอบเวลาท่านแม่ยิ้มเป็นอย่างมากเพราะเหมือนโลกของนางสดใสขึ้นมาทันที "พวกเจ้าก็ต้องยิ้มเยอะ ๆ เหมือนกัน" ให้ความสดใสและความหวังนี้ อยู่ตราบนานเท่านาน หม่าเยี่ยนถิงมองเด็กน้อยทั้งสองอย่างเอ็นดู พวกเขาน

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   คิดวิธีหาเงินเข้าบ้าน 1

    "ท่านแม่ ถ้าความสูงประมาณนี้ล่ะก็ เราหยิบไข่บนรังนกได้บางรังเลยนะ" จื่อเหวินตาวาววับหลังได้สัมผัสมุมมองใหม่ "นั่นก็ถูกของเจ้า แต่จะเก็บไข่ไปพร่ำเพรื่อไม่ได้หรอกนะ" "ทำไมล่ะขอรับ?" "พวกมันเป็นนกป่า มีศัตรูตามธรรมชาติมากพออยู่แล้ว หากเราเอาไข่มันมากินทุกครั้งที่เจอ ลูกนกก็จะไม่ได้เกิด แล้วถ้ามีคนทำแบบนี้ทุกวันวันละร้อยละพันคน พวกมันคงสูญพันธุ์ในสักวัน" "ท่านแม่ สูญพันธุ์คืออะไรขอรับ?" "เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นมันตัวเป็น ๆ อีกหลังจากนั้น เหลือเพียงซากโครงกระดูกให้เจ้าเรียนรู้ว่าเคยมีมันอาศัยอยู่ร่วมกับเรา" "ฟังดูเศร้าจัง" "ฟังดูเศร้าจริง ๆ" เยี่ยนถิงยืนยันคำตอบด้วยสายตาว่างเปล่า จะกล่าวว่านางไม่สนต่อหน้าพวกเขาก็คงไม่ได้ ต่อให้ต้องล่าสัตว์ทั้งป่านางก็คงไม่รู้สึกอะไร และที่มันสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุก็เป็นเรื่องจริงเดินเข้ามาลึกอีกนิด เยี่ยนถิงก็พบแหล่งพืชผลที่เก็บได้ เด็กเดินไปขุนหัวมันอยู่ทางหนึ่ง ส่วนนางก็ขุดเผือกและเก็บผลไม้อยู่ไม่ไกล ของพวกนี้เก็บไปมาก ๆ ใช่ว่าจะดี หากเก็บตามใจคงไม่มีเหลือให้กินถึงวันหน้า คนที่มาทีหลังก็จะได้เข้าป่าลึกขึ้นไปอีกด้วย ข้าคงต้องหางานทำแล้ว นางป

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   การเป็นแม่คนมันไม่ง่ายเลยสักนิด

    "แม่ไม่สบายเพราะอากาศเปลี่ยนน่ะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว กินยาไปตั้งหนึ่งหม้อ" นางยิ้มให้ หวังให้เด็กฝาแฝดคลายกังวล นึกย้อนไปแล้วหม่าเยี่ยนถิงก็ช่างเป็นสตรีที่ยอดเยี่ยม และเป็นแม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า การที่จะเลี้ยงเด็กสองคนด้วยตัวคนเดียวเป็นอะไรที่เหนื่อยจนนางยังนึกภาพไม่ออก แค่คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว อีกทั้งนางไม่มีใครช่วยเหลือเลย ไม่แปลกใจที่จะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จนนำมาสู่สภาพจิตใจที่อ่อนแอลงอย่างช่วยไม่ได้ ช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารยิ่ง หากหม่าเยี่ยนถิงร้องขอ นางก็อยากไปเอาคืนตระกูลให้ แต่เจ้าตัวอาจไม่ได้ต้องการอย่างนั้น แล้วนางจะสอดมือเข้าไปยุ่งสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร เจตนารมที่แน่วแน่เพียงอย่างเดียวที่เยี่ยนถิงสานต่อให้ได้คือการดูแลเจ้าหมั่นโถวทั้งสองนี่ให้ดีสมกับที่นางเฝ้าถนอมมา "ท่านแม่ ท่านคงเหนื่อยมาก ๆ ถึงได้ป่วย ท่านจะล้มลงไปแบบนั้นอีกหรือไม่ เป่าเปาจะเป็นเด็กดี ท่านแม่อย่าฝืนตัวเองอีกเลยนะ" จื่นเหวินน้ำตาคลอจนตาแดง แต่ก็ไม่ยอมร้องออกมา เยี่ยนถิงเดินไปนั่งตรงหน้าเขา ย่อตัวให้ระดับสายตาเสมอกัน ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่อดีตมือสังหารคนหนึ่งจะทำได้ แฝดพี่ผู้นี้โตเท่า

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นคุณแม่ลูกแฝด 2

    "ท่านแม่?" "..." "ท่านแม่!" หลังเห็นเธอเงียบไม่ตอบ เด็กที่ยังไม่รู้ความสองคนก็พุ่งเข้ามาหาเธอ กอดขาผู้เป็นแม่คนละข้างแล้วร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นเขื่อนแตก เยี่ยนถิงถึงกับทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ตรงไหน หากจับแรงไปพวกเขาจะช้ำเอาหรือไม่ ในสายตาของหญิงสาว เด็กสองคนนี้เหมือนลูกกระรอกที่อยู่ในกำมือ ต้องจับแบบไหนถึงจะดี ต้องพูดอะไรพวกเขาถึงจะไม่กลัว ชั่วชีวิตนี้เยี่ยนถิงไม่เคยรับมือกับการเลี้ยงเด็ก เธอจึงประหม่ายิ่งกว่าฆ่าคนครั้งแรกเสียอีก "ท่านแม่ไม่ตายแล้วใช่ไหม ท่านป้าร้านหมั่นโถวบอกว่าท่านอาจจะตายก็ได้" "ท่านแม่ไม่หายใจ ข้านึกว่าท่านจะไม่ตื่นอีกแล้ว" "ท่านแม่ต้องกินข้าวบ้าง ท่านไม่ต้องทำอะไรให้พวกข้าแล้วก็ได้ เป่าเปาจะยกให้ท่านทั้งหมดเลย" เด็กสองคนแย่งกันพูดไม่หยุดจนเธอฟังไม่ทันว่าใครพูดอะไรบ้าง แต่สถานการณ์แบบนี้ ให้เอามีดมาจ่อคอเธอก็คงพูดไม่ออกหรอกว่าแม่จริง ๆ ของพวกตายไปแล้วน่ะ "เอ่อ…ข้า ข้าไม่เป็น แค่ไข้ขึ้นสูงจนสลบไปเท่านั้น" เยี่ยนถิงยิ้มแห้ง หาคำแก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ "ท่านแม่อย่าทิ้งพวกข้าไปอีกนะ" ทั้งสองร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดไปก็สูดน้ำมูกไปจนเยี่ยนถิงพูดไม่ออกยิ

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นคุณแม่ลูกแฝด 1

    เยี่ยนถิงพยายามประคองตัวเองขึ้นจากความปวดเมื่อยทั่วทั้งร่าง เธอต้องหาวิธีลดไข้ก่อนไม่อย่างนั้นคงได้ช็อกตายแน่ นักฆ่าสาวคลำทางไปทั้งสภาพไม่สู้ดี เธอไม่มีสติพิจารณาอะไรนอกจากหาน้ำมาดื่มให้ได้ก่อน มือปัดป่ายไปข้างเตียงที่นอนก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงฝืนลุกขึ้นมาทั้งที่เสี่ยงจะล้มได้ทุกย่างก้าว ใกล้ประตูหรือหน้าต่างเธอก็ไม่แน่ใจ เพราะตอนนี้ตาลายไปหมด "อึก!" เพราะสภาพร่างกายกำลังย่ำแย่ เยี่ยนถิงจึงรู้สึกเจ็บที่อกขึ้นมา เธอยกกาน้ำขึ้นดื่มทั้งอย่างนั้น เพราะกระหายจนทนไม่ไหว ก่อนพาร่างที่ซวนเซกลับไปนอนที่เดิม ใครจะคิดว่า เธอยังฝันต่อเรื่องเดิมได้อีก... หม่าเยี่ยนถิงเป็นคุณหนูจวนขุนนางผู้หนึ่ง จึงได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์มากวิชาหลายแขนง ทำให้นางมีความรู้รอบตัวมากกว่าเด็กวัยเดียวกันหลาย ๆ คน แต่ด้วยเป็นสตรีแคว้นเซี่ย การทำงานบางอย่างยังนิยมให้บุรุษรับผิดชอบ นางจึงทำได้เพียงเรียนรู้ไว้ประดับสมอง หลังถูกบิดาขับไล่มาที่ชนบทของหัวเมืองชั้นนอก ชีวิตจากที่เคยมีบ่าวติดตามก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ท้องของนางก็โตขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินเหินไม่สะดวก เห็นนางเป็นหญิงหม้ายตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เพื่อนบ้านละ

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลายเป็นหนูทดลองขององค์กร

    "แต่บอสเป็นคนอนุมัติให้ทดลองผลงานชิ้นนี้กับเธอเองนี่ครับ" "หมออี้! ถ้ายังเถียงไม่เลิกผมจะฆ่าคุณเป็นคนต่อไป หยุดมันเดี๋ยวนี้" ขณะที่ทั้งในทั้งนอกห้องกำลังวุ่นวาย เยี่ยนถิงก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว มีแต่กลิ่นยาฉุนกึกที่ยังคงค้างอยู่ในโพรงจมูก และจางหายไปอย่างช้า ๆ แว่วเสียงพร่ำเรียกหา แต่เธอนึกไม่ออกว่าเสียงใคร มันดังมาจากที่ไกล ๆ คล้ายอยู่บนสะพานอีกฟากหนึ่ง แต่ฟังไปฟังมาก็ดูคล้ายเสียงของเธอเองอยู่เหมือนกัน นี่ฉันฝันอยู่หรือเปล่า? เยี่ยนถิงพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาบนทุ่งหญ้าสักแห่งหนึ่ง มีดอกไม้หลากสีรายล้อม ทว่าทิวทัศน์นี้ก็อยู่ไม่นาน พวกมันเหี่ยวเฉาลงราวกับโดนน้ำกรดสาด กลายเป็นธุลีเน่าเปื่อยและทิ้งให้เธอยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางผืนดิน ที่บางแห่งก็แห้งแตก บางแห่งก็กลายเป็นโคลนตมอย่างไม่สมประกอบ จะบอกว่านักฆ่าอย่างเธอไม่ควรตายบนทุ่งดอกไม้หรือยังไงกัน… ถ้าเป็นอย่างนั้นเยี่ยนถิงก็อยากเรียกร้องเช่นกัน คืนชีวิตธรรมดาให้เธอสิ คืนความเป็นเด็กสาวสามัญให้เธอ คืนครอบครัวและบ้านเกิดให้เธอ คืนชีวิตธรรมดาที่ไม่ต้องหวาดระแวงทุกวินาทีมาให้เธอสิ เอาสิ่งที่เรียกว่าโอกาสของเธอคืนมา ถ้าจะตัดสินกันด้วยสิ่งที

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status