Share

บทที่ 26

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
เมื่อเห็นบุคคลนี้ การแสดงออกของเซี่ยหลานก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย และระหว่างคิ้วของนางยังฉายท่าทีแปลกไปอีกด้วย

แต่เนื่องจากสถานะอันสูงส่งของอีกฝ่าย นางจึงยังคงโค้งคำนับ

ฉงชูโม่ยกมือขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นกลาง “หม่อมฉันกลับมาที่หลงเฉิง หม่อมฉันคงมิจำเป็นต้องรายงานต่อท่านอ๋องฉีหรอกกระมังเพคะ?"

ฉินหงแสดงรอยยิ้มที่ตนคิดว่าเป็นมิตรมากออกมา และพูดว่า “แม่ทัพฉงล้อเล่นแล้ว เจ้าเป็นแม่ทัพชั้นหนึ่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากเสด็จพ่อของข้า ในแง่ของตำแหน่งอย่างเป็นทางการนั้น เจ้าอยู่ต่ำกว่าข้าครึ่งอันดับสูงสุด เมื่อเจ้ากลับมา แน่นอนว่ามิจำเป็นต้องรายงานอะไรต่อตัวข้าอ๋องผู้นี้”

“ท่านอ๋องฉีทรงทราบเช่นนั้นก็ดีแล้วเพคะ ชิ่งกั๋วกงน่าจะอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ท่านอ๋องสามารถพบเขาที่นั่นเพคะ”

“ตัวข้าได้พบกับชิ่งกั๋วกงแล้วและข้าก็ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นจากเขาแล้วเช่นกัน เซี่ยหลาน คราวนี้ข้าขาดการพิจารณาทำให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานกับความอัปยศอดสูเพราะฉินซู ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย”

ฉินหงกล่าวและประสานมือคำนับเล็กน้อยไปทางเซี่ยหลาน

เซี่ยหลานรีบโบกมือแล้วพูดว่า “หามิได้เพคะ หม่อมฉันได้บอกท่านปู่แล้วว่า หม่อม
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Kaugnay na kabanata

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 27

    เมื่อมองด้านหลังของทั้งสองขณะเดินออกไป ฉินหงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย กลิ่นกายความโหดเหี้ยมก็แวบขึ้นมาในส่วนลึกจากดวงตาของเขาเขาพึมพำกับตัวเองว่า “ฉงชูโม่ แค่เจ้าปฏิเสธความโปรดปรานของตัวข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นก็เรื่องนี้ มาตอนนี้เจ้ายังกล้าทำหน้ามิพอใจต่อหน้าตัวข้าอีกรึ? หึ รอจนกว่าข้าจะนั่งตำแหน่งองค์รัชทายาทตำหนักบูรพา แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ”พูดจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อด้วยความโกรธแล้วหันหลังเดินออกไปเมื่อกลับมาที่ห้องโถงใหญ่ เซี่ยเหอก็รีบกล่าวขอโทษ “ท่านอ๋อง กระหม่อมขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ เซี่ยหลานถูกพวกเราตามใจมาตั้งแต่นางยังเป็นเด็ก เช่นนั้นนางคงจะ…”ยังมิทันที่เขาจะพูดจบฉินหงก็โบกมือและพูดอย่างมิใส่ใจ “ช่างเถอะ ครั้งนี้เป็นตัวข้าที่ประมาทไปจริง ๆ ใต้เท้าเซี่ย ใต้เท้าหลิน ตอนนี้เราทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าจะมิอ้อมค้อมอีก”ฉินหงหยุดชั่วขณะแล้วพูดอย่างจริงจัง “ตอนนี้จนกว่าจะถึงวันชุนเฟินปีหน้า อีกเพียงแค่ครึ่งปี ในช่วงเวลานี้ ข้าจะต้องสร้างความได้เปรียบให้มากที่สุด มิเช่นนั้น เมื่อองค์รัชทายาทถูกปลด คงจะเป็นการยากที่จะยึดเอาตำแหน่งมาได้สำเร็จ ดังนั้นช่วงเวลาเช่นนี้ข้าคงต้องพึ่งพาท่านใต้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 28

    เมื่อฉินซูมาถึงห้องทรงพระอักษร ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วเขาโค้งคำนับด้วยความเคารพ แต่ฉินอู๋ต้าวโบกมือแล้วพูดว่า “มิต้องมากพิธี ที่นี่ไม่มีคนนอก นั่งลงเถอะ”ฉินซูยังคงยืนอยู่โดยมิได้นั่งลง และถามอย่างใจเย็น “เสด็จพ่อ เมื่อท่านเรียกเอ๋อร์เฉิน(1)เข้าเฝ้า เสด็จพ่อมีรับสั่งอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”ฉินอู๋ต้าวพูดเบา ๆ "เจ้าคงจะรู้เรื่องการประชุมระหว่างแคว้นใช่หรือไม่?”“เอ๋อร์เฉิน… พอรู้บ้างพ่ะย่ะค่ะ”ในความทรงจำของอดีตองค์รัชทายาท เขารู้ดีมิน้อยเลยเกี่ยวกับการประชุมระหว่างแคว้นนี้ฉินอู๋ต้าวพยักหน้าเล็กน้อยและพูดต่อ “เช่นนั้น ทางด้านบู๊ เหลยเจิ้นก็มีผู้สมัครของอยู่แล้ว แต่ทางด้านบุ๋น เว่ยเจิงยังมิได้ตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ที่ข้าเรียกเจ้ามาก็เพื่อจะฟังความคิดของเจ้าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้”“เสด็จพ่อ ขุนนางอาวุโสเว่ยมิสามารถหาผู้สมัครที่เหมาะสมได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”“แม้ว่าในช่วงมิกี่ปีที่ผ่านมาจะมีบัณฑิตชั้นยอดมากมาย แต่พวกเขายังขาดความสามารถในการเข้าร่วมการประชุมระหว่างแคว้นอยู่บ้าง”ฉินซูถามด้วยความสับสน “หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดเสด็จพ่อมิออกประกาศรับสมัครผู้มีความสามารถจากทั่วหล้าหรือพ่ะย่

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 29

    เว่ยเจิงออกมาอย่างช้า ๆ และกล่าวด้วยความเคารพ “ฝ่าบาท คำพูดขององค์รัชทายาทเป็นไปได้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”“ดี เฉาฉุน ร่างคำสั่งทันที ข้าจะเรียกบัณฑิตจากทั่วหล้ามารวมตัวกันที่เมืองหลงเฉิงในวันผู้สูงอายุ เพื่อแสดงความเคารพต่อขงจื๊อ!”“ข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง!”หลังจากจัดเตรียมพระราชกฤษฎีกาแล้วฉินอู๋ต้าวก็ถามเว่ยเจิงอีกครั้ง “เว่ยเจิง เทียบกับเมื่อก่อนแล้วเจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าองค์รัชทายาทดูแตกต่างมากทีเดียว?”“นี่…” เว่ยเจิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็พยักหน้า “ทูลฝ่าบาท จริงพ่ะย่ะค่ะ”“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดองค์รัชทายาทจึงเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้?”“ข้าน้อยผู้นี้มิแน่ใจพ่ะย่ะค่ะ หรือบางทีองค์รัชทายาทอาจจะรู้สึกตัวขึ้นมากะทันหันก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ”ฉินอู๋ต้าวยิ้มเยาะและพูดว่า “ว่ากันว่าภูมิแคว้นนั้นยังเปลี่ยนแปลงได้ แต่ธรรมชาติของมนุษย์นั้นยากแท้ที่จะเปลี่ยน ตั้งแต่เขาเติบใหญ่ เขามัวแต่หลงมึนเมาไปกับสุราเคล้าอยู่แต่กับนารี เขาจะรู้สึกตัวขึ้นมากะทันหันได้อย่างไร? ข้าสงสัยว่าจะมีที่ปรึกษาผู้มีทักษะสูงคอยชี้นำเขาจากเบื้องหลัง”ด้วยเหตุนี้ การจ้องมองของฉินอู๋ต้าวก็เฉียบคมขึ้นในขณะท

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 30

    ฉงชูโม่เหลือบมองฉินซูและพูดอย่างมิสบอารมณ์ “หัวหน้าโหรหลวงกับหม่อมฉันมีความแค้นอันใดต่อกัน? แล้วเกี่ยวอันใดกับท่านมิทราบ?”“ไปกันใหญ่ ข้าคือองค์รัชทายาทแห่งตำหนักบูรพา แล้วเจ้าคุยกับตัวข้าผู้เป็นองค์รัชทายาทด้วยท่าทีเช่นนี้รึ?”ฉินซูรู้สึกอยู่เสมอว่าฉงชูโม่นั้นหยิ่งเกินไปฉงชูโม่ขมวดคิ้วและถามด้วยความสับสน “ท่านจะไปที่ใด?”ฉินซู “...”ฉงชูโม่ถกแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นเผยให้เห็นแขนขาวใสดั่งหยก และพูดต่ออย่างภาคภูมิใจ “อย่าพยายามใช้ตำแหน่งองค์ชายแห่งตำหนักบูรพามาข่มขู่หม่อมฉัน นับประสาอะไรกับความจริงที่ว่า ท่านเป็นเพียงองค์รัชทายาทที่กำลังจะถูกปลด แม้ว่าจะมิใช่เช่นนั้น หม่อมฉันก็มิกลัวท่านหรอก”“เอาเถอะ ตัวข้าคร้านเกินกว่าจะพูดเรื่องไร้สาระกับเจ้า บอกข้าหน่อยสิ ดึกดื่นเพียงนี้เจ้ามาทำอันใดที่นี่?”“องค์รัชทายาทเอ่ยถามเช่นนี้ช่างแปลกพิลึก ตอนนี้หม่อมฉันเป็นอาจารย์แห่งตำหนักบูรพาของท่านแล้ว จากนี้ไป มิว่าจะกิน ดื่ม ใช้ชีวิต อาศัยอยู่ หม่อมฉันก็จะทำในตำหนักบูรพาแห่งนี้!”“มิใช่แล้วกระมัง? หากเจ้าอยู่ในตำหนักบูรพาทั้งวันทั้งคืนเช่นนี้ แล้วความเป็นส่วนตัวของตัวข้าเล่า?”“หึ องค์จักรพร

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 31

    ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยมิรู้ว่าจะพูดอะไร ดังนั้นเขาจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตกฉงชูโม่เหลือบมองที่โถงใหญ่อีกครั้ง เอ่ยเหน็บแนม “องค์รัชทายาท ด้วยตำแหน่งของพระองค์ ทรงแอบฟังเช่นนี้ พระองค์มิรู้สึกละอายใจบ้างหรือเพคะ?”“ข้ามิได้แอบฟังเสียหน่อย เป็นพวกเจ้าที่พูดดังเกินไปต่างหาก ทำราวกับว่าข้าอยากได้ยินอย่างนั้น”ฉินซูเกาจมูกตัวเอง แล้วเดินกลับไปที่ห้องโถงด้านหลังด้วยความเขินอายตอนนี้เขามิสามารถไปยุ่มย่ามกับฉงชูโม่ที่มีอำนาจในราชสำนักได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถซ่อนตัวจากนางได้ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “ชูโม่ มันเหมาะสมที่สตรีเช่นเจ้าจะค้างคืนอยู่ในตำหนักบูรพาหรือ?”“ข้าจะมิเพียงแค่พักค้างคืนเท่านั้น แต่ข้าจะอยู่ในตำหนักบูรพาจนถึงวันชุนเฟินปีหน้า นี่คือพระประสงค์ขององค์จักรพรรดิ อีกอย่าง...”เมื่อฉงชูโม่พูดเช่นนี้ นางก็มองลึกเข้าไปในโถงใหญ่ และพูดต่ออย่างมีความหมายลึกซึ้งว่า “หากมีใครคิดจะทำอะไรมิดีกับข้า ข้าจะได้มีเหตุผลในการเอาคืน!”“เช่นนั้นแล้ว ข้าจะไปขออนุญาตจากองค์จักรพรรดิ ขอประจำอยู่ในตำหนักบูรพาด้วยเช่นกัน”“เจ้าเป็นเพียงหัวหน้าองครักษ์ของตำหนักบูรพา แต่เจ้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 32

    ครู่ต่อมา เสียงของหลินชิงเหยาก็ดังมาจากนอกโรงอาบน้ำ “องค์รัชทายาท หม่อมฉันมีเรื่องกราบทูลพระองค์เพคะ”ฉินซูเปิดประตูโรงอาบน้ำแล้วดึงนางเข้ามาจากนั้นเขาก็รีบปิดประตูอีกครั้งทีแรกหลินชิงเหยาสะดุ้งตกใจ จากนั้นจึงตระหนักได้ว่าฉินซูต้องการทำอะไรใบหน้าอันบอบบางและงดงามของนางแดงโดยมิรู้ตัว พลันก้มหน้าลงด้วยความเขินอายท่าทางอ่อนหวานนี้ทำให้ฉินซูรู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจเขาเชยคางโค้งมนของหลินชิงเหยาขึ้น ตั้งใจจะจุมพิตลงริมฝีปากอันอ่อนนุ่มนั้นหลินชิงเหยาเอามือขาวนวลของนางปิดที่ปากของฉินซู แล้วพูดว่า "องค์รัชทายาท หม่อมฉันมีเรื่องด่วนจะกราบทูลพระองค์เพคะ"ฉินซูพูดอย่างมิอดทน “หากมีเรื่องอะไร ก็เอาไว้พูดกันทีหลัง!”“องค์รัชทายาท หม่อมฉันอยู่ที่นี่แล้ว เหตุใดพระองค์ต้องรีบร้อนเช่นนี้ อย่างมาก คืนนี้หม่อมฉันก็มิกลับไป”ทันทีที่หลินชิงเหยาพูดคำเหล่านี้ ใบหน้างดงามของนางก็แดงยิ่งขึ้นอีกฉินซูพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เช่นนั้นก็รีบบอกข้ามาว่ามีเหตุด่วนอันใด”“ท่านอ๋องฉีสั่งให้พ่อของหม่อมฉันไปหาขุนนางอาวุโสเว่ยในฐานะผู้เจรจา และท่านพ่อของหม่อมฉันก็เห็นด้วยแล้วเพคะ”ฉินซูฟังด้วยสีหน้าจริงจัง

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 33

    เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าอันงดงามของฉงชูโม่ก็แดงก่ำทันที ใบหูและคอแดงปื้น!นางมิคิดเลยว่าองค์รัชทายาทจะไร้ยางอายถึงขนาดทำเรื่องมิดีเช่นนี้ในบ่อน้ำร่วมกับสตรีอื่น!ยิ่งนางคิดมากเท่าไร นางก็ยิ่งโกรธ อดมิได้ที่จะอยากจะไปดุเขาสักสองสามคำแต่มันน่าอายอย่างยิ่งที่คิดว่านางมิได้สวมอะไรเลย และในสถานการณ์เช่นนี้ก็นับว่ายิ่งน่าอายเข้าไปใหญ่ดังนั้นนางจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องระงับความโกรธไว้ แล้วถอยกลับไปอีกด้านอย่างเงียบ ๆทว่าขณะที่นางกำลังจะกลับไปอย่างงุ่มง่ามหลินชิงเหยาและฉินซูก็ยังพูดคุยเรื่องที่น่าอายต่อไปเมื่อได้ยินการสนทนาเหล่านี้ ฉงชูโม่ก็หน้าแดง รีบยกมือปิดหูทันทีใต้หล้านี้มีคนไร้ยางอายขนาดนี้ได้อย่างไร...ฉงชูโม่ที่ดูถูกเหยียดหยามในใจ ก็อดมิได้ที่จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ดังนั้นจึงแอบมองไปอีกสองสามครั้งผ่านหมอกน้ำที่คลุมเครือ นางมองเห็นความสุขและความเพลิดเพลินบนใบหน้าของหลินชิงเหยานางอดมิได้ที่จะรู้สึกสับสน สัมพันธ์ระหว่างชายหญิง วิเศษเพียงนั้นจริง ๆ หรือ?ขณะที่นางคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางก็รู้สึกว่าเลือดในร่างกายเดือดพล่าน และค่อย ๆ ทรุดตัวลงในบ่อาบน้ำในขณะนี้ จิตใจข

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 34

    ฉินซูมิทันได้ระวัง จึงถูกฉงชูโม่ตบอย่างแรงแรงตบอันทรงพลังทำให้เขาลอยกระเด็นออกไปหลายเมตรโครม!ถังไม้ในโรงอาบน้ำถูกกระแทกจนเป็นชิ้น ๆหลังจากที่ฉินซูล้มลงกับพื้น เขาก็ทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดหากเขามิได้รับการปกป้องจากพลังชี่ที่แข็งแกร่ง เขาคงตายคาที่จากการตบของฉงชูโม่ไปแล้วฉงชูโม่ที่อยู่ในบ่ออาบน้ำก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเช่นกันหลังจากตบออกไปเมื่อครู่นางโกรธมากจนออกแรงเต็มที่หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว นางก็แอบกรีดร้องในใจว่าแย่แล้ว เผลอตบองค์รัชทายาทจนตายไปเสียได้!เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ นางก็ตื่นตระหนก ตะโกนไปทางอีกด้านของบาน้ำว "องค์รัชทายาท พระองค์… ยังสบายดีหรือไม่?"เมื่อได้ยินคำพูดที่ตื่นตระหนกของนาง ฉินซูก็คิดวางแผน ตัดสินใจแกล้งตายทันทีเมื่อมิได้รับการตอบกลับจากฉินซู ฉงชูโม่ก็ยิ่งตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้น“องค์รัชทายาท... ฉินซู พระองค์เป็นอย่างไรบ้าง? ตอบหม่อมฉันหน่อยสิ!”ฉินซูยังคงมิตอบสนอง!ฉงชูโม่มิสนใจว่านางเปลือยเปล่าหรือไม่ รีบวิ่งไปทางที่ฉินซูลอยกระเด็นออกไปเมื่อนางเห็นฉินซูนอนนิ่งอยู่ในกองไม้แตกกระจาย ร่างกายของนางก็แข็งทื่อจบแล้ว นางเผลอตบองค์รัชทายาทจนตา

Pinakabagong kabanata

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 657

    หลังจากนั้น เสียงระเบิดของระเบิดสายฟ้าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนก็ดังมิขาดสายเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ภายนอก จ้าวควงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ฉินซู เจ้าพาทหารต้าเหยียนของเจ้าเข้ามาด้วยรึ?”ฉินซูหัวเราะเยาะ “ถูกต้องแล้ว พระราชวังของเจ้ามีทหารรักษาพระองค์เพียงหมื่นกว่านาย มินานก็ถูกสังหารหมดสิ้น!”เป็นจริงมิต่างจากที่คาดสักเท่าไร มินานเสียงต่อสู้ภายนอกก็เงียบลงจากนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จ้าวควงมองไปยังนอกประตูท้องพระโรงด้วยความหวังเขาหวังสุดหัวใจว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นคนแรกจะเป็นทหารรักษาพระองค์ของตนน่าเสียดายที่ทุกอย่างมิเป็นไปตามที่หวัง คนที่บุกเข้ามาจากภายนอกล้วนเป็นคนแปลกหน้าชายผู้นำขบวนเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวต่อฉินซูด้วยความเคารพ “องค์รัชทายาท ทหารรักษาพระองค์ในพระราชวังหนานเยวี่ยถูกสังหารไปสามพันนาย ที่เหลือทั้งหมดยอมศิโรราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวควงก็เปลี่ยนไปฉับพลัน จากนั้นจึงคำรามออกมา “เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ทหารรักษาพระองค์ของข้าจงรักภักดี พวกเขายอมตายเสียดีกว่าที่จะยอมจำนน เจ้าอย่ามาพูดจาเหลว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 656

    “ฝ่าบาท!!”เหล่าขุนนางตกใจจนแทบสิ้นสติกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ต่างคนต่างยืนงงงันอยู่กับที่ ทำกระไรมิถูกส่วนองครักษ์พกดาบก็ชักดาบออกมาโดยมิลังเล หัวหน้าองครักษ์ตวาดเสียงดัง “เจ้าคนแซ่ตงฟาง รีบปล่อยฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะได้ตายไร้ที่ฝังศพ!”“ขออภัย ข้ามิได้แซ่ตงฟาง แต่แซ่ฉิน!”ฉินซูกล่าวพร้อมกับกระชากหน้ากากหนังออกดวงตาของจ้าวควงหดเล็กลง ในใจสั่นสะท้าน “เจ้า เจ้าคือองค์รัชทายาทผู้รอวันปลดแห่งต้าเหยียน...”“ข้าคือรัชทายาทแห่งต้าเหยียนจริง แต่คำว่า ‘รอวันปลด’ นับแต่นี้ไปคงต้องตัดทิ้งเสียแล้ว!”ฉินซูจับตัวจ้าวควงไว้ แล้วดีดนิ้วไปยังอากาศวูบ!ปราณดัชนีอันแข็งแกร่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว เสาไม้แดงต้นหนึ่งในท้องพระโรงปรากฏรูลึกในทันใด!เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ฉินซูคือจอมยุทธ์ระดับสวรรค์!ฉินซูข่มขวัญจนทุกคนหวาดกลัวแล้วก็หันไปตวาดใส่ทหารเกราะเหล่านั้น “ข้ามิอยากเสียเวลาสู้กับพวกเจ้า หากมิอยากตาย อย่าริอ่านขยับ!”ทหารเกราะเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ต่างก็มิแน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีหากลงมือ จ้าวควงผู้เป็นถึงองค์จักรพรรดิจะตกอยู่ใ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 655

    "เรื่องอันใดเพคะ?"“ฉินอวี่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าพาทหารไปปิดล้อมเส้นทางสำคัญทุกสายทันที ป้องกันมิให้เขาลอบไปแจ้งข่าวให้หนานเยวี่ยรู้ตัว”“เพคะ! แล้วทหารชั้นยอดห้าหมื่นนายที่เขาซุกซ่อนไว้ที่ตงไห่เล่าเพคะ? เกรงว่าเขาจะหนีไปทางนั้นแล้วกระมัง?”“ในยามนี้ เกรงว่าทหารห้าหมื่นนายนั้นจะยกทัพขึ้นเหนือไปแล้ว คงกำลังรอคำสั่งใหม่ของฉินอวี่อยู่ที่ไหนสักแห่ง เอาเช่นนี้ เจ้าพาหูก่วงเซิงไปด้วย เขารู้จุดนัดพบ เมื่อไปถึงจุดนัดพบแล้วก็ให้ควบคุมตัวหัวหน้าของพวกมันเอาไว้!”ฉินซูพูดจบก็หันไปสั่งตงฟางไป๋ “ตงฟางไป๋ พวกเจ้าสองพี่น้องจงติดตามฉงชูโม่ไปด้วย!”“รับพระบัญชา!” สองพี่น้องตงฟางรับคำสั่งด้วยความเคารพฉงชูโม่ก็ยังคงกังวลอยู่บ้าง “แล้วอ๋องฉู่เล่าเพคะ? หากเขาล่วงหน้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้นก่อนพวกเรา เรื่องคงจะยุ่งแล้ว”ฉินซูกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าคาดการณ์ว่าฉินอวี่มิกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง หากเขากล้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้น ก็มิต่างอะไรกับการประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ว่าเขากำลังก่อกบฏ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมไม่มีวันได้ฟื้นคืนอำนาจอีก!”ฉงชูโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีเหตุผล นางจึงพยั

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 654

    ภายในเมือง เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศของลูกธนูที่พุ่งผ่านดังมิขาดสายเสียงร้องโหยหวนยิ่งดังระงมมิหยุดหย่อน ต่อเนื่องเป็นระลอก!พื้นดินของเมืองอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน สังหารหมู่ นี่คือการสังหารหมู่แต่เพียงฝ่ายเดียว!ในเวลานี้ ทหารหนานเยวี่ยที่ล้มลงจมกองเลือดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆฉินซูเห็นเติ้งหม่างมิไหวติง จึงเตือนสติ “ทุกครั้งที่เจ้าลังเล จะมีทหารหนานเยวี่ยสังเวยชีวิตอีกนับมิถ้วน เจ้าจะเงียบต่อไปก็ได้ อย่างไรเสียก็มิใช่ทหารของข้า”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็มองไปยังสถานการณ์การรบอันน่าอนาถที่อยู่ไกลออกไป ในที่สุดก็ยอมรับความจริงที่ว่าสถานการณ์พลิกผันไปแล้วเขาถอนหายใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ตะโกนเสียงดัง “แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง วางอาวุธลงยอมจำนนเสีย!”คำสั่งของเขาแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วกองทัพหนานเยวี่ยในเมืองพากันโยนอาวุธในมือทิ้งพร้อมยกมือขึ้นยอมจำนนส่วนทหารแห่งต้าเหยียนก็หยุดการกระทำ มิยิงธนูต่อไปมินาน ฉงชูโม่ก็นำทัพใหญ่บุกเข้าเมือง ควบคุมทหารหนานเยวี่ยของเติ้งหม่างไว้ได้ทั้งหมดเติ้งหม่างมองโจวฉางที่ถูกตงฟางไป๋จับมัดไว้พลางหัวเราะอย่างข

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 653

    เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนก็ตกตะลึงจนตาแทบถลนออกมา!กุนซือจะชิงตำแหน่งแม่ทัพหรือ?!เติ้งหม่างยืนงงไปครู่หนึ่ง ถามเสียงต่ำ “ท่านผู้อาวุโส ท่านหมายความว่าอย่างไร?”ฉินซูยิ้มอย่างใจเย็น “แม่ทัพเติ้ง เจ้ารู้จักคำกล่าวที่ว่า ทหารจะมิชิงชังกลอุบายหรือไม่?”ขณะพูด อีกมือหนึ่งก็กระชากบางอย่างออกจากใบหน้า!หน้ากากผิวหนังที่บางราวปีกแมลงทับบนใบหน้าถูกกระชากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาเมื่อเห็นภาพนั้น เติ้งหม่างก็อุทานออกมา “ฉินซู! เป็นเจ้าเองรึ!!”ในฐานะแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหนานเยวี่ย ภาพเหมือนของรัชทายาทแห่งแคว้นเพื่อนบ้าน มีหรือเขาจะจำมิได้ ดังนั้นเขาจึงจำฉินซูได้ในทันทีฉินซูหัวเราะในลำคอ “ตกใจหรือไม่เล่า? คาดมิถึงเลยใช่หรือไม่?”เติ้งหม่างโกรธจัดจนกระอักเลือดออกมาเป็นกระบุง!ตนพารัชทายาทของแคว้นศัตรูมาพบจักรพรรดิแห่งหนานเยวี่ย ซ้ำยังปล่อยให้อีกฝ่ายมาเป็นกุนซือของกองทัพตนอีก!บัดนี้ทหารนับแสนนายถูกล้อมอยู่ในเมืองเจียวโจว ถูกขังไร้ซึ่งทางหนี ชะตากรรมความเป็นความตายอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายในใจของเติ้งหม่างเต็มไปด้วยไฟแค้น โกรธจนตัวสั่นเขาคำรามใส่ลูกน้อง “ยังยืนโง่อยู่อีก ทำกระไ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 652

    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซู เติ้งหม่างก็พยักหน้าหนักแน่น “ดี แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง ตามข้าบุกโจมตีค่ายใหญ่ใจกลางกองทัพต้าเหยียน บุก!”เติ้งหม่างนำทัพเป็นคนแรก บุกตะลุยเข้าไปข้างในพวกเขาบุกตะลุยราวกับพายุตลอดทาง มิใช่สิ ต้องบอกว่าบุกเข้าไปถึงหน้าค่ายทหารใหญ่อย่างไร้อุปสรรคขัดขวางเติ้งหม่างเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาโบกมือสั่งการ สั่งให้คนบุกเข้าไปทันทีแต่ผลปรากฏว่า ในค่ายทหารใหญ่ใจกลางกองทัพ กลับไม่มีแม้แต่เงาคน!“แย่แล้ว พวกเราติดกับแล้ว!”ถึงเติ้งหม่างจะมีปฏิกิริยาช้าไปบ้างแต่ในที่สุดก็ตระหนักได้แล้วเขาคำรามเสียงดังโดยมิลังเล “ทุกคนถอยทัพกลับ พวกเราติดกับแล้ว!”แต่ฉินซูโบกมือ “ถอยทัพเวลานี้ เท่ากับปล่อยให้ความสำเร็จกลายเป็นศูนย์ รีบแบ่งทหารไปประจำการยึดประตูเมืองทิศต่าง ๆ เมื่อสำเร็จ หากทำสำเร็จก็เท่ากับต้าเหยียนยกเมืองให้เราเปล่า ๆ เมืองหนึ่ง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเติ้งหม่างก็เปล่งประกายวูบวาบขึ้นมา กล่าวชม “ท่านผู้อาวุโสพูดมีเหตุผล แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง แบ่งทหารออกไปสี่ทิศ รีบบุกยึดประตูเมืองเจียวโจวทุกทิศโดยเร็วที่สุด!”"ขอรับ!"ทหารนับแสนนายรีบแบ่งอ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 651

    “ข้าน้อยเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”ช่ายเฟิงพยักหน้าหนักแน่น แล้วหันหลังกลับไปเตรียมคบเพลิงทางฝั่งที่ตั้งกองทัพใหญ่หนานเยวี่ย เติ้งหม่างมองไปที่กำแพงเมืองแวบหนึ่ง ในใจก็อดมิได้ที่จะกระวนกระวายใจเล็กน้อยเขากระซิบถามฉินซู “ท่านผู้อาวุโส ยามนี้ก็ยามโฉ่ว[footnoteRef:0]แล้ว แต่บนกำแพงเมืองหาได้มีความเคลื่อนไหวไม่ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่อ๋องฉู่จะเปลี่ยนใจกะทันหัน?” [0: ยามโฉ่ว เริ่มนับตั้งแต่เวลา 01.00 – 03.00 น.] “อย่าเพิ่งใจร้อน รออีกเดี๋ยว อีกอย่าง ต่อให้อ๋องฉู่จุดคบเพลิงเป็นสัญญาณจริง พวกเราก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ท่านผู้อาวุโสสงสัยว่าอ๋องฉู่จะหักหลังพวกเราหรือ?”“กันไว้ดีกว่าแก้ เมื่อมิกี่วันก่อนข้าเข้าไปสำรวจข้างในเจียวโจวมาบ้าง รู้สภาพข้างในคร่าว ๆ เดี๋ยวเข้าไปในเมืองแล้วเจ้าอย่าปล่อยให้ทัพใหญ่วิ่งพล่านโดยพลการ จะเป็นอันตรายเอาได้”“ในเมื่อท่านผู้อาวุโสคุ้นเคยกับผังเมืองภายใน เมื่อเข้าไปในเมืองแล้วขอฝากท่านผู้อาวุโสบัญชาการทัพต่อด้วย ตอนนี้ท่านคือกุนซือของเราแล้ว!”“ดี!”ในใจของฉินซูแทบจะระเบิดหัวเราะออกมาในเวลานี้เองบนกำแ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 650

    ต่อมา ฉินอวี่จึงใช้ทหารม้าหุ้มเกราะชั้นยอดของตนเข้ามาแทนที่ทหารม้าลาดตระเวนที่ฉงชูโม่เคยส่งออกไปก่อนหน้านี้มิว่าทางหนานเยวี่ยจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่ก็ตามทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขารายงานเมื่อทำภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ฉินอวี่ก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาอยู่ในค่ายทหาร รินสุราดื่มเองไปสองสามจอก.......นอกเมืองถัวเฉิงแคว้นหนานเยวี่ย เติ้งหม่างและฉินซูกำลังนำทัพใหญ่ออกเดินทางอีกครั้งมุ่งหน้าไปยังเมืองเจียวโจวอีกหนึ่งวันต่อมากองทัพใหญ่หหนานเยวี่ยเดินทัพถึงยามค่ำคืน เร่งฝีเท้าอย่างเต็มที่ ในที่สุดก็เดินทางมาถึงนอกเมืองเจียวโจวจนได้ จากนั้นจึงอาศัยความมืดซ่อนตัว"โจวฉาง ยามนี้ยามใดแล้ว" เติ้งหม่างจ้องมองกำแพงเมืองที่อยู่ไกลออกไป ถามโดยมิหันศีรษะกลับมาโจวฉางตอบด้วยความเคารพ "เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ ยามนี้เป็นยามไฮ่[footnoteRef:0]แล้วขอรับ!" [0: ยามไฮ่ เริ่มนับตั้งแต่เวลา 21.00 – 23.00 น.] "เหลือเวลาอีกสองชั่วยาม ทุกคนจงเตรียมพร้อม พร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ!""น้อมรับบัญชา!"ในเวลาเดียวกันฉินอวี่ก็นำคนสนิทขึ้นไปบนเชิงเทินทหารป้อมปราการบนกำแพงเมืองก็ถูกเปลี่ยนเป็นค

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status