หลิวเสียงเหย่าบุตรีของแม่ทัพใหญ่ถูกหลอกใช้ให้กำจัดองค์ชายรัชทายาทยังไม่พอ กองกำลังรักษาเมืองหลวงที่บิดาของตนก่อขึ้นก็ต้องตกเป็นของคนผู้นั้น องค์ชายสามผู้สง่างาม หล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยคำหวานๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าของนาง จากลูกแม่ทัพที่ติดตามบิดาไปฝึกทหารอยู่บ่อยครั้งจึงมีวิชาติดกายอยู่มาก แต่ในเมื่อเกิดรักใครกับองค์ชายในวังก็เปลี่ยนไป แต่ถึงกระนั้นเขากับสหายสนิทของนางก็หักหลังนาง แม้กระทั่งยอมเป็นอนุเพราะความรัก เขาบอกว่าจะรักนางและบุตรที่เกิดผู้อื่น แต่เมื่อบุตรชายของนางมีอายุครบหกปี เขาก็ให้นางลวงบิดาของบุตรนางมา และสังหารพวกเขาทั้งสาม ก่อนตายนางกำแหวนหยกปาจือสี่ม่วงลาเวนเดอร์ที่หนามกงฟู่มอบให้ นางตื่นขึ้นมาอีกครั้งซึ่งหนามกงฟู่ถูกวางยากำลังฉวยโอกาสกับนาง มือของนางสัมผัสแหวนหยกปาจือสี่ม่วงลาเวนเดอร์ที่อยู่ในมือเขา นางไม่สามารถแก้ไขให้เขาไม่ลงมือกับนางได้ หลิวเสียงเหย่าคิดหาหนทางที่จะหลีกหนีองค์ชายสามผู้ที่ทำร้ายและหลอกใช้ความรักของนางเป็นเครื่องมือทำให้ตัวเขาได้เป็นองค์ชายรัชทายาท ในเมื่อตอนนี้นางได้หลับนอนกับองค์ชายรัชทายาทแล้ว และชาติที่แล้วเขาก็ดีกับนางไม่น้อย ครั้งนี้นางก็จะสนับสนุนเขา
View Moreแม่ทัพหลิวจัดเตรียมทหารไว้ตั้งแต่คราแรกที่อ่องเต้ได้อ่านจดหมายขององค์ชายรัชทายาทแล้ว เนื่องจากว่าบุตรรีของเขาได้กำชับกับเขาเป็นหมั้นเป็นเหมาะว่าจะต้องสนับสนุนองค์ชายรัชทายาทให้เต็มที่ เมื่อเขาต้องการคนผู้เป็นพ่อตาจึงต้องจัดเตรียมให้ แม่ทัพหลิวเข้าไปในกองทหารของตนเอง และกล่าวกับทหารทุกคนอย่างพร้อมเพรียงกัน หากผู้ใดจะออกไปรบก็ให้ร่วมลงนามเนื่องจากว่าครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นใด ผู้ที่ร่วมลงนามนั้นจะต้องพร้อมใจที่จะออกไปรับใช้บ้านเมืองเท่านั้นหากผู้ที่มีภาระอยู่ไม่ต้องออกไปลงนามทั้งสิ้น ทหารของแม่ทัพหลิวเองมีราวๆห้าหมื่นกว่านาย ผู้ที่พร้อมลงนามราวๆสามหมื่นกว่านายแต่ท่านแม่ทัพหลิวก็ยังไม่ได้ส่งทั้งสามหมื่นนายออกไปเขาจึงคำนวณอยู่ในใจว่าจะส่งไปซักสองหมื่นนายก็น่าจะเพียงพอ ส่วนเรื่องเสบี่ยงอะไรก็จนปัญญาอย่างยิ่งถ้าหากว่าฮ่องเต้ไม่ทรงอนุญาตก็คงจะต้องใช้เบี้ยของตัวเองจัดเตรียมให้ แล้ว เขาต้องการจะให้บุตรีเพียงคนเดียวของเขาสบายใจ หากสวามีของนางอยู่ยังแดนไกลแล้วไร้ทหารคอยป้องกันนาง ก็คงจะหวั่นวิตกไม่น้อย และตอนนี้นางก็ตั้งครรภ์แล้ว จะให้นางคิดหนักกับเรื่องสามีได้อย่างไรและอีกอย่างอาจคิ
"นายน้อยขอรับแล้วแบบนี้พวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นดังที่นายน้อยคิดเอาไว้ไม่มีผิดแล้วทางนี้เราก็นำทหารมาเพียงห้าร้อยนายเท่านั้นเราจะจัดการอย่างไรดี"ซูเสวี่ยกล่าวขึ้น"ท่านแม่ทัพถึงคนของเราจะน้อย แต่มีข้าผู้นึงแหละที่จะสู้แบบไม่ถอย และข้าเชื่อว่าทหารทุกคนที่อยู่ทางนี้ก็จะสู้เช่นเดียวกัน"ทหารผู้หนึ่งกล่าวขึ้นเขาเห็นพวกข้าศึกบุกมาขนาดนี้ทำให้เขาฮึกเหิมที่จะออกไปสู้รบ ทหารที่อยู่ใกล้ๆและได้ยินพยักหน้ากัน"เราเขียนจดหมายขอคนจากวังหลวงตั้งแต่ที่เราจะออกเดินทางมาตะวันออกแล้วอีกไม่นานกลุ่มนั้นน่าจะมาถึงให้ทหารหนึ่งนายที่มีความเร็ววิ่งย้อนไปเพื่อที่จะตามหากลุ่มทหารที่ส่งมาจากวังหลวงให้เร่งเดินทางมาให้เร็วที่สุด และเข้าไปแจ้งวังหลวงว่าทิศตะวันออกนั้นมีข้าศึกบุกมา ให้เขารายงานเป็นคำพูดเลย"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่กล่าวขึ้น ทหารผู้ที่กล่าวว่าเขายินดีที่จะอยู่ต่อสู้แม้คนน้อยนั้นรีบหมอบเคารพและรีบวิ่งไปหาทหารผู้หนึ่งเพื่อที่จะส่งข่าวและทหารผู้นั้นก็วิ่งออกไปทันทีทหารผู้ที่ไปส่งข่าวนั้นรีบกลับเข้ามาเพื่อที่จะฟังว่าท่านแม่ทัพจะสั่งการเช่นไรอีก ณ เวลานี้แม่ทัพใหญ่ก็คือองค์ชายรัชทายาทน
เมื่อองค์ชายรัชทายาทจะออกจากค่ายด้านเหนือจึงเขียนจดหมายกลับไปหาฮ่องเต้เพื่อที่จะขอคนจากวังหลวงเพื่อที่จะไปศึกษาเส้นทางที่อยู่ดินแดนติดกับแม่น้ำฝั่งตะวันออก เขายื่นจดหมายให้รองแม่ทัพเพื่อที่จะหาคนไปส่งให้เขา ยังวังหลวงมีจดหมายจากวังหลวงมาถึงองค์ชายรัชทายาทหนึ่งฉบับ"นายน้อยขอรับน่าจะเป็นจดหมายจากพระชายาขอรับ"ซู่เสวี่ยกล่าวขึ้น องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่รีบคว้าจดหมายนั้นมาเปิดทันที "หวังว่าท่านพี่คงสบายดี น้องนั้นได้ตั้งครรภ์ตามที่เราปรารถนาแล้ว หวังว่าท่านพี่คงจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีเพื่อที่จะกลับมาอยู่กับน้องและบุตร ทางชายแดนด้านตะวันออกของแคว้นตรงนั้นติดกับแม่น้ำหนองหว้าท่านพี่ไม่น่าจะวางใจทางแม่น้ำท่านน่าจะรีบจัดคนไปเฝ้าไว้ น้องได้ข่าวจากท่านพ่อว่าแคว้นอื่นๆตอนนี้เหมือนว่าจะคุ้มกันค่ายที่ติดกับแคว้นตงของเราเพียงอย่างเดียว ไม่ได้คิดที่จะโจมตีแต่อย่างใด น้องคิดว่ามันเป็นอุบายเพื่อให้เราตายใจ และจะก่อตัวโจมตีอีกครั้งหลังที่วางคนให้เดินทางข้ามแม่น้ำนั้นมาแล้ว ท่านพี่ให้คนไปสังเกตการณ์ทางด้านทิศแม่น้ำหรือยังเพคะหากยังน้องว่าท่านที่ต้องรีบเร่งแล้ว "พระชายาเขียนจดหมายถึงสวามีเขาจำได้ว่าใน
พระชายาหลิบกลับตำหนักและเขียนจดหมายถึงองค์ชายรัชทายาททันที ทางด้านองค์ชายรัชทายาทเมื่อเขียนจดหมายให้พระชายาก่อนที่ตนออกจากเมืองหลวงแล้ว ก็เฝ้ารอจดหมายของพระชายาตอบกลับแต่ก็ไร้วี่แววยิ่งนัก เมื่อไปถึงชายแดนเหนือพระองค์ชายรัชทายาทนั้นก็ออกสำรวจเส้นทางทันที ภายในกระโจมในยามค่ำคืนองค์ชายรัชทายาทเปิดแผนที่ตรวจดูอีกครั้ง สายสืบที่ไปสืบยังแคว้นอี้กลับคืนมาบอกว่าทางค่ายของแคว้นอี้นั้นไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เมื่อแคว้นอี้ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ และแคว้นเป้ยกับแคว้นจิ้นเองก็น่าจะไร้ความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน ทั้งทั้งที่ทุกที่ทุกทางกำลังตึงเครียดแต่ก็เพียงแค่ปกป้องค่ายของตนเองไว้เฉยๆแต่ไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ กลุ่มเหล่านั้นน่าจะกำลังเสนอกำลังทำให้เกิดสงครามแก่แคว้นตงของพวกเขาอย่างเดียวเป็นแน่ เขามองดูแผนที่ที่แคว้นตัวเองอยู่ตรงกลางและทิศเหนือทิศตะวันออกและทิศใต้นั้นติดกับแคว้นต่างๆ แต่ยังมีทิศตะวันออกนั้นซึ่งติดกับแม่น้ำ ซึ่งข้ามแม่น้ำไปก็จะมีแคว้นเหว่ยอีกหนึ่งแคว้น ก่อนที่ตนจากมาพาชายาก็ยังเอ่ยถึงเรื่องทิศที่เป็นแม่น้ำ ในการที่พระชายากล่าวในหลายๆเรื่องเหมือนนางรู้เรื่องอะไรมาและก็ถูกดั่งที่นางใจเ
หลิวเสียงเหย่าปล่อยเรื่องที่เสี่ยวไป๋สืบได้ไปก่อน นางได้ข้อมูลคร่าวๆแล้วและนางก็คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่นางพยายามเปลี่ยนแปลงจากอดีตในชาติที่แล้ว แต่ยังมีคนของสำนักเต๋าผู้นี้ซึ่งให้คำปรึกษากับหลู่ชิงเหยาอยู่ จึงทำให้เมื่อนางปรับเปลี่ยนสถานการณ์ไปจากเดิม คนผู้นั้นก็จับทางนางได้และให้คำปรึกษากับหลู่ชิงเหยา ให้ปรับเปลี่ยนแก้เกมของนาง สตรีผู้นี้ช่างโชคดีเสียเหลือเกิน ที่เพียงแค่คิดจะแย่งชิงดวงของนางพวกเขาก็แย่งชิงได้ เพราะมีคนอยู่เบื้องหลังนี่เอง เขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ที่อยู่สำนักเต๋าผู้นั้นเป็นใครกัน แต่นางเองยังไม่เข้าใจคำว่าสำนักเต๋าเลยด้วยซ้ำ นางจึงต้องศึกษาให้มากกว่านี้ นางจึงไปหาตำราจากห้องตำราของตำหนักองค์ชายรัชทายาท นางหาตำราที่เกี่ยวกับสำนักเต๋าได้มาราวๆสามเล่ม นางจึงนำมันกลับไปศึกษา ทางด้านองค์ชายสามส่งคนไปตรวจสอบตามที่หลู่ชิงเหยากล่าวให้ฟัง ก็ไม่ได้ความว่าทางการส่งบุรุษผู้นั้นไปแต่อย่างไร เขาจึงให้คนไปช่วยจัดการงานอย่างรวดเร็ว และให้เบี้ยกับคนในครอบครัวของผู้นั้นและสอบถามเขาว่าผู้นั้นทำงานให้ผู้ใดกันหรือ"ข้าเองก็เป็นมารดาของเขาแต่ข้าไม่เคยรู้เลย ว่าเขาทำงานให้ผู้ใด เพราะปกติเขาก็
"เสี่ยวไป๋เจ้าเป็นคนกว้างขวางเจ้ารู้หรือไม่ว่าฟังที่บุรุษผู้นั้นกล่าวถึงนั้น คือสถานที่ใดกันละแวกนั้นมีสิ่งใดที่น่าไป แต่เป็นทีปิดบังหากเจ้ามีเวลาลองออกไปตรวจตาดูสักหน่อยเถอะข้าเชื่อในฝีมือเจ้า"หลิวเสียงเหย่ากล่าวขึ้น กับผู้ที่อยู่ในเงามืด ตั้งแต่ที่นางฟื้นขึ้นมาในร่างนี้อีกครั้ง นางก็ต้องระวังตัวตลอดเวลาจึงสั่งให้เสี่ยวไป๋คอยอยู่ดูแลนางไม่ห่างและนางก็รับรู้ได้ว่าเขาฟังบุรุษผู้ที่มารายงานเรื่องนี้แล้ว เงานั้นหายไปทันทีไร้ซึ่งการตอบใดๆ เสี่ยวไป๋เป็นคนที่พูดน้อย และประวัติของเขานั้นางก็ไม่ค่อยรู้สักเท่าไหร่ เนื่องจากบิดาเป็นผู้หาให้ ครั้นจะสืบดูประวัตินางก็ไม่ค่อยมีเวลาแต่เขาเป็นคนที่เชื่อถือได้คนหนึ่ง นางจึงใช้งานเขา ทางการได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและศพของบุรุษผู้นั้น จนในที่สุดก็รู้ว่าบุรุษผู้นั้นยามค่ำคืนได้กินเหล้าที่หน้าจนตระกูลหลู่ และตอนเช้าก็พบศพอยู่นอกหมู่บ้านทางการจึงแพ่งเล็งมาที่จวนทุกคนหลู่"เป็นใครกันที่ให้การว่าบุรุษผู้นั้น อยู่หน้าจวนของเราทั้งที่พ่อเองก็ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นั้นคือใคร และใครทำให้มันตายแล้วแบบนี้จะให้จัดการได้อย่างไร"เสนาหลู่กล่าวกับบุตรี ครั้นหลู่ชิงเหยาจะไม่บ
เมื่อเช้าตรู่ของวันใหม่หลู่ชิงเหยาก็เร่งเดินทางออกจากจวนตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะไปหาท่านนักพรตผู้นั้น ซึ่งนางเองไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนที่คอยตามนางอยู่ ครั้งที่หลิวเสียงเหย่าสงสัยในตัวของสหายผู้นี้ นางจึงให้คนสอดส่องตลอดเวลา เมื่อหลิวชิงเหยาออกเดินทางตั้งแต่รุ่งเช้าจึงทำให้ผู้ที่ติดตามเกิดความสงสัย และติดตามนางไปจนถึงทางออกหมู่บ้านสตรีนางนี้ที่มากับบ่าวราวๆหกถึงเจ็ดคน ก็ไม่ลดละเอาเสียเลย พวกเขามุ่งไปด้านหน้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้ระหว่างตัวเนื่องจากว่าที่ผ่านมานั้นเมื่อรุ่งเช้าแบบนี้พวกเขาเดินทางได้ชำนาญแล้ว จึงไม่ทันสังเกตว่ามีคนแอบติดตาม ผู้ที่ติดตามสองคนได้แต่แอบติดตาม ตามเดิมพวกเขาติดตามนางในระยะประชั้นชิดแต่ตอนนี้เหมือนไร้ผู้คนรอบข้างพวกเขาทั้งแปดคนได้เดินออกจากผู้คนแล้ว หนึ่งในนั้นจึงอาสาที่จะตามไปเพียงคนเดียว ส่วนอีกคนนั้นกลับไปรายงานยังตำหนักขององค์ชายรัชทายาททันที "เมื่อมีคนมายังตำหนักองค์ชายรัชทายาทแต่พระชายาหลิวนั้นยังหลับอยู่และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญทีแรกบ่าวรับใช้ก็เกรงว่าจะปลุกพระชายาดีหรือไม่แต่หลิวเสียงเหย่านั้นรู้สึกตัวจึงถามบ่าวหน้าแท่นบรรทม"ใครกันหรือที่มาแต่เช
"ฮ่องเต้พะยะค่ะจดหมายขององค์ชายรัชทายาทกล่าวถึงอะไรพะยะค่ะทำไมถึงใช้ซองจดหมายสีดำกัน"เสนาหลู่กล่าวถามขึ้น เมื่อสักครู่ฮ่องเต้กับเขากำลังคุยเรื่องขององค์ชายรัชทายาทกับหลู่ชิงเหยาอยู่ดีๆ ก็มีผู้รายงานวิ่งลู่เข้ามาบอกว่าพระชายาหลิวได้รับจดหมายซองสีดำจากองค์ชายรัชทายาท เรื่องนี้คงปิดไม่ได้แล้ว"เป็นเพียงจดหมายขององค์ชายรัชทายาทส่งถึงพระชายาเพียงเท่านั้น เนื้อหาภายในนั้นข้าไม่อาจที่จะแพร่งพรายบอกกับผู้อื่นได้ เอาเป็นว่ามันเป็นจดหมายส่วนตัว ไม่ใช่จดหมายเกี่ยวกับการรบแต่อย่างใด แต่ที่ใช้ซองสีดำนั้นพวกเขาอาจจะหาซองจดหมายสีชมพูไม่ทัน"ฮ่องเต้กล่าวขึ้น แต่เสนาหลู่ก็ยังมีสีหน้าที่สงสัย"วันนี้พอแค่นี้แหละข้าจะต้องจัดการสิ่งอื่นแล้ว"ฮองเต้กล่าวขึ้น"แล้วเรื่องของบุตรีของกระหม่อมกระกับองค์ชายรัชทายาทล่ะพะยะคะ"เสนาหลู่รีบถามขึ้น"เรื่องนั้นให้มันจบเพียงเท่านั้นเถอะมันคงไม่มีสิ่งใดกระมัง"ฮ่องเต้กล่าวขึ้นเพราะเขาอ่านจดหมายของบุตรชายของตัวเองแล้ว จึงกล่าวปฏิเสธออกไป"ไม่ได้นะพะยะค่ะฮ่องเต้เรื่องนี้มันเสียชื่อเสียงของบุตรดีของกระหม่อม"เสนาหลู่ลนลานทีจะพูด"แบบนั้นเจ้าก็ไปสืบเรื่องให้มันกระจ่างแล้ว
เมื่อกลุ่มองค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่หยุดพักผ่อนในระหว่าเดินทาง เขาก็เรียกคุยกับลูกน้องคนสนิท"ซูเสี่ยเจ้าคิดว่าเรื่องที่ตลาดนั้นทางวังหลวงจะรู้หรือเปล่า"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟูถามขึ้น"กระหม่อมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะถึงวังหลวงแล้วและตอนนี้พระชายาอาจจะไม่พอใจอยู่ก็เป็นได้ขอรับ หากกระหม่อมเป็นนายน้อยกระหม่อมจะเขียนจดหมายไปสารภาพผิดกับพระชายาก่อนที่เรื่องจะถึงหูพระนางเสียอีก"ซูเสวี่ยกล่าวขึ้น"แล้วถ้าหากเรื่องไปถึงหูนางแล้วล่ะ ข้าจะต้องทำเช่นไรดี หากเขียนจดหมายไปตอนนี้จะทันหรือไม่"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่ถามลูกน้องคนสนิทขึ้น เพราะว่าตัวเขาเองไม่เคยมีความรักไม่รู้ว่าจะต้องเอาใจเยี่ยงไร หรือต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายไม่คิดมาก"กระหม่อมคิดว่านายน้อยน่าจะเขียนจดหมายไปสำนึกผิดขอรับ แล้วก็บอกความในใจแก่พระนาง ให้พระองค์บอกเล่าถึงความเป็นมาว่าเป็นอย่างไร และพระองค์รักพระนางเพียงผู้เดียวเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วขอรับ"ซูเสวี่ยกล่าวขึ้น"งั้นเจ้าไปหาซองจดหมายสีชมพูมาแล้วข้าจะส่งให้พระชายา"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่กล่าวขึ้น"หากเป็นซองจดหมายสีชมพูพระชายาจะยิ่งโกรธหรือไม่ล่ะขอรับ ในเมื่อนายน้อ
ในเทศกาลสิ้นปีโคมไฟรูปทรงต่างๆลอยขึ้นสู่ฟากฟ้ามีแสงสว่างเรืองรองต่อกันเป็นสาย ทุกคนต่างอธิษฐานขอให้ใต้ล่าสงบสุขในเร็ววัน ช่วงสงครามอย่างนี้หลายๆผู้หลายๆคนไม่มีกระจิตกระใจที่จะจัดงานปีใหม่ เหล่าแม่ทัพน้อยใหญ่ต่างก็ประจำกันอยู่ที่ด่านต่างๆ บันดาลูกและภรรยาต่างนั่งสวดมนต์อธิษฐานให้ท่านพ่อและสามีนั้นปลอดภัยจากสงคราม มีแต่รัชทายาทผู้เดียวเท่านั้น ที่ป้องกันอยู่ ณ ดินแดนทางเหนือของแคว้นตง ที่เขาถูกเรียกตัวกลับมาเมืองหลวง เพื่อที่จะเฉลิมฉลองในวันเทศกาลปีใหม่นี้ คราแรกเขาไม่เต็มใจมากนักเนื่องจากสถานการณ์ของสงครามนั้น ยังอยู่ช่วงวิกฤตอยู่ แต่เสด็จพ่อของเขาสั่งแล้วมิสามารถที่จะขัดคำสั่งได้ เป็นห่วงบ้านเมืองก็เป็นห่วงแต่ท่านพ่อของเขาเป็นถึงฮ่องเต้จะให้ขัดคำสั่งได้อย่างไร องค์ชายรัชทายาทมีกองกำลังอยู่นับครึ่งของแคว้น เขาได้สั่งแม่ทัพต่างๆก่อนที่เขาจะเดินทางกลับวังหลวงให้ดูแลเข้มงวด เพราะไม่รู้ว่าข้าศึกจะใช้ช่วงที่เขากลับวังนั้นโจมตีด่านต่างๆหรือไม่ มารดาของเขาได้เสียชีวิตไปในยามสงครามครั้งที่เขาอายุเพิ่งได้หกขวบ ครั้งนั้นเกิดวิกฤตใหญ่หลวงยังดีที่ฮ่องเต้ทรงหลุดพ้นออกมาได้ ถึงแม้ว่าภรรยาสุดที่รักจะ...
Comments