Share

หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง
หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง
Penulis: Sanassetong

1

Penulis: Sanassetong
last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-01 13:31:46

ในเทศกาลสิ้นปีโคมไฟรูปทรงต่างๆลอยขึ้นสู่ฟากฟ้ามีแสงสว่างเรืองรองต่อกันเป็นสาย ทุกคนต่างอธิษฐานขอให้ใต้ล่าสงบสุขในเร็ววัน ช่วงสงครามอย่างนี้หลายๆผู้หลายๆคนไม่มีกระจิตกระใจที่จะจัดงานปีใหม่ เหล่าแม่ทัพน้อยใหญ่ต่างก็ประจำกันอยู่ที่ด่านต่างๆ บันดาลูกและภรรยาต่างนั่งสวดมนต์อธิษฐานให้ท่านพ่อและสามีนั้นปลอดภัยจากสงคราม มีแต่รัชทายาทผู้เดียวเท่านั้น ที่ป้องกันอยู่ ณ ดินแดนทางเหนือของแคว้นตง ที่เขาถูกเรียกตัวกลับมาเมืองหลวง เพื่อที่จะเฉลิมฉลองในวันเทศกาลปีใหม่นี้ คราแรกเขาไม่เต็มใจมากนักเนื่องจากสถานการณ์ของสงครามนั้น ยังอยู่ช่วงวิกฤตอยู่ แต่เสด็จพ่อของเขาสั่งแล้วมิสามารถที่จะขัดคำสั่งได้ เป็นห่วงบ้านเมืองก็เป็นห่วงแต่ท่านพ่อของเขาเป็นถึงฮ่องเต้จะให้ขัดคำสั่งได้อย่างไร องค์ชายรัชทายาทมีกองกำลังอยู่นับครึ่งของแคว้น เขาได้สั่งแม่ทัพต่างๆก่อนที่เขาจะเดินทางกลับวังหลวงให้ดูแลเข้มงวด เพราะไม่รู้ว่าข้าศึกจะใช้ช่วงที่เขากลับวังนั้นโจมตีด่านต่างๆหรือไม่ มารดาของเขาได้เสียชีวิตไปในยามสงครามครั้งที่เขาอายุเพิ่งได้หกขวบ ครั้งนั้นเกิดวิกฤตใหญ่หลวงยังดีที่ฮ่องเต้ทรงหลุดพ้นออกมาได้ ถึงแม้ว่าภรรยาสุดที่รักจะเสียไป แต่เขาก็ยังกอบกู้แคว้นตรงขึ้นมาได้ ครั้งนี้ที่เสด็จพ่อได้เรียกตัวขององค์ชายรัชทายาทกลับมาเนื่องจากว่าเขาเองก็มีอายุยี่สิบปีแล้วจึงเหมาะสมที่จะหาคู่ครองเสียที แต่เนื่องจากเขาออกรบและประจำการอยู่ที่ด่านทางด้านทิศเหนือตลอดเวลา จึงไม่สามารถที่จะหาสตรีมาแต่งงานกับตนได้ ฮ่องเต้ไม่เคยต้องการให้บุตรชายออกไปรบแต่อย่างใด เป็นเพราะองค์ชายรัชทายาทนั้นฝังใจเรื่องมารดาที่เสียไปตั้งแต่ตอนที่ตัวเองอายุได้เพียงหกขวบซึ่งครั้งนั้น ข้าศึกบุกเข้ามายังวังหลวงและจับสตรีทุกคนของฮ่องเต้จนในที่สุดก็ได้ฆ่ามารดาของเขา เขาไม่ต้องการที่จะสูญเสียใครในสงคราม จึงต้องสละตัวเองที่ออกไปจัดการกับข้าศึกด้วยตัวเอง เรื่องแต่งงานนี้นเขาไม่เคยที่จะคิดถึงมันด้วยซ้ำ เดิมทีตำแหน่งรัชทายาทนั้นเขาไม่ต้องการแต่เพราะฮ่องเต้รักและชื่นชมในตัวของมารดาของเขาจึงมอบตำแหน่งนี้ให้ตั้งแต่ที่มารดาของเขาเสียไป บุรุษที่ใบหน้าหล่อเหลา ผิวกลับคล้ำเนื่องจากถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ได้ขี่ม้ากลับมากับลูกน้องคนสนิท

"นายน้อยขอรับเราจะถึงวังหลวงแล้วจะเข้าไปเลยไหมขอรับหรือเราจะกลับตำหนักองค์ชายรัชทายาทเสียก่อน"

ซูเสวี่ยลูกน้องของคนสนิทของหนามกงฟู่กล่าวถามผู้เป็นนายขึ้น

"ไปถวายบังคมเสด็จพ่อก่อนเถอะเดี๋ยวค่อยกลับตำหนัก"

หนามกงฟู่กล่าวขึ้นพลางลงจากหลังม้าและยื่นเชือกให้ลูกน้องของตัวเองแล้วเดินเข้าไปในวังทันที

"เสด็จพ่อลูกของคารวะพะยะค่ะ ขณะนี้ทางค่ายทหารของทิศเหนือกำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะรอให้ทหารฝ่ายแคว้นอี้โจมตีก่อนพวกเราสู้กับแน่นอนขอรับ"

หนามกงฟู่กล่าวขึ้น

"อ้ามาแล้วหรือ เราเรียกตัวเจ้ากลับมาเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เราไม่ได้เรียกตัวเจ้ากลับมาเพื่อที่จะมารายงานเรื่องสนามรบ เจ้าพอกับเรื่องรบได้แล้ว เจ้าให้แม่ทัพที่อยู่ฝ่ายเหนือนั้นทำเถอะเจ้ากลับมาอยู่ในพระราชวัง เราจะหาบุตรีแม่ทัพ หรือบุตรีขุนนางให้สักคนเพื่อที่จะตกแต่งกับเจ้า เรื่องของมารดาเจ้าก็ปล่อยวางเสียเถอะพ่อคิดว่าแม่ทัพของพวกเรา ก็มีแต่คนที่เก่งกาจซึ่งเขาก็เป็นลูกน้องของเจ้าทั้งนั้น เจ้าก็น่าจะเชื่อใจในตัวลูกน้องของเจ้านะ พวกเขาน่าจะพาแคว้นตงของเราให้อยู่รอดได้"

ฮ่องเต้หนามกงเฉินกล่าวกับบุตรชาย

"มันไม่เหมือนกันนะขอรับท่านพ่อ หากข้าได้ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารและท่านแม่ทัพทุกคนมันก็จะเป็นขวัญและกำลังใจให้พวกเขาต่อด้านศัตรูได้ดี ข้าเองเป็นถึงราชวงศ์แต่ยังออกรบด้วยตนเองนั่นแหละทำให้พวกเขารู้ว่าพวกเขานั้นสำคัญขนาดไหนข้าถึงทำงานร่วมกับพวกเขา"

องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่กล่าวขึ้น

"พ่อไม่เถียงเจ้าแล้วก็ได้ เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว งานเทศกาลปีใหม่นี้ข้าให้แม่เจ้าจัดเตรียมสาวงามลูกหลานของเหล่าแม่ทัพ ในการแต่งงานของเจ้า ถึงข้าจะเป็นบิดาแต่ข้าก็จะไม่บังคับเจ้า ข้าอยากให้เจ้าเปิดใจให้สาวงามพวกนั้นหากเจ้าสนใจผู้ใดเจ้ามารายงานกับท่านแม่เจ้าได้เลย"

ฮ่องเต้หนามกงเฉิงกล่าวขึ้น องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่ได้ฟังก็ยิ้มเล็กน้อย ตัวเขาเองยังไม่คิดที่จะมีชายานะเวลานี้ หากเขามีชายา ณ เวลานี้ก็จะทำให้เขาต้องอยู่ในพระราชวังเพื่อที่จะปกป้องดูแลชายา และเขาก็คิดอยู่เสมอว่าท่านพ่อของเขานั้นมี ชายามากจึงทำให้ท่านพ่อปวดหัวไม่น้อย เขาจึงสาบานกับตัวเองแล้วว่าเขาจะมีเพียงชายาอย่างเดียว หลังจากกลับตำหนักไปเขาก็ให้ลูกน้องคนสนิทซูเสวี่ย ไปตามสืบข้อมูลของลูกหลานแม่ทัพ ว่ามีผู้ใดพอใช้ได้บ้าง ผู้ที่จะเป็นผู้บังหน้าในการเป็นชายาของเขาเพราะเขายังไม่ได้คิดเรื่องนี้จริงจัง เขาคิดว่าหลังจากจบจากเทศกาลปีใหม่เขาต้องรีบขึ้นเหนือเพื่อที่จะไปเฝ้าประจำการอยู่ที่ด่านเหนือ

"ท่านแม่ขอรับเจ้าฟู่กลับมาแล้วหรือขอรับ ข้าจะเริ่มแผนของพวกเราพรุ่งนี้เลยนะขอรับ"

หนามกงเฉียวองชายสามกล่าวกับมารดา ซึ่งตอนนี้มารดาของตนได้กลายเป็นฮองเฮาแล้ว หลังจากที่มารดาของหนามกงฟู่สิ้นไป แต่ถึงมารดาของตนจะได้เป็นฮองเฮา แต่ผู้เป็นบุตรก็ไร้ตำแหน่งองค์รัชทายาท เขาก็คิดตลอดว่าตำแหน่งนี้ต้องเป็นของบุตรชายของเขา ถ้ามันไม่มีหนามกงฟู่อยู่ กลางคืนพรุ่งนี้เขาต้องจัดการหนามกงฟู่ให้อยู่มัด ถึงแม้เขาจะรู้ว่าบุรุษผู้นั้นมีทหารอยู่ในมือมากเพียงใดแม่ทัพคนใดบ้างที่อยู่ข้างของเขา แต่ตอนนี้เขาก็ได้แม่ทัพผู้นึงที่อยู่ในเมืองหลวงมาอยู่ข้างตนแล้วนั่นก็คือคนตะกูลหลิว เพราะตอนนี้เขาทำให้บุตรีที่เกิดขึ้นกับฮูหยินของแม่ทัพหลิวนั้นตกหลุมรักอย่างมาก ไม่มีทางที่กองทับรักษาวังหลวงแห่งนี้จะตกเป็นของรัชทายาทไปได้ เดิมทีหลิวเสียงเหย่านั้นก็แทบจะเป็นแม่ทัพน้อยอยู่แล้ว แต่เป็นหนางกงเฉียวที่เข้าไปทำให้นางปั่นป่วน จนล้มเลิกที่จะฝึกวรยุทธและหันกลับมาเย็บปักถักร้อยเพื่อที่จะได้ออกเรือนกับหนามกงเฉียว นางปฏิบัติตัวราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อก่อนตื่นเช้านางต้องฝึกร่างกายให้แข็งแรงเนื่องจากว่านางติดตามบิดาออกไปซ้อมกับทหารจึงทำให้นางนั้นซ้อมด้วย จนทุกทุกคนในกองทหารของท่านพ่อชอบนางและเคารพนางเป็นอย่างมาก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   2

    ในคืนงานเลี้ยงเทศกาลปีใหม่ของวังหลวงจัดขึ้น ในวังหลวงนั้นมีทั้งบุรุษและสตรีมากมายที่เข้ามาร่วมเฉลิมฉลอง หลังจากที่ฮ่องเต้เปิดงานเทศกาลปีใหม่ หลายๆคนก็ดื่มดำกับความสุขในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบนี้ ทางราชวังก็ยินดีให้ลูกหลานของขุนนางและเหล่าแม่ทัพทั้งหลายเข้ามาร่วมในงานครั้งนี้ด้วย หย่าเซี่ยหว่านลูกขุนนางตระกูลหย่า วันนี้นางมาในชุดแบบเรียบหรูแต่ดูแล้วนางมีเสน่ห์เหลือเกิน บุรุษทุกคนต้องหันหน้ามองนางราวกับว่านางเป็นเจ้าของงานในค่ำคืนนี้ แม้กระโปรงของนางจะเป็นเพียงสีฟ้าอ่อนแต่มันขับกับผิวของนางทำให้นางโดดเด่นซะเหลือเกิน หนามกงฟู่เหลือบมองเล็กน้อย สตรีผู้นี้อันตรายอยู่มาก เป็นสตรีที่ลือเลื่อง และเก่งแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเรือนหลัง นางยังร่ำเรียนเกี่ยวกับขุนนางแบบท่านพ่อของนางด้วย ซูเสวี่ยรายงานให้เขาฟังเขาจึงตัดสตรีผู้นี้ออกทันที เพราะหากว่าเป็นบุตรของขุนนางตระกูลหย่าและหัวดื้อรั้นก็คงจะหนีไม่พ้นต้องเกี่ยวดองด้วยแบบจริงจัง เขาไม่ได้มองผู้ใด เนื่องจากว่าซูเสวี่ยลูกน้องของเขายังสืบข้อมูลของบุตรหลานของท่านแม่ทัพและเหล่าขุนนางยังไม่มากพอ แต่ตัวของซูเสวี่ยเองนั้นสนใจบุตรสาวของตระกูลแม่ท

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01
  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   3

    เมื่อแสงอรุณขึ้นในยามเช้าของวันปีใหม่ หมู่นกน้อยใหญ่ต่างบินโพลไปหาอาหาร เสียงร้องของนกปลุกให้ผู้คนที่หลับไหลตื่นลืมตา เสียงฝีเท้าจำนวนมากวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องหนึ่งห้องในพระราชวัง พวกเขาเปิดเข้ามาและทำเสียงเอะอะโวยวาย จนสองร่างที่อยู่บนเตียงนั้นตกใจตื่น "เจ้าฟู่เจ้าทำแบบนี้ได้อย่างไร เจ้ารู้ดีว่าข้ารักใคร่กับเสียงเหย่ามากเพียงใดดูเจ้าทำกับนางสิ"หนามกงเฉียวกระโกนก้องและลากตัวหนามกงฟู่ หมัดของเขาปล่อยออกไปหนึ่งครั้งถูกปากของหนามกงฟู่อย่างจัง ทำให้เขาที่รู้สึกว่ามึนหัวและปวดหัวอยู่เล็กน้อยนั้นตื่นลืมตาได้เต็มที่ เขาทำสิ่งใดเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำเมื่อมองไปข้างๆก็พบว่ามีสติผู้หนึ่งที่กำลังใจผ้าห่มนั้นคลุมร่างตัวเองแล้วสะอื้นร้องไห้ ภาพเมื่อคืนจึงแวบเข้ามาให้เห็นบ้าง หนามกงฟู่สะบัดหัวไปมาก่อนที่ถูกลากตัวไปห้องขังทันที หลิวเสียงเหย่าที่ร้องห่มร้องไห้ราวกับบุบผาที่ต้องฝน น้ำตาที่ไหลรินทำให้คนสงสารยิ่งนัก มีบุตรีของขุนนางฝ่ายซ้ายเดินเข้ามาอาดๆ รามกับว่าได้เตรียมการรออยู่หน้าห้องนานแล้ว"เสียงเหย่าเจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่ ไอ้คนเลวทรามคงถือว่าตัวเองเป็นรัชทายาท ถึงกระทำย่ำยีผู้ใดก็ได้แบบนี้ ข้า

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01
  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   4

    "ทูลฝ่าบาทแม่ทัพหลิวขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"เสียงดังลั่นขึ้น ฮ่องเต้มองทุกคนที่อยู่ด้านล่างด้วยความกลัดกลุ้ม แม่ทัพหลิวเป็นแม่ทัพที่ควบคุมทหารองครักษ์ทั้งหมดหากมีปัญหากับเขาแบบนี้จะได้อย่างไร ถึงตอนนี้เขาต้องปลดองค์ชายรัชทายาทจริงๆเสียแล้ว "ทุกคนออกไปให้หมดเจ้าหนามกงฟู่ เจ้าต้องอยู่รับมือกับท่านแม่ทัพหลิว เขาต้องการอย่างไรข้าจะจัดการให้เขา แม้นเขาต้องการที่จะปลดเจ้าออกจากองค์ชายรัชทายาทข้าก็ต้องทำ เพราะกองกำลังรักษาการในวังหลวงนั้นเป็นของเขา แล้วเรียกแม่ทัพหลิวเข้ามา"ฮองเต้พูดขึ้น ไม่นานแม่ทัพหลิวก็เดินเข้ามา เมื่อก่อนที่เขาจะเข้าวังมาราวๆหนึ่งก้านธูป บุตรสาวก็ได้บอกกับผู้เป็นมารดาให้สนับสนุนองค์ชายรัชทายาท เขาจึงถวายบังโคมฮ้องเต้ และคำนับองค์ชายรัชทายาทเล็กน้อย "ท่านพ่อข้าผิดไปแล้วเจ้าคะ ข้ากลับองค์ชายรัชทายาทนั้นรักกันมาก จึงมิอาจจะพรากจากกันได้ เราเคยเจอกันเมื่อสามปีที่แล้ว ครั้งที่องค์ชายรัชทายาทเข้ามาในค่ายทหารของพวกเรา ข้ากับเขาก็ได้ชอบพอกันแต่ครั้งเมื่อเขานั้นต้องไปทำศึกที่ค่ายทางทิศเหนือ จึงทำให้เราห่างไกลกัน จนฮองเฮานั้นบังคับให้ข้าต้องชอบพอกับองค์ชายสาม แต่เมื่อคืนนั้นเราได้

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01
  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   5

    "ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช้แผนการของข้าแต่อย่างใดท่านอย่าเข้าใจผิด ข้าแค่รู้บางสิ่งมาแต่มันก็สายไปเสียแล้ว คราวนี้ทำตามที่ข้าได้แจ้งท่านก็จะรอดแล้วปลอดภัย หากว่าท่านไม่ทำตามแล้ว ณืเวลานี้ท่านก็จะมีแต่เสียกับเสีย คนวางแผนนั้นต้องการให้ท่านทิ้งตำแหน่งองค์ชายรัชทายาทไป ข้าก็ต้องเสียกองกำลังรักษาการวังหลวงไป ข้าเองคิดว่าเรามาร่วมมือกันจะดีเสียกว่า"องค์ชายรัชทายาทอ่านจดหมายที่ลายมือของนางนั่นช่างอ่อนช้อยและแข็งแกร่งไปในตัว "ซูเสวี่ยเจ้าไปสืบประวัติของบุตรีของแม่ทัพหลิว หลิวเสียงเหย่ามาได้หรือไม่ หาทางลอบออกจากตำหนักไปยังทิศในวังไม่น่าจะมีผู้ใดเฝ้าอยู่"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่บอกลูกน้องคนสนิทไปตามสืบ ไม่นานเขานั้นก็หายตัวไปทันที"เราเคยเจอกันในค่ายทหารของท่านพ่อ ที่อยู่ในวังหลวงเมื่อสามปีก่อนท่านได้เข้ามาเยี่ยมเยียนภายในค่ายแห่งนี้ เราทั้งสองชอบพอกันแต่ท่านก็มีเหตุที่ต้องไปประจำตำแหน่งที่ค่ายด้านเหนือจึงทำให้เราไร้การติดต่อกัน"รัชทายาทหนามกงฟู่อ่านมาถึงท่อนนี้ก็รู้สึกน้ำเน่าสิ้นดี เหตุใดเขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนหรือว่าเมื่อสามปีที่แล้วเขาจะพบกับสตรีที่ค่ายองครักษ์แล้วชอบนาง"แล้วค่ากั

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-03
  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   6

    "นายน้อยขอรับสตรีผู้นี้เป็นคนรักขององค์ชายสามนะขอรับ แล้วทำไมเขาต้องแต่งงานกับนายน้อยด้วยหรือขอรับ "ซูเสวี่ยถามผู้เป็นนายขึ้น"ก็เรื่องเมื่อคืนนั่นแหละ มันเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยที่ข้าต้องแต่งกับสตรีผู้นี้ หรือเจ้าอยากให้ข้าผิดใจกันกับแม่ทัพหลิวซึ่งเขาเป็นหัวหน้าของหองกำลังทหารองครักษ์ที่อยู่ในวังหลวง ถึงแม้ว่าเราจะมีกองทัพในมือหลายกองแต่ข้าว่าเราก็ไม่ควรที่จะผิดใจกับกองกำลังรักษาวังหลวงหรอกเอาเป็นว่าเจ้าไปสืบเรื่องของฮองเฮาและองค์ชายสามมาก็แล้วกัน"หนามกงฟู่กล่าวขึ้น เขาไม่เคยให้ลูกน้องคนสนิทของเขาเรียกเขาว่าองค์ชายรัชทายาทให้เรียกนายน้อยแทนเพราะว่าเวลาที่เขาออกไป ณ สถานที่ต่างๆกับลูกน้องคนที่สนิทเขาจำเป็นที่จะต้องปิดบังตำแหน่งองค์ชายรัชทายาทไว้ แม้นกับวังหลวงในครั้งนี้ซูเสวี่ยต้องออกไปสืบสถานการณ์ต่างๆอยู่บ่อยๆ เขาก็ไม่ค้านที่จะทำเพื่อเจ้านายของตัวเองเขาเต็มใจไปสืบด้วยตัวเองเนื่องจากว่าข้อมูลจะได้ไม่ผิดพลาด และไม่ไว้ใจคนอื่นอีกด้วย ที่เขาไปสืบเรื่องขององค์ชายสามอาจเป็นเพราะว่าสตรีผู้นั้นชอบพอกับองค์ชายสามอยู่ เขาแอบตามองค์ชายสามก็พบว่าองค์ชายสามได้จองโรงเตี๊ยมเพื่อไปดื่มน้ำชากับใครส

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-04
  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   7

    บทรักของของข้างๆดำเนินไปอย่างช้าๆเสียงก็ยังไม่ได้ดังมาก เมื่อไม่ได้ใช้หลอดดักฟังแล้วซูเสวี่ยเพียงแค่ได้ยินเสียงของสตรีครางเล็กน้อย เขาเริ่มดื่มน้ำชาไปด้วยเหงื่อที่รินไหล ถึงเขาจะเป็นบุรุษหนุ่มแต่เขาก็ไม่เคยมีเรื่องอย่างว่าแบบนี้มาก่อนืทำให้เขานั้นจินตนาการไปตามหนังสือภาพที่เคยเห็น แล้วทำให้เหงื่อเขาไหล สักพักเหมือนห้องข้างๆได้ยินเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเสียงครางของทั้งสองประสงค์ปนเปกันไปทั้งเสียงกระแทกที่เป็นจังหวะเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ ของอะไรสักอย่างซูเสวี่ยอดทนไม่ได้เปิดหน้าต่างแง้มๆและห้องข้างๆไม่มีวี่แววที่จะสงบลงเลยเขาจึงเปิดสุดและกระโดดออกจากหน้าต่างไปทันที เมื่อเขาออกไปไกลแล้วมองไปด้านบนก็ไม่เห็นว่ามีผู้ใดจะเปิดหน้าต่างมาดูเขา แสดงว่าห้องข้างๆนั้นน่าจะเมามันจนไม่รู้ว่าเขาอยู่เป็นแน่ เขาจึงรีบกลับตำหนักขององค์ชายรัชทายาททันที ด้วยความที่หนักอึ้งและคับแน่น เมื่อไปถึงตำหนักเขาก็ไม่ได้เข้าไปหาผู้เป็นเจ้านายทันที เขาไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่สักพัก จนในที่สุดองค์ชายรัชทายาทก็รู้ว่าเขากลับมาแล้วจึงเรียกตัวเข้าพบ"เจ้าได้ความว่าอย่างไรบ้าง ที่เจ้าออกไปติดตามองค์ชายสาม และฮองเฮานั้น"องค์ชา

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-05
  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   8

    "องค์ชายรัชทายาทมีธุระอะไรกับหม่อมฉันหรือเพคะ "หลิวเสียงเหย่ากล่าวขึ้นพลางมองสบตาองค์ชายรัชทายาท ทำให้เขานั้นรู้สึกหวั่นไหวสตรีผู้นี้ช่างแข็งแกร่งเสียเหลือเกินไม่กลัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว"ก็มาเรื่องอภิเษกสมรสของเราทั้งสอง วันนี้ข้านำของมากราบไหว้ท่านพ่อกับท่านแม่ของเจ้า แล้วข้าก็จะมาตกลงกับเจ้าอีกเรื่องที่เราอภิเษกสมรสกันแล้ว ฮ่องเต้อยากให้ข้าอยู่ที่วังหลวงต่อ แต่ข้าคิดว่ากองทัพในด่านทิศเหนือนั้นต้องการข้าเป็นไหนไหน หาข้าอภิเษกสมรสแล้ว ข้าต้องกลับไปยังค่ายทางทิศเหนือ ข้าจึงอยากมาเจรจากับเจ้า เพราะถ้าเจ้าแม่ยินยอมข้าก็ไม่สามารถที่จะไปได้"องค์ชายรัชทายาทกำลังพูดยังไม่ทันจะจบดี"หม่อมฉันรู้ดีเพคะ เรื่องบ้านเมืองนั้นสำคัญความจริงหม่อมฉันยังไม่ได้อยากอภิเษกสมรสแต่อย่างใด อยากให้ท่านกลับไปป้องกันด่านทิศเหนือก่อน และข้ายังคิดอีกว่าด่านที่เป็นทะเลนั้น น่าจะมีคนป้องกันอยู่บ้าง เพราะตอนนี้เหมือนข้าศึกจะล้อมพวกเราอยู่ทุกด้านยกเว้นด้านทะเล ข้าเกรงว่าจะเป็นด้านนั้นที่ข้าศึกช่วยกันโจมตีแคว้นตงของเรา"หลิวเสียงเหย่ากล่าวขึ้น ทำให้องค์ชายรัชทายาทมองเสียงเหย่าที่เปลี่ยนไป เดิมทีเขาคิดว่าการอภิเษกสมร

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-05
  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   9

    เมื่อแผนของฮองเฮาและองค์ชายสามนั้นจบลง เนื่องจากว่าเป็นการยอมความของแม่ทัพหลิวก็ทำให้ฮองเฮาไม่พอใจเป็นอย่างมากเขาจึงไปกราบทูลกับฮ่องเต้เรื่องนี้"เสด็จพี่เพคะทำไมบุตรีแม่ทัพหลิวถึงต้องอภิเษกกับองค์ชายรัชทายาททั้งๆที่ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าองค์ชายสามกับนางรักใครกัน"ฮองเฮากล่าวขึ้นเหมือนไม่รู้ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นกับหลิวเสียงเหย่า คำพูดของนางทำราวกลับว่าองค์ชายรัชทายาทนั้นแย่งคนรักขององค์ชายสามอย่างใดอย่างนั้น"ฮองเฮาเจาก็จงปล่อยวางเสียเถอะ เรื่องของคนรุ่นหลังเจ้าก็ถือว่ามารดาของแผ่นดิน เป็นมารดาขององค์ชายรัชทายาท เจ้าต้องรักบุตรที่เท่ากัน ฟู่เออร์กับบุตรีแม่ทัพหลิวชอบพอกันก็ให้เขาแต่งกันเถอะ"ฮ่องเต้กล่าวขึ้น"รักกันหรือเพคะเสด็จพี่ หม่อมฉันเห็นแต่เฉียวเออร์ที่รักกับแม่นางหลิวผู้นั้นแต่ทำไมถึงเป็นองค์ชายรัชทายาทไปได้เพคะ หรือเป็นเพราะว่าตำแหน่งของเขาถึงจะแย่งคนรักของบุตรชายของหม่อมฉันก็ได้หรือเพคะ"ฮองเฮากล่าวขึ้นและเดินจากไปทันทีโดยไม่ฟังว่าฮ่องเต้จะกล่าวยังไงอีก เขารีบไปคุยกับบุตรชายของเขาว่าห้องเต้กล่าวมาแบบนี้ องค์ชายสามจึงไปขอพบกับหลิวเสียงเหย่า ในที่สุดก็ได้เข้าไปพบแต่ครั้งนี้นางไม่ได้

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-06

Bab terbaru

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   33

    แม่ทัพหลิวจัดเตรียมทหารไว้ตั้งแต่คราแรกที่อ่องเต้ได้อ่านจดหมายขององค์ชายรัชทายาทแล้ว เนื่องจากว่าบุตรรีของเขาได้กำชับกับเขาเป็นหมั้นเป็นเหมาะว่าจะต้องสนับสนุนองค์ชายรัชทายาทให้เต็มที่ เมื่อเขาต้องการคนผู้เป็นพ่อตาจึงต้องจัดเตรียมให้ แม่ทัพหลิวเข้าไปในกองทหารของตนเอง และกล่าวกับทหารทุกคนอย่างพร้อมเพรียงกัน หากผู้ใดจะออกไปรบก็ให้ร่วมลงนามเนื่องจากว่าครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นใด ผู้ที่ร่วมลงนามนั้นจะต้องพร้อมใจที่จะออกไปรับใช้บ้านเมืองเท่านั้นหากผู้ที่มีภาระอยู่ไม่ต้องออกไปลงนามทั้งสิ้น ทหารของแม่ทัพหลิวเองมีราวๆห้าหมื่นกว่านาย ผู้ที่พร้อมลงนามราวๆสามหมื่นกว่านายแต่ท่านแม่ทัพหลิวก็ยังไม่ได้ส่งทั้งสามหมื่นนายออกไปเขาจึงคำนวณอยู่ในใจว่าจะส่งไปซักสองหมื่นนายก็น่าจะเพียงพอ ส่วนเรื่องเสบี่ยงอะไรก็จนปัญญาอย่างยิ่งถ้าหากว่าฮ่องเต้ไม่ทรงอนุญาตก็คงจะต้องใช้เบี้ยของตัวเองจัดเตรียมให้ แล้ว เขาต้องการจะให้บุตรีเพียงคนเดียวของเขาสบายใจ หากสวามีของนางอยู่ยังแดนไกลแล้วไร้ทหารคอยป้องกันนาง ก็คงจะหวั่นวิตกไม่น้อย และตอนนี้นางก็ตั้งครรภ์แล้ว จะให้นางคิดหนักกับเรื่องสามีได้อย่างไรและอีกอย่างอาจคิ

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   32

    "นายน้อยขอรับแล้วแบบนี้พวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นดังที่นายน้อยคิดเอาไว้ไม่มีผิดแล้วทางนี้เราก็นำทหารมาเพียงห้าร้อยนายเท่านั้นเราจะจัดการอย่างไรดี"ซูเสวี่ยกล่าวขึ้น"ท่านแม่ทัพถึงคนของเราจะน้อย แต่มีข้าผู้นึงแหละที่จะสู้แบบไม่ถอย และข้าเชื่อว่าทหารทุกคนที่อยู่ทางนี้ก็จะสู้เช่นเดียวกัน"ทหารผู้หนึ่งกล่าวขึ้นเขาเห็นพวกข้าศึกบุกมาขนาดนี้ทำให้เขาฮึกเหิมที่จะออกไปสู้รบ ทหารที่อยู่ใกล้ๆและได้ยินพยักหน้ากัน"เราเขียนจดหมายขอคนจากวังหลวงตั้งแต่ที่เราจะออกเดินทางมาตะวันออกแล้วอีกไม่นานกลุ่มนั้นน่าจะมาถึงให้ทหารหนึ่งนายที่มีความเร็ววิ่งย้อนไปเพื่อที่จะตามหากลุ่มทหารที่ส่งมาจากวังหลวงให้เร่งเดินทางมาให้เร็วที่สุด และเข้าไปแจ้งวังหลวงว่าทิศตะวันออกนั้นมีข้าศึกบุกมา ให้เขารายงานเป็นคำพูดเลย"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่กล่าวขึ้น ทหารผู้ที่กล่าวว่าเขายินดีที่จะอยู่ต่อสู้แม้คนน้อยนั้นรีบหมอบเคารพและรีบวิ่งไปหาทหารผู้หนึ่งเพื่อที่จะส่งข่าวและทหารผู้นั้นก็วิ่งออกไปทันทีทหารผู้ที่ไปส่งข่าวนั้นรีบกลับเข้ามาเพื่อที่จะฟังว่าท่านแม่ทัพจะสั่งการเช่นไรอีก ณ เวลานี้แม่ทัพใหญ่ก็คือองค์ชายรัชทายาทน

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   31

    เมื่อองค์ชายรัชทายาทจะออกจากค่ายด้านเหนือจึงเขียนจดหมายกลับไปหาฮ่องเต้เพื่อที่จะขอคนจากวังหลวงเพื่อที่จะไปศึกษาเส้นทางที่อยู่ดินแดนติดกับแม่น้ำฝั่งตะวันออก เขายื่นจดหมายให้รองแม่ทัพเพื่อที่จะหาคนไปส่งให้เขา ยังวังหลวงมีจดหมายจากวังหลวงมาถึงองค์ชายรัชทายาทหนึ่งฉบับ"นายน้อยขอรับน่าจะเป็นจดหมายจากพระชายาขอรับ"ซู่เสวี่ยกล่าวขึ้น องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่รีบคว้าจดหมายนั้นมาเปิดทันที "หวังว่าท่านพี่คงสบายดี น้องนั้นได้ตั้งครรภ์ตามที่เราปรารถนาแล้ว หวังว่าท่านพี่คงจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีเพื่อที่จะกลับมาอยู่กับน้องและบุตร ทางชายแดนด้านตะวันออกของแคว้นตรงนั้นติดกับแม่น้ำหนองหว้าท่านพี่ไม่น่าจะวางใจทางแม่น้ำท่านน่าจะรีบจัดคนไปเฝ้าไว้ น้องได้ข่าวจากท่านพ่อว่าแคว้นอื่นๆตอนนี้เหมือนว่าจะคุ้มกันค่ายที่ติดกับแคว้นตงของเราเพียงอย่างเดียว ไม่ได้คิดที่จะโจมตีแต่อย่างใด น้องคิดว่ามันเป็นอุบายเพื่อให้เราตายใจ และจะก่อตัวโจมตีอีกครั้งหลังที่วางคนให้เดินทางข้ามแม่น้ำนั้นมาแล้ว ท่านพี่ให้คนไปสังเกตการณ์ทางด้านทิศแม่น้ำหรือยังเพคะหากยังน้องว่าท่านที่ต้องรีบเร่งแล้ว "พระชายาเขียนจดหมายถึงสวามีเขาจำได้ว่าใน

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   30

    พระชายาหลิบกลับตำหนักและเขียนจดหมายถึงองค์ชายรัชทายาททันที ทางด้านองค์ชายรัชทายาทเมื่อเขียนจดหมายให้พระชายาก่อนที่ตนออกจากเมืองหลวงแล้ว ก็เฝ้ารอจดหมายของพระชายาตอบกลับแต่ก็ไร้วี่แววยิ่งนัก เมื่อไปถึงชายแดนเหนือพระองค์ชายรัชทายาทนั้นก็ออกสำรวจเส้นทางทันที ภายในกระโจมในยามค่ำคืนองค์ชายรัชทายาทเปิดแผนที่ตรวจดูอีกครั้ง สายสืบที่ไปสืบยังแคว้นอี้กลับคืนมาบอกว่าทางค่ายของแคว้นอี้นั้นไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เมื่อแคว้นอี้ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ และแคว้นเป้ยกับแคว้นจิ้นเองก็น่าจะไร้ความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน ทั้งทั้งที่ทุกที่ทุกทางกำลังตึงเครียดแต่ก็เพียงแค่ปกป้องค่ายของตนเองไว้เฉยๆแต่ไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ กลุ่มเหล่านั้นน่าจะกำลังเสนอกำลังทำให้เกิดสงครามแก่แคว้นตงของพวกเขาอย่างเดียวเป็นแน่ เขามองดูแผนที่ที่แคว้นตัวเองอยู่ตรงกลางและทิศเหนือทิศตะวันออกและทิศใต้นั้นติดกับแคว้นต่างๆ แต่ยังมีทิศตะวันออกนั้นซึ่งติดกับแม่น้ำ ซึ่งข้ามแม่น้ำไปก็จะมีแคว้นเหว่ยอีกหนึ่งแคว้น ก่อนที่ตนจากมาพาชายาก็ยังเอ่ยถึงเรื่องทิศที่เป็นแม่น้ำ ในการที่พระชายากล่าวในหลายๆเรื่องเหมือนนางรู้เรื่องอะไรมาและก็ถูกดั่งที่นางใจเ

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   29

    หลิวเสียงเหย่าปล่อยเรื่องที่เสี่ยวไป๋สืบได้ไปก่อน นางได้ข้อมูลคร่าวๆแล้วและนางก็คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่นางพยายามเปลี่ยนแปลงจากอดีตในชาติที่แล้ว แต่ยังมีคนของสำนักเต๋าผู้นี้ซึ่งให้คำปรึกษากับหลู่ชิงเหยาอยู่ จึงทำให้เมื่อนางปรับเปลี่ยนสถานการณ์ไปจากเดิม คนผู้นั้นก็จับทางนางได้และให้คำปรึกษากับหลู่ชิงเหยา ให้ปรับเปลี่ยนแก้เกมของนาง สตรีผู้นี้ช่างโชคดีเสียเหลือเกิน ที่เพียงแค่คิดจะแย่งชิงดวงของนางพวกเขาก็แย่งชิงได้ เพราะมีคนอยู่เบื้องหลังนี่เอง เขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ที่อยู่สำนักเต๋าผู้นั้นเป็นใครกัน แต่นางเองยังไม่เข้าใจคำว่าสำนักเต๋าเลยด้วยซ้ำ นางจึงต้องศึกษาให้มากกว่านี้ นางจึงไปหาตำราจากห้องตำราของตำหนักองค์ชายรัชทายาท นางหาตำราที่เกี่ยวกับสำนักเต๋าได้มาราวๆสามเล่ม นางจึงนำมันกลับไปศึกษา ทางด้านองค์ชายสามส่งคนไปตรวจสอบตามที่หลู่ชิงเหยากล่าวให้ฟัง ก็ไม่ได้ความว่าทางการส่งบุรุษผู้นั้นไปแต่อย่างไร เขาจึงให้คนไปช่วยจัดการงานอย่างรวดเร็ว และให้เบี้ยกับคนในครอบครัวของผู้นั้นและสอบถามเขาว่าผู้นั้นทำงานให้ผู้ใดกันหรือ"ข้าเองก็เป็นมารดาของเขาแต่ข้าไม่เคยรู้เลย ว่าเขาทำงานให้ผู้ใด เพราะปกติเขาก็

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   28

    "เสี่ยวไป๋เจ้าเป็นคนกว้างขวางเจ้ารู้หรือไม่ว่าฟังที่บุรุษผู้นั้นกล่าวถึงนั้น คือสถานที่ใดกันละแวกนั้นมีสิ่งใดที่น่าไป แต่เป็นทีปิดบังหากเจ้ามีเวลาลองออกไปตรวจตาดูสักหน่อยเถอะข้าเชื่อในฝีมือเจ้า"หลิวเสียงเหย่ากล่าวขึ้น กับผู้ที่อยู่ในเงามืด ตั้งแต่ที่นางฟื้นขึ้นมาในร่างนี้อีกครั้ง นางก็ต้องระวังตัวตลอดเวลาจึงสั่งให้เสี่ยวไป๋คอยอยู่ดูแลนางไม่ห่างและนางก็รับรู้ได้ว่าเขาฟังบุรุษผู้ที่มารายงานเรื่องนี้แล้ว เงานั้นหายไปทันทีไร้ซึ่งการตอบใดๆ เสี่ยวไป๋เป็นคนที่พูดน้อย และประวัติของเขานั้นางก็ไม่ค่อยรู้สักเท่าไหร่ เนื่องจากบิดาเป็นผู้หาให้ ครั้นจะสืบดูประวัตินางก็ไม่ค่อยมีเวลาแต่เขาเป็นคนที่เชื่อถือได้คนหนึ่ง นางจึงใช้งานเขา ทางการได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและศพของบุรุษผู้นั้น จนในที่สุดก็รู้ว่าบุรุษผู้นั้นยามค่ำคืนได้กินเหล้าที่หน้าจนตระกูลหลู่ และตอนเช้าก็พบศพอยู่นอกหมู่บ้านทางการจึงแพ่งเล็งมาที่จวนทุกคนหลู่"เป็นใครกันที่ให้การว่าบุรุษผู้นั้น อยู่หน้าจวนของเราทั้งที่พ่อเองก็ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นั้นคือใคร และใครทำให้มันตายแล้วแบบนี้จะให้จัดการได้อย่างไร"เสนาหลู่กล่าวกับบุตรี ครั้นหลู่ชิงเหยาจะไม่บ

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   27

    เมื่อเช้าตรู่ของวันใหม่หลู่ชิงเหยาก็เร่งเดินทางออกจากจวนตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะไปหาท่านนักพรตผู้นั้น ซึ่งนางเองไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนที่คอยตามนางอยู่ ครั้งที่หลิวเสียงเหย่าสงสัยในตัวของสหายผู้นี้ นางจึงให้คนสอดส่องตลอดเวลา เมื่อหลิวชิงเหยาออกเดินทางตั้งแต่รุ่งเช้าจึงทำให้ผู้ที่ติดตามเกิดความสงสัย และติดตามนางไปจนถึงทางออกหมู่บ้านสตรีนางนี้ที่มากับบ่าวราวๆหกถึงเจ็ดคน ก็ไม่ลดละเอาเสียเลย พวกเขามุ่งไปด้านหน้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้ระหว่างตัวเนื่องจากว่าที่ผ่านมานั้นเมื่อรุ่งเช้าแบบนี้พวกเขาเดินทางได้ชำนาญแล้ว จึงไม่ทันสังเกตว่ามีคนแอบติดตาม ผู้ที่ติดตามสองคนได้แต่แอบติดตาม ตามเดิมพวกเขาติดตามนางในระยะประชั้นชิดแต่ตอนนี้เหมือนไร้ผู้คนรอบข้างพวกเขาทั้งแปดคนได้เดินออกจากผู้คนแล้ว หนึ่งในนั้นจึงอาสาที่จะตามไปเพียงคนเดียว ส่วนอีกคนนั้นกลับไปรายงานยังตำหนักขององค์ชายรัชทายาททันที "เมื่อมีคนมายังตำหนักองค์ชายรัชทายาทแต่พระชายาหลิวนั้นยังหลับอยู่และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญทีแรกบ่าวรับใช้ก็เกรงว่าจะปลุกพระชายาดีหรือไม่แต่หลิวเสียงเหย่านั้นรู้สึกตัวจึงถามบ่าวหน้าแท่นบรรทม"ใครกันหรือที่มาแต่เช

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   26

    "ฮ่องเต้พะยะค่ะจดหมายขององค์ชายรัชทายาทกล่าวถึงอะไรพะยะค่ะทำไมถึงใช้ซองจดหมายสีดำกัน"เสนาหลู่กล่าวถามขึ้น เมื่อสักครู่ฮ่องเต้กับเขากำลังคุยเรื่องขององค์ชายรัชทายาทกับหลู่ชิงเหยาอยู่ดีๆ ก็มีผู้รายงานวิ่งลู่เข้ามาบอกว่าพระชายาหลิวได้รับจดหมายซองสีดำจากองค์ชายรัชทายาท เรื่องนี้คงปิดไม่ได้แล้ว"เป็นเพียงจดหมายขององค์ชายรัชทายาทส่งถึงพระชายาเพียงเท่านั้น เนื้อหาภายในนั้นข้าไม่อาจที่จะแพร่งพรายบอกกับผู้อื่นได้ เอาเป็นว่ามันเป็นจดหมายส่วนตัว ไม่ใช่จดหมายเกี่ยวกับการรบแต่อย่างใด แต่ที่ใช้ซองสีดำนั้นพวกเขาอาจจะหาซองจดหมายสีชมพูไม่ทัน"ฮ่องเต้กล่าวขึ้น แต่เสนาหลู่ก็ยังมีสีหน้าที่สงสัย"วันนี้พอแค่นี้แหละข้าจะต้องจัดการสิ่งอื่นแล้ว"ฮองเต้กล่าวขึ้น"แล้วเรื่องของบุตรีของกระหม่อมกระกับองค์ชายรัชทายาทล่ะพะยะคะ"เสนาหลู่รีบถามขึ้น"เรื่องนั้นให้มันจบเพียงเท่านั้นเถอะมันคงไม่มีสิ่งใดกระมัง"ฮ่องเต้กล่าวขึ้นเพราะเขาอ่านจดหมายของบุตรชายของตัวเองแล้ว จึงกล่าวปฏิเสธออกไป"ไม่ได้นะพะยะค่ะฮ่องเต้เรื่องนี้มันเสียชื่อเสียงของบุตรดีของกระหม่อม"เสนาหลู่ลนลานทีจะพูด"แบบนั้นเจ้าก็ไปสืบเรื่องให้มันกระจ่างแล้ว

  • หวนคืนอีกคราชะตานี้ข้าลิขิตเอง   25

    เมื่อกลุ่มองค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่หยุดพักผ่อนในระหว่าเดินทาง เขาก็เรียกคุยกับลูกน้องคนสนิท"ซูเสี่ยเจ้าคิดว่าเรื่องที่ตลาดนั้นทางวังหลวงจะรู้หรือเปล่า"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟูถามขึ้น"กระหม่อมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะถึงวังหลวงแล้วและตอนนี้พระชายาอาจจะไม่พอใจอยู่ก็เป็นได้ขอรับ หากกระหม่อมเป็นนายน้อยกระหม่อมจะเขียนจดหมายไปสารภาพผิดกับพระชายาก่อนที่เรื่องจะถึงหูพระนางเสียอีก"ซูเสวี่ยกล่าวขึ้น"แล้วถ้าหากเรื่องไปถึงหูนางแล้วล่ะ ข้าจะต้องทำเช่นไรดี หากเขียนจดหมายไปตอนนี้จะทันหรือไม่"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่ถามลูกน้องคนสนิทขึ้น เพราะว่าตัวเขาเองไม่เคยมีความรักไม่รู้ว่าจะต้องเอาใจเยี่ยงไร หรือต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายไม่คิดมาก"กระหม่อมคิดว่านายน้อยน่าจะเขียนจดหมายไปสำนึกผิดขอรับ แล้วก็บอกความในใจแก่พระนาง ให้พระองค์บอกเล่าถึงความเป็นมาว่าเป็นอย่างไร และพระองค์รักพระนางเพียงผู้เดียวเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วขอรับ"ซูเสวี่ยกล่าวขึ้น"งั้นเจ้าไปหาซองจดหมายสีชมพูมาแล้วข้าจะส่งให้พระชายา"องค์ชายรัชทายาทหนามกงฟู่กล่าวขึ้น"หากเป็นซองจดหมายสีชมพูพระชายาจะยิ่งโกรธหรือไม่ล่ะขอรับ ในเมื่อนายน้อ

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status