11ปีผ่านไป....
.
สาวสวยหอบสัมภาระมากมายลงจากรถสองแถวก่อนจะพยายามลากกระเป๋าต่างๆ ของตัวเองเดินผ่านตลาดมายังบ้านไม้หลังสวยที่คุ้นเคย ร่างเล็กอรชรของเธอไม่เหมาะกับกระเป๋าใบใหญ่เลย ระหว่างเดินผ่านตลาดก็มีแม่ค้าพ่อค้ามองตามเธอเป็นแถว ไม่มีใครจำเธอได้
ใบหลิวแบกกระเป๋าของเธอหยุดยืนอยู่หน้าบ้านไม้ที่อยู่ตรงกลางระหว่างบ้านสามหลังติดกัน เธอเดินเข้าบ้านพร้อมกับวางกระเป๋าลงบนโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ที่คุ้นเคย ก่อนจะเดินเข้าไปห้องครัวหลังบ้านก็เห็นผู้เป็นแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างดีใจ
"อุ๊ย! ...เจ้าหลิว มาทำไมไม่บอกแม่"
"คิดถึงจังเลย"
"เป็นไงมาไงล่ะลูก วันนี้ไม่ทำงานหรอ ไม่ใช่วันหยุดสักหน่อย"
"ว่าจะมาอยู่ดูแลแม่ยาวๆ"
"เฮ้อ...ออกจากงานอีกแล้วใช่ไหมเรา"
ผู้เป็นแม่ละจากอาหารตรงหน้าพร้อมกับถอนหายใจ ใบหลิวมองดูแม่ของตนที่แก่ชราลงมากกว่าเมื่อก่อน ถึงเธอจะแวะมาบ่อยครั้งแต่ก็ไม่ได้อยู่นาน ตลอด1ปีที่ผ่านมาหลังจากเรียนจบเธอก็เปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น ทำเอาผู้เป็นแม่ถึงกับเอือมระอากับลูกสาวคนนี้
ใบหลิวไม่ได้ตอบคำถามแม่แต่อย่างใด ยังคงทำหน้าออดอ้อนแม่ของเธอเหมือนลูกหมา แต่ก็ยังไม่วายโดนแม่ดุอยู่ดี
"โตเป็นสาวขนาดนี้แล้ว 25แล้วนะหลิว ทำงานไม่เป็นหลักเป็นแหล่งสักที แม่ละกลุ้ม"
"นี่ไง หลิวจะมาช่วยแม่เปิดร้านบ้านสวนเล็กๆ ที่หน้าบ้านเรานี่ไงแม่ ธุรกิจของเราดีที่สุดแล้ว"
"ทุนจากไหนล่ะลูก หลิวทำงานลุ่มๆ ดอนๆ แบบนี้ แล้วดูแต่งตัวเข้าสิ เดรสอะไรสั้นขนาดนี้"
แม่รวีมองดูลูกสาวของเธอแต่งตัวสุดเฉี่ยวกับเดรสแขนกุดสั้นสีแดงเลือดหมูพร้อมด้วยรองเท้าส้นสูงประมาณ2นิ้วรัดข้อเท้า เธอโตเป็นสาวสวยหุ่นอรชรน่าโดนฉุดจนผู้เป็นแม่ถึงกับต้องกังวล
"หลิวมีเงินเก็บอยู่นะ จะเอามาทำทุนแล้วเราจะเปิดร้านของเราไงแม่"
"ไอ้เปิดร้านน่ะแม่ไม่ว่า แต่แม่ดูแลร้านเองได้ เพราะยังมีน้าๆ ช่วย เราจะต้องไปทำงานเอาเงินมาหมุน ไม่งั้นร้านไม่รอดแน่ แม่พอมีเงินที่บิลลี่และหลิวส่งมาให้ทุกเดือนอยู่ จะเอามาทำทุนก็ได้"
ใบหลิวยิ้มอย่างดีใจก่อนจะพยักหน้า สองแม่ลูกตกลงพร้อมใจกันลงทุนเปิดร้านข้าวเล็กๆ ที่มีโต๊ะนั่งทานในร้าน 15โต๊ะ มีเครื่องดื่มและขนมน่ารักๆ ขาย สองคนแม่ลูกและบรรดาน้าๆ ก็มาช่วยกันทุกวัน น้ากมลชอบทำเบเกอรี่จึงได้อบขนมมาขายที่ร้านด้วย ส่วนน้านุชกับน้าภัทรก็ชอบทำน้ำสมุนไพร จึงเป็นเมนูเครื่องดื่มของร้าน
แม่รวีเป็นคนทำอาหารเอง ทุกคนตกลงกันได้แล้วจึงช่วยกันต่อเติมบ้านให้เป็นร้าน แต่ก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากนักจึงใช้เวลาไม่มาก สองอาทิตย์ร้านก็เสร็จสมบูรณ์ และเปิดขาย ใบหลิวมีหน้าที่ทำป้ายโฆษณาแล้วนำไปแจกคนในตลาด พ่อค้าแม่ค้าเลยจำได้ว่านี่คือลูกสาวของป้ารวีที่ขายข้าวแกง จึงช่วยกันแจกจ่ายใบปลิวของเธอ
และไม่พลาดที่จะมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เดินเข้ามาขอใบปลิวจากเธอเอง บ้างก็เทียวจีบที่ร้านไม่ว่างเว้น ทำเอาร้านที่พึ่งเปิดใหม่ก็คึกคักเป็นพิเศษ ใครที่ได้มาทานแล้วก็ติดใจในรสชาติอาหาร จึงเริ่มมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ
หลังจากเปิดได้เป็นเดือนลูกสาวตัวต้นคิดเปิดร้านก็ไม่เคยจะตื่นเช้ามาช่วยแม่เปิดร้านเลย กว่าจะตื่นก็ปาไปเที่ยงช่วงที่ลูกค้ากำลังเข้าพอดี แม่รวีก็เรียกและบ่นเธอไม่เว้นวัน แต่ก็ยังคงตามใจลูกสาวไม่เปลี่ยน
ที่เธอตื่นสายเพราะออกไปเที่ยวกลางคืนทุกคืนไม่พัก ผู้เป็นถึงกับเอือมระอากับลูกสาวที่ไม่เอาไหน แม่รวีแค่อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีกว่านี้ แต่ใบหลิวกลับไม่ได้สนใจเพราะเธอคิดจะอยู่ติดแม่ที่แก่ชราลงทุกวันเพียงเท่านั้น
"เจ้าหลิว! ตื่นได้แล้ว! แม่เรียกตั้งแต่เที่ยง นี่จะบ่ายแล้วยังไม่ลุกจากที่นอนอีก"
"โห่แม่...ขออีกแปปนึง"
"ไม่แปปแล้ว อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวไปช่วยข้างล่าง เดี๋ยวพี่บิลกับเพื่อนๆ เขาจะมา ไม่อายบ้างหรือไง อะอายกับลูกแก้วก็มาถึงแล้ว มีแต่แกเนี่ยที่นอนอืดอยู่บนที่นอนอยู่เลย"
ผู้เป็นแม่เดินเข้าไปตีลูกสาวที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความมันเขี้ยว ทำเอาใบหลิวต้องเด้งตัวลุกขึ้นมาด้วยสภาพหัวฟู กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งจนแม่รวีได้กลิ่น
"เอาแต่เที่ยวกลางคืนกินเหล้ายา ดูสิเนี่ย กลิ่นที่หึ่งเชียว เป็นสาวเป็นนางทำไมทำตัวแบบนี้ แล้วชาตินี้แกจะได้แต่งงานไหม..."
"โอ้ยๆ ไปอาบน้ำแล้ว"
แม่รวีบ่นลูกสาวตัวเองพร้อมหยิกเข้าไปที่ต้นแขนขาวเนียนของเธอ ไม่ทันที่แม่จะได้พูดจบหญิงสาวก็วิ่งเข้าห้องน้ำหนีแม่ของตนที่กำลังโมโห ใบหลิวล้างหน้าล้างตาตัวเองพร้อมกับบ่นอุบคนเดียวในห้องน้ำ
"ใครอยากจะแต่งงานกัน อยู่กับแม่สบายสุดแล้ว"
"เดี๋ยวเหอะ!...แม่ได้ยินนะนังลูกคนนี้...คิดจะเกาะแม่ไปจนตายเลยรึไง"
เสียงตะโกนจากข้างนอกทำเอาใบหลิวถึงกับต้องเงียบ แม้เธอจะหงุดหงิดที่แม่ไล่เธอไปทำงานบ้างล่ะ หาสามีดีๆ บ้างล่ะ แต่เธอไม่ได้คิดจะไปอยู่ดี เพราะเธอคิดที่จะอยู่ดูแลแม่และอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว
ท่าทีของเธออาจจะดื้อไปสักหน่อยแต่ไม่เคยที่เธอจะไม่กลับบ้านไม่ว่าจะไปเที่ยวไหนก็ตาม และไม่มีเรื่องผู้ชายมาให้แม่ได้เป็นกังวลเลยสักครั้งตั้งแต่สมัยเรียนจนจบและทำงาน
"เสียงดังโวยวายอะไรกันเนี่ยแม่รวี"
"นั่นสิคะ แล้วพี่ใบไปไหนหรอ?"
อะอายถามผู้เป็นแม่แท้ๆ ของตนตามด้วยลูกแก้วที่ถามหาใบหลิว ตั้งแต่พวกเธอมายังไม่เห็นหน้าผู้เป็นพี่สาวเลย แม่รวีไม่ตอบได้แต่ส่ายหัวไปมาก่อนจะเข้าไปทำออร์เดอร์ต่อ
ส่วนอะอายและลูกแก้วก็ช่วยกันไปเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่โต๊ะ เพราะสองสาวสวยอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่ลูกค้าหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่จะมองตามกันเป็นแถว บ้างก็หยอดบ้างก็จีบบ้างก็จับไม้จับมือ แต่อะอายเอาตัวรอดได้อยู่แล้วส่วนลูกแก้วออกจะอ่อนหวานเรียบร้อยดูไร้เดียงสาจึงไม่รู้จะปฏิเสธยังไง
"คือ...คุณลูกค้าคะ ช่วยมือฉันด้วยค่ะ..."
"จับนิดจับหน่อยจะเป็นไรล่ะครับ ถือว่าเอนเตอร์เทรนลูกค้า"
"เอ่อ...คือว่า..."
ลูกแก้วพยายามดึงมือของตัวเองกลับแต่ลูกค้าหนุ่มวัยรุ่นไม่ยอมปล่อย แม้ว่าเธอจะพยายามบอกปัดกับเขาเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล พอดีกับที่บิลลี่และเพื่อนๆ ของเขามาเห็นพอดี
บิลลี่ทำท่าจะเข้าไปด้วยความหัวเสีย แต่ปาร์คดันเดินเข้าไปก่อนพร้อมจับมือของชายหนุ่มที่กำลังลูบไล้มือของลูกแก้วอยู่ ชายหนุ่มคนนั้นหันมามองปาร์คอย่างหัวเสีย แต่เขาไม่ได้สะทกสะท้านอะไร
"ยุ่งไรด้วยวะ..."
"ขอโทษนะครับ ทำแบบนี้ในที่สาธารณะคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ และอีกอย่างที่นี่เป็นร้านข้าวไม่ใช่ร้านเหล้า ไม่มีเด็กเอ็นช่วยปล่อยมือจากน้องผู้หญิงด้วย...หรือจะให้ผมโทรแจ้งตำรวจ"
"พี่ปาร์ค..."
ชายหนุ่มยอมปล่อยมือจากลูกแก้วอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบลุกไปจ่ายค่าอาหารเพราะโดนกายและออดี้ดักไว้ แล้วรีบขับรถออกไป ลูกแก้วมองปาร์คที่ไม่ได้เจอกันนานด้วยความดีใจ
ลูกแก้วที่อยู่ในชุดเอี๊ยมสีชมพูเสื้อคอปด้านในสีขาวถักเปียหลวมๆ พร้อมด้วยโบสีชมพูอ่อนทำให้เธอดูน่ารักน่าทะนุถนอมไม่หยอก สายตาที่เธอมองปาร์คได้เปลี่ยนไปเพราะเนื่องจากโตขึ้น ลูกแก้วกลับรู้สึกชอบปาร์คมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาเป็นคนช่วยเหลือเธอ แต่ตรงข้ามกับปาร์คโดยสิ้นเชิง เขาดูเป็นผู้ใหญ่และหล่อขึ้นแบบสุขุมมีเสน่ห์น่าหลงใหล แต่เขามองลูกแก้วเหมือนน้องสาวดังเดิม
"ขอบคุณค่ะพี่ปาร์ค"
"ครับ"
"ไอ้ปาร์ค ห้ามกูทำไมวะ" -บิลลี่
"ถ้าไอ้ปาร์คให้มึงเข้าไป ร้านได้พังพอดี" -กาย
"พอเป็นเรื่องน้องสาวมึงแม่งชอบใจร้อน" -ออดี้
เพื่อนๆของบิลลี่ตอบแทนปาร์ค ก่อนที่ทุกคนจะเข้าไปสวัสดีแม่รวีและพวกน้าๆ อะอายเองก็เข้ามาสวัสดีพวกพี่ๆ พร้อมกับกระโดดกอดพี่ชายตนอย่างสนิทสนม เพราะช่วงเวลาที่เธอทำงานมาเธอก็ได้แวะเวียนไปหาพวกพี่ๆ บ่อยๆ ที่ทำงานของเธออยู่ใกล้ๆบ้านที่พวกซื้ออยู่
อะอายก็มีหน้าที่การงานที่ดี จบคณะบริหารเอกภาษาอังกฤษ และได้มีโอกาสไปเรียนที่อังกฤษ1ปีโดยโครงการของมหาวิทยาลัย ส่วนค่าใช้จ่ายที่เธอได้ไปเรียนนั้น มาจากเพื่อนๆ ของพี่ชายเธอที่ช่วยกันส่งรวมถึงพี่ชายของเธอด้วย อะอายเรียนเก่งอยู่แล้วไม่แปลกที่พวกเขาจะช่วยกันสนับสนุนและรักเหมือนน้องสาวแท้ๆ อะอายเองก็วางตัวดีเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นไม่เคยมีเรื่องเสียหายใดๆ พวกพี่ๆ จึงเอ็นดูเป็นพิเศษและติดต่อกันบ่อยครั้ง
ลูกแก้วก็เช่นกัน เธอจะได้รับการสนับสนุนซะส่วนใหญ่ โดยเธอเลือกเรียนสายอาชีพการจัดการงานโรงแรม พวกเขาก็ช่วยเหลือเธอเช่นกัน ในบรรดาเพื่อนๆ บิลลี่คือคนที่ธรรมดาที่สุด แต่เพราะนิสัยและความจริงใจพวกเขาถึงช่วยเหลือบิลลี่อย่างไม่มีอิดออดและเต็มใจช่วย รวมถึงแม่รวีที่พวกเขามักจะมารบกวนบ่อยๆ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร แม่รวีและน้าๆ ก็ให้คำปรึกษาและพร้อมต้อนรับเหมือนเป็นลูกชาย ไม่แปลกที่พวกเขาจะรักครอบครัวนี้มากๆ
"แล้วเจ้าใบไปไหนล่ะแม่"
"เดี๋ยวก็ลงมา"
"อย่าบอกนะว่าเจ้าใบพึ่งตื่น"
"ก็ใช่น่ะสิ แม่ล่ะกลุ้ม...เจ้าหลิวตกงานอีกแล้ว มาสิงที่บ้านเป็นเดือนแล้ว ลงทุนทำร้านให้แม่นี่แหละ...แต่เที่ยวกลางคืนทุกคืนเลย แม่ว่าจนไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว...."
"ยังไงหนูก็ช่วยแม่ทำร้านนี่ไง...แม่จะฟ้องพี่ทำไมเนี่ย"
.
..ใบหลิวเดินลงจากชั้นบนมาได้ยินแม่บ่นอุบอิบเรื่องของเธอให้พี่ชายฟัง ทุกคนมองไปทางต้นเสียงก็เห็นหญิงสาวสวยร่างอรชรเดินลงมา เธอใส่เพียงกางเกงยีนขาสั้นและเสื้อยืดคอวีสีขาวบาง เพื่อนๆ ของพี่บิลลี่ถึงกับมองค้าง อกเป็นอกเอวเป็นเอวตัวเล็กบางหุ่นนาฬิกาทรายที่ผู้หญิงทุกคนอยากจะมี ไม่ต้องแต่งตัวมากก็รู้สึกถึงเสน่ห์น่าเข้าหาจากเด็กอวบท้วมหน้าแป้นแล้นเปลี่ยนเป็นสาวสวยขนาดนี้เชียวหรือ ใบหลิวเดินหน้ายุ่งเข้ามาหาแม่ก่อนจะไปหยิบเอี๊ยมตัวประจำมาใส่ พร้อมกับรวบผมขึ้น ทำเอาหนุ่มๆ ถึงกับกลืนน้ำลายกันเป็นแถบจนบิลลี่ต้องตบไหล่เพื่อนๆ เพื่อเรียกสติ มีเพียงปาร์คที่มองใบหลิวด้วยสีหน้าเรียบเฉย บิลลี่เดินเข้าหาน้องสาวตนเองก่อนจะคว้าคอเธอมาล็อคพร้อมกับเขกหัวเธอเบาๆ"ว่าไงยัยตัวดี...ได้ข่าวว่าดื้อมากหรอ""โอ้ย! พี่บิลเจ็บนะ""เจ็บสิจะได้จำ""พี่ใบสวยขึ้นเยอะมาก ไม่เจอกันตั้งนาน"อะอายเดินเข้ามาด้วยท่าทางดีใจสุดขีด เพราะตั้งแต่เรียนมหาลัยเธอก็ไม่ค่อยได้เจอพี่สาวของตัวเองเลย บวกกับที่เธอเองก็ไปเรียนต
..รถหรูสองคันขับเข้าในบ้านหลังใหญ่ในตัวเมือง พร้อมกับจอดรถไว้ที่โรงจอดรถด้านข้าง ทั้งสี่คนเดินลงจากรถ บิลลี่ช่วยน้องสาวหอบกระเป๋าและสัมภาระขึ้นไปบนห้อง ด้านล่างว่ากว้างแล้ว แต่ด้านบนก็กว้างไม่แพ้กันมีห้องนอนทั้งหมด5ห้องพอดิบพอดี ชายหนุ่มทั้งสี่มีห้องเป็นของตัวเองคนละห้อง มันจึงเหลือห้องว่างอยู่หนึ่งห้อง นั่นคือห้องที่ใบหลิวจะต้องเข้ามาอยู่ ตรงข้ามห้องเธอคือห้องของปาร์ค ส่วนข้างๆห้องเธอเป็นห้องของบิลลี่ ส่วนข้างๆ ห้องของปาร์คก็จะเป็นห้องของกาย ถัดไปก็ห้องของออดี้เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เป็นห้องนอนที่ไม่กว้างนักเพราะมีเตียงใหญ่เรียบหรู ปลายเตียงมีโซฟาไม่มีพนักพิงไว้ดูทีวี และทุกห้องก็มีห้องน้ำในตัว"พี่วางของไว้ตรงนี้นะ รีบอาบน้ำแต่งตัวจะพาไปกินข้าวข้างนอก""ไม่ไป...""เจ้าใบ อย่าดื้อกับพี่สิ""...ทำไมพี่ต้องมาซื้อบ้านอยู่กับพวกพี่ปาร์ค ทำไมไม่ซื้อคอนโดอยู่เองจะได้เป็นส่วนตัวไปเลย""พี่เองก็ยังไม่พร้อมขนาดที่จะผ่อนบ้านราคาขนาดนี้คนเดียวหรอกนะ และอีกอย่างพวกมันก็ไม่ได้ติดแถมยังไงก็ต้องสิงอยู่บ้านใครคนใ
Back Burn Pubปาร์คได้เล่าเหตุการณ์ที่ได้รับโทรศัพท์ก่อนหน้าให้เพื่อนๆ ฟัง ก่อนจะรีบขับรถตรงดิ่งมายังผับ บิลลี่เองก็เริ่มไม่อยู่สุขด้วยความเป็นห่วงน้องสาวตน หลังได้รู้ว่าน้องสาวถูกชายหนุ่มหน้าตาดีพาออกไปในสภาพที่ไม่ค่อยได้สติเมื่อมาถึงปาร์คก็รีบขึ้นไปบนห้องควบคุมเพื่อเช็คกล้องวงจรปิด ส่วนบิลลี่ กาย และออดี้ ก็แยกย้ายกันไปหาตัวใบหลิวทั้งลานจอดรถ ด้านหน้าและด้านหลังผับ บิลลี่ดึงสีหน้าตึงเครียดทันทีเมื่อหาเท่าไหร่ก็ยังหาไม่เจอ จนชายหนุ่มทั้งสี่คนเดินมารวมตัวกันอยู่โซนวีไอพีชั้นบน"พวกมึงหาน้องกูเจอยังวะ?" -บิลลี่"ไม่ว่ะ" -กาย"กูเหนื่อยละเนี่ย ว่าที่แฟนกูไปไหนวะ" -ออดี้"น้อยๆ หน่อยไอ้ออดี้ น้องเพื่อนนะเว้ย" -กาย"แล้วมึงอ่ะ ไอ้ปาร์ค?" -บิลลี่"มันยังไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากห้องควบคุม มึงก็ช่วยเพื่อนหน่อยเถอะ ไอ้บิลมันจะบ้าตายอยู่แล้ว" -ออดี้"น่ารำคาญชิบ..เดี๋ยวกูเอง"ปาร์คพูดอย่างหัวเสีย ก่อนจะเรียกเพื่อนมองลงดูชายหนุ่มหน้าดีคนหนึ่งที่กำลังเต้นอย
.เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลังของใบหลิว เธอหันไปมองอย่างรวดเร็วก็พบว่าปาร์คได้มายืนอยู่ใกล้ๆ เธอแล้ว เขาก้มหน้าลงไปใกล้เธอจนเธอก้าวถอยหลังแทบไม่ทันปาร์คได้กลิ่นสบู่อ่อนๆ แทนที่จะเป็นกลิ่นน้ำหอมหรือกลิ่นเหล้า เขาก็เข้าใจทันทีว่าน้องสาวคนสวยตรงหน้าได้ไปแวะโรงแรมที่ไหนมาสักที่หนึ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจนักใบหลิวค่อยๆ เดินถอยหลังเพื่อที่จะเตรียมวิ่งขึ้นบันไดหนีความคาดคั้นจากเขา แต่เพราะความที่ยังไม่ได้สติครบถ้วนและบวกกับห้องมันมืดเธอจึงมองไม่เห็นขั้นบันไดใกล้ๆ ใบหลิวสะดุดขั้นบันไดจนทรงตัวไม่ได้ ปาร์คเห็นอย่างนั้นจึงรีบคว้าเอวคอดกิ่วของเธอไว้"อื้อออ....""....."เสียงครางเบาเล็ดลอดออกจากปากสวยเมื่อโดนสัมผัส ใบหลิวรีบเอามือปิดปากตัวเองแน่นพร้อมกับมองปาร์คที่ทำหน้านิ่งไม่สะทกสะท้านและไม่ได้พูดอะไรออกมา อุณหภูมิในร่างกายของหญิงสาวเริ่มร้อนขึ้นจนฝ่ามือของปาร์ครู้สึกได้ เขาลองบีบเอวบางของเธอเบาๆ"อึ๊...อื้มมม""........."มันเป็นอย่างที่เขาคิด...ปาร์
.ปังๆๆๆ!!"ไอ้ปาร์ค!! ตื่นโว้ยยย!!"เสียงเคาะประตูลั่นพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกของบิลลี่เพื่อนรัก ทำเอาปาร์คต้องตื่นและเดินไปเปิดประตูทั้งที่ตาข้างหนึ่งยังปิดอยู่ บิลลี่มองเขาอย่างหน้าตาตื่น ปาร์คทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร"มึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปข้างล่างเลย""...อืม...มีไร?""บีบีมาหา นั่งรอมึงอยู่ที่ห้องรับแขก...เขาบอกติดต่อมึงไม่ได้""......."ปาร์คเงียบไปก่อนเรื่องราวเมื่อคืนจะแล่นเข้ามาในหัวของเขา ทำเอาเขาหัวเสียไม่น้อยที่ยังนึกถึงเรื่องของน้องสาวเพื่อนอยู่ทั้งที่พึ่งจะตื่นแท้ๆ ปาร์คขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบรับเพื่อน"เร็วๆ นะเว้ย""...เออ"ปาร์คเดินกลับไปอาบน้ำแต่งตัว ไม่นานนักเขาก็ลงมายังชั้นล่างก็เห็นว่าแฟนสาวของเขานั่งรออยู่พร้อมกับเพื่อนๆของเขา สาวสวยแต่งตัวเรียบร้อยเสื้อเชิ้ตพอดีทรงกับกางเกงสแลคเอวสูงรับกับรูปร่างของเธอได้พอดิบพอดี เธอยืนขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาคนที่พึ่งเดินลงมา
.ปาร์คขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถประจำตำแหน่ง เพียงแค่รถแล่นเข้ามาทุกคนก็มองเป็นตาเดียว พอชายหนุ่มลงจากรถสาวๆ ที่ทำงานในโรงงานต่างก็พากันกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่โต แต่พอใบหลิวเดินลงมาจากรถเสียงกรี๊ดก็เงียบลงกลายเป็นเสียงซุบซิบแทน ทุกสายตาจ้องมองมายังเธอที่ยืนข้างทายาทโรงงานน้ำมันสุดหล่อด้วยความสงสัย ใบหลิวไม่ค่อยชินกับเหตุการณ์เหล่านี้เท่าไหร่นัก แต่เธอเก่งเรื่องการเมินคนอยู่แล้ว เธอจึงเก๊กหน้าไม่สนใจมันซะก็สิ้นเรื่อง"ตามพี่มา...อ้อ แล้วอยู่ที่นี่ต้องเรียกพี่ว่าคุณชรัน""คุณชรัน? คือใครล่ะคะ? พี่ชื่อปาร์ค ก็ต้องเรียกคุณปาร์คสิ""ชรันคือชื่อจริงพี่""ไม่บอกนามสกุลด้วยเลยล่ะคะ จะได้เรียกให้เต็มยศเลย""ต่อปากต่อคำจริงๆ"ปาร์คส่ายหน้าก่อนจะเดินนำเธอเข้าไปที่ตึกบริหาร ใบหลิวก็รีบเดินตามเข้าไปเพราะกลัวจะหลง โรงงานกว้างขวางขนาดนี้ถ้าหลงคงได้หาทางออกเป็นวันแน่ๆ ปาร์คนำเธอมายังหน้าห้องฝ่ายบุคคลพร้อมกับบอกให้เธอรออยู่หน้าห้อง ส่วนเขาเดินเข้าไปคุยกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลครู่หนึ่งก็เดินออกมา"เดี๋
"หยุด!!!"หญิงสาวคนสุดท้ายกำลังจะเง้อมือขึ้นมาตบใบหลิวอีกสักฉาด แต่ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยห้ามเธอไว้เสียก่อนเธอจึงค้างอยู่อย่างนั้น ใบหลิวเห็นว่าเป็นจังหวะดีจึงประทับลงฝ่ามือลงบนหน้าผู้หญิงคนนั้นเต็มแรง ห้องที่เงียบลงทำให้เสียงฝ่ามือที่ปะทะเนื้อแก้มดังลั่นห้องนั้นเพี๊ยะ!!!ปาร์คมองใบหลิวนิ่งด้วยสายตาเรียบเฉย ทุกคนก้มหน้าหมดมีแต่ใบหลิวที่หันไปมองผู้มาเยือน ร่างสูงของเขาเดินเข้ามาหาเธอพร้อมใบหน้าและสายตาที่ดูดุดันมากกว่าปกติ"นี่มันที่ทำงาน ไม่ใช่สนามมวย""เอ่อ...คือ....""ผมไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น ไปแก้ตัวกับฝ่ายบุคคลเอง""คุณชรันขา....แต่เด็กนี่....""ลัลล์ลลิต เข้าไปพบผมที่ห้องด้วย"ทุกคนไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ปาร์คก็เดินเข้าห้องไปด้วยความหัวเสีย ส่วนหญิงสาวสี่คนก็ต้องเดินออกไปยังฝ่ายบุคคล ใบหลิวเดินตามปาร์คเข้าห้องไปไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ ใบหลิวก็พูดขึ้นมาอย่างหัวเสีย"ใบไม
"พี่ปาร์คจะไปไหน? นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้าน...""ทดลองงาน""วันนี้เลยหรอคะ?""ใช่ ทำไม? วันนี้ก็เล่นทั้งวันแล้วจะพักอีกหรอ?""พูดอะไรไม่เกรงใจรอยบวมบนหน้าเลยนะคะ""แต่งหน้าเก่งอยู่แล้วไม่ใช่?""......."ใบหลิวเลิกเถียงเพราะยังไงปาร์คก็ไม่ตามใจหรือเห็นใจเธออยู่ดี หรือเขาอาจจะเกลียดเธอไปแล้วก็ได้...ในเมื่อเธอสร้างเรื่องให้เขามากมายขนาดนี้ แต่ใบหลิวก็อดน้อยใจไม่ได้ที่เขาไม่ได้เป็นห่วงเธอเหมือนน้องคนอื่นๆ บ้างเลย...ใบหลิวนั่งหน้างออยู่บนรถโดยไม่ยอมหันไปมองเขา เหมือนเด็กกำลังงอนเพราะโดนขัดใจ ปาร์คเห็นอย่างนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า"หิวไหม?""ไม่""เพราะไม่ยอมกินอะไรเลยนอกเหล้านี่ไง ถึงผอมแบบนี้""ก็มันไม่อร่อยเหมือนที่แม่ทำ""หรือจะทำกินเอง?""มันมีที่ให้ทำที่ไหนล่ะ? นอกจากที่บ้าน""คอนโดพี่ไง อยู่แถวนี้พอดี""พี่ปาร์คมีคอนโดด้วยหรอ?""อืม...""แล้วทำไมต้องไปอยู่ที่บ้านอ่ะ ไม่อ
.."ทำไมพี่ปาร์คต้องให้หลิวเอาลูกไปฝากแม่ละคะ"ใบหลิวเอ่ยถามขึ้นหลังจากฝากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไว้กับผู้เป็นแม่ตามที่ปาร์คขอร้องให้เอาไปฝากไว้สักวัน ทั้งที่ลูกชายของเธอพึ่งจะสี่ขวบ เธอก็ยิ่งคิดหนักและคิดถึงเป็นธรรมดาจนใบหน้าสวยสลดอย่างเห็นได้ชัด ปาร์คปรายตามองใบหลิวครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น"แค่สองสามวันเอง...พี่อยากมีเวลาอยู่กับหลิวบ้าง""ปกติก็อยู่ด้วยกันทุกวันนี้คะ ไม่เห็นต้องแยกลูกไปเลย""พี่อยากอยู่กับหลิวสองต่อสองบ้าง...เรามัวแต่ทำงานเลี้ยงลูกไม่มีเวลาให้กันเลยนะหลิว"ปาร์คเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง ใบหลิวหันมองยังเขาที่กำลังขับรถกลับในเมืองอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะเธอคิดว่าก็อยู่ด้วยกันตลอดจะไม่มีเวลาได้ยังไง"เราไม่มีเวลา...หวานกันบ้างเลยแล้วนี่ก็ใกล้จะวันวาเลนไทน์แล้วด้วยพี่เลยอยากจะ...""วาเลนไทน์แล้วไง ไม่ใช่วันครบรอบสักหน่อย"ใบหลิวเอ่ยขัดขึ้นมาใบหน้าดูท่าทางหงุดหงิด ปาร์คหันไปมองยังภรรยาของตนครู่หนึ่งก่อนจะขับรถต่อไปเงียบๆ ภายในหัวคิ
ห้องใบหลิวปาร์คมองร่างหญิงสาวที่นอนหลับอยู่เงียบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและห่วงหา มือหนาของเขายังจับมือเธอไว้แน่นโดยที่เธอไม่รู้สึกตัวเหมือนกลัวจะหายไปใบหลิวขยับตัวเล็กน้อย เพราะเธอรู้สึกคลื่นไส้อีกครั้งก่อนจะลุกพรวดขึ้นมาทันที ปาร์ครีบเข้าไปพยุงพร้อมมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง ตอนคุยโทรศัพท์เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องแพ้ท้องให้เขาฟังเลยสักครั้ง“พี่ปาร์ค? แม่อนุญาตแล้วหรอคะ?”ปาร์คพยักหน้าพร้อมกับยิ้มบางๆ ตาเรียวมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวอันเป็นที่รักอย่างสลด ที่เขาไม่สามารถดูแลหรืออยู่ใกล้ๆ ได้เลยเกือบจะหนึ่งเดือนเต็ม แต่ใบหน้าซีดเซียวนั้นกลับยิ้มให้เขาอย่างดีใจที่ได้เจอกันจนลืมอาการอยากอาเจียนไปเสียหมด เมื่อเห็นเธอทำหน้าแบบนั้นชายหนุ่มจึงคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นด้วยความคิดถึง ก่อนจะคลายกอดอย่างอ้อยอิ่ง“ลุกไหวไหม? พ่อพี่ใกล้จะมาถึงแล้ว”“คะ? คุณปรเมตต์มาด้วยหรอคะ?”ชายหนุ่มพยักหน้าแทนการตอบคำถามของเธอ ใบหลิวทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะนี่
..วันแล้ววันเล่าที่ปาร์คยังคงทำงานช่วยที่บ้านแม่รวีเกือบเดือนที่เขายังคงไม่ได้เห็นหน้าใบหลิวเลย ได้เพียงแค่พูดคุยผ่านโทรศัพท์ทุกคืนเพียงเท่านั้น แต่ปาร์คก็ยังไม่หนีไปและเฝ้ารอวันที่แม่รวีใจอ่อน ไหนจะปรเมตต์ผู้เป็นพ่อที่คอยโทรมาย้ำเขาตลอดว่าให้อดทนปาร์คทำงานอยู่ด้านล่างของตัวบ้านก็ได้ยินเสียงดังจากด้านบนที่ใบหลิวอยู่ เขาได้ยินกลายๆ ว่าใบหลิวแพ้ท้องหนัก แม่รวีจึงเดินขึ้นไปดูแลบ่อยๆ ชายหนุ่มทำงานไปด้วยก็แอบยิ้มไปด้วย ในใจก็คิดว่าเขากำลังจะเป็นพ่อคนแล้วจริงๆ แม้เขาจะอยากขึ้นไปดูแลเธอด้วยตัวเอง แต่เขาก็ทำได้แค่อดทนเพียงเท่านั้น“ไอ้ปาร์ค!” –บิลลี่“นี่มึงเปลี่ยนจากประธานโรงงานน้ำมันมาเป็นพ่อค้าข้าวแกงแล้วหรอวะ” -กาย“กูละยอมใจมึงจริงๆ” –ออดี้บิลลี่และคนอื่นๆ เดินเข้าบ้านมาพร้อมของฝากของบำรุงมากมาย เพื่อนทั้งสี่คนกอดทักทายกันด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอาของไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ใต้ถุนบ้าน“แล้วแม่กูไปไหนละ”“อยู่ข้างบนดูแลหลิวอยู่”“เจ้าใบป่วยหรอ?”“เปล่า หลิวแพ้ท้องหน
..06.00 น.“มาทำไม?”“มาช่วยแม่น่ะครับ”“ไม่จำเป็น ฉันทำของฉันเองได้”ปาร์คเดินเข้ามายืนยิ้มให้กับแม่รวี แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี การที่เขามีหน้าที่การงานที่ดีมีฐานะดีไม่ได้ช่วยให้แม่รวียอมยกลูกสาวให้เลยแม้แต่น้อย ปาร์คจึงคิดว่าคงต้องเข้าหาว่าที่แม่ยายด้วยการพิสูจน์ว่าเพื่อใบหลิวแล้วเขาสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ตาม“ซื้อแกงหน่อยจ้า”“ครับ เอาแกงอะไรดีครับ?”“ตายแล้ว!!! หล่ออะไรขนาดนี้พ่อคุ๊ณ อย่างกับพระเอกแน่ะ ป้ารวีนี่ลูกเขยหรอ? หล่อจนจะเป็นลม เสียดายป้าเกิดก่อนนานไปหน่อย”“ป้าก็ยังสวยอยู่นะครับ”“แหม พูดแบบนี้เอามันทุกแกงเลยล่ะกัน”ปาร์คพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอาแกงใส่ถุงแล้วยื่นให้ เขาไม่คิดว่าจะได้ยืนขายแกง แต่มันพอดีที่เขายืนอยู่หน้าบ้าน แต่แม่รวียืนอยู่ไกล เลยเป็นเหตุให้เขาได้ช่วยไปโดยปริยาย หลังจากที่ป้าคนนั้นซื้อไปแล้ว กลับมีคนแห่มาซื้อแกงจนแทบขายไม่ทัน เพราะความหล่อที่ไม่อาจมีใครต้านทานจนไม่เหลียวมองได้ ไม่ว่
..ภายในร้านอาหารบ้านๆ เต็มไปด้วยลูกค้าแน่นไปหมด กิจการกำลังดำเนินไปได้ดีจนทุกคนวิ่งวุ่น ใบหน้าเปื้อนต้อนรับลูกค้าตลอดเวลาอย่างมีความสุข ทำให้หญิงสาวแทบจะน้ำตาคลอ เธอไม่อยากทำลายรอยยิ้มนั้นเลยแม้แต่น้อย ใบหลิวยืนมองผู้เป็นแม่อยู่ไกลๆ แต่ไม่ยอมเข้าไปที่บ้านเสียที ปาร์คเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แค่ยืนรอข้างๆ รอให้เธอพร้อมที่จะก้าวเข้าไปกับเขาปาร์คจับมือใบหลิวไว้แน่นเป็นเชิงให้กำลังใจ แต่ถึงอย่างนั้นใบหลิวก็ยังคงทำหน้าเศร้ามาคลาย จากที่ไม่ได้เจอแม่มาหลายเดือน และไม่เคยได้แวะเวียนมาเยี่ยมหา แต่เธอก็ส่งเงินมาให้ตลอดไม่ขาด แต่พอกลับมาเจอกันอีกครั้งก็ไม่รู้ว่าแม่ของตนจะดีใจหรือเสียใจ“เข้าไปกันเถอะ”“ค่ะ..”ใบหลิวตอบปาร์คก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปยังร้านอาหารที่เธอกับแม่ช่วยกันสร้างขึ้น ใบหลิวเดินเข้าไปทั้งที่ผู้เป็นแม่ยังไม่เงยหน้าด้วยซ้ำแต่ก็ยังร้องเรียกทักทายเพราะคิดว่าเธอเป็นลูกค้า“เชิญก่อนจ้า...ด้านในว่าง...ไอ้หลิว!!”“แม่”ผู้เป็นแม่ละทิ้งทุกอย่างด้วยความดีใจที่เห็นลูกสาวท
“คนไข้อ่อนเพลีย อาจจะเสี่ยงเป็นภาวะเลือดจาง”“ปกติก็แข็งแรงดีนี่ครับ”“ค่ะ แต่เพราะตั้งครรภ์เลยทำให้เสี่ยง เด็กทารกในท้องต้องใช้เลือดคุณแม่เพื่อสร้างอวัยวะ”“!!!”“กี่เดือนแล้วครับ?”ปรเมตต์ที่นั่งอยู่พร้อมพยุงลากสายน้ำเกลือมาด้วยถามขึ้น ในขณะที่ปาร์คยังคงช็อกค้างอยู่ พยาบาลยิ้มให้ปรเมตก่อนจะส่งใบผลตรวจพร้อมอัลตราซาวท์ให้เขา ปรเมตต์และปาร์คก้มมองดูภาพก้อนกลมๆ ที่มีตัวอ่อนคล้ายลูกอ๊อดอยู่ด้วยความตื่นเต้น“สามสัปดาห์แล้วนะคะ ดูเหมือนคุณแม่จะยังไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์”“ลูกแกไม่ผิดแน่ไอ้ลูกชาย ฮ่าๆๆ”ปรเมตต์เผลอหัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าจะมีหลาน ปาร์คมองผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มที่เขาดีใจขนาดนี้ แต่พอปรเมตต์รู้ตัวก็กระแอมเบาๆ แล้วทำหน้าเรียบเฉย“พ่อยอมรับหลิวแล้วใช่ไหม?”“ก็เรื่องมันถึงขนาดนี้ ไม่อยากยอมก็ต้องยอม”“พ่อไม่กลัวหลานโง่แล้วหรอ?”“โง่ก็ส่งไปเรียนโรงเรียนดีๆ สิฟ่ะ ยากอะไร”ปาร์คหัวเราะกับความดื้อดึงของพ่อ แต่ตอนนี้เขาก็ยอม
..ข่าวบนหน้าจอโทรทัศน์ในห้องพิเศษของโรงพยาบาลดังขึ้น ใบหลิวมองดูข่าวนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ หรือเรื่องนี้มันกำลังจะจบลงด้วยดีแล้วกันนะ“สมใจเธอรึยังล่ะ...เหอะ!”เสียงคนป่วยที่นอนไม่ฟื้นมาหลายชั่วโมงได้ดังขึ้น ใบหลิวรีบหันหน้ากลับมามองชายวัยกลางคนที่ตื่นมาก็หันมาประชดประชันเธอเลย แต่เธอก็ไม่ได้พูดตอบโต้หรือเถียงเขาแต่อย่างใด กลับหันไปหยิบน้ำเปล่ายื่นให้ชายคนนั้นแทน มีหรือที่เขาจะยอมรับน้ำจากเด็กสาว ปรเมตต์เมินหน้าหนีแก้วน้ำที่ใบหลิวยื่นให้“ดื่มน้ำหน่อยเถอะค่ะ จะได้ดีขึ้น”“ฉันไม่ดื่ม”“ถึงจะรังเกียจฉัน แต่ก็ควรห่วงสุขภาพตัวเองนะคะ”“เด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้ามาเสนอหน้าสอนฉันหรือ”“รอให้หายดีก่อนดีกว่าไหมคะคุณลุง ค่อยคิดแผนขัดขวางทีหลัง”“เด็กนี่! ไม่กิน!”ปรเมตต์ล้มตัวนอนลงพร้อมกับหันหลังให้ใบหลิว หญิงสาวกรอกตาก่อนจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับความดื้อของคนแก่รุ่นพ่อ ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขาอยู่ดี แต่ปรเมตต์ก็กลับสะบัดมือเธอออ
..ประธานหนุ่มเดินเข้าบริษัทมาอย่างสุขุมโดยมีผู้ช่วยสาวพ่วงตำแหน่งแฟนสาวลับๆ ของเขาเคียงข้างมาด้วย คนในบริษัทที่เขาเดินผ่านต่างทักทายเขาตลอดทางเดิน เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของตนเลขาสาวก็ลุกขึ้นมองหน้าเขาปาร์คปรายตามองบีบีครู่หนึ่งด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องไป บีบีรีบตามเข้าไปทันที ส่วนใบหลิวก็กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานโดยไม่สนใจ"มาแล้วหรอ ไอ้ลูกไม่รักดี""....."เมื่อประธานหนุ่มเดินเข้ามาในห้องก็เห็นผู้เป็นพ่อนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ปาร์คทำหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขาอย่างเงียบๆ"ฉันสั่งงให้แกย้ายไปอยู่กับหนูบีบี แต่แกกลับหนีไปคลุกอยู่กับเด็กคนนั้น งามหน้าไหมล่ะไอ้ปาร์ค""......""ฉันจะเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น! เดือนหน้าแกต้องแต่งงานกับหนูบีบี"ปาร์คปรายตามองบีบีที่ลอบยิ้มอยู่อย่างดีใจที่ปรเมตต์พูดแบบนั้น ปาร์คยกยิ้มก่อนจะส่ายหน้าไปมาท่ามกลางสายตาของปรเมตต์ บีบี และปกรณ์ พวกเขามองปาร์คอย่างไม่เข้าใจ
..รถคันหรูแล่นมายังคอนโดหลังจากทานข้าวเย็นกับคู่หมั้นสาวสวยที่พ่วงตำแหน่งเลขาของเขาในบริษัท ชายหนุ่มไร้คำพูดใดๆ แม้สาวเจ้าจะชวนคุยมากแค่ไหน สิ่งที่ได้ตอบคำมาเห็นเพียงจะเป็นความเฉยชาพ่วงด้วยสายตาที่ว่างเปล่าเพียงเท่านั้นจนรถจอดสนิท"ลงไป""ปาร์คจะไปไหนคะ คุณพ่อบอกให้เราอยู่ด้วยกัน..""ไปคุมผับ""งั้นบีบีขอตามไปด้วยได้ไหมคะ จะได้ศึกษาไว้ เพราะวันหนึ่งเราก็ต้องช่วยกันดูแลอยู่แล้ว""ไม่จำเป็น""แต่ปาร์คคะ..""กลัวอะไร? หลิวก็อยู่กับปกรณ์ไง ยังไม่พอใจเธออีกหรอ จะไปดูฉันล่าด้วยเลยไหมล่ะ""ถ้าปาร์คหาที่ลง บีบีก็พร้อม""ฉันไม่มีทางแตะต้องเธอ ไปซื้อกินยังจะดีกว่าอีก""ปาร์ค!""ลงไป!!"บีบีมองหน้าชายคู่หมั้นทั้งน้ำตา เธอทั้งเสียใจและโกรธเคืองคนตรงหน้าจนพูดไม่ออก แต่ปาร์คกลับมองเธอพร้อมแสยะยิ้ม สำหรับปาร์ค เขาคิดว่าคนที่ควรเสียใจมากที่สุดน่าจะเป็นใบหลิวมากกว่า เพราะเธอโดนพ่อเขาว่าขนาดนั้นหญิงสาวยอมลงจากรถแต่โดยดีและมองดูรถของคู่หมั้นหนุ่มแล่นไปจนลับตา ก่อนจะรี