“คนไข้อ่อนเพลีย อาจจะเสี่ยงเป็นภาวะเลือดจาง”
“ปกติก็แข็งแรงดีนี่ครับ”
“ค่ะ แต่เพราะตั้งครรภ์เลยทำให้เสี่ยง เด็กทารกในท้องต้องใช้เลือดคุณแม่เพื่อสร้างอวัยวะ”
“!!!”
“กี่เดือนแล้วครับ?”
ปรเมตต์ที่นั่งอยู่พร้อมพยุงลากสายน้ำเกลือมาด้วยถามขึ้น ในขณะที่ปาร์คยังคงช็อกค้างอยู่ พยาบาลยิ้มให้ปรเมตก่อนจะส่งใบผลตรวจพร้อมอัลตราซาวท์ให้เขา ปรเมตต์และปาร์คก้มมองดูภาพก้อนกลมๆ ที่มีตัวอ่อนคล้ายลูกอ๊อดอยู่ด้วยความตื่นเต้น
“สามสัปดาห์แล้วนะคะ ดูเหมือนคุณแม่จะยังไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์”
“ลูกแกไม่ผิดแน่ไอ้ลูกชาย ฮ่าๆๆ”
ปรเมตต์เผลอหัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าจะมีหลาน ปาร์คมองผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มที่เขาดีใจขนาดนี้ แต่พอปรเมตต์รู้ตัวก็กระแอมเบาๆ แล้วทำหน้าเรียบเฉย
“พ่อยอมรับหลิวแล้วใช่ไหม?”
“ก็เรื่องมันถึงขนาดนี้ ไม่อยากยอมก็ต้องยอม”
“พ่อไม่กลัวหลานโง่แล้วหรอ?”
“โง่ก็ส่งไปเรียนโรงเรียนดีๆ สิฟ่ะ ยากอะไร”
ปาร์คหัวเราะกับความดื้อดึงของพ่อ แต่ตอนนี้เขาก็ยอม
..ภายในร้านอาหารบ้านๆ เต็มไปด้วยลูกค้าแน่นไปหมด กิจการกำลังดำเนินไปได้ดีจนทุกคนวิ่งวุ่น ใบหน้าเปื้อนต้อนรับลูกค้าตลอดเวลาอย่างมีความสุข ทำให้หญิงสาวแทบจะน้ำตาคลอ เธอไม่อยากทำลายรอยยิ้มนั้นเลยแม้แต่น้อย ใบหลิวยืนมองผู้เป็นแม่อยู่ไกลๆ แต่ไม่ยอมเข้าไปที่บ้านเสียที ปาร์คเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แค่ยืนรอข้างๆ รอให้เธอพร้อมที่จะก้าวเข้าไปกับเขาปาร์คจับมือใบหลิวไว้แน่นเป็นเชิงให้กำลังใจ แต่ถึงอย่างนั้นใบหลิวก็ยังคงทำหน้าเศร้ามาคลาย จากที่ไม่ได้เจอแม่มาหลายเดือน และไม่เคยได้แวะเวียนมาเยี่ยมหา แต่เธอก็ส่งเงินมาให้ตลอดไม่ขาด แต่พอกลับมาเจอกันอีกครั้งก็ไม่รู้ว่าแม่ของตนจะดีใจหรือเสียใจ“เข้าไปกันเถอะ”“ค่ะ..”ใบหลิวตอบปาร์คก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปยังร้านอาหารที่เธอกับแม่ช่วยกันสร้างขึ้น ใบหลิวเดินเข้าไปทั้งที่ผู้เป็นแม่ยังไม่เงยหน้าด้วยซ้ำแต่ก็ยังร้องเรียกทักทายเพราะคิดว่าเธอเป็นลูกค้า“เชิญก่อนจ้า...ด้านในว่าง...ไอ้หลิว!!”“แม่”ผู้เป็นแม่ละทิ้งทุกอย่างด้วยความดีใจที่เห็นลูกสาวท
..06.00 น.“มาทำไม?”“มาช่วยแม่น่ะครับ”“ไม่จำเป็น ฉันทำของฉันเองได้”ปาร์คเดินเข้ามายืนยิ้มให้กับแม่รวี แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี การที่เขามีหน้าที่การงานที่ดีมีฐานะดีไม่ได้ช่วยให้แม่รวียอมยกลูกสาวให้เลยแม้แต่น้อย ปาร์คจึงคิดว่าคงต้องเข้าหาว่าที่แม่ยายด้วยการพิสูจน์ว่าเพื่อใบหลิวแล้วเขาสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ตาม“ซื้อแกงหน่อยจ้า”“ครับ เอาแกงอะไรดีครับ?”“ตายแล้ว!!! หล่ออะไรขนาดนี้พ่อคุ๊ณ อย่างกับพระเอกแน่ะ ป้ารวีนี่ลูกเขยหรอ? หล่อจนจะเป็นลม เสียดายป้าเกิดก่อนนานไปหน่อย”“ป้าก็ยังสวยอยู่นะครับ”“แหม พูดแบบนี้เอามันทุกแกงเลยล่ะกัน”ปาร์คพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอาแกงใส่ถุงแล้วยื่นให้ เขาไม่คิดว่าจะได้ยืนขายแกง แต่มันพอดีที่เขายืนอยู่หน้าบ้าน แต่แม่รวียืนอยู่ไกล เลยเป็นเหตุให้เขาได้ช่วยไปโดยปริยาย หลังจากที่ป้าคนนั้นซื้อไปแล้ว กลับมีคนแห่มาซื้อแกงจนแทบขายไม่ทัน เพราะความหล่อที่ไม่อาจมีใครต้านทานจนไม่เหลียวมองได้ ไม่ว่
..วันแล้ววันเล่าที่ปาร์คยังคงทำงานช่วยที่บ้านแม่รวีเกือบเดือนที่เขายังคงไม่ได้เห็นหน้าใบหลิวเลย ได้เพียงแค่พูดคุยผ่านโทรศัพท์ทุกคืนเพียงเท่านั้น แต่ปาร์คก็ยังไม่หนีไปและเฝ้ารอวันที่แม่รวีใจอ่อน ไหนจะปรเมตต์ผู้เป็นพ่อที่คอยโทรมาย้ำเขาตลอดว่าให้อดทนปาร์คทำงานอยู่ด้านล่างของตัวบ้านก็ได้ยินเสียงดังจากด้านบนที่ใบหลิวอยู่ เขาได้ยินกลายๆ ว่าใบหลิวแพ้ท้องหนัก แม่รวีจึงเดินขึ้นไปดูแลบ่อยๆ ชายหนุ่มทำงานไปด้วยก็แอบยิ้มไปด้วย ในใจก็คิดว่าเขากำลังจะเป็นพ่อคนแล้วจริงๆ แม้เขาจะอยากขึ้นไปดูแลเธอด้วยตัวเอง แต่เขาก็ทำได้แค่อดทนเพียงเท่านั้น“ไอ้ปาร์ค!” –บิลลี่“นี่มึงเปลี่ยนจากประธานโรงงานน้ำมันมาเป็นพ่อค้าข้าวแกงแล้วหรอวะ” -กาย“กูละยอมใจมึงจริงๆ” –ออดี้บิลลี่และคนอื่นๆ เดินเข้าบ้านมาพร้อมของฝากของบำรุงมากมาย เพื่อนทั้งสี่คนกอดทักทายกันด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอาของไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ใต้ถุนบ้าน“แล้วแม่กูไปไหนละ”“อยู่ข้างบนดูแลหลิวอยู่”“เจ้าใบป่วยหรอ?”“เปล่า หลิวแพ้ท้องหน
ห้องใบหลิวปาร์คมองร่างหญิงสาวที่นอนหลับอยู่เงียบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและห่วงหา มือหนาของเขายังจับมือเธอไว้แน่นโดยที่เธอไม่รู้สึกตัวเหมือนกลัวจะหายไปใบหลิวขยับตัวเล็กน้อย เพราะเธอรู้สึกคลื่นไส้อีกครั้งก่อนจะลุกพรวดขึ้นมาทันที ปาร์ครีบเข้าไปพยุงพร้อมมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง ตอนคุยโทรศัพท์เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องแพ้ท้องให้เขาฟังเลยสักครั้ง“พี่ปาร์ค? แม่อนุญาตแล้วหรอคะ?”ปาร์คพยักหน้าพร้อมกับยิ้มบางๆ ตาเรียวมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวอันเป็นที่รักอย่างสลด ที่เขาไม่สามารถดูแลหรืออยู่ใกล้ๆ ได้เลยเกือบจะหนึ่งเดือนเต็ม แต่ใบหน้าซีดเซียวนั้นกลับยิ้มให้เขาอย่างดีใจที่ได้เจอกันจนลืมอาการอยากอาเจียนไปเสียหมด เมื่อเห็นเธอทำหน้าแบบนั้นชายหนุ่มจึงคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นด้วยความคิดถึง ก่อนจะคลายกอดอย่างอ้อยอิ่ง“ลุกไหวไหม? พ่อพี่ใกล้จะมาถึงแล้ว”“คะ? คุณปรเมตต์มาด้วยหรอคะ?”ชายหนุ่มพยักหน้าแทนการตอบคำถามของเธอ ใบหลิวทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะนี่
.."ทำไมพี่ปาร์คต้องให้หลิวเอาลูกไปฝากแม่ละคะ"ใบหลิวเอ่ยถามขึ้นหลังจากฝากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไว้กับผู้เป็นแม่ตามที่ปาร์คขอร้องให้เอาไปฝากไว้สักวัน ทั้งที่ลูกชายของเธอพึ่งจะสี่ขวบ เธอก็ยิ่งคิดหนักและคิดถึงเป็นธรรมดาจนใบหน้าสวยสลดอย่างเห็นได้ชัด ปาร์คปรายตามองใบหลิวครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น"แค่สองสามวันเอง...พี่อยากมีเวลาอยู่กับหลิวบ้าง""ปกติก็อยู่ด้วยกันทุกวันนี้คะ ไม่เห็นต้องแยกลูกไปเลย""พี่อยากอยู่กับหลิวสองต่อสองบ้าง...เรามัวแต่ทำงานเลี้ยงลูกไม่มีเวลาให้กันเลยนะหลิว"ปาร์คเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง ใบหลิวหันมองยังเขาที่กำลังขับรถกลับในเมืองอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะเธอคิดว่าก็อยู่ด้วยกันตลอดจะไม่มีเวลาได้ยังไง"เราไม่มีเวลา...หวานกันบ้างเลยแล้วนี่ก็ใกล้จะวันวาเลนไทน์แล้วด้วยพี่เลยอยากจะ...""วาเลนไทน์แล้วไง ไม่ใช่วันครบรอบสักหน่อย"ใบหลิวเอ่ยขัดขึ้นมาใบหน้าดูท่าทางหงุดหงิด ปาร์คหันไปมองยังภรรยาของตนครู่หนึ่งก่อนจะขับรถต่อไปเงียบๆ ภายในหัวคิ
.."แม่!! วันนี้พี่บิลจะมารับเราไปเที่ยวไหนหรอ?" -อะอาย"เห็นว่าไปเที่ยวที่หอน่ะ แต่แม่ไม่ได้ไปด้วยนะ อะอาย ใบหลิว ลูกแก้วไปกับพี่นะลูกเผื่อจะได้เข้ามหาวิทลัยเดียวกับพี่เขา""โห กว่าจะได้เข้า พี่บิลคงเรียนจบไปแล้วอ่ะ" -ลูกแก้ว"เดินตามรอยพี่บิลนั่นแหละ ใบหลิวก็ตั้งใจเรียนกว่านี้หน่อย ติด0ตั้ง5ตัว ไปดูที่มหาวิทยาลัยก็ดีเผื่อจะได้นึกอยากไปเรียนแล้วกลับมาแก้การเรียนบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เที่ยวเล่น""ยังไงหนูก็จบให้แม่อยู่แล้วน่า แม่อย่าบ่นเยอะ""ไอ้ลูกคนนี้นี่ เดี๋ยวแม่ตีซะหรอก!"อะอายกับลูกแก้วหัวเราะให้กับใบหลิวและแม่ที่มักจะเถียงกันประจำ แต่คนที่รู้ดีที่สุดคืออะอาย ว่าทำไมพี่สาวของเธอถึงได้มีการเรียนตก อะอายรู้ว่าใบหลิวรักแม่มากแค่ไหน ถึงจะดื้อไปบ้างแต่เธอก็มักจะทุ่มเทให้กับการช่วยแม่ขายของ อาจจะไปเที่ยวเล่นบ้างตามประสาแต่ที่จริงแล้วเธอต้องการสนิทกับเพื่อนๆ เพื่อให้เพื่อนๆ สั่งข้าวแกงของแม่แล้วเธอก็มักจะเอาออร์เดอร์มาส่งให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียนประจำ จึงทำให้ขายหมดเกลี้ยงทุกวัน
.."ไม่ต้องหรอกค่ะพี่ปาร์ค พี่ใบเขาถนัด""ไม่เป็นไร พี่ช่วยเอง"ปาร์คช่วยใบหลิวเก็บจานโดยไม่สนใจคำพูดของลูกแก้ว และช่วยยกจานทั้งหมดไปด้านหลังบ้านแล้ววางลงอ่างก่อนจะหันไปมองใบหลิวที่ยังคงนิ่งเงียบไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร ปาร์คเตรียมจะช่วยเธอล้างจานแต่ใบหลิวห้ามเขาไว้ก่อน"ไม่ต้องหรอกค่ะ พี่ปาร์คไปคุยกับแม่ดีกว่า เดี๋ยวใบล้างเอง""ช่วยๆ กันจะได้ไปกินผลไม้ที่พี่ซื้อมาฝาก""เดี๋ยวใบโดนแม่ดุ""งั้นพี่ยืนเป็นเพื่อน"ปาร์คพูดจบก็ยืนกอดอกรอเด็กสาวอวบท้วมที่กำลังล้างจานอย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะนานแค่ไหนตั้งแต่ที่เขาเข้ามาที่บ้านนี้วันแรกตอนปีหนึ่งจนปัจจุบันเขาปีสี่ เธอก็ยังคงเงียบเหมือนเดิมแม้ว่าจะได้ยินจากบิลลี่หรือบางทีแม่รวีจะบ่นเรื่องวีรกรรมของเธอให้เขาฟังมาบ้าง แต่เขาไม่ได้สนใจนักหรอก เพราะเจอกันบ่อยกว่าทุกคนเขาจึงช่วยเธอตามมารยาทเพียงเท่านั้น"ไม่ค่อยพูดหรอเราน่ะ""พูดเรื่องอะไรล่ะคะ""บนโต๊ะกินข้าว เขาคุยกันพี่ไม่เห็นเราพูดคุยอะไรเลย"
11ปีผ่านไป.....สาวสวยหอบสัมภาระมากมายลงจากรถสองแถวก่อนจะพยายามลากกระเป๋าต่างๆ ของตัวเองเดินผ่านตลาดมายังบ้านไม้หลังสวยที่คุ้นเคย ร่างเล็กอรชรของเธอไม่เหมาะกับกระเป๋าใบใหญ่เลย ระหว่างเดินผ่านตลาดก็มีแม่ค้าพ่อค้ามองตามเธอเป็นแถว ไม่มีใครจำเธอได้ใบหลิวแบกกระเป๋าของเธอหยุดยืนอยู่หน้าบ้านไม้ที่อยู่ตรงกลางระหว่างบ้านสามหลังติดกัน เธอเดินเข้าบ้านพร้อมกับวางกระเป๋าลงบนโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ที่คุ้นเคย ก่อนจะเดินเข้าไปห้องครัวหลังบ้านก็เห็นผู้เป็นแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างดีใจ"อุ๊ย! ...เจ้าหลิว มาทำไมไม่บอกแม่""คิดถึงจังเลย""เป็นไงมาไงล่ะลูก วันนี้ไม่ทำงานหรอ ไม่ใช่วันหยุดสักหน่อย""ว่าจะมาอยู่ดูแลแม่ยาวๆ""เฮ้อ...ออกจากงานอีกแล้วใช่ไหมเรา"ผู้เป็นแม่ละจากอาหารตรงหน้าพร้อมกับถอนหายใจ ใบหลิวมองดูแม่ของตนที่แก่ชราลงมากกว่าเมื่อก่อน ถึงเธอจะแวะมาบ่อยครั้งแต่ก็ไม่ได้อยู่นาน ตลอด1ปีที่ผ่านมาหลังจากเรียนจบเธอก็เปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น ทำเอาผู้เป็นแม่ถึงก
.."ทำไมพี่ปาร์คต้องให้หลิวเอาลูกไปฝากแม่ละคะ"ใบหลิวเอ่ยถามขึ้นหลังจากฝากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไว้กับผู้เป็นแม่ตามที่ปาร์คขอร้องให้เอาไปฝากไว้สักวัน ทั้งที่ลูกชายของเธอพึ่งจะสี่ขวบ เธอก็ยิ่งคิดหนักและคิดถึงเป็นธรรมดาจนใบหน้าสวยสลดอย่างเห็นได้ชัด ปาร์คปรายตามองใบหลิวครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น"แค่สองสามวันเอง...พี่อยากมีเวลาอยู่กับหลิวบ้าง""ปกติก็อยู่ด้วยกันทุกวันนี้คะ ไม่เห็นต้องแยกลูกไปเลย""พี่อยากอยู่กับหลิวสองต่อสองบ้าง...เรามัวแต่ทำงานเลี้ยงลูกไม่มีเวลาให้กันเลยนะหลิว"ปาร์คเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง ใบหลิวหันมองยังเขาที่กำลังขับรถกลับในเมืองอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะเธอคิดว่าก็อยู่ด้วยกันตลอดจะไม่มีเวลาได้ยังไง"เราไม่มีเวลา...หวานกันบ้างเลยแล้วนี่ก็ใกล้จะวันวาเลนไทน์แล้วด้วยพี่เลยอยากจะ...""วาเลนไทน์แล้วไง ไม่ใช่วันครบรอบสักหน่อย"ใบหลิวเอ่ยขัดขึ้นมาใบหน้าดูท่าทางหงุดหงิด ปาร์คหันไปมองยังภรรยาของตนครู่หนึ่งก่อนจะขับรถต่อไปเงียบๆ ภายในหัวคิ
ห้องใบหลิวปาร์คมองร่างหญิงสาวที่นอนหลับอยู่เงียบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและห่วงหา มือหนาของเขายังจับมือเธอไว้แน่นโดยที่เธอไม่รู้สึกตัวเหมือนกลัวจะหายไปใบหลิวขยับตัวเล็กน้อย เพราะเธอรู้สึกคลื่นไส้อีกครั้งก่อนจะลุกพรวดขึ้นมาทันที ปาร์ครีบเข้าไปพยุงพร้อมมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง ตอนคุยโทรศัพท์เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องแพ้ท้องให้เขาฟังเลยสักครั้ง“พี่ปาร์ค? แม่อนุญาตแล้วหรอคะ?”ปาร์คพยักหน้าพร้อมกับยิ้มบางๆ ตาเรียวมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวอันเป็นที่รักอย่างสลด ที่เขาไม่สามารถดูแลหรืออยู่ใกล้ๆ ได้เลยเกือบจะหนึ่งเดือนเต็ม แต่ใบหน้าซีดเซียวนั้นกลับยิ้มให้เขาอย่างดีใจที่ได้เจอกันจนลืมอาการอยากอาเจียนไปเสียหมด เมื่อเห็นเธอทำหน้าแบบนั้นชายหนุ่มจึงคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นด้วยความคิดถึง ก่อนจะคลายกอดอย่างอ้อยอิ่ง“ลุกไหวไหม? พ่อพี่ใกล้จะมาถึงแล้ว”“คะ? คุณปรเมตต์มาด้วยหรอคะ?”ชายหนุ่มพยักหน้าแทนการตอบคำถามของเธอ ใบหลิวทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะนี่
..วันแล้ววันเล่าที่ปาร์คยังคงทำงานช่วยที่บ้านแม่รวีเกือบเดือนที่เขายังคงไม่ได้เห็นหน้าใบหลิวเลย ได้เพียงแค่พูดคุยผ่านโทรศัพท์ทุกคืนเพียงเท่านั้น แต่ปาร์คก็ยังไม่หนีไปและเฝ้ารอวันที่แม่รวีใจอ่อน ไหนจะปรเมตต์ผู้เป็นพ่อที่คอยโทรมาย้ำเขาตลอดว่าให้อดทนปาร์คทำงานอยู่ด้านล่างของตัวบ้านก็ได้ยินเสียงดังจากด้านบนที่ใบหลิวอยู่ เขาได้ยินกลายๆ ว่าใบหลิวแพ้ท้องหนัก แม่รวีจึงเดินขึ้นไปดูแลบ่อยๆ ชายหนุ่มทำงานไปด้วยก็แอบยิ้มไปด้วย ในใจก็คิดว่าเขากำลังจะเป็นพ่อคนแล้วจริงๆ แม้เขาจะอยากขึ้นไปดูแลเธอด้วยตัวเอง แต่เขาก็ทำได้แค่อดทนเพียงเท่านั้น“ไอ้ปาร์ค!” –บิลลี่“นี่มึงเปลี่ยนจากประธานโรงงานน้ำมันมาเป็นพ่อค้าข้าวแกงแล้วหรอวะ” -กาย“กูละยอมใจมึงจริงๆ” –ออดี้บิลลี่และคนอื่นๆ เดินเข้าบ้านมาพร้อมของฝากของบำรุงมากมาย เพื่อนทั้งสี่คนกอดทักทายกันด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอาของไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ใต้ถุนบ้าน“แล้วแม่กูไปไหนละ”“อยู่ข้างบนดูแลหลิวอยู่”“เจ้าใบป่วยหรอ?”“เปล่า หลิวแพ้ท้องหน
..06.00 น.“มาทำไม?”“มาช่วยแม่น่ะครับ”“ไม่จำเป็น ฉันทำของฉันเองได้”ปาร์คเดินเข้ามายืนยิ้มให้กับแม่รวี แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี การที่เขามีหน้าที่การงานที่ดีมีฐานะดีไม่ได้ช่วยให้แม่รวียอมยกลูกสาวให้เลยแม้แต่น้อย ปาร์คจึงคิดว่าคงต้องเข้าหาว่าที่แม่ยายด้วยการพิสูจน์ว่าเพื่อใบหลิวแล้วเขาสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ตาม“ซื้อแกงหน่อยจ้า”“ครับ เอาแกงอะไรดีครับ?”“ตายแล้ว!!! หล่ออะไรขนาดนี้พ่อคุ๊ณ อย่างกับพระเอกแน่ะ ป้ารวีนี่ลูกเขยหรอ? หล่อจนจะเป็นลม เสียดายป้าเกิดก่อนนานไปหน่อย”“ป้าก็ยังสวยอยู่นะครับ”“แหม พูดแบบนี้เอามันทุกแกงเลยล่ะกัน”ปาร์คพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอาแกงใส่ถุงแล้วยื่นให้ เขาไม่คิดว่าจะได้ยืนขายแกง แต่มันพอดีที่เขายืนอยู่หน้าบ้าน แต่แม่รวียืนอยู่ไกล เลยเป็นเหตุให้เขาได้ช่วยไปโดยปริยาย หลังจากที่ป้าคนนั้นซื้อไปแล้ว กลับมีคนแห่มาซื้อแกงจนแทบขายไม่ทัน เพราะความหล่อที่ไม่อาจมีใครต้านทานจนไม่เหลียวมองได้ ไม่ว่
..ภายในร้านอาหารบ้านๆ เต็มไปด้วยลูกค้าแน่นไปหมด กิจการกำลังดำเนินไปได้ดีจนทุกคนวิ่งวุ่น ใบหน้าเปื้อนต้อนรับลูกค้าตลอดเวลาอย่างมีความสุข ทำให้หญิงสาวแทบจะน้ำตาคลอ เธอไม่อยากทำลายรอยยิ้มนั้นเลยแม้แต่น้อย ใบหลิวยืนมองผู้เป็นแม่อยู่ไกลๆ แต่ไม่ยอมเข้าไปที่บ้านเสียที ปาร์คเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แค่ยืนรอข้างๆ รอให้เธอพร้อมที่จะก้าวเข้าไปกับเขาปาร์คจับมือใบหลิวไว้แน่นเป็นเชิงให้กำลังใจ แต่ถึงอย่างนั้นใบหลิวก็ยังคงทำหน้าเศร้ามาคลาย จากที่ไม่ได้เจอแม่มาหลายเดือน และไม่เคยได้แวะเวียนมาเยี่ยมหา แต่เธอก็ส่งเงินมาให้ตลอดไม่ขาด แต่พอกลับมาเจอกันอีกครั้งก็ไม่รู้ว่าแม่ของตนจะดีใจหรือเสียใจ“เข้าไปกันเถอะ”“ค่ะ..”ใบหลิวตอบปาร์คก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปยังร้านอาหารที่เธอกับแม่ช่วยกันสร้างขึ้น ใบหลิวเดินเข้าไปทั้งที่ผู้เป็นแม่ยังไม่เงยหน้าด้วยซ้ำแต่ก็ยังร้องเรียกทักทายเพราะคิดว่าเธอเป็นลูกค้า“เชิญก่อนจ้า...ด้านในว่าง...ไอ้หลิว!!”“แม่”ผู้เป็นแม่ละทิ้งทุกอย่างด้วยความดีใจที่เห็นลูกสาวท
“คนไข้อ่อนเพลีย อาจจะเสี่ยงเป็นภาวะเลือดจาง”“ปกติก็แข็งแรงดีนี่ครับ”“ค่ะ แต่เพราะตั้งครรภ์เลยทำให้เสี่ยง เด็กทารกในท้องต้องใช้เลือดคุณแม่เพื่อสร้างอวัยวะ”“!!!”“กี่เดือนแล้วครับ?”ปรเมตต์ที่นั่งอยู่พร้อมพยุงลากสายน้ำเกลือมาด้วยถามขึ้น ในขณะที่ปาร์คยังคงช็อกค้างอยู่ พยาบาลยิ้มให้ปรเมตก่อนจะส่งใบผลตรวจพร้อมอัลตราซาวท์ให้เขา ปรเมตต์และปาร์คก้มมองดูภาพก้อนกลมๆ ที่มีตัวอ่อนคล้ายลูกอ๊อดอยู่ด้วยความตื่นเต้น“สามสัปดาห์แล้วนะคะ ดูเหมือนคุณแม่จะยังไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์”“ลูกแกไม่ผิดแน่ไอ้ลูกชาย ฮ่าๆๆ”ปรเมตต์เผลอหัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าจะมีหลาน ปาร์คมองผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มที่เขาดีใจขนาดนี้ แต่พอปรเมตต์รู้ตัวก็กระแอมเบาๆ แล้วทำหน้าเรียบเฉย“พ่อยอมรับหลิวแล้วใช่ไหม?”“ก็เรื่องมันถึงขนาดนี้ ไม่อยากยอมก็ต้องยอม”“พ่อไม่กลัวหลานโง่แล้วหรอ?”“โง่ก็ส่งไปเรียนโรงเรียนดีๆ สิฟ่ะ ยากอะไร”ปาร์คหัวเราะกับความดื้อดึงของพ่อ แต่ตอนนี้เขาก็ยอม
..ข่าวบนหน้าจอโทรทัศน์ในห้องพิเศษของโรงพยาบาลดังขึ้น ใบหลิวมองดูข่าวนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ หรือเรื่องนี้มันกำลังจะจบลงด้วยดีแล้วกันนะ“สมใจเธอรึยังล่ะ...เหอะ!”เสียงคนป่วยที่นอนไม่ฟื้นมาหลายชั่วโมงได้ดังขึ้น ใบหลิวรีบหันหน้ากลับมามองชายวัยกลางคนที่ตื่นมาก็หันมาประชดประชันเธอเลย แต่เธอก็ไม่ได้พูดตอบโต้หรือเถียงเขาแต่อย่างใด กลับหันไปหยิบน้ำเปล่ายื่นให้ชายคนนั้นแทน มีหรือที่เขาจะยอมรับน้ำจากเด็กสาว ปรเมตต์เมินหน้าหนีแก้วน้ำที่ใบหลิวยื่นให้“ดื่มน้ำหน่อยเถอะค่ะ จะได้ดีขึ้น”“ฉันไม่ดื่ม”“ถึงจะรังเกียจฉัน แต่ก็ควรห่วงสุขภาพตัวเองนะคะ”“เด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้ามาเสนอหน้าสอนฉันหรือ”“รอให้หายดีก่อนดีกว่าไหมคะคุณลุง ค่อยคิดแผนขัดขวางทีหลัง”“เด็กนี่! ไม่กิน!”ปรเมตต์ล้มตัวนอนลงพร้อมกับหันหลังให้ใบหลิว หญิงสาวกรอกตาก่อนจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับความดื้อของคนแก่รุ่นพ่อ ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขาอยู่ดี แต่ปรเมตต์ก็กลับสะบัดมือเธอออ
..ประธานหนุ่มเดินเข้าบริษัทมาอย่างสุขุมโดยมีผู้ช่วยสาวพ่วงตำแหน่งแฟนสาวลับๆ ของเขาเคียงข้างมาด้วย คนในบริษัทที่เขาเดินผ่านต่างทักทายเขาตลอดทางเดิน เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของตนเลขาสาวก็ลุกขึ้นมองหน้าเขาปาร์คปรายตามองบีบีครู่หนึ่งด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องไป บีบีรีบตามเข้าไปทันที ส่วนใบหลิวก็กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานโดยไม่สนใจ"มาแล้วหรอ ไอ้ลูกไม่รักดี""....."เมื่อประธานหนุ่มเดินเข้ามาในห้องก็เห็นผู้เป็นพ่อนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ปาร์คทำหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขาอย่างเงียบๆ"ฉันสั่งงให้แกย้ายไปอยู่กับหนูบีบี แต่แกกลับหนีไปคลุกอยู่กับเด็กคนนั้น งามหน้าไหมล่ะไอ้ปาร์ค""......""ฉันจะเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น! เดือนหน้าแกต้องแต่งงานกับหนูบีบี"ปาร์คปรายตามองบีบีที่ลอบยิ้มอยู่อย่างดีใจที่ปรเมตต์พูดแบบนั้น ปาร์คยกยิ้มก่อนจะส่ายหน้าไปมาท่ามกลางสายตาของปรเมตต์ บีบี และปกรณ์ พวกเขามองปาร์คอย่างไม่เข้าใจ
..รถคันหรูแล่นมายังคอนโดหลังจากทานข้าวเย็นกับคู่หมั้นสาวสวยที่พ่วงตำแหน่งเลขาของเขาในบริษัท ชายหนุ่มไร้คำพูดใดๆ แม้สาวเจ้าจะชวนคุยมากแค่ไหน สิ่งที่ได้ตอบคำมาเห็นเพียงจะเป็นความเฉยชาพ่วงด้วยสายตาที่ว่างเปล่าเพียงเท่านั้นจนรถจอดสนิท"ลงไป""ปาร์คจะไปไหนคะ คุณพ่อบอกให้เราอยู่ด้วยกัน..""ไปคุมผับ""งั้นบีบีขอตามไปด้วยได้ไหมคะ จะได้ศึกษาไว้ เพราะวันหนึ่งเราก็ต้องช่วยกันดูแลอยู่แล้ว""ไม่จำเป็น""แต่ปาร์คคะ..""กลัวอะไร? หลิวก็อยู่กับปกรณ์ไง ยังไม่พอใจเธออีกหรอ จะไปดูฉันล่าด้วยเลยไหมล่ะ""ถ้าปาร์คหาที่ลง บีบีก็พร้อม""ฉันไม่มีทางแตะต้องเธอ ไปซื้อกินยังจะดีกว่าอีก""ปาร์ค!""ลงไป!!"บีบีมองหน้าชายคู่หมั้นทั้งน้ำตา เธอทั้งเสียใจและโกรธเคืองคนตรงหน้าจนพูดไม่ออก แต่ปาร์คกลับมองเธอพร้อมแสยะยิ้ม สำหรับปาร์ค เขาคิดว่าคนที่ควรเสียใจมากที่สุดน่าจะเป็นใบหลิวมากกว่า เพราะเธอโดนพ่อเขาว่าขนาดนั้นหญิงสาวยอมลงจากรถแต่โดยดีและมองดูรถของคู่หมั้นหนุ่มแล่นไปจนลับตา ก่อนจะรี