Share

พ่ายรักบุปผาพิษ
พ่ายรักบุปผาพิษ
Penulis: แซมมี่ซี

บทที่ 1

last update Terakhir Diperbarui: 2025-04-03 11:28:36

“เด็กใหม่?”

“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”

“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”

“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”

“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”

“เจ้า!!!”

....

“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา

“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี

“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”

“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”

“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วครับ”

“อาจู … ปู่ให้เจ้าอยู่ที่นี่ เพื่อตัวเจ้า และเพื่อตระกูลเฟิงของเรา คนพวกนั้นไม่มีทางปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เจ้าคือความหวังของพวกเราตระกูลเฟิงที่จะแก้แค้นให้พ่อของเจ้า จำคำพูดปู่ไว้นะอาจู แก้แค้น แก้แค้นตระกูลแต้ แต้เถียน คือคนฆ่าพ่อแม่ของเจ้า จำไว้ อาจู แค้นสังหารบิดามารดา หากทำไม่สำเร็จเจ้าจะตายไม่ได้ เจ้าต้องแก้แค้น ทำลายตระกูลแต้ เหยียบย่ำความพินาศของพวกมันเพื่อยืนหยัดนำพาตระกูลเฟิงให้มั่นคง” น้ำเสียงหนักแน่นเจือความเศร้าของผู้นำตระกูลเฟิงในตอนนี้ ทำให้ตระหนักถึงสถานการณ์อันหนักอึ้งของตระกูลเฟิง ที่ขาดผู้สืบทอดหลัก อนาคตหม่นแสงจนต้องฝากความหวังไว้ที่เด็กหญิงตัวเล็กถึงเพียงนั้น

ลูกหลานของเฟิงหม่าจูถูกลอบสังหารตั้งแต่สองปีก่อน ลูกชายทั้งสาม เฟิงซือเฉิน เฟิงซือฉือ เฟิงซือโฮ่ว  หลานชายบ้านหลัก เฟิงหรู เฟิงหรง เฟิงรุ่ย หลานสาวบ้านรอง เฟิงซือฮวา เฟิงซือหลิน หลานสาวบ้านสามเฟิงซืออ้าย ถูกฆ่าตายทั้งหมด เหลือเพียงหลานสาวบ้านรอง เฟิงซือจู และหลานชาย บ้านสาม เฟิงซือเป่า

เฟิงซือจูและเฟิงซือเป่าถูกเลี้ยงไว้ที่คฤหาสน์ส่วนตัวของตระกูลทางเหนือและทางตะวันออก แต่ละวันผ่านไปด้วยความยากลำบาก ตื่นเช้าฝึกวรยุทธ ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู ฝึกใช้มีด ฝึกการต่อสู้ทุกศาตร์ทุกแขนง ตกบ่ายเรียนเรื่องสมุนไพร ยาพิษ และการฝังเข็ม ตกดึกเรียนเรื่องธุรกิจการบริหารจวบจนผ่านไป 8 ปี แตกฉานเรื่องต่างๆ จึงติดตามอาจารย์เซียวเข้าไปลองให้ชีวิตบนภูเขา ชีวิตบนภูเขาไม่ง่าย ฝึกหาแหล่งน้ำ ฆ่าสัตว์หาอาหาร เอาตัวรอดยามหิว ยามเหนื่อย ยามง่วงนอน สำหรับเด็กอายุ 12 ล้วนเป็นโจทย์ที่ยากจะผ่านไปได้ แต่ละวันถูกเคี่ยวกร่ำ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งแผลจากกิ่งไม้ แมลงและสัตว์ร้าย ความอ่อนเพลีย อ่อนล้าจากร่างกาย พลาดกินพืชที่มีพิษ พลาดทิ้งร่องรอยไว้ให้สัตว์ร้ายตามติดหมายให้เฟิงซือจูกลายเป็นอาหาร ประสบการณ์1ปีบนภูเขากับอาจารย์เซียวยากจะลืมเลือน

“คุณปู่” “นายท่าน”

เสียงเรียกที่ดังขึ้นพร้อมกันทั้งของอาจารย์และลูกศิษย์ทำให้เฟิงหม่าจูหลุดออกจากพวัง นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้มาที่นี่ เพราะภาระที่หนักอึ้ง แบกตระกูลเฟิงขึ้นไว้บนบ่าพยายามพาร่างชราให้เดินได้ไกลที่สุดเพื่อทายาทที่เหลืออยู่ทั้งสอง หากเขาล้ม หลานทั้งสองจะขาดที่พึ่งสุดท้าย ทรัพย์สมบัติของตระกูลจะต้องถูกไอ้พวกคนแซ่แต้ใช้อุบายยึดทุกอย่างไป ชีวิตชราของเขา เขาไม่เสียดาย แต่หลานทั้งสองจะถูกเหยียบย่ำไม่ได้ หลานทั้งสองต่างได้รับความรู้ของทุกศาสตร์ทุกแขนง ในวันหน้าเมื่อเกิดอะไรขึ้นหลานทั้งสองของเขาจะต้องเอาตัวรอด จะต้องไม่ถูกใครสังหารทิ้งอย่างง่ายดายเป็นผักปลาอีกแล้ว

“อาจู เป็นอย่างไรบ้าง บนเขาเป็นอย่างไร รีบมาเล่าให้ปู่ฟัง” เสียงอบอุ่นเจือความเอ็นดูทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าของ “อาจู” มีแรงเล่าเรื่องบนเขาให้คุณปู่ฟัง เสียงก้องกังวาล ลำดับเรื่องราว ท่าทางที่ใครๆต่างเห็นแล้วให้ความเอ็นดู ช่างเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเด็กหญิงที่กำลังโตคนนี้จริงๆ

หลังจากเฟิงหม่าจูออกจากคฤหาสน์ไปได้ไม่กี่วัน ครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งก็เข้ามารับเฟิงซือจู ที่แท้ เฟิงหม่าจูมาเพื่อบอกให้เฟิงซือจูเริ่มแก้แค้น

“ได้เวลาแล้วสินะ ท่านพ่อ ท่านแม่ ฮวาเจี่ย หลินเจี่ย ข้าจะแก้แค้นแทนพวกท่าน และเอาของที่ควรจะเป็นของพวกเรากลับมาให้หมด”

ตระกูลเฟิงและตระกูลแต้ เป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจอาหารมาสี่รุ่น ธุรกิจเติบโต แรกเริ่มทั้งสองตระกูลเปิดฟาร์มไก่ส่งขายตามร้านค้าต่างๆ รวมถึงเปิดขายปลีกหน้าฟาร์มทั้งไข่และไก่จากวันละร้อยตัวขึ้นเป็นวันละพันวันละหมื่นจวบจนถึงวันละแสนตัวจึงปรึกษากันขยายฟาร์มรองรับใบสั่งซื้อที่มากขึ้น พื้นที่หลายพันหลายหมื่นไร่ได้ถูกกว้านซื้อ สิ่งก่อนสร้างผุดขึ้นไวเหมือนเสกสร้าง กิจการขยายใหญ่ไปถึงฟาร์มหมู ฟาร์มโค สินค้าแปรรูป ของสด ของแห้ง ส่งขายปลีก ขายส่งทั้งในและนอกประเทศ ดีลภัตคาร ร้านอาหารมากมาย ทั้งสองตระกูลมีความสัมพันธ์อันดีช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาจนถึงรุ่นสาม ทายาทรุ่นสามของตระกูลแต้ มีเพียงแต้เถียน แต้เถียนและเฟิงหม่าจูมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เรียกได้ว่าเติบโตขึ้นมาพร้อมกัน แต่เนื่องด้วยแต้เถียนเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของตระกูลแต้จึงมีนิสัยเอาแต่ใจ สำมะเลเทเมา แพ้ไม่ได้ ลงไม่เป็น ถือตนเองเป็นใหญ่ และ ติดการพนัน เมื่อนานวันเข้าลักษณะนิสัยที่เข้ากันไม่ได้ของแต้เถียนและเฟิงหม่าจูจึงทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองเหลือเพียงหุ้นส่วนธุรกิจ

แต้เถียนมีภรรยาสามคน อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่ภรรยาทั้งสามไม่ได้ปรองดองกันนัก บ้านร้อนดั่งไฟทำให้แต้เถียนไม่ค่อยกลับบ้าน กินนอนในคาสิโน นานวันเข้ามีแต่เสียไม่มีได้ เงินหมื่นล้านก็ไม่พอให้ล้างผลาญ หน้ามืดเทขายหุ้นในมือจนหมด รู้ตัวอีกทีบริษัทที่บรรพบุรุษร่วมสร้างก็หลุดมือออกไปไม่มีวันกลับจึงเกิดอุบายหวังสมบัติตระกูลเฟิง ส่งมือสังหารหวังฆ่าล้างตระกูลแล้วส่งลูกของตนไปเป็นลูกบุญธรรมของเฟิงหม่าจู ความคิดยังไม่ทันสำเร็จ เฟิงหม่าจูก็รู้ตัวส่งมือสังหารอีกกลุ่มให้ไปช่วยคนในตระกูล เสียดายช้าไปเพียงก้าว เหลือเพียงลมหายใจของเฟิงซือจู และ เฟิงซือเป่า

สังหารมือสังหารของตระกูลแต้ทั้งหมดหลักฐานเพียงพอเอาผิดแต้เถียน แต่หลักฐานทั้งหมดกลับหายไปในขั้นตอนสุดท้าย อีกทั้งยังถูกตั้งข้อหาแจ้งความเท็จ อายัดทรัพย์สินบางส่วน ชื่อเสียงกระทบธุรกิจ ถูกเฝ้าจากเจ้าหน้าที่อย่างลับๆและอย่างโจ่งแจ้งทำให้กระดิกตัวลำบาก ที่น่าเจ็บใจคือหุ้นของเฟิงซือจือทั้งหมด ถูกขายให้ แต้เลี่ยงจิน ลูกชายเพียงคนเดียวของแต้เถียนกับจางเหว่ย ภรรยาลำดับสองบุตรีของนายตำรวจใหญ่ ในราคา 1 หยวน

แต้เลี่ยงจินรับนิสัยเด่นจากแต้เถียนและจางเหว่ยมาอย่างสมบูรณ์แบบ หนึ่งบุรุษสองภรรยา บ้านลับนับไม่ถ้วน หาไม่ได้แต่ใช้มาก หน้าใหญ่ใจใหญ่ มือเติบ และด้วยชีวิตเติบโตมากับมารดาที่เป็นบุตรีตำรวจใหญ่ทำให้ไม่เกรงกลัวใคร ใช้อำนาจก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน

เมื่อเป็นแค้นสังหารลูกหลาน ก็สมควรแก้แค้นด้วยสิ่งเดียวกัน เป้าหมายแรกคือ ลูกชายฝาแฝดของแต้เลี่ยนจินกับภรรยารองลี่ลี่ แต้เลี่ยงหรงและแต้เลี่ยงรุ่ย เด็กทั้งสองอายุเท่าเฟิงซือจู กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

เฟิงซือจูที่ถูกครอบครัวเสิ่นรับไปเข้าเรียนที่เดียวกับแต้เลี่ยงหรงและแต้เลี่ยงรุ่ย ด้วยชื่อเสิ่นเว่ย เพียง 7 วัน แต้เลี่ยงหรงอาหารเป็นพิษเฉียบพลันตายคาโรงอาหาร แต้เลี่ยงรุ่ยรีบวิ่งไปแจ้งข่าวพลาดตกบันไดเลือดคั่งในสมองถูกส่งตัวและหมดลมที่โรงพยาบาล

งานศพผ่านไปไม่นาน แต้หลินเยว่ภรรยาเอกของแต้เลี่ยงจินรับบุตรีบุญธรรมนามเสิ่นเว่ย เสิ่นเว่ยอยู่รับใช้ใกล้ชิด เป็นเด็กดีว่าง่าย รวมถึงออกอุบายดึงรั้งแต้เลี่ยงจินให้แต้หลินเยว่ โยกย้ายเงินทองทรัพย์สินของลี่ลี่ภรรยารอง เข้ามาที่แต้หลินเยว่รวมถึงหุ้นที่โกงมาจาก เฟิงซือฉือ ทำให้แต้หลินเยว่รักและเอ็นดูเสิ่นเว่ยจากใจจริง ด้วยต้องการมีบุตรชายให้เป็นผู้สืบเชื้อสายตระกูล แต้เลี่ยงจินจึงสรรหายาดีมาดื่มบำรุง เสิ่นเว่ยรับหน้าที่สรรหายาดีใช้เงินไปมากมายบำรุงอยู่ถึงสองปีไม่มีบุตรแต่กลับเป็นบุรุษไร้สมถภาพ ซ้ำตรวจพบว่าตนเป็นหมัน ด้วยตรอมใจบวกกับยาบำรุงของเสิ่นเว่ยครึ่งปีหลังจากนั้นแต้เลี่ยงจินก็ได้แค่นอนอยู่บนเตียงขยับได้เพียงลูกตาสองข้าง

เมื่อแต้เถียนมาเยี่ยมลูกชายกลับถูกสะใภ้รอง ลี่ลี่วางยาพิษในน้ำชา เมื่อตำรวจไปถึงพบศพของแต้เถียนนอนอยู่บนพื้น ลี่ลี่ที่นั่งอยู่ข้างศพอย่างเหม่อลอย พูดจาวกไปวนมาจับใจความไม่ได้ จึงลงความเห็นว่าเกิดจากความกดดันต่างๆรวมถึงตั้งแต่สูญเสียลูกชายฝาแฝดไปเมื่อสองปีก่อนทำให้เกิดอาการทางจิตไม่สามารถเข้ารับการไตร่สวนตามกระบวนการและถูกส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวช

หลังจากนั้นสามเดือน ลู่เอิน จางเหว่ย และหลีน่า ภรรยาทั้งสามของแต้เถียนถูกจับขณะลักลอบขนยาเสพติดหนีออกนอกประเทศ ลู่เอินและหลีน่าถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต จางเว่ยใช้เส้นสายขอประกันตัวเพื่อสู้คดีและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยัดเงินจำนวนมากเพื่อปิดคดีขณะเดินทางกลับจากศาลกลับหายตัวลึกลับไร้ร่องรอย ครอบครัวออกตามหานานกว่าสามเดือนจนมาเจอศพที่ถูกถลกหนัง แล่เนื้อ เลาะเส้นเลือด ตัดเส้นเอ็น ถูกแขวนไว้กลางภูเขา พื้นด้านล่างศพเต็มไปด้วยสมุนไพรหลายชนิดที่มีสรรพคุณไล่สัตว์ร้าย กลบกลิ่นเลือด เหมือนตั้งใจเก็บสภาพศพที่ถูกทรมานนี้ไว้ให้เป็นของขวัญทางสายตาแก่ใครบางคน

หลินเยว่ สะใภ้เพียงคนเดียวของตระกูลเย่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกใช้ชีวิหรูหราได้เพียงไม่ถึงเดือนถูกพบหมดสติภายในบ้าน หลังเข้าโรงพยาบาลกลายเป็นเจ้าหญิงนินทรา

เสิ่นเว่ย ทายาทโดยชอบธรรมเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ได้เซ็นยินยอมถอดเครื่องช่วยหายใจของหลินเยว่และขายทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลแต้ให้เฟิงซือจูและเฟิงซือเป่าในราคาหนึ่งหยวน

ในปีเดียวกัน ตระกูลเฟิงได้เปิดตัวทายาทรุ่นที่ห้า เฟิงซือเป่าในวัยยี่สิบปีและเฟิงซือจูในวัยสิบหกปี

เฟิงซือเป่าในวัยยี่สิบปีเข้ารับช่วงต่อบริษัทจากเฟิงหม่าจู

เฟิงซือเป่าในวัยยี่สิบห้าปี แต่งงานกับเจียงเล่อปาทายาทสายการบินเอกชนแห่งหนึ่ง

เฟิงซือเป่าในวัยยี่สิบเจ็ดปีมีทายาทคนแรก

เฟิงซือเป่าในวัยสามสิบปี เป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ขยายธุรกิจร้านค้าปลีก ร่วมเซ็นสัญญากับสายการบินของเล่อปาเพื่อขยายธุรกิจอาหารกึ่งสำเร็จรูปพร้อมทานบนเครื่องบิน รวมทั้งเพิ่มธุรกิจขนส่งสินค้าผ่านสายการบินใต้ความร่วมมือของตระกูลเจียงฝั่งภรรยา

เฟิงซือเป่าวัยสามสิบสามปี มีครอบครัวที่อบอุ่น ลูกชายสามคน ลูกสาวหนึ่งคน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเจริญรุ่งเรื่อง.. ตลอดไป

เฟิงซือจูในวัยสิบหกปีเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ตะวันตกด้วยการสอบเทียบ และจบการศึกษาในวัยยี่สิบเอ็ดปี ศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางออร์โธปิดิกส์(เป็นสาขาเฉพาะทางหนึ่งของศัลยศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆของร่างกาย) และจบการศึกษาในวัยยี่สิบสามปี

เฟิงซือจูในวัยยี่สิบสามศึกษาต่อแพทย์แผนจีนระยะสั้น

เฟิงซือจูในวัยยี่สิบห้าปีเข้าทำงานที่โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศในแผนกศัลยศาสตร์

เฟิงซือจูในวัยยี่สิบเจ็ดปี ขึ้นเป็นฝ่ายผู้บริหารโรงพยาบาล ผลักดันการรักษาควบคู่ระหว่างแพทย์แผนตะวันตกกับแพทย์แผนจีน

เฟิงซือจูในวัยสามสิบปี ทิ้งชื่อเสียงไว้ข้างหลัง พกเพียงเงินทองออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก

“ทุกพื้นที่ พื้นถิ่น ต้องย่ำถึง แม้โน้มตัว ก็ต้องไปถึงที่ ศึกษาชีวิตด้วยวิถี ศึกษาวิถีด้วยอาหาร อาหารคือสิ่งสะท้อนชีวิตขอแต่ละพื้นถิ่นเป็นอย่างดี ลองชิม ลองชม ลองสัมผัส ลองจำ ลองทำ ลองพัฒนา ทั้งหมดที่กล่าวคือวิถี”

เฟิงซือจูในวัยสามสิบสามปี เสียชีวิต …

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้งจวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 3

    คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย เจ้าเองก็เหมือนกันหนี่ย์เอ๋อร์ เรื่องพวกนี้บอกพ่อเจ้าได้เหรอ จะให้พ่อเจ้าโกรธตายรึยังไง” ฮูหยินซูเข้าไปปลอบสามีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยเห็นนายท่านซูโกรธขนาดนี้“เจ้าสิตาย ปากเจ้าใหญ่แค่ไหนถึงกล้ามาแช่งข้า เพราะหนี่ย์เอ๋อรู้ความถึงได้บอกข้า ไม่บอกแล้วข้าจะรู้เหรอว่าไอ้จวนนายอำเภอมันตั้งใจจะเหยียบหัวข้า ทำการค้ามาตั้งกี่ปี จ่ายให้พวกมันไปตั้งเท่าไหร่ หนังเสือยังไม่ทันส่งเข้าเมืองหลวงก็ต้องส่งเข้าจวนนายอำเภอก่อนมันยังกล้าขู่ข้าขนาดนี้ อัปรีย์ ไอ้พวกอัปรีย์!! ไป ไปตามอาจูมา ข้าต้องถามนางให้รู้เรื่อง” ทำการค้ามาหลายปีจะมายอมขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ กว่าจะเลี้ยงซูเจินจูมาหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่งงานมีหน้ามีตาไม่ได้ ก็ต้องแต่งได้เส้นสาย แต่งเงินแต่งทองไม่ได้ก็ต้

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รับความไว้ใจจากนายท่านผู้เฒ่าซูมาก ยิ่งเห็นซูเจินจูมาตั้งแต่เกิดจนโต ได้ยินข่าวเสียหายที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยิ่งเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้จากใจจริง“ทำให้ท่านลุงฝูเป็นห่วงแล้ว”“คุณหนูรีบเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ” หลงจู๊พยายามพูดให้ซูเจินจูเข้าไปด้านในให้ได้ ด้วยเห็นสายตาจากหลายๆคนมองมาที่ซูเจินจูอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนนายอำเภอได้ถูกเล่าลือออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ซูเจินจูกลับเพียงยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นสักพัก หลังทักทายกันอีกสองสามประโยค ซูเจินจูจึงขอตัวเข้าไปดูเอกสารที่ห้องทำงานบนชั้นสองร้านผ้าซูเตี้ยนเป็นร้านผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของอำเภอเหอ ขายผ้าพับและเสื้อคลุมขนสัตว์ผ้าพ

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้างอันธพาลไว้แล้ว นางต้องพาคุณหนูสี่ไปด้วยกันให้สำเร็จ“ข้าไม่ไป” ซูเจินจูไม่ได้สนใจอิงชุ่ย นางเดินออกไปทันที อิงชุ่ยที่ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทุกๆสองวันซูหนี่ย์จะต้องให้อิงชุ่ยมาชวนนางออกไปข้างนอก ทุกครั้งซูเจินจูจะปฏิเสธกลับไป แต่ครั้งนี้ เป็นฮูหยินรองที่มาชวนนางออกไปเดินตลาด ซูเจินจูเพียงให้เงินนางไปสิบตำลึง และด้วยเห็นแก่เงินสิบตำลึง ฮูหยินรองมี่ซิ่นจึงไม่ได้รบเร้าเจินจูต่อและออกไปอย่างสบายใจ“ท่านน้า เจินจูเออร์ละเจ้าคะ ข้าสั่งบ่าวไพร่ให้ไปจองเหลาอาหารตือฟ่างกว่างไว้แล้ว จะได้ให้เจิ

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-04
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณชายหลินรออยู่ข้างหน้ายังกล้าให้ท่าบุรุษอื่นเชียวรึ” เหอๆ นังตัวดี คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ หากคุณชายหลินรู้ เจ้าไม่มีทางชูคออยู่บนเตียงได้แน่ และถ้าหากนายน้อยไฉรู้ว่าเจ้ามีค่าเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะเป็นแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินฮูหยินซูก็ไม่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างซูหนี่ย์ต้องผิดหวัง คนเราหากหวังดีปฏิเสธแม่สื่ออ้อมๆก็ยังพอรักษาหน้า แต่คนอย่างฮูหยินซู มีช่องให้ทำลายซูเจินจูมีหรือจะไม่ทำ เล่าวีรกรรมซูเจินจูที่เข้าไปให้ท่าคุณชายหลินถึงในจวนนายอำเภอ ออกอุบายให้คุณชายหลินทำลายชื่อเสียงตน ร้องขอขึ้นเป็นฮูหยินตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนทั้งที่พิ่งจะอายุสิบสามปี เพราะความอิจฉาที่คุณชายหลินมีใจให้ซูหนี่ย์ คุณชายหลินทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดจึงเขียนสัญญาจะรับนางเข้าจวนไ

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-04
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และตำบลจ้างหนาน จนถึงหมู่บ้านซานหมู่บ้านซานเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่เพียงห้าสิบหลังคาเรือน พื้นดินแห้งแล้งทำให้ปลูกพืชผักได้น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น จึงไม่ค่อยมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาวุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่ดีของนางซูเจินจูเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แจ้งความต้องการว่าต้องการซื้อที่ดิน หลังการสอบถามจนแน่ใจว่าพวกนางจะไม่เป็นอันตรายต่อคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็พาพวกนางมาวัดที่ดินที่ว่างอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่ดินตรงนี้ด้านหน้าติดถนน รถม้าเข้าออกสะดวกด้านหลังลากยาวไปจนติดภูเขา ถัดไปอีกสิบจั้งก็เป็นลำธาร ติดตรงที่พื้นที่ตรงนี้กว้างถึงห้าสิบหมู่ ในตอนแรกซูเจินจูค่อนข้างลำบากใจถ้าหากต้องซื้อที่กว้างขนาดนี้ นางกลัวว่าเงินที่นางมีอยู่จะไม่พอ แต่

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-05
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูซื้อที่ดินสองร้อยตำลึง ให้ลุงหวังสิบตำลึง มัดจำค่าปลูกบ้านสามร้อยตำลึง ค่ารถม้าสามร้อยอีแปะ ซาลาเปายี่สิบลูกแปดสิบอีแปะ ขนมร้านเสี่ยวซือกวงสองตำลึง บะหมี่ของคุณหนูสองชามของบ่าวหนึ่งชาม สิบห้าอีแปะ คุณหนูจะเหลือเงิน สามร้อยเก้าสิบห้าตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งเงินที่ต้องจ่ายช่างเฉินออกมาอีก สองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึง คุณหนูจะเหลือเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ”“สี่เสวี่ย ต่อไปข้าคงต้องพึ่งพาฝีมือวาดรูปของเจ้า ให้เลี้ยงดูข้าเสียแล้ว” นางฟังที่สี่เสวี่ยเจื้อยแจ้วจัดการบัญชีให้นางดูเหมือนผู้จัดการตัวน้อย ทุกครั้งที่เงินในหีบนี้ลดลง สีหน้าของสี่เสวี่ยดูเจ็บปวดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก“หากคุณห

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-05

Bab terbaru

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูซื้อที่ดินสองร้อยตำลึง ให้ลุงหวังสิบตำลึง มัดจำค่าปลูกบ้านสามร้อยตำลึง ค่ารถม้าสามร้อยอีแปะ ซาลาเปายี่สิบลูกแปดสิบอีแปะ ขนมร้านเสี่ยวซือกวงสองตำลึง บะหมี่ของคุณหนูสองชามของบ่าวหนึ่งชาม สิบห้าอีแปะ คุณหนูจะเหลือเงิน สามร้อยเก้าสิบห้าตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งเงินที่ต้องจ่ายช่างเฉินออกมาอีก สองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึง คุณหนูจะเหลือเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ”“สี่เสวี่ย ต่อไปข้าคงต้องพึ่งพาฝีมือวาดรูปของเจ้า ให้เลี้ยงดูข้าเสียแล้ว” นางฟังที่สี่เสวี่ยเจื้อยแจ้วจัดการบัญชีให้นางดูเหมือนผู้จัดการตัวน้อย ทุกครั้งที่เงินในหีบนี้ลดลง สีหน้าของสี่เสวี่ยดูเจ็บปวดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก“หากคุณห

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และตำบลจ้างหนาน จนถึงหมู่บ้านซานหมู่บ้านซานเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่เพียงห้าสิบหลังคาเรือน พื้นดินแห้งแล้งทำให้ปลูกพืชผักได้น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น จึงไม่ค่อยมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาวุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่ดีของนางซูเจินจูเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แจ้งความต้องการว่าต้องการซื้อที่ดิน หลังการสอบถามจนแน่ใจว่าพวกนางจะไม่เป็นอันตรายต่อคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็พาพวกนางมาวัดที่ดินที่ว่างอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่ดินตรงนี้ด้านหน้าติดถนน รถม้าเข้าออกสะดวกด้านหลังลากยาวไปจนติดภูเขา ถัดไปอีกสิบจั้งก็เป็นลำธาร ติดตรงที่พื้นที่ตรงนี้กว้างถึงห้าสิบหมู่ ในตอนแรกซูเจินจูค่อนข้างลำบากใจถ้าหากต้องซื้อที่กว้างขนาดนี้ นางกลัวว่าเงินที่นางมีอยู่จะไม่พอ แต่

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณชายหลินรออยู่ข้างหน้ายังกล้าให้ท่าบุรุษอื่นเชียวรึ” เหอๆ นังตัวดี คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ หากคุณชายหลินรู้ เจ้าไม่มีทางชูคออยู่บนเตียงได้แน่ และถ้าหากนายน้อยไฉรู้ว่าเจ้ามีค่าเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะเป็นแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินฮูหยินซูก็ไม่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างซูหนี่ย์ต้องผิดหวัง คนเราหากหวังดีปฏิเสธแม่สื่ออ้อมๆก็ยังพอรักษาหน้า แต่คนอย่างฮูหยินซู มีช่องให้ทำลายซูเจินจูมีหรือจะไม่ทำ เล่าวีรกรรมซูเจินจูที่เข้าไปให้ท่าคุณชายหลินถึงในจวนนายอำเภอ ออกอุบายให้คุณชายหลินทำลายชื่อเสียงตน ร้องขอขึ้นเป็นฮูหยินตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนทั้งที่พิ่งจะอายุสิบสามปี เพราะความอิจฉาที่คุณชายหลินมีใจให้ซูหนี่ย์ คุณชายหลินทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดจึงเขียนสัญญาจะรับนางเข้าจวนไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้างอันธพาลไว้แล้ว นางต้องพาคุณหนูสี่ไปด้วยกันให้สำเร็จ“ข้าไม่ไป” ซูเจินจูไม่ได้สนใจอิงชุ่ย นางเดินออกไปทันที อิงชุ่ยที่ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทุกๆสองวันซูหนี่ย์จะต้องให้อิงชุ่ยมาชวนนางออกไปข้างนอก ทุกครั้งซูเจินจูจะปฏิเสธกลับไป แต่ครั้งนี้ เป็นฮูหยินรองที่มาชวนนางออกไปเดินตลาด ซูเจินจูเพียงให้เงินนางไปสิบตำลึง และด้วยเห็นแก่เงินสิบตำลึง ฮูหยินรองมี่ซิ่นจึงไม่ได้รบเร้าเจินจูต่อและออกไปอย่างสบายใจ“ท่านน้า เจินจูเออร์ละเจ้าคะ ข้าสั่งบ่าวไพร่ให้ไปจองเหลาอาหารตือฟ่างกว่างไว้แล้ว จะได้ให้เจิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รับความไว้ใจจากนายท่านผู้เฒ่าซูมาก ยิ่งเห็นซูเจินจูมาตั้งแต่เกิดจนโต ได้ยินข่าวเสียหายที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยิ่งเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้จากใจจริง“ทำให้ท่านลุงฝูเป็นห่วงแล้ว”“คุณหนูรีบเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ” หลงจู๊พยายามพูดให้ซูเจินจูเข้าไปด้านในให้ได้ ด้วยเห็นสายตาจากหลายๆคนมองมาที่ซูเจินจูอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนนายอำเภอได้ถูกเล่าลือออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ซูเจินจูกลับเพียงยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นสักพัก หลังทักทายกันอีกสองสามประโยค ซูเจินจูจึงขอตัวเข้าไปดูเอกสารที่ห้องทำงานบนชั้นสองร้านผ้าซูเตี้ยนเป็นร้านผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของอำเภอเหอ ขายผ้าพับและเสื้อคลุมขนสัตว์ผ้าพ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 3

    คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย เจ้าเองก็เหมือนกันหนี่ย์เอ๋อร์ เรื่องพวกนี้บอกพ่อเจ้าได้เหรอ จะให้พ่อเจ้าโกรธตายรึยังไง” ฮูหยินซูเข้าไปปลอบสามีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยเห็นนายท่านซูโกรธขนาดนี้“เจ้าสิตาย ปากเจ้าใหญ่แค่ไหนถึงกล้ามาแช่งข้า เพราะหนี่ย์เอ๋อรู้ความถึงได้บอกข้า ไม่บอกแล้วข้าจะรู้เหรอว่าไอ้จวนนายอำเภอมันตั้งใจจะเหยียบหัวข้า ทำการค้ามาตั้งกี่ปี จ่ายให้พวกมันไปตั้งเท่าไหร่ หนังเสือยังไม่ทันส่งเข้าเมืองหลวงก็ต้องส่งเข้าจวนนายอำเภอก่อนมันยังกล้าขู่ข้าขนาดนี้ อัปรีย์ ไอ้พวกอัปรีย์!! ไป ไปตามอาจูมา ข้าต้องถามนางให้รู้เรื่อง” ทำการค้ามาหลายปีจะมายอมขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ กว่าจะเลี้ยงซูเจินจูมาหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่งงานมีหน้ามีตาไม่ได้ ก็ต้องแต่งได้เส้นสาย แต่งเงินแต่งทองไม่ได้ก็ต้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้งจวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”“เจ้า!!!”…....“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วคร

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status