Share

บทที่ 3

last update Terakhir Diperbarui: 2025-04-03 11:28:58

คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า

“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย เจ้าเองก็เหมือนกันหนี่ย์เอ๋อร์ เรื่องพวกนี้บอกพ่อเจ้าได้เหรอ จะให้พ่อเจ้าโกรธตายรึยังไง” ฮูหยินซูเข้าไปปลอบสามีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยเห็นนายท่านซูโกรธขนาดนี้

“เจ้าสิตาย ปากเจ้าใหญ่แค่ไหนถึงกล้ามาแช่งข้า เพราะหนี่ย์เอ๋อรู้ความถึงได้บอกข้า ไม่บอกแล้วข้าจะรู้เหรอว่าไอ้จวนนายอำเภอมันตั้งใจจะเหยียบหัวข้า ทำการค้ามาตั้งกี่ปี จ่ายให้พวกมันไปตั้งเท่าไหร่ หนังเสือยังไม่ทันส่งเข้าเมืองหลวงก็ต้องส่งเข้าจวนนายอำเภอก่อนมันยังกล้าขู่ข้าขนาดนี้ อัปรีย์ ไอ้พวกอัปรีย์!! ไป ไปตามอาจูมา ข้าต้องถามนางให้รู้เรื่อง” ทำการค้ามาหลายปีจะมายอมขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ กว่าจะเลี้ยงซูเจินจูมาหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่งงานมีหน้ามีตาไม่ได้ ก็ต้องแต่งได้เส้นสาย แต่งเงินแต่งทองไม่ได้ก็ต้องแต่งได้ช่องทางการค้า นี่เป็นแค่สาวใช้อุ่นเตียงอย่างไรก็ต้องได้สัญญาจากจวนนายอำเภอ ไม่ว่านายอำเภอจะย้ายไปไหน ร้านผ้าซูเตี้ยนจะต้องตามไปด้วยให้ได้ ต่อให้ย้ายเข้าเมืองหลวง ร้านผ้าซูเตี้ยนก็ต้องได้ตามไป!!!!

“เจินจูเออร์ คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ” เมื่อซูเจินจูเข้ามาในโถงกลางก็พบนายท่านซู บุรุษวัยกลางคนรูปร่างท้วม ผิวขาว หน้าตาดี คิ้วบาง หางตาเฉียงขึ้นเล็กน้อย ใส่ชุดผ้าไหมชั้นดีสีน้ำเงินดูภูมิฐาน ในความทรงจำของนางปีนี้นายท่านซูอายุสามสิบเจ็ดปี ฮูหยินซู สตรีวัยกลางคนวัยสามสิบสามปี รูปร่างสมส่วน ผิวคล้ำ สวมผ้าแพรชั้นดีสีขาวปักลายนกกางเขน ฮูหยินซูเดิมแซ่หลี เป็นตระกูลค้าขายผ้าเช่นกัน เมื่อมาถึงรุ่นของนางมีนางเป็นเพียงทายาทเพียงคนเดียว เมื่อสิ้นบิดามารดา สมบัติร้านค้าของนางจึงถูกรวมเข้ากับตระกูลซูทั้งหมด

คุณหนูใหญ่ซูหนี่ย์ เป็นสตรีที่ดูอ่อนโยน คิ้วโค้งรับตากลมโต ปากนิด จมูกหน่อย ผิวขาวเนียนราวหยกใบหน้าไม่ถือว่างามล่มเมืองแต่กริยาท่าทางอ่อนหวาน รวมกับความรักสวยรักงาม และปีนี้อายุสิบหกปี ถึงวัยออกเรือนยังทำให้ชายหนุ่มต่างอำเภอส่งแม่สื่อมาไม่ขาดสาย

 คุณหนูรองซูเม่ย หน้าตากริยามารยาทความอ่อนโยนเหนือกว่าซูหนี่ย์อยู่มาก เสียดายที่ผิวคล้ำเหมือนมารดา ทำให้ความงามลดลงไปหลายส่วน วาจาอ่อนหวานแต่ประหยัดถ้อยประหยัดคำ อีกทั้งไม่ชอบออกจากบ้าน ทำให้ไม่ได้พบเจอผู้คนมากนัก นางอายุสิบห้าแล้ว แต่ไม่มีแม่สื่อมาทาบทามสักคนเดียว

 นายน้อยสามซูเหวิน อายุสิบสามปีเท่าซูเจินจู เด็กชายผิวคล้ำเช่นมารดา รูปหน้าหล่อเหลาเหมือนบิดา หากเอาดีด้านทหารเห็นที่ว่าเมื่อโตขึ้นมีรูปร่างกำยำสมชายชาตรี คงถูกสาวหมายปองไปทั่วเมือง

 ดูจากที่หลินเฮงฉวนมาหาเมื่อเช้า ตกเย็นนั่งล้อมวงครบบ้านใหญ่แบบนี้ท่าทางคงกำลังวางแผนจัดการอนาคตของนางแน่

“พรุ่งนี้ยามเฉิน เจ้าไปคุกเข่าหน้าจวนนายอำเภอ ป่าวประกาศไปให้ทั่วว่าเจ้าเข้าไปส่งผ้าในจวนแต่กลับถูกหลินเฮงฉวนรังแก ไม่ให้ตบแต่งเป็นเมียเอก ตระกูลซูของเราก็ยอมถอย ขอเพียงจวนนายอำเภอส่งเกี้ยวเมียรองแปดคนหาบ ตระกูซูจะส่งเจ้าด้วยสินสอดสิบหกหีบ แต่จวนนายอำเภอกลับเล่นลิ้นคิดอุ้มเจ้าเข้าจวนไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียง หากตระกูลซูไม่ยอมก็จะปล่อยให้เจ้าเสื่อมเสีย เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่อาจู” นายท่านซูพูดขึ้นทันทีที่ซูเจินจูเดินเข้ามา

“เจินจูเอ๋อร์เข้าใจเจ้าค่ะ เพียงแต่อยากให้ท่านพ่อทบทวนวิธีการนี้อีกสักหน่อย หากลูกเข้าจวนนายอำเภอ ดีชั่วก็หวังเพียงความก้าวหน้าของคุณชายหลิน หากรีบร้อนทำลายชื่อเสียงตั้งแต่รากฐานยังไม่มั่นคง ต่อไปภายภาคหน้าจะหวังบารมีคุณชายหลินมาช่วยตระกูลซูก็คงลำบาก” ไอหย๋า จะให้ข้าไปแหกปากหน้าตลาด เรื่องอับอายไม่เท่าไหร่ แต่ทั้งร้อนทั้งเหนื่อยแถมยังไม่รู้ต้องตะโกนไปถึงยามใด ไม่ใช่ว่าร้องตะโกนสามวันไม่มีคนเปิดประตูจวนก็ต้องเดินกลับเรือนตัวเองหรอกหรือ แบบนั้นข้าไม่เอาด้วยหรอก

“ที่นางพูดก็มีเหตุผลนะเจ้าคะท่านพี่ หากทำลายอนาคตคุณชายหลินด้วยวิธีนี้แล้ว ต่อจะทำอะไรผ่านนายอำเภอหลินก็คงลำบาก” ฮูหยินซูมีหรือจะเห็นแก่ซูเจินจู เพียงแต่นางอยากให้ซูหนี่ย์แต่งเป็นภรรยาเอกให้คุณชายหลิน นางจะให้ใครมาทำลายคุณชายหลิน ว่าที่ลูกเขยของนางไม่ได้เด็ดขาด

“ใช่ขอรับท่านพ่อ ท่านพี่เฮงฉวนเองก็ดีกับลูก ตอนอยู่ที่สถานศึกษาก็ช่วยเหลือลูกไว้ไม่น้อย ตอนนี้ท่านพี่เฮงฉวนก็สอบจวี่เหรินผ่านแล้ว อีกไม่นานก็สอบก่งเซิน หากเราบุ่มบ่ามทำอะไรไปอาจจะได้ไม่คุ้มเสียนะขอรับ” ท่านพ่อช่างโง่เขลานัก เจินจูเป็นเพียงลูกที่เกิดจากเมียรอง ต่อให้ยกนางให้คุณชายหลินฟรีๆ สำหรับซูเหวินยังถือว่าคุ้มเสียด้วยซ้ำ ทำให้คุณชายหลินเป็นหนี้บุญคุณเขาไว้เสียตั้งแต่ตอนนี้ ให้อนาคตหากเขาอยากเป็นขุนนางก็จำเป็นต้องอาศัยเส้นสายขุนนางเก่าสนับสนุน ไม่อย่างนั้นด้วยฐานะของลูกพ่อค้าคงต้องเกิดใหม่เท่านั้นถึงจะเข้าเป็นขุนนางได้

“หากท่านพ่อไม่วางใจ พรุ่งนี้ลูกกับอาเหวินจะไป....” ซูหนี่ย์ยังพูดไม่ทันจบประโยคนายท่านซูก็ขัดขึ้น

“ไม่ได้ เกิดเข้าไปหนึ่งคนรังแกหนึ่งคน ส่งเจ้าเข้าไป ข้าไม่ขาดทุนย่อยยับรึไง”

“ข้ายอมขาดทุนขอเพียงขาดทุนให้คุณชายหลินข้ายอมสิ้นเนื้อประดาตัว” ซูหนี่ย์พูดขึ้นอย่างอัดอั้น ควรเป็นนางที่ได้ครองรักกับคุณชายหลิน ไม่ใช่นางจิ้งจอกเจินจูที่วางอุบายเหยียบหัวนางเช่นนี้ คนอย่างซูหนี่ย์ อยากได้อะไรต้องได้ ในเมื่อเจินจูให้วิธีหน้าไม่อาย ทำไมนางจะทำบ้างไม่ได้ ขอแค่ได้แต่งให้คุณชายหลิน ชื่อเสียงอะไรนางก็ไม่สนใจทั้งนั้น

“หุบปาก!!!!!” เสียงตะโกนดั่งลั่นของนายท่านซูทำให้ทำให้ซูหนี่ย์หุบปากลง ประโยคที่อยากเอ่ยก็ทำได้เพียงกลืนลงไปเงียบๆ

“ท่านพ่อเจ้าคะ เรื่องนี้ข้าคิดว่าท่านพ่อควรเป็นคนออกหน้าเจ้าค่ะ” เหอะ! ล้อเล่นกับข้าแน่แล้ว เห็นอยู่ชัดๆว่ายัยเด็กซูหนี่ย์อยากได้ไอ้ตี๋เฮงฉวนใจจะขาด ไยต้องมาเปลืองแรงใช้นางไต่เต้าเล่า

“พูดต่อ!”

“ที่ท่านพ่อต้องการตอนนี้คือสัญญายืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าข้าจะเข้าจวนนายอำเภอเมื่ออายุเลยวัยปักปิ่นเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรตอนนี้คุณชายหลินก็ยังไม่ได้สอบขุนนาง แต่สัญญานั้นจะใช้เป็นหลักฐานได้ทันทีว่าคุณชายหลินได้ทำลายชื่อเสียงข้าไปแล้ว ในเมื่อคุณชายหลินยังไม่มีอำนาจให้มือให้ท่านยืมใช้ ไม่สู้เก็บหลักฐานไว้ต่อรองกับจวนนายอำเภอ รออีกไม่ถึงสองปี ไม่แน่ว่าคุณชายหลินต้องแต่งภรรยาเอก ยังใช้สัญญานี้ต่อรองกับบ้านฝั่งภรรยาแลกระหว่างข้าไม่เข้าจวนกับช่องทางการค้าของตระกูลซูละเจ้าคะ”

 ...

วันต่อมานายท่านซูกลับบ้านพร้อมสัญญาที่เขียนโดยนายอำเภอหลินอู่หนึ่งฉบับพร้อมกำชับให้ซูเจินจูกลับไปทำงานที่ร้าน ‘อย่างน้อยซูเจินจูก็เป็นแรงงานที่ต้องจ่ายเงินให้อย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว หากอยู่เฉยๆก็ขาดทุนเปล่า ผู้หญิงใกล้ออกเรือน แถมออกไปเป็นแค่สาวใช้อุ่นเตียง ต้องรีบใช้งานให้คุ้มไว้ตั้งแต่วันนี้’

ณ จวนนายอำเภอ

“ท่านพ่อเขียนหลักฐานยืมยันแบบนี้ เรามิเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรือขอรับ”

“ไม่มีทาง สัญญาฉบับนั้นช่องโหว่มากมาย ทั้งเรื่องที่นางตั้งใจนำผ้ามาให้แม่เจ้าเลือกทั้งๆที่ไม่มีใครสั่งซื้อ ทั้งเรื่องที่เจ้าอยู่กับเหล่าบัณฑิตมากมาย การอยู่ต่อหน้าคนมากมายแต่ยังเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้น ใครมองก็รู้ว่าเป็นอุบายของสตรี ทั้งเจ้ายังรับผิดชอบด้วยการเปิดจวนรับนาง ถึงแม้จะไม่ได้ตำแหน่งภรรยาเอก แต่ทุกคนก็รู้ว่าสตรีที่เกิดจากอนุเป็นฮูหยินขุนนางไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีอะไรให้เจ้าต้องกังวล อย่าเสียเวลาอ่านหนังสือด้วยเรื่องพวกนี้เลย”

“ขอบคุณท่านพ่อ” หลินเฮงฉวนคุกเข่ากล่าวขอบคุณอย่างยินดีที่สุด นี่เป็นคำขอบคุณจากใจจริงของเขา เขากลัวเหลือเกินว่าจะถูกผู้หญิงคนใดทำเสื่อมเสียจนไม่อาจสอบขุนนางได้ เขาเป็นลูกคนเดียว หากเกิดอะไรขึ้นคงไม่อาจมองหน้าบรรพบุรุษได้อีก วันนั้นเขาเห็นซูเจินจูยืนเหม่ออยู่จึงตั้งใจเพียงเย้าแหย่นางเพียงเล็กน้อย ใครจะรู้ว่าซูเจินจูกลับกล้าวางอุบายใส่เขา ทำให้เค้านึกเสียใจที่เคยนึกเอ็นดูนาง และถึงแม้ว่าเหล่าบุรุษจะสามารถมีได้หลายภรรยา แต่เขาก็ตั้งใจว่าจะแต่งผู้หญิงเพียงคนเดียวเหมือนนายอำเภอหลินบิดาของเขา ครอบครัวร่มเย็น ไม่ต้องกังวลเรื่องในบ้าน ไม่ร้อนเหมือนจวนของเหล่าสหายหลายๆคนของเขาที่มีสามภรรยาสี่อนุ ความตั้งใจเหล่านั้นถูกซูเจินจูลำลายลงหมดสิ้นแล้ว

เช้าวันถัดมาขณะที่ซูเจินจูกินข้าวเช้าอยู่ในเรือนของนาง มีซิ่นก็เดินเข้ามาพร้อมบ่าวรับใช้หนึ่งคน

“คุกเข่า”

“  ”

“ข้าบอกให้เจ้าคุกเข่า”

“  ”

“โอ้ย!!!” ทันทีที่มี่ซิ่นยกมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าซูเจินจู ยังไม่ทันได้ตบลงบนหน้าก็มีของหนักๆกระแทกเข้ามาที่ขานาง

“เจ้า! เจ้า!! กล้าถีบเก้าอี้ใส่ข้า นังลูกอกตัญญู ” เห็นนางมี่ซิ่นเงื้อมือขึ้นหมายจะตบนางอีกครั้ง นางเบี่ยงตัวหลบทำให้นางมีซิ่งล้มลงกับพื้นก่อนที่เจินจูจะเดินหลบไปที่สวน

“เจ้ามันโง่เหมือนใครนะ เตียงคุณชายหลินอยู่ตรงหน้าให้เจ้าปีน เจ้าไม่ปีน” เสียงกร่นด่าทั้งฟังได้บ้าง ฟังไม่ได้บ้างลอยตามหลังนางมาเป็นระยะ ให้ตายเถอะ แม่ที่ไหนเหมือนนางบ้าง จากความทรงนี้ทุกครั้งที่นางไม่ได้ดั่งใจหรือถูกฮูหยินรังแก นางจะมาระบายโทสะกับซูเจินจูอยู่เป็นประจำ มีครั้งนึงที่สั่งให้ซูเจินจูคุกเข่าอยู่หนึ่งวันเต็มๆ เพียงเพราะนางถูกฮูหยินให้คุกเข้าพียงหนึ่งก้านธูป แถมยังพยายามหาบ้านขุนนางเพื่อจะส่งนางไปเป็นอนุอยู่ตลอดเวลา มีแม่แบบนี้นางคร้านจะใส่ใจ

มี่ซิ่นเป็นลูกของนายพรานที่นำหนังสัตว์มาขายให้นายท่านผู้เฒ่าซู อยู่ๆวันนึงเกิดลมเพลมพัดนายท่านผู้เฒ่าซูพานายท่านซูที่ขณะนั้นอายุยี่สิบสี่ปีไปศึกษาเส้นทางการค้า ประจวบเหมาะกับนายพรานพาลูกสาวซึ่งก็คือมีซิ่นในวัยสิบสี่ปีติดตามไปด้วย วันนั้นนอกจากขายหนังกวางแล้วยังขายลูกสาวได้อีกยี่สิบตำลึง นับจากนั้นมีซิ่นก็เหมือนไร้ญาติขาดมิตร จะอยู่หรือตายล้วนขึ้นอยู่กับความเมตตาของนายท่านซู ในวัยสิบห้า มีซิ่นคลอดซูเจินจู แต่ด้วยอายุยังน้อยและก่อนหน้านั้นร่างกายก็ขาดสารอาหารทำให้มีซิ่นตกเลือดมาก หมอบอกว่าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก นับจากนั้นนางก็ตั้งมั่นไว้ว่าจะต้องให้เจินจูแต่งเข้าจวนขุนนาง หากเจินจูได้รับความเมตตาจากขุนนางชั้นสูง ความดีความชอบนี้ก็ต้องตกมาถึงนาง ฐานะนางในบ้านจะได้สูงขึ้น ดังนั้นเมื่อสามปีก่อนที่นายอำเภอหลินย้ายมาใหม่ๆนางแทบอย่างจะส่งเจินจูเป็นไปอนุนายอำเภอหลิน ติดตรงที่ตอนนั้นเจินจูอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รับความไว้ใจจากนายท่านผู้เฒ่าซูมาก ยิ่งเห็นซูเจินจูมาตั้งแต่เกิดจนโต ได้ยินข่าวเสียหายที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยิ่งเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้จากใจจริง“ทำให้ท่านลุงฝูเป็นห่วงแล้ว”“คุณหนูรีบเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ” หลงจู๊พยายามพูดให้ซูเจินจูเข้าไปด้านในให้ได้ ด้วยเห็นสายตาจากหลายๆคนมองมาที่ซูเจินจูอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนนายอำเภอได้ถูกเล่าลือออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ซูเจินจูกลับเพียงยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นสักพัก หลังทักทายกันอีกสองสามประโยค ซูเจินจูจึงขอตัวเข้าไปดูเอกสารที่ห้องทำงานบนชั้นสองร้านผ้าซูเตี้ยนเป็นร้านผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของอำเภอเหอ ขายผ้าพับและเสื้อคลุมขนสัตว์ผ้าพ

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้างอันธพาลไว้แล้ว นางต้องพาคุณหนูสี่ไปด้วยกันให้สำเร็จ“ข้าไม่ไป” ซูเจินจูไม่ได้สนใจอิงชุ่ย นางเดินออกไปทันที อิงชุ่ยที่ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทุกๆสองวันซูหนี่ย์จะต้องให้อิงชุ่ยมาชวนนางออกไปข้างนอก ทุกครั้งซูเจินจูจะปฏิเสธกลับไป แต่ครั้งนี้ เป็นฮูหยินรองที่มาชวนนางออกไปเดินตลาด ซูเจินจูเพียงให้เงินนางไปสิบตำลึง และด้วยเห็นแก่เงินสิบตำลึง ฮูหยินรองมี่ซิ่นจึงไม่ได้รบเร้าเจินจูต่อและออกไปอย่างสบายใจ“ท่านน้า เจินจูเออร์ละเจ้าคะ ข้าสั่งบ่าวไพร่ให้ไปจองเหลาอาหารตือฟ่างกว่างไว้แล้ว จะได้ให้เจิ

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-04
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณชายหลินรออยู่ข้างหน้ายังกล้าให้ท่าบุรุษอื่นเชียวรึ” เหอๆ นังตัวดี คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ หากคุณชายหลินรู้ เจ้าไม่มีทางชูคออยู่บนเตียงได้แน่ และถ้าหากนายน้อยไฉรู้ว่าเจ้ามีค่าเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะเป็นแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินฮูหยินซูก็ไม่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างซูหนี่ย์ต้องผิดหวัง คนเราหากหวังดีปฏิเสธแม่สื่ออ้อมๆก็ยังพอรักษาหน้า แต่คนอย่างฮูหยินซู มีช่องให้ทำลายซูเจินจูมีหรือจะไม่ทำ เล่าวีรกรรมซูเจินจูที่เข้าไปให้ท่าคุณชายหลินถึงในจวนนายอำเภอ ออกอุบายให้คุณชายหลินทำลายชื่อเสียงตน ร้องขอขึ้นเป็นฮูหยินตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนทั้งที่พิ่งจะอายุสิบสามปี เพราะความอิจฉาที่คุณชายหลินมีใจให้ซูหนี่ย์ คุณชายหลินทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดจึงเขียนสัญญาจะรับนางเข้าจวนไ

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-04
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และตำบลจ้างหนาน จนถึงหมู่บ้านซานหมู่บ้านซานเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่เพียงห้าสิบหลังคาเรือน พื้นดินแห้งแล้งทำให้ปลูกพืชผักได้น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น จึงไม่ค่อยมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาวุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่ดีของนางซูเจินจูเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แจ้งความต้องการว่าต้องการซื้อที่ดิน หลังการสอบถามจนแน่ใจว่าพวกนางจะไม่เป็นอันตรายต่อคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็พาพวกนางมาวัดที่ดินที่ว่างอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่ดินตรงนี้ด้านหน้าติดถนน รถม้าเข้าออกสะดวกด้านหลังลากยาวไปจนติดภูเขา ถัดไปอีกสิบจั้งก็เป็นลำธาร ติดตรงที่พื้นที่ตรงนี้กว้างถึงห้าสิบหมู่ ในตอนแรกซูเจินจูค่อนข้างลำบากใจถ้าหากต้องซื้อที่กว้างขนาดนี้ นางกลัวว่าเงินที่นางมีอยู่จะไม่พอ แต่

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-05
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูซื้อที่ดินสองร้อยตำลึง ให้ลุงหวังสิบตำลึง มัดจำค่าปลูกบ้านสามร้อยตำลึง ค่ารถม้าสามร้อยอีแปะ ซาลาเปายี่สิบลูกแปดสิบอีแปะ ขนมร้านเสี่ยวซือกวงสองตำลึง บะหมี่ของคุณหนูสองชามของบ่าวหนึ่งชาม สิบห้าอีแปะ คุณหนูจะเหลือเงิน สามร้อยเก้าสิบห้าตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งเงินที่ต้องจ่ายช่างเฉินออกมาอีก สองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึง คุณหนูจะเหลือเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ”“สี่เสวี่ย ต่อไปข้าคงต้องพึ่งพาฝีมือวาดรูปของเจ้า ให้เลี้ยงดูข้าเสียแล้ว” นางฟังที่สี่เสวี่ยเจื้อยแจ้วจัดการบัญชีให้นางดูเหมือนผู้จัดการตัวน้อย ทุกครั้งที่เงินในหีบนี้ลดลง สีหน้าของสี่เสวี่ยดูเจ็บปวดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก“หากคุณห

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-05
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”“เจ้า!!!”…....“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วคร

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้งจวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ

    Terakhir Diperbarui : 2025-04-03

Bab terbaru

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูซื้อที่ดินสองร้อยตำลึง ให้ลุงหวังสิบตำลึง มัดจำค่าปลูกบ้านสามร้อยตำลึง ค่ารถม้าสามร้อยอีแปะ ซาลาเปายี่สิบลูกแปดสิบอีแปะ ขนมร้านเสี่ยวซือกวงสองตำลึง บะหมี่ของคุณหนูสองชามของบ่าวหนึ่งชาม สิบห้าอีแปะ คุณหนูจะเหลือเงิน สามร้อยเก้าสิบห้าตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งเงินที่ต้องจ่ายช่างเฉินออกมาอีก สองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึง คุณหนูจะเหลือเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ”“สี่เสวี่ย ต่อไปข้าคงต้องพึ่งพาฝีมือวาดรูปของเจ้า ให้เลี้ยงดูข้าเสียแล้ว” นางฟังที่สี่เสวี่ยเจื้อยแจ้วจัดการบัญชีให้นางดูเหมือนผู้จัดการตัวน้อย ทุกครั้งที่เงินในหีบนี้ลดลง สีหน้าของสี่เสวี่ยดูเจ็บปวดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก“หากคุณห

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และตำบลจ้างหนาน จนถึงหมู่บ้านซานหมู่บ้านซานเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่เพียงห้าสิบหลังคาเรือน พื้นดินแห้งแล้งทำให้ปลูกพืชผักได้น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น จึงไม่ค่อยมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาวุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่ดีของนางซูเจินจูเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แจ้งความต้องการว่าต้องการซื้อที่ดิน หลังการสอบถามจนแน่ใจว่าพวกนางจะไม่เป็นอันตรายต่อคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็พาพวกนางมาวัดที่ดินที่ว่างอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่ดินตรงนี้ด้านหน้าติดถนน รถม้าเข้าออกสะดวกด้านหลังลากยาวไปจนติดภูเขา ถัดไปอีกสิบจั้งก็เป็นลำธาร ติดตรงที่พื้นที่ตรงนี้กว้างถึงห้าสิบหมู่ ในตอนแรกซูเจินจูค่อนข้างลำบากใจถ้าหากต้องซื้อที่กว้างขนาดนี้ นางกลัวว่าเงินที่นางมีอยู่จะไม่พอ แต่

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณชายหลินรออยู่ข้างหน้ายังกล้าให้ท่าบุรุษอื่นเชียวรึ” เหอๆ นังตัวดี คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ หากคุณชายหลินรู้ เจ้าไม่มีทางชูคออยู่บนเตียงได้แน่ และถ้าหากนายน้อยไฉรู้ว่าเจ้ามีค่าเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะเป็นแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินฮูหยินซูก็ไม่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างซูหนี่ย์ต้องผิดหวัง คนเราหากหวังดีปฏิเสธแม่สื่ออ้อมๆก็ยังพอรักษาหน้า แต่คนอย่างฮูหยินซู มีช่องให้ทำลายซูเจินจูมีหรือจะไม่ทำ เล่าวีรกรรมซูเจินจูที่เข้าไปให้ท่าคุณชายหลินถึงในจวนนายอำเภอ ออกอุบายให้คุณชายหลินทำลายชื่อเสียงตน ร้องขอขึ้นเป็นฮูหยินตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนทั้งที่พิ่งจะอายุสิบสามปี เพราะความอิจฉาที่คุณชายหลินมีใจให้ซูหนี่ย์ คุณชายหลินทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดจึงเขียนสัญญาจะรับนางเข้าจวนไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้างอันธพาลไว้แล้ว นางต้องพาคุณหนูสี่ไปด้วยกันให้สำเร็จ“ข้าไม่ไป” ซูเจินจูไม่ได้สนใจอิงชุ่ย นางเดินออกไปทันที อิงชุ่ยที่ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทุกๆสองวันซูหนี่ย์จะต้องให้อิงชุ่ยมาชวนนางออกไปข้างนอก ทุกครั้งซูเจินจูจะปฏิเสธกลับไป แต่ครั้งนี้ เป็นฮูหยินรองที่มาชวนนางออกไปเดินตลาด ซูเจินจูเพียงให้เงินนางไปสิบตำลึง และด้วยเห็นแก่เงินสิบตำลึง ฮูหยินรองมี่ซิ่นจึงไม่ได้รบเร้าเจินจูต่อและออกไปอย่างสบายใจ“ท่านน้า เจินจูเออร์ละเจ้าคะ ข้าสั่งบ่าวไพร่ให้ไปจองเหลาอาหารตือฟ่างกว่างไว้แล้ว จะได้ให้เจิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รับความไว้ใจจากนายท่านผู้เฒ่าซูมาก ยิ่งเห็นซูเจินจูมาตั้งแต่เกิดจนโต ได้ยินข่าวเสียหายที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยิ่งเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้จากใจจริง“ทำให้ท่านลุงฝูเป็นห่วงแล้ว”“คุณหนูรีบเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ” หลงจู๊พยายามพูดให้ซูเจินจูเข้าไปด้านในให้ได้ ด้วยเห็นสายตาจากหลายๆคนมองมาที่ซูเจินจูอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนนายอำเภอได้ถูกเล่าลือออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ซูเจินจูกลับเพียงยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นสักพัก หลังทักทายกันอีกสองสามประโยค ซูเจินจูจึงขอตัวเข้าไปดูเอกสารที่ห้องทำงานบนชั้นสองร้านผ้าซูเตี้ยนเป็นร้านผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของอำเภอเหอ ขายผ้าพับและเสื้อคลุมขนสัตว์ผ้าพ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 3

    คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย เจ้าเองก็เหมือนกันหนี่ย์เอ๋อร์ เรื่องพวกนี้บอกพ่อเจ้าได้เหรอ จะให้พ่อเจ้าโกรธตายรึยังไง” ฮูหยินซูเข้าไปปลอบสามีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยเห็นนายท่านซูโกรธขนาดนี้“เจ้าสิตาย ปากเจ้าใหญ่แค่ไหนถึงกล้ามาแช่งข้า เพราะหนี่ย์เอ๋อรู้ความถึงได้บอกข้า ไม่บอกแล้วข้าจะรู้เหรอว่าไอ้จวนนายอำเภอมันตั้งใจจะเหยียบหัวข้า ทำการค้ามาตั้งกี่ปี จ่ายให้พวกมันไปตั้งเท่าไหร่ หนังเสือยังไม่ทันส่งเข้าเมืองหลวงก็ต้องส่งเข้าจวนนายอำเภอก่อนมันยังกล้าขู่ข้าขนาดนี้ อัปรีย์ ไอ้พวกอัปรีย์!! ไป ไปตามอาจูมา ข้าต้องถามนางให้รู้เรื่อง” ทำการค้ามาหลายปีจะมายอมขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ กว่าจะเลี้ยงซูเจินจูมาหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่งงานมีหน้ามีตาไม่ได้ ก็ต้องแต่งได้เส้นสาย แต่งเงินแต่งทองไม่ได้ก็ต้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้งจวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”“เจ้า!!!”…....“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วคร

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status