共有

บทที่ 9

last update 最終更新日: 2025-04-05 10:57:41

“คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที

“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”

“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูซื้อที่ดินสองร้อยตำลึง ให้ลุงหวังสิบตำลึง มัดจำค่าปลูกบ้านสามร้อยตำลึง ค่ารถม้าสามร้อยอีแปะ ซาลาเปายี่สิบลูกแปดสิบอีแปะ ขนมร้านเสี่ยวซือกวงสองตำลึง บะหมี่ของคุณหนูสองชามของบ่าวหนึ่งชาม สิบห้าอีแปะ คุณหนูจะเหลือเงิน สามร้อยเก้าสิบห้าตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งเงินที่ต้องจ่ายช่างเฉินออกมาอีก สองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึง คุณหนูจะเหลือเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ”

“สี่เสวี่ย ต่อไปข้าคงต้องพึ่งพาฝีมือวาดรูปของเจ้า ให้เลี้ยงดูข้าเสียแล้ว” นางฟังที่สี่เสวี่ยเจื้อยแจ้วจัดการบัญชีให้นางดูเหมือนผู้จัดการตัวน้อย ทุกครั้งที่เงินในหีบนี้ลดลง สีหน้าของสี่เสวี่ยดูเจ็บปวดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก

“หากคุณหนูกินขนมร้านเสี่ยวซือกวงทุกวัน บ่าวเลี้ยงคุณหนูไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ” สี่เสวี่ยหัวเราะคิกคัก คุณหนูซื้อขนมร้านเสี่ยวซือกวงกินทุกวัน นางก็พลอยได้กินไปด้วย แต่ตอนนี้นางกินจนเบื่อแล้วจริงๆ หากไปเล่าให้ใครฟังว่านางกินขนมกล่องละสองตำลึงจนเบื่อ คนอื่นต้องหาว่านางเพ้อเจ้อแน่ๆ

ฝั่งซูหนี่ย์ เมื่อเห็นว่าหลินเฮงฉวนรีบร้อนออกไปโดยไม่ทันได้บอกลานาง นางก็คิดว่าซูเจินจูต้องทำให้เขาไม่พอใจอย่างแน่นอน ด้วยรู้ว่าหลินเฮงฮวนจะต้องไปสอบก่งเซิน นางจึงเลิกสนใจซูเจินจู และใช้เวลาปักผ้าเช็ดหน้าอย่างปราณีตให้เขาแทน

ช่วงเวลาดีๆมันผ่านไปไว ครบสิบห้าวันที่ซูเจินจูต้องเข้าไปดูความคืบหน้าบ้านของนาง สิ่งที่ทำให้นางหงุดหงิดที่สุดในเช้าวันนี้คือนางลืมเตรียมเบาะรองนั่งออกมาด้วย

“คุณหนูอย่าหงุดหงิดไปเลยเจ้าค่ะ คราวหลังหากคุณหนูอยากได้อะไรก็บอกบ่าวเถอะเจ้าค่ะ คุณหนูจะได้ไม่ลืมอีก”

“ไอหย๋า คนลืมก็คือลืมสิ หากจำได้ว่าต้องบอกเจ้า ข้าก็ถือเบาะมาเองเสียดีไหมเล่า”

“จริงด้วยเจ้าค่ะ งั้นคราวหน้าบ่าวจะเตรียมเบาะไว้ให้นะเจ้าคะ” ยิ่งนานวัน สี่เสวี่ยยิ่งรักคุณหนูมากขึ้น คุณหนูที่เหมือนจะเฉยชากับทุกๆอย่างกลับชอบหยอกล้อนางเล่น คุณหนูต้องรักนางมากแน่ๆ

ซูเจินจูสั่งรถม้าให้ขับไปยังบ้านติดเชิงเขาของนาง การก่อสร้างเต็มไปด้วยความรวดเร็วและเรียบร้อย ตอนนี้กำแพงกับลานบ้านเสร็จแล้ว เหลือเพียงตัวบ้านของนางเท่านั้น  ซูเจินจูจึงขอให้หัวหน้าหมู่บ้านจ้างคนมากรุยดินด้านหลังลานหิน นางตั้งใจจะซื้อดอกไม้ที่ใช้สำหรับย้อมสีผ้ามาปลูก ที่ดินหลังลานหินเหลืออยู่สามสิบหมู่ นางไม่รู้ว่าจะหาดอกไม้มาได้มากแค่ไหน นางจึงสั่งกรุยดินทั้งหมด นางให้ค่าแรงวันละหกสิบอีแปะเท่าค่าแรงในตำบล หัวหน้าหมู่บ้านจึงให้ผู้ชายในหมู่บ้านจำนวนยี่สิบคนมาทำงานนี้ คาดว่าจะเสร็จพร้อมกับตัวบ้านพอดี เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีซูเจินจูขอตัวออกจากหมู่บ้านมา วันนี้ซูเจินจูตั้งใจพาสี่เสวี่ยไปชมดอกไม้ที่หมู่บ้านจั๋วมู่

หมู่บ้านจั๋วมู่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีกลิ่นหอมที่สุด พื้นที่ตีนเขาของที่นี่มีสวนดอกเหมย กลิ่นของดอกเหมยที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น แม้กระทั่งดอกเหมยร่วงหล่นจนหมดต้นก็ยังได้กลิ่นหอมที่เย้ายวนจนยากจะห้ามใจ หัวหน้าหมู่บ้านจั๋วมู่จึงสร้างรั้วล้อมสวนดอกเหมยกันผู้คนเข้ามาขโมย

เมื่อเข้าไปใกล้สวนดอกเหมย ก็จะเห็นเพิงน้ำชาเล็กๆ เพิงขายของป่า ผักป่า และยังขายกลีบดอกเหมยอีกด้วย

สี่เสวี่ยทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ นางได้ยินอิงเถากับอิงชุ่ยพูดถึงสวนดอกไม้หมู่บ้านจั๋วมู่มานานแล้ว วันนี้ได้มาเห็นเองกับตา สูดดมกลิ่นหอมนี้ด้วยตนเอง ต่อให้ตายก็ตายตาหลับ

ซูเจินจูสูดกลิ่นหอมแล้วยิ้มกับตนเอง หากเป็นเล่าปี่คงต้องพูดว่า ข้าได้ขงเบ้ง ดุจน้ำได้ปลาจริงๆ กลิ่นพวกนี้ไม่ใช่กลิ่นดอกเหมย แต่เป็นกลิ่นของดอกตันกุ้ย หนึ่งในสามสายพันธ์ของดอกหอมหมื่นลี้ กลิ่นอยู่ใกล้ๆแต่กลับไม่เห็นต้น เห็นที่ว่าต้นตันกุ้ยคงอยู่บนภูเขาเป็นแน่

 ซูเจินจูทิ้งให้สี่เสวี่ยเดินชมดอกเหมย สี่เสวี่ยเองก็กังวลใจแต่ก็ไม่กล้าขึ้นเขามาเป็นภาระของคุณหนูได้แต่บอกให้คุณหนูอย่าเข้าไปลึกจนเกินไป หากคุณหนูออกมาช้า นางจะไปตามคนมาช่วย

ซูเจินจูอ้อมสวนดอกเหมยขึ้นไปบนภูเขา สภาพโดยรอบเป็นป่าเป็นเขาที่ค่อนข้างซับซ้อน ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็แทบจะไม่มีทางให้เดินเท่านั้น อาจเป็นเพราะพื้นที่ตรงนี้เชื่อมต่อกับสวนดอกเหมย ผู้คนพลุกพล่าน สัตว์ป่าจึงไม่ลงมาหาอาหารมากนัก นานไปคนก็เลิกมาจับสัตว์แถวนี้ ทำให้พื้นที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์ ซูเจินจูใช้เวลาเดินตามกลิ่นเข้าไปสองเค่อก็ได้เจอกับต้นตันกุ้ย นอกจากนี้ยังมีจินกุ้ยและอิ๋นกุ้ยอีกด้วย ตันกุ้ย หรือกุ้ยฮวาสีแดงมีกลิ่นหอมขจรขจายไปไกลที่สุดในบรรดากุ้ยฮวาทั้ง 3 จิ้นกุ้ยหรือกุ้ยฮวาสีทอง มีดอกใหญ่สีเหลือง กลิ่นหอมแรง อิ๋นกุ้ยหรือกุ้ยฮวาสีเงินสีดอกสีขาวมีดอกเล็กและกลิ่นหอมอ่อนๆ

กุ้ยฮวาทั้งสามคือสายพันธ์ของดอกหอมหมื่นลี้ เมื่อจดจำทางได้แล้วซูเจินจูก็ลงจากเขามาสมทบกับสี่เสวี่ยที่สวนดอกเหมย

“เจอของที่คุณหนูต้องการหรือไม่เจ้าคะ” เมื่อสี่เสวี่ยเห็นคุณหนูกลับมาอย่างปลอดภัยนางถึงกับถอยใจอย่างโล่งอก

“เจอ มีเยอะกว่าที่คิดเสียอีก ครั้งหน้าคงต้องรบกวนลุงหวังให้ออกหน้าคุยกับหัวหน้าหมู่บ้านจั๋วมู่เสียหน่อยแล้ว”

มาจั๋วมู่รอบนี้ซูเจินจูได้กำไรอย่างคาดไม่ถึง ตอนแรกนางยังคิดว่าการวาดลายผ้าคงทำให้นางพอกินพอใช้หากต้องหนีออกจากตระกูล แต่ถ้าได้ดอกหอมหมื่นลี้ไปคั้นสีใช้วาดลงบนผ้า ผ้าของนางก็คงทำให้นางเป็นเศรษฐีได้เลยทีเดียว

เย็นวันนั้นเมื่อซุเจินจูกลับถึงบ้านในอำเภอเหอ ก็พบว่าบ้านต็มไปด้วยเสียงโวยวายของฮูหยิน ในหนึ่งเดือนนายท่านซูจะออกไปทำการค้าอย่างน้อยยี่สิบวัน ทั้งเดินทางไปยังอำเภอกุ้ยที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเพื่อซื้อผ้าไหมชั้นดี เข้าเมืองหลวงเพื่อซื้อผ้าไหมหยกของคุณหนูจิวอิง ส่งเสื้อคลุมขนสัตว์ไปยังร้านค้าในเมืองชั้นใน พูดคุยสังสรรค์กับเหล่าเถ้าแก่ร้านต่างๆ ไม่มีครั้งไหนที่นายท่านซูกลับบ้านแล้วฮูหยินซูจะทำให้ไม่สบายใจ ยกเว้นครั้งนี้ ที่นายท่านซูพาอนุภรรยาพร้อมลูกชายวัยสองขวบกลับมาด้วย

แต่เดิมนายท่านซูเลี้ยงดูอนุภรรยาไว้ที่อำเภออู๋ที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แต่ขณะนี้แคว้นจิ้นได้ยกทัพเข้าตีแคว้นหนานจากทางใต้ ทำให้นายท่านซูเกรงว่าอำเภออู๋จะได้รับผลกระทบไปด้วย จึงย้ายเมียรักเข้ามาที่บ้านใหญ่ทางฝั่งตะวันออกแทน

แต่อย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับซูเจินจู นางจึงเดินเลี่ยงกลับไปยังเรือนของตนอย่างเงียบๆ คนในบ้านจะมากขึ้นหรือน้อยลงล้วนไม่เกี่ยวกับนางที่พยายามหลีกเลี่ยงการพบปะพูดคุยกับทุกคนอยู่แล้ว

หลังจากนั้นทุกวัน ฮูหยินรองมี่ซิ่นจะต้องเข้ามาร้องไห้กับซูเจินจูเสมอ เรื่องที่นางยอมไม่ได้ที่สุดคืออนุภรรยาคนใหม่ที่ชื่อลั่วเยียนได้เงินเดือนโดยตรงจากนายท่านซูถึงยี่สิบตำลึง แต่นางก็ไม่กล้าพอที่จะไปเรียกร้องขอเงินเพิ่มจากฮูหยินใหญ่

ฮูหยินใหญ่เหมยหลินกร่นด่าลั่วเยียนทุกครั้งเมื่ออยู่ลับหลังนายท่านซู แต่นางไม่กล้าโวยวายใหญ่โต หรือไล่ลั่วเยียนออกจากบ้านอีกแล้ว เพราะนายท่านซูขู่ว่าจะหย่านาง สมบัติของนางทั้งหมดตอนนี้กลายเป็นของตระกูลซู หากนางถูกหย่านางจะไม่เหลืออะไรเลย

หลังจากที่นายท่านซูนำลั่วเยี่ยนและบุตรชาย ซูหนานซีกลับมา สั่งให้ฮูหยินใหญ่จัดเรือน ซื้อบ่าวไพร่ให้ใหม่สองคนก็ออกเดินทางไปยังเมืองหลวงอีกครั้ง

หลังจากที่นายท่านซูจากไป ลั่นเยียนก็เก็บเนื้อเก็บตัว

เพราะเป็นเพียงตระกูลพ่อค้า กฎ ระเบียบ การคารวะต่างๆจึงไม่มีเหมือนจวนขุนนาง ลั่วเยี่ยนไม่ได้พบปะฮูหยินใหญ่มากนัก จึงลดความรุนแรงภายในบ้านลงไปได้มาก

ซูหนี่ย์ ปักผ้าเช็ดหน้าเสร็จแล้ว เป็นลายดอกกล้วยไม้สีเหลืองตัดกับก้านสีเขียวอ่อนฝีเข็มละเอียดลออ ที่มุมผ้าข้างนึงปักอักษร หนี่ย์ด้วยสีขาว ตอนนี้นางกำลังปักรองเท้าให้หลินเฮงฉวน นางไม่แน่ใจว่านางจะทำเสร็จทันหรือไม่ หากทำรองเท้าไม่ทัน แค่เพียงผ้าเช็ดหน้าก็พอที่จะสื่อความในใจของนางออกไปได้แล้ว

ซูเม่ย กับเหลียนฮัวสาวใช้คนสนิทออกจากบ้านทุกวัน แต่ฮูหยินซูไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาสนใจนาง จึงไม่ได้ถามว่านางไปที่ใด เพียงแค่นางกลับมาตรงเวลาก็พอแล้ว

ซูเหวินอยู่ที่สถานศึกษา ยังไม่รู้ว่าตอนนี้ตนมีน้องชายคนใหม่แล้ว

ซูเจินจู กินขนมกล่องละสองตำลึงของร้านเสี่ยวซือกวงทุกวันอย่างมีความสุข

เมื่อครบกำหนดสิบห้าวัน ซูเจินจูและสี่เสวี่ยก็ได้เช่ารถม้าออกจากเมือง บ้านของนางเสร็จแล้ว เหล่าคนงานต่างยืนรอนางอย่างใจจดใจจ่อ ยามที่เห็นว่าเจ้าของบ้านเป็นเพียงเด็กหญิง พวกเขาต่างกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินค่าแรง

หลังจากซูเจินจูตรวจดูความเรียบร้อยทั้งหมดจนพอใจแล้ว จึงจ่ายเงินสองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึงให้ช่างเฉิน

ค่าแรงคนที่หัวหน้าหมู่บ้านพามาคือวันละหกสิบอีแปะ ทำงานสิบห้าวัน ได้เก้าร้อยอีแปะ ซูเจินจูจึงจ่ายให้คนละหนึ่งตำลึงทั้งยี่สิบคน ทุกคนที่มาทำงานรู้สึกดีกับซูเจินจูเป็นอย่างมาก เงินที่เพิ่มมาอีกหนึ่งร้อยอีแปะเพียงพอให้ครอบครัวของพวกเขาอิ่มได้หลายวัน

ซูเจินจูขอให้หัวหน้าหมูบ้านหาคนมาทำโต๊ะให้นาง นางต้องการโต๊ะยาว ต้องยาวและกว้างเพียงพอที่จะวางผ้าลงไปหนึ่งพับได้อย่างพอดี แต่นางต้องการเพียงขอบโต๊ะเท่านั้น คนงานที่ได้รับเงินหนึ่งตำลึงไปก่อนหน้านี้ อาสาทำงานให้นางโดยไม่คิดเงิน ละยังทำให้นางถึงห้าตัว ด้วยแรงคนยี่สิบคน เพียงครึ่งวันโต๊ะที่นางต้องการก็วางเรียงอยู่ที่ลานหินอย่างเป็นระเบียบ อีกทั้งยังใช้ไม้ที่เหลือทำเก้าอี้ไว้ให้นางสามตัวอีกด้วย

“คุณหนูต้องหยุดกินขนมสักพักนะเจ้าคะ ตอนนี้คุณหนูเหลือเงินแค่เจ็ดสิบตำลึงเท่านั้น” สี่เสวี่ยทั้งตกใจทั้งเศร้าใจกับการผลาญเงินของคุณหนูเหลือเกิน คุณหนูใช้เงินอย่างประหยัดมาหกปี พอมาเจอเรื่องของคุณชายหลิน คุณหนูกลับใช้เงินจนหมดภายในระยะเวลาเพียงหกเดือน

“เหลือน้อยเพียงนั้น เพ้ย แล้วข้าจะซื้อเครื่องเรือนอย่างไรเล่า เงินทองพวกนี้หมดง่ายจริงเชียว” ได้เกิดใหม่ทั้งที น่าจะให้นางพกสมบัติเก่าของนางมาด้วยสิ ไหนเลยต้องให้นางมาทำงานหาเงินเช่นนี้ แล้วเงินที่นางมีเมื่อชาติที่แล้วตั้งหลายร้อยล้านหยวนไม่เท่ากับเสียเปล่าหรอกหรือ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ

ซูเจินซูที่ดูบ้านจนพอใจแล้วก็เดินไปหาหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อให้ช่วยออกหน้าซื้อต้นไม้จากหมู่บ้านจั๋วมู่ เดิมทีต้นไม้ในป่าก็เป็นของที่ใครต้องการก็ไปเอามาได้ แต่ซูเจินจูต้องการต้นไม้ที่สูงสองถึงสามเมตรและยังต้องการต้นที่สมบูรณ์พร้อมราก นางจึงพร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อให้คนในหมู่บ้านนำมาปลูกให้นาง

เมื่อบอกความต้องการของตนแก่หัวหน้าหมู่บ้านหวังแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านก็ไม่ทำให้ซูเจินจูผิดหวัง หัวหน้าหมู่บ้านพาซูเจินจูและสี่เสวี่ยขึ้นรถม้าตรงไปพบหัวหน้าหมู่บ้านจั๋วมู่ทันที

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

関連チャプター

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”“เจ้า!!!”…....“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วคร

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้งจวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 3

    คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย เจ้าเองก็เหมือนกันหนี่ย์เอ๋อร์ เรื่องพวกนี้บอกพ่อเจ้าได้เหรอ จะให้พ่อเจ้าโกรธตายรึยังไง” ฮูหยินซูเข้าไปปลอบสามีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยเห็นนายท่านซูโกรธขนาดนี้“เจ้าสิตาย ปากเจ้าใหญ่แค่ไหนถึงกล้ามาแช่งข้า เพราะหนี่ย์เอ๋อรู้ความถึงได้บอกข้า ไม่บอกแล้วข้าจะรู้เหรอว่าไอ้จวนนายอำเภอมันตั้งใจจะเหยียบหัวข้า ทำการค้ามาตั้งกี่ปี จ่ายให้พวกมันไปตั้งเท่าไหร่ หนังเสือยังไม่ทันส่งเข้าเมืองหลวงก็ต้องส่งเข้าจวนนายอำเภอก่อนมันยังกล้าขู่ข้าขนาดนี้ อัปรีย์ ไอ้พวกอัปรีย์!! ไป ไปตามอาจูมา ข้าต้องถามนางให้รู้เรื่อง” ทำการค้ามาหลายปีจะมายอมขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ กว่าจะเลี้ยงซูเจินจูมาหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่งงานมีหน้ามีตาไม่ได้ ก็ต้องแต่งได้เส้นสาย แต่งเงินแต่งทองไม่ได้ก็ต้

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รับความไว้ใจจากนายท่านผู้เฒ่าซูมาก ยิ่งเห็นซูเจินจูมาตั้งแต่เกิดจนโต ได้ยินข่าวเสียหายที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยิ่งเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้จากใจจริง“ทำให้ท่านลุงฝูเป็นห่วงแล้ว”“คุณหนูรีบเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ” หลงจู๊พยายามพูดให้ซูเจินจูเข้าไปด้านในให้ได้ ด้วยเห็นสายตาจากหลายๆคนมองมาที่ซูเจินจูอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนนายอำเภอได้ถูกเล่าลือออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ซูเจินจูกลับเพียงยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นสักพัก หลังทักทายกันอีกสองสามประโยค ซูเจินจูจึงขอตัวเข้าไปดูเอกสารที่ห้องทำงานบนชั้นสองร้านผ้าซูเตี้ยนเป็นร้านผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของอำเภอเหอ ขายผ้าพับและเสื้อคลุมขนสัตว์ผ้าพ

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้างอันธพาลไว้แล้ว นางต้องพาคุณหนูสี่ไปด้วยกันให้สำเร็จ“ข้าไม่ไป” ซูเจินจูไม่ได้สนใจอิงชุ่ย นางเดินออกไปทันที อิงชุ่ยที่ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทุกๆสองวันซูหนี่ย์จะต้องให้อิงชุ่ยมาชวนนางออกไปข้างนอก ทุกครั้งซูเจินจูจะปฏิเสธกลับไป แต่ครั้งนี้ เป็นฮูหยินรองที่มาชวนนางออกไปเดินตลาด ซูเจินจูเพียงให้เงินนางไปสิบตำลึง และด้วยเห็นแก่เงินสิบตำลึง ฮูหยินรองมี่ซิ่นจึงไม่ได้รบเร้าเจินจูต่อและออกไปอย่างสบายใจ“ท่านน้า เจินจูเออร์ละเจ้าคะ ข้าสั่งบ่าวไพร่ให้ไปจองเหลาอาหารตือฟ่างกว่างไว้แล้ว จะได้ให้เจิ

    最終更新日 : 2025-04-04
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณชายหลินรออยู่ข้างหน้ายังกล้าให้ท่าบุรุษอื่นเชียวรึ” เหอๆ นังตัวดี คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ หากคุณชายหลินรู้ เจ้าไม่มีทางชูคออยู่บนเตียงได้แน่ และถ้าหากนายน้อยไฉรู้ว่าเจ้ามีค่าเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะเป็นแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินฮูหยินซูก็ไม่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างซูหนี่ย์ต้องผิดหวัง คนเราหากหวังดีปฏิเสธแม่สื่ออ้อมๆก็ยังพอรักษาหน้า แต่คนอย่างฮูหยินซู มีช่องให้ทำลายซูเจินจูมีหรือจะไม่ทำ เล่าวีรกรรมซูเจินจูที่เข้าไปให้ท่าคุณชายหลินถึงในจวนนายอำเภอ ออกอุบายให้คุณชายหลินทำลายชื่อเสียงตน ร้องขอขึ้นเป็นฮูหยินตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนทั้งที่พิ่งจะอายุสิบสามปี เพราะความอิจฉาที่คุณชายหลินมีใจให้ซูหนี่ย์ คุณชายหลินทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดจึงเขียนสัญญาจะรับนางเข้าจวนไ

    最終更新日 : 2025-04-04
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และตำบลจ้างหนาน จนถึงหมู่บ้านซานหมู่บ้านซานเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่เพียงห้าสิบหลังคาเรือน พื้นดินแห้งแล้งทำให้ปลูกพืชผักได้น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น จึงไม่ค่อยมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาวุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่ดีของนางซูเจินจูเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แจ้งความต้องการว่าต้องการซื้อที่ดิน หลังการสอบถามจนแน่ใจว่าพวกนางจะไม่เป็นอันตรายต่อคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็พาพวกนางมาวัดที่ดินที่ว่างอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่ดินตรงนี้ด้านหน้าติดถนน รถม้าเข้าออกสะดวกด้านหลังลากยาวไปจนติดภูเขา ถัดไปอีกสิบจั้งก็เป็นลำธาร ติดตรงที่พื้นที่ตรงนี้กว้างถึงห้าสิบหมู่ ในตอนแรกซูเจินจูค่อนข้างลำบากใจถ้าหากต้องซื้อที่กว้างขนาดนี้ นางกลัวว่าเงินที่นางมีอยู่จะไม่พอ แต่

    最終更新日 : 2025-04-05

最新チャプター

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูซื้อที่ดินสองร้อยตำลึง ให้ลุงหวังสิบตำลึง มัดจำค่าปลูกบ้านสามร้อยตำลึง ค่ารถม้าสามร้อยอีแปะ ซาลาเปายี่สิบลูกแปดสิบอีแปะ ขนมร้านเสี่ยวซือกวงสองตำลึง บะหมี่ของคุณหนูสองชามของบ่าวหนึ่งชาม สิบห้าอีแปะ คุณหนูจะเหลือเงิน สามร้อยเก้าสิบห้าตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งเงินที่ต้องจ่ายช่างเฉินออกมาอีก สองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึง คุณหนูจะเหลือเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ”“สี่เสวี่ย ต่อไปข้าคงต้องพึ่งพาฝีมือวาดรูปของเจ้า ให้เลี้ยงดูข้าเสียแล้ว” นางฟังที่สี่เสวี่ยเจื้อยแจ้วจัดการบัญชีให้นางดูเหมือนผู้จัดการตัวน้อย ทุกครั้งที่เงินในหีบนี้ลดลง สีหน้าของสี่เสวี่ยดูเจ็บปวดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก“หากคุณห

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และตำบลจ้างหนาน จนถึงหมู่บ้านซานหมู่บ้านซานเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่เพียงห้าสิบหลังคาเรือน พื้นดินแห้งแล้งทำให้ปลูกพืชผักได้น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น จึงไม่ค่อยมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาวุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่ดีของนางซูเจินจูเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แจ้งความต้องการว่าต้องการซื้อที่ดิน หลังการสอบถามจนแน่ใจว่าพวกนางจะไม่เป็นอันตรายต่อคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็พาพวกนางมาวัดที่ดินที่ว่างอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่ดินตรงนี้ด้านหน้าติดถนน รถม้าเข้าออกสะดวกด้านหลังลากยาวไปจนติดภูเขา ถัดไปอีกสิบจั้งก็เป็นลำธาร ติดตรงที่พื้นที่ตรงนี้กว้างถึงห้าสิบหมู่ ในตอนแรกซูเจินจูค่อนข้างลำบากใจถ้าหากต้องซื้อที่กว้างขนาดนี้ นางกลัวว่าเงินที่นางมีอยู่จะไม่พอ แต่

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณชายหลินรออยู่ข้างหน้ายังกล้าให้ท่าบุรุษอื่นเชียวรึ” เหอๆ นังตัวดี คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ หากคุณชายหลินรู้ เจ้าไม่มีทางชูคออยู่บนเตียงได้แน่ และถ้าหากนายน้อยไฉรู้ว่าเจ้ามีค่าเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะเป็นแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินฮูหยินซูก็ไม่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างซูหนี่ย์ต้องผิดหวัง คนเราหากหวังดีปฏิเสธแม่สื่ออ้อมๆก็ยังพอรักษาหน้า แต่คนอย่างฮูหยินซู มีช่องให้ทำลายซูเจินจูมีหรือจะไม่ทำ เล่าวีรกรรมซูเจินจูที่เข้าไปให้ท่าคุณชายหลินถึงในจวนนายอำเภอ ออกอุบายให้คุณชายหลินทำลายชื่อเสียงตน ร้องขอขึ้นเป็นฮูหยินตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนทั้งที่พิ่งจะอายุสิบสามปี เพราะความอิจฉาที่คุณชายหลินมีใจให้ซูหนี่ย์ คุณชายหลินทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดจึงเขียนสัญญาจะรับนางเข้าจวนไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้างอันธพาลไว้แล้ว นางต้องพาคุณหนูสี่ไปด้วยกันให้สำเร็จ“ข้าไม่ไป” ซูเจินจูไม่ได้สนใจอิงชุ่ย นางเดินออกไปทันที อิงชุ่ยที่ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทุกๆสองวันซูหนี่ย์จะต้องให้อิงชุ่ยมาชวนนางออกไปข้างนอก ทุกครั้งซูเจินจูจะปฏิเสธกลับไป แต่ครั้งนี้ เป็นฮูหยินรองที่มาชวนนางออกไปเดินตลาด ซูเจินจูเพียงให้เงินนางไปสิบตำลึง และด้วยเห็นแก่เงินสิบตำลึง ฮูหยินรองมี่ซิ่นจึงไม่ได้รบเร้าเจินจูต่อและออกไปอย่างสบายใจ“ท่านน้า เจินจูเออร์ละเจ้าคะ ข้าสั่งบ่าวไพร่ให้ไปจองเหลาอาหารตือฟ่างกว่างไว้แล้ว จะได้ให้เจิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รับความไว้ใจจากนายท่านผู้เฒ่าซูมาก ยิ่งเห็นซูเจินจูมาตั้งแต่เกิดจนโต ได้ยินข่าวเสียหายที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยิ่งเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้จากใจจริง“ทำให้ท่านลุงฝูเป็นห่วงแล้ว”“คุณหนูรีบเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ” หลงจู๊พยายามพูดให้ซูเจินจูเข้าไปด้านในให้ได้ ด้วยเห็นสายตาจากหลายๆคนมองมาที่ซูเจินจูอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนนายอำเภอได้ถูกเล่าลือออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ซูเจินจูกลับเพียงยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นสักพัก หลังทักทายกันอีกสองสามประโยค ซูเจินจูจึงขอตัวเข้าไปดูเอกสารที่ห้องทำงานบนชั้นสองร้านผ้าซูเตี้ยนเป็นร้านผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของอำเภอเหอ ขายผ้าพับและเสื้อคลุมขนสัตว์ผ้าพ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 3

    คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย เจ้าเองก็เหมือนกันหนี่ย์เอ๋อร์ เรื่องพวกนี้บอกพ่อเจ้าได้เหรอ จะให้พ่อเจ้าโกรธตายรึยังไง” ฮูหยินซูเข้าไปปลอบสามีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยเห็นนายท่านซูโกรธขนาดนี้“เจ้าสิตาย ปากเจ้าใหญ่แค่ไหนถึงกล้ามาแช่งข้า เพราะหนี่ย์เอ๋อรู้ความถึงได้บอกข้า ไม่บอกแล้วข้าจะรู้เหรอว่าไอ้จวนนายอำเภอมันตั้งใจจะเหยียบหัวข้า ทำการค้ามาตั้งกี่ปี จ่ายให้พวกมันไปตั้งเท่าไหร่ หนังเสือยังไม่ทันส่งเข้าเมืองหลวงก็ต้องส่งเข้าจวนนายอำเภอก่อนมันยังกล้าขู่ข้าขนาดนี้ อัปรีย์ ไอ้พวกอัปรีย์!! ไป ไปตามอาจูมา ข้าต้องถามนางให้รู้เรื่อง” ทำการค้ามาหลายปีจะมายอมขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ กว่าจะเลี้ยงซูเจินจูมาหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่งงานมีหน้ามีตาไม่ได้ ก็ต้องแต่งได้เส้นสาย แต่งเงินแต่งทองไม่ได้ก็ต้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้งจวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”“เจ้า!!!”…....“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วคร

無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status