共有

บทที่ 8

last update 最終更新日: 2025-04-05 10:57:29

เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพัง

ด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และตำบลจ้างหนาน จนถึงหมู่บ้านซาน

หมู่บ้านซานเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่เพียงห้าสิบหลังคาเรือน พื้นดินแห้งแล้งทำให้ปลูกพืชผักได้น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น จึงไม่ค่อยมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาวุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่ดีของนาง

ซูเจินจูเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แจ้งความต้องการว่าต้องการซื้อที่ดิน หลังการสอบถามจนแน่ใจว่าพวกนางจะไม่เป็นอันตรายต่อคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็พาพวกนางมาวัดที่ดินที่ว่างอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่ดินตรงนี้ด้านหน้าติดถนน รถม้าเข้าออกสะดวกด้านหลังลากยาวไปจนติดภูเขา ถัดไปอีกสิบจั้งก็เป็นลำธาร ติดตรงที่พื้นที่ตรงนี้กว้างถึงห้าสิบหมู่ ในตอนแรกซูเจินจูค่อนข้างลำบากใจถ้าหากต้องซื้อที่กว้างขนาดนี้ นางกลัวว่าเงินที่นางมีอยู่จะไม่พอ แต่เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าที่ตรงนี้หมู่ละสี่ตำลึง นางจึงรวบรัดขอซื้อที่วันนี้ทันที

ซูเจินจูจ่ายเงินสองร้อยตำลึงให้แก่เจ้าหน้าที่อำเภอพร้อมรับโฉนดที่ดินผืนแรกในชีวิตนี้มาส่งให้สี่เสวี่ย และยื่นเงินสิบตำลึงให้กับหัวหน้าหมู่บ้าน

“ขอบคุณนายหญิง” หัวหน้าหมู่บ้านยิ้มกว้างรับเงินสิบตำลึงไว้อย่างเต็มใจ เมื่อครู่ยังเรียกนางว่าแม่หนูอยู่เลย เห็นแก่หน้าเงินสิบตำลึงนางก็กลายเป็นนายหญิงเสียแล้ว

“เรียกข้าเหมือนเดิมเถอะ ต่อไปข้ากับสี่เสวี่ยคงต้องรบกวนหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว”

“ฮ่าๆ ข้าแซ่หวัง เจ้าเรียกข้าว่าลุงหวังเหมือนคนในหมู่บ้านเถอะ ต่อไปมีอะไรก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ” ลุงหวังรู้สึกถูกชะตากับแม่หนูคนนี้เสียเหลือเกิน ดูจากการแต่งตัวก็รู้ว่าต้องเป็นลูกผู้ดีมีเงิน แต่ก็ยังพูดจากับตนอย่างมีมารยาท พลางนึกไปถึงเรื่องเก่า ครั้งนึงตนเคยนำสัตว์ป่าไปขายในตำบล แม้แต่คนใช้ตระกูลผู้ดียังพูดจากับตนแย่กว่านี้เสียอีก

“ขอบคุณท่านลุงหวังเจ้าค่ะ”

ขณะนั่งรถม้ากลับมาส่งลุงหวังที่หมู่บ้าน ซูเจินจูก็ขอให้ลุงหวังหาช่างสร้างบ้านให้ ลุงหวังจึงให้รถม้าขับไปยังหมู่บ้านเติ้งกู่ หมู่บ้านเติ้งกู่มีคนงานที่มีฝีมือสร้างบ้านจำนวนมาก แต่ตอนนี้เข้าสู่ฤดูเพาะปลูกลุงหวังไม่รู้ว่าจะมีคนพร้อมไปทำงานมากน้อยเพียงใด

“คนแซ่เฉิน อยู่บ้านหรือไม่” ลุงหวังสั่งให้รถม้าจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่ดูแข็งแรงกว่าบ้านหลังอื่นๆในหมู่บ้าน ผู้ที่เดินออกมาเปิดประตูคือเด็กหญิงอายุราวแปดขวบ

“ท่านพ่อไปที่นาเจ้าค่ะ”

“โอ้ อาเตี๋ยโตขนาดนี้แล้วหรือ อาฟางพี่สาวเจ้าอยู่หรือไม่ ให้นางไปตามพ่อเจ้ามาหน่อยเถอะ ข้าพาคนมาคุยเรื่องสร้างบ้าน”

“ท่านลุงเชิญเข้าบ้านก่อนเจ้าค่ะ พี่สาวข้าทำกับข้าวอยู่หลังบ้าน ข้าไปตามให้สะดวกกว่าเจ้าค่ะ” อาเตี๋ยตัวน้อยพูดจบก็วิ่งออกไปทันที รอเพียงหนึ่งก้านธูป บุรุษผู้หนึ่งก็อุ้มอาเตี๋ยเข้ามาในบ้าน

“ท่านลุงหวัง” เขาทักทายลุงหวังและปล่อยให้อาเตี๋ยวิ่งเข้าไปหลังบ้าน

“อาชุนมาแล้ว มาๆ นี่คือแม่หนูเจินจู นางซื้อที่ดินในหมู่บ้านข้า กำลังหาช่างไปสร้างบ้าน”

“คุณหนูเจินจู ข้าเฉินชุนเป็นหัวหน้าคนงาน รับสร้างบ้าน ท่านต้องการบ้านแบบไหนบอกข้าได้เลยขอรับ”

“ช่างเฉิน สิ่งแรกที่ข้าต้องการคือการล้อมรั้ว ที่ดินของข้ากว้างห้าสิบหมู่ ท่านใช้เวลานานหรือไม่”

“หากใช้อิฐต้องไปสั่งอิฐที่หมู่บ้านจั๋วมู่ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับการส่งอิฐ ราคาอยู่ที่แปดสิบตำลึง หากใช้หินเริ่มงานได้ทันที ใช้เวลาสามวัน ราคาอยู่ที่ยี่สิบห้าตำลึงขอรับ”

“ถ้าเช่นนั้นก็ใช้หินเถอะ ประตูด้านหน้าเว้นไว้ห้าจั้ง หากเจ้าทำประตูหินได้ ก็ทำประตูหินให้ข้าด้วย”

“ทำได้ขอรับ”

“ติดกับประตูหน้า ซ้าย ขวา เว้นที่ว่างไว้ก่อน ในอนาคตข้าต้องการทำห้องบ่าวรับใช้ฝั่งละสิบห้าห้อง ถัดลงมาสิบห้าจั้งทำประตูอีกชั้นนึง ประตูชั้นนี้กว้างสามจั้ง

ถัดจากประตูเข้ามาฝั่งขวา ใช้พื้นที่สิบหมู่ทำลานหิน ครึ่งซ้ายทำหลังคาจาก ครึ่งขวาปล่อยโล่ง

พื้นที่ฝั่งซ้ายสิบหกหมู่ก่อกำแพงอีกชั้นหนึ่ง ทำเป็นเรือนสองชั้น ชั้นนอกทำเพียงห้องโถง ชั้นในฝั่งซ้ายทำห้องสามห้อง ฝั่งขวาทำเป็นห้องยาวหนึ่งห้อง ตรงกลางเป็นห้องนอน ทำห้องเล็กฝั่งซ้ายและขวาด้วย ด้านหลังทำเป็นครัว ทำครัวให้ใหญ่หน่อย เรือนหลังนี้ข้าต้องการให้ใช้อิฐ หากทำตามนี้ท่านคิดราคาเท่าไหร่” ซูเจินจูพูดพลางก็ใช้กิ่งไม้มาวาดแบบคร่าวๆกับพื้นดินไปพลาง

“กำแพงหินประตูหินชั้นนอกข้าคิด สามสิบตำลึง กำแพงหินประตูหินชั้นใน สิบตำลึง ลานหินกับหลังคาครึ่งหนึ่งสามสิบห้าตำลึง บ้านอิฐสองชั้นห้าร้อยตำลึง ทั้งหมดห้าร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึงขอรับ พวกข้าสามารถทำให้เสร็จได้ภายในสามสิบวัน”

“ได้ นี่คือตั๋วเงินสามร้อยตำลึง ข้ามัดจำเอาไว้ก่อน เมื่องานเสร็จข้าจะจ่ายส่วนที่เหลือ รบกวนท่านเขียนหนังสือสัญญาให้ข้าไว้เป็นหลักฐานด้วย” เฉินชุนรับตั๋วเงินไว้ด้วยความดีใจ ฤดูหนาวที่ผ่านมาพวกเขาไม่มีงาน ข้าวสาลี ธัญพืชก็กินจนหมด แม้แต่เงินหาซื้อเมล็ดพันธ์เพื่อเพาะปลูกยังแทบไม่มี หากได้งานนี้คนงานแต่ละครอบครัวก็จะได้ค่าแรงกันสามถึงสี่ตำลึง ตัวเขาที่เป็นหัวหน้างานและผู้ช่วยก็ได้เงินหลายสิบตำลึงเลยทีเดียว

หลังจากบอกลาช่างเฉินแล้ว ซูเจินจูก็กลับมาส่งหัวหน้าหมู่บ้านหวังที่หมู่บ้านซาน นางรบกวนหัวหน้าหมู่บ้านให้ช่วยมาดูความคืบหน้าการก่อสร้างให้นางด้วย ครั้งต่อไปที่นางจะมาที่นี่คืออีกครึ่งเดือน หลังจากฝากฝังทุกอย่างเรียบร้อยก็ยัดเงินอีกห้าตำลึงให้หัวหน้าหมู่บ้านหวังแต่คราวนี้เขาไม่รับเงินและบอกว่า แค่ชาวบ้านมีงานทำแม้ว่าจะเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่นก็ถือว่าช่วยเหลือกันแล้ว

  

การเดินทางไปยังหมู่บ้านชนบททำให้ซูเจินจูเหนื่อยแทบขาดใจ ความโคลงเคลงของรถม้าทั้งยังต้องนั่งบนพื้นแข็งๆ ซูเจินจูถึงกับสาบานกับตัวเองในใจว่าคราวหน้าจะต้องพกเบาะรองนั่งอย่างดีไปด้วยให้ได้!!

เมื่อกลับมาถึงบ้าน อิงชุ่ยก็มาแจ้งว่าให้นางรีบไปพบคุณชายหลินเฮงฉวนที่มารอนางอยู่สามชั่วยามแล้ว

“คุณชายหลินคุยกับคุณหนูใหญ่อยู่ กำลังอารมณ์ดี คุณหนูสี่รีบเข้าไปตอนนี้เถอะเจ้าค่ะ” น้ำเสียงอิงชุ่ยคล้ายเหยียดหยามนาง เมื่อพูดจบไม่รอให้นางพูดต่อก็เดินจากไปทันที

“อืม” ซูเจินจูสั่งให้สี่เสวี่ยเอาของไปเก็บที่ห้อง ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาคนทั้งสองที่ศาลา

 “คารวะคุณชายหลินเจ้าค่ะ” ซูเจินจูเหลือบตามองหลินเฮงฉวนที่นั่งจิบชานิ่งๆ โอ้โหว พ่อหนุ่มน้อย ออกมาจากรูปวาดเหรอ ถึงได้หล่อทุกองศาแบบนี้ ที่เขาว่าหล่อเหลาราวรูปปั้นก็คงปั้นมาจากหน้าพ่อหนุ่มนี่แหง๋ๆ แต่หลินเฮงฉวนยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงหวานๆของซูหนี่ย์ก็ดังขึ้น

“เจินจูเอ๋อร์ วันนี้เจ้าผิดนัดคุณชายหลินเสียแล้ว ข้าให้คนไปตามที่ร้านก็ไม่อยู่ เจ้าไปไหนมากันแน่ถึงต้องหลบๆซ่อนๆเช่นนี้”

“ขออภัยคุณชายหลินเจ้าค่ะ” หลบอะไร ซ่อนอะไร ลืมก็ลืมสิ ถึงไม่ลืมข้าก็ไม่ไปอยู่ดี

“คุณหนูใหญ่ ข้าขอคุยกับคุณหนูสี่ตามลำพังได้หรือไม่”

“ได้เจ้าค่ะ หากคุณชายหลินต้องการอะไรก็ให้บ่าวไปเรียกหนี่ย์เอ๋อร์นะเจ้าคะ” ซูหนี่ย์ที่ได้คุยกับหลินเฮงฉวนมาหลายชั่วยามลุกขึ้นไปโดยไม่อิดออดใดๆ นางรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องไม่พอใจนังจิ้งจอกนั่นมาก หากนางไม่อยู่ด้วย เขาก็จะจัดการนางจิ้งจอกนั่นได้ง่ายขึ้น

“เจ้าไปไหนมา” หลินเฮงฉวนถามขึ้น เขาไม่พอใจมากจริงๆ หากไม่ติดเรื่องที่เขาจะต้องรับนางเข้าไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียง การที่นางจะไปมาหาสู่กับใครก็ไม่ใช่เรื่องของเขา แค่เขาอยากได้คำอธิบายจากนางกลับต้องแลกด้วยนั่งกินข้าวกับซูหนี่ย์ ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะขี้อายแต่ก็หาเรื่องมาคุยกับเขาไม่หยุดหย่อน ต้องทนนั่งอยู่กับนางอีกสามชั่วยาม พยายามรักษามารยาทจนหน้าชาเพื่อรอสตรีที่พยายามหลบหน้าเขาอยู่ตลอดเวลาอย่างซูเจินจู ควรเป็นเขาที่หลบหน้านางไม่ใช่หรือ หรือนางไม่พอใจที่เขายังไม่รับนางเข้าจวนจนโกรธเขาขนาดนี้

“ข้าไปดูดอกไม้ที่หมู่บ้านจั๋วมู่มาเจ้าค่ะ”

“เหตุใดจึงไม่ไปตามนัด”

“เมื่อเช้าข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย กลัวว่าหากไปตามนัดจะทำให้คุณชายหลินติดไข้หวัดจากข้าเจ้าค่ะ”

“รู้สึกไม่สบาย แต่กลับไปไกลจนถึงหมู่บ้านชนบท เหตุใดไม่พักผ่อนอยู่บ้าน” เห็นชัดๆว่านางโกหก เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงได้โกหกหน้าตายนัก

“คุณชายคงยังไม่ทราบ ว่าธรรมชาติสามารถทำให้ข้าสบายใจ และเมื่อข้าสบายใจอาการป่วยไข้ก็ลดลง ดังเช่นผู้คนมากมายที่เมื่อป่วยไข้ก็เลือกที่จะกลับไปรักษาตัวตามป่าตามเขา เพราะธรรมชาติบรรเทาอาการป่วยได้ยังไงล่ะเจ้าคะ” หากเป็นชาติที่แล้วต้องเจอคำถามรุกล้ำเรื่องส่วนตัวพวกนี้ นางคงเดินหนีหรือไม่ก็คงเลิกคบกับคนประเภทนี้ไปแล้ว คนที่ต้องรายงานตัวว่าทำอะไรตอนไหนอย่างไรเห็นทีคงมีแต่นักโทษเท่านั้น

“หากเจ้าไม่เป็นอะไรแล้วก็ช่างเถอะ ต่อไปก็ให้ฮูหยินซูหาคนมาอบรมเจ้าสักหน่อย เป็นสตรีอย่าออกไปข้างนอกพียงลำพัง”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”

“อีกอย่าง ตอนที่เจ้าคุยกับข้า เจ้าต้องรู้ไว้ว่าคำพูดบุรุษเป็นใหญ่ นั่นหมายถึงเจ้าต้องเคารพข้าที่เป็นบุรุษ คำพูดเถียงไปเถียงมาหาสาระไม่ได้ของเจ้า ต่อไปอย่าได้พูดอีก”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”

เมื่อหลินเฮงฉวนเห็นว่าซูเจินจูพูดง่ายก็ยิ้มเล็กน้อย คิ้วที่เคยขมวดจนเป็นปมก็คลายออกอย่างง่ายดาย ชั่วขณะนึงเขารู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมดนั้น เป็นเพราะซูเจินจูยังเด็ก เป็นเพียงสตรีที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น การอบรมสั่งสอนก็ไม่ทั่วถึง อีกทั้งยังเป็นเพียงลูกของฮูหยินรอง พื้นเพของฮูหยินรองก็เป็นเพียงสาวชาวบ้านที่ถูกขายมา จะให้ตระกูลซูอบรมอย่างดีคงเป็นไปไม่ได้ ต่อไปภายหน้าหากได้เขาอบรม ซูเจินจูก็คงมีมารยาทมากขึ้นเอง

“อีกเรื่องนึง ข้าต้องการให้เจ้าเลิกยุ่งกับไฉตงชุน ในภายภาคหน้าเจ้าต้องเป็นสตรีของข้า ข้าขอสั่งห้ามเจ้า ห้ามยุ่งกับบุรุษคนใดทั้งสิ้น”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”

หลินเฮงฉวนอดแปลกใจเล็กน้อยไม่ได้ เรื่องอื่นพูดง่ายก็ช่างเถอะ แต่ซูหนี่ย์บอกว่าซูเจินจูกับไฉตงชุนแอบพบกันบ่อยครั้ง ไฉนจึงตกปากรับคำเขาง่ายเช่นนี้

“เจ้าพบเขาบ่อยหรือไม่” หลินเฮงฉวนยกชาขึ้นดื่มพลางแอบสังเกตกริยาของซูเจินจู

“ข้าไม่รู้จักเขาเจ้าค่ะ” ซูเจินจูคร้านจะอธิบายนางจึงยกชาขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหลินเฮงฉวนตรงๆ

“คุณชายมีสิ่งใดจะสั่งข้าเพิ่มเติมก็เชิญสั่งมาได้เจ้าค่ะ หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าคงต้องขอตัวไปพักเสียหน่อย วันนี้นั่งอยู่ในรถม้าทั้งวันทำให้ร่างกายของข้าปวดเมื่อยไปหมดเสียแล้ว”

หลินเฮงฉวนถูกสายตาของซูเจินจูจ้องมาตรงๆจนเหมือนตกอยู่ในภวังค์ แม้จมีสตรีมากมายพึงใจเขา แต่ไม่มีสตรีใดเลยที่กล้าจ้องตาเขาตรงๆเช่นนี้ ดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายสดใส มีชีวิตชีวาตัดอารมณ์กับใบหน้าที่ดูเฉยชานั้น กลับเข้ากันได้ดี และยังทำให้ใจเขาสั่นอย่างประหลาด

“ข้าขอตัว” ซูเจินจูที่เห็นหลินเฮงฉวนเงียบไป นางจึงกล่าวลาอีกครั้งและลุกขึ้นมาทันที นางเพิ่งเดินไปได้สองสามก้าวก็ได้ยินหลินเฮงฉวนเรียกไว้

“หากเจ้าต้องการไปชมดอกไม้ก็ให้บ่าวไปบอกข้า คราวหน้าข้าจะพาเจ้าไปเอง” เมื่อพูดจบเขาก็ลุกออกไปทันที โดยไม่ได้บอกลาซูหนี่ย์ที่นั่งรอเขาอยู่ที่ห้องโถง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

関連チャプター

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูซื้อที่ดินสองร้อยตำลึง ให้ลุงหวังสิบตำลึง มัดจำค่าปลูกบ้านสามร้อยตำลึง ค่ารถม้าสามร้อยอีแปะ ซาลาเปายี่สิบลูกแปดสิบอีแปะ ขนมร้านเสี่ยวซือกวงสองตำลึง บะหมี่ของคุณหนูสองชามของบ่าวหนึ่งชาม สิบห้าอีแปะ คุณหนูจะเหลือเงิน สามร้อยเก้าสิบห้าตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งเงินที่ต้องจ่ายช่างเฉินออกมาอีก สองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึง คุณหนูจะเหลือเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ”“สี่เสวี่ย ต่อไปข้าคงต้องพึ่งพาฝีมือวาดรูปของเจ้า ให้เลี้ยงดูข้าเสียแล้ว” นางฟังที่สี่เสวี่ยเจื้อยแจ้วจัดการบัญชีให้นางดูเหมือนผู้จัดการตัวน้อย ทุกครั้งที่เงินในหีบนี้ลดลง สีหน้าของสี่เสวี่ยดูเจ็บปวดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก“หากคุณห

    最終更新日 : 2025-04-05
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”“เจ้า!!!”…....“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วคร

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้งจวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 3

    คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย เจ้าเองก็เหมือนกันหนี่ย์เอ๋อร์ เรื่องพวกนี้บอกพ่อเจ้าได้เหรอ จะให้พ่อเจ้าโกรธตายรึยังไง” ฮูหยินซูเข้าไปปลอบสามีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยเห็นนายท่านซูโกรธขนาดนี้“เจ้าสิตาย ปากเจ้าใหญ่แค่ไหนถึงกล้ามาแช่งข้า เพราะหนี่ย์เอ๋อรู้ความถึงได้บอกข้า ไม่บอกแล้วข้าจะรู้เหรอว่าไอ้จวนนายอำเภอมันตั้งใจจะเหยียบหัวข้า ทำการค้ามาตั้งกี่ปี จ่ายให้พวกมันไปตั้งเท่าไหร่ หนังเสือยังไม่ทันส่งเข้าเมืองหลวงก็ต้องส่งเข้าจวนนายอำเภอก่อนมันยังกล้าขู่ข้าขนาดนี้ อัปรีย์ ไอ้พวกอัปรีย์!! ไป ไปตามอาจูมา ข้าต้องถามนางให้รู้เรื่อง” ทำการค้ามาหลายปีจะมายอมขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ กว่าจะเลี้ยงซูเจินจูมาหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่งงานมีหน้ามีตาไม่ได้ ก็ต้องแต่งได้เส้นสาย แต่งเงินแต่งทองไม่ได้ก็ต้

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รับความไว้ใจจากนายท่านผู้เฒ่าซูมาก ยิ่งเห็นซูเจินจูมาตั้งแต่เกิดจนโต ได้ยินข่าวเสียหายที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยิ่งเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้จากใจจริง“ทำให้ท่านลุงฝูเป็นห่วงแล้ว”“คุณหนูรีบเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ” หลงจู๊พยายามพูดให้ซูเจินจูเข้าไปด้านในให้ได้ ด้วยเห็นสายตาจากหลายๆคนมองมาที่ซูเจินจูอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนนายอำเภอได้ถูกเล่าลือออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ซูเจินจูกลับเพียงยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นสักพัก หลังทักทายกันอีกสองสามประโยค ซูเจินจูจึงขอตัวเข้าไปดูเอกสารที่ห้องทำงานบนชั้นสองร้านผ้าซูเตี้ยนเป็นร้านผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของอำเภอเหอ ขายผ้าพับและเสื้อคลุมขนสัตว์ผ้าพ

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็

    最終更新日 : 2025-04-03
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้างอันธพาลไว้แล้ว นางต้องพาคุณหนูสี่ไปด้วยกันให้สำเร็จ“ข้าไม่ไป” ซูเจินจูไม่ได้สนใจอิงชุ่ย นางเดินออกไปทันที อิงชุ่ยที่ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทุกๆสองวันซูหนี่ย์จะต้องให้อิงชุ่ยมาชวนนางออกไปข้างนอก ทุกครั้งซูเจินจูจะปฏิเสธกลับไป แต่ครั้งนี้ เป็นฮูหยินรองที่มาชวนนางออกไปเดินตลาด ซูเจินจูเพียงให้เงินนางไปสิบตำลึง และด้วยเห็นแก่เงินสิบตำลึง ฮูหยินรองมี่ซิ่นจึงไม่ได้รบเร้าเจินจูต่อและออกไปอย่างสบายใจ“ท่านน้า เจินจูเออร์ละเจ้าคะ ข้าสั่งบ่าวไพร่ให้ไปจองเหลาอาหารตือฟ่างกว่างไว้แล้ว จะได้ให้เจิ

    最終更新日 : 2025-04-04
  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณชายหลินรออยู่ข้างหน้ายังกล้าให้ท่าบุรุษอื่นเชียวรึ” เหอๆ นังตัวดี คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ หากคุณชายหลินรู้ เจ้าไม่มีทางชูคออยู่บนเตียงได้แน่ และถ้าหากนายน้อยไฉรู้ว่าเจ้ามีค่าเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะเป็นแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินฮูหยินซูก็ไม่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างซูหนี่ย์ต้องผิดหวัง คนเราหากหวังดีปฏิเสธแม่สื่ออ้อมๆก็ยังพอรักษาหน้า แต่คนอย่างฮูหยินซู มีช่องให้ทำลายซูเจินจูมีหรือจะไม่ทำ เล่าวีรกรรมซูเจินจูที่เข้าไปให้ท่าคุณชายหลินถึงในจวนนายอำเภอ ออกอุบายให้คุณชายหลินทำลายชื่อเสียงตน ร้องขอขึ้นเป็นฮูหยินตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนทั้งที่พิ่งจะอายุสิบสามปี เพราะความอิจฉาที่คุณชายหลินมีใจให้ซูหนี่ย์ คุณชายหลินทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดจึงเขียนสัญญาจะรับนางเข้าจวนไ

    最終更新日 : 2025-04-04

最新チャプター

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูซื้อที่ดินสองร้อยตำลึง ให้ลุงหวังสิบตำลึง มัดจำค่าปลูกบ้านสามร้อยตำลึง ค่ารถม้าสามร้อยอีแปะ ซาลาเปายี่สิบลูกแปดสิบอีแปะ ขนมร้านเสี่ยวซือกวงสองตำลึง บะหมี่ของคุณหนูสองชามของบ่าวหนึ่งชาม สิบห้าอีแปะ คุณหนูจะเหลือเงิน สามร้อยเก้าสิบห้าตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ บ่าวแบ่งเงินที่ต้องจ่ายช่างเฉินออกมาอีก สองร้อยเจ็ดสิบห้าตำลึง คุณหนูจะเหลือเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงกับหกร้อยสิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ”“สี่เสวี่ย ต่อไปข้าคงต้องพึ่งพาฝีมือวาดรูปของเจ้า ให้เลี้ยงดูข้าเสียแล้ว” นางฟังที่สี่เสวี่ยเจื้อยแจ้วจัดการบัญชีให้นางดูเหมือนผู้จัดการตัวน้อย ทุกครั้งที่เงินในหีบนี้ลดลง สีหน้าของสี่เสวี่ยดูเจ็บปวดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก“หากคุณห

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และตำบลจ้างหนาน จนถึงหมู่บ้านซานหมู่บ้านซานเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่เพียงห้าสิบหลังคาเรือน พื้นดินแห้งแล้งทำให้ปลูกพืชผักได้น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น จึงไม่ค่อยมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาวุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่ดีของนางซูเจินจูเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน แจ้งความต้องการว่าต้องการซื้อที่ดิน หลังการสอบถามจนแน่ใจว่าพวกนางจะไม่เป็นอันตรายต่อคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็พาพวกนางมาวัดที่ดินที่ว่างอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่ดินตรงนี้ด้านหน้าติดถนน รถม้าเข้าออกสะดวกด้านหลังลากยาวไปจนติดภูเขา ถัดไปอีกสิบจั้งก็เป็นลำธาร ติดตรงที่พื้นที่ตรงนี้กว้างถึงห้าสิบหมู่ ในตอนแรกซูเจินจูค่อนข้างลำบากใจถ้าหากต้องซื้อที่กว้างขนาดนี้ นางกลัวว่าเงินที่นางมีอยู่จะไม่พอ แต่

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณชายหลินรออยู่ข้างหน้ายังกล้าให้ท่าบุรุษอื่นเชียวรึ” เหอๆ นังตัวดี คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ หากคุณชายหลินรู้ เจ้าไม่มีทางชูคออยู่บนเตียงได้แน่ และถ้าหากนายน้อยไฉรู้ว่าเจ้ามีค่าเพียงสาวใช้อุ่นเตียงก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะเป็นแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินฮูหยินซูก็ไม่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างซูหนี่ย์ต้องผิดหวัง คนเราหากหวังดีปฏิเสธแม่สื่ออ้อมๆก็ยังพอรักษาหน้า แต่คนอย่างฮูหยินซู มีช่องให้ทำลายซูเจินจูมีหรือจะไม่ทำ เล่าวีรกรรมซูเจินจูที่เข้าไปให้ท่าคุณชายหลินถึงในจวนนายอำเภอ ออกอุบายให้คุณชายหลินทำลายชื่อเสียงตน ร้องขอขึ้นเป็นฮูหยินตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนทั้งที่พิ่งจะอายุสิบสามปี เพราะความอิจฉาที่คุณชายหลินมีใจให้ซูหนี่ย์ คุณชายหลินทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดจึงเขียนสัญญาจะรับนางเข้าจวนไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้างอันธพาลไว้แล้ว นางต้องพาคุณหนูสี่ไปด้วยกันให้สำเร็จ“ข้าไม่ไป” ซูเจินจูไม่ได้สนใจอิงชุ่ย นางเดินออกไปทันที อิงชุ่ยที่ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทุกๆสองวันซูหนี่ย์จะต้องให้อิงชุ่ยมาชวนนางออกไปข้างนอก ทุกครั้งซูเจินจูจะปฏิเสธกลับไป แต่ครั้งนี้ เป็นฮูหยินรองที่มาชวนนางออกไปเดินตลาด ซูเจินจูเพียงให้เงินนางไปสิบตำลึง และด้วยเห็นแก่เงินสิบตำลึง ฮูหยินรองมี่ซิ่นจึงไม่ได้รบเร้าเจินจูต่อและออกไปอย่างสบายใจ“ท่านน้า เจินจูเออร์ละเจ้าคะ ข้าสั่งบ่าวไพร่ให้ไปจองเหลาอาหารตือฟ่างกว่างไว้แล้ว จะได้ให้เจิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รับความไว้ใจจากนายท่านผู้เฒ่าซูมาก ยิ่งเห็นซูเจินจูมาตั้งแต่เกิดจนโต ได้ยินข่าวเสียหายที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วยิ่งเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้จากใจจริง“ทำให้ท่านลุงฝูเป็นห่วงแล้ว”“คุณหนูรีบเข้าไปข้างในก่อนเถอะขอรับ” หลงจู๊พยายามพูดให้ซูเจินจูเข้าไปด้านในให้ได้ ด้วยเห็นสายตาจากหลายๆคนมองมาที่ซูเจินจูอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนนายอำเภอได้ถูกเล่าลือออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ซูเจินจูกลับเพียงยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นสักพัก หลังทักทายกันอีกสองสามประโยค ซูเจินจูจึงขอตัวเข้าไปดูเอกสารที่ห้องทำงานบนชั้นสองร้านผ้าซูเตี้ยนเป็นร้านผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของอำเภอเหอ ขายผ้าพับและเสื้อคลุมขนสัตว์ผ้าพ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 3

    คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย เจ้าเองก็เหมือนกันหนี่ย์เอ๋อร์ เรื่องพวกนี้บอกพ่อเจ้าได้เหรอ จะให้พ่อเจ้าโกรธตายรึยังไง” ฮูหยินซูเข้าไปปลอบสามีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยเห็นนายท่านซูโกรธขนาดนี้“เจ้าสิตาย ปากเจ้าใหญ่แค่ไหนถึงกล้ามาแช่งข้า เพราะหนี่ย์เอ๋อรู้ความถึงได้บอกข้า ไม่บอกแล้วข้าจะรู้เหรอว่าไอ้จวนนายอำเภอมันตั้งใจจะเหยียบหัวข้า ทำการค้ามาตั้งกี่ปี จ่ายให้พวกมันไปตั้งเท่าไหร่ หนังเสือยังไม่ทันส่งเข้าเมืองหลวงก็ต้องส่งเข้าจวนนายอำเภอก่อนมันยังกล้าขู่ข้าขนาดนี้ อัปรีย์ ไอ้พวกอัปรีย์!! ไป ไปตามอาจูมา ข้าต้องถามนางให้รู้เรื่อง” ทำการค้ามาหลายปีจะมายอมขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ กว่าจะเลี้ยงซูเจินจูมาหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่งงานมีหน้ามีตาไม่ได้ ก็ต้องแต่งได้เส้นสาย แต่งเงินแต่งทองไม่ได้ก็ต้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอคอยเพื่อแก้แค้นฉัน ทำอะไรฉันตอนอยู่ในประเทศจีนไม่ได้ก็ลอบติดตามมาทำร้ายฉันถึงแคนนาดา ยอมแลกชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวเพียงคนเดียวที่ถูกฉันเฉือนเนื้อเถือกระดูกคนนั้น..ฮ่าๆ ฉันรอดชีวิต ตกมาจากความสูงขนาดนั้น ตกลงมากลางมหาสมุทร นี่ฉันรอดมาได้ยังไงนะ หรือว่าลอยมาติดเกาะ?ขณะที่เฟิงซือจูลืมตาลำแสงสีส้มยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่างเข้ามา ยังไม่ทันสังเกตสถานที่นี้ให้ชัด ความเจ็บปวดรุนแรงที่ศรีษะก็ถาโถมเข้ามา เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สลบไปอีกครั้งจวบจนเช้าอีกวัน เมื่อเฟิงซือจูลืมตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจกับสถานที่ตรงหน้า ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ นั่น นั่น! โต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณ? ชุดโต๊ะไม้แดงกลางห้อง? ตู้เสื้อผ้าแบบเตี้ยสองบานพับ? เชิงเทียนรูปทรงแปลกๆนั่น? … นี่มันเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณเหรอ แม่เจ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครัว หลังจากจัดการคนพวกนั้นได้ ค่อยส่งคุณหนูให้นายท่านเฟิงหม่าจู”“ถ้าฝากเลี้ยงแค่ชั่วคราวก็หาคนอื่นเถอะ”“เจ้า!!!”…....“คุณปู่ .. ทางนู้นมีทุ่งหญ้า แล้วก็มีดอกไม้เต็มไปหมด ภูเขาก็กว้างมากเลยค่ะ หลานชอบ” เด็กสาวตัวน้อยวิ่งมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผู้มองพองโตเหมือนฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศรอบตัวอบอวลด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ ...” น้ำเสียงเจือความลำบากใจของเฟิงหม่าจูเอ่ยขึ้น พลันทำให้ผู้ติดตามก้มหน้ามองพื้นด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยวัยเพียง 4 ปี“นายท่าย ท่านหมอเหวิงและท่านหมอหยางมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน ครูฝึกเซียวมาถึงแล้วครับ”“นายท่าน พ่อบ้าน แม่นม คนรับใช้ และผู้ดูแลทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดชีวิตเข้าประจำที่คฤหาสน์ของตระกูลเฟิงเรียบร้อยแล้วคร

無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status