ทันทีที่เทียนก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ก็มีบอดี้การ์ดวัยรุ่นคนนึงรีบเดินตรงมาหาเขา
"คุณท่านรออยู่ข้างบนครับคุณเทียน" พายุพูด "ทำไมคุณปู่ถึงเรียกให้ฉันมาหาตอนนี้ล่ะ" เทียนถาม "พอดีคุณท่านกำลังจะบินไปฮ่องกงคืนนี้ครับเลยอยากจะพบคุณเทียนก่อน" พายุตอบ "บินตอนเนี่ยนะ" เทียนถาม "อีก 2 ชั่วโมงครับ" พายุตอบ "บอกฉันมาสิว่านี่มันเรื่องอะไรกัน" เทียนถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะบรรยากาศในบ้านตอนนี้มันดูตึงผิดปกติ "สายของเรารายงานด่วนเข้ามาครับว่าพบตัวการที่แอบลักลอบขโมยข้อมูลคอนเนคชั่นของเราแล้ว" พายุตอบ "ก็แค่หนอนบ่อนไส้ตัวเดียวคุณปู่ต้องไปจัดการด้วยตัวเองเลยหรอ" เทียนถาม "เหมือนว่า...จะไม่ได้เป็นแค่หนอนบ่อนไส้ธรรมดานะครับ" พายุตอบออกมาอย่างไม่เต็มเสียง เทียนมองไปที่พายุด้วยความสับสนแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปเพราะสีหน้าของพายุดูลำบากใจที่จะตอบคำถามเขาพอสมควร "คุณเทียนครับ" จู่ๆ ก็ก็มีเสียงทุ้มต่ำของชายคนนึงเอ่ยเรียกเทียนจากบนบันได พอเขาเงยหน้าขึ้นไปพบกับวิสุทธิ์ชายวัย 50 ปีที่มีหน้าที่ดูแลข้างกายของคุณซ่ง "คุณท่านรออยู่รีบขึ้นไปเถอะครับ" วิสุทธิ์พูด "รู้แล้ว" เทียนตอบแล้วก็รีบวิ่งขึ้นไปพบคุณซ่งปู่ของเขาทันที ก๊อกๆๆ "คุณปู่ครับ" เทียนพูด "เข้ามาสิ" คุณซ่งตอบ เทียนเปิดประตูเข้าไปในห้องทันทีที่ได้รับอนุญาตและเขาก็ได้พบกับปู่ที่กำลังนั่งรออยู่พอดี  "มา มานั่งใกล้ปู่นี่" คุณซ่งพูดแล้วใช้มือแตะโซฟาเบาๆ เพื่อบอกให้หลานชายสุดที่รักมานั่งด้วยกัน "คุณปู่มีเรื่องอะไรสำคัญจะคุยกับผมหรอครับ" เทียนถาม "ปู่หาตัวคนที่มันขโมยข้อมูลของเราได้แล้วนะ" คุณซ่งตอบ "ใครเหรอครับ" เทียนถามออกไปแล้วนั่งรอลุ้นคำตอบด้วยความตื่นเต้น สีหน้าของคุณซ่งนิ่งไปทันที "เมฆ" คำตอบของปู่เหมือนสายฟ้าผ่าลงกลางใจเทียน "มันจะเป็นไปได้ยังไงครับคุณปู่ เมฆเนี่ยนะ" เทียนถามออกไปด้วยสายตาสั่นไหว "ปู่รับรู้เรื่องนี้มาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ เลยส่งคนไปจับตาดูมันไว้ก่อน...และสุดท้ายปู่ก็ได้รับข่าวด่วนจากสายของเราเรื่องมันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง" คุณซ่งตอบ เทียนทิ้งตัวลงไปผิงที่โซฟาอย่างคนหมดแรง เขารักและเอ็นดูเมฆเหมือนน้องชายแท้ๆ คนนึงเพราะเมฆอายุเท่ากับธูปน้องชายของเขาเลยทำให้เมฆมาเที่ยวเล่นกับธูปที่บ้านของเขาบ่อยๆ พอได้เจอบ่อยก็เกิดความรักความเอ็นดู แม้เมฆจะมีนิสัยดื้อรั้นและไม่เอาอ่าวอยู่บ้างแต่ก็เป็นน้องชายที่น่ารักของเขามาตลอด ใครพูดอะไรก็ไม่ฟังแต่ถ้าเขาเป็นคำออกคำสั่งเมฆก็จะไม่เกี่ยงเลยสักนิด วันนี้การที่ปู่บอกว่าเมฆคือคนร้ายที่ทำลายตระกูลมันเลยกลายเป็นเหมือนไฟที่กำลังแผดเผาหัวใจของเขาอยู่ตอนนี้ "ปู่จะทำยังไงครับ" เทียนถามด้วยความเป็นห่วง "ก็ต้องดูว่ามันจะตอบคำถามปู่ยังไง" คุณซ่งตอบ "ไม่ฆ่าใช่ไหมครับ" เทียนถาม คุณซ่งหันไปมองหน้าหลานชายที่กำลังใช้สายตาอ้อนวอนเขาอยู่ ปกคิแล้วเทียนไม่ใช่คนอ่อนไหวง่ายแบบนี้หรอกนะ ไม่ว่าปู่หรือพ่อของเขาจะสั่งเก็บใครเขาก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว "มันก็เป็นหลายปู่คนนึงนะ ถ้ามันยอมรับผิดทุกอย่างแล้วกลับมาอยู่ที่บ้านขังตัวเองไว้ไม่เข้ามาก้าวก่ายธุรกิจของครอบครัวอีก ปู่ก็จะให้โอกาสมันได้ใช้ชีวิตที่สงบสุขอีกครั้ง" คุณซ่งตอบ "งั้นปู่ให้ผมไปด้วยนะครับ ผมเชื่อว่าเมฆต้องฟังที่ผมพูดแน่ๆ" เทียนพูด "เทียนอยู่ที่นี่แหละ" คุณซ่งตอบ "แต่ว่า~" เทียนกำลังจะพูดแต่ปู่ก็เขาก็ขัดขึ้นมาซะก่อน "เดี๋ยวเรื่องนี้ปู่จัดการเอง...และระหว่างนี้ที่ปู่ไม่อยู่ถ้าย่ารองเขาพาไปทำความรู้จักกับใครเราก็ตามย่ารองไปเถอะนะ" คุณซ่งพูด "ปู่หมายความว่าไงครับ" เทียนถาม "เทียนอายุเยอะแล้วควรมีครอบครัวเป็นของตัวเองได้แล้ว" คุณซ่งตอบ "แต่ปู่ก็รู้ว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงอ่ะ" เทียนพูด "ปู่รู้ แต่เทียนก็ต้องเข้าใจนะว่าคนเรายังไงซะมันก็ต้องมีครอบครัว ปกติปู่ก็ไม่เคยบังคับหลานคนไหนเลยไม่ว่าเขาจะชอบเพศอะไรแต่เทียนไม่เหมือนกัน...เทียนเป็นหลายชายคนโตของปู่ ต้องสืบทอดธุรกิจของที่บ้านทั้งหมดดังนั้นหลานจำเป็นต้องมีคนอยู่เคียงข้างเป็นคู่คิดที่พร้อมจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน" คุณซ่งตอบ "แล้วจำเป็นต้องเป็นผู้หญิงด้วยเหรอครับ" เทียนถาม "ถ้ถ้าไม่เป็นผู้หญิงแล้วเทียนจะมีทายาทได้ยังไงล่ะ" คุณซ่งตอบ เทียนก้มหน้าและเงียบไปทันที เทียนเข้าใจดีว่าปู่หวังดีกับเขาแต่เขาเองไม่สามารถรับมันไว้ได้จริงๆ ครอบครัวของเขาแม้จะเปิดกว้างมากแต่กับเขาที่เป็นหลานคนโตแล้วกับมีข้อผูกมัดไว้เต็มไปหมด เทียนเต็มใจเรียนรู้และรับช่วงดูแลทุกอย่างต่อจากปู่และพ่อของเขาอยู่แล้วเพราะตั้งแต่เด็กมาเขาก็ติดต่อพ่อและปู่ไปทำการค้าอยู่บ่อยๆ แต่เรื่องเดียวที่ทำให้เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตท่องเที่ยวไปวันๆ ก็คือกฎที่ปู่ตั้งไว้ว่าผู้สืบทอดต้องแต่งงานและมีทายาทไว้รับช่วงต่อเท่านั้น (กฎนี้ถูกตั้งขึ้นมาทีหลังตอนที่ปู่รู้เรื่องเทียนที่ชอบผู้ชาย) ดังนั้นหลังจากที่ตระกูลมีกฎนี้ขึ้นมาเทียนก็รู้ทันทีว่าเขาไม่เหมาะจะรับช่วงต่อก็เลยไม่ได้สนใจที่จะศึกษางานของตระกูลกับทุกคนแล้ว เขาเลือกที่จะไปท่องเที่ยวทั่วโลกหาประสบการณ์ดีๆ ในที่ต่างๆ แล้วให้ญาติพี่น้องคนอื่นทำหน้าที่นั้นแทนเขาต่อไปแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังหนีไม่พ้นเพราะคนที่ปู่ต้องการจริงๆ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถแต่งงานมีทายาทให้เขาได้แต่มันต้องเป็นเทียนเท่านั้น และนั่นเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ปู่ของเขายังไม่ยอมวางมือจากทุกอย่างแม้ว่าตัวเองจะอายุ 70 กว่าปีแล้วก็ตาม "ปู่มันเป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้ว ชีวิตนี้ไม่ขออะไรมากแค่อยากจะมีโอกาสอุ้มเหลนที่มาจากแกสักครั้ง" คุณซ่งพูดหลังจากเห็นว่าเทียนกำลังคิดไม่ตกอยู่ เทียนเงยหน้าขึ้นมามองหน้าปู่ด้วยความลำบากใจ "ให้เวลาผมหน่อยนะครับ" เทียนตอบ "แสดงว่าเทียนยอมแต่งงานมีทายาทให้ปู่แล้วใช่ไหม" คุณซ่งถามด้วยสายตาที่เป็นประกายดูก็รู้ว่าดีใจแค่ไหน "ไว้ปู่กลับมาแล้วผมค่อยตอบได้ไหมครับ" เทียนตอบ เขาแค่อยากยื้อเวลาออกไปสักหน่อยเพราะตอนนี้เขาทำให้ปู่ไม่ได้จริงๆ ถ้าตอบความจริงออกไปก็ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ตัดกำลังใจปู่มากเกินไปแต่ถ้าจะให้โกหกเพื่อความสบายใจก็ดูจะให้ความหวังปู่ของเขาเกินไป "ได้ แต่ระหว่างที่ปู่ไม่อยู่เทียนต้องไปตามนัดของย่ารองนะ ไม่ว่าย่ารองจะพาหลานไปดูตัวสักกี่ครั้งหลานก็ต้องไปทุกครั้งนะ" คุณซ่งพูด "ครับ" เทียนตอบ ก๊อกๆๆ "คุณซ่งครับ ได้เวลาไปสนามบินแล้วครับ" เสียงวิสุทธิ์ตะโกนเข้ามาขัดจังหวะปู่หลานคุยกันอยู่พอดีแต่สำหรับเทียนแล้วเสียงนี้กับช่วยชีวิตเขาไว้มาก "ได้" คุณซ่งตอบ "ปู่ต้องไปแล้ว" คุณซ่งหันมาบอกกับหบานชายสุดที่รัก "ครับ" เทียนตอบ "คิดให้ดีๆ นะเทียน ปู่รอคำตอบนั้นจากหลานอยู่นะ" ก่อนจะไปคุณซ่งก็ยังไม่วายใช้คำพูดเชิงกดดันเทียนเหมือนเป็นการบีบบังคับกลายๆ ว่าเทียนไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว "ผมไปส่งนะครับ" เทียนพูดแล้วจะช่วยประคองคุณซ่ง "ไม่เป็นไร ปู่แข็งแรงดีจะตายแข็งแรงกว่าพ่อแกซะอีก" คุณซ่งตอบแล้วลุกขึ้นยืนด้วยตังเอง แม้จะอายุเยอะแกเขากับแข็งแรงมากนอกจากเจ็บตัวจากการใช้กำลังชีวิตนี้ทั้งชีวิตเทียนก็ไม่เคยเห็นปู่ของเขาป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลเลย แม้ว่าคุณซ่งจะบอกว่าไม่ต้องมาส่งแต่เทียนเดินก็ยังเดินมาส่งปู่ของเขาจนถึงรถ "เอาล่ะ~พอแล้ว ปู่ไปเองได้" คุณซ่งพูดเพราะเทียนเอาตามเขาอยู่ตลอด "เดินทางปลอดภัยนะครับปู่" เทียนพูด "อืม" คุณซ่งตอบ "แล้วก็...เรื่องเมฆ ปู่ช่วยใจดีกับเขาหน่อยนะครับ" เทียนพูด "อืม" คุณซ่งถอดหายใจออกมาแล้วก็ตอบ คุณซ่งเองก็เสียใจไม่น้อยที่รู้ว่าคนที่คิดไม่ซื่อกับครอบครัวคือหลานชายตัวเองเพราะงั้นเขาจึงเลือกที่จะไปจัดการด้วยตัวเองเพราะถ้าปล่อยให้พ่อของเทียนหรือคนอื่นไปจัดการเรื่องนี้ ตัวเมฆเองคงเดือดร้อนไปมากกว่านี้หรือไม่ก็อาจจะไม่รอดเลย เทียนยืนส่งคุณปู่ของขาจนรถขับออกไปแต่หลังจากที่ปู่ออกไปแล้วสีหน้าของเขาก็เศร้าลงไปทันที เเขาถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจเพราะไหนจะเรื่องหมิง เรื่องเมฆและก็เรื่องแต่งงานของเขาอีก ตอนนี้เขาเครียดจนอยากจะหายออกไปจากโลกนี้เลย "วิสุทธิ์" คุณซ่งเอ่ยเรียกวิสุทธิ์ที่นั่งอยู่ข้างคนขับ "ครับคุณซ่ง" วิสุทธิ์ตอบ "สั่งคนของเราให้จับตาดูเทียนไว้ อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด" คุณซ่งพูด "ครับ" วิสุทธิ์ตอบแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคนเผื่อสั่งงานไว้ในช่วงที่เขากับคุณซ่งไปทำธุระที่ต่างประเทศปูนปั้นเดินเข้ามาในบ้านแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง วันนี้เป็นอีกวันที่ร้านของเขาวุ่นวายมากไม่มีเวลาปลีกตัวออกมาดูหน้าร้านเลย จริงๆ ปูนปั้นไม่ได้มีหน้าที่ทำครัวหรอกแต่เพราะหลายวันมานี้ที่ร้านโดนคอมเพลนมาเยอะเรื่องอาหารออกช้าและไม่ได้คุณภาพ เขาเลยต้องเขาไปตรวจสอบและช่วยหยิบจับอะไรนิดหน่อยเพื่อให้อาหารออกเสิร์ฟได้ตลอดจะให้เขาโทษพนักงานครัวที่ทำช้าก็ไม่ได้เพราะพนักงานชุดนี้นอกจทกเชฟกุ๊กไก่แล้วก็ล้วนแต่เป็นพนักงานใหม่ทั้งหมด เลยอาจจะทำให้พวกเขายังไม่คุ้นชินกับเมนูและอุปกรณ์ของที่นี่อยู่บ้าง"แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ คงต้องวางแผนใหม่แล้ว" ปูนปั้นพูดแล้วหลับตาลงช้าๆ เขารู้สึกเหนื่อยและท้อมากๆ ที่ต้องมารับผิดชอบควบคุมดูแลร้านนี้ในวัยเพียง 23 ปีแถมยังไม่มีคนมาคอยให้คำปรึกษาเขาอีกทำให้เขาต้องลงมือทำจริงพร้อมกับเรียนรู้ทุกอย่างไปพร้อมกัน พอมันเกิดข้อผิดพลาดเขาก็แทบจะแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไม่ได้เลย ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~4 เดือนก่อน"สรุปแล้วพี่สาวผมเป็นอะไรครับหมอ" ปูนปั้นถามออกไปด้วยความตื่นตระหนก"ทางเราพบว่ามีความผิดปกติจริงๆ คนไข้มีอาการเจ็บแน่นที่หน้าอก รู้สึกเหนื่อยง่ายอ่อนเพลีย ปวดร้าวบ
ตอนนี้ภายในห้องรับรองบ้านใหญ่พวกบรรดาลูกหลานก็ต่างพากันมารวมตัวด้วยกันเต็มไปหมด มีทั้งคนร้องไห้ คนโวยวายเสียงดังเอ็ดตะโรไปหมดจนกระทั่งครอบครัวของเทียนเดินเข้ามา ทุกคนก็เงียบและหันมาสนใจพวกเขาทั้งที"พี่หล่ง นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะพี่" เอกรีบเดินเข้าถามด้วยความสงสัย"นั่นสิพี่ มีคนบอกว่าพ่อตายแล้วมันไม่จริงใช่ไหมพี่" มุกดาเข้ามาเขย่าตัวพี่ชายอย่างคนขาดสติจนเจสันต้องเข้ามาช่วยประคองมุกดาให้ถอยออก"ปล่อยนะ! ฉันคุยกับพี่ชายอยู่แกไม่เห็นหรือไง" มุกดาหันไปตวาดเจสันแล้วพลักเขาออกทันที"พี่หล่ง...ฮือ...พ่อยังไม่ตายใช่ไหมพี่...อึก...บอกฉันสิว่าบอดี้การ์ดพวกนี้มันรับสารมาผิดอ่ะ...ฮื้อ...ฮือ...พี่หล่ง" มุกดาพยายามเต้นเอาคำตอบจากพี่ชายทั้งที่ในใจเธอก็รู้ดีว่าคนของบ้านใหญ่ไม่มีทางเผยแผ่ข่าวสารที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน"นพ" คุณหล่งหันไปหาน้องเขยที่นั่งปลอบใจลูกสาวอยู่แล้วเรียกเขาด้วยน้ำเสียงดุดัน"ครับ" นพลุกขึ้นแล้วตอบทันที"มาพาเมียแกไปนั่งทีไป" คุณหล่งพูด"ครับ" นพตอบแล้วรีบเข้ามาพยุงมุกดาไปนั่งพักอยู่ข้างๆ ลูกสาว จากนั้นครอบครองของคุณหล่งก็เดินไปนั่งประจำที่เพื่อรอผู้นำหญิงทั้งสองออกมาพูดคุยเรื่องนี
เทียนนั่งมองโรงศพของปู่เขาทุกวันตั้งแต่ที่ศพมาถึงประเทศไทยจนพรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้อยู่กับปู่เป็นวันสุดท้าย ยิ่งมองเรื่องราวความทรงจำในอดีตของเขากับปู่ก็ยิ่งผุดขึ้นมาในหัวเขา "ทำไมปู่ถึงทิ้งไปผมแบบนี้ล่ะครับ...ไหนปู่บอกว่าจะกลับมาฟังคำตอบจากผมไม่ใช่เหรอ" เทียนพูดออกมาทั้งน้ำตา ตอนนี้ทุกคนกลับไปพักหมดแล้วเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังนั่งอยู่เป็นเพื่อนปู่ตรงนี้"พรุ่งนี้พวกเราก็ต้องแยกจากกันแล้ว ฮึก~งั้นผมขอตอบคำถามปู่ตรงนี้เลยแล้วกันนะครับ...ฮือ...ผมทำไม่ได้ครับปู่...ฮึก...ฮือ...ผมทำไม่ได้ ผมแต่งงานกับผู้หญิงไม่ได้ครับ...ฮื้อ...ฮือ...ผมขอโทษ ผมทำให้ปู่ผิดหวังอีกแล้ว...ฮื้อ...ฮือ...ฮือ...ฮื้อ...ฮึก...ฮือ" เทียนนั่งร้องไห้จนตัวโยนด้วยความเสียใจ เขารู้สึกผิดมากที่ไม่สามารถทำตามความต้องการของปู่ได้แถมการที่ปู่จะจากไปเขายังได้ติดค้างคำตอบของปู่อีกเวกัสเดินเข้ามาดูเทียนที่นั่งร้องไห้ปานคนจะขาดใจ เขารู้ว่าเทียนกับคุณซ่งรักและสนิทกันมากแค่ไหนและก็รู้ว่าคงไม่มีคำปลอบโยนใดที่จะทำให้หัวใจของเทียนรู้สึกดีขึ้น เวกัสเดินเข้าไปแล้วย่อตัวนั่งลงข้างๆ เทียน เขาใช้มือทั้งสองข้างโอบไหล่ของเ
หลังจากแยกย้ายกันกลับบ้านดารินก็เข้ามาทำแผลให้ลูกชายด้วยความเป็นห่วง"เจ็บไหมลูก" ดารินถาม"นิดหน่อยครับแม่" เทียนตอบ"พี่เทียน ไอ้เมฆมันทำแบบนั้นจริงๆ เหรอพี่" ธูปถาม"คุณปู่บอกพี่แบบนั้นอ่ะ" เทียนตอบ"นี่พ่อไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเงียบๆ เรียบร้อยดูไร้พิษสงอย่างไอ้เจ้าเมฆมันจะกล้าทำอะไรแบบนี้" หล่งพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดเพราะเมื่อก่อนเขาเองก็รักและเอ็นดูเมฆเหมือนกับลูกชายคนนึงของตัวเองเหมือนกัน"ตอนผมได้ยินครั้งแรกก็ตกใจไม่ต่างจากทุกคนหรอกครับ" เทียนตอบ"แล้วนี่แกรู้เรื่องใหญ่โตนี้ก็ยังจะปิดบังพ่อกับแม่อีกนะ" หล่งหันมาดุเทียนที่ปิดบังเรื่องของเมฆกับตัวเองมาตั้งหลายวัน"คุณเทียนครับ พวกเราได้เอกสารทั้งหมดมาแล้วครับ" เจสันกับเวกัสเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มและสมุดบัญชีจำนวนมาก"เอาเข้าไปวางที่ห้องทำงานของฉันเลย" ดารินตอบ"ครับ" เจสันและเวกัสตอบก่อนจะเดินเอาของไปไว้ให้เจ้านาย"แต่แม่ครับ~" เทียนกำลังจะพูดแต่ดารินยื่นมือไปจับมือของลูกชายไว้ก่อน"เดี๋ยวแม่ช่วยเทียนเอง" ดารินพูด เทียนค่อยๆ ยิ้มออกมา"ครับ" เทียนตอบหลังจากมื้อเย็นเทียนและดารินก็ช่วยกับจัดการตรวจสอบบัญชีและเอกสารทั้งหมดด้วยกันโดยมี
"ช้าๆ ระวังเท้าด้วยสิ" ปูนปั้นพพูด เขาประคองเทียนเข้ามาในห้องนอนของตัวเองแล้วทิ้งคนตัวใหญ่ลงเตียงอย่างแรงแฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ปูนปั้นหอบหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยเพราะน้ำหนักตัวของเทียนไม่ใช่เล่นๆ เลย ปูนปั้นมองดูเทียนแล้วยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยความสับสน"หางานให้ตัวเองแท้ๆ เลยไอ้ปูนปั้นเอ้ย~" ปูนปั้นพูดแล้วหันหลังจะเดินกลับไปแต่เทียนก็คว้าข้อมือของเขาไว้ก่อนจนปูนปั้นต้องหันกลับมาหาเขา"อย่าทิ้งผมไป...อย่าทิ้งผมไปเลยนะครับปู่" เทียนพูดเจ้อออกมาเบาๆ ปูนปั้นแกะมือของเขาออกแล้วมองเขาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย"ปู่ที่ไหนล่ะ นี่ปูนปั้นจ้า ชิส์!" พูดจบปูนปั้นก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเขาไปอาบน้ำทันที ผลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วปูนปั้นก็เดินเช็คผมออกมา เขามองไปที่เทียนอีกครั้งด้วยความรู้สึกแปลกๆ อาจเป็นเพราะปกติไม่เคยมีใครเข้ามาอยู่ในห้องนอนด้วยกันกับเขามันก็เลยทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ปูนปั้นเดินออกจากห้องไปหยิบโถใส่น้ำกับผ้าเช็คตัวผืนเล็กๆ เข้ามาวางไว้ที่ตู้ข้างเตียงก่อนจะนั่งลงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเทียนออก ตอนที่เทียนล้มทับตัวเขาตอนนั้นเขาก็รู้สึกได้แล้วว่าอุณภูมิร่างกายของเทียนสูงผิดปกติแบบหน้าตาก็อิดโรยกว
เมื่อมาถึงร้านเทียนก็รีบเดินไปที่รถของเขาทันที"ซี๊ด!..." เขาร้องออกมาทันทีที่ใช้มือแตะหลังคารถพร้อมกับรีบชักมือกลับเพราะตอนนี้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนอนตากแดดมาหลายชั่วโมงแล้ว"โธ่~ตัวร้อนจี๋เลยลูกไว้กลับบ้ทนพ่อเปิดแอร์ให้นอนฉ่ำๆ เลยนะ" เทียนพูดกับรถเบาๆ ปูนปั้นเดินตามมาทีหลังก็ถึงกับส่ายหัวให้ความโอเว่อร์ของเทียนทันที เขาเดินล้วงหากุญแจเปิดร้านในกระเป๋าจนมาหยุดอยู่หน้าประตูร้านทันที"เจอแล้ว" ปูนปั้นพูดแล้วเงยหน้าขึ้นมามองร้านของตัวเองแต่เขาก็ต้องตกใจ"เฮ้ย!" ทันทีที่เทียนได้ยินเสียงของปูนปั้นเขาก็รีบหันไปหาปูนปั้นด้วยความเป็นห่วงแต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าคือร้านของปูนปั้นถูกพ่นสีสเปรย์เขียนคำหยาบคายไว้เต็มไปหมด ตอนนี้ปูนปั้นเองก็ช็อคไม่ต่างกันเงยหน้ามองแล้วอ่านคำด้าท่อพวกนี้ทั้งหมดด้วยความโมโหและสับสน เทียนเดินเข้าไปหาปูนปั้นใกล้ๆ เพื่อดูปฏิกิริยาของเขาว่าโอเคหรือเปล่า"รู้ไหมว่าใครทำ" เทียนถาม ปูนปั้นส่ายหน้าตอบว่าไม่รู้ "เข้าไปตรวจดูข้างในก่อนเถอะว่ามีอะไรหายไปไหม" เทียนพูด ปูนปั้นหันมามองหน้าเขาด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจที่เขายังอยู่เป็นเพื่อน จากนั้นเขาก็ไขกุญแจเปิดร้านทันทีซึ่งสภาพภายใ
"คุณเทียนมีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับผมหรอครับ" พายุถาม"ฉันมีคนรู้จักอยู่คนนึงเขาเป็นเจ้าร้านที่นี่" เทียนตอบแล้วยื่นโทรศัพท์ให้พายุดูซึ่งมันเป็นรูปหน้าร้านของปูนปั้นที่มีทั้งตอนปกติและตอนที่เกิดปัญหา"ร้าน Happy Time หรอครับ" พายุพูด"นายรู้จักเหรอ" เทียนถาม"ครับ ผมเคยไปหาเพื่อนแถวนั้นอยู่ 2-3 ครั้งแต่ไม่เคยเข้าไปทานหรอกนะครับ" พายุตอบ"ตอนนี้ที่นี่กำลังถูกคุกคาม มีคนเอาสีสเปรย์ไปพ่นที่หน้าร้านนี้จนดูไม่ได้ ฉันอยากให้นายไปสืบมาหน่อยว่าใครเป็นคนทำแต่นายห้ามบอกเรื่องนี้ให้คนที่บ้านรู้เด็ดขาด เข้าใจไหม" เทียนพูด"ได้ครับคุณเทียน" พายุตอบ"นายสามารถเอาคนไปใช้ได้ 2-3 คนแต่ต้องกำชับพวกนั้นให้ดีว่าอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ไม่งั้นคนที่จะเดือดร้อนก็คือนายเอง" เทียนพูด"ครับ" พายุตอบ"นี่เป็นงานแรกที่ฉันมอบให้นายทำ...อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ" เทียนพูด"ผมจะทำให้เต็มที่ครับ...เอ่อ~ว่าแต่คุณเทียนมีเวลากำหนดให้ผมไหมครับ" พายุถาม "เร็วที่สุด" เทียนตอบ "ครับ" พายุตอบ"กลับไปพักผ่อนได้แล้วไปพรุ่งนี้จะได้มีแรงไปทำงานให้ฉัน" เทียนพูด"ได้เลยครับคุณเทียน รับรองพรุ่งนี้งานเดินผ่านฉลุยแน่นอน" พายุตอบแล้วยกนิ้ว
"พวกเราได้ภาพคนร้ายมาจากกล้องวงจรปิดน่ะครับ" บอดี้การ์ดคนที่หนึ่งตอบ "เป็นไปไม่ได้ คุณเทียนบอกผมมาแล้วว่ากล้องวงจรปิดที่ร้านมันเสียแล้วแบบนี้พวกคุณจะไปเอามาได้ยังไง" พายุพูด "พวกผมก็ไปเอามาจากบ้านของคนในระแวกไงครับ" บอดี้การ์ดคนที่หนึ่งตอบ "ใช่ครับ กล้องที่ร้านเสียพวกเราเลยไปไล่ขอคลิปจากกล้องวงจรปิดจากชาวบ้านแถวนี้แทนแล้วก็ให้ค่าตอบแทนพวกเขาไปนิดหน่อย ลองเอาภาพจากกล้องวงจรปิดของทุกบ้านมารวมกันก็พบเห็นชายต้องสงสัยที่ใส่ชุดดำทั้งตัวเดินออกมาจากทางร้าน Happy Time ช่วงเวลาประมาณตี 3 กว่าๆ จากนั้นเขาก็เดินเอาถุงอะไรบ้างอย่างไปทิ้งที่หน้าตึกร้างที่อยู่ห่างไปอีก 3 ซอยพอพวกเราไปตรวจสอบดูก็พบว่าในนั้นมีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับพ่นสี ถุงมือ มีดและกระป๋องสเปรย์อีกจำนวนมากเลยครับอุปกรณ์" บอดี้การ์ดคนที่สองตอบ หน้าของพายุดูอึ้งไปทันทีเขาไม่คิดว่าทุกคนจะฉลาดกันขนาดนี้เพราะตัวเขาเองคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ถ้าสองคนนี้ไม่พบหลักฐานอะไรป่านนี้เขาก็ยังคงเดินไล่ถามชาวบ้านต่อไปเรื่อยๆ จนหมดวันแน่ "เหรอ~ แล้วรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็นใคร"
"พวกเราจะไปไหนกันอ่ะลุง" ปูนปั้นถาม เขากลัวมากจนต้องกอดเทียนเอาไว้ตลอดส่วนเทียนก็คอยลูบหลังเขาเบา ๆ เพื่อไม่ให้ปูนปั้นสติแตกไปมากกว่านี้"หนูไปอยู่ที่ร้านก่อนตอนนี้ที่นั่นน่าจะปลอดภัยที่สุด" เทียนตอบ"แต่ว่าคุณเกรทก็ส่งคนไปจับผมมาจากที่นั่นนะ" ปูนปั้นพูด"มีแค่เกรทกับโอมที่รู้จักหนูแต่ตอนนี้สองคนนั้นไม่อยู่แล้วดังนั้นที่นั้นจึงปลอดภัยที่สุดอีกอย่างธูปกับหมิงก็อยู่ด้วย เชื่อพี่เถอะนะ" เทียนพูด"ครับ" ปูนปั้นตอบเอี๊ยดดดดด! (เสียงเบรกรถ)เสียงเบรกรถดังมากจนเอมม่าตกใจจนต้องหันหน้าออกมาดูเพราะคิดว่าเกิดอุบัติเหตุที่หน้าร้านโชคดีที่ตอนนี้ในร้านไม่มีลูกค้าเลยไม่งั้นคงทำให้ลูกค้าตกใจขวัญกระเจิงเป็นแน่ หลังจากเห็นเทียนกับปูนปั้นลงมาจากรถท่าทางอาลัยอาวรณ์กันเอมม่าก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจว่าทั้งคู่เป็นอะไรไปเพราะเธอไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องอะไรกับทั้งสองคนไม่งั้นป่านนี้เธอคงไม่สามารถนั่งเฝ้าร้านได้อย่างสบายใจหรอก"แค่แยกกันไปทำงานต้องกอดอะไรกันขนาดนั้นอ่ะ ทำอย่างกับจะตายจากกันอย่างงั้นแหละ" เอมม่าพูดด้วยความสงสัยเพราะสีหน้าแววตาของทั้งคู่ดูเศร้าและหวาดกลัวมาก จากนั้นไม่นานเทียนก็กลับขึ้นรถแล้วก็ออกจากร
"เกรทททท...เกรทอย่าตายนะเกรท" เทียนพยายามปลุกเกรททั้งน้ำตามทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้จนปูนปั้นที่เห็นก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้จึงได้ขยับเข้ามากอดปลอบเทียน "พวกเราต้องไปแล้วครับ" เจ๋งพูดขึ้นเพราะกลัวว่าจะมีคนจากอีกฝั่งมาเสริมอีก "ลุง" ปูนปั้นเรียกแต่เทียนก็เอาเอาแต่นอนฟุบหน้าลงกับศพของเกรทอยู่ "พาคุณเทียนกับคุณเปูนปั้นไป" เจ๋งหันไปบอกกับพายุ "ครับ" พายุรีบเก็บปืนแล้วเขามาช่วยปูนปั้นพยุงพาเทียนออกไปทั้ง ๆ ที่เขายังไม่อยากไป "ไปครับคุณเทียน" พายุพูด "ไอ้โอมไป" เจ๋งรีบเข้าไปช่วยโอมที่กอดร่างของเจ้านายไว้อยูาเช่นกัน "คุณเกรท" โอมไม่ยอมปล่อยมือออกจากเกรทจนเจ๋งต้องกระชากเขาออกไป "มึงต้องไปก่อน!" เจ๋งพูด "แต่คุณเกรท" โอมพูด "เสร็จแล้วพวกเราค่อยกลับมารับร่างคุณเกรทด้วยกัน รีบไปไอ้โอม" เจ๋งพูด โอมได้แต่ต้องยอมรับแล้วปล่อยมือจากเกรทไป ทั้ง 5 คนเดินออกมาจนถึงรถแต่จู่ ๆ ก็มีคนของเหรียญโผล่มาอีก "เฮ้ย!" ปัง! ปัง! ปัง! (เสียงปืน) "อร๊ายยย" เทียนรีบหมุนตัวมากอดปูนปั้นไว้เพราะกลัวว่าเขาจะถูกยิงจากนั้นเสียงปืนก็ดังรัว ๆ ยิงสวนไปจากฝั่งของพายุและเจ๋งทันทีจนอีกฝ่ายล้มลง "ไอ้โอม!" เสีย
คนของเกรทรีบวิ่งเข้ามาขว้างเทียนทันทีเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะบุกเข้าไปในบ้าน"ถอยไป!" เทียนตะคอกเสียงดังแต่ลูกน้องของเกรทไม่มีท่าทีจะกลัวเทียนเลยแถมยังทำสีหน้าลอยตาจนเทียนอดใจไม่ไหวยกขาขึ้นมาถีบที่ท้องเต็มแรงจนลูกน้องของเกรทล้มลงไป"เฮ้ย!" ลูกน้องคนอื่น ๆ ของเกรทเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนล้มลงไปก็รีบชักปืนออกมาจ่อหน้าของเทียนด้วยความโมโหแต่เจ๋งกับพายุก็ไม่ยอมเช่นกัน เขาสองคนชักปืนออกมาแล้วเล็งไปที่ลูกน้องของเกรททันที ทั้งหมดมองจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนในที่สุดเกรทก็เดินออกมา"มาแล้วเหรอ" เกรทพูด"ปูนปั้นอยู่ไหน" เทียนถาม"ใจเย็น ๆ สิเทียน" เกรทตอบ"เราเคยบอกเกรทแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับปูนปั้นอ่ะ" เทียนพูด"แล้วทำไมเราต้องฟังเทียนด้วยล่ะ" เกรทถาม"เราไม่อยากมีปัญหากับเกรทนะแค่ถ้าเกรททำอะไรปูนปั้นล่ะก็เราจะทำให้เกรทรู้สึกเสียใจที่สุดที่ทำแบบนี้กับเรา" เทียนตอบ"ฮึ~ เทียนได้ทำมันไปแล้วแหละ" เกรทพูดด้วยแววตาสั่นคลอนจนทำให้เทียนรู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง"เราจะพาปูนปั้นกลับ" เทียนพูด"เราไม่อนุญาต" เกรทตอบ"เกรท!" เทียนใช้เสียงต่ำเรียกเขาเหมือนกำลังบอกเขาให้รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวกำลังใช้ความอดทนแบ
เทียนรีบวิ่งเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็วจนเอมม่าที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ยังตกใจ"ว้าย! คุณเทียน~" เอมม่าพูด"ปูนปั้นอยู่ไหมครับ" เทียนถาม"ปูนปั้นออกไปแล้วค่ะ คุณเทียนมีอะไรหรือเปล่าคะทำไมรีบร้อนขนาดนี้" เอมม่าถาม"ปูนปั้นออกไปไหน ไปนานหรือยังครับแล้วไปกับใคร" เทียนถามออกมารัว ๆ ออกมาด้วยสีหน้าตื่นตกใจจนเอมม่าเริ่มรู้สึกแปลก ๆ"เอ่อ...เห็นว่าจะกลับคอนโดนะคะแล้วก็ออกไปสักพักใหญ่แล้วด้วยส่วนถ้าถามว่าออกไปกับใครก็คงไปกับคนของคุณเทียนนั่นแหละค่ะ" เอมม่าตอบ"ขอบคุณครับ" เทียนพูดจบก็รีบออกจากร้านแล้วขึ้นรถไปทันที"ส่งคนของเราออกจากหาไอ้โอมเดี๋ยวนี้แล้วบอกให้ฝ่ายข้อมูลเจาะสัญญาณมือถือของโอมกับปูนปั้นด่วน" เทียนพูด"ครับคุณเทียน" พายุตอบ"เราจะไปที่ไหนกันครับ" เจ๋งถาม"ฉันก็ไม่รู้" เทียนตอบออกมาอย่างสิ้ยหวังแล้วทิ้งตัวพิงไปกับเบาะ"ขับไปที่โกดังที่เราเจอไอ้เมฆก่อนไม่แน่พวกมันอาจพาปูนปั้นไปที่นั่นก็ได้" เทียนพูด"ครับคุณเทียน" เจ๋งตอบแล้วรีบออกรถทันที ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ปูนปั้นนั่งมองโอมที่กำลังใช้เชือกมัดข้อเท้าของเขาอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรโอมเลยสักนิดอาจเป็นเ
"หมายความว่าไง" คุณโฉมหันไปถามวิสุทธิ์ด้วยสีหน้าตกใจ แววตาของวิสุทธิ์ยังคงมีแต่ความเศร้าอาลัยถึงเจ้านายอันเป็นที่รักอยู่ตลอดเวลาตอนนี้ในใจของเทียนรู้สึกหวิว ๆ ขึ้นมาแปลก ๆ "วันนั้นหลังจากถึงฮ่องกงคุณท่านก็รีบไปพบกับคุณเมฆทันทีเพื่อถามหาเหตุผลที่ทำให้คุณเมฆยอมทรยศหักหลังตระกูล ตอนแรกทุกอย่างก็เหมือนจะเป็นไปด้วยดีเพราะคุณเมฆยอมรับสารภาพออกมาตรง ๆ ว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะถูกผีพนันเข้าสิง คุณเมฆหลอมตัวเข้าไปเล่นในบ่อนของคุณเหรียญแต่ติดหนี้จำนวนมากและหลังจากที่คุณเมฆหาเงินมาใช้คืนให้พวกคุณเหรียญไม่ได้เขาก็ถูกทำร้ายอยู่หลายครั้งจากคนที่คุณเหรียญส่งมา คุณเมฆกลัวว่าจะถูกคุณเอกต่อว่าและเปรียบเทียบกับคุณสายฟ้าจึงได้ยอมตกลงรับข้อเสนอจสกคุณเหรียญโดยการขโมยข้อมูลลับของพวกเราไปให้เพื่อแลกกับการหักลบยอดหนี้ที่ติดค้างไว้โดยจำนวนยอดที่ลบออกก็มากน้อยต่างกันไปตามความสำคัญของข้อมูลที่ให้ไปในแต่ละครั้งดังนั้นหลังจากที่คุณท่านได้ฟังคำสารภาพของคุณเมฆจึงได้ตัดสินใจว่าจะช่วยใช้หนี้ให้ทั้งหมดแทนเองแต่ต้องแลกกับการที่คุณเมฆต้องกลับไทยมาอยู่ในสายตาของคุณท่านและไม่อนุญาตให้คุณเมฆเข้าร่วมหรือดูแลในธุรกิจใด ๆ ในตร
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~เมฆเดินเข้ามาในบ้านของคุณเหรียญด้วยสีหน้าสลดเพราะเขารู้ตัวดีกว่าตัวเองทำให้เหรียญไม่พอใจมาก"สวัสดีครับคุณเหรียญ" เมฆเอ่ยทักทายอย่างไม่เต็มเสียง"หายไปนานเลยนะ" เหรียญพูด"ผมขอโทษครับ ผมไม่คิดว่าไอ้เทียนมันจะใช้วิธีขังผมเอาไว้ก็เลยทำให้แผนของเราล่าช้า" เมฆตอบ"นี่ถ้าคนของกูไม่ช่วยมึงออกมามึงก็คงเป็นได้แค่นักโทษของไอ้เทียนเท่านั้นสินะ อย่าลืมสิว่ามึงติดหนี้กูอยู่นะ ช่วยทำอะไรที่มันมีประโยชน์บ้างเพราะถ้ามึงไม่ทำงานใช้หนี้กูเนี่ยแหละจะเป็นคนเอาชีวิตมึงมาลบหนี้ที่มึงก่อไว้เอง" เหรียญพูด"ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำตามแผนของเราแต่ผมก็ไม่คิดว่านอกจากมันจะไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์พี่น้องในวัยเด็กแล้วมันยังกล้าสั่งขังผมต่อหน้าทุกคนอีกแถมตอนหลังมันยังสั่งคนยึดมือถือของผมไปอีก พูดแล้วก็เจ็บใจจริง ๆ " เมฆตอบ"เจ็บใจแล้วได้อะไรล่ะ ที่บ้านนั้นมีใครเห็นหัวมึงบ้างพ่อแม่มึงยังไม่เคยไปเยี่ยมมึงสักครั้ง เขาไม่แม้แต่จะไปขอร้องให้ไอ้เทียนเห็นใจมึงเลยด้วย ไหนจะย่ามึงอีก เขาอยู่รั้วบ้านเดียวกับมึงเขายังไม่กล้าขัดคำสั่งไอ้เทียนให้ปล่อยตัวมึงเลยยิ่งปู่มึงยิ่งแล้วใหญ่" เหรียญพูด"ที่ผ่าน
เทียนมาถึงโรงพยาบาลก็รีบตรงไปที่ห้องฉุกเฉินทันทีและเมื่อมาถึงเขาก็เห็นแม่ของตัวเองกำลังนั่งก้มหน้าร้องไห้โดยมีเจ๋งกับพายุยืนเฝ้าดูแลอยู่ข้าง ๆ "แม่" เทียนเรียกแล้วรีบเข้าไปหาแม่ทันที ดารินเองเมื่อได้ยินเสียงลูกชายก็รีบลุกขึ้นมาสวมกอด"หมอว่าไงบ้างครับ" เทียนถาม"ฮือ...ฮื้อ...อือ" "ยังไม่ออกมาเลยครับคุณเทียน" เจ๋งตอบแทนเมื่อเห็นว่าดารินเอาแต่ร้องไห้จนตอบอะไรเทียนไม่ได้"ใจเย็น ๆ นะครับแม่" เทียนพยายามปลอบแล้วใช้มือลูบหลังของดารินเบา ๆ "ฮึก...แม่...แม่ไม่เคยเห็นพ่อเป็นแบบนี้มาก่อนเลยเทียน...ฮือ...ฮื้อ" ดารินตอบ"แม่นั่งพักก่อนนะครับ" เทียนพูดแล้วพาดารินไปนั่งลงที่เดิมจากนั้นเขาก็หักไปมองหน้าพายุเพื่อส่งสัญญาณให้พายุเดินออกไปคุยกับเขา"ดูแลแม่ฉันดี ๆ " เทียนหันไปพูดกับเจ๋ง"ครับคุณเทียน" เจ๋งตอบจากนั้นเทียนกับพายุก็เดินออกจากหน้าห้องฉุกเฉินไป"นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ ๆ พ่อฉันถึงเป็นแบบนี้" เทียนถาม"พี่เวกัสกับพี่เจสันกำลังตรวจสอบอยู่ครับ" พายุตอบ"ไหนนายลองเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าที่พ่อฉันจะเป็นแบบนี้มาสิ" เทียนพูด"วันนี้หลังจากที่คุณหล่งกลับมาจากบ้านคุณมุกดาท่านก็ขังตัวเองทำงานอยู่
"โอ้โห~ หาวขนาดนี้มึงไปแดกกาแฟดีกว่าไหม" บอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าบ้านพักของเมฆทักบอดี้การ์ดอีกคนที่ยืนหาวติด ๆ กันมาหลายครั้งแล้ว"นี่เพิ่ง 4 ทุ่มกว่าเองทำไมผมง่วงแล้วว่ะพี่" "กูจะไปรู้มึงเหรอ เอ่อ! แต่จะว่าไปวันนี้กูก็รู้สึกง่วงแปลก ๆ นะ" "นั่นดิพี่ หาคนมาเปลี่ยนดีไหมผมกลัวผมเผลอหลับว่ะ" "มึงจะบ้าเหรอพวกเราเพิ่งจะผลัดเปลี่ยนกะกันไปเอง ใครเขาจะยอมมายืนแทนมึงเวลาเนี่ยอ่ะ" "แต่วันนี้บ้านใหญ่เงียบแปลก ๆ เนอะ" "เออว่ะ ปกติเดินกันให้วุ่นอย่างกับคนดีดยาทำไมวันนี้ไม่เห็นใครเลยว่ะ" "แปลก ๆ นะพี่ พวกเราไปดูกันหน่อยไหม" "ไปแล้วใครจะเฝ้าประตูว่ะ มึงไม่ต้องไปสนใจใครหรอกเอางานตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า""โธีพี่~ ไปแค่แป๊ปเดียวเองจะได้ไปหาอะไรมาไว้นั่งกินเล่นด้วย พี่ก็ดูดิล็อคแน่นหนาขนาดนี้ใครจะออกไปได้ต่อให้ไอ้คุณเมฆมันหายตัวได้จริงมันก็ยังหนีออกไปยากเลย" บอดี้การ์ดรุ่นพี่กำลังคิดตามคำพูดของรุ่นน้องคนสนิทอย่างลังเลใจเพราะตอนนี้เขาก็รู้สึกเบื่อเต็มทีที่ต้องมายืนประตูที่ปิดแน่นสนิทขนาดนี้"แต่ถ้าพี่เวกัสมาเดินลาดตระเวนแล้วไม่เจอคนเฝ้าที่นี่จะทำไงว่ะ" "พี่เวกัสเป็นคนของบ้านคุณหล่งเขาไม่ได้มาบ้านใหญ่ท
หลังจากที่เกรทเดินออกจากห้องไปเทียนก็รีบล้วงกระเป๋าหยิบเอาโทรศัพท์ของเขาออกมาโทรหาปูนปั้นทันที"ครับลุง" ปูนปั้นพูด"อยู่ไหนอ่ะ" เทียนถาม"อยู่ที่ร้านครับ" ปูนปั้นตอบ"โอเคดีใช่ไหม" เทียนถาม"ครับ ลุงเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย" ปูนปั้นพูด"ไม่มีอะไรวันนี้ปิดร้านแล้วรีบกลับบ้านนะ" เทียนพูด"โอเคแค่นี้ก่อนนะ" ปูนปั้นตอบ"อืม" เทียนตอบจากนั้นทั้งคู่ก็วางสายไป"คุณเทียนกังวลเรื่องอะไรเหรอครับ" เจ๋งถาม"แค่รู้สึกไม่สบายใจเฉย ๆ น่ะ" เทียนตอบ"ผมว่าคุณเกรทเขาก็คงอยากจะปั่นหัวคุณเทียนเล่น ไม่มีอะไรหรอกครับ" เจ๋งพูด"ฉันรู้จักเกรทดี เขาเป็นที่แค้นฝังลึกมากและถ้าเขาไม่คิดว่าจะอะไรเลยก็คงไม่ลงแรงตามหาตัวปูนปั้นจนเจอแบบนี้หรอกไหนจะเรื่องที่บริษัทอีก เกรทกลับมาครั้งนี้ฉันคงต้องวางแผนรับมือดี ๆ หน่อยละ" เทียนตอบ"งั้นเดี๋ยวผมจะให้โอมคอยไปดูแลความเรียบร้อยแถวบริเวณร้านของคุณปูนปั้นให้นะครับ" เจ๋งพูด"ดี แต่อย่าให้ปูนปั้นหรือคนที่ร้านตกใจเป็นอันขาดนะ" เทียนตอบ"ครับคุณเทียน" เจ๋งตอบ..ก๊อก ๆ ๆเสียงคนเคาะผนังบ้านน็อคดาวน์ของเมฆกดังมาจากข้างนอกซึ่งทำให้เมฆเลิกสนใจหนังสือการ์ตูนในมือแล้วขยับเข้าไปชิดกำแพ