"มีอะไรครับพี่ฝน" ปูนปั้นถาม
"พอดีมีลูกค้ามาหลอกทานฟรีอีกแล้วค่ะ" น้ำฝนตอบ "อีกแล้วเหรอครับ...แล้วครั้งนี้ยอดกี่พันล่ะครับ" ปูนปั้นถาม "เห็นพี่เมย์บอกว่าเกือบสามหมื่นเลยค่ะ" น้ำฝนตก "ฮะ!" ปูนปั้นร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับลุกขึ้นยืนทันที "แล้วเขาไปหรือยังครับ...ได้ขอบัตรประชาชนไว้ไหม...รู้หรือเปล่าว่าเขาชื่ออะไร...มีใครโทรแจ้งตำรวจแล้วหรือยัง...ก่อนหน้านี้ทุกคนทำอะไรกันอยู่ครับทำไมไม่เห็นมีใครมาบอกผมเลยล่ะครับ" ปูนปั้นรัวคำถามออกไปด้วยความตื่นตกใจโดยที่ไม่เว้นช่องไฟให้น้ำฝนได้ตอบเลย "คือเราพยายามขอบัตรประชาชนจากเขาแล้วนะคะแต่ว่าเขาบอกว่ามันอยู่บนรถไม่ได้พกลงมาด้วย อ่อ! แต่เหมือนเขาจะบอกว่าชื่อ เทียน..." ทันทีที่ได้ยินชื่อเทียนหมิงก็หยุดนิ่งทันทีแล้วหันมามองน้ำฝนด้วยความสนใจ "เทียน...อะไรนะ เทียน~" น้ำฝนพยายามจะพูดออกมาแต่ก็พูดไม่ได้ มันเหมือนติดอยู่ที่ปากแต่พูดออกมาไม่ถูกเฉยๆ ตอนนี้ทั้งปูนปั้นและหมิงก็ต่างยืนลุ้นว่าเธอจะพูดว่าอะไรออกมา "อ่อ เทียน เมธัส สักอย่างเนี่ยแหละค่ะ" น้ำฝนพูดจบหมิงก็ถอดถุงมือสำหรับล้างจานออกแล้วรีบเดินผ่านทั้งสองคนออกจากห้องครัวไปเลย ปูนปั้นเห็นหมิงรีบผิดปกติจึงจะตามออกไปดู หน้าร้าน "พี่เมย์ครับ ที่ลานจอดรถไม่มีรถอยู่เลยสักคันครับ" เฟิร์สพูด "น่านไง ฉันกะไว้แล้วเชียวว่านายต้องเป็นพวกหลอกกินฟรี" เมย์พูดพร้อมชี้นิ้วใส่หน้าเทียนและด้วยความโมโหที่ถูกคนคนนี้พูดจาไม่ดีใส่หลายครั้งเทียนจึงปัดมือของเมย์ที่ชี้หน้าเขาอยู่ออกอย่างแรงจนเธอเจ็บ "โอ๊ย!" พอพนักงานคนอื่นได้ยินเสียงเมย์ร้องก็ต่างพากันหันมามองที่เทียนเป็นตาเดียวกันแต่เทียนหาได้สนไม่ เขาหันขวับไปมองที่เฟิร์สด้วยสายตาที่น่ากลัวสุดๆ จนเด็กเสิร์ฟตัวน้อยขนลุกซู่ไปทั้งตัว "เวกัสไม่มีทางทิ้งฉันแล้วกลับไปก่อนแน่นอน...บอกมา! ว่าแกโกหกใช่ไหม" เทียนถามด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก "ผมไม่ได้โกหกนะครับ" เฟิร์สตอบแล้วรีบถอยออกไปยืนอยู่ข้างหลังเมย์ "ยะ อย่ามาทำตัวเป็นอันธพาลแถวนี้นะ" เมย์พูดด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ แล้วหันไปหาพนักงานสาวรุ่นน้องที่ยืนเกาะแขนเธออยู่ "ไปโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลย" เมย์พูด "ค่ะ" เธอตอบแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปที่เคาน์เตอร์ "เดี๋ยวก่อนครับ" หมิงเอ่ยห้ามทันทีที่เดินมาถึงทำให้ทุกคนหยุดนิ่งแล้วหันไปสนใจที่เขาแทน เทียนพอเห็นเพื่อนสนิทวิ่งออกมาจากห้องครัวก็อึ้งไปพักนึง "ไอ้หมิง" เทียนอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจและดีใจ หมิงรีบสาวเท้ายาวๆ มาหาเทียนแล้วจับแขนเพื่อนของเขาไว้ทันที "เขาเป็นเพื่อนผมเอง...ไม่ต้องโทรแจ้งตำรวจหรอกครับ" หมิงพูด "ฮะ!" ทุกคนร้องอุทานออกมาพร้อมกับด้วยสีหน้าที่ไม่เชื่อเท่าไหร่ "นี่เพื่อนพี่หมิงเหรอคะ" เมย์ถาม "ครับ" หมิงตอบ "ทำไมพี่หมิงถึงเลือกคบเพื่อนที่มีนิสัยเป็นพวกนักต้มตุ๋นแบบนี้ล่ะคะ" เมย์ถาม "เธอว่าใคร ฮะ!" เทียนถามด้วยความไม่พอใจแต่หมิงก็รีบบีบแขนของเขาไว้เพื่อดึงสติ "ไอ้เทียน!" หมิงดุเพื่อนทันทีที่เห็นว่าเขาเริ่มทำตัวไม่เหมาะสมกับผู้หญิงแล้ว "มีอะไรกันครับ" พอเสียงนี้ดังขึ้นพนักงานทุกคนก็หยุดอยู่ในความสงบทันทีพร้อมกับแหวกทางให้เขาเดินออกมา ภาพของปูนปั้นที่กำลังเดินตรงมาหาเขาตัวเขาเองก็รู้สึกวูบวาบขึ้นมาแปลกๆ ใบหน้าขาวสวยบวกกับดวงตาสีฟ้ามันช่างทำให้เขาดูมีสเน่ห์มากจริงๆ หัวใจของเทียนมันรู้สึกสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก ร่างกายมันรู้สึกร้อนผ่าวเนื่องจากหัวใจเต้นเร็วผิดปกติจนเหงื่อไหลออกมาเต็มไปหมด ปูนปั้นเดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าเทียนแล้วมองดูเหตุการณ์รอบๆ ว่ามีอะไรผิดปกติไหม "ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าไม่พอใจกับการบริการของพนักงานตรงไหนหรือเปล่าครับ" ปูนปั้นถาม แต่ตอนนี้หูของเทียนมันอื้อจนไม่ได้ยินอะไรแล้ว "คุณลูกค้าครับ...คุณลูกค้า" ปูนปั้นพยายามพูดคุยกับเขาแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบแถมยังจ้องมองหน้าเขาอยู่ตลอดเลยด้วย "ไอ้เทียน~ไอ้เทียน!" "ฮะ!" หมิงเห็นว่าเทียนเงียบไปก็เลยช่วยเรียกเขาให้ "อ่อ ครับ" เทียนหันกลับไปหาปูนปั้นอีกครั้งหลังได้สติ "พอดีลูกค้าท่านนี้ทานอาหารแล้วไม่ยอมชำระเงินค่ะ" เมย์พูด "ผมขอบิลด้วยครับ" ปูนปั้นหันไปพูดกับเมย์พร้อมกัับยื่นมือไปขอบิลค่าอาหารจากเธอมาดู "อาหารของลูกค้าทั้งหมด 16 รายการรวมเป็นเงินทั้งสิน 27,864 บาท" ปูนปั้นพูดแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเทียน "ลูกค้าจะชำระเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตดีครับ" ปูนปั้นถามแล้วจ้องมองไปที่เทียนอย่างไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด "ผมก็อยากจ่ายนะครับแต่ตอนนี้ผมไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท" เทียนตอบ "งั้นทางเราก็ต้องขออนุญาตเรียกตำรวจมานะครับ" ปูนปั้นพูดแล้วหันไปหาพนักงานที่ยืนอยู่ในเคาน์เตอร์เพื่อเป็นการส่งสัญญาณบอกให้เธอโทรแจ้งตำรวจได้เลย "เดี๋ยวพี่จ่ายเอง" อยู่ดีๆ หมิงก็พูดขึ้นมาเพื่อห้ามไม่ให้พนักงานคนนั้นโทรแจ้งตำรวจเพราะถ้าเกิดปูนปั้นแจ้งความจับเทียนจริงๆ ร้านนี้คงได้เดือดร้อนแน่ "คุณเทียนครับ" เวกัสเดินเข้ามาในร้านแล้วเอ่ยเรียกเทียนทำให้้เจ้าตัวต้องรีบหันไปหาเขาทันที "นี่คุณหายไปไหนมาเนี่ย!" เทียนเดินปรี่เข้ามาถามเอาความกับเวกัสจนเจ้าตัวต้องรีบก้มหัวสำนึกผิด "ขอโทษครับ พอดีรถของเราจอดขวางทางเข้าออกอยู่ผมก็เลยต้องเอาไปจอดไว้อีกซอยนึง...ผมเห็นว่ามันดึกมากแล้วแต่คุณเทียนยังไม่กลับมาสักทีก็เลยออกมาดูที่ร้านน่ะครับว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า" เวกัสตอบ "เดี๋ยวคุณนั่นแหละจะได้มีปัญหาหาแน่" เทียนพูดแล้วยื่นมือไปขอกระเป๋าสตางค์จากเวกัส "กระเป๋าสตางค์ของผมละ" เทียนถาม "อยู่นี่ครับ" เวกัสตอบแล้วรีบล้วงเอากระเป๋าสตางค์สุดหรูของเทียนออกมา "โอ๊ะ! คุณหมิงหนิครับ" เวกัสทักทายหมิงหลังจากที่เขามาตั้งนานแต่ไม่ทันได้สังเกตเห็นเขา หมิงพยักหน้าตอบเขาเพราะตอนนี้บรรยากาศไม่พร้อมพูดคุยสักเท่าไหร่ "ไปเอารถมาได้แล้วไป" เทียนพูด "ครับ" เวกัสตอบแล้วก็รีบออกไปทันที เทียนค่อยๆ หันกลับมาหาทุกคนแล้วจ้องมองไปที่ปูนปั้นอีกครั้ง ปูนปั้นเองแม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งแต่จริงๆ ในใจกลับรู้สึกไม่สบายใจกับผู้ชายคนนี้เท่าไหร่นัก เทียนเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบแบล็คการ์ดออกมาแล้วยื่นไปให้ปูนปั้น "คิดเงินสองเท่าได้เลยนะครับ ถือซะว่าเป็นคำขอโทษจากผมที่ทำให้พวกคุณต้องเสียเวลา" เทียนพูด  "ไม่เป็นไรครับ" ปูนปั้นตอบแล้วรับบัตรเครดิตจากเทียนส่งให้เมย์ไปจัดการต่อ หลังจากจบเรื่องค่าอาหารกันไปหมิงก็ขออนุญาตปูนปั้นออกไปคุยกับเทียนสักครู่แล้วจะรีบกลับเข้ามาทำงานต่อซึ่งปูนปั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วก็บอกหมิงว่าไม่ต้องรีบคุยหรอกเพราะวันนี้เขานอกเหนือจากงานของตัวเองมาเยอะแล้ว "สรุปที่มึงหายไปคือมึงมาทำงานที่นี่เหรอ" เทียนถาม ตอนนี้ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่หน้าประตูร้าน "เออ แต่กูไม่ได้หายไปนะเว้ย" หมิงตอบ "ไม่ได้หายไปเหี้ยอะไร! กูติดต่อมึงไม่ได้กี่วันแล้วมึงรู้ป่ะ" เทียนพูด "ก็กูไม่มีโทรศัพท์นี่หว่าแล้วกูจะรู้ได้ไงว่ามึงติดต่อมาอ่ะ" หมิงตอบ "อะไรนะ!" เทียนถามออกไปทั้งๆ ที่เขาก็ได้ยินมันชัดเจน "เออ~กูเอาไปฝากไว้แล้วอ่ะ" หมิงตอบ (ฝากคือการเอาไปจำนำไว้) "นี่มึงต้องใช้เงินมากขนาดนั้นเลยเหรอว่ะ ก็ไหนมึงเพิ่งขายคอนโดไปเองหนิ" เทียนถาม "ก็ไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินมากหรอกแต่ตอนนี้กูจำเป็นต้องเตรียมเงินสำรองเอาไว้มากๆ เผื่อเกิดเหตุฉุนเฉินขึ้นมอีกจะได้ไม่ลำบากไปหาหยิบยืมใครเขา อีกอย่างนะเว้ย กูไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์เลยด้วยซ้ำ ชีวิตกูตอนนี้วันๆ นึงนอกจากดูแลแม่ มาทำงานก็มีแค่นอนพักผ่อนแค่นั้นแหละ" หมิงตอบ "มึงมีอะไรทำไมไม่บอกกูว่ะ" เทียนถาม หมิงถอนหายใจแล้วเงียบไป "มึงคิดว่ากูจะไม่ช่วยมึงงั้นหรอ" เทียนถาม "กูรู้เทียน กูรู้ว่ามึงไม่มีทางทิ้งกูอยู่แล้ว...แต่ถ้ามึงลองคิดในมุมของกูอ่ะมึงก็จะเข้าใจเองว่าการที่เราต้องเป็นภาระของเพื่อนอยู่บ่อยๆ มันรู้สึกแย่แค่ไหน" หมิงตอบ "ที่ผ่านมากูไม่เคยมองว่ามึงเป็นภาระกูเลยนะ" เทียนพูด "แต่กูรู้สึกแบบนั้นว่ะ..." หมิงหันไปมองหน้าเทียนแล้วตอบออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "มึงรู้ป่ะว่าตั้งแต่ที่เรารู้จักกันมาเกือบ 20 ปีเนี่ยกูแม่งเอาแต่พึ่งพามึงมาตลอดเลย" หมิงพูด (รู้จักกันมาตั้งแต่ ม.4 จนปัจจุบันอายุ 35 ปีแล้ว) "ขนาดจะจีบสาวสักคนกูยังต้องให้มึงช่วยเป็นพ่อสื่อให้เลย กูไม่อยากเป็นแบบนั้นแล้วว่ะเทียน กูอยากลองยืนและเดินด้วยตัวเองดูสักครั้งต่อให้กูจะสะดุดล้มจนแขนขาหักกูก็ยังอยากลองทำมันด้วยตัวเองดู...มึงเข้าใจกูใช่ไหมว่ะ" หมิงหันไปถามเทียนด้วยรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ไม่มีความสุขเอาซะเลย "แต่มึงไม่ลืมใช่ไหมว่าไม่ว่ายังไงกูก็จะอยู่ตรงนี้ข้างๆ มึงเสมอ" เทียนถาม "ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะถ้าวันไหนกูไปไม่รอดแล้วเดี๋ยวกูจะคลานเข่ากลับมาหามึงเอง โอเคป่ะ" หมิงตอบ "ฮึ~ มึงนี่แม่งทำกูเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย" เทียนพูดแล้วต่อยเข้าไปที่หัวไหล่ของเพื่อนเบาๆ หนึ่งที ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่นานแต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นปูนปั้นได้แอบมองดูพวกเขาจากข้างในร้านอยู่ตลอด "เฮ้ย~ ว่าแต่น้องคนเมื่อกี้คือใครว่ะ" เทียนขยับเข้าไปใกล้หมิงแล้วกระซิบถามเบาๆ ทั้งที่ตรงนั้นมีพวกเขาอยู่กันแค่สองคน หมิงรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนตัวดีกำลังถามถึงใครอยู่และใช่แล้วเทียนชอบผู้ชาย เทียนคบกับผู้ชายมาตลอดและเมื่อกี้ตรงนั้นนอกจากตัวเขาเองกับเทียนก็มีผู้ชายอยู่อีกแค่สองคน จะบอกว่าเป็นเฟิร์สมันก็คงไม่ใช่เพราะเฟิร์สไม่ใช่ไทป์ของเทียนเลยสักนิดแต่สิ่งที่ทำให้หมิงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยก็คือเทียนสนใจปูนปั้นซึ่งปูนปั้นเองก็อายุแค่ 23 ปีเท่านั้น เขาไม่ได้คิดว่าปูนปั้นปูนปั้นเด็กไปหรอกนะแต่เพราะปกติแล้วเทียนไม่ค่อยชอบยุ่งกับคนที่อายุน้อยกว่าเขามากเท่าไหร่นักยิ่งถ้าเกินห้าปีไปแล้วเขายิ่งไม่เอาเลยแต่นี่เขากับสนใจคนที่อายุห่างกันเป็นสิบปีเลยนะ "น้องเขาชื่อปูนปั้นเป็นเจ้าของร้านที่นี่" หมิงตอบ "ฮะ! เชี่ย~ยังดูเด็กอยู่เลย...เห็นทุกคนเกรงใจกูก็นึกว่าเป็นผู้จัดการที่ไหนได้เป็นเจ้าของร้านเลยหรอว่ะ" เทียนพูด "เออ แต่จริงๆ เจ้าของร้านคนปัจจุบันคือพี่สาวน้องเขาอ่ะแต่เห็นว่าไม่ค่อยสบายก็เลยให้น้องเขามาดูแลแทนก่อน" หมิงตอบ "เหรอว่ะ" เทียนพูดแล้วหันเข้าไปมองในร้าน "เอาจริงดิ เด็กมากเลยนะเว้ย" หมิงพูด "เอาจริงไรงว่ะกูก็แค่ถามดูเฉยๆ" เทียนตอบ "ปูนปั้นเป็นเด็กดีคนนึงเลยนะเว้ย ถ้ามึงไม่ได้ชอบเขาจริงจังล่ะกูว่าอย่าเริ่มเลยดีกว่า" หมิงพูด อะไรเนี่ย~ นี่ไม่ใช่สเปคมึงไม่ใช่เหรอ" เทียนถามเพราะเห็นว่าเพื่อนดูเป็นใส่ใจเด็กคนนี้มากเป็นพิเศษ "ก็ไม่ได้ชอบน้องเขาแค่สงสารเฉยๆ" หมิงตอบ "สงสาร...สงสารอะไรว่ะ" เทียนถาม หมิงมองตาเทียนแล้วถอนหายใจออกมา "เอ่อ~คุณเทียนครับ" เวกัสเดินเข้ามาตามหลังจากที่รอเทียนอยู่บนรถมาสักพักแล้ว "ว่าไง" เทียนหันไปถาม "เมื่อกี้คุณซ่งโทรมาบอกว่าอยากให้ผมพาคุณเทียนไปพบเดี๋ยวนี้เลยครับ" เวกัสตอบ "คุณปู่โทรมาเหรอ" เทียนถาม "ครับ" เวกัสตอบ "คุณปู่โทรมาเองเลยเหรอ" เทียนถามย้ำอีกครั้งเพราะเวลานี้ปู่ของเขาควรหลับไปแล้วแต่ทำไมถึงได้โทรมาหาเขาล่ะ เทียนยกแขนขึ้นมาเพื่อดูเวลา "คุณปู่โทรมาตอนตี 1 เนี่ยนะ" เทียนพูดออกมาลอยๆ "เป็นคุณซ่งจริงๆ ครับ" เวกัสตอบ "มึงรีบกลับไปเถอะเดี๋ยวกูก็ต้องเข้าไปทำงานต่อแล้วเหมือนกัน" หมิงพูดแล้วเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ "ก็ได้ งั้นเดี๋ยวไว้ว่างๆ กูมาหาใหม่นะ" เทียนตอบ "เออ" หมิงตอบ "เชิญครับคุณเทียน" เวกัสพูดแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้เทียน "กูไปแล้วนะ" เทียนหันไปบอกกับหมิงก่อนจะเดินตามเวกัสไป "โชคดีเว้ย" หมิงตอบแล้วโบกมือลาเทียน เขายืนส่งจนรถของเทียนขับออกไปก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วเดินกลับเข้าไปในร้านทันทีที่เทียนก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ก็มีบอดี้การ์ดวัยรุ่นคนนึงรีบเดินตรงมาหาเขา "คุณท่านรออยู่ข้างบนครับคุณเทียน" พายุพูด"ทำไมคุณปู่ถึงเรียกให้ฉันมาหาตอนนี้ล่ะ" เทียนถาม"พอดีคุณท่านกำลังจะบินไปฮ่องกงคืนนี้ครับเลยอยากจะพบคุณเทียนก่อน" พายุตอบ"บินตอนเนี่ยนะ" เทียนถาม"อีก 2 ชั่วโมงครับ" พายุตอบ"บอกฉันมาสิว่านี่มันเรื่องอะไรกัน" เทียนถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะบรรยากาศในบ้านตอนนี้มันดูตึงผิดปกติ"สายของเรารายงานด่วนเข้ามาครับว่าพบตัวการที่แอบลักลอบขโมยข้อมูลคอนเนคชั่นของเราแล้ว" พายุตอบ"ก็แค่หนอนบ่อนไส้ตัวเดียวคุณปู่ต้องไปจัดการด้วยตัวเองเลยหรอ" เทียนถาม"เหมือนว่า...จะไม่ได้เป็นแค่หนอนบ่อนไส้ธรรมดานะครับ" พายุตอบออกมาอย่างไม่เต็มเสียง เทียนมองไปที่พายุด้วยความสับสนแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปเพราะสีหน้าของพายุดูลำบากใจที่จะตอบคำถามเขาพอสมควร"คุณเทียนครับ" จู่ๆ ก็ก็มีเสียงทุ้มต่ำของชายคนนึงเอ่ยเรียกเทียนจากบนบันได พอเขาเงยหน้าขึ้นไปพบกับวิสุทธิ์ชายวัย 50 ปีที่มีหน้าที่ดูแลข้างกายของคุณซ่ง"คุณท่านรออยู่รีบขึ้นไปเถอะครับ" วิสุทธิ์พูด"รู้แล้ว" เทียนตอบแล้วก็รีบวิ่งขึ้นไปพบคุณซ่งปู่ของเขาทัน
ปูนปั้นเดินเข้ามาในบ้านแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง วันนี้เป็นอีกวันที่ร้านของเขาวุ่นวายมากไม่มีเวลาปลีกตัวออกมาดูหน้าร้านเลย จริงๆ ปูนปั้นไม่ได้มีหน้าที่ทำครัวหรอกแต่เพราะหลายวันมานี้ที่ร้านโดนคอมเพลนมาเยอะเรื่องอาหารออกช้าและไม่ได้คุณภาพ เขาเลยต้องเขาไปตรวจสอบและช่วยหยิบจับอะไรนิดหน่อยเพื่อให้อาหารออกเสิร์ฟได้ตลอดจะให้เขาโทษพนักงานครัวที่ทำช้าก็ไม่ได้เพราะพนักงานชุดนี้นอกจทกเชฟกุ๊กไก่แล้วก็ล้วนแต่เป็นพนักงานใหม่ทั้งหมด เลยอาจจะทำให้พวกเขายังไม่คุ้นชินกับเมนูและอุปกรณ์ของที่นี่อยู่บ้าง"แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ คงต้องวางแผนใหม่แล้ว" ปูนปั้นพูดแล้วหลับตาลงช้าๆ เขารู้สึกเหนื่อยและท้อมากๆ ที่ต้องมารับผิดชอบควบคุมดูแลร้านนี้ในวัยเพียง 23 ปีแถมยังไม่มีคนมาคอยให้คำปรึกษาเขาอีกทำให้เขาต้องลงมือทำจริงพร้อมกับเรียนรู้ทุกอย่างไปพร้อมกัน พอมันเกิดข้อผิดพลาดเขาก็แทบจะแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไม่ได้เลย ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~4 เดือนก่อน"สรุปแล้วพี่สาวผมเป็นอะไรครับหมอ" ปูนปั้นถามออกไปด้วยความตื่นตระหนก"ทางเราพบว่ามีความผิดปกติจริงๆ คนไข้มีอาการเจ็บแน่นที่หน้าอก รู้สึกเหนื่อยง่ายอ่อนเพลีย ปวดร้าวบ
ตอนนี้ภายในห้องรับรองบ้านใหญ่พวกบรรดาลูกหลานก็ต่างพากันมารวมตัวด้วยกันเต็มไปหมด มีทั้งคนร้องไห้ คนโวยวายเสียงดังเอ็ดตะโรไปหมดจนกระทั่งครอบครัวของเทียนเดินเข้ามา ทุกคนก็เงียบและหันมาสนใจพวกเขาทั้งที"พี่หล่ง นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะพี่" เอกรีบเดินเข้าถามด้วยความสงสัย"นั่นสิพี่ มีคนบอกว่าพ่อตายแล้วมันไม่จริงใช่ไหมพี่" มุกดาเข้ามาเขย่าตัวพี่ชายอย่างคนขาดสติจนเจสันต้องเข้ามาช่วยประคองมุกดาให้ถอยออก"ปล่อยนะ! ฉันคุยกับพี่ชายอยู่แกไม่เห็นหรือไง" มุกดาหันไปตวาดเจสันแล้วพลักเขาออกทันที"พี่หล่ง...ฮือ...พ่อยังไม่ตายใช่ไหมพี่...อึก...บอกฉันสิว่าบอดี้การ์ดพวกนี้มันรับสารมาผิดอ่ะ...ฮื้อ...ฮือ...พี่หล่ง" มุกดาพยายามเต้นเอาคำตอบจากพี่ชายทั้งที่ในใจเธอก็รู้ดีว่าคนของบ้านใหญ่ไม่มีทางเผยแผ่ข่าวสารที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน"นพ" คุณหล่งหันไปหาน้องเขยที่นั่งปลอบใจลูกสาวอยู่แล้วเรียกเขาด้วยน้ำเสียงดุดัน"ครับ" นพลุกขึ้นแล้วตอบทันที"มาพาเมียแกไปนั่งทีไป" คุณหล่งพูด"ครับ" นพตอบแล้วรีบเข้ามาพยุงมุกดาไปนั่งพักอยู่ข้างๆ ลูกสาว จากนั้นครอบครองของคุณหล่งก็เดินไปนั่งประจำที่เพื่อรอผู้นำหญิงทั้งสองออกมาพูดคุยเรื่องนี
เทียนนั่งมองโรงศพของปู่เขาทุกวันตั้งแต่ที่ศพมาถึงประเทศไทยจนพรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้อยู่กับปู่เป็นวันสุดท้าย ยิ่งมองเรื่องราวความทรงจำในอดีตของเขากับปู่ก็ยิ่งผุดขึ้นมาในหัวเขา "ทำไมปู่ถึงทิ้งไปผมแบบนี้ล่ะครับ...ไหนปู่บอกว่าจะกลับมาฟังคำตอบจากผมไม่ใช่เหรอ" เทียนพูดออกมาทั้งน้ำตา ตอนนี้ทุกคนกลับไปพักหมดแล้วเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังนั่งอยู่เป็นเพื่อนปู่ตรงนี้"พรุ่งนี้พวกเราก็ต้องแยกจากกันแล้ว ฮึก~งั้นผมขอตอบคำถามปู่ตรงนี้เลยแล้วกันนะครับ...ฮือ...ผมทำไม่ได้ครับปู่...ฮึก...ฮือ...ผมทำไม่ได้ ผมแต่งงานกับผู้หญิงไม่ได้ครับ...ฮื้อ...ฮือ...ผมขอโทษ ผมทำให้ปู่ผิดหวังอีกแล้ว...ฮื้อ...ฮือ...ฮือ...ฮื้อ...ฮึก...ฮือ" เทียนนั่งร้องไห้จนตัวโยนด้วยความเสียใจ เขารู้สึกผิดมากที่ไม่สามารถทำตามความต้องการของปู่ได้แถมการที่ปู่จะจากไปเขายังได้ติดค้างคำตอบของปู่อีกเวกัสเดินเข้ามาดูเทียนที่นั่งร้องไห้ปานคนจะขาดใจ เขารู้ว่าเทียนกับคุณซ่งรักและสนิทกันมากแค่ไหนและก็รู้ว่าคงไม่มีคำปลอบโยนใดที่จะทำให้หัวใจของเทียนรู้สึกดีขึ้น เวกัสเดินเข้าไปแล้วย่อตัวนั่งลงข้างๆ เทียน เขาใช้มือทั้งสองข้างโอบไหล่ของเ
หลังจากแยกย้ายกันกลับบ้านดารินก็เข้ามาทำแผลให้ลูกชายด้วยความเป็นห่วง"เจ็บไหมลูก" ดารินถาม"นิดหน่อยครับแม่" เทียนตอบ"พี่เทียน ไอ้เมฆมันทำแบบนั้นจริงๆ เหรอพี่" ธูปถาม"คุณปู่บอกพี่แบบนั้นอ่ะ" เทียนตอบ"นี่พ่อไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเงียบๆ เรียบร้อยดูไร้พิษสงอย่างไอ้เจ้าเมฆมันจะกล้าทำอะไรแบบนี้" หล่งพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดเพราะเมื่อก่อนเขาเองก็รักและเอ็นดูเมฆเหมือนกับลูกชายคนนึงของตัวเองเหมือนกัน"ตอนผมได้ยินครั้งแรกก็ตกใจไม่ต่างจากทุกคนหรอกครับ" เทียนตอบ"แล้วนี่แกรู้เรื่องใหญ่โตนี้ก็ยังจะปิดบังพ่อกับแม่อีกนะ" หล่งหันมาดุเทียนที่ปิดบังเรื่องของเมฆกับตัวเองมาตั้งหลายวัน"คุณเทียนครับ พวกเราได้เอกสารทั้งหมดมาแล้วครับ" เจสันกับเวกัสเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มและสมุดบัญชีจำนวนมาก"เอาเข้าไปวางที่ห้องทำงานของฉันเลย" ดารินตอบ"ครับ" เจสันและเวกัสตอบก่อนจะเดินเอาของไปไว้ให้เจ้านาย"แต่แม่ครับ~" เทียนกำลังจะพูดแต่ดารินยื่นมือไปจับมือของลูกชายไว้ก่อน"เดี๋ยวแม่ช่วยเทียนเอง" ดารินพูด เทียนค่อยๆ ยิ้มออกมา"ครับ" เทียนตอบหลังจากมื้อเย็นเทียนและดารินก็ช่วยกับจัดการตรวจสอบบัญชีและเอกสารทั้งหมดด้วยกันโดยมี
"ช้าๆ ระวังเท้าด้วยสิ" ปูนปั้นพพูด เขาประคองเทียนเข้ามาในห้องนอนของตัวเองแล้วทิ้งคนตัวใหญ่ลงเตียงอย่างแรงแฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ปูนปั้นหอบหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยเพราะน้ำหนักตัวของเทียนไม่ใช่เล่นๆ เลย ปูนปั้นมองดูเทียนแล้วยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยความสับสน"หางานให้ตัวเองแท้ๆ เลยไอ้ปูนปั้นเอ้ย~" ปูนปั้นพูดแล้วหันหลังจะเดินกลับไปแต่เทียนก็คว้าข้อมือของเขาไว้ก่อนจนปูนปั้นต้องหันกลับมาหาเขา"อย่าทิ้งผมไป...อย่าทิ้งผมไปเลยนะครับปู่" เทียนพูดเจ้อออกมาเบาๆ ปูนปั้นแกะมือของเขาออกแล้วมองเขาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย"ปู่ที่ไหนล่ะ นี่ปูนปั้นจ้า ชิส์!" พูดจบปูนปั้นก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเขาไปอาบน้ำทันที ผลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วปูนปั้นก็เดินเช็คผมออกมา เขามองไปที่เทียนอีกครั้งด้วยความรู้สึกแปลกๆ อาจเป็นเพราะปกติไม่เคยมีใครเข้ามาอยู่ในห้องนอนด้วยกันกับเขามันก็เลยทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ปูนปั้นเดินออกจากห้องไปหยิบโถใส่น้ำกับผ้าเช็คตัวผืนเล็กๆ เข้ามาวางไว้ที่ตู้ข้างเตียงก่อนจะนั่งลงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเทียนออก ตอนที่เทียนล้มทับตัวเขาตอนนั้นเขาก็รู้สึกได้แล้วว่าอุณภูมิร่างกายของเทียนสูงผิดปกติแบบหน้าตาก็อิดโรยกว
เมื่อมาถึงร้านเทียนก็รีบเดินไปที่รถของเขาทันที"ซี๊ด!..." เขาร้องออกมาทันทีที่ใช้มือแตะหลังคารถพร้อมกับรีบชักมือกลับเพราะตอนนี้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนอนตากแดดมาหลายชั่วโมงแล้ว"โธ่~ตัวร้อนจี๋เลยลูกไว้กลับบ้ทนพ่อเปิดแอร์ให้นอนฉ่ำๆ เลยนะ" เทียนพูดกับรถเบาๆ ปูนปั้นเดินตามมาทีหลังก็ถึงกับส่ายหัวให้ความโอเว่อร์ของเทียนทันที เขาเดินล้วงหากุญแจเปิดร้านในกระเป๋าจนมาหยุดอยู่หน้าประตูร้านทันที"เจอแล้ว" ปูนปั้นพูดแล้วเงยหน้าขึ้นมามองร้านของตัวเองแต่เขาก็ต้องตกใจ"เฮ้ย!" ทันทีที่เทียนได้ยินเสียงของปูนปั้นเขาก็รีบหันไปหาปูนปั้นด้วยความเป็นห่วงแต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าคือร้านของปูนปั้นถูกพ่นสีสเปรย์เขียนคำหยาบคายไว้เต็มไปหมด ตอนนี้ปูนปั้นเองก็ช็อคไม่ต่างกันเงยหน้ามองแล้วอ่านคำด้าท่อพวกนี้ทั้งหมดด้วยความโมโหและสับสน เทียนเดินเข้าไปหาปูนปั้นใกล้ๆ เพื่อดูปฏิกิริยาของเขาว่าโอเคหรือเปล่า"รู้ไหมว่าใครทำ" เทียนถาม ปูนปั้นส่ายหน้าตอบว่าไม่รู้ "เข้าไปตรวจดูข้างในก่อนเถอะว่ามีอะไรหายไปไหม" เทียนพูด ปูนปั้นหันมามองหน้าเขาด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจที่เขายังอยู่เป็นเพื่อน จากนั้นเขาก็ไขกุญแจเปิดร้านทันทีซึ่งสภาพภายใ
"คุณเทียนมีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับผมหรอครับ" พายุถาม"ฉันมีคนรู้จักอยู่คนนึงเขาเป็นเจ้าร้านที่นี่" เทียนตอบแล้วยื่นโทรศัพท์ให้พายุดูซึ่งมันเป็นรูปหน้าร้านของปูนปั้นที่มีทั้งตอนปกติและตอนที่เกิดปัญหา"ร้าน Happy Time หรอครับ" พายุพูด"นายรู้จักเหรอ" เทียนถาม"ครับ ผมเคยไปหาเพื่อนแถวนั้นอยู่ 2-3 ครั้งแต่ไม่เคยเข้าไปทานหรอกนะครับ" พายุตอบ"ตอนนี้ที่นี่กำลังถูกคุกคาม มีคนเอาสีสเปรย์ไปพ่นที่หน้าร้านนี้จนดูไม่ได้ ฉันอยากให้นายไปสืบมาหน่อยว่าใครเป็นคนทำแต่นายห้ามบอกเรื่องนี้ให้คนที่บ้านรู้เด็ดขาด เข้าใจไหม" เทียนพูด"ได้ครับคุณเทียน" พายุตอบ"นายสามารถเอาคนไปใช้ได้ 2-3 คนแต่ต้องกำชับพวกนั้นให้ดีว่าอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ไม่งั้นคนที่จะเดือดร้อนก็คือนายเอง" เทียนพูด"ครับ" พายุตอบ"นี่เป็นงานแรกที่ฉันมอบให้นายทำ...อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ" เทียนพูด"ผมจะทำให้เต็มที่ครับ...เอ่อ~ว่าแต่คุณเทียนมีเวลากำหนดให้ผมไหมครับ" พายุถาม "เร็วที่สุด" เทียนตอบ "ครับ" พายุตอบ"กลับไปพักผ่อนได้แล้วไปพรุ่งนี้จะได้มีแรงไปทำงานให้ฉัน" เทียนพูด"ได้เลยครับคุณเทียน รับรองพรุ่งนี้งานเดินผ่านฉลุยแน่นอน" พายุตอบแล้วยกนิ้ว
"พวกเราจะไปไหนกันอ่ะลุง" ปูนปั้นถาม เขากลัวมากจนต้องกอดเทียนเอาไว้ตลอดส่วนเทียนก็คอยลูบหลังเขาเบา ๆ เพื่อไม่ให้ปูนปั้นสติแตกไปมากกว่านี้"หนูไปอยู่ที่ร้านก่อนตอนนี้ที่นั่นน่าจะปลอดภัยที่สุด" เทียนตอบ"แต่ว่าคุณเกรทก็ส่งคนไปจับผมมาจากที่นั่นนะ" ปูนปั้นพูด"มีแค่เกรทกับโอมที่รู้จักหนูแต่ตอนนี้สองคนนั้นไม่อยู่แล้วดังนั้นที่นั้นจึงปลอดภัยที่สุดอีกอย่างธูปกับหมิงก็อยู่ด้วย เชื่อพี่เถอะนะ" เทียนพูด"ครับ" ปูนปั้นตอบเอี๊ยดดดดด! (เสียงเบรกรถ)เสียงเบรกรถดังมากจนเอมม่าตกใจจนต้องหันหน้าออกมาดูเพราะคิดว่าเกิดอุบัติเหตุที่หน้าร้านโชคดีที่ตอนนี้ในร้านไม่มีลูกค้าเลยไม่งั้นคงทำให้ลูกค้าตกใจขวัญกระเจิงเป็นแน่ หลังจากเห็นเทียนกับปูนปั้นลงมาจากรถท่าทางอาลัยอาวรณ์กันเอมม่าก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจว่าทั้งคู่เป็นอะไรไปเพราะเธอไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องอะไรกับทั้งสองคนไม่งั้นป่านนี้เธอคงไม่สามารถนั่งเฝ้าร้านได้อย่างสบายใจหรอก"แค่แยกกันไปทำงานต้องกอดอะไรกันขนาดนั้นอ่ะ ทำอย่างกับจะตายจากกันอย่างงั้นแหละ" เอมม่าพูดด้วยความสงสัยเพราะสีหน้าแววตาของทั้งคู่ดูเศร้าและหวาดกลัวมาก จากนั้นไม่นานเทียนก็กลับขึ้นรถแล้วก็ออกจากร
"เกรทททท...เกรทอย่าตายนะเกรท" เทียนพยายามปลุกเกรททั้งน้ำตามทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้จนปูนปั้นที่เห็นก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้จึงได้ขยับเข้ามากอดปลอบเทียน "พวกเราต้องไปแล้วครับ" เจ๋งพูดขึ้นเพราะกลัวว่าจะมีคนจากอีกฝั่งมาเสริมอีก "ลุง" ปูนปั้นเรียกแต่เทียนก็เอาเอาแต่นอนฟุบหน้าลงกับศพของเกรทอยู่ "พาคุณเทียนกับคุณเปูนปั้นไป" เจ๋งหันไปบอกกับพายุ "ครับ" พายุรีบเก็บปืนแล้วเขามาช่วยปูนปั้นพยุงพาเทียนออกไปทั้ง ๆ ที่เขายังไม่อยากไป "ไปครับคุณเทียน" พายุพูด "ไอ้โอมไป" เจ๋งรีบเข้าไปช่วยโอมที่กอดร่างของเจ้านายไว้อยูาเช่นกัน "คุณเกรท" โอมไม่ยอมปล่อยมือออกจากเกรทจนเจ๋งต้องกระชากเขาออกไป "มึงต้องไปก่อน!" เจ๋งพูด "แต่คุณเกรท" โอมพูด "เสร็จแล้วพวกเราค่อยกลับมารับร่างคุณเกรทด้วยกัน รีบไปไอ้โอม" เจ๋งพูด โอมได้แต่ต้องยอมรับแล้วปล่อยมือจากเกรทไป ทั้ง 5 คนเดินออกมาจนถึงรถแต่จู่ ๆ ก็มีคนของเหรียญโผล่มาอีก "เฮ้ย!" ปัง! ปัง! ปัง! (เสียงปืน) "อร๊ายยย" เทียนรีบหมุนตัวมากอดปูนปั้นไว้เพราะกลัวว่าเขาจะถูกยิงจากนั้นเสียงปืนก็ดังรัว ๆ ยิงสวนไปจากฝั่งของพายุและเจ๋งทันทีจนอีกฝ่ายล้มลง "ไอ้โอม!" เสีย
คนของเกรทรีบวิ่งเข้ามาขว้างเทียนทันทีเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะบุกเข้าไปในบ้าน"ถอยไป!" เทียนตะคอกเสียงดังแต่ลูกน้องของเกรทไม่มีท่าทีจะกลัวเทียนเลยแถมยังทำสีหน้าลอยตาจนเทียนอดใจไม่ไหวยกขาขึ้นมาถีบที่ท้องเต็มแรงจนลูกน้องของเกรทล้มลงไป"เฮ้ย!" ลูกน้องคนอื่น ๆ ของเกรทเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนล้มลงไปก็รีบชักปืนออกมาจ่อหน้าของเทียนด้วยความโมโหแต่เจ๋งกับพายุก็ไม่ยอมเช่นกัน เขาสองคนชักปืนออกมาแล้วเล็งไปที่ลูกน้องของเกรททันที ทั้งหมดมองจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนในที่สุดเกรทก็เดินออกมา"มาแล้วเหรอ" เกรทพูด"ปูนปั้นอยู่ไหน" เทียนถาม"ใจเย็น ๆ สิเทียน" เกรทตอบ"เราเคยบอกเกรทแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับปูนปั้นอ่ะ" เทียนพูด"แล้วทำไมเราต้องฟังเทียนด้วยล่ะ" เกรทถาม"เราไม่อยากมีปัญหากับเกรทนะแค่ถ้าเกรททำอะไรปูนปั้นล่ะก็เราจะทำให้เกรทรู้สึกเสียใจที่สุดที่ทำแบบนี้กับเรา" เทียนตอบ"ฮึ~ เทียนได้ทำมันไปแล้วแหละ" เกรทพูดด้วยแววตาสั่นคลอนจนทำให้เทียนรู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง"เราจะพาปูนปั้นกลับ" เทียนพูด"เราไม่อนุญาต" เกรทตอบ"เกรท!" เทียนใช้เสียงต่ำเรียกเขาเหมือนกำลังบอกเขาให้รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวกำลังใช้ความอดทนแบ
เทียนรีบวิ่งเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็วจนเอมม่าที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ยังตกใจ"ว้าย! คุณเทียน~" เอมม่าพูด"ปูนปั้นอยู่ไหมครับ" เทียนถาม"ปูนปั้นออกไปแล้วค่ะ คุณเทียนมีอะไรหรือเปล่าคะทำไมรีบร้อนขนาดนี้" เอมม่าถาม"ปูนปั้นออกไปไหน ไปนานหรือยังครับแล้วไปกับใคร" เทียนถามออกมารัว ๆ ออกมาด้วยสีหน้าตื่นตกใจจนเอมม่าเริ่มรู้สึกแปลก ๆ"เอ่อ...เห็นว่าจะกลับคอนโดนะคะแล้วก็ออกไปสักพักใหญ่แล้วด้วยส่วนถ้าถามว่าออกไปกับใครก็คงไปกับคนของคุณเทียนนั่นแหละค่ะ" เอมม่าตอบ"ขอบคุณครับ" เทียนพูดจบก็รีบออกจากร้านแล้วขึ้นรถไปทันที"ส่งคนของเราออกจากหาไอ้โอมเดี๋ยวนี้แล้วบอกให้ฝ่ายข้อมูลเจาะสัญญาณมือถือของโอมกับปูนปั้นด่วน" เทียนพูด"ครับคุณเทียน" พายุตอบ"เราจะไปที่ไหนกันครับ" เจ๋งถาม"ฉันก็ไม่รู้" เทียนตอบออกมาอย่างสิ้ยหวังแล้วทิ้งตัวพิงไปกับเบาะ"ขับไปที่โกดังที่เราเจอไอ้เมฆก่อนไม่แน่พวกมันอาจพาปูนปั้นไปที่นั่นก็ได้" เทียนพูด"ครับคุณเทียน" เจ๋งตอบแล้วรีบออกรถทันที ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ปูนปั้นนั่งมองโอมที่กำลังใช้เชือกมัดข้อเท้าของเขาอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรโอมเลยสักนิดอาจเป็นเ
"หมายความว่าไง" คุณโฉมหันไปถามวิสุทธิ์ด้วยสีหน้าตกใจ แววตาของวิสุทธิ์ยังคงมีแต่ความเศร้าอาลัยถึงเจ้านายอันเป็นที่รักอยู่ตลอดเวลาตอนนี้ในใจของเทียนรู้สึกหวิว ๆ ขึ้นมาแปลก ๆ "วันนั้นหลังจากถึงฮ่องกงคุณท่านก็รีบไปพบกับคุณเมฆทันทีเพื่อถามหาเหตุผลที่ทำให้คุณเมฆยอมทรยศหักหลังตระกูล ตอนแรกทุกอย่างก็เหมือนจะเป็นไปด้วยดีเพราะคุณเมฆยอมรับสารภาพออกมาตรง ๆ ว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะถูกผีพนันเข้าสิง คุณเมฆหลอมตัวเข้าไปเล่นในบ่อนของคุณเหรียญแต่ติดหนี้จำนวนมากและหลังจากที่คุณเมฆหาเงินมาใช้คืนให้พวกคุณเหรียญไม่ได้เขาก็ถูกทำร้ายอยู่หลายครั้งจากคนที่คุณเหรียญส่งมา คุณเมฆกลัวว่าจะถูกคุณเอกต่อว่าและเปรียบเทียบกับคุณสายฟ้าจึงได้ยอมตกลงรับข้อเสนอจสกคุณเหรียญโดยการขโมยข้อมูลลับของพวกเราไปให้เพื่อแลกกับการหักลบยอดหนี้ที่ติดค้างไว้โดยจำนวนยอดที่ลบออกก็มากน้อยต่างกันไปตามความสำคัญของข้อมูลที่ให้ไปในแต่ละครั้งดังนั้นหลังจากที่คุณท่านได้ฟังคำสารภาพของคุณเมฆจึงได้ตัดสินใจว่าจะช่วยใช้หนี้ให้ทั้งหมดแทนเองแต่ต้องแลกกับการที่คุณเมฆต้องกลับไทยมาอยู่ในสายตาของคุณท่านและไม่อนุญาตให้คุณเมฆเข้าร่วมหรือดูแลในธุรกิจใด ๆ ในตร
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~เมฆเดินเข้ามาในบ้านของคุณเหรียญด้วยสีหน้าสลดเพราะเขารู้ตัวดีกว่าตัวเองทำให้เหรียญไม่พอใจมาก"สวัสดีครับคุณเหรียญ" เมฆเอ่ยทักทายอย่างไม่เต็มเสียง"หายไปนานเลยนะ" เหรียญพูด"ผมขอโทษครับ ผมไม่คิดว่าไอ้เทียนมันจะใช้วิธีขังผมเอาไว้ก็เลยทำให้แผนของเราล่าช้า" เมฆตอบ"นี่ถ้าคนของกูไม่ช่วยมึงออกมามึงก็คงเป็นได้แค่นักโทษของไอ้เทียนเท่านั้นสินะ อย่าลืมสิว่ามึงติดหนี้กูอยู่นะ ช่วยทำอะไรที่มันมีประโยชน์บ้างเพราะถ้ามึงไม่ทำงานใช้หนี้กูเนี่ยแหละจะเป็นคนเอาชีวิตมึงมาลบหนี้ที่มึงก่อไว้เอง" เหรียญพูด"ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำตามแผนของเราแต่ผมก็ไม่คิดว่านอกจากมันจะไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์พี่น้องในวัยเด็กแล้วมันยังกล้าสั่งขังผมต่อหน้าทุกคนอีกแถมตอนหลังมันยังสั่งคนยึดมือถือของผมไปอีก พูดแล้วก็เจ็บใจจริง ๆ " เมฆตอบ"เจ็บใจแล้วได้อะไรล่ะ ที่บ้านนั้นมีใครเห็นหัวมึงบ้างพ่อแม่มึงยังไม่เคยไปเยี่ยมมึงสักครั้ง เขาไม่แม้แต่จะไปขอร้องให้ไอ้เทียนเห็นใจมึงเลยด้วย ไหนจะย่ามึงอีก เขาอยู่รั้วบ้านเดียวกับมึงเขายังไม่กล้าขัดคำสั่งไอ้เทียนให้ปล่อยตัวมึงเลยยิ่งปู่มึงยิ่งแล้วใหญ่" เหรียญพูด"ที่ผ่าน
เทียนมาถึงโรงพยาบาลก็รีบตรงไปที่ห้องฉุกเฉินทันทีและเมื่อมาถึงเขาก็เห็นแม่ของตัวเองกำลังนั่งก้มหน้าร้องไห้โดยมีเจ๋งกับพายุยืนเฝ้าดูแลอยู่ข้าง ๆ "แม่" เทียนเรียกแล้วรีบเข้าไปหาแม่ทันที ดารินเองเมื่อได้ยินเสียงลูกชายก็รีบลุกขึ้นมาสวมกอด"หมอว่าไงบ้างครับ" เทียนถาม"ฮือ...ฮื้อ...อือ" "ยังไม่ออกมาเลยครับคุณเทียน" เจ๋งตอบแทนเมื่อเห็นว่าดารินเอาแต่ร้องไห้จนตอบอะไรเทียนไม่ได้"ใจเย็น ๆ นะครับแม่" เทียนพยายามปลอบแล้วใช้มือลูบหลังของดารินเบา ๆ "ฮึก...แม่...แม่ไม่เคยเห็นพ่อเป็นแบบนี้มาก่อนเลยเทียน...ฮือ...ฮื้อ" ดารินตอบ"แม่นั่งพักก่อนนะครับ" เทียนพูดแล้วพาดารินไปนั่งลงที่เดิมจากนั้นเขาก็หักไปมองหน้าพายุเพื่อส่งสัญญาณให้พายุเดินออกไปคุยกับเขา"ดูแลแม่ฉันดี ๆ " เทียนหันไปพูดกับเจ๋ง"ครับคุณเทียน" เจ๋งตอบจากนั้นเทียนกับพายุก็เดินออกจากหน้าห้องฉุกเฉินไป"นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ ๆ พ่อฉันถึงเป็นแบบนี้" เทียนถาม"พี่เวกัสกับพี่เจสันกำลังตรวจสอบอยู่ครับ" พายุตอบ"ไหนนายลองเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าที่พ่อฉันจะเป็นแบบนี้มาสิ" เทียนพูด"วันนี้หลังจากที่คุณหล่งกลับมาจากบ้านคุณมุกดาท่านก็ขังตัวเองทำงานอยู่
"โอ้โห~ หาวขนาดนี้มึงไปแดกกาแฟดีกว่าไหม" บอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าบ้านพักของเมฆทักบอดี้การ์ดอีกคนที่ยืนหาวติด ๆ กันมาหลายครั้งแล้ว"นี่เพิ่ง 4 ทุ่มกว่าเองทำไมผมง่วงแล้วว่ะพี่" "กูจะไปรู้มึงเหรอ เอ่อ! แต่จะว่าไปวันนี้กูก็รู้สึกง่วงแปลก ๆ นะ" "นั่นดิพี่ หาคนมาเปลี่ยนดีไหมผมกลัวผมเผลอหลับว่ะ" "มึงจะบ้าเหรอพวกเราเพิ่งจะผลัดเปลี่ยนกะกันไปเอง ใครเขาจะยอมมายืนแทนมึงเวลาเนี่ยอ่ะ" "แต่วันนี้บ้านใหญ่เงียบแปลก ๆ เนอะ" "เออว่ะ ปกติเดินกันให้วุ่นอย่างกับคนดีดยาทำไมวันนี้ไม่เห็นใครเลยว่ะ" "แปลก ๆ นะพี่ พวกเราไปดูกันหน่อยไหม" "ไปแล้วใครจะเฝ้าประตูว่ะ มึงไม่ต้องไปสนใจใครหรอกเอางานตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า""โธีพี่~ ไปแค่แป๊ปเดียวเองจะได้ไปหาอะไรมาไว้นั่งกินเล่นด้วย พี่ก็ดูดิล็อคแน่นหนาขนาดนี้ใครจะออกไปได้ต่อให้ไอ้คุณเมฆมันหายตัวได้จริงมันก็ยังหนีออกไปยากเลย" บอดี้การ์ดรุ่นพี่กำลังคิดตามคำพูดของรุ่นน้องคนสนิทอย่างลังเลใจเพราะตอนนี้เขาก็รู้สึกเบื่อเต็มทีที่ต้องมายืนประตูที่ปิดแน่นสนิทขนาดนี้"แต่ถ้าพี่เวกัสมาเดินลาดตระเวนแล้วไม่เจอคนเฝ้าที่นี่จะทำไงว่ะ" "พี่เวกัสเป็นคนของบ้านคุณหล่งเขาไม่ได้มาบ้านใหญ่ท
หลังจากที่เกรทเดินออกจากห้องไปเทียนก็รีบล้วงกระเป๋าหยิบเอาโทรศัพท์ของเขาออกมาโทรหาปูนปั้นทันที"ครับลุง" ปูนปั้นพูด"อยู่ไหนอ่ะ" เทียนถาม"อยู่ที่ร้านครับ" ปูนปั้นตอบ"โอเคดีใช่ไหม" เทียนถาม"ครับ ลุงเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย" ปูนปั้นพูด"ไม่มีอะไรวันนี้ปิดร้านแล้วรีบกลับบ้านนะ" เทียนพูด"โอเคแค่นี้ก่อนนะ" ปูนปั้นตอบ"อืม" เทียนตอบจากนั้นทั้งคู่ก็วางสายไป"คุณเทียนกังวลเรื่องอะไรเหรอครับ" เจ๋งถาม"แค่รู้สึกไม่สบายใจเฉย ๆ น่ะ" เทียนตอบ"ผมว่าคุณเกรทเขาก็คงอยากจะปั่นหัวคุณเทียนเล่น ไม่มีอะไรหรอกครับ" เจ๋งพูด"ฉันรู้จักเกรทดี เขาเป็นที่แค้นฝังลึกมากและถ้าเขาไม่คิดว่าจะอะไรเลยก็คงไม่ลงแรงตามหาตัวปูนปั้นจนเจอแบบนี้หรอกไหนจะเรื่องที่บริษัทอีก เกรทกลับมาครั้งนี้ฉันคงต้องวางแผนรับมือดี ๆ หน่อยละ" เทียนตอบ"งั้นเดี๋ยวผมจะให้โอมคอยไปดูแลความเรียบร้อยแถวบริเวณร้านของคุณปูนปั้นให้นะครับ" เจ๋งพูด"ดี แต่อย่าให้ปูนปั้นหรือคนที่ร้านตกใจเป็นอันขาดนะ" เทียนตอบ"ครับคุณเทียน" เจ๋งตอบ..ก๊อก ๆ ๆเสียงคนเคาะผนังบ้านน็อคดาวน์ของเมฆกดังมาจากข้างนอกซึ่งทำให้เมฆเลิกสนใจหนังสือการ์ตูนในมือแล้วขยับเข้าไปชิดกำแพ