“เฮ้ย!! อุ๊บ..” ฉันรีบเอื้อมมือไปปิดปากเขาทันทีด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นมาจุ๊ที่ปากเป็นสัญญาณให้เขาเงียบๆ
“มีอะไรหรือเปล่าไอ้ยู” เสียงเพื่อนที่อยู่ด้านนอกตะโกนถามเขา
“ไม่มีไร แค่...” พี่ยูมองหน้าฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา ฉันรีบส่ายหน้าเป็นพลันวันไม่ให้พี่ยูพูดอะไรที่เกี่ยวกับว่าฉันอยู่ในนี้ด้วย
“แค่...แมวน้อยนะ” พี่ยูตอบเพื่อนเขา ฉันจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าพี่ยูจะบอกเพื่อนเขาไปซะแล้วว่าฉันอยู่ในนี้
“แล้วมึงเสร็จยังว่ะ พวกกูเสร็จหมดแล้วนะ” เสียงเพื่อนพี่ยูตะโกนถามอีกครั้ง
“พวกมึงไปก่อนเลย” พี่ยูตะโกนบอกเพื่อนกลับ
“ขอบคุณนะคะ” ฉันเอ่ยขอบคุณพี่ยูเสียงเบา เพราะไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่ด้านนอกออกไปกันหมดหรือยัง
ปัง!!
เสียงประตูห้องน้ำห้องที่ติดกันปิดประตูดังลั่น จนฉันถึงกับสะดุ้งตัวโหย่ง สงสัยจะปวดหนักล่ะมั้งนั้น ถึงได้รีบปิดประตูเร็วขนาดนี้ แต่ว่า...กลับไม่ใช่อย่าที่คิดซะแล้ว เพราะว่าสิ่งที่ได้ยินต่อจากนี้มันชั่งบีบหัวใจเหลือเกิน
“ไม่ต้องใส่ถุงก็ได้นะ เลโอ”
ฉันถึงกับหูผึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นเอ่ยชื่อออกมา จะบ้าตาย จะมากินตับอะไรกันตอนนี้ ทำไมไม่ให้ฉันออกไปก่อน
“ไม่ได้หรอกครับคนสวย ถ้าไม่ใส่ ก็ไม่เอา” เลโอจริงๆด้วย ฉันจำเสียงเขาได้
“ก็ได้ค่ะ”
“อ๊ะ!! อ๊ะ!! อ๊ะ!! แรงๆ เลยค่ะ” ฉันรีบยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ทัน เมื่อมีเสียงกรีดร้องอย่างสุขสมจากห้องข้างๆ
ฉันชำเลืองมองหน้าพี่ยู ซึ่งพี่ยูยืนหลับตานิ่งพร้อมกับคลบกรามแน่น พื้นที่ห้องน้ำก็มีแค่นี้ ยังจะมาเล่นบทเร่าร้อนกันอีกเนอะ ในป่ายังกว้างกว่าเลย
“พี่ยูค่ะ” ฉันเอื้อมมือไปแตะไหล่พี่ยูเบาๆ แต่ร่างสูงถึงกลับสะดุ้งสุดตัว หน้าพี่ยูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามมาถึงใบหู ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรือว่าพี่ยูไม่สบาย
“พี่ยูไม่สบายเหรอคะ เรารีบออกไปกันเถอะ” ฉันยื่นมือไปจับแขนพี่ยู เพื่อที่จะพาพี่เขาออกจาห้องน้ำ แต่ว่า...พี่ยูกลับกระชากตัวฉันกลับเข้าไปหาเขาพร้อมกับกอดเอวฉันไว้แน่น
“พี่..ไปไม่ได้แล้ว” พี่ยูเอ่ยเสียงเบาคลายคนละเมอ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด นี่แสดงว่าพี่ยูดื่มหนักแน่ๆ เลย
“พี่ยูค่ะ ปล่อยค่ะ” ฉันพยายามแกะมือที่เหนี่ยวยิ่งกว่ากาวให้ออกจากเอวของฉัน
“พี่...ทนไม่ไหวแล้ว”
“พี่ยูก็อยากไปฟังสิคะ” ฉันเอื้อมมือของตัวเองขึ้นไปปิดหูให้พี่ยู แต่มันเหมือนกับว่าฉันเปิดโอกาสให้เขาซะงั้น เราต่างสบตากันนิ่ง หัวใจเต้นถี่แรงอย่างตื่นตัว ในห้องน้ำพื้นที่แคบๆ บวกกับเสียงประกอบจากห้องข้างๆ บอกตามตรงนะ ฉันเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้วเหมือนกัน แต่ว่า...ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า..เขาไม่ได้ชอบฉัน และเราไม่ได้เป็นอะไรกันด้วย
“พี่ยู อุ๊บ...” ริมฝีปากของฉันถูกช่วงชิงไปทันทีด้วยริมฝีปากหนาของพี่ยู ฉันพยายามดันไหล่หนาให้ออกห่างจากตัวแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะพี่ยูแรงเยอะและตัวโตกว่าฉันมาก มือหนาพยายามล้วงเข้ามาในกางเกงยีนขาสั้น ฉันจึงรีบคว้ามือหนาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเขาสามารถล้วงล้ำเข้าไปได้เรียบร้อยแล้ว
“อือออ” ฉันร้องท้วงอยู่ในลำคอหวังให้พี่ยูหยุด เพียงพริบตากางเกงยีนขาสั้นของฉันก็ร่วงลงไปกองกับพื้นพร้อมกางเกงชั้นใน
พี่ยูผละตัวออกเล็กน้อยเพื่อปลดกางเกงยีนของตัวเอง ฉันหันหลังให้เพื่อที่จะก้มลงหยิบกางเกงขึ้นมาใส่ใหม่ก็โดนมือหนารั้งเอวบางเข้าไปชิดตัวพร้อมกับดุนดันบางสิ่งเข้ามาที่กลางกายของฉันจากด้านหลัง
“อ๊ะ!! อึก อือออ” ความเจ็บปวดร้าวไปทั่วร่าง จนขาฉันถึงกับสั่นไหว พี่ยูจับฉันโน้มตัวไปด้านหน้าเข้าหากำแพง
“อ่า...บัวตอง ครั้งแรกใช่ไหม” พี่ยูกระซิบถาม
“ค่ะ..” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่ขาดห่วง
“เราจะไม่ใช่แค่คนที่รู้จักกันอีกต่อไป” พี่ยูกระซิบบอกจากด้านหลัง
“หมายความว่าไงคะ อ่ะ!!” ฉันยึดกำแพงแน่น เมื่อพี่ยูเริ่มขยับช่วงร่างจากช้าๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นรัวเร็ว ฉันแทบหายใจไม่ทัน
“พี่ยู อือออ” ฉันเผลอครางเป็นชื่อเขาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ชีวิตเธอจะอยู่ไม่สุขอีกต่อไปแล้ว บัวตอง อ่า..” ร่างกายเริ่มเกร็งไปทุกสัดส่วน รับรู้ถึงความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นอยู่กลางกาย ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้มันดีหรือไม่ดี แต่ตอนนี้ร่างกายของฉันมันยินยอมให้พี่ยูหมดแล้ว เอวสอบกระแทกเข้ามาติดๆ จนฉันรู้สึกมวนท้องเป็นว่าเล่น
“บัวตอง ไม่ไหวแล้ว” ยิ่งฉันบอกแบบนั้น พี่ยูก็ยิ่งถาโถมแรงเข้าใส่
“อ่า/อืออ” ความรู้สึกเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันเป็นแบบนี้นี่เองความรู้สึกที่สุขสมของอารมณ์เพศ
“บัวตอง” พี่ยูพูดขึ้นเมื่อเราต่างก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ฉันก้มหน้าก้มตามองพื้นไม่กล้าสบตากับพี่ยู ความรู้สึกมันหลากหลายจนบอกไม่ถูก
“รอพี่อยู่นี่ก่อนนะ ห้ามไปไหน จนกว่าพี่จะกลับมารับ” พูดจบพี่ยูก็เปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว อะไรของเขานะ ทำไมต้องให้ฉันรออยู่ในนี้ด้วย เมื่ออยู่คนเดียว ก็ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ขึ้นมา ไม่รู้ว่าห้องข้างๆ ออกไปตั้งแต่เมื่อไร แล้วพวกเขาจะได้ยินเสียงฉันหรือเปล่านะ โอ๊ยยย ยัยบัวตองเอ๊ย... เพราะเหล้าแท้ๆ เลย ถึงทำให้ฉันแรดได้ขนาดนี้
ก๊อกๆ ๆ ๆ ๆ
“บัวตอง นี่พี่เอง” ฉันรีบเปิดประตูให้พี่ยูทันที
“ไปไหนมาค่ะ”
“ไปซื้อนี่มา” พี่ยูยื่นกล่องยาคุมฉุกเฉินมาให้ ฉันมองดูอย่างอึ้งๆ นี่ฉันต้องพึงมันแล้วใช่ไหม
“หรือไม่กิน..ก็ได้นะ” พี่ยูทำท่าจะเก็บยาใส่กระเป๋าคืน
“กินสิ ไม่กินได้ไงล่ะ” ฉันรีบแย่งคืนก่อนที่พี่ยูจะเอาคืนไปจริงๆ
“ออกไปก่อนพี่สิ” พี่ยูบอก ฉันจึงพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ แล้วก็ค่อยๆ ย่องออกมาอย่าระมัดระวังที่สุด มองซ้ายมองขวาเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใคร ฉันก็เตรียมวิ่งสี่คูณร้อยเมตร แต่ว่า..วิ่งไปได้แค่สองก้าวฉันก็ร่วงลงสู่พื้นทันที เพราะความเจ็บกลางกายยังระบมอยู่เลย
“เป็นอะไรหรือเปล่าบัวตอง” เลโอมาจากไหนไม่รู้เดินเข้ามาพยุงฉันให้ลุกขึ้น
“ไม่เป็นไร แค่สะดุดก้อนหินอ่ะ” ฉันหันโกหกออกไป
“ทำไมยังไม่กลับบ้านพักอีกล่ะ บัวตอง” พี่ยูเดินเข้ามาถามด้วยใบหน้าที่เรียบตึ่ง
“ออ กำลังจะไปแล้วค่ะ” เป็นอะไรของเขานะ ฉันกำลังจะก้าวเดินเข่าก็ซุดอีกครั้ง สองแขนหนาของเลโอกับพี่ยูต่างก็ช่วยกันรั้งเอวฉันไว้ได้ทัน
“เออ ขอบใจ” ฉันหันไปบอกกับทั้งสองคน ซึ่งต่างก็กำลังจ้องหน้ากันนิ่ง ไม่รู้ว่าผิดใจอะไรกันหรือเปล่า
“เออ เลโอจะกลับไปดื่มต่อเหรอ” ฉันถามเลโอขึ้นเพื่อทำลายบรรยายกาศอันน่าอึดอัดนี้
“เปล่าหรอก มาตามหาบัวตองนั่นแหละ” คำตอบของเลโอทำให้คิ้วของฉันขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่า” ฉันถามเลโอ
“จะมาบอกว่า พี่มิรินอยู่ที่บ้านพักแล้ว เหมือนจะเมาหนักอยู่นะ” เลโอบอก
“งั้นบัวตองไปดูมิรินก่อนนะ”
“เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง”
“มะ...”
“ห้ามปฏิเสธ”
ฉันกำลังจะปฏิเสธพี่ยูก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน แถมยังส่งสายตาแบบบังคับมาให้ด้วย ทำไมต้องดุกันด้วยนะ อยากจะไปส่งก็ไปสิ ไม่เห็นต้องมองฉันแบบนั้นเลย
“บัวตองไปนอนก่อนนะ ราตรีสวัสดิ์เลโอ” ฉันหันไปบอกเลโอ พร้อมกับยกมือขึ้นบ๊ายบายเขา และฉันก็ไม่รู้ว่า สิ่งที่ทำมันไม่ดีตรงไหน ถึงได้ทำให้สีหน้าของพี่ยู ดูตึ่งๆ อย่างไม่พอใจ
พี่ยูเดินมาส่งฉันจนถึงหน้าบ้านพัก ซึ่งตลอดทางที่เดินมาพี่ยูก็เอาแต่เงียบไม่ยอมพูดอะไรเลย รู้สึกอึดอัดจังเฮะ...
“พี่ยูค่ะ” ฉันหันตัวกลับมาหาพี่เขา
“ครับ” ขานรับได้ไร้อารมณ์สุดๆ
“ขอบคุณนะคะ ที่เดินมาส่ง”
“ครับ”
.
.
.
ฉันเดินเข้ามายังบ้านพักด้วยความงุนงงไม่หาย เป็นอะไรของเขานะ ก่อนหน้านี้ก็ยังดีๆ อยู่เลย จู่ๆ ก็มาทำหน้านิ่งใส่ซะงั้น ทำตัวไม่ถูกเลยเฮะ เมื่อเดินเข้ามาในห้องนอนก็เจอกับพวกยัยน้ำหวานที่กำลังพากันนั่งล้อมรอบมิรินไว้“ทำอะไรน่ะ!” ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนรักทันที พร้อมกับผลักพวกยัยน้ำหวานออก“ฉันก็แค่สงสัยว่าเพื่อนเธออ่ะ หลับจริงหรือแค่แกล้งหลับเพื่ออ่อยผู้ชาย” น้ำหวานพูด“ระดับยัยมิรินไม่จำเป็นต้องอ่อยให้เสียเวลาหรอกย่ะ! แค่เพื่อนฉันกระดิ้กนิ้วให้ ผู้ชายก็แทบถวายตัวมาให้แล้วล่ะ” ฉันตอบกลับด้วยความหมั่นไส้ยัยน้ำหวาน“เชอะ! สวยตายแหละ” น้ำหวานพูด“สวยกว่าเธอก็แล้วกัน” ฉันสวนกลับทันที“นี่!!”“เธอจะไปนอนดีๆ หรืออยากจะนอนด้วยน้ำตา ห๊ะ!!” ฉันเริ่มรำคาญยัยพวกนี้แล้วนะ“เชอะ!!” แล้วกลุ่มของยัยน้ำหวานก็ยอมถอยทัพกลับไปยังที่ของตัวเองฉันหันกลับมามองหน้าเพื่อนรักที่ตอนนี้หลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ฉันไม่น่าให้มิรินดื่มเยอะเลย ดูสิเนี้ย สลบเลยเพื่อนฉัน ว่าแต่มิพิศวาสกลับมายังที่พักได้ไงนะ โต้งมาส่งงั้นเหรอ สองคนนี้
วันนี้เป็นวันรับน้องคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยสำหรับผม ออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ มหาลัยเปิดเทอมได้อาทิตย์หนึ่งแล้วล่ะ ไม่รู้จะมารับอะไรตอนนี้เสียเวลา...“แม่ง! น่าเบื่อว่ะ” ผมหันไปบ่นกับเพื่อนทั้งสามคน“นั่นดิ เสียเวลาชิบ!” ราเรซเห็นด้วยกับผม“น้องปีหนึ่งสองคนนั้นน่ะ คุยอะไรกัน ออกมาคุยตรงนี้มา” รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งประกาศเรียกให้ผมกับราเรซเดินออกไปยืนด้านหน้าเพื่อนๆ พอผมกับราเรซลุกขึ้นยื่นเท่านั้นแหละ สายตาของผู้หญิงที่คณะ ต่างก็หันมามองที่ผมสองคนเป็นตาเดียว ก็คนมันหล่ออ่ะนะ พอรู้ตัวเองอยู่แหละผมกับราเรซเดินตรงไปหารุ่นพี่ที่ถือไมค์ประกาศเรียกพวกผมเมื่อกี้ ชำเลืองมองดูป้ายชื่อที่รุ่นพี่คนนี้ฆ้องคอไว้ ชื่อน้ำหวานสินะ ทำเป็นพูดเสียงเข้มใส่ ตัวเท่าลูกแมวยังกล้ามาเบ่งใส่อีก ผมเล่ตามองพี่น้ำหวานเล็กน้อยด้วยแววตาเรียบนิ่ง เพียงแค่นั้นก็ทำให้พี่น้ำหวานยืนอายม้วนบิดไป บิดมา อะไรวะ... เรียกออกมาแล้วก็มาเขินใส่เนี้ยนะ ไร้สาระวะ!พี่น้ำหวานเอาแต่จ้องหน้าผมกับราเรซสลับกันไม่ยอมพูดอะไรสักที เธอก็เลยโดนเพื่อนตบหัวไปหนึ่งทีเพื่อเรียกสต
“อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวใส่ตะขอให้” ผมกระซิบบอกชิดริมหู ผมไม่รู้หรอกว่ามิรินมีสีหน้ายังไง เพราะเธอหันหลังให้อยู่ แต่ผมมั่นใจว่า เธอต้องเขินอยู่แน่ๆผมค่อยๆ เลือนมือเข้าไปในเสื้อนักศึกษาของมิรินอีกครั้ง แกล้งลากนิ้วผ่านเข้าไปอย่างเชืองช้า สร้างความสยิวให้กับร่างบางเล่น ผมชำเลืองมองไปด้านหน้าผ่านหัวทุ่ยก็เห็นมือน้อยๆ ของมิรินกำลังกำหมัดแน่น เหมือนกับว่า เธอกำลังอดกลั้นกับอะไรสักอย่าง... ผมยกยิ้มแอบขำอยู่ในใจ อดทนให้ได้ตลอดนะ มิริน เพราะว่าต่อจากนี้ไป มันคือของจริง...“บอกไม่จำ ก็ต้องโดนแบบนี้แหละ” ผมกระซิบบอกมิรินอีกครั้ง เมื่อใส่ตะขอให้เธอเสร็จแล้ว ทันทีที่ผมปล่อยมือออกจากเอวบาง มิรินก็รีบวิ่งหนีไปโดยที่ไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย ผมเดานะ เธอต้องวิ่งไปเข้าห้องน้ำแน่นอน เพราะเสื้อนักศึกษาของมิรินหลุดลุ่ยออกมาจากขอบกระโปรงด้วยฝีมือของผมนึกว่าจะโดนมิรินตบซะแล้ว ผมคิดเอาไว้ว่า ถ้าเธอหันมาตบ แสดงว่าเธอไม่ได้แค่ไม่ชอบ แต่เธอต้องรังเกียจผมเลยล่ะ และการที่เธอไม่ตบผม แสดงว่าลึกๆแล้ว เธอก็ต้องมีชอบผมบ้างล่ะน่า... ไม่มากก็น้อยล่ะวะ เตรียมรับมือโต้งไว้ให้ดีล่ะ มิริน
14:50 PM. หลังจากอาจารย์เดินออกจากห้องเรียนไป ฉันกับบัวตองก็เดินออกจากห้องเรียนมานั่งเล่นยังใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างตึกคณะ อากาศในตอนบ่ายค่อนข้างร้อนมาก แต่พอได้นั่งอยู่ใต้ร่มไม้แบบนี้แล้ว กลับรู้สึกเย็นสบายเพราะมีลมพัดผ่านตลอดเวลา ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นไปพลางๆ รอเวลาที่พี่เฟยหลานชายเพื่อนคุณตามารับ ตามที่แม่เฌอรีนของฉันได้บอกไว้ ใจจริงฉันอยากจะชิ่งกลับก่อนซะด้วยซ้ำ ถ้าไม่กลัวว่าจะต้องมาทะเลาะกับแม่ทีหลังน่ะนะ “อาทิตย์หน้ามีเข้าค่าย มึงว่างไหม ไอ้ยู” เสียงพูดคุยดังขึ้นจากโต๊ะด้านหลังของฉัน ปกติฉันก็ไม่ค่อยจะสนใจอะไรอยู่แล้ว แต่พอผู้ชายคนที่พูดเมื่อกี้ได้เอ่ยชื่อใครบางคนออกมา มันก็เลยทำให้ฉันอดที่จะหันไปมองไม่ได้ และเมื่อฉันหันหลังไปมองสายตาของฉันก็สบเข้ากับเขาคนนั้นพอดี ฉันรีบหันกลับมามองหน้าเพื่อนอย่างรวดเร็ว เมื่อกี้... เขาทันเห็นรึเปล่านะ คงไม่หรอก เขาไม่รู้หรอก... “แกเป็นอะไรรึเปล่า มิริน ดูท่าทางแปลกๆ” บัวตองถามพร้อมกับชะเงอคอมองไปยังด้านหลังของฉัน “ไม่มีอะไร” ฉันรีบตอบพร้
“ไปด้วย!! ”ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงห้วนๆนั่น ก็ทำให้ฉันได้สติแล้วล่ะสายตาจากพี่ยูมามองยังเจ้าของน้ำเสียงแข็งๆนี้ ที่ไม่รู้ว่ามายืนข้างฉันตั้งแต่เมื่อไร เห็นตอนแรกยังไม่ยอมลุกขึ้นยืนเลย แล้วไงมายืนข้างฉันได้เร็วขนาดนี้ ราเรซกับเพื่อนอีกสองคนยังเดินตามมาไม่ถึงเลย ทั้งที่ลุกขึ้นยืนก่อนซะด้วยซ้ำ“ไหนบอกไม่ไปไง ไอ้โต้ง” ราเรซถามขึ้น เมื่อเดินมาถึงตัวเพื่อน“กูเปลี่ยนใจแล้ว” โต้งตอบโดยที่ไม่หันหน้าไปมองราเรซ เพราะเขาเอาแต่จ้องหน้าฉันอยู่นี่แหละ ไม่รู้จะทำหน้านิ่งไปถึงไหน ฉันเดาใจเขาไม่ออก...ตึกๆ ๆ ๆ ตึกๆ ๆ ๆแล้วทำไมฉันต้องรู้สึกกลัวเขาด้วยนะ ความรู้สึกเหมือนกับว่าฉันทำผิด ก็เลยกลัวเขาอย่างนั้นแหละ... นี่ก็จ้องอยู่ได้ ไหนจะสายตาเอาเรื่องนั่นอีก“จะไปด้วยเหรอ ไอ้น้อง บอกไว้ก่อนนะ งานนี้น่ะ มันงานแมนๆ ต้องการผู้ชายแมนๆ ไม่ใช่โดนแดดนิดๆ หน่อยๆ ก็วิ่งเข้าร่มนะ” พี่แมทเดินเข้ามาพูดแขวะโต้ง“ผมไม่แมนตรงไหน” โต้งล่ะสายตาจากฉันแล้วหันไปจ้องหน้าพี่แมทแทน“หุ่นมึงบอบบางมากอ่ะ น้อง!” พี่แมทยังแขวะต่อ“ลองชกกันหน่อยไหมล่
“น้องมิรินใช่ไหมครับ”ในระหว่างที่ฉันกำลังยืนดูกลุ่มเพื่อนของราเรซ ก็มีผู้ชายผิวขาวใสเดินเข้ามาทัก ฉันหันมามองหน้าเขา ใช้สายตาเพ่งมองเพื่อนึกให้ออกว่าเคยเจอกันหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนเข้ามาทักฉันก่อน แถมยังรู้จักชื่อฉันอีก“พี่เฟยเองครับ” เขาเฉลยชื่อของตัวเองทันทีที่ฉันขมวดคิ้วเป็นปม ฉันนึกไม่ออกจริงๆ อ่ะ พี่เขาดูเปลี่ยนไปเยอะมาก ดูขาวขึ้น จมูกก็โด่งขึ้นด้วย“ออ ค่ะ” ฉันยิ้มให้อย่างเป็นมิตร“น้องมิรินนี่ สวยขึ้นเยอะเลยนะครับ พี่เกือบจำไม่ได้เนะ ดีนะ ที่คุณแม่เฌอรีนส่งรูปน้องมิรินมาให้พี่ดูก่อน” ระหว่างที่สนทนากัน พี่เฟยนี่ฉีกยิ้มให้ฉันตลอดเวลาเลย เหงือกแห้งแล้วมั้งนั่น“ค่ะ”“เราไปกันเลยไหม คุณแม่เฌอรีนบอกว่า น้องมิรินยังไม่มีชุดใส่ไปงานเลี้ยงต้อนรับพี่เลย เดี๋ยวพี่พาไปซื้อนะ” ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไร พี่เฟยก็ร่ายยาวเอาเองเสร็จสับฉันเนี้ยนะไม่มีชุด เหอะ! ฉันมีชุดเต็มร้านเลย ขอบอก... เพราะฉันกับพ่อมิโน่เปิดร้านเสื้อผ้าเป็นแบรนด์ของตัวเองอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง มีทั้งแบบตามสมัย แบบวัยรุ่น แบบออกงานสังคม ร้านฉัน
ห้างสรรพสินค้า.....“ลืมตา”ทันทีที่ลืมตาขึ้น สายตาของฉันก็สบเข้ากับตาคมที่ห่างจากหน้าฉันไม่ถึงคืบ แล้วรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา แววตาดูร่าเร่งและสดใส เสียงหัวใจของฉันเต้นถี่แรง เมื่อได้มองหน้าเขาใกล้ๆ นี่ฉันโดนเจ้าเด็กบ้านี่ทำของใส่หรือเปล่านะ ทำไมฉันถึงล่ะสายตาจากใบหน้าของโต้งไม่ได้เลย ทำไมเขาถึงได้หน้ามองขนาดนี้ ผิวเนียนมาก เขาใช้ครีมบำรุงยี่ห้ออะไร ฉันจะได้ไปหาซื้อมาใช้บ้าง“จ้องขนาดนี้ ไม่กินเลยล่ะ” โต้งกระซิบบอกชิดริมหู และนั่นก็ทำให้ฉันพึ่งได้สติขึ้นมา รีบยกมือบางขึ้นมาดันอกแกร่งของโต้งเบาๆ เพื่อให้เขาขยับถอยออกไป แต่มือหนากลับรวบมือบางของฉันไว้ด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียว“พูดบ้าอะไร ใครอยากกินนายมิทราบ” ฉันโต้กลับ พร้อมกับพยายามดึงมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมของมือหนา“ก็อยากให้กินอ่ะ” โต้งยิ้มให้อย่างมีเลศนัย“ไม่กินย่ะ ปล่อยได้แล้ว” ฉันกลิ้งลูกตาไปที่มือ ด้วยแววตาไม่พอใจนิดๆ แต่โต้งกลับนั่งนิ่ง ไม่ได้สนใจแววตาไม่พอใจของฉันเลยสักนิดเอี๊ยดดดดดดดเสียงเบรกรถดังสนั่นลั่นลาดจอดรถของห้าง ฉั
“พี่แอนค่ะ พ่อยังไม่เข้าร้านเหรอ” ฉันหันไปถามพี่พนักงานคนหนึ่ง ซึ่งถือว่าแกเป็นใหญ่รองจากฉันกับพ่อเลยล่ะ เพราะพี่แอนทำงานอยู่กับร้านนี้มาหลายปีแล้ว เป็นที่ไว้ใจได้สำหรับฉันกับพ่อ“มาแล้วค่ะ แล้วก็ออกไปแล้วด้วย” พี่แอนตอบ“ว้า.. กะว่าจะได้เจอพ่อสักหน่อย” ฉันยิ้มให้พี่แอนอย่างใจดี พี่แอนก็ยิ้มใจดีตอบกลับมาเหมือนกัน“น้องมิรินครับ” พี่เฟยเดินตามฉันมาด้วยอาการเหนื่อยหอบสุดๆ ใบหน้าพี่เฟยเริ่มมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมด้านหน้า น่าเห็นใจจัง ฉันจึงเดินไปหยิบกล่องทิชชูที่หลังเคาเตอร์มาซับเหงื่อให้พี่เฟย ซึ่งพี่เฟยก็ยิ้มรับดีใจอย่างออกนอกหน้านอกตา พร้อมกับเหล่ตามองกลุ่มน้องชายฉัน ดูก็รู้ว่าเขาจงใจทำใส่กลุ่มสี่หนุ่ม ไม่มีใครเขารู้สึกอะไรหรอก นอกจากเจ้าของใบหน้าเรียบนิ่งแต่สายตากลับดุร้าวจนหน้าหวั่นใจ เมื่อเห็นดังนั้น ฉันจึงชักมือตัวเองออกจากใบหน้าของพี่เฟยทันที พร้อมกับยื่นกล่องทิชชูให้พี่เฟยจัดการซับหน้าเอาเองฉันไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ไม่รู้ว่าทำไมฉันต้องรู้สึกกลัวสายตาแบบนั้นของโต้งด้วย ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย เพียงแค่เขาส่งสายตาดุมาให้ฉันก็แท
ฉันเดินเข้ามายังบ้านพักด้วยความงุนงงไม่หาย เป็นอะไรของเขานะ ก่อนหน้านี้ก็ยังดีๆ อยู่เลย จู่ๆ ก็มาทำหน้านิ่งใส่ซะงั้น ทำตัวไม่ถูกเลยเฮะ เมื่อเดินเข้ามาในห้องนอนก็เจอกับพวกยัยน้ำหวานที่กำลังพากันนั่งล้อมรอบมิรินไว้“ทำอะไรน่ะ!” ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนรักทันที พร้อมกับผลักพวกยัยน้ำหวานออก“ฉันก็แค่สงสัยว่าเพื่อนเธออ่ะ หลับจริงหรือแค่แกล้งหลับเพื่ออ่อยผู้ชาย” น้ำหวานพูด“ระดับยัยมิรินไม่จำเป็นต้องอ่อยให้เสียเวลาหรอกย่ะ! แค่เพื่อนฉันกระดิ้กนิ้วให้ ผู้ชายก็แทบถวายตัวมาให้แล้วล่ะ” ฉันตอบกลับด้วยความหมั่นไส้ยัยน้ำหวาน“เชอะ! สวยตายแหละ” น้ำหวานพูด“สวยกว่าเธอก็แล้วกัน” ฉันสวนกลับทันที“นี่!!”“เธอจะไปนอนดีๆ หรืออยากจะนอนด้วยน้ำตา ห๊ะ!!” ฉันเริ่มรำคาญยัยพวกนี้แล้วนะ“เชอะ!!” แล้วกลุ่มของยัยน้ำหวานก็ยอมถอยทัพกลับไปยังที่ของตัวเองฉันหันกลับมามองหน้าเพื่อนรักที่ตอนนี้หลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ฉันไม่น่าให้มิรินดื่มเยอะเลย ดูสิเนี้ย สลบเลยเพื่อนฉัน ว่าแต่มิพิศวาสกลับมายังที่พักได้ไงนะ โต้งมาส่งงั้นเหรอ สองคนนี้
“เฮ้ย!! อุ๊บ..” ฉันรีบเอื้อมมือไปปิดปากเขาทันทีด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นมาจุ๊ที่ปากเป็นสัญญาณให้เขาเงียบๆ“มีอะไรหรือเปล่าไอ้ยู” เสียงเพื่อนที่อยู่ด้านนอกตะโกนถามเขา“ไม่มีไร แค่...” พี่ยูมองหน้าฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา ฉันรีบส่ายหน้าเป็นพลันวันไม่ให้พี่ยูพูดอะไรที่เกี่ยวกับว่าฉันอยู่ในนี้ด้วย“แค่...แมวน้อยนะ” พี่ยูตอบเพื่อนเขา ฉันจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าพี่ยูจะบอกเพื่อนเขาไปซะแล้วว่าฉันอยู่ในนี้“แล้วมึงเสร็จยังว่ะ พวกกูเสร็จหมดแล้วนะ” เสียงเพื่อนพี่ยูตะโกนถามอีกครั้ง“พวกมึงไปก่อนเลย” พี่ยูตะโกนบอกเพื่อนกลับ“ขอบคุณนะคะ” ฉันเอ่ยขอบคุณพี่ยูเสียงเบา เพราะไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่ด้านนอกออกไปกันหมดหรือยังปัง!!เสียงประตูห้องน้ำห้องที่ติดกันปิดประตูดังลั่น จนฉันถึงกับสะดุ้งตัวโหย่ง สงสัยจะปวดหนักล่ะมั้งนั้น ถึงได้รีบปิดประตูเร็วขนาดนี้ แต่ว่า...กลับไม่ใช่อย่าที่คิดซะแล้ว เพราะว่าสิ่งที่ได้ยินต่อจากนี้มันชั่งบีบหัวใ
ผมนุ้งเพียงกางเกงบล็อกเซอร์ตัวเดียวเดินลงมายังชั้นล่าง มองหาผ้ากับกะละมังอีกรอบเพื่อนำไปเช็ดตัวให้มิริน“ไอ้โต้ง”“มีไร”“ทำไมมึงอยู่ในสภาพนี้ว่ะ แต่ก็ชั่งเหอะ กูไปเอาผ้ามาอาบน้ำดีกว่า” ราเรซบอก พร้อมกับที่มันกำลังจะเดินขึ้นบันไดไป“เฮ้ย!! เดี๋ยว!!” ผมรีบวิ่งไปขว้างหน้ามันไว้ก่อน“อะไรของมึง กูอยากอาบน้ำใจจะขาดอยู่แล้ว” ราเรซจ้องหน้าผมด้วยอารมณ์หงุดหงิด“มิรินอยู่ข้างบน”“แล้วไง นั่นก็พี่กูป่ะ” ราเรซทำท่าจะเดินขึ้นบันไดไปอีกรอบ“ไม่ได้!!”“อะไรของมึง ทำอย่างกับว่าพี่กู...เดี๋ยวนะ!! มึงอยู่สภาพนี้..แล้ว พี่มิริน...” ราเรซทำท่าคุ้นคิด ผมจึงพยักหน้าให้มันทันทีโดยที่ไม่ต้องรอให้มันคิดนาน“เฮ้ย!!” ราเรซกระโดนออกจากทางขึ้นบันไดทันที“รอกูอยู่นี้... ให้กูไปจัดการด้านบนให้เรียบร้อยก่อน” พูดจบ ผมก็รีบเดินขึ้นมายังชั้นบนพร้อมกับกะละมังใบเล็กและผ้าเช็ดตัว ผมถือกะละมังใบเล็กกับผ้าเช็ดตัวมาวางไว้ข้างตัวมิรินก่อนจะจุ่มผ้าลงในกะละมังแล้วบิดน้ำออกพอมาดๆ ผมเริ่มเช็ดใบหน้ารูปไข่ก่อน ค่อยๆซับผิวเนียนอย่างเ
“โต้งหุ่นดีจัง ขอสัมผัสหน่อยสิ” น้ำหวานเอื้อมมือขึ้นมาหวังจะสัมผัสร่างกายของผมอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นหรอก ผมคว้าหมับที่ข้อมือของเธอได้ก่อนที่เธอจะสัมผัสโดนตัว“เล่นพอล่ะ ออกไปได้แล้ว” ผมออกปากไล่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ตะ..”“ออกไป!!” คราวนี้ผมตะโกนเสียงดังลั่น จนทำให้น้ำหวานถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอยังยืนอยู่กับที่อยู่อีกไม่ยอมเดินออกไป ผมจึงจับที่ต้นแขนของน้ำหวานแล้วกระชากตัวเธอให้ออกไปจากเขตบ้านพักของผม“โอ๊ยยยย”“น้ำหวาน!!”เพื่อนๆ ของเธอรีบวิ่งเข้ามารับเพื่อนตัวเอง เมื่อโดนผมโยนออกมา นี่มารออะไรกัน มารอดูยัยนี่กินผมหรือไง“ไปให้ไกลๆ จากตรงนี้เลยนะ ก่อนที่โต้งจะหมดความอดทน”“ไปเถอะน้ำหวาน” เสียงเพื่อนเธอคนหนึ่งบอก แล้วน้ำหวานกับเพื่อนๆ ของเธอก็เดินหายไปจนหมดผมรีบเดินกลับขึ้นมาดูมิรินว่าเธอตื่นหรือเปล่า ที่ผมตะคอกน้ำหวานเสียงดังเมื่อกี้จะทำเธอตกใจตื่นหรือเปล่านะ เมื่อผมเดินขึ้นมาบนบ้านก็เจอกับมิรินกำลังนั่งทำหน้าหมุ่ยอยู่บนที่นอน“ตื่นแล้วเหรอ” ผมเดินไปนั่งลงข้างๆ ม
21:30 PM.ตอนนี้เหล่านักจิตอาสาทั้งหลายกำลังรวมตัวกันอยู่ที่ปาร์ตี้ที่จัดขึ้นอยู่ข้างสนามฟุตบอล มีรุ่นพี่บางคนเอากีตาร์มาด้วย เป็นสีสันของปาร์ตี้จริงๆ แต่ล่ะคนก็แยกย้ายไปนั่งกับกลุ่มของตัวเอง“เอาล่ะ เด็กๆ อาจารย์จะไปนอนล่ะ อย่าปาร์ตี้กันดึกมากล่ะ และก็..อย่าให้มีปัญหาใดใดทั้งสิ้นนะ เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนตามอัศธยาศัยได้” อาจารย์ผู้ดูแลพูดขึ้น“ครับ/ค่ะ” ซึ่งพวกเราต่างก็พร้อมใจกันรับปากอาจารย์ เมื่อเห็นดังนั้นอาจารย์ก็เดินไปยังบ้านพักของตัวเองทันทีเมื่อลับสายตาอาจารย์แล้ว เลโอ ราเรซ บิ๊กไบค์ ต่างก็พากันยกลังใบใหญ่มาคนล่ะกล่อง เอามาไว้บนโต๊ะ และก็ไม่ใช่แค่สามคนนี้เท่านั้น ยังมีกลุ่มของพี่ยูรุ่นพี่ปีสาม และพี่ปีสี่ ต่างก็ยกลังมาเหมือนกับเพื่อนของโต้งมาวางไว้บนโต๊ะเหมือนกัน“เอาล่ะ ปาร์ตี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว” พี่แมทพูดขึ้นพร้อมกับหยิบเบียร์ขึ้นมาจากลังแล้วส่งให้กับรุ่นน้องและเพื่อนๆ“เฮ้/เฮ้” เสียงรุ่นน้องต่างก็เฮลั่นด้วยความดีใจ“ได้เหรอ เดี๋ยวอาจารย์ก็ดุเอาหรอก” ฉันหันไปพูดกับบัวตอง“ก็บอกแล้วไง ว่าอาจารย์ป
ติ่ง!! บัวตอง : แกอยู่ไหน มิริน มิริน : แถวๆ นี้แหละ ไม่ต้องตามมานะ มิริน : ฉันอยากอยู่คนเดียว บัวตอง : ตามใจแกแล้วกัน บัวตอง : มีอะไรก็โทรบอกฉันนะ ขอโทษนะบัวตอง แต่ตอนนี้ฉันยังไม่อยากเจอใครจริงๆ ขออยู่คนเดียวสักพักเถอะ อยากจะคิดทบทวนอะไรสักหน่อย ทำไมความรู้สึกมันถึงยุ่งยากเหลือเกินนะ เฮ้ออออ ฉันทิ้งตัวลงนอนกับฟู้กอย่างหมดแรง ไม่รู้ว่าอะไรนักหนา ทำไมมันถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้นะ เขาจะใจเย็นกว่านี้สักหน่อยไม่ได้หรือไง ต้องตะคอก ต้องเสียงดังใส่ตลอดเลยหรือไง.... 18:30 PM. ไม่รู้ว่าฉันเผลอหลับไปตอนไหน รู้สึกตัวอีกที่ก็หกโมงครึ่งแล้ว แต่ไม่เห็นมีใครกลับมาที่พักเลยสักคน ไปไหนกันหมดนะ? ฉันลุกออกจากที่นอนแล้วเดินไปล้างหน้าล้างตายังห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมาด้านนอกเพื่อมองหาคนอื่นๆ และเมื่อฉันเดินออกมาก็เห็นนักจิตอาสาทั้งหลายรวมกันอยู่ที่สนามฟุตบอล ดูเหมือนว่าจะมีการแข่งขันฟุตบอลกันอยู่ ฉันจึงเดินไปดูที่ข้างสนามก็เห็นกลุ่มของโต้งกับพี่ยูแ
“ไหนบอกไม่ชอบไง” ฉันหันไปมองตามน้ำเสียงที่ไม่พอใจนั้น “น้ำหวาน” ฉันเอ่ยชื่อเธอ “เธอนี่ ก็ตอแหลเป็นเหมือนกันเนอะ มิริน” น้ำเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าฉันพร้อมกับใช้สายตาจิกกัดอย่างไม่ปิดบัง “อย่ามาพาลแถวนี้ น้ำหวาน ผู้ชายไม่มองแค่นี้ ก็เดือดซะแล้วเหรอ” ฉันกอดอกจ้องหน้าน้ำหวานกลับอย่างไม่เกรงกลัว “หึ รู้ได้ไง ว่าเขาไม่มอง เขากับฉันที่เอสที่ผับวันนั้น..” “มีแค่เรื่องเดียวสินะ ที่เธอเอามาเล่าไม่จบสักที” ฉันพูดสวนทันทีเมื่อน้ำหวานเริ่มพูดเรื่องนั้นขึ้นมาอีก ฉันต้องเชื่อใจโต้ง เพราะเขาบอกฉันแล้ว ว่ามันไม่มีอะไร ฉันต้องไม่คิดตามยัยน้ำหวาน ฉันต้องเชื่อใจเขา “เธอไม่อยากรู้เหรอ ว่าเราทำอะไรกันบ้าง” น้ำหวานยังพยายามพูดขึ้นมาอีก “งั้นเธอบอกฉันหน่อยสิ น้ำหวาน ว่าโต้งเขาจูบเก่งหรือเปล่า” ฉันจ้องหน้าน้ำหวานด้วยสายตาราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกใดใด เพราะฉันรู้จุดประสงค์ของยัยนี่ หล่อนต้องการให้ฉันโมโห เธอไม่มีวันสมหวังหรอก “นะ..แน่นอน เขาจูบเก่งที่สุด” น้ำหวานถึงกลับพูดตะกุกตะกัก แค่นี้
มิริน ฉันยืนดูอยู่นานล่ะ จะแสดงความรักต่อกันอีกนานไหม ฉันเริ่มจะไม่ไหวแล้วนะ ไอ้ผู้ชายมักมาก ไหนบอกว่ารอฉันคนเดียวไง โกหกทั้งเพ “น้ำค่ะ พี่ยู” ฉันถือขวดน้ำไปให้พี่ยูเมื่อเห็นว่าพี่เขายังไม่ได้ดื่มน้ำเลย “โทดทีครับ พอดีมือพี่เปื้อน เดี๋ยววางไว้ก่อนนะ” พี่ยูตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมิรินป้อนให้” ได้โอกาสเอาคืนบ้างล่ะ ฉันเปิดขวดน้ำแล้วเอาไปจ่อที่ปากของพี่ยู เพื่อให้พี่เขาดื่มได้ถนัด ฉันชำเลืองไปมองผู้ชายมักมากคนนั้น เขาส่งสายตาดุดันมาให้ฉัน ใครสนกันล่ะ ทีตัวเองยังทำได้ ฉันก็ทำได้เหมือนกันแหละ “ขอบคุณครับ” พี่ยูส่งยิ้มหวานมาให้ “แหม่ๆ เบาๆ หน่อยสิ คู่นั้นน่ะ อิจฉานะ” น้ำหวานพูดแซว ฉันหันไปมองน้ำหวานและก็ได้เห็นสีหน้าของโต้งเริ่มเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง แต่แววตากลับดุดัน ฉันไม่ชอบที่เขาทำหน้าแบบนี้เลย เพราะมันทำให้ฉันเดาใจเขาไม่ออก มันน่ากลัวมาก.. สู้ให้เขาแสดงออกเหมือนก่อนหน้านี้ยังจะดีกว่า “ไปกันเถอะ บัวตอง” ฉันรีบคว้ามือบัวตองให้เดินหนีจากตรงนี้ทันที ทั้งที
โต้ง : นอนยัง มิริน : ... (อ่านแล้ว) ... โต้ง : มิริน มิริน :... (อ่านแล้ว) ... โต้ง : ตอบผัวหน่อยสิครับ มิริน : โต้ง!! โต้ง : เนะ จำได้ด้วย น่ารักจัง มิริน : ไปเอาเบอร์มาจากไหน โต้ง : น้องเรซให้มา มิริน : บังคับเรซล่ะสิ โต้ง : รู้ใจผัวซะจริง มิริน : โต้ง!! โต้ง : ครับ มิริน : ง่วงแล้ว โต้ง : ฝันดีครับ มิริน : อืม โต้ง : แค่เนี้ย! มิริน : ฝันดีค่ะ เพียงแค่นี้ก็ทำให้ผมนอนหลับฝันหวานทั้งคืนแล้วล่ะ ผมหันไปคว้าเอาแขนของราเรซมากอดพลางนึกไปว่ามันคือมิริน พร้อมกับพรมจูบเบาที่ต้นแขนของราเรซ “หนักล่ะ มึง” ราเรซบ่น พร้อมกับดันหน้าผมให้ออกห่างจากแขนของมัน ตุบ!! “โอ๊ย!! ไอ้เชี้ยโต้ง” เมื่อมันไม่ให้ผมกอดแขน ผมก็เลยถีบมันหนีซะเลย ก่อนจะหันมาอีกฝั่งแล้วนึกถึงใบหน้าของมิรินต่อ...