ฉันกำลังจะยื่นมือไปรับโทรศัพท์พี่ไผ่เพื่อกดเบอร์โทรของตัวเองให้ ก็มีมือปริศนามาแย่งโทรศัพท์ไปซะก่อน
“45” ฉันหันไปมองคนที่แย่งโทรศัพท์ตัดหน้าฉันไป พี่ราเรซ.. เขามาตั้งแต่เมื่อไรเนี้ย แล้วอะไรคือ 45 พี่ราเรซยืนจ้องหน้าพี่ไผ่นิ่ง พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้พี่ไผ่คืน “อะไรของมึงวะ!” พี่ไผ่ถามอย่างหงุดหงิด พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ของตัวเองคืน “ก็เบอร์ไง” พี่ราเรซยืนล้วงกระเป๋ากางเกงตอบอย่างกวนๆ “เบอร์ไรของมึง” พี่ไผ่ถามอย่าง งงๆ “เบอร์รองเท้ากูเนี้ย” “ไอ้สัสนี่ กวนเหรอ!” พี่ไผ่ผลักอกพี่ราเรซอย่างแรง แต่พี่ราเรซก็แค่เซเอง เขาแข็งแรงจะตาย “อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ” ฉันรีบห้ามก่อนที่จะวุ่นวายไปกว่านี้ “นี่แฟนน้องต้าหนิงเหรอ” พี่ไผ่หันมาถามฉัน ฉันมองหน้าพี่ราเรซ แล้วก็ได้รับสายตาดุๆ จากพี่เขากลับมา ทำไมต้องดุกันด้วย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย “เปล่าค่ะ” ฉันตอบตามความจริง “แล้วมึงหวง ทำไมว่ะ” พี่ไผ่หันไปจ้องหน้าพี่ราเรซอย่างเอาเรื่อง “เรื่องของกู” พี่ราเรซตอบ อะไรของเขานะ ฉันไม่เข้าใจพี่ราเรซเลยจริงๆ เขาทำตัวไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ทำอย่างกับว่า หึง งั้นแหละ หรือว่าพี่ราเรซหึงฉันงั้นเหรอ บ้าไปแล้ว... “ไอ้เรซ! เดินไม่รอกูเลยไอ้นี่” “เฮียโต้ง..” ฉันเอ่ยชื่อพี่ชายตัวเอง แล้วพี่เลโอกัยพี่บิ๊กไบค์ก็เดิมตามมา “อ้าว...ทำไมมาอยู่นี้ล่ะ แล้วไอ้หมอนี่ใคร” เฮียโต้งถามฉัน แล้วก็หันไปมองหน้าพี่ไผ่ที่กำลังแข่งจ้องตากับพี่ราเรซอยู่ ฉันงงกับกิริยาของพี่ราเรซมากเลยตอนนี้ เขาควรจะแสดงกิริยาแบบนี้กับแฟนตัวเองไม่ใช่กับฉัน “มันขอเบอร์ต้าหนิง” แล้วความซวยคูณสองก็บังเกิดแก่พี่ไผ่ผู้โดดเดี่ยว เพราะมาคนเดียวเพื่อนนั่งรออยู่ที่โต๊ะแต่ไม่เดินมาห้าม “มึงจีบน้องกูเหรอ” นั่นไง พี่ชายฉันอาการหวงน้องกำเริบอีกล่ะ “เฮีย.. พอได้แล้วน่า จะหวงไรนักหนา ไม่มีใครกล้ามาจีบต้าแล้วเนี้ย” ฉันเริ่มไม่ไหวกับความอันตพาลของพี่ชายตัวเองเต็มทนแล้ว ทำอย่างกับฉันเป็นทองคำงั้นแหละ หวงอยู่ได้ “นี่ไอ้ต้า พูดงี้แกอยากมีแฟนรึไง ห๊ะ! พึงจะขึ้น ม.4 ริอาจมีแฟนเหรอ เดี๋ยวเหอะ!” แล้วฉันก็โดนเฮียโต้งบ่นมาเป็นชุด “ใช่! ต้าอยากมีแฟน จบไหม!” ฉันไม่อยู่ให้พี่ชายบ่นอีกรอบหรอก หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายได้ ฉันก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกมาทันที “เฮ้ย! ต้าหนิง! มาคุยกับเฮียให้รู้เรื่องก่อน!” เสียงเฮียโต้งเรียกไล่หลังมา ฉันไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ฉันรถประจำทางกลับมาถึงบ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวสุดๆ โมโหทั้งพี่ชายแล้วก็เพื่อนตัวดีของเขา ฉันกำลังจะเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านก็ถูกม๊าเรียกไว้ซะก่อน “ต้าหนิง เฝ้าร้านให้ม๊าแป๊บ ม๊าจะไปเช็กของหลังร้านสักหน่อย” ที่บ้านของฉันทำธุรกิจหลายอย่าง ให้เช่าสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแล้วก็ขายส่งอุปกรณ์กีฬาและไหนจะร้านอาหารกับกาแฟนี่อีก ไม่รู้จะทำอะไรเยอะเยะ แค่เปิดสนามฟุตบอลก็พอกินแล้ว ทำอย่างกับว่ามีลูกเป็นโหลงั้นแหละ “ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย เดี๋ยวลูกค้าม๊าหายหมด” ม๊าบ่น เมื่อฉันทำหน้าบึ้งตรึงเดินมาที่หลังเคาร์เตอร์ “ค๊า...” ฉันฉีกยิ้มแบบไม่เต็มใจให้ม๊า ม๊าเดินไปหลังร้าน ฉันก็มานั่งจับเจ่าที่หลังเคาร์เตอร์ ลูกค้ามีอยู่สามโต๊ะก็ไม่ได้เยอะอะไร ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นไปพลางๆ แก้เซ็ง “ต้าหนิง” ฉันล่ะสายตาจากโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงเรียก “พี่ไผ่ มาได้ไงคะ” ฉันถามอย่างแปลกใจ พี่ไผ่ยืนส่งยิ้มหวานมาให้ พี่ไผ่มากับเพื่อนอีกสี่คน สามคนใส่ชุดกีฬามาเรียบร้อยแล้ว เหลือพี่ไผ่กับเพื่อนอีกคนที่ยังอยู่ในชุดนักเรียน “พี่มาเตะบอลกับเพื่อนนะ แล้วเราล่ะ ทำงานที่นี้เหรอ” พี่ไผ่ถาม “เปล่าหรอกค่ะ ร้านของม๊าต้าเอง” ฉันบอกพี่ไผ่ “งั้นน้องต้าหนิงก็เป็นเจ้าของสนามด้วยนะสิ” เพื่อนพี่ไผ่ที่ใส่ชุดกีฬาคนหนึ่งถามขึ้นอย่างตื่นเต้น “ไม่ใช่ของต้าหรอกค่ะ ของป๊าเขา” ก็ของป๊าฉันจริงๆ อ่ะ ยังไม่รู้เลยว่าป๊าจะยกอะไร ให้ใครบ้าง “แล้วพี่ไผ่กับเพื่อนมาเล่นที่นี้บ่อยเหรอคะ” ฉันถามเขาบ้าง “ออ พี่พึงมาอ่ะ แต่เพื่อนพี่สามคนนี้มาบ่อย” พี่ไผ่หันไปมองเพื่อนสามคนที่ใส่ชุดกีฬา “ออ ค่ะ” “แต่ว่า..ต่อไปนี้คงจะมาบ่อยๆ แล้วล่ะ” พี่ไผ่พูดยิ้มๆ ฉันก็ยิ้มตอบ รู้ทันอยู่หรอก หวังจะมาเจอฉันบ่อยๆ ล่ะซิ ฉันเจอมุขนี้มาเยอะแล้ว และทุกครั้งที่มีคนมาพูดแบบนี้กับฉันก็จะโดนเฮียโต้งไล่ตะเพิ้นออกไป “เฮ้ย! มาได้ไงวะ! ตามน้องกูมาเหรอ” นั้นไง ตายยากซะจริงๆ พี่ชายฉัน แล้วสายตาเจ้ากรรมของฉันก็ไปประสานเข้ากับสายตาของใครบางคนที่มีส่วนทำให้ฉันหงุดหงิด เมื่อตอนอยู่ที่ห้าง “เสียงดังอะไรขนาดนั้นโต้ง” ม๊าเดินออกมาจากหลังร้านพอดี “ไอ้หมอนี่มันตามต้ามา ม๊า..” เฮียหันไปฟ้องม๊า คิดว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่รึไง “ไร้สาระน่าโต้ง นี่ลูกค้ารายเดือนของป๊านะ” ม๊าตอบ แล้วเพื่อนทั้งสามคนของพี่ไผ่ก็ส่งยิ้มมาให้มาม๊าฉัน “เดี๋ยวม๊าไปดูสนามให้นะ” แล้วม๊าของฉันก็เดินออกไปจากร้านอีกรอบเพื่อไปดูสนามให้พวกเพื่อนๆ พี่ไผ่ “มึงคิดว่ามึงแน่นักเหรอ” เฮียโต้งเริ่มหาเรื่องพี่ไผ่อีกครั้ง “ลองสักเกมไหมล่ะ” พี่ไผ่ท้าทาย “เอาดิ ทีมล่ะสี่ไม่ต้องมีโกลด้วย” เฮียโต้งรับคำท้า “ถ้าพวกกูชนะ มึงต้องยอมให้กูจีบน้องต้าหนิงนะ” พี่ไผ่พูด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ “แล้วถ้ามึงแพ้ล่ะ” เฮียโต้งถาม “กูก็จะเลิกยุ่งกับต้าหนิงแล้วก็จะไม่มาที่นี้อีก” พี่ไผ่พูด “ข้อเสนอน่าสน มึงเตรียมตัวไส่หัวไปได้เลย” เฮียโต้งพูดอย่างมั่นใจ “เอาเป็นว่าตกลงนะ” พี่ไผ่พูด พร้อมกับจ้องหน้าเฮียโต้ง แล้วพี่ไผ่ก็หันมาจ้องพี่ราเรซด้วยห้องอาบน้ำของสนามสาม....“เฮีย ทำไมไปรับคำท้าเขาแบบนั้น” ฉันเดินตามเฮียโต้งมายังห้องน้ำที่พวกพี่ๆเข้ามาเปลี่ยนชุดกัน“แกไม่ต้องกลัวหรอกต้า เฮียจะไม่รุนแรงกับมัน โอเคร..”“เครบ้าไรล่ะเฮีย ถ้าเฮียแพ้ล่ะ” นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกังวล“เชื่อมือพวกพี่เถอะ ต้าหนิง” พี่บิ๊กไบค์พูดขึ้น แล้วก็เดินมานั่งข้างเฮียโต้งเพื่อใส่รองเท้าสตั๊ดยี่ห้อดัง“พวกพี่ไม่ใช่ไก่อ่อนให้พวกมันเชือดเล่นนะครับ” พี่เลโอพูดก่อนที่ฉันจะมาหาพวกพี่ๆ ฉันเดินไปหาป๊ามาก่อน ป๊าบอกว่าสามคนนั้นเขามาเช่ารายเดือน เพราะต้องการฝึกทักษะของตัวเอง แล้วพวกเขาก็เป็นนักกีฬาทีมชาติด้วย“ค่ะ ต้ารู้ว่าพวกพี่นะเก่ง แต่เฮียรู้อะไรไหม เพื่อนพี่ไผ่สามคนนั้นนะ เขาเป็นนักกีฬาระดับทีมชาติรุ่นเยาวชนเลยนะ”“ห๊ะ! ห๊ะ! ห๊ะ!” ทั้งสามคนประสานเสียงกัน“แล้วไง พวกพี่ต้องกลัวเหรอ” พี่ราเรซพูดขึ้นเมื่อเขาเดินออกมาจากห้องน้ำโดยไม่ใส่เสื้อ ไม่รู้จะโชว์อะไรนักหนา“ก็แค่บอกไว้ค่ะ จะกลัวหรือไม่..ก็เรื่องของพวกพี่”“เอาน่า มันจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว” พี่บิ๊กไบค์พูดแล้วพี่เลโอ พี่บิ๊กไบค์กับเฮียโต้งก็เดินออกไปยังสนามเพื่อวอมร่างกายฉันกำลังจะเดินตามออกไปก็ถูกมือ
ฉันเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องอาบน้ำ สักพักเฮียโต้งกับพี่บิ๊กไบค์ พี่เลโอก็เดินออกมา พวกเขาอยู่ในชุดนักเรียนกันเรียบร้อยแล้ว“อ้าว น้องต้าหนิงมาทำอะไรหน้าห้องอาบน้ำครับ” พี่เลโอถาม“พวกพี่โอเครใช่ไหม” ฉันกลัวว่าพวกพี่ๆ เขาจะคิดมากที่ทีมแพ้ และอาจจะพากันไปด่าคนที่อยู่ในห้องอาบน้ำที่ตอนนี้ยังไม่ยอมออกมา“พวกพี่ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ไอ้เรซนี่ดิ..”ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่บิ๊กไบค์อย่างตกใจ พูดแบบนี้รู้สึกใจคอไม่ดีเลยเหะ.. เขาคงไม่ได้เสียใจขนาดนั้นหรอกมั้ง“ไม่เป็นไรหรอกน่า ไอ้เรซมันรับปากว่าจะเลี้ยงเหล้าพวกเฮีย เพื่อเป็นการไถ่โทษ” เฮียโต้งเดินเข้ามายี่ผมฉันเล่นอย่างที่เคยทำเป็นประจำ“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วค่ะ แล้วเรื่องที่ท้ากันไว้ล่ะ”ฉันจับมือเฮียโต้งออกจากผม แล้วใช้สองมือสางผมให้เข้าทรงเหมือนเดิม“มันก็แค่ขอจีบ ส่วนจะจีบติดไม่ติดมันก็ขึ้นอยู่กับต้า ถ้าไม่อยากให้เฮียของขึ้นก็อย่าให้มันจีบติดล่ะ” นั้นไง พี่ชายของฉัน เจ้าเล่ห์จริงๆฉันพยักหน้าให้เฮียโต้งอย่างเข้าใจ แล้วพวกพี่ๆ ทั้งสามก็เดินไปที่ร้านกาแฟของมาม๊าทำไมยังไม่ออกมาอีกนะ หลับรึเปล่านั่น ฉันหันซ้ายขวามองดูว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้ว ก็รีบแทรกต
หลังจากที่วัดตัวเป็นแบบเสื้อให้พี่มิรินเรียบร้อยแล้ว พวกผมทั้งสี่คนก็เดินเล่นอยู่ในห้างสักพัก ไอ้โต้งเดินเข้าไปยังร้านรองเท้ากีฬาพวกผมก็เดินตามเข้าไป จังหวะนั้นสายตาของผมก็มองไปเห็นใบหน้าหวานขาวหมวย กำลังยิ้มแย้มหัวเหราะชอบใจอยู่กับเพื่อนของเธอ ผมเผลอยืนมองอย่างลืมตัว แต่สักพักก็มีไอ้หน้าตี๋ที่ไหนไม่รู้มายืนบังต้าหนิงซะมิดเลย ดูจากสถานการณ์แล้ว เซ้นของผมบอกว่า...มันมาจีบต้าหนิง“45”ผมเดินเข้าไปแย่งโทรศัพท์ของไอ้หน้าตี๋จากมือของมันก่อนที่ต้าหนิงจะรับไปต้าหนิงหันมามองหน้าผมอย่าง งงๆ“อะไรของมึงวะ” ไอ้หน้าตี๋หันมาถามผมอย่างหงุดหงิดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ของมันคืน“ก็เบอร์ไง” ผมยืนล้วงกระเป๋ากางเกงตอบอย่างกวนๆ“เบอร์ไรของมึง” ไอ้หน้าตี๋ถามผม หน้าของมันตอนนี้ตลกฉิบหายอย่างกับคนโดนเอ๋อแดก“เบอร์รองเท้ากูเนี้ย”“ไอ้สัสนี่ กวนเหรอ!”ทันทีที่ผมตอบก็โดนไอ้หน้าตี๋ผลักอกอย่างแรง แต่ก็แค่เซเท่านั้นแหละ แรงแค่นี้คิดว่าจะทำอะไรผมได้เหรอ“อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ” เสียงต้าหนิงร้องห้าม“นี่แฟนน้องต้าหนิงเหรอ” ไอ้หน้าตี๋หันไปถามต้าหนิงเธอหันมองหน้าผมแวบหนึ่ง ผมส่งสายตาดุไปให้ หวังว่าเธอจะกลัวแล้วตอบว่า ใช
“พี่ไผ่ค่า...สู้ๆ ”พอได้ยินประโยคนี้ ที่ออกมาจากริมฝีปากสวยของใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างสนามมันก็ทำให้ร่างกายของผมชะงักค้าง ทั้งที่ผมกำลังจะยิงประตูให้กับทีมของตัวเอง ประโยคสั้นๆ แค่นั้นส่งผลต่อร่างกายของผมเหลือเกิน ไม่เข้าใจตัวเองเลย...ว่าทำไม ผมต้องรู้สึกตกใจขนาดนั้นเมื่อผมเสียสมาธิในการเล่นก็ทำให้ไอ้ไผ่ชิงจังหวะตัดลูกฟุตบอลไปได้และมันก็ไม่พลาดที่จะยิงประตูทำให้ทีมของพวกมันเป็นฝ่ายชนะไป แต่ผมนี้สิยังยืนมึนงงอยู่ที่เดิม“มึงอ่อนให้กูเหรอ”มารู้สึกตัวอีกทีก็ต่อเมื่อไอ้ไผ่เดินมาคุยกับผม“มึงชอบต้าหนิงจริงไหม”ผมเงยหน้าขึ้นมาจ้องตากับมัน“กูถึงได้พนันกับพวกมึงไง กูชอบต้าหนิง”ไอ้ไผ่ก็จ้องตาผมกลับเหมือนกัน“ดี”“สรุปมึงอ่อนให้กูจริงๆ ใช่ไหม”มันยังคาใจอยู่สินะ“เปล่า กูแค่ฝากไว้ก่อน ถ้ากูพร้อมเมื่อไร กูจะมาเอาคืน..”ผมใช้สายตากลิ้งไปทางที่ต้าหนิงนั่งอยู่ บอกเป็นนัยๆ ว่าของที่ฝากไว้คืออะไร... ไอ้ไผ่หันไปมองตามสายตาของผม และมันก็น่าจะเดาออกแล้วด้วย“กูไม่คืน” ไอ้ไผ่หันกลับมาตอบผม“แต่กูจะเอา..” ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินหนีมันไปทันทีซ่า................น้ำเย็นๆ ปะทะผิวกายที่เปียกชุ้มไปด
ต้าหนิงฉันรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง ดีนะ ระหว่างทางที่วิ่งมาไม่มีใครเห็นไม่งั้นคงได้ตอบคำถามยาวเป็นหางว่าวแน่ ฉันทิ้งตัวลงนอนกับเตียงนุ่มนิ่มอย่างอ่อนแรง ภายในใจของฉันตอนนี้มันว้าวุ่นไปหมด ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงกล้าทำแบบนั้นกับฉันทั้งที่เราสองคนก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้แล้ว...ตึกๆ ๆ ๆ ๆ ตึกๆ ๆ ๆ ๆใจก็เต้นแรงไม่หยุด ไม่รู้ว่าเพราะอะไร นี่ฉันคงไม่ได้หวั่นไหวไปหรอกนะ ที่ใจเต้นแรงแบบนี้ต้องเป็นเพราะ...ฉันตกใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้แน่ๆ เลย ใช่..มันต้องเป็นแบบนั้น ฉันจะรู้สึกหวั่นไหวกับคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วไม่ได้ เพราะพี่เขา..มีแฟนอยู่แล้วคลื่น......คลื่น......(098765xxxx)เอ๊ะ! เบอร์ใครนะ ไม่เห็นจะคุ้นเลยฉันกำลังลังเลอยู่ ว่าจะรับสายหรือไม่รับสายดี... รับดีกว่า เผื่อเป็นเพื่อนของฉันที่อาจจะเอาเบอร์คนอื่นโทรมา เพราะไม่มีใครมีเบอร์ของฉันนอกจากเพื่อนแล้วก็คนในครอบครัว“ฮัลโลค่ะ”ฉันกดรับสายกรอกเสียงพูดลงไป“ใช่เบอร์ของน้องต้าหนิงหรือเปล่าครับ”เสียงผู้ชายด้วย แถมยังรู้ชื่อฉันอีกต่างหาก“ใครคะ แล้วเอาเบอร์นี้มาได้ยังไง”ฉันถามกลับ โดยที่ไม่ตอบคำถามเขา“
ราเรซผมกำลังยืนมองดูคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งกำลังพลอดรักกันอยู่ในรถหรูอย่างไม่อายฟ้าอายดิน นี่กลางวันแดดจ้าแบบนี้ก็ยังไม่มีความละอายแก่ใจกันบ้างเลยผมเดินกลับเข้าในห้องนอนของโต้ง ก็เจอกับบิ๊กไบค์กำลังนั่งสะบัดหัวไปมาอยู่ที่ปลายเตียง“ตื่นนานแล้วเหรอ” บิ๊กไบค์ถามผม“อือ กูจะกลับล่ะ” ผมตอบเพื่อน ซึ่งบิ๊กไบค์ก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจแล้วมันก็ล้มตัวลงนอนต่อ แล้วมันจะตื่นมาเพื่อ...ผมเดินลงมายังชั้นล่างก็เจอกับมาม๊าของเพื่อน“สวัสดีครับม๊า”“อ้าว เมื่อคืนนอนนี้เหรอลูก” มาม๊าถาม พร้อมกับยิ้มให้อย่างใจดี“ครับ”“แล้วโต้งล่ะ ตื่นหรือยัง” ม๊าถามต่อ“ยังครับ นอนอยู่กับบิ๊กไบค์แล้วก็เลโอแหละครับ”“แล้วเรซจะกลับแล้วเหรอ ทานข้าวเช้าก่อนไหม” ม๊าถามอย่างใจดีเพราะแบบนี้ไง ถึงบอกว่า...ถ้าได้เป็นลูกเขยบ้านนี้...มันจะดีนะ“ไม่เป็นไรครับม๊า ขอบคุณครับ”ผมยกมือไหว้มาม๊าอีกครั้ง แล้วท่านก็ยิ้มให้อย่างใจดีเหมือนเคยLay Musicพอผมเดินเข้ามาในตึก ผู้คนที่เดินผ
สามเดือนต่อมา....วันนี้เป็นวันปัจฉิมของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่หก น้องๆ มอสี่และมอห้าได้เตรียมจัดงานให้แก่รุ่นพี่มอหกที่จบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นซุ้มต่างๆ เพื่อให้รุ่นพี่ที่เรียนจบได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และยังมีสิ่งของมอบให้แทนใจและคำพูดว่ามิตรภาพนี้ไม่มีวันจางหายหลังจากเสร็จพิธีรับประกาศนียบัตรของนักเรียนชั้นมอหกแล้ว ผมกับสหายทั้งสามก็พากันมาถ่ายรูปที่หน้าซุ้มต่างๆ ตามแรงจู่จากสาวๆ ทั้งหลายที่ต่างก็มารอถ่ายรูปกับพวกผม“ไอ้ไบค์ มึงไปเรียกสองคนนั้นมาถ่ายรูปดิ” ผมหันไปกระซิบบอกบิ๊กไบค์บิ๊กไบค์ไม่รอช้า มันเดินเข้าไปหาต้าหนิงกับแก้มใสอย่างรู้งาน“น้องต้าหนิงน้องแก้มใสครับ มาถ่ายรูปกับพวกพี่หน่อยดิ อีกหน่อยก็ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้วนะ”แล้วสองสาวก็เดินตามบิ๊กไบค์มาอย่างว่าง่าย ต้าหนิงกับแก้มใสเดินมายืนตรงกลางผมรีบเดินไปยืนที่ด้านหลังของต้าหนิงส่วนบิ๊กไบค์ก็เดินไปยืนด้านหลังแก้มใส ผมกับบิ๊กไบค์มองตากันอย่างเข้าใจ ไอ้โต้งก็ยืนอยู่ข้างผมแหละ เลโอก็ยืนอยู่ข้างบิ๊กไบค์ ผมแกล้งเดินเข้าไปให้อกแกร่งชิดที่หลังของต้าหนิงทำให้เธอหันหน้ามาทำตาดุใส่ ผมยืนอมยิ้มอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้แก้มเนียนๆ ของ
ต้าหนิงหลังจากวันนั้นที่ฉันไปดูหนังกับพี่ไผ่ ความสัมพันธ์ของเราก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้น อันที่จริงพี่ไผ่เขาก็ขอคบกับฉันแล้วล่ะ แต่ฉันยังไม่ทันตอบตกลง ขอเวลามาคิดดูอีกสักหน่อย ซึ่งพี่ไผ่ก็เข้าใจไม่ได้เร่งรัดอะไรฉัน เฮียโต้งก็ชั่งรักษาคำพูดดีจริง เพราะเฮียไม่เคยเข้ามาขัดขว้างหรือวุ่นวายเลย แต่เวลาฉันจะออกไปไหน เฮียมักจะระแวงแล้วก็พูดว่า “ไปกับไอ้หน้าตี๋ใช่ไหม” ทั้งที่ฉันเดินไปแค่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ บ้านนี่เองวันนี้เป็นวันปัจฉิมของพี่มอหก ซึ่งมอสี่อย่างพวกฉันก็ต้องมาดูคอยศึกษางานและช่วยจัดงานให้กับพวกพี่ๆ เพราะปีหน้าพอฉันขึ้นมอห้า พวกฉันก็ต้องมาจัดงานให้กับพวกพี่ๆ มอหกรุ่นต่อไป“น้องต้าหนิงน้องแก้มใสครับ มาถ่ายรูปกับพวกพี่หน่อยดิ อีกหน่อยก็ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้วนะ”พี่บิ๊กไบค์เดินมาเรียกฉันกับแก้มให้ไปถ่ายรูปกับพวกพี่ๆ เขา ฉันกับแก้มใสเดินตามพี่บิ๊กไบค์ไปยังซุ่มถ่ายรูป ที่ยอมมาง่ายๆ ก็เพราะฉันเห็นว่าพี่ชายฉันก็อยู่ด้วยหรอกนะ ฉันเดินไปยืนตรงกลางระหว่างพวกเขาเพื่อถ่ายรูป และฉันก็รู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังฉันนั้นพยายามเข้าใกล้ฉันเหลือเกิน จนฉันต้องหัน
ฉันเดินมายังลาดจอดรถของมหาลัย ตลอดทางเดินนี่มันชั่งเย็นวูบวาบดีเหลือเกิน คนบ้าเอ๊ย... เดินมาได้สักพักฉันก็เจอรถยี่ห้อเดียวกันจอดเรียงกันอยู่สี่คนแต่คนล่ะสี สีแดงของเฮียโต้ง ถัดมาคือสีดำ สีส้ม สีขาว แล้วรถพี่ราเรซสีอะไรล่ะ..ฉันลองกดปุ่มรีโมทที่กุญแจ สัญญาณปลดล็อกสว่างวาบขึ้นที่รถคันสีดำ นี่รถเขาสินะ.. ฉันมองหันซ้ายหันขวาดูว่ามีใครเห็นฉันหรือเปล่า พอแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นแล้ว ฉันก็รีบเปิดประตูรถคันสีดำเข้าไปนั่งข้างในอย่างรวดเร็ว ฉันสตาร์ทเครื่องรออย่างที่พี่ราเรซบอกพร้อมกับล็อกประตูด้วยนั่งรออยู่สักพักเขาก็เดินมา ฉันเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูฝั่งคนขับ เพื่อให้เขาเปิดประตูเข้ามาได้“เอาคืนมาได้แล้วค่ะ ต้าจะได้กลับบ้าน”ฉันแบมือยื่นไปตรงหน้า เหมือนเด็กแบมือขอเงินจากผู้ใหญ่“เดี๋ยวไปส่ง”หันมาบอกฉันเสร็จ พี่ราเรซก็ถอยรถขับออกจากมหาลัยทันที“แล้วเขารับน้องเสร็จแล้วเหรอ” ฉันเอ่ยถาม เมื่อรถวิ่งอยู่บนถนนได้สักพัก“ยัง” พี่ราเรซตอบโดยที่ตายังมองถนนอยู่“แล้วต้าหายมาแบบนี้จะโดนรุ่นพี่ทำโทษไหม”แอบหนีมาแบบนี
ตึกๆ ๆ ๆ ๆ ตึกๆ ๆ ๆ ๆ ๆฉันเบิกตาโตอย่างตกใจ เมื่อริมฝีปากหนาของพี่ราเรซโฉบลงมาทาบทับริมฝีปากบางของฉันอย่างรวดเร็ว สัมผัสนุ่มนิ่มดุจปุยเมฆทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มอย่างหลงใหล ลิ้นชื้นแทรกผ่านกีบปากบางเข้ามาตวัดดูดดึงลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง พี่ราเรซแม้มริมฝีปากบนล่างสลับกันเล่นอย่างหยอกล้อ ฉันกำเสื้อนักศึกษาบริเวณอกแกร่งแน่นจนมันเริ่มยับยู้ยี้ ไม่เรียบเหมือนก่อนหน้านี้พี่ราเรซอุ้มฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะโดยที่ยังไม่ล่ะริมฝีปากออกจากกัน เขาแทรกร่างหนาของตัวเองเข้ามาตรงกลาง ฉันเผลอขยับเรียวขาอ้าออกโอบรอบเอวหน้าไว้อย่างลืมตัวมือหนาข้างหนึ่งลูบไล้เรียวขางามขึ้นมายังขาอ่อนด้านใน ทำให้กระโปรงพีทของฉันเลิกขึ้นสูงแทบจะเห็นกางเกงชั้นในอยู่แล้ว มือหนาลากไล่วนไปมาสร้างความสยิวไม่หยุดย่อน ไม่นานมือหนาข้างนั่นก็หายฟุบเข้าไปภายในกางเกงชั้นใน“อื้อ...อ๊ะ!”ฉันร้องเสียงหลง เมื่อนิ้วเรียวยาวกรีดแทรกเข้ามายังรอยแยกกลางกาย ริมฝีปากของพี่ราเรซลากไล้มายังลำคอระหง เขาแม้มดูดเสียงดัง จ๊วบ.. มันยิ่งทำให้สติของฉันแตกกระเจิงไปอีก“อื้อ... อ๊ะ! อ๊ะ!”ฉันไม่สามา
ตั้งแต่วันนั้น...ที่โรงเรียน ฉันก็ไม่ได้เจอพี่ราเรซอีกเลย แล้วก็เหมือนว่าพอเฮียโต้งไม่อยู่ พวกพี่ๆ เขาก็ไม่มาเตะบอลกันอย่างเคย ฉันเลยไม่รู้ว่าแต่ล่ะคนเป็นอย่างไรกันบ้างฉันไม่มีความกล้าพอที่จะเงยขึ้นไปมองหน้าเขา ฉันก้มหน้ามองเพียงแค่รองเท้า Converse ของเขาสลับกับรองเท้าผ้าใบของตัวเอง“ไปไหนมาค่ะ” เสียงหวานใสพูดขึ้นรองเท้าส้นสูงสีแดงเดินมาหยุดอยู่ข้างรองเท้า Converse ของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ถ้าฉันเดาไม่ผิดนะ เจ้าของรองเท้าสีแดงคู่นี้คือ พี่ซินดี้ฉันขยับตัวเดินเลี่ยงๆ พวกเขาทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่ ใจฉันมันอยากจะเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาแทบตาย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม ร่างกายมันไม่ยอมทำตามที่ใจต้องการ“เอาล่ะครับ เมื่อน้องปีหนึ่งลงชื่อกันเรียบร้อยแล้ว ก็เดินต่อแถวกันไปยังหอประชุมเลยครับ จะได้เริ่มกิจกรรมต่อไป” เสียงรุ่นพี่ผู้ชายคนเดิมที่ถือไมค์อยู่ประกาศบอก ฉันชำเลืองไปมองที่ป้ายชื่อของพี่เขาเขียนว่า P’ บาสหอประชุม...“เอาล่ะครับน้องๆ ให้น้องปีหนึ่งแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มล่ะหกคนนะครับ ขาดเกินอย่างไรเดี๋ยวพี่ดูให้ เริ่ม
สามปีผ่านไป...06:00 AMต้าหนิงฉันยืนยืดเส้นยืดสายอยู่ข้างสนามหลังจากวิ่งรอบสนามฟุตบอลครบสามรอบ วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของการก้าวเข้าสู่รัวมหาลัยของฉัน ฉันสอบติดคณะเดียวกับเฮียโต้ง คณะบริหารธรุกิจฉันไม่ได้เจอเฮียโต้งหลายเดือนแล้ว เฮียไม่ค่อยกลับบ้านเลยช่วงสามปีที่ผ่านมา โทรไปหาก็ไม่ค่อยว่างเฮียโต้งย้ายไปอยู่ที่คอนโดหลังจากที่เรียนจบมัธยมปลาย ตอนแรกป๊ากับม๊าก็ไม่ยอมหรอก แต่เฮียให้เหตุผลว่ามันสะดวกต่อการไปเรียน เพราะจากบ้านไปมหาลัยก็ไกลพอสมควรพออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยฉันก็เดินลงมายังชั้นล่างเพื่อมาทานอาหารเช้าที่ม๊าเตรียมไว้ให้“สวัสดีครับม๊า”เสียงคนขับรถประจำตัวฉันมาแล้ว พี่ไผ่ ฉันคบกับพี่ไผ่มาสามปีแล้ว เราคบกันแบบเรียบง่าย พี่ไผ่เขาเป็นสุภาพบุรุษมากไม่เคยล่วงเกินฉันเลยสักครั้ง ช่วงหลังๆ มานี้ พี่ไผ่ค่อนข้างจะยุ่งๆ เพราะพี่เขาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติเหมือนกับเพื่อนๆ ของเขา ก็เลยไม่ค่อยมีเวลา แต่ฉันก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร แบบนี้มันก็โอเครดี.. และวันนี้พี่เขาว่างพอดีก็เลยอาสาจะไปส่งฉันที่มหาลัย“ทานข้าวเช้ามาหรือยังล่ะลูก ทานกับน้องไหม” เสียงมาม๊าชวนพี่ไผ่อย่างใจดี“เรียบร้อยแล้วค
ST ผับDraw me my picture I’ ll draw your picture And we’ ll move the furnitures in the motel room Sing me a lullaby And kiss me goodnight Like everything’ s still fine in that motel roomวาดภาพฉันสิ และฉันจะวาดภาพเธอ แล้วเราจะย้ายเฟอร์นิเจอร์ในห้องโมเต็ลนี้ ร้องเพลงกล่อมให้ฉัน และจูบราตรีสวัสดิ์ฉัน เหมือนทุกๆ อย่างยังปกติดีในห้องโมเต็ลนั้นWe knew this has to end And we could only pretend Cause our love only leads to dead endเรารู้ว่าเรื่องนี้มันต้องจบลง และเราทำได้แต่แสร้งทำว่ามันยังดีอยู่ เพราะความรักของเรามันมุ่งสู่ทางตันLet’ s just drive out of town Let’ s runaway Let’ s get high Forget the world Forget everythingมาขับรถออกไปจากเมืองนี้กันเถอะ มาวิ่งหนีไปด้วยกัน มามีความสุขด้วยกัน ลืมโลกนี้ไป ลืมทุกๆ อย่าง ไปให้หมดDon’ t worry about this crowd No one you know is around We can do anything we wantไม่ต้องกังวลเรื่องผู้คนเหล่านี้หรอก ไม่มีคนที่เธอรู้จักอยู่หรอกนะ เราอยากทำอะไร
บิ๊กไบค์ผมเดินนำหน้าแก้มใสมายังตันไม้ใหญ่ข้างๆ อาคารเรียน ผมพยายามรวบรวมความกล้าอยู่นาน กว่าจะกล้าเอ่ยปากบอกกับแก้มใส ยังไงวันนี้ผมก็ต้องบอกกับแก้มใสให้ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไร“มีอะไรคะ” แก้มใสถามขึ้น“คือว่า...พี่..”น่าขายหน้าที่สุดเลย พอถึงเวลาจริงๆ กลับพูดไม่ออกซะงั้น“ไม่มีอะไรแก้มไปนะคะ” แก้มใสหันหลังเตรียมจะเดินกลับ“พี่ชอบแก้มใส..” พูดออกไปแล้ว“อะไรนะคะ..”แก้มใสหันหน้ากลับมาถามด้วยสีหน้างุนงง“พี่ชอบแก้มใส ชอบตั้งแต่วันแรกที่เรามาเรียนที่นี่แล้ว” ผมสารภาพออกไป“แต่แก้มไม่ได้ชอบพี่ค่ะ..” แก้มใสตอบอย่างไร้เยื่อใยผมก้มหน้าลงอย่างสลด ที่ต้องมาผิดหวังตั้งแต่ครั้งแรกยังไม่ได้เริ่มอะไรด้วยซ้ำ“พี่ก็ดีนะ แต่ว่าแก้มมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”ผมเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าเรียวได้รูป“มันเป็นใคร” ผมถามด้วยอารมณ์หงุดหงิดนิดๆ“พี่อยากรู้จริงๆ เหรอ...” แก้มใสยืนกอดอกจ้องหน้าผม“ใช่..”“แก้มชอบพี่โต้งค่ะ”นี่แก้มใสชอบไอ้โต
ต้าหนิงหลังจากวันนั้นที่ฉันไปดูหนังกับพี่ไผ่ ความสัมพันธ์ของเราก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้น อันที่จริงพี่ไผ่เขาก็ขอคบกับฉันแล้วล่ะ แต่ฉันยังไม่ทันตอบตกลง ขอเวลามาคิดดูอีกสักหน่อย ซึ่งพี่ไผ่ก็เข้าใจไม่ได้เร่งรัดอะไรฉัน เฮียโต้งก็ชั่งรักษาคำพูดดีจริง เพราะเฮียไม่เคยเข้ามาขัดขว้างหรือวุ่นวายเลย แต่เวลาฉันจะออกไปไหน เฮียมักจะระแวงแล้วก็พูดว่า “ไปกับไอ้หน้าตี๋ใช่ไหม” ทั้งที่ฉันเดินไปแค่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ บ้านนี่เองวันนี้เป็นวันปัจฉิมของพี่มอหก ซึ่งมอสี่อย่างพวกฉันก็ต้องมาดูคอยศึกษางานและช่วยจัดงานให้กับพวกพี่ๆ เพราะปีหน้าพอฉันขึ้นมอห้า พวกฉันก็ต้องมาจัดงานให้กับพวกพี่ๆ มอหกรุ่นต่อไป“น้องต้าหนิงน้องแก้มใสครับ มาถ่ายรูปกับพวกพี่หน่อยดิ อีกหน่อยก็ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้วนะ”พี่บิ๊กไบค์เดินมาเรียกฉันกับแก้มให้ไปถ่ายรูปกับพวกพี่ๆ เขา ฉันกับแก้มใสเดินตามพี่บิ๊กไบค์ไปยังซุ่มถ่ายรูป ที่ยอมมาง่ายๆ ก็เพราะฉันเห็นว่าพี่ชายฉันก็อยู่ด้วยหรอกนะ ฉันเดินไปยืนตรงกลางระหว่างพวกเขาเพื่อถ่ายรูป และฉันก็รู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังฉันนั้นพยายามเข้าใกล้ฉันเหลือเกิน จนฉันต้องหัน
สามเดือนต่อมา....วันนี้เป็นวันปัจฉิมของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่หก น้องๆ มอสี่และมอห้าได้เตรียมจัดงานให้แก่รุ่นพี่มอหกที่จบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นซุ้มต่างๆ เพื่อให้รุ่นพี่ที่เรียนจบได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และยังมีสิ่งของมอบให้แทนใจและคำพูดว่ามิตรภาพนี้ไม่มีวันจางหายหลังจากเสร็จพิธีรับประกาศนียบัตรของนักเรียนชั้นมอหกแล้ว ผมกับสหายทั้งสามก็พากันมาถ่ายรูปที่หน้าซุ้มต่างๆ ตามแรงจู่จากสาวๆ ทั้งหลายที่ต่างก็มารอถ่ายรูปกับพวกผม“ไอ้ไบค์ มึงไปเรียกสองคนนั้นมาถ่ายรูปดิ” ผมหันไปกระซิบบอกบิ๊กไบค์บิ๊กไบค์ไม่รอช้า มันเดินเข้าไปหาต้าหนิงกับแก้มใสอย่างรู้งาน“น้องต้าหนิงน้องแก้มใสครับ มาถ่ายรูปกับพวกพี่หน่อยดิ อีกหน่อยก็ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้วนะ”แล้วสองสาวก็เดินตามบิ๊กไบค์มาอย่างว่าง่าย ต้าหนิงกับแก้มใสเดินมายืนตรงกลางผมรีบเดินไปยืนที่ด้านหลังของต้าหนิงส่วนบิ๊กไบค์ก็เดินไปยืนด้านหลังแก้มใส ผมกับบิ๊กไบค์มองตากันอย่างเข้าใจ ไอ้โต้งก็ยืนอยู่ข้างผมแหละ เลโอก็ยืนอยู่ข้างบิ๊กไบค์ ผมแกล้งเดินเข้าไปให้อกแกร่งชิดที่หลังของต้าหนิงทำให้เธอหันหน้ามาทำตาดุใส่ ผมยืนอมยิ้มอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้แก้มเนียนๆ ของ
ราเรซผมกำลังยืนมองดูคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งกำลังพลอดรักกันอยู่ในรถหรูอย่างไม่อายฟ้าอายดิน นี่กลางวันแดดจ้าแบบนี้ก็ยังไม่มีความละอายแก่ใจกันบ้างเลยผมเดินกลับเข้าในห้องนอนของโต้ง ก็เจอกับบิ๊กไบค์กำลังนั่งสะบัดหัวไปมาอยู่ที่ปลายเตียง“ตื่นนานแล้วเหรอ” บิ๊กไบค์ถามผม“อือ กูจะกลับล่ะ” ผมตอบเพื่อน ซึ่งบิ๊กไบค์ก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจแล้วมันก็ล้มตัวลงนอนต่อ แล้วมันจะตื่นมาเพื่อ...ผมเดินลงมายังชั้นล่างก็เจอกับมาม๊าของเพื่อน“สวัสดีครับม๊า”“อ้าว เมื่อคืนนอนนี้เหรอลูก” มาม๊าถาม พร้อมกับยิ้มให้อย่างใจดี“ครับ”“แล้วโต้งล่ะ ตื่นหรือยัง” ม๊าถามต่อ“ยังครับ นอนอยู่กับบิ๊กไบค์แล้วก็เลโอแหละครับ”“แล้วเรซจะกลับแล้วเหรอ ทานข้าวเช้าก่อนไหม” ม๊าถามอย่างใจดีเพราะแบบนี้ไง ถึงบอกว่า...ถ้าได้เป็นลูกเขยบ้านนี้...มันจะดีนะ“ไม่เป็นไรครับม๊า ขอบคุณครับ”ผมยกมือไหว้มาม๊าอีกครั้ง แล้วท่านก็ยิ้มให้อย่างใจดีเหมือนเคยLay Musicพอผมเดินเข้ามาในตึก ผู้คนที่เดินผ