ยุทธภพกว้างใหญ่ มีผู้คนมากมายต่างใฝ่หาความเป็นนิรันดร์ หนึ่งในนั้นมีปีศาจน้อยรูปร่างอรชร นางคิดจะใช้ใบหน้างดงามเพื่อหลอกล่อบุรุษ ชีวิตของมนุษย์ก็เพียงแค่เอาไว้ใช้สั่งสมตบะของปีศาจ
ณ ป่าที่อยู่ลึกสุดของแผ่นดินใหญ่ มีกระแสธาราไหลผ่านจากป่าหนึ่งไปสู่อีกป่า เสียงสายน้ำสาดกระเซ็นดังสะท้อนไปพร้อมกับเสียงไหวของกิ่งไม้ สตรีนางหนึ่งกำลังเปลือยกายลงแช่น้ำในลำธารใส ปากก็พลางฮัมเพลงอย่างสบายอกสบายใจราวกับมีนางคนเดียวอยู่ในป่าแห่งนี้ น้ำเสียงไพเราะดังกังวานไปทั่วจนแว่วเข้าสู่โสตประสาทของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งได้ยินของนางก็ราวกับต้องมนต์สะกด เขาเยื่อย่างตามเสียงของดรุณีน้อยเข้าไปใกล้ลำธาร ทันทีที่เขาสบเข้ากับเรือนร่างเปลือยเปล่าของเจ้าของเสียงหวาน ผิวขาวกระจ่างยามถูกแสงจันทร์กระทบชวนให้นึกหลงใหล เต้าอวบอิ่มทั้งสองใหญ่เกินขนาดรูปร่างที่เล็กของนางไปมากมาย ยอดปทุมถันสีสดชวนให้อยากลิ้มชิมรสดูสักครั้ง ฉับพลันฝีเท้าของชายหนุ่มก็เผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดัง ทำให้ดรุณีที่กำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารได้ยินเข้าจึงตกใจ นางหันไปตามเสียง จึงเห็นว่ามีบุรุษแปลกหน้ายืนมองตนอาบน้ำอยู่ด้วยแววตาหลงใหล ดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้มแดงก่ำขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายเล็กสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นราวกับลูกกวาง เนื่องจากเสื้อผ้าถูกถอดทิ้งไว้ตรงโขดหินริมฝั่งแม่น้ำ บัดนี้ตัวของนางจึงไร้สิ่งใดมาปิดบังส่วนสงวนเอาไว้ ได้แต่ใช้มือทั้งสองยกขึ้นบดบังเต้าอวบพร้อมกับหันหลังให้กับผู้มาใหม่ "ออกไปนะ!" ท่าทีใสซื่อของนางยิ่งทำให้ความเป็นชายของบุรุษแข็งขึงขึ้นมาขนัด เพียงชั่วพริบตาร่างสูงก็ขยับตัวเข้าไปใกล้แผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวในระยะประชิด มือสากลูบไล้หัวไหล่นวลเนียนที่ยังคงสั่นระริก สัมผัสจากฝ่ามือทำเอาร่างของดรุณีสั่นสะท้านยิ่งเข้าไป นางค้านเสียงแข็ง "ท่านจะทำอะไร อย่ามาแตะตัวข้า!" ทว่าชายหนุ่มมิได้สนใจคำห้ามปราบ สองแขนกำยำโอบรัดเอวบางก่อนที่ร่างสูงจะโน้มใบหน้าลงเพื่อกระซิบเสียงแหบพร่า "ออกท่องยุทธภพมาก็มาก ข้ายังมิเคยเห็นผู้ใดงดงามเช่นนี้" ฉับพลันปลายลิ้นก็ลากเลียไปทั่วใบหูขาวเนียนของคนที่อยู่ในอ้อมกอด สัมผัสชวนสยิวทำให้ดรุณีอดไม่ได้ที่จะขนลุกพอง ในแววตาฉายความหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจ นางสั่นกลัวราวกับลูกแมวน้อยในกำมือของพยัคฆ์ มือสากของชายหนุ่มมากกำลังเริ่มสัมผัสไปทั่วเรือนร่างชวนหลงใหล ร่างบางรับรู้ได้ถึงความใหญ่โตที่กำลังถูไถร่องก้นของนางอย่างหื่นกาม ร่างบางดิ้นพล่านแต่กระนั้นพละกำลังกลับสู้แรงบุรุษไม่ไหว "ข้าขอร้องท่าน อย่าทำเช่นนี้เลย" เสียงกรีดร้องเริ่มดังขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งการกระทำ นางหวังแค่เพียงใครสักคนเผอิญผ่านมาแล้วช่วยนางได้ทัน ทว่าเสียงทุ้มใหญ่กลับดังขึ้นดับความหวังที่มีของนางไปจนหมดสิ้น "ร้องไปก็ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก มิสู้เก็บเสียงไว้คร่ำครวญใต้ร่างข้าไม่ดีกว่าหรือไง" เสียงหัวเราะดังขึ้นราวกับยินดีกับความสิ้นหวังของอีกฝ่าย สิ้นคำชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เริ่มจัดการกับเสื้อผ้าที่ดูเกะกะนักของตนออกไป เมื่อไร้สิ่งใดมาขว้างกั้นหนทางแห่งความสุข ความเป็นชายพลันตั้งโด่จ่ออยู่ที่ร่องก้นขาวนวลของร่างน้อย มือสากเต็มไปด้วยพละกำลังรีบรวบมือที่ปกปิดเต้าอวบทั้งสองข้างเข้าด้วยกันแล้วใช้ผ้าคาดเอวของตนมัดข้อมือบอบบางเพื่อไม่ให้ขัดขืน ก่อนจะฉุดลากร่างนั้นไปตรงโขดหินใหญ่ริมลำธาร เขาจัดท่าให้ร่างบางใช้มือค้ำโขดหินแล้วโก่งตูดมาทางเขา จนใจกลางความเป็นสาวปรากฏต่อสายตา กลีบร่องงดงามปิดสนิท ไม่รู้ว่าน้ำที่ซึมออกมาเป็นน้ำจากลำธารหรือน้ำกามจากความใคร่ ร่างสูงอดใจไม่ไหวใช้นิ้วแหวกกลีบร่องจนเห็นเนื้อสีแดงสดและยื้อพรหมจรรย์อยู่ข้างใน ชายหนุ่มย่อตัวลงก่อนจะฝั่งใบหน้าลิ้มชิมรสชาติของบุปผาที่บานสะพรั่งอย่างหยามใจ ปลายลิ้นลากเลียทั่วกลีบร่องก่อนจะแยงเข้าออกจนเรียกเสียงครางหวานของอีกฝ่าย "ท่านจอมยุทธ์ได้โปรดหยุดเถอะ ท่านอยากให้ข้าทำสิ่งใดข้าจะทำให้ท่านทุกอย่างเลย" นางร้องคร่ำครวญขอให้เขาเห็นใจทั้งน้ำตา ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบกลับมา เพียงเพราะอีกฝ่ายกำลังดูดเลียร่องบุปผาอย่างเอร็ดอร่อย สัมผัสจากลิ้นร้อนสร้างความเสียวซ่านเสียจนสองขาน้อยเริ่มสั่นไหว วินาทีนั้นเองที่อีกฝ่ายถอนใบหน้าออกจากบุปผาของสาวน้อย แล้วโน้มตัวโอบกอดร่างของนางที่กำลังยืนโก่งตูดให้ มือใหญ่เอื้อมไปบีบขย้ำเต้าอวบอิ่มพร้อมกระซิบเสียงแหบ "หัวนมเจ้าแข็งสู้มือถึงเพียงนี้จะให้ข้าหยุดจริงหรือ" ชั่วขณะที่มืออีกข้างก็เลื่อนลงมาต่ำเพื่อบดขยี้ติ่งบุปผาซึ่งเป็นจุดอ่อนไหว หญิงสาวเริ่มส่งเสียงครางอีกครั้ง "อ๊า ไม่เอา..." เสียงครวญครางหวานดังสนั่นประสานกับเสียงไหลของน้ำในลำธาร ขาทั้งสองข้างสั่นระริกจนแทบยืนไม่ไหว จังหวะต่อมานางสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่รุกล้ำเข้ามาภายในกาย มันอึดอัดเสียจนทำให้ร่างกายเกร็งกระตุกอย่างทรมาน "แค่นิ้วเดียวเจ้าก็ตอดรัดถึงเพียงนี้ ไม่อยากคิดถึงความรู้สึกตอนข้าสอดมันเข้าไปในร่องนี้เลย" เสียงแหบพร่าของบุรุษเอ่ยกระซิบข้างใบหูขาว ในขณะที่นิ้วเรียวใหญ่กำลังกระแทกเข้าออกช่องทางรักที่ฉ่ำไปด้วยน้ำใคร่ มืออีกข้างก็มิได้ปล่อยว่างไว้ พลางบีบขย้ำเต้าอวบสลับกับใช้นิ้วบดขยี้ยอดอกที่กำลังชูชันอย่างไม่คิดเห็นใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเจ็บ ผ่านไปไม่นาน เสียงร้องห้ามปราบเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครวญคราง พร้อมด้วยดวงหน้าที่เริ่มแดงก่ำเพราะความใคร่ แววตาคู่งามคลอไปด้วยหยาดน้ำทอประกายหยาดเยิ้มจนบุรุษร่างใหญ่เห็นแล้วรู้สึกชอบใจ เขาออกแรงกระแทกนิ้วแกร่งของตนเข้าไปภายในร่องรักของอีกฝ่ายจนนางรู้สึกได้เพียงความเจ็บจุก "ท่านจอมยุทธ์ได้โปรด อ๊ะ....ปล่อยข้า" "ข้าจะปล่อยเจ้า หลังจากที่ข้าเสร็จสมกับร่องของเจ้าจนหนำใจแล้วเท่านั้น" ทันทีที่เขาพูดจบถ้อยคำนั้นก็ดึงนิ้วออกมาจากร่องรักของอีกฝ่าย ดวงตาหื่นกระหายจ้องมองน้ำใคร่สีใสที่ไหลเยิ้มติดปลายนิ้วออกมา ไม่รอช้าร่างสูงเริ่มใช้มือสาวความเป็นชายของตนให้พร้อมสำหรับศึกครั้งใหญ่ ก่อนจะจับปลายหัวดุ้นจ่อที่ช่องทางเปียกชื้นซึ่งบัดนี้กลับมาปิดสนิทเหมือนเดิมหลังจากที่เพิ่งโดนนิ้วของตนกระแทกไป ทันทีที่ทะลวงปลายหัวเข้าไปได้เพียงเล็กน้อย กลับได้ยินเสียงกรีดร้องเจ็บปวดดังขึ้นมา สัมผัสจากโพรงเนื้อนุ่มที่บีบรัดแกนกายทำให้ชายหนุ่มแทบจะหยุดหายใจไปพักหนึ่ง ยิ่งเห็นดวงหน้าที่หันมาอ้อนวอนขอความเห็นใจให้ตนหยุด ความงดงามของนางยิ่งไปกระตุ้นความหื่นกระหายเยี่ยงสัตว์ป่าจนแทบจะระเบิดออกมา สวบ ทันทีที่แท่งเนื้อลำใหญ่ทะลวงเข้าไปในช่องทางคับแคบ เจ้าของร่องแดงพลันส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด หยาดโลหิตเนื่องจากเยื่อพรหมจรรย์ฉีกขาดไหลซึมออกมาอาบลำท่อนของบุรุษร่างใหญ่ นางรับรู้ได้ถึงความใหญ่โตที่กำลังรุกล้ำภายในกายจนทำให้รู้สึกอึดอัด ความเจ็บแสบยามที่อีกฝ่ายขยับท่อนรักเข้าออกทำให้นางแทบจะกลั้นตาไว้ไม่ไหว สุดท้ายเสียงสะอื้นก็ดังขึ้นมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าน้อย ส่งผลให้หญิงสาวในตอนนี้ดูน่าสงสารจับใจ ทว่าชายหนุ่มกลับมิได้สนใจเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจของนาง เอวหนายังคงขยับสาวท่อนเอ็นเข้าออกร่องสวาทที่เริ่มบวมแดงอย่างหลงใหล ความเสียดเสียวจากช่องทางคับแคบที่บีบรัดทำเอาเขาอยากเสร็จสมเสียให้ได้ มือใหญ่ยึดสะโพกกลมมนของนางไว้ ก่อนจะกระแทกลำท่อนใหญ่เข้าออกร่องสาวอย่างดุดัน ความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมาจากแกนกายนั้นแล่นผ่านไปทั่วร่างของสาวน้อย นางรู้สึกจุกและเจ็บกับสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้ เสียจนขาทั้งสองข้างสั่นระริกแทบจะทรงตัวไม่ไหวอีกต่อไป เสียงหวานเจือไปด้วยความเว้าวอนเอ่ยขอร้องชายที่เสพสมกับร่องรักของนางอย่างบ้าคลั่ง "ท่านปล่อยข้าเทิด อ๊า..ข้าไม่ไหว..." แต่กระนั้นก็เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินคำพูดของนาง เขาในตอนนี้กำลังลุ่มหลงอยู่ในตัณหาจนมิสนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงเห็นเพียงว่าร่างน้อยที่ตนเสพสมด้วยเหมือนจะยืนต่อไปไม่ไหว แขนแกร่งจึงช้อนสองขาของนางขึ้นกลางอากาศ แล้วกระแทกร่องบวมแดงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่านี้ทำให้ความเป็นชายแทงเข้าไปภายในกายของหญิงสาวลึกขึ้นเรื่อย ๆ ร่างบางรู้สึกเสียวเสียจนใกล้จะเสร็จสมออกมา เพียงไม่นานนางก็สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่อัดแน่นเสียจนเต็มช่องท้อง มันรู้สึกดีเสียจนสองเท้าของนางจิกเกร็งกลางอากาศ นางกรีดร้องก่อนจะเสร็จสมตามอีกฝ่าย น้ำหวานสีใสถูกปลดปล่อยอาบย้อมแกนกายของบุรุษ เมื่อสัมผัสได้ถึงโพรงเนื้อที่ตอดรัดแกนกายตุบ ๆ บ่งบอกว่าร่างงดงามเสร็จสมเหมือนตนแล้วเช่นกัน ชายหนุ่มจึงถอนความเป็นชายของตนออกจากร่องรัก ดวงตาจับจ้องร่องที่บวมแดงซึ่งอาบย้อมไปด้วยน้ำกามสีขาวขุ่นอย่างพึงพอใจ เมื่อไม่มีท่อนเนื้อลำใหญ่คาอยู่ เบื้องล่างของหญิงสาวพลันรู้สึกวูบโหวงขึ้นมา น้ำกามสีขาวขุ่นที่อัดแน่นอยู่ในร่องแดงฉ่ำเมื่อครู่ไหลย้อนออกมาก่อนจะหยดลงสู่ลำธาร ไม่ทันที่นางจะได้พักหายใจ ร่างของนางก็ถูกอุ้มไปนอนถ่างขาบนโขดหิน หญิงสาวในตอนนี้ราวกับอาหารจานใหญ่ที่บุรุษตรงหน้ารอจะเชยชิมจนแทบทนไม่ไหว เขายังคงจับจ้องกลีบร่องที่แดงช้ำเนื่องจากการกระทำสัตว์ป่าเมื่อครู่ของตนอย่างหยามใจ ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มที่อาบย้อมไปด้วยหยาดเหงื่อของคนตัวน้อยในเวลานี้ ช่างให้ความรู้สึกเย้ายวนจนความเป็นชายที่เพิ่งสงบไปกลับมามีแรงอีกครั้ง ร่างสูงไม่รอช้าที่จะเสียบแกนกายเข้าไปในร่องรักแดงช้ำ ก่อนจะเสพสมกับนางเสียจนพอใจ เสียงเนื้อกระทบกันอย่างลามกดังติดต่อกันกินเวลากว่าหนึ่งชั่วยามได้ บัดนี้หญิงสาวที่ถูกขืนใจในตอนแรกเปลี่ยนมาเป็นนั่งคร่อมบนตัวบุรุษตัว นางขยับสะโพกกลมมนชวนให้ผู้คนลุ่มหลงเพื่อขย่มแทงเนื้อที่ถูกนางปลุกขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงครวญครางราวกับหยาดน้ำค้างหวานดังอย่างเร่าร้อนยามที่ท่อนเนื้อกระแทกลึกเข้าไปถึงจุดเสียว "อ๊า ดีเหลือเกินท่านจอมยุทธ์" นางยิ่งเร่งขยับเอวราวกับควบขี่ม้าในศึกสงคราม เมื่อใกล้เห็นปลายทางแห่งฝันอยู่เบื้องหน้า สองมือก็บีบขย้ำเต้าอวบอิ่มของตนเพื่อระบายความใคร่ เพียงชั่วพริบตาภายในช่องท้องก็สัมผัสได้ถึงความอุ่นวาบที่ทำเอาร่างบางถึงกับตาลอย "อ๊า...ดีเหลือเกิน" ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินเพียงแค่เสียงน้ำในลำธารไหล ทั้งที่เมื่อครู่นี้ยังมีเสียงหอบหายใจของใครบางคนดังขึ้นมา แต่เพียงไม่นานเสียงนั้นก็ค่อย ๆ เงียบลง หญิงสาวมองบุรุษที่นอนแน่นิ่งอยู่ใต้ร่างตนด้วยแววตาเย้ยหยัน นางลุกขึ้นจากร่างของบุรุษผู้นั้น ทันทีที่แกนกายหลุดออกจากร่องแดงฉ่ำ น้ำรักสีขาวขุ่นก็ไหลออกมา น้ำกามพวกนั้นเปรอะเปื้อนเรียวขาทั้งสองข้างแต่ร่างบางกับไม่ได้สนใจที่จะเชยชม สีหน้าหวาดกลัวที่เคยพบหรือแม้กระทั่งหยดน้ำตาก็ไม่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของนางเลย ดวงตาคู่งามฉายแววดูถูกเมื่อมองบุรุษซึ่งบัดนี้หายใจโรยริน ร่างกายซูบผอมมีเพียงหนังหุ้มกระดูกราวกับโดยภูตผีดูดกินวิญญาณ แววตาที่เบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดไร้ร่องรอยแห่งความอาจหาญของจอมยุทธ์ เขาในตอนนี้ราวกับคนที่ใกล้จะสิ้นใจ หากไม่เห็นว่ายังมีลมหายใจไม่ว่าใครก็คงคิดว่าเขาตายไปแล้ว "เจ้าโง่นี่ เพียงเท่านี้ก็หมดแรงเสียแล้ว" มันใช้ได้ที่ไหน! นางอุตส่าห์ใช้รูปโฉมงดงามของตนหลอกล่ออย่างสุดความสามารถ คิดว่าจะได้เสพสุขยันเช้า ที่ไหนได้ ยังไม่ถึงสองชั่วยามสารรูปก็เป็นเช่นนี้ไปเสียแล้ว ไร้ความสามารถ...ช่างไร้ความสามารถเสียจริง! ตัวนางเป็นถึงปีศาจดอกเหมยที่อาศัยการร่วมรักกับบุรุษเพื่อบำเพ็ญตบะ แต่บุรุษที่นางเจอแต่ละคนช่างไร้น้ำยา จะไม่ให้นางหงุดหงิดได้อย่างไร เสียนเปานะเสียนเปา เมื่อใดกันที่เจ้าจะเจอบุรุษที่ทนมือทนตีนเจ้าได้ แค่สักวันสองวันก็ถือว่าหายากมากแล้ว จะให้เขามาร่วมเสพสุขกับเจ้าทั้งชาตินี้คงเป็นไปไม่ได้เสียหรอก ร่างบางได้แต่สบถกับตัวเองอยู่ในใจ พลางมองร่างที่นอนแน่นิ่งของชายที่เพิ่งจะร่วมรักกับตนไปเมื่อครู่นี้ เมื่อสองชั่วยามก่อนเขายังมีกำลังวังชา แต่บัดนี้กลายเป็นหนังตากแห้ง ฉับพลันเสียงถอนหายใจก็ดังขึ้น ช่างเถิด...สำหรับชีวิตที่ยืนยาว นางจะมาสนใจบุรุษที่ลุ่มหลงในราคะพวกนี้ไปไย พวกเขาจะมีสภาพเป็นเช่นไรมันก็เรื่องของพวกเขา ร่างบางหายใจฟึดฟัดก่อนจะใช้เท้าเตะบุรุษที่นอนนิ่งบนโขดหินจนกลิ้งตกน้ำ คนผู้นี้ปล่อยให้ตายเสียก็ดี หากสตรีที่เขาล่วงเกินมิใช่นางแต่เป็นเพียงมนุษย์ผู้หนึ่งคงน่าสงสารไม่น้อย หญิงสาวพลางจ้องมองร่างที่ลอยไปกับน้ำก่อนจะกระโดดลงจากโขดหินเพื่อไปชำระร่างกายที่ลำธารใหม่อีกครั้ง หลังจากที่หยิบเสื้อผ้าของตนมาใส่ นางก็เดินหายเข้าไปในความมืดของรัตติกาลเจ็ดดินแดนแปดคาบสมุทรช่างกว้างใหญ่สำหรับการเดินทางของปีศาจตนน้อยตนหนึ่ง แม้นางจะอาศัยบุรุษมากตัณหาพวกนั้นเพื่อเสริมสร้างตบะ แต่เนื่องจากเพิ่งได้ร่างมนุษย์มา พลังที่เคยมีจึงลดลงไปมากโข ร่างกายของนางตอนนี้อ่อนแอเสียจนเทียบได้กับมนุษย์เพียงผู้หนึ่ง ไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้เฉกเช่นปีศาจที่มีตบะแกร่งกล้า ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงได้ใช้เงินที่ขโมยมาจากจอมยุทธ์คนเมื่อวานเพื่อจ้างรถม้าเดินทางไปหั่งโจว ได้ยินมาจากพี่สาวปีศาจคนหนึ่งบอกว่าที่นั่นเป็นเมืองใหญ่ซึ่งถือเป็นแหล่งชุกชุมของปีศาจหลายเผ่า ที่แห่งนั้นมีมนุษย์กับปีศาจจะอยู่ปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก แต่เรื่องพวกนี้คงมีแค่ปีศาจเท่านั้นที่รับรู้ เพราะหากมนุษย์รู้เรื่องเหล่านี้เข้าปีศาจคงไม่อาจอยู่อย่างสงบได้หั่งโจวเป็นสถานที่เหมาะสำหรับปีศาจที่ไม่มีที่ไปเช่นนาง เสียนเปาเคยใฝ่ฝันอยากจะหาใครสักคนเพื่อมาบำเพ็ญคู่และอาศัยอยู่ด้วยกันไปจนแก่ ถึงจะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วคนที่ทนไอปีศาจได้นั้นจะมีน้อยนัก แต่นางก็ยังหวังว่าในชาตินี้นางจะได้เจอคนผู้นั้นที่นางใฝ่ฝัน ว่ากันว่าหากเป็นคู่บำเพ็ญที่เหมาะสมชีวิตของทั้งคู่อาจยืนยาวไปเป็นหมื่นปีแม้จะได้ยินมาจากปีศา
เมื่อมาถึงกระโจมที่พักแรมกลางป่าของกลุ่มชายฉกรรจ์ หญิงสาวก็รีบกระโดดลงจากรถม้าก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบอย่างสนอกสนใจ ที่นี่เหมือนจะเป็นค่ายอะไรสักอย่าง คนที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชาย สตรีที่เห็นกลับมีอยู่เพียงน้อยนิดเมื่อมีหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหลาย นางก็ตกเป็นจุดสนใจไปในที่สุด หน้าตางดงามของนางสร้างเสียงฮือฮาจนดังกระหึ่ม ดรุณีน้อยเห็นเช่นนั้นจึงแสร้งทำท่าทีเป็นหวาดกลัว แล้วก้าวไปหลบอยู่หลังชายหนุ่มที่เพิ่งกระโดดลงจากที่คุมบังเหียน นางใช้มือจับแขนเสื้อของหวังเหว่ยแน่นก่อนจะมองเขาด้วยสายตาน่าสงสารดูสิ้ว่าเจ้าจะไม่หลงข้าได้อย่างไร...หวังเหว่ยเหลือบมองคนที่ใช้มือเกาะแขนเสื้อของตน ก่อนจะรีบสะบัดออกราวกับว่านางเป็นตัวนำโชคร้าย เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ค่อยดังนักแต่เสียนเปาที่อยู่ใกล้ ๆ กลับได้ยินชัด "อย่ามาจับข้า เจ้าชอบมิใช่หรือไง"เสียนเปายังคงแสร้งทำท่าทีใสซื่อไม่เข้าใจ "ท่านพูดอะไรเจ้าคะ"หวังเหว่ยคร้านจะพูดให้มากความกับสตรีนางนี้ จึงเลือกที่จะเดินเข้าไปในกระโจมของตนโดยไม่สนใจนางอีก ลับหลังเขาจึงไม่เห็นว่าแววตาของดรุณียามที่มองตนเดินหายเข้าไปในกระโจมน
ความรู้สึกหนักอึ้งไปทั่วร่างกายทำให้เสียนเปารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากฝัน แสงแดดในยามเช้าลอดผ่านม่านกระโจมเข้ามากระทบเรือนร่างที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยบอบช้ำ ความเจ็บแสบที่บริเวณช่วงล่างทำให้ใบหน้างดงามบิดเหยเก พอร่างบางก้มลงมองเบื้องล่างของตนเองก็ถึงกับตกใจ อยากจะกรีดร้องจนเสียสติได้เสียให้ได้เจ้าบ้าพวกนี้ ไม่คิดจะถนอมกันบ้างหรือไง! กำปั้นเล็กทุบลงบนฟูกนอน ในแววตาเต็มไปด้วยความคับข้องขุ่นหมองใจ แม้ว่าเมื่อคืนนางจะสูบพลังชีวิตของพวกนั้นมาได้เยอะ แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าพวกนั้นเป็นพวกไม่รู้จักอิ่ม กินแล้วกินอีกเสียจนนางแทบขยับไม่ได้ อีกอย่างนางก็ไม่กล้าจะดูดพลังชีวิตเจ้าพวกนั้นจนถึงตาย หากความแตกมีหวังโดนจับเผาทั้งเป็นแน่ ไม่คุ้ม!...ไม่คุ้มเลยที่ต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้!ในขณะที่หญิงสาวสบถออกไปอย่างหัวเสีย ก็พลางสำรวจรอยช้ำตามเนื้อตัวอย่างขุ่นเคือง ถึงนางจะสามารถโคจรพลังเพื่อรักษาร่องรอยฟกช้ำตามตัวบางส่วนให้หายดี แต่ความเจ็บปวดจากศึกเมื่อคืนยังคงหลงเหลือทิ้งไว้อยู่ทุกส่วน เสียนเปากัดฟันพลางพยายามลุกจากเตียงอย่างทุลักทุเล ความเจ็บแสบบริเวณช่วงล่างยิ่งทวีความรุนแรงยามที่สองเท้าท
ความรู้สึกหนักอึ้งไปทั่วร่างกายทำให้เสียนเปารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากฝัน แสงแดดในยามเช้าลอดผ่านม่านกระโจมเข้ามากระทบเรือนร่างที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยบอบช้ำ ความเจ็บแสบที่บริเวณช่วงล่างทำให้ใบหน้างดงามบิดเหยเก พอร่างบางก้มลงมองเบื้องล่างของตนเองก็ถึงกับตกใจ อยากจะกรีดร้องจนเสียสติได้เสียให้ได้เจ้าบ้าพวกนี้ ไม่คิดจะถนอมกันบ้างหรือไง! กำปั้นเล็กทุบลงบนฟูกนอน ในแววตาเต็มไปด้วยความคับข้องขุ่นหมองใจ แม้ว่าเมื่อคืนนางจะสูบพลังชีวิตของพวกนั้นมาได้เยอะ แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าพวกนั้นเป็นพวกไม่รู้จักอิ่ม กินแล้วกินอีกเสียจนนางแทบขยับไม่ได้ อีกอย่างนางก็ไม่กล้าจะดูดพลังชีวิตเจ้าพวกนั้นจนถึงตาย หากความแตกมีหวังโดนจับเผาทั้งเป็นแน่ ไม่คุ้ม!...ไม่คุ้มเลยที่ต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้!ในขณะที่หญิงสาวสบถออกไปอย่างหัวเสีย ก็พลางสำรวจรอยช้ำตามเนื้อตัวอย่างขุ่นเคือง ถึงนางจะสามารถโคจรพลังเพื่อรักษาร่องรอยฟกช้ำตามตัวบางส่วนให้หายดี แต่ความเจ็บปวดจากศึกเมื่อคืนยังคงหลงเหลือทิ้งไว้อยู่ทุกส่วน เสียนเปากัดฟันพลางพยายามลุกจากเตียงอย่างทุลักทุเล ความเจ็บแสบบริเวณช่วงล่างยิ่งทวีความรุนแรงยามที่สองเท้าท
เมื่อมาถึงกระโจมที่พักแรมกลางป่าของกลุ่มชายฉกรรจ์ หญิงสาวก็รีบกระโดดลงจากรถม้าก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบอย่างสนอกสนใจ ที่นี่เหมือนจะเป็นค่ายอะไรสักอย่าง คนที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชาย สตรีที่เห็นกลับมีอยู่เพียงน้อยนิดเมื่อมีหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหลาย นางก็ตกเป็นจุดสนใจไปในที่สุด หน้าตางดงามของนางสร้างเสียงฮือฮาจนดังกระหึ่ม ดรุณีน้อยเห็นเช่นนั้นจึงแสร้งทำท่าทีเป็นหวาดกลัว แล้วก้าวไปหลบอยู่หลังชายหนุ่มที่เพิ่งกระโดดลงจากที่คุมบังเหียน นางใช้มือจับแขนเสื้อของหวังเหว่ยแน่นก่อนจะมองเขาด้วยสายตาน่าสงสารดูสิ้ว่าเจ้าจะไม่หลงข้าได้อย่างไร...หวังเหว่ยเหลือบมองคนที่ใช้มือเกาะแขนเสื้อของตน ก่อนจะรีบสะบัดออกราวกับว่านางเป็นตัวนำโชคร้าย เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ค่อยดังนักแต่เสียนเปาที่อยู่ใกล้ ๆ กลับได้ยินชัด "อย่ามาจับข้า เจ้าชอบมิใช่หรือไง"เสียนเปายังคงแสร้งทำท่าทีใสซื่อไม่เข้าใจ "ท่านพูดอะไรเจ้าคะ"หวังเหว่ยคร้านจะพูดให้มากความกับสตรีนางนี้ จึงเลือกที่จะเดินเข้าไปในกระโจมของตนโดยไม่สนใจนางอีก ลับหลังเขาจึงไม่เห็นว่าแววตาของดรุณียามที่มองตนเดินหายเข้าไปในกระโจมน
เจ็ดดินแดนแปดคาบสมุทรช่างกว้างใหญ่สำหรับการเดินทางของปีศาจตนน้อยตนหนึ่ง แม้นางจะอาศัยบุรุษมากตัณหาพวกนั้นเพื่อเสริมสร้างตบะ แต่เนื่องจากเพิ่งได้ร่างมนุษย์มา พลังที่เคยมีจึงลดลงไปมากโข ร่างกายของนางตอนนี้อ่อนแอเสียจนเทียบได้กับมนุษย์เพียงผู้หนึ่ง ไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้เฉกเช่นปีศาจที่มีตบะแกร่งกล้า ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงได้ใช้เงินที่ขโมยมาจากจอมยุทธ์คนเมื่อวานเพื่อจ้างรถม้าเดินทางไปหั่งโจว ได้ยินมาจากพี่สาวปีศาจคนหนึ่งบอกว่าที่นั่นเป็นเมืองใหญ่ซึ่งถือเป็นแหล่งชุกชุมของปีศาจหลายเผ่า ที่แห่งนั้นมีมนุษย์กับปีศาจจะอยู่ปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก แต่เรื่องพวกนี้คงมีแค่ปีศาจเท่านั้นที่รับรู้ เพราะหากมนุษย์รู้เรื่องเหล่านี้เข้าปีศาจคงไม่อาจอยู่อย่างสงบได้หั่งโจวเป็นสถานที่เหมาะสำหรับปีศาจที่ไม่มีที่ไปเช่นนาง เสียนเปาเคยใฝ่ฝันอยากจะหาใครสักคนเพื่อมาบำเพ็ญคู่และอาศัยอยู่ด้วยกันไปจนแก่ ถึงจะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วคนที่ทนไอปีศาจได้นั้นจะมีน้อยนัก แต่นางก็ยังหวังว่าในชาตินี้นางจะได้เจอคนผู้นั้นที่นางใฝ่ฝัน ว่ากันว่าหากเป็นคู่บำเพ็ญที่เหมาะสมชีวิตของทั้งคู่อาจยืนยาวไปเป็นหมื่นปีแม้จะได้ยินมาจากปีศา
ยุทธภพกว้างใหญ่ มีผู้คนมากมายต่างใฝ่หาความเป็นนิรันดร์ หนึ่งในนั้นมีปีศาจน้อยรูปร่างอรชร นางคิดจะใช้ใบหน้างดงามเพื่อหลอกล่อบุรุษ ชีวิตของมนุษย์ก็เพียงแค่เอาไว้ใช้สั่งสมตบะของปีศาจณ ป่าที่อยู่ลึกสุดของแผ่นดินใหญ่ มีกระแสธาราไหลผ่านจากป่าหนึ่งไปสู่อีกป่า เสียงสายน้ำสาดกระเซ็นดังสะท้อนไปพร้อมกับเสียงไหวของกิ่งไม้ สตรีนางหนึ่งกำลังเปลือยกายลงแช่น้ำในลำธารใส ปากก็พลางฮัมเพลงอย่างสบายอกสบายใจราวกับมีนางคนเดียวอยู่ในป่าแห่งนี้ น้ำเสียงไพเราะดังกังวานไปทั่วจนแว่วเข้าสู่โสตประสาทของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งได้ยินของนางก็ราวกับต้องมนต์สะกด เขาเยื่อย่างตามเสียงของดรุณีน้อยเข้าไปใกล้ลำธาร ทันทีที่เขาสบเข้ากับเรือนร่างเปลือยเปล่าของเจ้าของเสียงหวาน ผิวขาวกระจ่างยามถูกแสงจันทร์กระทบชวนให้นึกหลงใหล เต้าอวบอิ่มทั้งสองใหญ่เกินขนาดรูปร่างที่เล็กของนางไปมากมาย ยอดปทุมถันสีสดชวนให้อยากลิ้มชิมรสดูสักครั้งฉับพลันฝีเท้าของชายหนุ่มก็เผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดัง ทำให้ดรุณีที่กำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารได้ยินเข้าจึงตกใจ นางหันไปตามเสียง จึงเห็นว่ามีบุรุษแปลกหน้ายืนมองตนอาบน้ำอยู่ด้วยแววตาหลงใหล ดวงห