ความรู้สึกหนักอึ้งไปทั่วร่างกายทำให้เสียนเปารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากฝัน แสงแดดในยามเช้าลอดผ่านม่านกระโจมเข้ามากระทบเรือนร่างที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยบอบช้ำ ความเจ็บแสบที่บริเวณช่วงล่างทำให้ใบหน้างดงามบิดเหยเก พอร่างบางก้มลงมองเบื้องล่างของตนเองก็ถึงกับตกใจ อยากจะกรีดร้องจนเสียสติได้เสียให้ได้
เจ้าบ้าพวกนี้ ไม่คิดจะถนอมกันบ้างหรือไง! กำปั้นเล็กทุบลงบนฟูกนอน ในแววตาเต็มไปด้วยความคับข้องขุ่นหมองใจ แม้ว่าเมื่อคืนนางจะสูบพลังชีวิตของพวกนั้นมาได้เยอะ แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าพวกนั้นเป็นพวกไม่รู้จักอิ่ม กินแล้วกินอีกเสียจนนางแทบขยับไม่ได้ อีกอย่างนางก็ไม่กล้าจะดูดพลังชีวิตเจ้าพวกนั้นจนถึงตาย หากความแตกมีหวังโดนจับเผาทั้งเป็นแน่ ไม่คุ้ม!...ไม่คุ้มเลยที่ต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้! ในขณะที่หญิงสาวสบถออกไปอย่างหัวเสีย ก็พลางสำรวจรอยช้ำตามเนื้อตัวอย่างขุ่นเคือง ถึงนางจะสามารถโคจรพลังเพื่อรักษาร่องรอยฟกช้ำตามตัวบางส่วนให้หายดี แต่ความเจ็บปวดจากศึกเมื่อคืนยังคงหลงเหลือทิ้งไว้อยู่ทุกส่วน เสียนเปากัดฟันพลางพยายามลุกจากเตียงอย่างทุลักทุเล ความเจ็บแสบบริเวณช่วงล่างยิ่งทวีความรุนแรงยามที่สองเท้าทรงตัวอยู่บนพื้น โดยเฉพาะทางด้านหลัง! ค่อยดูเถอะก้งฉือ หากเจ้าอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ข้าจะจัดการเจ้าแน่! ระหว่างที่เสียนเปาคิดหาวิธีแก้แค้น นางก็เดินไปเอาเสื้อของตนมาสวมใส่ จู่ ๆ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังใกล้เข้ามาจากนอกกระโจม เสียงเลิกผ้าม่านกระโจมดังขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างบางรีบหันไปมองอย่างวิตก เจ้าพวกนั้นคงไม่คิดจะมาปู้ยี่ปู้ยำนางอีกใช่หรือไม่ นางจะไม่ไหวแล้วนะ! ทว่าโชคยังเข้าข้าง คนที่เข้ามาในกระโจมนั้นกลับเป็นหวังเหว่ย เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้มาทำเรื่องอย่างว่ากับนางเลยเมื่อคืนนี้ หญิงสาวมองสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างระวังตัว แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะอย่างเยาะเย้ยที่ยิ่งชวนให้หงุดหงิด "เจ้าหัวเราะอะไร" "เมื่อคืนเจ้าคงมีความสุขไม่น้อย" หวังเหว่ยพูดพลางใช้สายตาคมกริบมองสำรวจตามเรือนร่างของนาง ครั้นเห็นว่าเรือนร่างของหญิงสาวตรงหน้ามีรอยฟกช้ำเพียงเล็กน้อย ไม่สมกับที่โดนเคี่ยวกรำมาตลอดทั้งคืน ชายหนุ่มก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนอกสนใจ เสียนเปารู้สึกไม่ชอบสายตาคู่นั้นเอาเสียเลย เมื่อเห็นว่าคนตัวน้อยเลือกไม่ตอบ หวังเหว่ยจึงละความสนใจจากนางมาสำรวจภายในกระโจม กลิ่นอายร่วมรักยังคงลอยอบอวลจนทำเอาจิตใจของชายหนุ่มเองก็เกิดความหวั่นไหว ของข้าวเครื่องใช้กองกันอย่างระเกะระกะ บนฟูกเต็มไปด้วยคราบน้ำใคร่ "คงเจอศึกหนักมาพอสมควร" ชายหนุ่มเอ่ยสิ่งที่คิดออกไปตรง ๆ "ท่านมาเพื่อพูดเรื่องไร้สาระแค่นี้หรือ" หญิงสาวไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเป็นสตรีใสซื่ออีกต่อไป โดยเฉพาะต่อหน้าคนผู้นี้ยิ่งไม่ควรเอาเสียเลย ดวงตาสุกสกาวของเสียนเปาจ้องมองชายตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง คนผู้นี้คิดว่าตนเป็นใครถึงได้กล้าทำให้ขัดใจมาตั้งแต่เมื่อวาน! ผู้คนตั้งมากต่างหลงใหลนางอย่างไม่โงหัว อย่างเขานี่ถือว่าเป็นตัวอะไรไปได้ นางอุตส่าห์ใช้หน้าตาใสซื่อล่อลวง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สนใจ หวังเหว่ยจ้องมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกตรงหน้า ท่าทีเอาเรื่องของนางมิได้ทำให้เขาหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกันเขายิ่งหมั่นไส้ในความพยศไม่รู้จักเกรงกลัวของอีกฝ่าย ชายหนุ่มหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปจากกระโจมเพราะคร้านจะมองหน้านาง แต่ยังไม่วายทิ้งถ้อยคำน่ารังเกียจที่ทำเอาหญิงสาวถึงกับโกรธจนลมออกหู "เก็บปากเจ้าไว้ครางต่อคืนนี้เถอะ" ครั้นร่างสูงหายลับไป เสียนเปาเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัว ใบหน้านางเริ่มแดงเรื่อขึ้นมาทุกขนัด ทำได้เพียงชี้นิ้วด่าตามหลังอีกฝ่ายแม้จะไม่เห็นเงาแล้วก็ตาม เมื่อเห็นว่าคำด่าของตนไม่ได้ผลจึงกระทืบเท้าเพื่อระบายโทสะที่อัดแน่นในใจ ทว่าหญิงสาวก็ต้องร้องออกมาเมื่อโดนความเจ็บปวดที่ช่วงล่างจู่โจมใส่ จนนางต้องเอามือกุมท้องไว้ ครางบ้าบออะไรของเจ้า! ใครจะไปอยู่ให้เจ้าพวกนั้นรุมทึ้งอีกกัน! แต่พอคิดจะหนีก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลกไม่ค่อยเข้าข้างนางสักเท่าไหร่ เพราะอู่หางสั่งคนให้มาเฝ้านางเอาไว้ตั้งแต่เช้า เพราะหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนเกิดขึ้นแล้วเขาคงคิดว่านางจะต้องหนีไปเป็นแน่ ทำให้ตลอดทั้งวันเสียนเปาเหมือนจะมีกรงขังเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นขังนางเอาไว้ จะเดินเพ่นพ่านก็ทำไม่ได้ กระทั่งเวลาล่วงเลยเข้ายามพลบค่ำ งานก็เข้านางอีก! วันนี้ดูเหมือนจะมีงานเลี้ยง ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งคิดหาวิธีจะหลบหนี เจ้าตัวปัญหาอู่หางที่ไม่เห็นหัวมาทั้งวันพลันโผล่หน้ามาให้เห็นพร้อมรอยยิ้มแป้นจนเสียนเปาหมั่นไส้ เขาโยนเสื้อผ้าที่นำติดมือมาด้วยลงบนเตียง "ใส่นี่ซะ เจ้านี่จะพาเจ้าไปที่งานเลี้ยง" คนที่อู่หางหมายถึงคือคนที่จับตาดูนางมาตลอดทั้งตั้งแต่เช้ายันบ่าย หญิงสาวมองเสื้อผ้าน้อยชิ้นบนเตียงพลางขมวดคิ้วอย่างคับข้องใจ "งานเลี้ยงอะไร ทำไมข้าต้องไปด้วย" สีหน้าของนางชัดเจนว่าไม่ยินยอม จนอู่หางอดคิดไม่ได้ว่าเหตุใดสตรีใสซื่อคนเมื่อวานที่โดนพวกเขารังแกถึงได้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ส่วนใหญ่ที่ตนเคยเห็นก็มีแต่พวกที่คิดสั้นฆ่าตัวตาย ไม่ก็ร้องห่มร้องไห้จนน่าหนวกหูเสียนี่ แต่สตรีผู้นี้ไม่มีท่าทีเกรงกลัวพวกเขาทั้งยังไม่มีวี่แววว่าจะเสียใจ ทว่ารูปโฉมงดงามกลับทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดสาวน้อยไม่ลง ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปจนประชิดร่างเนียนนุ่ม พลางใช้มือลูบไล้นวลแก้มของอีกฝ่าย "ลูกพี่ใหญ่แค่กลัวเจ้าหิว อยู่ที่นี่เจ้าไม่มีอาหารกินนะ" ลูกพี่ใหญ่? เขาอีกแล้ว! เสียนเปาปัดมือที่อยู่ไม่สุขของบุรุษหน้าบากออก ทำเอาสีหน้าของอู่หางเริ่มดูไม่ดี แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้นางกลับไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวต่อเขา "ข้าไม่ใส่" ไม่มีกินบ้านเจ้าสิ คิดว่าข้าจะอยู่ที่นี่นานนักหรือไง มีสิทธิ์อะไรมาบังคับข้าให้ใส่ชุดพวกนี้ เศษผ้าพวกนี้เรียกว่าชุดได้หรือ! อู่หางเริ่มขมวดคิ้วกับท่าทีดื้อรั้นแกมพยศ นิ้วยาวเอื้อมไปสัมผัสใบหน้างดงามก่อนจะลากไล้ลงมาถึงลำคอระหงอย่างหลงใหล "เจ้าจะไม่ใส่ก็ได้ แต่ถ้าทำเช่นนั้นเจ้าคงต้องเปลือยกายนั่งอยู่ในงานเลี้ยงเสียแล้ว" หญิงสาวขบริมฝีปากเข้าหากันเมื่อได้ยินถ้อยคำถือดี นางปัดมือที่เลื่อนต่ำลงจวนจะสัมผัสอกอวบอิ่มทิ้งไป ก่อนจะตอบกลับไปอย่างเข่นเขี้ยว "ใส่ก็ใส่สิ" ข้าไม่อยู่ที่นี่ให้พวกเจ้ารังแกนานนักหรอก!ยุทธภพกว้างใหญ่ มีผู้คนมากมายต่างใฝ่หาความเป็นนิรันดร์ หนึ่งในนั้นมีปีศาจน้อยรูปร่างอรชร นางคิดจะใช้ใบหน้างดงามเพื่อหลอกล่อบุรุษ ชีวิตของมนุษย์ก็เพียงแค่เอาไว้ใช้สั่งสมตบะของปีศาจณ ป่าที่อยู่ลึกสุดของแผ่นดินใหญ่ มีกระแสธาราไหลผ่านจากป่าหนึ่งไปสู่อีกป่า เสียงสายน้ำสาดกระเซ็นดังสะท้อนไปพร้อมกับเสียงไหวของกิ่งไม้ สตรีนางหนึ่งกำลังเปลือยกายลงแช่น้ำในลำธารใส ปากก็พลางฮัมเพลงอย่างสบายอกสบายใจราวกับมีนางคนเดียวอยู่ในป่าแห่งนี้ น้ำเสียงไพเราะดังกังวานไปทั่วจนแว่วเข้าสู่โสตประสาทของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งได้ยินของนางก็ราวกับต้องมนต์สะกด เขาเยื่อย่างตามเสียงของดรุณีน้อยเข้าไปใกล้ลำธาร ทันทีที่เขาสบเข้ากับเรือนร่างเปลือยเปล่าของเจ้าของเสียงหวาน ผิวขาวกระจ่างยามถูกแสงจันทร์กระทบชวนให้นึกหลงใหล เต้าอวบอิ่มทั้งสองใหญ่เกินขนาดรูปร่างที่เล็กของนางไปมากมาย ยอดปทุมถันสีสดชวนให้อยากลิ้มชิมรสดูสักครั้งฉับพลันฝีเท้าของชายหนุ่มก็เผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดัง ทำให้ดรุณีที่กำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารได้ยินเข้าจึงตกใจ นางหันไปตามเสียง จึงเห็นว่ามีบุรุษแปลกหน้ายืนมองตนอาบน้ำอยู่ด้วยแววตาหลงใหล ดวงห
เจ็ดดินแดนแปดคาบสมุทรช่างกว้างใหญ่สำหรับการเดินทางของปีศาจตนน้อยตนหนึ่ง แม้นางจะอาศัยบุรุษมากตัณหาพวกนั้นเพื่อเสริมสร้างตบะ แต่เนื่องจากเพิ่งได้ร่างมนุษย์มา พลังที่เคยมีจึงลดลงไปมากโข ร่างกายของนางตอนนี้อ่อนแอเสียจนเทียบได้กับมนุษย์เพียงผู้หนึ่ง ไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้เฉกเช่นปีศาจที่มีตบะแกร่งกล้า ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงได้ใช้เงินที่ขโมยมาจากจอมยุทธ์คนเมื่อวานเพื่อจ้างรถม้าเดินทางไปหั่งโจว ได้ยินมาจากพี่สาวปีศาจคนหนึ่งบอกว่าที่นั่นเป็นเมืองใหญ่ซึ่งถือเป็นแหล่งชุกชุมของปีศาจหลายเผ่า ที่แห่งนั้นมีมนุษย์กับปีศาจจะอยู่ปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก แต่เรื่องพวกนี้คงมีแค่ปีศาจเท่านั้นที่รับรู้ เพราะหากมนุษย์รู้เรื่องเหล่านี้เข้าปีศาจคงไม่อาจอยู่อย่างสงบได้หั่งโจวเป็นสถานที่เหมาะสำหรับปีศาจที่ไม่มีที่ไปเช่นนาง เสียนเปาเคยใฝ่ฝันอยากจะหาใครสักคนเพื่อมาบำเพ็ญคู่และอาศัยอยู่ด้วยกันไปจนแก่ ถึงจะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วคนที่ทนไอปีศาจได้นั้นจะมีน้อยนัก แต่นางก็ยังหวังว่าในชาตินี้นางจะได้เจอคนผู้นั้นที่นางใฝ่ฝัน ว่ากันว่าหากเป็นคู่บำเพ็ญที่เหมาะสมชีวิตของทั้งคู่อาจยืนยาวไปเป็นหมื่นปีแม้จะได้ยินมาจากปีศา
เมื่อมาถึงกระโจมที่พักแรมกลางป่าของกลุ่มชายฉกรรจ์ หญิงสาวก็รีบกระโดดลงจากรถม้าก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบอย่างสนอกสนใจ ที่นี่เหมือนจะเป็นค่ายอะไรสักอย่าง คนที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชาย สตรีที่เห็นกลับมีอยู่เพียงน้อยนิดเมื่อมีหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหลาย นางก็ตกเป็นจุดสนใจไปในที่สุด หน้าตางดงามของนางสร้างเสียงฮือฮาจนดังกระหึ่ม ดรุณีน้อยเห็นเช่นนั้นจึงแสร้งทำท่าทีเป็นหวาดกลัว แล้วก้าวไปหลบอยู่หลังชายหนุ่มที่เพิ่งกระโดดลงจากที่คุมบังเหียน นางใช้มือจับแขนเสื้อของหวังเหว่ยแน่นก่อนจะมองเขาด้วยสายตาน่าสงสารดูสิ้ว่าเจ้าจะไม่หลงข้าได้อย่างไร...หวังเหว่ยเหลือบมองคนที่ใช้มือเกาะแขนเสื้อของตน ก่อนจะรีบสะบัดออกราวกับว่านางเป็นตัวนำโชคร้าย เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ค่อยดังนักแต่เสียนเปาที่อยู่ใกล้ ๆ กลับได้ยินชัด "อย่ามาจับข้า เจ้าชอบมิใช่หรือไง"เสียนเปายังคงแสร้งทำท่าทีใสซื่อไม่เข้าใจ "ท่านพูดอะไรเจ้าคะ"หวังเหว่ยคร้านจะพูดให้มากความกับสตรีนางนี้ จึงเลือกที่จะเดินเข้าไปในกระโจมของตนโดยไม่สนใจนางอีก ลับหลังเขาจึงไม่เห็นว่าแววตาของดรุณียามที่มองตนเดินหายเข้าไปในกระโจมน
ความรู้สึกหนักอึ้งไปทั่วร่างกายทำให้เสียนเปารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากฝัน แสงแดดในยามเช้าลอดผ่านม่านกระโจมเข้ามากระทบเรือนร่างที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยบอบช้ำ ความเจ็บแสบที่บริเวณช่วงล่างทำให้ใบหน้างดงามบิดเหยเก พอร่างบางก้มลงมองเบื้องล่างของตนเองก็ถึงกับตกใจ อยากจะกรีดร้องจนเสียสติได้เสียให้ได้เจ้าบ้าพวกนี้ ไม่คิดจะถนอมกันบ้างหรือไง! กำปั้นเล็กทุบลงบนฟูกนอน ในแววตาเต็มไปด้วยความคับข้องขุ่นหมองใจ แม้ว่าเมื่อคืนนางจะสูบพลังชีวิตของพวกนั้นมาได้เยอะ แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าพวกนั้นเป็นพวกไม่รู้จักอิ่ม กินแล้วกินอีกเสียจนนางแทบขยับไม่ได้ อีกอย่างนางก็ไม่กล้าจะดูดพลังชีวิตเจ้าพวกนั้นจนถึงตาย หากความแตกมีหวังโดนจับเผาทั้งเป็นแน่ ไม่คุ้ม!...ไม่คุ้มเลยที่ต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้!ในขณะที่หญิงสาวสบถออกไปอย่างหัวเสีย ก็พลางสำรวจรอยช้ำตามเนื้อตัวอย่างขุ่นเคือง ถึงนางจะสามารถโคจรพลังเพื่อรักษาร่องรอยฟกช้ำตามตัวบางส่วนให้หายดี แต่ความเจ็บปวดจากศึกเมื่อคืนยังคงหลงเหลือทิ้งไว้อยู่ทุกส่วน เสียนเปากัดฟันพลางพยายามลุกจากเตียงอย่างทุลักทุเล ความเจ็บแสบบริเวณช่วงล่างยิ่งทวีความรุนแรงยามที่สองเท้าท
เมื่อมาถึงกระโจมที่พักแรมกลางป่าของกลุ่มชายฉกรรจ์ หญิงสาวก็รีบกระโดดลงจากรถม้าก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบอย่างสนอกสนใจ ที่นี่เหมือนจะเป็นค่ายอะไรสักอย่าง คนที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชาย สตรีที่เห็นกลับมีอยู่เพียงน้อยนิดเมื่อมีหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหลาย นางก็ตกเป็นจุดสนใจไปในที่สุด หน้าตางดงามของนางสร้างเสียงฮือฮาจนดังกระหึ่ม ดรุณีน้อยเห็นเช่นนั้นจึงแสร้งทำท่าทีเป็นหวาดกลัว แล้วก้าวไปหลบอยู่หลังชายหนุ่มที่เพิ่งกระโดดลงจากที่คุมบังเหียน นางใช้มือจับแขนเสื้อของหวังเหว่ยแน่นก่อนจะมองเขาด้วยสายตาน่าสงสารดูสิ้ว่าเจ้าจะไม่หลงข้าได้อย่างไร...หวังเหว่ยเหลือบมองคนที่ใช้มือเกาะแขนเสื้อของตน ก่อนจะรีบสะบัดออกราวกับว่านางเป็นตัวนำโชคร้าย เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ค่อยดังนักแต่เสียนเปาที่อยู่ใกล้ ๆ กลับได้ยินชัด "อย่ามาจับข้า เจ้าชอบมิใช่หรือไง"เสียนเปายังคงแสร้งทำท่าทีใสซื่อไม่เข้าใจ "ท่านพูดอะไรเจ้าคะ"หวังเหว่ยคร้านจะพูดให้มากความกับสตรีนางนี้ จึงเลือกที่จะเดินเข้าไปในกระโจมของตนโดยไม่สนใจนางอีก ลับหลังเขาจึงไม่เห็นว่าแววตาของดรุณียามที่มองตนเดินหายเข้าไปในกระโจมน
เจ็ดดินแดนแปดคาบสมุทรช่างกว้างใหญ่สำหรับการเดินทางของปีศาจตนน้อยตนหนึ่ง แม้นางจะอาศัยบุรุษมากตัณหาพวกนั้นเพื่อเสริมสร้างตบะ แต่เนื่องจากเพิ่งได้ร่างมนุษย์มา พลังที่เคยมีจึงลดลงไปมากโข ร่างกายของนางตอนนี้อ่อนแอเสียจนเทียบได้กับมนุษย์เพียงผู้หนึ่ง ไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้เฉกเช่นปีศาจที่มีตบะแกร่งกล้า ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงได้ใช้เงินที่ขโมยมาจากจอมยุทธ์คนเมื่อวานเพื่อจ้างรถม้าเดินทางไปหั่งโจว ได้ยินมาจากพี่สาวปีศาจคนหนึ่งบอกว่าที่นั่นเป็นเมืองใหญ่ซึ่งถือเป็นแหล่งชุกชุมของปีศาจหลายเผ่า ที่แห่งนั้นมีมนุษย์กับปีศาจจะอยู่ปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก แต่เรื่องพวกนี้คงมีแค่ปีศาจเท่านั้นที่รับรู้ เพราะหากมนุษย์รู้เรื่องเหล่านี้เข้าปีศาจคงไม่อาจอยู่อย่างสงบได้หั่งโจวเป็นสถานที่เหมาะสำหรับปีศาจที่ไม่มีที่ไปเช่นนาง เสียนเปาเคยใฝ่ฝันอยากจะหาใครสักคนเพื่อมาบำเพ็ญคู่และอาศัยอยู่ด้วยกันไปจนแก่ ถึงจะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วคนที่ทนไอปีศาจได้นั้นจะมีน้อยนัก แต่นางก็ยังหวังว่าในชาตินี้นางจะได้เจอคนผู้นั้นที่นางใฝ่ฝัน ว่ากันว่าหากเป็นคู่บำเพ็ญที่เหมาะสมชีวิตของทั้งคู่อาจยืนยาวไปเป็นหมื่นปีแม้จะได้ยินมาจากปีศา
ยุทธภพกว้างใหญ่ มีผู้คนมากมายต่างใฝ่หาความเป็นนิรันดร์ หนึ่งในนั้นมีปีศาจน้อยรูปร่างอรชร นางคิดจะใช้ใบหน้างดงามเพื่อหลอกล่อบุรุษ ชีวิตของมนุษย์ก็เพียงแค่เอาไว้ใช้สั่งสมตบะของปีศาจณ ป่าที่อยู่ลึกสุดของแผ่นดินใหญ่ มีกระแสธาราไหลผ่านจากป่าหนึ่งไปสู่อีกป่า เสียงสายน้ำสาดกระเซ็นดังสะท้อนไปพร้อมกับเสียงไหวของกิ่งไม้ สตรีนางหนึ่งกำลังเปลือยกายลงแช่น้ำในลำธารใส ปากก็พลางฮัมเพลงอย่างสบายอกสบายใจราวกับมีนางคนเดียวอยู่ในป่าแห่งนี้ น้ำเสียงไพเราะดังกังวานไปทั่วจนแว่วเข้าสู่โสตประสาทของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งได้ยินของนางก็ราวกับต้องมนต์สะกด เขาเยื่อย่างตามเสียงของดรุณีน้อยเข้าไปใกล้ลำธาร ทันทีที่เขาสบเข้ากับเรือนร่างเปลือยเปล่าของเจ้าของเสียงหวาน ผิวขาวกระจ่างยามถูกแสงจันทร์กระทบชวนให้นึกหลงใหล เต้าอวบอิ่มทั้งสองใหญ่เกินขนาดรูปร่างที่เล็กของนางไปมากมาย ยอดปทุมถันสีสดชวนให้อยากลิ้มชิมรสดูสักครั้งฉับพลันฝีเท้าของชายหนุ่มก็เผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดัง ทำให้ดรุณีที่กำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารได้ยินเข้าจึงตกใจ นางหันไปตามเสียง จึงเห็นว่ามีบุรุษแปลกหน้ายืนมองตนอาบน้ำอยู่ด้วยแววตาหลงใหล ดวงห