ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นเพราะความต้องการของผู้ใหญ่ และเพื่อช่วยประคองธุรกิจครอบครัวของพรีม ธีร์จึงต้องจำยอมหมั้นหมายกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้เลือก แต่ใครจะคิดว่าหญิงสาวที่ดูน่ารักในสายตาของผู้ใหญ่ แต่พอย้ายมาอยู่ร่วมบ้านกับเขาแล้วจะกลายเป็นยัยตัวแสบที่ขี้อ้อนและอ่อยเก่ง ***** "ถ้าพี่ไม่ใช่ผัวแล้วจะเป็นอะไร” “เป็นแค่คู่หมั้นค่ะ เรายังไม่ได้คบกัน จะข้ามขั้นมาเป็นผัวเลยได้ยังไงคะ” “เธอขย่มพี่ทั้งคืนแล้วจะไม่รับผิดชอบเหรอยัยตัวแสบ” *****
더 보기ธีร์วางหญิงสาวลงอย่างเบามือ พรีมก็ส่งสายตาคู่หวานมองหน้าคนที่กำลังถอดชุดคลุมอาบน้ำของตนเองออกแล้วขึ้นมานอนทาบทับบนตัวของเธออย่างเย้ายวนธีร์ส่งริมฝีปากบดจูบริมฝีปากอวบอิ่มอย่างเร้าร้อน มือหนาดึงรั้งสายชุดคลุม พรีมก็ดึงแขนของเธอออกโดยยังนอนทับชุดนั้นอยู่ริมฝีปากหยักถอนจูบออกแล้วเลื่อนลงไปงับเม็ดสีหวานที่แข็งชูชันบนยอดอกทั้งสองข้าง ละเลงปลายลิ้นสะกิดระรัว และดูดเลียสลับข้างกันไปมา มือหนาก็บีบขย้ำอกอวบเต็มไม้เต็มมือเจ้ามังกรที่ผ่านศึกในห้องน้ำไปแล้วสองรอบเริ่มจะแข็งขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงส่งมือไปจับท่อนเอ็นแล้วถูไถขึ้นลงที่กลีบกุหลาบน้ำที่มีน้ำสีใสไหลเยิ้มออกมา จากนั้นก็กดจ่อที่ปากทางร่องรักกดเอวสอบส่งตัวตนเข้าไปจนมิดลำธีร์กระแทกน้องชายขนาดใหญ่เข้าใส่ร่องรักของเมียสาวถี่รัว พรีมอยากเปลี่ยนบรรยากาศทั้งที เขาก็จะไม่ทำให้ผิดหวัง อยากจะได้กี่น้ำ หรืออยากจะจัดจนฟ้าสางก็จะตามใจ เพราะไหน ๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันอาทิตย์ซึ่งธีร์ไม่ได้เข้าไปทำงานที่บริษัทอยู่แล้วเสียงครวญครางประสานกันดังลั่นห้องที่ถูกก่อสร้างและเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี สองร่างผลัดเปลี่ยนกันจัดบทรักให้กับอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อ
หลังจากงานรับปริญญาพรีมและเพื่อนๆ ในคณะก็นัดกันไปกินเลี้ยงส่งท้ายชีวิตนักศึกษา ต่อไปทุกคนต้องเดินหน้าหางานทำและบางคนก็กลับไปช่วยธุรกิจครอบครัว ไม่ต่างจากพรีมที่เธอเลือกไปช่วยงานที่โรงพิมพ์ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวของเธอนับจากวันที่ธีร์คุกเข่าขอแต่งงาน อมรภัคและพิมลพรรณผู้เป็นแม่ของทั้งสองฝ่ายก็ได้พากันไปดูฤกษ์แต่งงานเอาไว้ และฤกษ์ที่เหมาะสมทั้งเวลาและพรีมก็เรียนจบพอดีก็คืออีกสองเดือนข้างหน้า“ฉันล่ะอิจฉาแกจริงๆ เรียนก็จบแล้วและกำลังจะได้แต่งงานมีสามี แต่แกดูฉันสิยังเหี่ยวเฉาอยู่เลย” ระหว่างที่นั่งดื่มและเมาท์มอยกันในกลุ่มเพื่อน นิวเยียร์ก็หันมาคุยกับเพื่อนรักที่หลังจากนี้อาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนตอนเรียน“ก็แกมัวแต่เล่นตัวไม่ยอมคบใครสักที กะจะรอให้ขึ้นคานก่อนหรือไง”“ไม่ได้เล่นตัว แต่มันยังไม่เจอคนที่ถูกใจนี่นา” นิวเยียร์เอ่ยพลางถอนลมหายใจ ยื่นมือไปหยิบแก้วน้ำเมาจรดริมฝีปากแล้วกระดกลงคอไปหลายอึกพรีมได้แต่ส่ายหัวและหลุดขำเบาๆ ให้เพื่อน ใช่ว่านิวเยียร์จะไม่มีคนคุย แต่คุยเยอะจนเหมือนเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาเสียมากกว่า คุยทุกคืน มือไม่ได้จับ แก้มไม่ได้หอม และก็ไม่ยอมคบใครจริงจัง หรือว่ามีคนท
วันนี้พรีมไม่มีเรียนเพราะเป็นวันเสาร์ ธีร์ใช้เวลาครึ่งวันเช้าในการเคลียร์งานที่บ้าน และพาเธอออกไปเดตในตอนเย็นรถหรูเคลื่อนตัวออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปยังร้านสเต๊กเฮาส์สุดหรูในโรงแรมชื่อดังที่ได้โทรจองเอาไว้พรีมควงแขนของธีร์เดินเข้าไปในร้านอาหาร เข้าไปนั่งที่โต๊ะริมกระจกมองเห็นวิวตึกสูงและแสงไฟในเมืองกรุง พอเข้าไปนั่งก็มีพนักงานของร้านเข้ามารับเมนูอาหาร ธีร์เลือกสั่งเป็นเซตโรแมนติกดินเนอร์ ทั้งสองคนนั่งกินสเต๊กเนื้อนุ่ม ท่ามกลางแสงเทียนที่ตั้งวางอยู่บนโต๊ะ และมองบรรยากาศรอบนอกในยามค่ำคืน“เข้าใจเลือกร้านนะคะ” พรีมระบายรอยยิ้มหวานพร้อมกับเอ่ยปากชม เพราะร้านนี้มันเหมาะกับการพาคู่รักมานั่งเดต และเธอก็ชอบบรรยากาศของที่นี่มาก“จะเอาใจเมียทั้งทีก็ต้องเลือกให้ดีที่สุดสิครับ” ระหว่างที่เคลียร์งานที่บ้าน ธีร์ได้ใช้เวลาในช่วงเช้าเกือบหนึ่งชั่วโมงเพื่อมองหาร้านอาหารที่เหมาะกับคู่รัก และเขาก็ถูกใจกับร้านแห่งนี้เป็นอย่างมากจึงได้โทรจองโต๊ะเอาไว้“สเต๊กถูกใจไหมครับ” ธีร์เอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งตรงข้าม สำหรับเขามื้อนี้ถือเป็นมื้อที่แสนพิเศษ เพราะตั้งแต่เคลียร์เรื่องอลิซได้ ทั้งคู่ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้มาดิ
เช้าวันทำงาน วันนี้พรีมมีเรียนตอนสิบโมง เช้านี้เลยไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานของธีร์ เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นตอนเย็นของวันศุกร์ ดีที่วันหยุดทั้งสองวันไม่ได้เจอหน้าตัวต้นเรื่อง ไม่อย่างนั้นพรีมคงจะได้ต่อปากต่อคำกับอลิซอีกเป็นแน่ก๊อก ก๊อกธีร์และพรีมเพิ่งมาถึงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น“เข้ามา”“มีคนมาขอพบครับ ตอนนี้นั่งรออยู่ที่ล็อบบี้” พิรัชย์เข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะและรายงานเจ้านาย“ใครครับ”“เห็นว่าชื่อไมเคิลครับ เป็นสามีของคุณอลิซ” หลังจากรายงานเจ้านายเสร็จพิรัชย์ก็เดินออกจากห้องไป“ไปกับพี่นะ” ธีร์ลุกออกจากโต๊ะเดินไปหาพรีมที่โซฟา แล้วพากันลงไปที่ล็อบบี้ที่อยู่ด้านหน้าของแผนกประชาสัมพันธ์“สวัสดีครับคุณไมเคิล ผมธีร์ ซีอีโอของที เอส กรุ๊ป” พอเข้าไปถึงธีร์ก็ยื่นมือออกไปทักทาย และพูดกับอีกฝ่ายเป็นภาษาอังกฤษ“สวัสดีครับ ผมไมเคิล”พอทักทายกันเสร็จ ธีร์และพรีมก็นั่งลงที่โซฟา หญิงสาวเลือกที่จะนั่งฟังอยู่เงียบๆ ปล่อยให้คนทั้งสองพูดคุยธุระกัน“คุณไมเคิลมาขอพบผมด้วยเรื่องอะไรหรือครับ” ธีร์เอ่ยถามกับอีกฝ่าย เบื้องต้นพิรัชย์บอกเขาแล้วว่าไมเคิลคือสามีของอลิซ คงจะเป็นคนที่หนีไปแต่งงานด้วย แต่ที่เ
ตั้งแต่ออกจากลิฟต์จนกระทั่งกลับถึงบ้าน พรีมก็เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา ถามคำก็ตอบคำ พอถึงเวลากินข้าวเธอยังคงมานั่งกินด้วยกันเหมือนเดิม แต่แทบจะไม่มองหน้ากันเลยทั้งสองคนผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปอาบน้ำ พรีมอาบเป็นคนแรกก็ขึ้นมานอนเล่นโทรศัพท์บนเตียง พอธีร์อาบน้ำเสร็จก็เห็นคนตัวเล็กนอนหันหลังให้ทางฝั่งที่เขานอน ซึ่งต่างจากทุกครั้งที่เธอมักจะรอเขาขึ้นมาบนเตียงก่อน แล้วแทรกตัวเข้ามานอนหนุนแขนซบใบหน้าเข้ากับแผงอกคืนนี้ธีร์ไม่ได้นั่งทำงานที่โต๊ะเหมือนทุกคืน พออาบน้ำเสร็จก็ขึ้นมานอนที่ของเขาเพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจ จะปล่อยให้เมียโกรธนานแบบนี้ไม่ได้“โกรธกันขนาดนั้นเลยเหรอ”“ลองเห็นพรีมไปจูบกับผู้ชายคนอื่นดูไหมคะ” พรีมตอบกลับเสียงแข็ง เป็นใครจะไม่โกรธบ้างถ้าเจอแบบเธอ“พรีม” ธีร์เอ็ดเสียงเบา ถ้าเขาเห็นแบบนั้นคงทนดูไม่ได้แน่ๆ“เรียกทำไมคะ ทีตัวเองทำได้ พรีมแค่เปรียบเทียบแค่นี้รับไม่ได้แล้วเหรอคะ”ธีร์ขมวดคิ้วมองแผ่นหลังของหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะพลิกตัวของเธอให้หันหน้ามาหากัน แล้วขยับขึ้นไปนอนคร่อมอยู่ด้านบน“ปล่อยพรีมนะคะ” พรีมส่งสายตาแง่งอนและดิ้นตัวอยู่ใต้ร่าง“ไม่ปล่อย” เอ่ยจบก็ก้มลงมาจูบที่ริมฝีปาก
ช่วงที่อลิซยังต้องเข้าบริษัท ธีร์มักก็จะขอให้พรีมไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานของเขาในเวลาที่เธอไม่มีเรียน ส่วนอลิซก็ยังหอบงานมานั่งทำร่วมโต๊ะกับธีร์ทุกวันโดยไม่สนใจว่าคู่หมั้นของเขาจะนั่งอยู่ด้วยหรือไม่ระหว่างที่นั่งทำงานจนใกล้จะสามโมง ธีร์ก็ได้รับข้อความที่ถูกส่งมาจากพรีม……….Noo’ Preme : เย็นนี้พรีมขอกลับกับนิวเยียร์นะคะThee : จะพากันไปไหนNoo’ Preme : ไปดูหนังค่ะThee : จะให้พี่รอที่นี่หรือว่าจะไปที่กลับบ้านเลยNoo’ Preme : ไปเจอกันที่บ้านเลยก็ได้ค่ะThee : ครับNoo’ Preme : สติ๊กเกอร์ส่งจูบ……….“บอกพี่ธีร์แล้วเหรอ” นิวเยียร์ที่เห็นเพื่อนปิดหน้าจอมือถือก็ได้ถามขึ้นวันนี้พวกเธอมีนัดไปดูหนังที่ห้างสรรพสินค้า เป็นเรื่องที่เพิ่งจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ นิวเยียร์จึงชวนพรีมไปดูเป็นเพื่อน“อื้ม”“งั้นไปกันเถอะ”สองสาวพากันไปขึ้นรถของนิวเยียร์ที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัยแล้วมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้า พากันไปซื้อตั๋วเรื่องที่อยากดูแล้วเข้าไปนั่งประจำที่ตลอดหนึ่งชั่วโมงกว่าที่อยู่ในห้องฉายภาพยนตร์ที่มีแอร์เย็นเฉียบ พรีมและนิวเยียร์ก็พากันหัวเราะชอบใจให้กับความสนุกของภาพยนตร์แนวโรแมนติก
“ไปทำงานกับพี่ไหม” ธีร์เอ่ยปากชวน ไหน ๆ วันนี้พรีมก็มีเรียนบ่าย ครึ่งวันเช้าก็ไปอยู่ด้วยกันเลย เขาจะได้ไม่ลำบากใจเวลาที่อลิซหาโอกาสเข้ามาหาในห้องทำงาน“จะดีเหรอคะที่จะให้ไปนั่งเฝ้าพี่ทำงาน” พรีมแสร้งถามทั้ง ๆ ที่ในใจก็รู้สึกดีที่เขาชวนไปอยู่ด้วย“ดีสิครับ” ธีร์ส่งยิ้มยกมือไปลูบผมของพรีมอย่างเบามือ เขารู้ว่าพรีมแอบกังวลกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยกินข้าวเสร็จพรีมก็รีบขึ้นห้องเพื่อไปเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษา และเดินทางไปที่บริษัทพร้อมกับธีร์ เธอนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงโซฟาเพราะไม่มีอะไรทำ ส่วนธีร์ก็นั่งทำงานที่โต๊ะของเขาจนเวลาเกือบเที่ยง“ธีร์คะ อลิซจะมา…” อลิซพรวดพราดเปิดประตูเข้ามา กะจะชวนชายหนุ่มไปกินมื้อเที่ยงด้วยกัน เธออุตส่าห์ลงทุนไม่อยู่กินข้าวที่โรงแรมเพื่อมาชวนเขาโดยเฉพาะ แต่ก็ต้องหยุดชะงักคำพูดเหล่านั้นเพราะเห็นพรีมนั่งอยู่ในห้องด้วย“สวัสดีค่ะคุณอลิซ” พรีมส่งยิ้มและยกมือขึ้นทักทาย“สวัสดี”“คุณอลิซมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” ธีร์เอ่ยถามด้วยถ้อยคำที่เป็นทางการสำหรับการคุยงานกัน“ไม่มีค่ะ อลิซเห็นว่าใกล้จะเที่ยงแล้ว เลยจะมาชวนคุณไปกินข้าว”“ชวนแค่พี่ธีร์เหรอคะ” พรีมรีบพูดแทรกขึ้น พร้อ
แต่แล้วจู่ ๆ ประตูฝั่งคนขับก็ได้ถูกเปิดออก ทำเอาคนที่นั่งด้านในถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ“เดินไม่ไหวเดี๋ยวฉันพาขึ้นไปเองค่ะ” พรีมเอ่ยกับคนที่จ้องหน้าของเธอตาค้างก่อนที่ธีร์จะยินยอมขับรถไปส่งอลิซ พรีมได้กระซิบบอกให้เขากดโทรออกมาหาเธอเพื่อที่จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายพูดคุยอะไรกับเขาบ้าง และพรีมยังบอกด้วยว่าเธอจะนั่งรถไปกับพิรัชย์และขับตามหลังรถของธีร์จนถึงโรงแรมแห่งนี้“เธอมาได้ยังไง” อลิซขมวดคิ้วถามอย่างไม่ค่อยพอใจ เธอนึกว่าจะได้อยู่กับธีร์ตามลำพังจะได้ปรับความเข้าใจกัน“ก็ขับรถตามมาน่ะสิคะ คิดว่าฉันจะปล่อยให้คู่หมั้นของตัวเองมากับคุณตามลำพังเหรอ” พรีมเอ่ยพลางยื่นมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยที่คาดกลางลำตัวของอลิซออก แล้วจับข้อมือของสาวลูกครึ่งออกแรงดึงเพื่อให้เธอลงจากรถ“ปล่อย ฉันเดินเองได้” อลิซสะบัดแขนออก มองพรีมด้วยดวงตาแข็งกร้าว“เมื่อกี้ยังอ้อนพี่ธีร์บอกว่าเดินไม่ไหวอยู่เลย พวกเราก็เลยเป็นห่วงถึงได้ตามมาส่งคุณถึงที่นี่” พรีมคลี่ยิ้มเอ่ยกับอีกคนที่ยังมีสติดีแต่แสร้งทำเป็นเมาเพื่ออ้อนคนรักของเธอ“เมื่อกี้ฉันเมา แต่พอได้นั่งพักในรถก็ดีขึ้นมากแล้ว”“ฮ่าฮ่า สงสัยคุณคงชอบกินผลไม้สินะคะ โดยเฉพาะสต
สามชั่วโมงผ่านไป ทุกคนต่างก็พากันกินอิ่มหนำสำราญทั้งอาหารและเครื่องดื่มมึนเมา บางส่วนก็พากันขอตัวกลับไปพักผ่อนอลิซที่ออกอาการหน้าแดงก็หาเรื่องเก่าๆ สมัยเรียนด้วยกันมาชวนธีร์คุยไม่หยุด แม้ว่าเขาจะถามคำตอบคำอลิซก็ไม่ลดละความพยายามที่จะตีสนิทกันเหมือนเก่าพรีมเริ่มรำคาญแต่ก็ไม่อยากจะโวยวายอะไร ทำได้แค่ถอนหายใจแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไปหาเพื่อนสาวเพื่อระบายอารมณ์……….Noo’ Preme : ฉันอยากกรี๊ดดดดดNewyear : เป็นอะไรของแก ไหนบอกพี่ธีร์จะพาไปกินข้าวกับคนในบริษัทไง หรือว่าทะเลาะกันNoo’ Preme : ยังไม่ได้ทะเลาะNewyear : แล้วแกจะกรี๊ดทำไม……….พรีมไม่ได้ตอบกลับข้อความ เธอลืมไปว่านิวเยียร์ยังไม่รู้ว่าแฟนเก่าของธีร์กลับมาแล้ว ถ้าบอกไปตอนนี้มีหวังนิวเยียร์ได้ส่งข้อความหรือไม่ก็โทรมาซักไซ้ยืดยาวแน่ เธอจึงปิดหน้าจอโทรศัพท์ หันไปมองอลิซที่ชวนคนรักของเธอชนแก้ว และส่งสายตาหวานมาให้เขา“พี่ธีร์คะ พรีมขอไปเข้าห้องน้ำนะคะ”“ให้พี่ไปส่งไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ”พรีมเดินมาเข้าห้องน้ำ พอทำธุระเสร็จและกำลังล้างมือ อลิซก็เดินเข้ามายืนที่หน้ากระจกบานใหญ่และเข้ามาล้างมือเช่นเดียวกัน“คบกับธีร์มานานแล
ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคุมโทนสีขาว เทาและดำ รายล้อมไปด้วยกระจกสีชาดำที่มองเห็นวิวตึกสูงนับหลายสิบชั้น มองเห็นท้องฟ้าสว่างสดใส ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดด แต่บุคคลภายนอกหรือผู้ที่อยู่ตึกตรงข้ามไม่สามารถมองเข้ามาเห็นภายในห้องได้ และนี่ก็เป็นห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารหรือ CEO หนุ่มในวัย 30 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ในชุดสูตสีเทาเข้ม กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์วางอยู่ และกำลังก้มหน้าตรวจเอกสารที่ได้รับจากเลขาส่วนตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะลงมือเซ็นชื่อลงไปแล้วแล้วส่งคืนให้กับเลขาหนุ่มครอบครัวธนามหาเศรษฐ์ เป็นเจ้าของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในเครือ ที เอส กรุ๊ป ที่มีรายได้มากที่สุดในประเทศไทย บริหารงานโดยลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านอย่าง ธีร์ อธิวัฒน์ ธนามหาเศรษฐ์ก๊อก ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่สองครั้ง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยพนักงานสาวผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการที่อยู่หน้าห้อง และหญิงวัยกลางคนที่อยู่ในชุดกระโปรงสูตเรียบหรูดูแพง ถือกระเป๋าใบเล็กแบรนด์ดัง สวมใส่นาฬิกาข้อมือเรือนหรูราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทที่ข้...
댓글