หน้าหลังซ้ายขวาไม่มีทางแล้ว!ตอนนี้ฟู่จาวหนิงยืนอยู่บนต้นไม้ที่ยื่นออกมากลางอากาศ หินก้อนนั้นใหญ่ขนาดเท่าลูกแตงโม ทุ่มลงมาเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าจะเอาชีวิตนางฟู่จาวหนิงย้ายไปทางปลายกิ่งสองสามก้าว ใต้เท้ามีเสียงเป๊าะ ต้นไม้ต้นนี้ก็รับน้ำหนักอีกไม่ไหวแล้ว"ตึง!"ก้อนหินกระแทกบนต้นไม้หนักๆ ตรงจุดที่นางยืนอยู่เมื่อครู่ พอกระแทกต้นไม้แล้วก็ร่วงลงไปไม้ลั่นเสียงดังกร๊อบอีกครั้ง โยกไหวไปมาฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าตรงจุดรูต้นไม้นั้นใกล้จะหักแล้วลมวูบหนึ่งหมุนวนกวาดขึ้นมา จนเกือบจะพัดนางร่วงลงไปตอนนีเ้อง เงาร่างหนึ่งก็กระโจนลงมาจากผา ยื่นมือคว้าฟู่จาวหนิงไว้ "แม่นาง ข้าจะพาเจ้าขึ้นไป"ต้นไม้ใต้เท้าตอนนี้ก็รับน้ำหนักต่อไม่ไหวหักลงไป ในใจฟู่จาวหนิงรู้สึกเสียใจขึ้นมาเล็กๆ เพราะในห้องเภสัชของนางมีเชือกปีนเขาอยู่ สามารถยิงเข้ากำแพงผาได้แต่นางก็ไม่ได้นำมันออกมา ตอนนี้มีคนนอกอยู่จะเข้าไปหยิบก็ไม่ได้ผลลัพธ์คือเดิมทีนางมีโอกาสช่วยเหลือตนเอง ทว่าเวลานี้กลับต้องยื่นมือเข้าคว้าแขนของชายหนุ่มทันทีชายหนุ่มเดิมทีคิดว่าตนเองคว้ามือนางไว้แน่นแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะถูกนางดึงแขนไว้จนอยู่ แต่เขาก็ยังรีบพานา
ได้สมุนไพรชุ่ยซินสือหูมาแล้ว นางต้องรีบออกจากที่นี้ไปค้นหาสมุนไพรที่อื่นต่อเดินออกมาพักหนึ่ง นางก็ยังได้ยินเสียงเคืองๆ ของอาเพียนดังลอดมา"คุณชายท่านดูสิ เป็นหญิงสาวที่เย็นชาเสียจริง ท่านช่วยชีวิตนางเอาไว้ แต่นางกลับหนีไปแบบนี้แล้ว! นางไม่ถามด้วยซ้ำว่าคุณชายอยู่ที่ไหน แล้วจากนี้ไปจะตอบแทนอย่างไร? ข้ามองว่านางเป็นคนอกตัญญู"จงเจี้ยนติดตามอยู่ด้านหลังฟู่จาวหนิง เอ่ยขอโทษเสียงต่ำ "คุณหนูฟู่ ข้าไม่ได้เรื่องจริงๆ ทำให้ท่านพบกับอันตราย""เจ้ารู้จักซือถูไป๋คนนั้นไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ไม่รู้จัก แต่เจียงเป่ยทางนั้นมีตระกูลซือถูอยู่ โด่งดังเรื่องขายยา ร้านขายยาตระกูลซือถูมีอยู่ทั่วใต้หล้า ร่ำรวยจนเป็นศัตรูกับแคว้นได้เลย และไม่รู้ว่าซือถูไป๋คนนี้จะใช้คนจากตระกูลซือถูหรือไม่""อืม"ฟู่จาวหนิงตอบกลับแค่คำเดียว ไม่พูดอะไรอีกนางก็ว่าอยู่ว่าเมื่อครู่ได้กลิ่นหอมของตัวยาที่พิเศษมากๆ จากตัวของซือถูไป๋ใช่หรือเปล่านะ?"ถ้าหากเขาเป็นคนจากตระกูลซือถูของเจียงเป่ยจริง ก็คงจะเข้ามาเพื่อพิธีเดิมพันโอสถเป็นแน่" จงเจี้ยนเอ่ยขึ้นอีกฟู่จาวหนิงได้ยินถึงพิธีเดิมพันโอสถมาสองครั้งแล้ว นางค้นข้อมูลเกี่ยวกับพิ
"ท่านอ๋อง เมื่อวานจนถึงตอนนี้ จงเจี้ยนยังไม่ได้ส่งข่าวกลับมาเลย"ชิงอีเอ่ยเสียงต่ำกับอ๋องเจวี้ยน วันก่อน จงเจี้ยนยังส่งข่าวลงมา บอกว่าคุณหนูฟูแม้จะเจอกับอุปสรรคบ้างในภูเขา แต่ทั้งหมดก็ยังราบรื่นดีแต่เมื่อวานหนึ่งวันจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีข่าวลงมาเลย"อืม รอไปก่อน" อ๋องเจวี้ยนตอบ"หลายวันนี้ พวกเราขวางคนเอาไว้สิบกว่ากลุ่ม" ชิงอีกังวลมาก "แต่ว่าเบื้องหลังคนที่พวกเราขวางไว้ก็คือคนพวกนั้น"คนพวกนั้น แน่นอนว่าหมายถึงพวกที่คุณสมบัติตัวตนฐานะเทียบได้กับอ๋องของพวกเขาเหล่านั้นคนเหล่านั้นไม่ยอมให้ฟู่จาวหนิงสำเร็จภารกิจลงจากภูเขาอย่างราบรื่นแน่นอน คนที่พวกเขาจะรับมือด้วยจริงๆ แล้วคืออ๋องเจวี้ยนแต่พวกคนเล็กๆ นั่น บางทีอาจจะมีความแค้นส่วนตัวกับฟู่จาวหนิงก็ได้ เรื่องนี้พวกเขาเองก็ไม่ชัดเจนนัก"ไม่ใช่ยังมีจงเจี้ยนอยู่หรือ?"ชิงอีอยากพูดว่า จงเจี้ยนคนเดียวอาจจะคุ้มครองคุณหนูฟู่ไม่ไหว แต่พอเห็นอ๋องเจวี้ยนไม่อยากพูดอะไรแล้ว เขาจึงปิดปากลงเสียงกีบม้าห้อเข้ามา มีคนมาอีกกลุ่มแล้วครั้งนี้คนที่มาล้วนสวมชุดผ้าไหมสีเลือดหมู ผ้าคาดเอวสีดำ บนตัวคาดกระบี่ ฝักกระบี่ทำเป็นรูปสัตว์ร้ายสีดำเหมือนกันหมด กำไ
พันธมิตรโอสถใต้หล้าควบคุมการหมุนเวียนของวัตถุดิบยาถึงเกือบแปดส่วน ยิ่งไปกว่านั้น พันธมิตรโอสถใต้หล้ายังมีคนเปี่ยมความสามารถที่รู้จักวัตถุดิบยากและค้นหาวัตถุดิบยารวมถึงปรุงวัตถุดิบยาอยู่มากมายอีกด้วย ถ้าหากขาดยาอะไรไป สามารถไปหาพันธมิตรโอสถใต้หล้า พวกเขาจะจัดการหาให้เจ้าเองฃแน่นอน จำเป็นต้องมีเวลาและค่าตอบแทนด้วยผู้อาวุโสพันธมิตรโอสถใต้หล้าจี้ซินเว่ยก็คือคนที่รอบรู้เรื่องตัวยาและถนัดในการปรุงวัตถุดิบยาชนิดต่างๆ ดังนั้นเขาจะไปยังแคว้นใดก็ล้วนได้รับการต้อนรับอย่างดี คนมากมายล้วนเคารพเขา ไม่กล้าผิดใจกับเขา กระทั่งหมอหลวงในราชวงศ์บางแคว้น เหล่าหมอเทวดา ก็ยังอยากจะมีความสัมพันธ์อันดีกับเขาเลยถึงอย่างไร บางครั้งวิชาหมอสูงส่ง แต่ถ้าขาดวัตถุดิบยาไปก็ช่วยคนไม่ได้จี้ซินเว่ยชอบเขาไปหมกตัวอยู่แต่ในภูเขา หายาขุดยาปรุงยา หาตัวยากมากแต่วันนี้เขากลับปรากฎตัวที่นี่พวกรองขุนพลหลิวล้วนรู้สึกว่า ผู้อาวุโสจี้ไม่ได้มาหาฟู่จาวหนิงแน่นอน"หุบจันทร์ลับน่าจะมีวัตถุดิบยาอยู่ไม่น้อย ดังนั้นผู้อาวุโสจี้คงคิดจะขึ้นเขาไปเก็บยากระมัง"หมอเทวดาหลี่ร้องเชอะเย็นชา "อายุอานามขนาดนี้แล้ววันๆ ยังคิดแต่จะขึ้นเข
"อีกนิดเดียวแล้ว!""ฟู่จาวหนิงยังไม่กลับมา"รองขุนพลหลิวกับหมอเทวดาหลี่รอคนจนในใจลิงโลดมีคนมองไปทางอ๋องเจวี้ยน มีอยู่ไม่น้อยที่เห็นใจเขาคิดไม่ถึงว่างานแต่งงานใหญ่ที่กะทันหันของอ๋องเจวี้ยน ท้ายสุดจะไปไม่รอดฟู่จาวหนิงเป็นไปได้มากว่าจะตายอยู่ในเขาจันทร์ลับฟ้าแล้ว ต่อให้ยังไม่ตาย ออกมาก็คงไม่ทันอยู่ดี เดิมทีเป็นพระชายาอ๋องเจวี้ยนอยู่ดีดี ตอนนี้กลายเป็นคว้าน้ำเหลวเสียแล้วคนทั้งหมดล้วนจ้องเขม็งไปที่ธูปที่เหลืออยู่นิดเดียว อีกแค่นิดเดียว ก็จะไหม้หมดแล้วชิงอีเองก็กลั้นลมหายใจอย่างตึงเครียด จ้องเขม็งไปที่ถนนภูเขาทางเข้าอ๋องเจวี้ยนสายตาลึกทึมคนที่กล้ามาขวางรถม้ากลางถนนเพื่อจะมาเป็นพระชายาเขา มีฝีมือแค่นี้เองหรือ?"คึกคักขนาดนี้เลยหรือ? นี่มารอข้ากันหรือไร?"เสียงหญิงสาวใสกังวานจู่ๆ ก็ดังลอดมาจากต้นไม้ข้างๆ ทางเข้าภูเขาต้นหนึ่ง"ใครกัน?"คนทั้งหมดมองไปบนต้นไม้ ก็เห็นว่าบนงามไม้ขนาดใหญ่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ ข้างๆ ยังมีตะกร้าหลังวางอยู่ใบหนึ่งนางเหมือนเพิ่งจะตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลอย่างไรอย่างนั้น นั่งตัวตรงขึ้นมา บิดขี้เกียจ"ฟู่จาวหนิง!"รองขุนพลหลิวร้องเสียงหลงขึ้นมา
"เอ๋? รองขุนพลหลิวท่านทำไมถึงมาสงสัยข้ากัน?"ฟู่จาวหนิงทำสีหน้าประหลาดใจ "ตอนข้ากลับมาฟ้ายังมืดอยู่เลยนะ กลางค่ำกลางคืน ข้ากลัวว่าจะทำพวกท่าตื่น แล้วก็ไม่รู้ว่าหลังจากออกมาตอนกลางคืนจะมีการตรวจสอบยาเลยไหม ยิ่งไปกว่านั้นข้าเองก็ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง ดังนั้นเลยหาที่หลับนอนรอจนฟ้าสางแค่นั้นเอง""นี่ไม่ใช่แค่ว่านอนจนถึงตอนนี้ จนเกือบจะมาไม่ทันอยู่แล้วหรือไร แล้วท่านมาบอกว่าข้าจงใจได้อย่างไรกัน?"ท่าทีของฟู่จาวหนิง ทำเอารองขุนพลหลิวโมโหจนเข็ดฟันเขารู้สึกว่านางจงใจแน่ๆ แต่เขาก็ไม่มีหลักฐาน!"เอาล่ะ คนของพวกท่านก็มาครบแล้วใช่ไหม? เช่นนั้นตอนนี้ก็มาเริ่มตรวจสอบสมุนไพรที่ข้าขุดมาเลยดีไหม?"ฟู่จาวหนิงมาถึงข้างตัวอ๋องเจวี้ยนแล้วพอชำเลืองมอง ก็เห็นผู้อาวุโสจี้ที่อยู่ข้างๆ อ๋องเจวี้ยน นางตกตะลึงไป ตาเฒ่าจี้เปลี่ยนชุดแล้ว ดูแล้วอย่างกับผู้อาวุโสใหญ่ที่มีทั้งฐานะและตำแหน่งเลยผู้อาวุโสจี้ก็โบกมืออย่างดีใจให้นาง จากนั้นก็ใช้นิ้วชี้วางที่ข้างปากทำท่าจุ๊ๆ ส่งสายตาให้นางศิษย์เอ๋ย ตอนนี้ยังไม่ต้องรู้จักกัน เดี๋ยวอาจารย์จะพูดแทนเจ้าเอง!เขาพาหมอมาไม่น้อยเลย"คุณหนูฟู่ขุดวัตถุดิบยามาครบสิบชนิดไห
ฟู่จาวหนิงพยักหน้า ปลดตะกร้าหลังวางลง เดินมาที่หน้าโต๊ะยาว นำเอาวัตถุดิบยาออกมาคนทั้งหมดล้วนเดินตามเข้ามายืนอยู่ข้างโต๊ะยาว ดวงตามองตามการเคลื่อนไหวของนางวัตถุดิบยาชนิดแรกที่ฟู่จาวหนิงหยิบออกมาเป็นพืชที่ดูคล้ายวัชพืชป่ากอหนึ่งชิงอีเองก็พุ่งเข้ามาด้วยเช่นกัน อ๋องเจวี้ยนชะงักนิดหนึ่ง แต่ก็ยังลงจากรถม้าค่อยๆ เดินเข้ามา เขาเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง มองเจ้าช่อนั่น..."วัชพืชป่านี้เรียกว่าอะไร?"ฟู่จาวหนิงเงยหน้ามองเขาผาดหนึ่ง จากนั้นก็ยื่นมือผลักเขา"ท่านอย่าเข้ามาใกล้นัก"อ๋องเจวี้ยนตกตลึง นางผลักเขาหรือ?นางกล้าผลักเขา!คนอื่นพอเห็นการกระทำนี้ของฟู่จาวหนิงก็ถลึงตาโตขึ้นมาเช่นกัน"หญ้าสมุนไพรเหล่านี้มีบางส่วนมีพิษอยู่ ถ้ายังไม่ทำการปรุงสกัดจะส่งปราณพิษออกมา ท่านสุขภาพอ่อนแอห้ามเข้าใกล้"ฟู่จาวหนิงอธิบายขึ้นอย่างหวังดี"ถุด"หมอเทวดาหลี่ก็ประชดประชันขึ้นทันที "พูดอย่างกับเข้าใจอย่างนั้น ถ้าหากขุดเอาสมุนไพรพิษขึ้นมา เจ้ายังจะกลับมาได้อีกหรือ?"จะบอกว่านางรู้วิธีหลบเลี่ยงปราณพิษหรือไรกัน?หรือจะบอกว่านางเป็นพวกพิษร้ายแทรกไม่เข้า? ตลกตายล่ะ ขู่เก่งเสียจริง"ท่านทำไม่ได้ ไม่
"ไม่ถูกสิ นี่ไม่ใช่หลินจือธรรมดา เห็นประกายแสงสีม่วงที่แผ่ออกมาจากตัวดอกหลินจือไหม? นี่เป็นไปได้มากว่าจะเป็นหลินจือม่วงที่งอกออกมาจากตอไม้ที่เป็นวัตถุดิบยา! หาได้ยากมาก ของดีเลยทีเดียวเชียว""นี่คือจื่อฉิน แล้วก็ยังมีเชียนมู่อิงอีก!"ฟู่จาวหนิงรู้ขึ้นมาจากในชื่อยาที่พวกเขาเรียก วัตถุดิบยาเหล่านี้มีชื่อบางส่วนที่แตกต่างกับโลกปัจจุบันแต่ว่าไม่ต้องเครียด นางล้วนรู้จักทั้งหมด และล้วรู้ว่ามีผลทางยาแบบใด ส่วนชื่อของวัตถุดิบยาเหล่านี้ในแคว้นเจา จะช้าเร็วนางก็ต้องรู้อยู่แล้วอ๋องเจวี้ยนมองพวกหมอกับหมอหลวงเหล่านี้ที่ดูคลั่งกันขึ้นมา จากนั้นก็โน้มตัวมองไปยังตะกร้าหลังของฟู่จาวหนิงแต่ว่าฟู่จาวหนิงครู่ต่อมาก็จับการเคลื่อนไหวของเขาได้ รีบซ่อนตะกร้าหลังไปไว้ด้านหลังทันที ไม่ยอมให้เขาดูอ๋องเจวี้ยน "..."กันเขาอย่างกับกันขโมยขโจรอย่างไรอย่างนั้น?"เป็นอย่างไร วัตถุดิบยาเหล่านี้ที่ข้าขุดมา ได้มาตรฐานหรือไม่?" ฟู่จาวหนิงถามนางมองไปทางหมอเทวดาหลี่ สีหน้าหมอเทวดาหลี่ดูขรึมลงอย่างขชัดเจน"ของเหล่านี้""เฮอะ!" ผู้อาวุโสจี้ตะคอกขึ้นมา "สกุลหลี่เอ๋ย คนใหญ่โตอย่างข้ายืนอยู่นี่ ถ้าเจ้าจะลืมตาพล่า
เขายังคงเชื่อมั่นจาวหนิงยิ่งไปกว่านั้นบางครั้ง เรื่องระหว่างสามีภรรยาก็ต้องให้พวกเขาแก้ไขกันเอง ถ้าผู้อาวุโสสอดมือเข้าไปจะยิ่งทำให้คนรำคาญ"ก็ได้ เช่นนั้นก็ดูไปก่อนแล้วกัน หลันยวนไม่น่าจะทำร้ายจาวหนิง"ถ้าหากลงไม้ลงมือล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องล่มการแต่งงานนี้ซะ จาวหนิงไม่ทนความโกรธนี้แน่ผู้เฒ่าฟู่งึมงำกับตัวเองเดินออกไปแล้ว เขาเตรียมจะไปที่ครัวดุว่ามีของว่างที่จาวหนิงชอบกินไหม เพิ่งจะด่ากราดคนไปขนาดนั้น ต้องกินอะไรให้มากหน่อยตอนที่เสิ่นเชี่ยวเข้ามา ฟู่จิ้นเชินก็กำชับคนรับใช้ออกไปทำงานแล้วเซี่ยซื่อเองก็ตามนางมาด้วย พี่น้องสองคนนี้ดูกังวลมาก"ได้ยินว่าฮูหยินเฉิงนั่นมาหาจาวหนิงแต่เช้าหรือ? พวกเราเมื่อครู่กำลังเย็บกระเป๋าให้จาวหนิง เลยมาไม่ทัน"ตอนที่พวกนางได้ยินเรื่องนี้ เสี่ยวเถาบอกว่า จาวหนิงเริ่มกำลังด่ากราดอยู่ในเมื่อจาวหนิงกำลังด่าคน เช่นนั้นพวกนางจึงไม่ได้รีบเข้ามาร่วมวงด้วย ถ้าเผื่อฮูหยินเฉิงรู้สึกว่าพวกเขาที่เป็นพ่อแม่ควรจะเตือนฟู่จาวหนิง แล้วลากพวกเขาลงน้ำไปด้วย นั่นไม่ใช่จะส่งผลกระทบกับการแสดงความสามารถจาวหนิงหรือ?ดังนั้นเสิ่นเชี่ยวจึงดึงเซี่ยซื่อไว้ ให้เสี่ยวเถาค
ผู้เฒ่าฟู่ตอนนี้จึงเพิ่งได้สติกลับมา มองไปทางลูกชาย"จิ้นเชิน เจ้าว่า ต้องไปดูหลันยวนกับจาวหนิงของเราไหม?"เขาค่อนข้างกังวลอ๋องเจวี้ยนมองฮูหยินเฉิงเป็นผู้อาวุโส แล้วยังพานางมาทักทายด้วย ผลลัพธ์คือเขาไม่รับของขวัญ จาวหนิงเองก็ด่าจนเปิงเซียวหลันยวนจะโมโหจนไปสั่งสอนจาวหนิงหรือเปล่า?ฟู่จาวหนิงเมื่อครู่ด่าออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาผู้เฒ่าฟู่ที่ปกป้องอยู่ตอนแรกไม่รู้ว่านางทำแบบนี้ควรจะสั่งสอนดีหรือไม่งงไปหมดหลังจากฟู่จิ้นเชินตั้งตัวกลับมาได้ก็คิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของฟู่จาวหนิง แต่กลับหัวเราขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่"ฮ่าๆ จาวหนิงเจ้าเด็กคนนี้ ให้ตายสิ...""นางเป็นแบบนี้อยู่ข้างนอกคงจะผิดใจกับคนไม่น้อยเลยกระมัง?" ผู้เฒ่าฟู่ยังกังวลขึ้นมาถึงอย่างไร คำพูดนี้ใครฟังแล้วก็รับไม่ไหวกันทั้งนั้น"ท่านพ่อแต่ก่อนไม่เคยเห็นหรือว่านางผิดใจคนไว้แค่ไหน?" ฟู่จิ้นเชินถามผู้เฒ่าฟู่ยังอยู่ในความสับสน"ก่อนหน้านี้จาวหนิงไม่ได้เป็นแบบนี้เลย"สับสนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับตัวเองว่า "ก่อนหน้านี้ข้ายังเป็นตัวถ่วงนางอยู่ ทำให้นางต้องฝืนเก็บตัวตนแท้จริงไว้อย่างน่าสงสารมาหลายปี"ก่อนหน้านี้ฟู่จาวหนิงเป็
ฟู่จาวหนิงมองไปทางลวี่กั่ว "แล้วก็สาวใช้คนนี้ ถ้าไม่ได้การยินยอมจากท่าน นางจะไปเอาความกล้าจากไหนมาบ่นจุกจิกใส่ข้า? เชื่อไหมข้าแทงเข็มนางเป็นใบ้ได้เลยด้วยซ้ำ?"ลวี่กั่วม่านตาหดลง มือไวกว่าสมอง รีบปิดปากขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว"ดูสิ ถ้าข้าแสดงอารมณ์ไม่เป็นมิตรออกมา นางก็เพิ่งจะรู้จักกลัวข้าเรอะ? ดังนั้นความกำเริบเสิบสานก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช้เพราะท่านยินยอม ยิ่งไปกว่านั้นพวกท่านคิดว่าข้าจะใจกว้างต่อพวกท่านเพราะเซียวหลันยวน? นี่ก็อธิบายได้แล้วว่าไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่รู้จักนิสัยข้า แต่เป็นการคาดเดาไว้ล่วงหน้า แต่แค่เดาผิดไปเท่านั้น"ฟู่จาวหนิงหัวเราะประชดประชันขึ้นมา"ประเมินตัวข้าลับหลังไปหลายรอบ ตอนนี้มาบอกว่าไม่สนิทกับข้าไม่รู้จักนิสัยข้า กลัวข้าจะโกรธ? ท่านรู้ไหมว่าคนแบบท่านมันเรียกว่าอะไร? มันเรียกว่าเสแสร้ง พวกหวังดีมีเจตนาแฝง น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย"ผู้เฒ่าฟู่เองก็ถลึงตาโตอ้าปากค้างแม้ว่าเขาจะรู้ว่าสองปีนี้หลานสาวจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้น ปากเองก็ไม่ค่อยจะไว้หน้าใคร แต่ก็ไม่เคยเห็นนางพูดจาตอบโต้ใครยาวเหยียดแบบนี้มาก่อนหลานเอ๊ย นี่ นี่คงไม่คิดจะด่าฮูหยินเฉิงจนร้องไห้หรอกนะ?"หนิงหนิง พอแ
ฟู่จาวหนิงระอากับเรื่องแบบนี้มากจริงๆดังนั้นต่อให้เซียวหลันยวนจะเรียกนางเสียงต่ำมาทีหนึ่ง คิดจะขัดนาง แต่นางก็ยังพูดต่อไปว่า"แม้ว่าท่านจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่สิ่งที่ทำออกมา สิ่งที่พูดออกมา คำกลังแสดงออกถึงความไม่ชอบขี้หน้าตัวข้า พลางชี้แนะเซียวหลันยวน ว่าถ้าหากพวกเราอยู่กันไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะตัวข้า ท่านกลัวข้าจะโกรธกลัวข้าเข้าใจผิด แต่ท่านบริสุทธิ์ไร้ความผิด ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวข้า""รวมถึงคำพูดที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้ด้วย อะไรคือบอกว่าไม่รู้นิสัยข้าไม่รู้ว่าข้าจะโมโหหรือไม่? ถ้าท่านจริงใจ คงจะถามเซียวหลันยวนที่เป็นรุ่นหลังท่านก่อนแล้ว ว่าข้าชอบหรือไม่ชอบที่ท่านจะมาเรียกชื่อตรงๆ อย่างสนิทสนม? ถ้าท่านไม่มีเจตนาแอบแฝง ท่านคงจะถามไปแล้วว่าข้าชอบรสชาติอาหารแบบไหน รักษาอาการป่วยของเซียวหลันยวนแล้วหรือยัง ท่านคงจะถามมาสักคำแล้วว่าตอนนี้เขากินเผ็ดจะมีปัญหาหรือเปล่า?""แต่ท่านไม่พูดตรงๆ ไม่ยอมถามออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ตรงไปตรงมา เอาแต่คิดจะพูดจาหลอกล่อมีเจตนาแฝงอยู่นั่นล่ะ"คำพูดของฟู่จาวหนิงค่อนข้างหยาบคาย เหมือนตบฉาดเข้าไปที่หน้าฮูหยินเฉิงตรงๆฮูหยินเฉิงตั้งแต่เกิดมาถึงตอนนี้ย
"สวัสดี" ฟู่จาวหนิงยิ้มทักทายมองผ่านๆ เหมือนดูไม่ออกว่านางกำลังโกรธเซียวหลันยวนคิดต่อไปอีก เพราะเมื่อคืนนี้ได้หลับสบายหรือเปล่านะ ดังนั้นอารมณ์โกรธเมื่อวานเลยหายไปแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเยว่ก็น่าจะบอกนางเรื่องที่เขามาเมื่อคืนแล้วกระมัง?"เมื่อคืนหลับสบายไหม?" เซียวหลันยวนเข้าไปหา จับมือนางไว้ฟู่จาวหนิงไม่ได้สลัดออก ยังเงยหน้ามายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าตรู่เช่นนี้ แทบจะทำให้เซียวหลันยวนตาพร่าไปแล้ว เขาอยากจะก้มลงไปจูบสักฟอด แต่ท่านปู่กับพ่อตาก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วยังมีพวกฮูหยินเฉิงอีก ไม่เหมาะเอาเสียเลยเซียวหลันยวนจึงได้แค่ทนไว้ก่อน"พระชายา" ฮูหยินเฉิงยืนอยู่ในห้องโถงทักทายฟู่จาวหนิง"คารวะพระชายา" ลวี่กั่วคารวะให้อย่างเรียบร้อยทันทีไม่มีจุดให้ติได้เลยฟู่จิ้นเชินเดินเข้ามาแล้ว"ฮูหยินเฉิงบอกว่าเห็นลูกเขยของข้าเป็นรุ่นหลัง แต่ตอนนี้กลับทำตัวห่างเหินกับลูกสาวข้าเหลือเกิน เพราะไม่กล้าเห็นลูกสาวข้าเป็นรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?"ฮูหยินเฉิงจึงเห็นฟู่จิ้นเชิน ขณะที่แอบชื่นชมความสง่างามและความหนุ่มแน่นของเขา ก็ถูกคำเย้ยหยันนี้ของเขาแทงใจดำเข้ามา"แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าแค
ท่ามกลางสายตาบีบคั้นของผู้เฒ่าฟู่ เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นว่า "ตอนเด็กๆ ข้าเองก็ได้รับการดูแลจากท่านน้าเฉิงอยู่หลายครั้ง"ผู้เฒ่าฟู่พอใจนิดๆ กับคำตอบของเขา ถูกต้อง แค่นิดเดียวเท่านั้นเขาจึงสั่งสอนเซียวหลันยวนขึ้นมาเหมือนกับผู้อาวุโส "มีบุญคุณต้องทดแทนสินะ"ฮูหยินเฉิงฟังแล้วรู้สึกแหม่งๆ ก็รีบตัดบทเขาทันที"ตอนนั้นอายวนยังเป็นเด็ก ข้าดูและเขาเป็นสิ่งสมควรอยู่แล้ว""เอ๊ะ" ผู้เฒ่าฟู่โต้กลับมา "พูดแบบนี้ไม่ได้สิ ลูกของตนเอง จะดูแลก็เป็นเรื่องสมควร แต่ถ้าไม่ใช่ลูกตัวเอง พอเข้าไปดูแลก็ถือเป็นบุญคุณ ถึงจะบอกว่าต้องเมตตาเด็กของตนเองให้เหมือนดูแลเด็กของผู้อื่น แต่ตัวตนอย่างอ๋องเจวี้ยน คนทั่วไปคงไม่กล้าเอาเขามาเป็นเด็กของตนเองหรอก จริงไหม?"ใครกล้าเอามังกรมาเป็นเด็กของตนเองบ้างกัน?ฮูหยินเฉิงรู้สึกว่า คำพูดนี้ของผู้เฒ่าฟู่เหมือนกำลังแดกดันนาง บอกว่านางหน้าด้าน กล้าคิดว่าตนเองเป็นผู้อาวุโสของอ๋องเจวี้ยนหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นแล้วใครกันแน่ ใครกันที่ให้ข่าวกับนางมา บอกว่าปู่ของฟู่จาวหนิงเป็นชายชราที่เมตตามีคุณธรรม ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพูดจาด้วยง่าย บ้านหลังนี้คงถูกคนในตระกูลยึดครองไปแล้ว ปู่หลานท
เพราะผู้เฒ่าฟู่ค่อนข้างใจกว้าง เรื่องผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แต่หวังให้เขากับจาวหนิงไม่ต้องทะเลาะกันมากกว่าแต่ว่าพ่อตาเขากลับหลอกผ่านไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ถ้าตรงไหนเขาทำไม่ดี ทำให้ฟู่จิ้นเชินเคืองขึ้นมา ฟู่จิ้นเชินคงได้เล่นงานเขาแน่ตอนนี้เซียวหลันยวนรุ้สึกว่า ด้วยความฉลาดและไหวพริบของฟู่จิ้นเชิน ถ้าจะสร้างรอยร้าวระหว่างเขากับจาวหนิงก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ดังนั้นพ่อตาคนนี้ เขายังต้องระวังตัวไว้บ้าง"เรื่องนี้ ได้ยินเจิ้นเชินบอกว่า จาวหนิงเหนื่อยมากที่เมืองเจ้อ ดังนั้นเจ้าไม่ไปรบกวนนาง ให้นางได้หลับพักผ่อนดีๆ คือถูกต้องแล้ว เจ้าเองก็ยังรู้จักเป็นห่วงนาง"ผู้เฒ่าฟู่กลับไม่รู้ความคิดในใจเขา กลับชื่นชมขึ้นมาเสียด้วยซ้ำเซียวหลันยวนคิดจะไม่รบกวนฟู่จาวหนิงได้แบบนี้ ก็ดูเอาใจใส่มากจริงๆ"ท่านผู้เฒ่า ข้ามาทันอาหารเช้าไหม?""มาทันสิมาทัน ยังไม่ได้กินกันเลย เจ้าลองไปดูว่าจาวหนิงตื่นแล้วหรือยัง? อีกเดี๋ยวก็มาด้วยกันนะ"เสียงผู้เฒ่าฟู่ยังไม่ทันขาดก็เห็นฮูหยินเฉิงเดินเข้ามา"นี่คือ?"ฮูหยินเฉิงเดินมาตรงหน้าเขา คารวะออกมาอย่างนุ่มนวล"คารวะท่านผู้เฒ่าฟู่ ข้าชื่อติงเฉิง มาจากอุทยานเขาเฉิงอวิ
ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าการเอายาสีฟันออกขายไม่มีปัญหาอะไรเลยหลังจากล้างหน้าล้างตาดีแล้วนางก็เตรียมออกไปยืดเส้นยืดสายหน่อย จากนั้นค่อยไปคุยเรื่องนี้กับฟู่จิ้นเชิน นางจะไปยอดเขาโยวชิงอยู่แล้วด้วย ดูว่าวันนี้จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยได้ไหมบ้านตระกูลฟู่ถ้าหากไม่มีรายรับอยู่ตลอด นี่ก็ไม่ไหวอยู่นะก่อนหน้านี้ค่าใช้จ่ายของตระกูลฟู่นางเป็นคนออก นางคิดว่าฟู่จิ้นเชินคงคิดหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้อยู่ตลอด ดังนั้นควรรีบทำอย่ารอช้าหลังจากฝึกมวยชุดเล็กๆ เสร็จ ฟู่จาวหนิงก็ไปที่โถงหน้าส่วนประตูใหญ่บ้านตระกูลฟู่เปิดอยู่ และมองเห็นรถม้าของจวนอ๋องเจวี้ยนได้พอดีคนเฝ้าประตูรีบเข้าไปคารวะ และหลังจากที่อ๋องเจวี้ยนลงจากรถม้า บนรถม้าก็มีคนเดินลงมาอีกสองคนพอเห็นฮูหยินที่ไม่รู้จัก คนเฝ้าประตูบ้านตระกูลฟู่ก็นิ่งไป"ท่านผู้เฒ่าตื่นหรือยัง?""เรียนท่านอ๋อง ท่านผู้เฒ่าของเราลุกขึ้นมารำไทเก็กไปชุดหนึ่งแล้วขอรับ" คนเฝ้าประตูเอ่ยตอบขณะเดียวกันก็อดมองไปทางฮูหยินเฉิงไม่ได้"งั้นข้าเข้าไปเองเลยนะ"เซียวหลันยวนยกเท้าเข้าประตูใหญ่ไปชิงอีหันไปมองฮูหยินเฉิง "เชิญฮูหยิน"ลวี่กั่วตามอยู่ข้างกายฮูหยินเฉิง เอ่ยขึ้
นี่คือบ้านตระกูลฟู่ นางเองก็คุ้นเคยมากกว่า แน่นอนว่ายังต้องไปเตรียมของใช้ล้างหน้าให้คุณหนูเสี่ยวเยว่พอเห็นนางวิ่งออกไปไวขนาดนั้น ก็ยิ้มๆ ส่ายหัว นางไม่ได้จะแย่งงานเสียหน่อย รีบร้อนอะไรกัน?"คุณหนู ข้าเข้าไปแล้วนะ"เสี่ยวเยว่ผลักประตูเดินเข้าไป และก็ตามที่คิดไว้ ฟู่จาวหนิงสวมเสื้อคลุมแล้วฟู่จาวหนิงไม่ต้องให้คนมารับใช้สวมเสื้อผ้าให้ตนเอง เว้นเสียแต่เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ไม่เป็นแต่เรื่องสางผมนางเองก็ทำไม่ได้ ยังต้องมีสาวใช้มาคอยช่วยเสี่ยวเยว่รีบมาช่วยนางคาดเข็มขัด"คุณหนู เมื่อคืนนี้อ๋องเจวี้ยนเข้ามาแล้ว" นางคิดว่าฟู่จาวหนิงพอตื่นมาคงจะพูดเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้นางเข้าใจผิด แล้วคิดว่าอ๋องเจวี้ยนไม่ได้เข้ามา"เข้ามาด้วยหรือ? ตอนไหนกัน?""ตอนที่ท่านเพิ่งจะหลับไปไม่นานนัก"ฟู่จาวหนิงเดิมทีคิดว่าเซียวหลันยวนจะไม่ยอมเข้ามาเสียแล้ว คิดไม่ถึงว่าพอนางหลับเขาก็เข้ามาอดพูดไม่ได้เลย พอเขาเข้ามา ก็ทำให้นางหายโมโหไปบ้างหน่อยๆ"แต่ข้าขวางท่านอ๋องไว้ ไม่ให้เขาเข้ามาในห้อง คุณหนู ข้าได้ยินว่าท่านเพิ่งหลับไป คิดว่าท่านอ๋องเข้าไปคงทำให้ท่านตื่น"เสี่ยวเยว่ยอมรับผิดออกมา ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เ