Share

บทที่ 451

Author: จิ้งซิง
ท่านั่งม้าเป็นขั้นพื้นฐานที่สุดอย่างแท้จริง

แต่เวินซื่อเพิ่งย่อลงได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ขาทั้งสองก็เริ่มปวดมากแล้ว

“ยังทนไหวหรือไม่?”

เป่ยเฉินหยวนสังเกตเห็นเหงื่อบาง ๆ บนใบหน้าของนาง จึงเอ่ยถามออกไป

“ไหว”

เวินซื่อกัดฟันพูด

เป่ยเฉินหยวนพยักหน้า และไม่ได้เกลี้ยกล่อมให้นางยอมแพ้เช่นกัน

จับตาดูการเคลื่อนไหวของเวินซื่อต่อไป เมื่อใดที่นางทนไม่ไหวเอนเอียงไปจะคอยจับให้นางกลับไปอยู่ในท่าที่ถูกต้อง พร้อมกับคอยสังเกตสีหน้าของนางไปด้วย

รอจนกระทั่งใกล้จะครบเวลาหนึ่งเค่อในครั้งที่สอง เป่ยเฉินหยวนก็พูดขึ้นอีกครั้ง “ยังทนไหวหรือไม่?”

เวินซื่อยกแขนทั้งสองให้เสมอกัน ยังกัดฟันเช่นเคย “วะ...ไหว”

แม้ว่านางจะรู้สึกว่าขาและแขนของนางแทบจะไม่ใช่ของตัวเองแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายังสามารถยืนหยัดต่อไปได้

สายตาของเป่ยเฉินหยวนฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าอีกครั้ง

จนกระทั่งใกล้ครบหนึ่งเค่อครั้งที่สาม คราวนี้เป่ยเฉินหยวนไม่ได้ถามอีก แต่พูดกับนางโดยตรง “พอแล้ว พักก่อนเถอะ”

ในเวลานี้เวินซื่อที่เหงื่อชุ่มเต็มหน้าแต่ยังอยากทำต่อ “ข้ายังไหว...”

“ไม่ได้”

เป่ยเฉินหยวนยกมือเคาะศีรษะของนางเบา ๆ “ใจร้อนจะทำให
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 452

    วันรุ่งขึ้นหลังจากเวินซื่อทำวัตรเช้าเสร็จแล้วก็บอกกล่าวอาจารย์ม่อโฉว แล้วนำของขวัญสองชิ้นลงจากภูเขามุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงเดิมทีเป่ยเฉินหยวนตั้งใจจะส่งรถม้ามารับ แต่ถูกเวินซื่อปฏิเสธมีรถม้าคันเล็กอยู่แล้ว เหตุใดต้องไปรบกวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนอีกดังนั้นเวินซื่อพร้อมด้วยเสี่ยวหาน ทั้งสองไม่ได้เรียกแม้แต่สารถี แต่นั่งรถม้าเข้าไปในเมืองหลวงอย่างช้า ๆ เช่นนี้“นี่ ๆ ชุยซื่อจื่อรีบมองลงไปข้างล่าง!”ริมถนนที่พลุกพล่าน ชั้นบนของร้านอาหารแห่งหนึ่ง คุณชายผู้หนึ่งกำลังหมอบอยู่ที่ขอบหน้าต่างมองออกไปข้างนอกและเห็นอะไรบางอย่างในทันใด จึงรีบดึงเสื้อของชุยเส้าเจ๋อที่อยู่ข้างกายชุยเส้าเจ๋อกำลังดื่มสุราของเขาอยู่ เมื่อถูกคนดึงเสื้ออย่างฉับพลัน เขาก็พูดอย่างรำคาญใจ “เฮ้อ ทำอะไรน่ะ ไม่เห็นหรือว่ากำลังดื่มสุราอยู่ ดูสิ ถูกเจ้าทำหกหมดแล้ว”“สวรรค์ เป็นนางจริง ๆ! เฮ้อ ชุยซื่อจื่อท่านหยุดดื่มได้แล้ว รีบมาดูเร็วเข้า!”“คนข้างล่างนั่นเหมือนจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ฝูหมิง อดีตคู่หมั้นของท่านคนนั้น!”ทันทีที่คำพูดของคุณชายผู้นั้นดังขึ้น สองตาที่ตื่นเต้นดีใจของบรรดาคุณชายคนอื่น ๆ ในห้องส่วนตัวสว่างไสวขึ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 453

    “โธ่เจ้าดูสิ นี่ก็โมโหแล้วหรือ?”“อย่าโมโหเลยนะ อย่าโมโหเลย เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น แค่ล้อเล่นกัน พูดเล่นกันเท่านั้นเอง”“ใช่แล้วชุยซื่อจื่อ ถ้าไม่จริง แล้วจะโมโหไปทำไมเล่า?”คุณชายทั้งหลายส่งสายตาให้กัน ผลัดกันพูดประโยคแล้วประโยคเล่าจนทำให้ชุยเส้าเจ๋อพูดไม่ออกชุยเส้าเจ๋อเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “มันไม่จริงอยู่แล้ว แต่ใครใช้ให้พวกเจ้าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าที่นี่ล่ะ!”“หากยังกล้าพูดจาส่งเดชกับข้าอีกคำเดียว ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจพวกเจ้า!”“นี่ ชุยเส้าเจ๋อ ก็บอกแล้วว่าพูดเล่นไปอย่างนั้นเอง ท่านใส่อารมณ์ขนาดนี้ทำไมกัน?”“ก็ใช่น่ะสิ”“ใครใช้ให้เมื่อครู่ท่านมองแวบเดียวก็หันหน้าหนีไปเล่า มันก็เลยทำให้ทุกคนเข้าใจผิดอย่างไรล่ะ”“ถ้ามันไม่จริง เช่นนั้นท่านก็พิสูจน์ให้พวกเราดูสิ”“ใช่แล้ว อันที่จริงตอนนี้หนึ่งในนักแสดงนำก็อยู่ข้างล่างมิใช่หรือ?”คนกลุ่มหนึ่งกำลังส่งเสียงเอะอะอยู่ตรงนั้นชุยเส้าเจ๋อที่เห็นเวินซื่อก็อารมณ์เสียอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีกเขากลอกตาใส่สหายเลวทรามกลุ่มนี้ “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าแค่ต้องการล้อเลียนข้า พิสูจน์หรือไม่พิสูจน์อะไรกัน ข้าจำเป็นต้องพิสูจน์ก

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 454

    หลังจากพูดจบ ชุยเส้าเจ๋อก็ส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ภายในใจเขาเพียงฟังดูด้วยความอยากรู้เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนโง่เขลาล้วนเป็นสหายเลวทรามทั้งสิ้น ยังคิดได้อีกหรือว่าคำแนะนำของพวกเขานั้นเป็นการหวังดีกับเขาจริง ๆ?ชุยเส้าเจ๋อคิดกับตัวเองเช่นนี้ สหายเลวคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอนตัวเข้ามาที่ห้างหูของเขา พลางกระซิบบอกเขาไม่กี่คำในตอนแรกชุยเส้าเจ๋อมีท่าทีไม่ได้สนใจมากนักแต่หลังจากที่เขาฟังจนจบ เขาก็เบิกตากว้างขึ้นทันใด ดวงตาทั้งสองเป็นประกายเล็กน้อย ท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ว่าอย่างไร? ชุยซื่อจื่ออยากลงไปลองดูไหม?”คุณชายผู้นั้นสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของการแสดงออกบนใบหน้าของชุยเส้าเจ๋อ ก่อนจะแย้มยิ้มกล่าวขึ้นอย่างประสงค์ร้ายทันทีหลังจากชุยเส้าเจ๋อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็หันไปมองรถม้าเล็กคันนั้นที่จอดอยู่ริมถนนด้านล่างแวบหนึ่ง ไม่รู้ว่าคิดถึงสิ่งใด รอยแค้นฉายผ่านในดวงตา ก่อนจะเอ่ยขึ้น...“ไป ลงไปดูกัน”“ได้เลย!”“ไป ๆ ๆ!”“ลงไปดูอะไรสนุก ๆ กัน!”ทันทีที่ชุยเส้าเจ๋อเอ่ยปาก พวกคุณชายเหล่านั้นก็หัวเราะเฮฮาตามไปทันทีบนท้องถนนในเวลานี้รถม้าคันเล็กจอดอยู่ทางด้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 455

    “คุณชายหลี่ แม่ชีจำได้ว่ากับท่านน่าจะไม่มีความคับข้องใจหรือข้อพิพาทใด ๆ ต่อกันกระมัง? ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านเล่นอะไรกะทันหันแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”หลี่เหลียงเซิงเห็นว่านางจำได้แล้ว จึงปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า พลางหัวเราะแหะ ๆ “ธิดาศักดิ์สิทธิ์อย่าได้ถือสา ข้าน้อยเพียงเลื่อมใสศรัทธาธิดาศักดิ์สิทธิ์ อยากจะพูดคุยกับธิดาศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ แต่ก็กลัวว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์จะปฏิเสธ จึงได้ใช้วิธีการอันโง่เขลานี้”หลี่เหลียงเซิง หลานชายของใต้เท้าฉีเสนาบดีกรมคลังเป็นคุณชายสกุลฉี และเป็นญาติผู้น้องของฉีเซิ่งด้วยนางจำได้ว่าคนผู้นี้เมื่อก่อนเหมือนกับฉีเซิ่ง มักจะคลุกคลีอยู่กับชุยเส้าเจ๋อดังนั้นนางจึงพอมีภาพจำอยู่บ้างแต่ต่อมาฉีเซิ่งก็แยกตัวจากชุยเส้าเจ๋อ แต่ดูหลี่เหลียงเซิงผู้นี้สิ…สายตาของเวินซื่อกวาดไปรอบ ๆ ไม่นานก็เห็นเงาร่างตะคุ่ม ๆ หลายร่าง หนึ่งในนั้นชัดเจนเป็นพิเศษแสร้งทำเป็นยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนไม่มีใครจำความงุ่มง่ามของเขาได้“แล้วอย่างไรต่อ?”เวินซื่อชายตามองหลี่เหลียงเซิงแวบหนึ่งอย่างเฉยชา “หลังจากฉกชิงรถม้าของแม่ชีไปแล้ว ยังวางแผนว่าจะร่วมมือกับชุยซื่อจื่อกลั่นแกล้งแม่ชีอย่างไรอีกห

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 456

    ทันทีที่คำพูดนี้ของหลี่เหลียงเซิงถูกเอ่ยออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้เวินซื่อออกคำสั่งอีก จู๋เยวี่ยก็พุ่งพรวดออกไปทันที จับตัวกลับมาคนแล้วคนเล่าฉางเสี่ยวหานถือเชือกป่านไว้ในมือ มาคนไหนก็มัดคนนั้นจนเหมือนกับบ๊ะจ่าง ก่อนจะจับทั้งหมดโยนเข้าไปในรถม้าน่าเสียดายที่รถม้าเล็กเกินไป ไม่สามารถให้พวกเขานั่งได้ หลังจากโยนเข้าไปในรถม้าแล้ว ก็จับซ้อนตัวกันทั้งหมดจนเหมือนกับพีระมิด“โอ๊ย สวรรค์ เบา ๆ หน่อย เบา ๆ หน่อย!”“ไม่เกี่ยวกับข้า ไม่เกี่ยวกับข้าจริง ๆ นะ!”“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ยกโทษให้ข้าเถอะ ทั้งหมดเป็นฝีมือของชุยซื่อจื่อกับหลี่เหลียงเซิง ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราจริง ๆ!”คุณชายเหล่านั้นที่ถูกจับกลับมาต่างตะโกนร้องโอดโอยเมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เหลียงเซิงก็ด่าเปิงทันที “ใครบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า? ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าอยากดูอะไรสนุก ๆ ถึงได้พากันเอะอะโวยวายยุยงส่งเสริมอยู่ตรงนั้นหรือ!”“ระยำ หลี่เหลียงเซิง ไอ้สารเลว! เจ้าทรยศพวกเรา!”“โอ้โฮ ยังกล้าด่าข้าอีก! ที่ทรยศน่ะพวกเจ้าต่างหาก!”คนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ตรงนั้น สีหน้าของเวินซื่อเยือกเย็นลง “เสี่ยวหาน จับพวกเขาสองคน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 457

    หลังจากนั้นไม่นาน ในตรอกแห่งนั้นก็มีคนนอนร้องโอดโอยน่าเวทนาอยู่เป็นกอง แต่ละคนใบหน้าถูกตีจนฟกช้ำดำเขียว เลือดกำเดาไหลออกมาโดยเฉพาะบนใบหน้าของชุยเส้าเจ๋อ ที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากจู๋เยวี่ย แต่ละหมัดเข้าเนื้อ ๆ ไม่มีแบบสุกเอาเผากินเลยสุดท้ายชุยเส้าเจ๋อก็เปลี่ยนจากด่าทอเป็นร่ำไห้ขอความเมตตาเวินซื่อยืนอยู่ที่ทางเข้าตรอก เห็นว่าทุบตีไปพอสมควรแล้ว จึงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “พอแล้ว”สองคำนี้ ช่วยชีวิตชุยเส้าเจ๋อและพวกของเขาไว้ได้หมัดนั้นหนักมากจนพวกเขาไม่สงสัยเลยว่าตัวเองอาจจะถูกฆ่าจริง ๆเวินซื่อกวาดสายตามองพวกเขาอย่างเฉยชาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปเตะหลี่เหลียงเซิงที่อยู่บนพื้นทีหนึ่ง “จะไปหรือไม่ไป? อย่าบอกนะว่าท่านตั้งใจจะถูกทุบตีอีกสักยก?”หลี่เหลียงเซิงที่เดิมทีนอนฟุบอยู่บนพื้นไม่มีเรี่ยวแรงขยับตัวได้ฟื้นคืนชีพภายในชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียว กุมใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ถูกต่อยจนบวมปูดของตัวเองไว้ แล้วรีบพูดในสภาพน้ำหูน้ำตาไหล “ไป ๆ ๆ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”เขาวิ่งออกไปข้างนอกทันทีภายในชั่วเวลาแวบเดียวใครจะรู้ว่าทันทีที่ก้าวออกจากปากตรอก ก็ถูกเตะปะทะหน้าอย่างฉับพลัน ถีบเข้าตรง ๆ ที่ยอ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 458

    เป่ยเฉินหยวน “ไม่ต้องแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณชายฉี แม่ชีลงจากเขาครั้งนี้ยังมีธุระอื่นอีก เกรงกว่าจะไม่สามารถไปเป็นแขกที่จวนเสนาบดีได้ ขออภัยด้วย”ฉีเซิ่งไม่สามารถเชื้อเชิญได้สำเร็จ แม้ว่าจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังเอ่ยด้วยความยินดีปรีดา “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร หากธิดาศักดิ์สิทธิ์ยังมีธุระก็รีบไปทำเลยเถอะ แค่บอกข้าว่าอีกประเดี๋ยวจะไปหาท่านได้ที่ไหนก็พอ”เวินซื่อเห็นเขามีท่าทีดึงดันที่จะมอบของขวัญชิ้นนี้ให้ได้ จึงทำได้เพียงพูดอย่างไม่มีทางเลี่ยง “ตอนนี้แม่ชีจะไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน ถ้าคุณชายฉีไม่ถือสา ก็ไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนแล้วกัน”จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน?ฉีเซิ่งรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีพูดตามตรง เขาค่อนข้างหวาดกลัวอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนท่านนั้นจริง ๆถึงอย่างไรบารมีอันเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาดจากร่างกายของอีกฝ่าย ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถต้านทานได้จริง ๆแต่เพื่อมอบของขวัญชิ้นนี้ที่เขาตั้งอกตั้งใจเตรียมไว้ให้กับมือของเวินซื่อ ฉีเซิ่งก็ทำได้เพียงดึงดันพยักหน้าตอบว่า “ตกลง ถ้าอย่างนั้น...ก็ไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนแล้วกัน”หลังจากนั้นไม่นาน เวินซื

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 459

    เมื่อหลินจื่อฟูได้ยินว่าเป็นสมุนไพร ดวงตาทั้งสองก็เป็นประกายทันทียังจำได้ว่าหลังจากที่ท่านอ๋องของพวกเขาช่วยเหลือธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ ก็ได้รับของขวัญทั้งหมดสองชิ้นทุกครั้งล้วนเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่าและหายากมากหลินจื่อฟูเฝ้ารอคอยอยู่ภายในใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากที่เขาเปิดกล่องไม้ดัง “แกร๊ก” ก็เผยให้เห็นเห็ดหลินจือดอกใหญ่เท่าอ่างล้างหน้าที่อยู่ข้างในหลินจื่อฟูตกใจจนแทบจะหุบปากไม่ลง“โอ้สวรรค์!”เขากำลังฝันอยู่หรือเปล่านี่?”เห็ดหลินจือดอกใหญ่ขนาดนี้!นี่ต้องเป็นเห็ดหลินจืออายุร้อยปีแน่นอน!และดูเหมือนเห็ดหลินจืออายุร้อยปีที่เพิ่งขุดขึ้นมาใหม่ ๆ ด้วย!“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ” ที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ประทานให้ชิ้นนี้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไร?!มันค่อนข้างใหญ่มากทีเดียว ไม่เล็ก ๆ น้อย ๆ เลยสักนิดจริงไหม!“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ท่านใจดีเกินไปแล้วกระมัง! เห็ดหลินจือชั้นดีเช่นนี้ท่านตัดใจประทานให้ข้าน้อยได้จริงหรือ?!”หลินจื่อฟูมองดูเห็ดหลินจือดอกใหญ่นั้น ราวกับไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตา“มันถูกเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับท่านอยู่แล้วหมอหลิน ทักษะฝังเข็มของท่านนั้นล้ำค่ายิ่งกว่าเห็ดหลินจ

Latest chapter

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 462

    “หมั้นหมายกันแล้วอย่างไรเล่า? แต่เดิมจวนเจิ้นกั๋วกงก็ไม่ได้มีเจ้าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ต่อให้หมั้นหมายกัน ทว่าขอเพียงซื่อจื่ออย่างข้าไม่อยากแต่งกับเจ้า เช่นนั้นก็ไม่มีใครบังคับข้าได้!”หลังจากนั้น เวินซื่อจากไปอย่างไร้เรี่ยวแรงยามนี้เมื่อนึกขึ้น ตอนนางไปสอบถามชุยเส้าเจ๋อ ดูเหมือนตอนนั้นพวกฉีเซิ่งจะเห็นเหตุการณ์นั้นด้วย มิน่าตอนหลังที่นางไปขอร้องอาจารย์ม่อโฉวที่ภูเขาหนาน พวกฉีเซิ่งถึงได้นึกว่านางทำเพื่อชุยเส้าเจ๋อเวินซื่ออดถอนหายใจไม่ได้ตอนนั้นยังเด็กไม่รู้เดียงสา ไม่รู้จักความรัก ตอนนี้แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ก็เข้าใจอะไรได้มากกว่าเดิมดังนั้นในวันพิธีปักปิ่นแม้ชุยเส้าเจ๋อจะถอนหมั้นต่อหน้าผู้คน เวินซื่อเองก็เห็นด้วยต่อหน้าทุกคนเช่นกันดังนั้นต่อให้ไม่มีปิ่นหยกอันนี้ พวกเขาทั้งสองก็ยอมรับกลายๆ ในเรื่องการถอนหมั้นทว่านี่เป็นสิ่งของหมั้นหมาย แตกต่างจากสิ่งทั่วไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดนำเรื่องนี้ไปแอบอ้างในภายหน้า จึงเก็บกลับมาเสียดีกว่า ขาดกันอย่างสิ้นเชิงดีที่สุดเมื่อนึกได้ดังนั้น เวินซื่อมองดูท้องฟ้าภายนอกน่าเสียดายวันนี้มืดค่ำเกินไป อีกสองวันค่อยมาก็แล้วกันเพราะไม่ว

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 461

    เมื่อเห็นเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว เวินซื่อเองก็ลุกขึ้นขอลาเป่ยเฉินหยวนรีบลุกตาม “ข้าไปส่งท่าน”เวินซื่อนึกว่าส่งที่เขาพูดหมายถึงส่งถึงหน้าประตูเท่านั้น แต่พอนางออกไปถึงด้านนอก พบว่ารถม้าคันเล็กของตนเองหายไป กลายเป็นรถม้าคันใหญ่หรูหราแทน“เมื่อครู่ได้ยินพวกบ่าวบอกว่าล้อรถม้าของท่านเสียแล้ว”“หา? ล้อรถม้าเสียแล้วหรือ?”เวินซื่อสงสัย ทำไมนางจำได้ว่าตอนมาดูเหมือนจะไม่มีปัญหาใดเลย?เป่ยเฉินหยวนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ใช่ สั่งให้คนไปซ่อมแล้วแต่ซ่อมไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงเปลี่ยนเป็นคันนี้ให้ท่านโดยพลการ”“เอาเถอะ”เวินซื่อเองก็ไม่ได้คลางแคลงใจคิดเพียงว่าก่อนหน้านี้หลี่เหลียงเซิงแย่งรถม้าไป แล้วอาจไปชนกับสิ่งใดเข้าจึงเสียหายหลังขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันนั้น เวินซื่อโบกมือให้เป่ยเฉินหยวน “ท่านอ๋องไม่ต้องไปส่งหรอก รีบกลับไปเถอะ พวกเราควรกลับแล้ว”“ได้ พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมท่าน”เพราะตกลงกับเวินซื่อเรื่องสอนวรยุทธ์นางตั้งแต่แรก ดังนั้นช่วงเวลานี้เขาจึงสามารถไปหาเวินซื่อได้ทุกวันเวินซื่อพยักหน้าฉางเสี่ยวหานที่นั่งอยู่ด้านหน้าหวดแส้ในมือออกไป ต่อมาขับรถม้าจากไปอย่างเชื่องช้าขับไปได้ไม่นาน ร

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 460

    เป่ยเฉินหยวนหยิบดอกไม้ในกล่องไม้ขึ้นมาดูอย่างถี่ถ้วนนั่นคือดอกไม้สีม่วงสวยสดงดงาม กลิ่นพฤกษาหอมหวาน เข้มข้นเป็นพิเศษ ใครได้กลิ่นก็ยากจะลืมเลือน“ดอกไม้นี้...เป็นดอกไม้ทั่วไปหรือ?”เป่ยเฉินหยวนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างก่อนใครเวินซื่อแย้มยิ้ม “น่าจะไม่ทั่วไปกระมัง”เป่ยเฉินหยวนเงยหน้าเผชิญกับรอยยิ้มของนาง หลังจากมองดูอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เกิดลางสังหรณ์ที่อธิบายไม่ได้“เป็นสมุนไพรหรือ?”เวินซื่อพยักหน้า“เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อข้าหรือ?”เวินซื่อพยักหน้าอีกครั้งดอกไม้ สมุนไพร ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อเขา...ในใจเป่ยเฉินหยวนสะดุ้งเฮือกทันทีคำตอบนั้นเขาไม่ค่อยกล้าที่จะพูดออกไปหลินจื่อฟูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ในที่สุดก็เข้าใจ เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจเช่นกัน จ้องมองดอกไม้ดอกนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะมองไปที่เวินซื่ออีกครั้ง“ดะ ดอก ๆ...ดอกไม้นี้ท่านอย่าบอกข้านะว่า มันคือหญ้าฝรั่นที่พวกเราตามหามาโดยตลอด?”เวินซื่อย่อมไม่บอกเขาด้วยความมั่นใจเช่นนี้เป็นแน่นางแค่ยักไหล่ แสร้งทำเป็นว่าตัวเองก็ไม่แน่ใจพลางพูดว่า “อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้...”“ช้าก่อน! เรื่องนี้จะไม่แน่ใจไ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 459

    เมื่อหลินจื่อฟูได้ยินว่าเป็นสมุนไพร ดวงตาทั้งสองก็เป็นประกายทันทียังจำได้ว่าหลังจากที่ท่านอ๋องของพวกเขาช่วยเหลือธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ ก็ได้รับของขวัญทั้งหมดสองชิ้นทุกครั้งล้วนเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่าและหายากมากหลินจื่อฟูเฝ้ารอคอยอยู่ภายในใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากที่เขาเปิดกล่องไม้ดัง “แกร๊ก” ก็เผยให้เห็นเห็ดหลินจือดอกใหญ่เท่าอ่างล้างหน้าที่อยู่ข้างในหลินจื่อฟูตกใจจนแทบจะหุบปากไม่ลง“โอ้สวรรค์!”เขากำลังฝันอยู่หรือเปล่านี่?”เห็ดหลินจือดอกใหญ่ขนาดนี้!นี่ต้องเป็นเห็ดหลินจืออายุร้อยปีแน่นอน!และดูเหมือนเห็ดหลินจืออายุร้อยปีที่เพิ่งขุดขึ้นมาใหม่ ๆ ด้วย!“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ” ที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ประทานให้ชิ้นนี้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไร?!มันค่อนข้างใหญ่มากทีเดียว ไม่เล็ก ๆ น้อย ๆ เลยสักนิดจริงไหม!“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ท่านใจดีเกินไปแล้วกระมัง! เห็ดหลินจือชั้นดีเช่นนี้ท่านตัดใจประทานให้ข้าน้อยได้จริงหรือ?!”หลินจื่อฟูมองดูเห็ดหลินจือดอกใหญ่นั้น ราวกับไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตา“มันถูกเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับท่านอยู่แล้วหมอหลิน ทักษะฝังเข็มของท่านนั้นล้ำค่ายิ่งกว่าเห็ดหลินจ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 458

    เป่ยเฉินหยวน “ไม่ต้องแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณชายฉี แม่ชีลงจากเขาครั้งนี้ยังมีธุระอื่นอีก เกรงกว่าจะไม่สามารถไปเป็นแขกที่จวนเสนาบดีได้ ขออภัยด้วย”ฉีเซิ่งไม่สามารถเชื้อเชิญได้สำเร็จ แม้ว่าจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังเอ่ยด้วยความยินดีปรีดา “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร หากธิดาศักดิ์สิทธิ์ยังมีธุระก็รีบไปทำเลยเถอะ แค่บอกข้าว่าอีกประเดี๋ยวจะไปหาท่านได้ที่ไหนก็พอ”เวินซื่อเห็นเขามีท่าทีดึงดันที่จะมอบของขวัญชิ้นนี้ให้ได้ จึงทำได้เพียงพูดอย่างไม่มีทางเลี่ยง “ตอนนี้แม่ชีจะไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน ถ้าคุณชายฉีไม่ถือสา ก็ไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนแล้วกัน”จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน?ฉีเซิ่งรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีพูดตามตรง เขาค่อนข้างหวาดกลัวอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนท่านนั้นจริง ๆถึงอย่างไรบารมีอันเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาดจากร่างกายของอีกฝ่าย ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถต้านทานได้จริง ๆแต่เพื่อมอบของขวัญชิ้นนี้ที่เขาตั้งอกตั้งใจเตรียมไว้ให้กับมือของเวินซื่อ ฉีเซิ่งก็ทำได้เพียงดึงดันพยักหน้าตอบว่า “ตกลง ถ้าอย่างนั้น...ก็ไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนแล้วกัน”หลังจากนั้นไม่นาน เวินซื

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 457

    หลังจากนั้นไม่นาน ในตรอกแห่งนั้นก็มีคนนอนร้องโอดโอยน่าเวทนาอยู่เป็นกอง แต่ละคนใบหน้าถูกตีจนฟกช้ำดำเขียว เลือดกำเดาไหลออกมาโดยเฉพาะบนใบหน้าของชุยเส้าเจ๋อ ที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากจู๋เยวี่ย แต่ละหมัดเข้าเนื้อ ๆ ไม่มีแบบสุกเอาเผากินเลยสุดท้ายชุยเส้าเจ๋อก็เปลี่ยนจากด่าทอเป็นร่ำไห้ขอความเมตตาเวินซื่อยืนอยู่ที่ทางเข้าตรอก เห็นว่าทุบตีไปพอสมควรแล้ว จึงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “พอแล้ว”สองคำนี้ ช่วยชีวิตชุยเส้าเจ๋อและพวกของเขาไว้ได้หมัดนั้นหนักมากจนพวกเขาไม่สงสัยเลยว่าตัวเองอาจจะถูกฆ่าจริง ๆเวินซื่อกวาดสายตามองพวกเขาอย่างเฉยชาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปเตะหลี่เหลียงเซิงที่อยู่บนพื้นทีหนึ่ง “จะไปหรือไม่ไป? อย่าบอกนะว่าท่านตั้งใจจะถูกทุบตีอีกสักยก?”หลี่เหลียงเซิงที่เดิมทีนอนฟุบอยู่บนพื้นไม่มีเรี่ยวแรงขยับตัวได้ฟื้นคืนชีพภายในชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียว กุมใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ถูกต่อยจนบวมปูดของตัวเองไว้ แล้วรีบพูดในสภาพน้ำหูน้ำตาไหล “ไป ๆ ๆ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”เขาวิ่งออกไปข้างนอกทันทีภายในชั่วเวลาแวบเดียวใครจะรู้ว่าทันทีที่ก้าวออกจากปากตรอก ก็ถูกเตะปะทะหน้าอย่างฉับพลัน ถีบเข้าตรง ๆ ที่ยอ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 456

    ทันทีที่คำพูดนี้ของหลี่เหลียงเซิงถูกเอ่ยออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้เวินซื่อออกคำสั่งอีก จู๋เยวี่ยก็พุ่งพรวดออกไปทันที จับตัวกลับมาคนแล้วคนเล่าฉางเสี่ยวหานถือเชือกป่านไว้ในมือ มาคนไหนก็มัดคนนั้นจนเหมือนกับบ๊ะจ่าง ก่อนจะจับทั้งหมดโยนเข้าไปในรถม้าน่าเสียดายที่รถม้าเล็กเกินไป ไม่สามารถให้พวกเขานั่งได้ หลังจากโยนเข้าไปในรถม้าแล้ว ก็จับซ้อนตัวกันทั้งหมดจนเหมือนกับพีระมิด“โอ๊ย สวรรค์ เบา ๆ หน่อย เบา ๆ หน่อย!”“ไม่เกี่ยวกับข้า ไม่เกี่ยวกับข้าจริง ๆ นะ!”“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ยกโทษให้ข้าเถอะ ทั้งหมดเป็นฝีมือของชุยซื่อจื่อกับหลี่เหลียงเซิง ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราจริง ๆ!”คุณชายเหล่านั้นที่ถูกจับกลับมาต่างตะโกนร้องโอดโอยเมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เหลียงเซิงก็ด่าเปิงทันที “ใครบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า? ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าอยากดูอะไรสนุก ๆ ถึงได้พากันเอะอะโวยวายยุยงส่งเสริมอยู่ตรงนั้นหรือ!”“ระยำ หลี่เหลียงเซิง ไอ้สารเลว! เจ้าทรยศพวกเรา!”“โอ้โฮ ยังกล้าด่าข้าอีก! ที่ทรยศน่ะพวกเจ้าต่างหาก!”คนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ตรงนั้น สีหน้าของเวินซื่อเยือกเย็นลง “เสี่ยวหาน จับพวกเขาสองคน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 455

    “คุณชายหลี่ แม่ชีจำได้ว่ากับท่านน่าจะไม่มีความคับข้องใจหรือข้อพิพาทใด ๆ ต่อกันกระมัง? ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านเล่นอะไรกะทันหันแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”หลี่เหลียงเซิงเห็นว่านางจำได้แล้ว จึงปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า พลางหัวเราะแหะ ๆ “ธิดาศักดิ์สิทธิ์อย่าได้ถือสา ข้าน้อยเพียงเลื่อมใสศรัทธาธิดาศักดิ์สิทธิ์ อยากจะพูดคุยกับธิดาศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ แต่ก็กลัวว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์จะปฏิเสธ จึงได้ใช้วิธีการอันโง่เขลานี้”หลี่เหลียงเซิง หลานชายของใต้เท้าฉีเสนาบดีกรมคลังเป็นคุณชายสกุลฉี และเป็นญาติผู้น้องของฉีเซิ่งด้วยนางจำได้ว่าคนผู้นี้เมื่อก่อนเหมือนกับฉีเซิ่ง มักจะคลุกคลีอยู่กับชุยเส้าเจ๋อดังนั้นนางจึงพอมีภาพจำอยู่บ้างแต่ต่อมาฉีเซิ่งก็แยกตัวจากชุยเส้าเจ๋อ แต่ดูหลี่เหลียงเซิงผู้นี้สิ…สายตาของเวินซื่อกวาดไปรอบ ๆ ไม่นานก็เห็นเงาร่างตะคุ่ม ๆ หลายร่าง หนึ่งในนั้นชัดเจนเป็นพิเศษแสร้งทำเป็นยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนไม่มีใครจำความงุ่มง่ามของเขาได้“แล้วอย่างไรต่อ?”เวินซื่อชายตามองหลี่เหลียงเซิงแวบหนึ่งอย่างเฉยชา “หลังจากฉกชิงรถม้าของแม่ชีไปแล้ว ยังวางแผนว่าจะร่วมมือกับชุยซื่อจื่อกลั่นแกล้งแม่ชีอย่างไรอีกห

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 454

    หลังจากพูดจบ ชุยเส้าเจ๋อก็ส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ภายในใจเขาเพียงฟังดูด้วยความอยากรู้เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนโง่เขลาล้วนเป็นสหายเลวทรามทั้งสิ้น ยังคิดได้อีกหรือว่าคำแนะนำของพวกเขานั้นเป็นการหวังดีกับเขาจริง ๆ?ชุยเส้าเจ๋อคิดกับตัวเองเช่นนี้ สหายเลวคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอนตัวเข้ามาที่ห้างหูของเขา พลางกระซิบบอกเขาไม่กี่คำในตอนแรกชุยเส้าเจ๋อมีท่าทีไม่ได้สนใจมากนักแต่หลังจากที่เขาฟังจนจบ เขาก็เบิกตากว้างขึ้นทันใด ดวงตาทั้งสองเป็นประกายเล็กน้อย ท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ว่าอย่างไร? ชุยซื่อจื่ออยากลงไปลองดูไหม?”คุณชายผู้นั้นสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของการแสดงออกบนใบหน้าของชุยเส้าเจ๋อ ก่อนจะแย้มยิ้มกล่าวขึ้นอย่างประสงค์ร้ายทันทีหลังจากชุยเส้าเจ๋อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็หันไปมองรถม้าเล็กคันนั้นที่จอดอยู่ริมถนนด้านล่างแวบหนึ่ง ไม่รู้ว่าคิดถึงสิ่งใด รอยแค้นฉายผ่านในดวงตา ก่อนจะเอ่ยขึ้น...“ไป ลงไปดูกัน”“ได้เลย!”“ไป ๆ ๆ!”“ลงไปดูอะไรสนุก ๆ กัน!”ทันทีที่ชุยเส้าเจ๋อเอ่ยปาก พวกคุณชายเหล่านั้นก็หัวเราะเฮฮาตามไปทันทีบนท้องถนนในเวลานี้รถม้าคันเล็กจอดอยู่ทางด้

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status