เป่ยเฉินหยวนหยิบดอกไม้ในกล่องไม้ขึ้นมาดูอย่างถี่ถ้วนนั่นคือดอกไม้สีม่วงสวยสดงดงาม กลิ่นพฤกษาหอมหวาน เข้มข้นเป็นพิเศษ ใครได้กลิ่นก็ยากจะลืมเลือน“ดอกไม้นี้...เป็นดอกไม้ทั่วไปหรือ?”เป่ยเฉินหยวนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างก่อนใครเวินซื่อแย้มยิ้ม “น่าจะไม่ทั่วไปกระมัง”เป่ยเฉินหยวนเงยหน้าเผชิญกับรอยยิ้มของนาง หลังจากมองดูอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เกิดลางสังหรณ์ที่อธิบายไม่ได้“เป็นสมุนไพรหรือ?”เวินซื่อพยักหน้า“เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อข้าหรือ?”เวินซื่อพยักหน้าอีกครั้งดอกไม้ สมุนไพร ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อเขา...ในใจเป่ยเฉินหยวนสะดุ้งเฮือกทันทีคำตอบนั้นเขาไม่ค่อยกล้าที่จะพูดออกไปหลินจื่อฟูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ในที่สุดก็เข้าใจ เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจเช่นกัน จ้องมองดอกไม้ดอกนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะมองไปที่เวินซื่ออีกครั้ง“ดะ ดอก ๆ...ดอกไม้นี้ท่านอย่าบอกข้านะว่า มันคือหญ้าฝรั่นที่พวกเราตามหามาโดยตลอด?”เวินซื่อย่อมไม่บอกเขาด้วยความมั่นใจเช่นนี้เป็นแน่นางแค่ยักไหล่ แสร้งทำเป็นว่าตัวเองก็ไม่แน่ใจพลางพูดว่า “อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้...”“ช้าก่อน! เรื่องนี้จะไม่แน่ใจไ
เมื่อเห็นเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว เวินซื่อเองก็ลุกขึ้นขอลาเป่ยเฉินหยวนรีบลุกตาม “ข้าไปส่งท่าน”เวินซื่อนึกว่าส่งที่เขาพูดหมายถึงส่งถึงหน้าประตูเท่านั้น แต่พอนางออกไปถึงด้านนอก พบว่ารถม้าคันเล็กของตนเองหายไป กลายเป็นรถม้าคันใหญ่หรูหราแทน“เมื่อครู่ได้ยินพวกบ่าวบอกว่าล้อรถม้าของท่านเสียแล้ว”“หา? ล้อรถม้าเสียแล้วหรือ?”เวินซื่อสงสัย ทำไมนางจำได้ว่าตอนมาดูเหมือนจะไม่มีปัญหาใดเลย?เป่ยเฉินหยวนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ใช่ สั่งให้คนไปซ่อมแล้วแต่ซ่อมไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงเปลี่ยนเป็นคันนี้ให้ท่านโดยพลการ”“เอาเถอะ”เวินซื่อเองก็ไม่ได้คลางแคลงใจคิดเพียงว่าก่อนหน้านี้หลี่เหลียงเซิงแย่งรถม้าไป แล้วอาจไปชนกับสิ่งใดเข้าจึงเสียหายหลังขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันนั้น เวินซื่อโบกมือให้เป่ยเฉินหยวน “ท่านอ๋องไม่ต้องไปส่งหรอก รีบกลับไปเถอะ พวกเราควรกลับแล้ว”“ได้ พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมท่าน”เพราะตกลงกับเวินซื่อเรื่องสอนวรยุทธ์นางตั้งแต่แรก ดังนั้นช่วงเวลานี้เขาจึงสามารถไปหาเวินซื่อได้ทุกวันเวินซื่อพยักหน้าฉางเสี่ยวหานที่นั่งอยู่ด้านหน้าหวดแส้ในมือออกไป ต่อมาขับรถม้าจากไปอย่างเชื่องช้าขับไปได้ไม่นาน ร
“หมั้นหมายกันแล้วอย่างไรเล่า? แต่เดิมจวนเจิ้นกั๋วกงก็ไม่ได้มีเจ้าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ต่อให้หมั้นหมายกัน ทว่าขอเพียงซื่อจื่ออย่างข้าไม่อยากแต่งกับเจ้า เช่นนั้นก็ไม่มีใครบังคับข้าได้!”หลังจากนั้น เวินซื่อจากไปอย่างไร้เรี่ยวแรงยามนี้เมื่อนึกขึ้น ตอนนางไปสอบถามชุยเส้าเจ๋อ ดูเหมือนตอนนั้นพวกฉีเซิ่งจะเห็นเหตุการณ์นั้นด้วย มิน่าตอนหลังที่นางไปขอร้องอาจารย์ม่อโฉวที่ภูเขาหนาน พวกฉีเซิ่งถึงได้นึกว่านางทำเพื่อชุยเส้าเจ๋อเวินซื่ออดถอนหายใจไม่ได้ตอนนั้นยังเด็กไม่รู้เดียงสา ไม่รู้จักความรัก ตอนนี้แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ก็เข้าใจอะไรได้มากกว่าเดิมดังนั้นในวันพิธีปักปิ่นแม้ชุยเส้าเจ๋อจะถอนหมั้นต่อหน้าผู้คน เวินซื่อเองก็เห็นด้วยต่อหน้าทุกคนเช่นกันดังนั้นต่อให้ไม่มีปิ่นหยกอันนี้ พวกเขาทั้งสองก็ยอมรับกลายๆ ในเรื่องการถอนหมั้นทว่านี่เป็นสิ่งของหมั้นหมาย แตกต่างจากสิ่งทั่วไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดนำเรื่องนี้ไปแอบอ้างในภายหน้า จึงเก็บกลับมาเสียดีกว่า ขาดกันอย่างสิ้นเชิงดีที่สุดเมื่อนึกได้ดังนั้น เวินซื่อมองดูท้องฟ้าภายนอกน่าเสียดายวันนี้มืดค่ำเกินไป อีกสองวันค่อยมาก็แล้วกันเพราะไม่ว
“คุณหนูคิดจะทำเช่นไรขอรับ? จะให้บ่าวไปซื้อที่ดินเพิ่มหรือไม่?”พ่อบ้านหลานยืนอยู่ข้างกันเพราะเขาเองก็ได้ยินข่าวนี้เช่นกัน ดังนั้นจึงรีบตามหลินจื่อฟูมาอารามสุ่ยเยว่พร้อมกัน เพื่อดูว่าเวินซื่อจะทำอย่างไรต่อไปเวินซื่อส่ายหน้า “ไม่ ไม่ต้องไปซื้อแล้ว พวกเขาอยากซื้อก็ปล่อยให้พวกเขาซื้อเถอะ เรื่องนี้พวกเราสู้พวกเขาไม่ได้หรอก”เมื่อได้ยินดังนั้น พ่อบ้านหลานรู้สึกดีใจไม่น้อยคุณหนูของเขาฉลาดจริงๆแต่หลินจื่อฟูกลับไม่เข้าใจ “หืม? ทำไม? หากปล่อยให้พวกเขาซื้อไปจนหมด แล้วพวกท่านจะทำอย่างไร?”เรื่องนี้พ่อบ้านหลานช่วยอธิบายแทนเวินซื่อ เขายิ้มพร้อมเอ่ยขึ้น “อำนาจที่อยู่เบื้องหลังที่นาที่ดินละแวกเหมืองหลวงล้วนไม่ธรรมดา ความซับซ้อนวุ่นวายในนั้นเปรียบได้กับอำนาจที่สลับซับซ้อนในราชสำนัก เบื้องหลังของที่ดินแต่ละแห่งอาจเป็นขุนนางในราชสำนักท่านหนึ่ง อีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่าเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น ส่วนผู้ที่เหล่าขุนนางบุ๋นสนิทชิดเชื้อมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเจิ้นกั๋วกงท่านนั้นที่ไม่มีใครเทียบได้”เมื่อหลินจื่อฟูได้ยิน พลันเข้าใจทันทีบิดาท่านนั้นของธิดาศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นผู้นำขุนนางฝ่ายบุ๋นขุนนางฝ่ายบุ๋
อาจารย์ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงมานานขนาดนี้ ยังไม่มีใครพบฐานะที่แท้จริงของท่าน เห็นได้ชัดว่าท่านไม่อยากให้ใครรู้ดังนั้นนางจะเปิดเผยฐานะของอาจารย์ไม่ได้แต่หลินจื่อฟูกลับยืนยันว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้ตาฝาด“ต้องเป็นตัวอักษรปีศาจแน่นอน! เมื่อครู่ข้ามองเห็นแล้ว!”ห่อเข็มประเภทนี้ เมื่อก่อนเขาเคยเห็นบนตัวคนคนหนึ่งเท่านั้นนั่นก็คือห่อเข็มของหมอปีศาจ!เมื่อเผชิญกับสายตาขึงขังของหลินจื่อฟู เวินซื่อได้แต่เสแสร้งแกล้งทำ “ไม่มีจริงๆ ท่านตาฝาดไปเอง หากไม่เชื่อเดี๋ยวข้าเอาให้ท่านดู”นางเบี่ยงตัวเล็กน้อยบดบังการมองเห็นของหลินจื่อฟู แล้วยื่นมือไปที่กล่องยา จากนั้นรีบนำห่อเข็มของตัวเองออกมาจากมิติ สลับกับห่อเข็มที่มีตัวอักษรคำว่าปีศาจจากนั้นแกล้งทำท่าเหมือนเอาออกมาจากกล่องยา ให้หลินจื่อฟูดู “ท่านดูสิ ภายในกล่องยาของข้า มีเข็มเพียงสองห่อเท่านั้น ไม่มีตัวอักษรใช่หรือไม่?”อมิตตาพุทธ คนออกบวชไม่โป้ปด สรุปตอนนี้นางโกหกอีกแล้ว บาปกรรม บาปกรรมหลินจื่อฟูก้มหน้ามองดูเข็มเงินทั้งสองห่อพบว่าไม่มีตัวอักษรจริงหลินจื่อฟูตะลึงทันที “หรือว่าข้าจะตาฝาดไปจริงๆ?”แต่ทั้งที่เมื่อครู่เขามองเห็นตัวอักษรคำ
“เจ้าค่ะ อาจารย์”ในไม่ช้าเวินซื่อออกเดินทางอีกครั้งฉางเสี่ยวหานย่อมตามธิดาศักดิ์สิทธิ์ออกไปพร้อมกันโดยไม่ลังเลทั้งสองขึ้นไปบนรถม้ารถม้าคันนี้เป็นคันที่ก่อนหน้านี้เป่ยเฉินหยวนเปลี่ยนให้นางมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับให้พวกนางทั้งสองคนนั่งในไม่ช้ารถม้าขับมุ่งหน้าลงจากเขาระหว่างทางขณะที่ผ่านกระท่อมหลังหนึ่ง เวินซื่อหันมองอย่างลืมตัว ทว่ากลับไม่เห็นบางคนหลังนางรู้สึกตัวว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่ ต่อมาจึงขมวดคิ้วพร้อมเก็บสายตากลับมา“เสี่ยวหาน ขับเร็วหน่อย วันนี้พวกเราต้องรีบกลับ”“ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นธิดาศักดิ์สิทธิ์นั่งให้ดีนะเจ้าคะ!”เพียงไม่นานรถม้าออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็วจิตใจที่สับสนเล็กน้อยของเวินซื่อก็กลับมาสงบลง แล้วจากมาพร้อมกับรถม้าหลังผ่านไปหนึ่งชั่วยามครึ่ง รถม้าของพวกเวินซื่อมาถึงเมืองหลวงอย่างรวดเร็วตามคาดเวินซื่อไปถึงที่ทันทีหลังเคาะประตูใหญ่จวนจงหย่งโหวเสียงดัง ภายในมีร่างหนึ่งปรากฏ เป็นคนเฝ้าประตูของจวนจงหย่งโหว“ใครนะ? มาหาใครหรือ?”เวินซื่อเอ่ยขึ้น “มาหาชุยซื่อจื่อกับใต้เท้าจงหย่งโหว”เดิมทีควรไปหาเวินหย่าลี่ก่อน แต่น่าเสียดายที่เวินซื่อไม่อยากเห็นเวิ
“พูดจาเหลวไหล! ลูกชายข้าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร เขา...”เวินหย่าลี่เตรียมเอ่ยปากอยากโต้แย้งแทนลูกชายอย่างลืมตัว สรุปกลับถูกเวินซื่อพูดขัดขึ้นเสียก่อน“ใช่ เขาไม่ทำ เขาก็แค่ทำเรื่องลักขโมยเล็กน้อยใส่ร้ายป้ายสีนิดหน่อย อย่างเช่นขโมยเอายาหยกหิมะของฮูหยินจงหย่งโหวไป แล้วใส่ร้ายข้า ใช่หรือไม่?”สีหน้าเวินซื่ออมยิ้ม แววตาเย้ยหยันอย่างมากทำให้ใบหน้าเวินหย่าลี่แดงเถือกทันใดแดงเพราะความโกรธ“ขโมยของอะไรกัน นั่นเป็นยาหยกหิมะของข้า ลูกชายนำสิ่งของของแม่ไปใช้เท่านั้น จะถือว่าลักขโมยได้อย่างไร?”“ใช่ ถูกต้อง แค่เอาไปให้คนอื่นใช้เท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวข้องกับข้าเลยสักนิด เพราะฉะนั้นขอแค่ฮูหยินจงหย่งโหวท่านพอใจก็ดีแล้ว”นางจะพอใจได้อย่างไร!เวินหย่าลี่โกรธจนหน้าดำคร่ำเครียดใครจะไปรู้ ในยามที่นางรู้ว่าลูกชายปิดบังตัวเอง นำยาหยกหิมะทั้งหมดของนางไปเอาใจเวินเยวี่ย ในใจของนางเจ็บปวดมากเพียงใด!ในใจของนางกำลังหลั่งเลือดนั่นมันยาหยกหิมะขวดใหญ่สามขวดเชียวนะ ลูกชายของนางไม่เก็บไว้ให้นางแม้แต่ขวดเดียวทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้เวินหย่าลี่ปวดใจอย่างมากเดิมทีเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ นางเกือบจะลืมไปแ
“หม่ำ ๆๆ”“กินสิ พี่หญิง เหตุใดท่านถึงไม่กินเล่า?” ภายในห้องลับที่มืดสลัว เวินซื่อบาดเจ็บไปทั่วทั้งร่าง นอนคว่ำอยู่บนพื้นหายใจรวยริน โซ่เหล็กบนตัวนางส่งเสียงดังเคร้ง รัดคอและแขนขาของนางไว้ จนทำให้นางสลัดไม่หลุดเบื้องหน้าของนางมีดรุณีน้อยสวมชุดสีเหลืองอ่อนถืออาหารสุนัขไว้ในมือ หยอกล้อนางราวกับกำลังหยอกสุนัขก็มิปาน ส่วนดรุณีน้อยที่ยิ้มแย้มราวกับบุปผาผู้นี้คือน้องสาวของนาง...เวินเยวี่ยเวินเยวี่ยเอ่ยกับสาวใช้ที่อยู่ข้างหลังอย่างไม่พอใจว่า “ดูสิ พี่หญิงของข้าช่างไร้ประโยชน์เสียจริง แม้แต่สุนัขก็ยังเป็นให้ดีไม่ได้ คุณหนูอย่างข้าป้อนให้นางกินด้วยตัวเอง นางยังกล้าไม่กินอีกหรือ?” สาวใช้ก้าวเข้ามาเตะคนที่อยู่บนพื้นทันทีเตะจนคนร้องคราง สาวใช้ถึงค่อยเอ่ยเอาใจเวินเยวี่ยว่า “คุณหนูอย่าไปโต้เถียงกับนางเลยเจ้าค่ะ เกรงว่าสุนัขตัวนี้ยังคงคิดว่าตนเองเป็นบุตรสาวภรรยาเอกของจวนกั๋วกง”เวินเยวี่ยหัวเราะเยาะ “เวินซื่อนับว่าเป็นบุตรสาวภรรยาเอกของประเภทไหน? แม้แต่ท่านพ่อกับพวกท่านพี่ก็ไม่ยอมรับนางแล้ว การได้เป็นสุนัขก็นับว่าเป็นเกียรติที่คุณหนูอย่างข้ามอบให้นาง”“น่าเสียดายที่ไม่รู้จักเจียมตัว”
“พูดจาเหลวไหล! ลูกชายข้าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร เขา...”เวินหย่าลี่เตรียมเอ่ยปากอยากโต้แย้งแทนลูกชายอย่างลืมตัว สรุปกลับถูกเวินซื่อพูดขัดขึ้นเสียก่อน“ใช่ เขาไม่ทำ เขาก็แค่ทำเรื่องลักขโมยเล็กน้อยใส่ร้ายป้ายสีนิดหน่อย อย่างเช่นขโมยเอายาหยกหิมะของฮูหยินจงหย่งโหวไป แล้วใส่ร้ายข้า ใช่หรือไม่?”สีหน้าเวินซื่ออมยิ้ม แววตาเย้ยหยันอย่างมากทำให้ใบหน้าเวินหย่าลี่แดงเถือกทันใดแดงเพราะความโกรธ“ขโมยของอะไรกัน นั่นเป็นยาหยกหิมะของข้า ลูกชายนำสิ่งของของแม่ไปใช้เท่านั้น จะถือว่าลักขโมยได้อย่างไร?”“ใช่ ถูกต้อง แค่เอาไปให้คนอื่นใช้เท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวข้องกับข้าเลยสักนิด เพราะฉะนั้นขอแค่ฮูหยินจงหย่งโหวท่านพอใจก็ดีแล้ว”นางจะพอใจได้อย่างไร!เวินหย่าลี่โกรธจนหน้าดำคร่ำเครียดใครจะไปรู้ ในยามที่นางรู้ว่าลูกชายปิดบังตัวเอง นำยาหยกหิมะทั้งหมดของนางไปเอาใจเวินเยวี่ย ในใจของนางเจ็บปวดมากเพียงใด!ในใจของนางกำลังหลั่งเลือดนั่นมันยาหยกหิมะขวดใหญ่สามขวดเชียวนะ ลูกชายของนางไม่เก็บไว้ให้นางแม้แต่ขวดเดียวทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้เวินหย่าลี่ปวดใจอย่างมากเดิมทีเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ นางเกือบจะลืมไปแ
“เจ้าค่ะ อาจารย์”ในไม่ช้าเวินซื่อออกเดินทางอีกครั้งฉางเสี่ยวหานย่อมตามธิดาศักดิ์สิทธิ์ออกไปพร้อมกันโดยไม่ลังเลทั้งสองขึ้นไปบนรถม้ารถม้าคันนี้เป็นคันที่ก่อนหน้านี้เป่ยเฉินหยวนเปลี่ยนให้นางมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับให้พวกนางทั้งสองคนนั่งในไม่ช้ารถม้าขับมุ่งหน้าลงจากเขาระหว่างทางขณะที่ผ่านกระท่อมหลังหนึ่ง เวินซื่อหันมองอย่างลืมตัว ทว่ากลับไม่เห็นบางคนหลังนางรู้สึกตัวว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่ ต่อมาจึงขมวดคิ้วพร้อมเก็บสายตากลับมา“เสี่ยวหาน ขับเร็วหน่อย วันนี้พวกเราต้องรีบกลับ”“ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นธิดาศักดิ์สิทธิ์นั่งให้ดีนะเจ้าคะ!”เพียงไม่นานรถม้าออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็วจิตใจที่สับสนเล็กน้อยของเวินซื่อก็กลับมาสงบลง แล้วจากมาพร้อมกับรถม้าหลังผ่านไปหนึ่งชั่วยามครึ่ง รถม้าของพวกเวินซื่อมาถึงเมืองหลวงอย่างรวดเร็วตามคาดเวินซื่อไปถึงที่ทันทีหลังเคาะประตูใหญ่จวนจงหย่งโหวเสียงดัง ภายในมีร่างหนึ่งปรากฏ เป็นคนเฝ้าประตูของจวนจงหย่งโหว“ใครนะ? มาหาใครหรือ?”เวินซื่อเอ่ยขึ้น “มาหาชุยซื่อจื่อกับใต้เท้าจงหย่งโหว”เดิมทีควรไปหาเวินหย่าลี่ก่อน แต่น่าเสียดายที่เวินซื่อไม่อยากเห็นเวิ
อาจารย์ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงมานานขนาดนี้ ยังไม่มีใครพบฐานะที่แท้จริงของท่าน เห็นได้ชัดว่าท่านไม่อยากให้ใครรู้ดังนั้นนางจะเปิดเผยฐานะของอาจารย์ไม่ได้แต่หลินจื่อฟูกลับยืนยันว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้ตาฝาด“ต้องเป็นตัวอักษรปีศาจแน่นอน! เมื่อครู่ข้ามองเห็นแล้ว!”ห่อเข็มประเภทนี้ เมื่อก่อนเขาเคยเห็นบนตัวคนคนหนึ่งเท่านั้นนั่นก็คือห่อเข็มของหมอปีศาจ!เมื่อเผชิญกับสายตาขึงขังของหลินจื่อฟู เวินซื่อได้แต่เสแสร้งแกล้งทำ “ไม่มีจริงๆ ท่านตาฝาดไปเอง หากไม่เชื่อเดี๋ยวข้าเอาให้ท่านดู”นางเบี่ยงตัวเล็กน้อยบดบังการมองเห็นของหลินจื่อฟู แล้วยื่นมือไปที่กล่องยา จากนั้นรีบนำห่อเข็มของตัวเองออกมาจากมิติ สลับกับห่อเข็มที่มีตัวอักษรคำว่าปีศาจจากนั้นแกล้งทำท่าเหมือนเอาออกมาจากกล่องยา ให้หลินจื่อฟูดู “ท่านดูสิ ภายในกล่องยาของข้า มีเข็มเพียงสองห่อเท่านั้น ไม่มีตัวอักษรใช่หรือไม่?”อมิตตาพุทธ คนออกบวชไม่โป้ปด สรุปตอนนี้นางโกหกอีกแล้ว บาปกรรม บาปกรรมหลินจื่อฟูก้มหน้ามองดูเข็มเงินทั้งสองห่อพบว่าไม่มีตัวอักษรจริงหลินจื่อฟูตะลึงทันที “หรือว่าข้าจะตาฝาดไปจริงๆ?”แต่ทั้งที่เมื่อครู่เขามองเห็นตัวอักษรคำ
“คุณหนูคิดจะทำเช่นไรขอรับ? จะให้บ่าวไปซื้อที่ดินเพิ่มหรือไม่?”พ่อบ้านหลานยืนอยู่ข้างกันเพราะเขาเองก็ได้ยินข่าวนี้เช่นกัน ดังนั้นจึงรีบตามหลินจื่อฟูมาอารามสุ่ยเยว่พร้อมกัน เพื่อดูว่าเวินซื่อจะทำอย่างไรต่อไปเวินซื่อส่ายหน้า “ไม่ ไม่ต้องไปซื้อแล้ว พวกเขาอยากซื้อก็ปล่อยให้พวกเขาซื้อเถอะ เรื่องนี้พวกเราสู้พวกเขาไม่ได้หรอก”เมื่อได้ยินดังนั้น พ่อบ้านหลานรู้สึกดีใจไม่น้อยคุณหนูของเขาฉลาดจริงๆแต่หลินจื่อฟูกลับไม่เข้าใจ “หืม? ทำไม? หากปล่อยให้พวกเขาซื้อไปจนหมด แล้วพวกท่านจะทำอย่างไร?”เรื่องนี้พ่อบ้านหลานช่วยอธิบายแทนเวินซื่อ เขายิ้มพร้อมเอ่ยขึ้น “อำนาจที่อยู่เบื้องหลังที่นาที่ดินละแวกเหมืองหลวงล้วนไม่ธรรมดา ความซับซ้อนวุ่นวายในนั้นเปรียบได้กับอำนาจที่สลับซับซ้อนในราชสำนัก เบื้องหลังของที่ดินแต่ละแห่งอาจเป็นขุนนางในราชสำนักท่านหนึ่ง อีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่าเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น ส่วนผู้ที่เหล่าขุนนางบุ๋นสนิทชิดเชื้อมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเจิ้นกั๋วกงท่านนั้นที่ไม่มีใครเทียบได้”เมื่อหลินจื่อฟูได้ยิน พลันเข้าใจทันทีบิดาท่านนั้นของธิดาศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นผู้นำขุนนางฝ่ายบุ๋นขุนนางฝ่ายบุ๋
“หมั้นหมายกันแล้วอย่างไรเล่า? แต่เดิมจวนเจิ้นกั๋วกงก็ไม่ได้มีเจ้าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ต่อให้หมั้นหมายกัน ทว่าขอเพียงซื่อจื่ออย่างข้าไม่อยากแต่งกับเจ้า เช่นนั้นก็ไม่มีใครบังคับข้าได้!”หลังจากนั้น เวินซื่อจากไปอย่างไร้เรี่ยวแรงยามนี้เมื่อนึกขึ้น ตอนนางไปสอบถามชุยเส้าเจ๋อ ดูเหมือนตอนนั้นพวกฉีเซิ่งจะเห็นเหตุการณ์นั้นด้วย มิน่าตอนหลังที่นางไปขอร้องอาจารย์ม่อโฉวที่ภูเขาหนาน พวกฉีเซิ่งถึงได้นึกว่านางทำเพื่อชุยเส้าเจ๋อเวินซื่ออดถอนหายใจไม่ได้ตอนนั้นยังเด็กไม่รู้เดียงสา ไม่รู้จักความรัก ตอนนี้แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ก็เข้าใจอะไรได้มากกว่าเดิมดังนั้นในวันพิธีปักปิ่นแม้ชุยเส้าเจ๋อจะถอนหมั้นต่อหน้าผู้คน เวินซื่อเองก็เห็นด้วยต่อหน้าทุกคนเช่นกันดังนั้นต่อให้ไม่มีปิ่นหยกอันนี้ พวกเขาทั้งสองก็ยอมรับกลายๆ ในเรื่องการถอนหมั้นทว่านี่เป็นสิ่งของหมั้นหมาย แตกต่างจากสิ่งทั่วไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดนำเรื่องนี้ไปแอบอ้างในภายหน้า จึงเก็บกลับมาเสียดีกว่า ขาดกันอย่างสิ้นเชิงดีที่สุดเมื่อนึกได้ดังนั้น เวินซื่อมองดูท้องฟ้าภายนอกน่าเสียดายวันนี้มืดค่ำเกินไป อีกสองวันค่อยมาก็แล้วกันเพราะไม่ว
เมื่อเห็นเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว เวินซื่อเองก็ลุกขึ้นขอลาเป่ยเฉินหยวนรีบลุกตาม “ข้าไปส่งท่าน”เวินซื่อนึกว่าส่งที่เขาพูดหมายถึงส่งถึงหน้าประตูเท่านั้น แต่พอนางออกไปถึงด้านนอก พบว่ารถม้าคันเล็กของตนเองหายไป กลายเป็นรถม้าคันใหญ่หรูหราแทน“เมื่อครู่ได้ยินพวกบ่าวบอกว่าล้อรถม้าของท่านเสียแล้ว”“หา? ล้อรถม้าเสียแล้วหรือ?”เวินซื่อสงสัย ทำไมนางจำได้ว่าตอนมาดูเหมือนจะไม่มีปัญหาใดเลย?เป่ยเฉินหยวนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ใช่ สั่งให้คนไปซ่อมแล้วแต่ซ่อมไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงเปลี่ยนเป็นคันนี้ให้ท่านโดยพลการ”“เอาเถอะ”เวินซื่อเองก็ไม่ได้คลางแคลงใจคิดเพียงว่าก่อนหน้านี้หลี่เหลียงเซิงแย่งรถม้าไป แล้วอาจไปชนกับสิ่งใดเข้าจึงเสียหายหลังขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันนั้น เวินซื่อโบกมือให้เป่ยเฉินหยวน “ท่านอ๋องไม่ต้องไปส่งหรอก รีบกลับไปเถอะ พวกเราควรกลับแล้ว”“ได้ พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมท่าน”เพราะตกลงกับเวินซื่อเรื่องสอนวรยุทธ์นางตั้งแต่แรก ดังนั้นช่วงเวลานี้เขาจึงสามารถไปหาเวินซื่อได้ทุกวันเวินซื่อพยักหน้าฉางเสี่ยวหานที่นั่งอยู่ด้านหน้าหวดแส้ในมือออกไป ต่อมาขับรถม้าจากไปอย่างเชื่องช้าขับไปได้ไม่นาน ร
เป่ยเฉินหยวนหยิบดอกไม้ในกล่องไม้ขึ้นมาดูอย่างถี่ถ้วนนั่นคือดอกไม้สีม่วงสวยสดงดงาม กลิ่นพฤกษาหอมหวาน เข้มข้นเป็นพิเศษ ใครได้กลิ่นก็ยากจะลืมเลือน“ดอกไม้นี้...เป็นดอกไม้ทั่วไปหรือ?”เป่ยเฉินหยวนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างก่อนใครเวินซื่อแย้มยิ้ม “น่าจะไม่ทั่วไปกระมัง”เป่ยเฉินหยวนเงยหน้าเผชิญกับรอยยิ้มของนาง หลังจากมองดูอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เกิดลางสังหรณ์ที่อธิบายไม่ได้“เป็นสมุนไพรหรือ?”เวินซื่อพยักหน้า“เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อข้าหรือ?”เวินซื่อพยักหน้าอีกครั้งดอกไม้ สมุนไพร ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อเขา...ในใจเป่ยเฉินหยวนสะดุ้งเฮือกทันทีคำตอบนั้นเขาไม่ค่อยกล้าที่จะพูดออกไปหลินจื่อฟูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ในที่สุดก็เข้าใจ เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจเช่นกัน จ้องมองดอกไม้ดอกนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะมองไปที่เวินซื่ออีกครั้ง“ดะ ดอก ๆ...ดอกไม้นี้ท่านอย่าบอกข้านะว่า มันคือหญ้าฝรั่นที่พวกเราตามหามาโดยตลอด?”เวินซื่อย่อมไม่บอกเขาด้วยความมั่นใจเช่นนี้เป็นแน่นางแค่ยักไหล่ แสร้งทำเป็นว่าตัวเองก็ไม่แน่ใจพลางพูดว่า “อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้...”“ช้าก่อน! เรื่องนี้จะไม่แน่ใจไ
เมื่อหลินจื่อฟูได้ยินว่าเป็นสมุนไพร ดวงตาทั้งสองก็เป็นประกายทันทียังจำได้ว่าหลังจากที่ท่านอ๋องของพวกเขาช่วยเหลือธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ ก็ได้รับของขวัญทั้งหมดสองชิ้นทุกครั้งล้วนเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่าและหายากมากหลินจื่อฟูเฝ้ารอคอยอยู่ภายในใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากที่เขาเปิดกล่องไม้ดัง “แกร๊ก” ก็เผยให้เห็นเห็ดหลินจือดอกใหญ่เท่าอ่างล้างหน้าที่อยู่ข้างในหลินจื่อฟูตกใจจนแทบจะหุบปากไม่ลง“โอ้สวรรค์!”เขากำลังฝันอยู่หรือเปล่านี่?”เห็ดหลินจือดอกใหญ่ขนาดนี้!นี่ต้องเป็นเห็ดหลินจืออายุร้อยปีแน่นอน!และดูเหมือนเห็ดหลินจืออายุร้อยปีที่เพิ่งขุดขึ้นมาใหม่ ๆ ด้วย!“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ” ที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ประทานให้ชิ้นนี้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไร?!มันค่อนข้างใหญ่มากทีเดียว ไม่เล็ก ๆ น้อย ๆ เลยสักนิดจริงไหม!“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ท่านใจดีเกินไปแล้วกระมัง! เห็ดหลินจือชั้นดีเช่นนี้ท่านตัดใจประทานให้ข้าน้อยได้จริงหรือ?!”หลินจื่อฟูมองดูเห็ดหลินจือดอกใหญ่นั้น ราวกับไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตา“มันถูกเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับท่านอยู่แล้วหมอหลิน ทักษะฝังเข็มของท่านนั้นล้ำค่ายิ่งกว่าเห็ดหลินจ
เป่ยเฉินหยวน “ไม่ต้องแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณชายฉี แม่ชีลงจากเขาครั้งนี้ยังมีธุระอื่นอีก เกรงกว่าจะไม่สามารถไปเป็นแขกที่จวนเสนาบดีได้ ขออภัยด้วย”ฉีเซิ่งไม่สามารถเชื้อเชิญได้สำเร็จ แม้ว่าจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังเอ่ยด้วยความยินดีปรีดา “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร หากธิดาศักดิ์สิทธิ์ยังมีธุระก็รีบไปทำเลยเถอะ แค่บอกข้าว่าอีกประเดี๋ยวจะไปหาท่านได้ที่ไหนก็พอ”เวินซื่อเห็นเขามีท่าทีดึงดันที่จะมอบของขวัญชิ้นนี้ให้ได้ จึงทำได้เพียงพูดอย่างไม่มีทางเลี่ยง “ตอนนี้แม่ชีจะไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน ถ้าคุณชายฉีไม่ถือสา ก็ไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนแล้วกัน”จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน?ฉีเซิ่งรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีพูดตามตรง เขาค่อนข้างหวาดกลัวอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนท่านนั้นจริง ๆถึงอย่างไรบารมีอันเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาดจากร่างกายของอีกฝ่าย ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถต้านทานได้จริง ๆแต่เพื่อมอบของขวัญชิ้นนี้ที่เขาตั้งอกตั้งใจเตรียมไว้ให้กับมือของเวินซื่อ ฉีเซิ่งก็ทำได้เพียงดึงดันพยักหน้าตอบว่า “ตกลง ถ้าอย่างนั้น...ก็ไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนแล้วกัน”หลังจากนั้นไม่นาน เวินซื