“เร็วๆสิคุณ”
“รอผมด้วยสิ”
กว่ามาคัสจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงกว่าน้ำเมยพาเขาเดินมายังริมแม่น้ำปายเธอพาเขามาจุดเดิมจุดที่เธอพบเขาในวันนั้นแถมสถานที่ตรงนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญกับเธอและเขาอย่างที่เธอไม่สามารถลืมลงอีกด้วยและเธอก็อยากให้เขาจำเรื่องราวของสถานที่ตรงนี้ได้เหมือนกัน
“ห๊าา...สดชื่นมากเลย”
น้ำเมยยืนหันหน้ามองอยู่ที่แม่น้ำพร้อมยืนสูดอากาศยามเช้าที่บริสุทธิ์พร้อมยืนลูบท้องนูนของตัวเองเป็นการรับพลังงานที่ดีส่งให้แก่ลูกของเธออีกด้วย
“ทำอะไรอยู่อะคุณ...”
น้ำเมยเห็นว่ามาคัสมัวแต่นั่งหันหลังทำอะไรอยู่ที่ตรงแนวพงหญ้าเธอจึงหันไปถามชายหนุ่มอย่างสงสัยเพราะแทนที่จะมายืนชมวิวดูบรรยากาศตรงที่เธอยืนอยู่
“หัวหยอง...ทำไรอยู่..ฮ่าๆๆ”
เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่มเธอก็เลยเรียกชื่อของเขาแบบที่เธอเคยเรียกเวลาที่ล้อเล่นกับเขาพร้อมหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีตอนนี้เธอรู้ว่าเขาไม่ถือเวลาที่เธอเรียกเขาแบบนี้แล้ว
เพราะว่าชายหนุ่มเป็นคนบอกเองว่าเขาจำเรื่องราวแทบทั้งหมดได้แล้วทั้งเรื่องที่เธอดูแลเขาตอนที่อยู่โรงพยาบาลทั้งเรื่องที่เธอพาเขามาอยู่ที่นี่ด้วยกันวันๆเขาทำอะไรบ้างแต่เรื่องที่สำคัญที่หญิงสาวเอ่ยถามเขาเองก็ยังไม่ได้บอกเธอเหมือนกันว่าเขาจำได้หรือไม่เธอจึงพยายามพาเขามาที่นี่เพื่อที่จะรื้อฟื้นให้เขาจำได้เร็วๆ
“ทำอันนี้ให้คุณไง”
มาคัสลุกขึ้นจากตรงนั้นพร้อมเดินมาหาหญิงสาวพร้อมชูแหวนดอกไม้มาให้ตรงหน้าของเธออันที่จริงเขาจำเรื่องราวทั้งหมดได้แล้วหละแต่แค่อยากจะเซอร์ไพรส์หญิงสาวก็เท่านั้นเอง
“คุณ...”
น้ำเมยถึงกับหยุดหัวเราะเปลี่ยนเป็นยืนอึ้งน้ำตาคลอทันทีเพราะตอนนี้เธอรู้สึกดีใจเหลือเกินจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เธอได้แต่ปล่อยให้น้ำตามันไหลมาบ่งบอกถึงความรู้สึกของเธอแทน
“แบบนี้คุณก็แต่งงานจดทะเบียนกับผมได้แล้วสิ”
มาคัสจับมือหญิงสาวที่ยืนดีใจน้ำตาคลออยู่มาสวมแหวนดอกไม้อย่างที่เขาเคยทำน้ำเมยเองก็ได้แต่ยืนยิ้มน้ำตาไหลพูดอะไรไม่ออกเพราะตื้นตันหัวใจ
“อืมม...แต่คุณกับผมแต่งงานกับผมแล้วนี่สิก็คงจะเหลือแต่จดทะเบียนอย่างเดียวละมั้ง….คุณใจร้ายมากเลยนะที่ไม่ยอมบอกกับผมว่าเราแต่งงานกันแล้วแถมมีท้องฟ้าภูเขาและแม่น้ำสายนี้เป็นพยานอีกด้วย”
มาคัสยังคงพูดล้อหญิงสาวว่าอันที่จริงแล้วเขากับเธอแต่งงานกันแล้วและเขาก็เป็นคนขอเธอเองด้วยตอนที่เขาจำได้เขาก็แอบเคืองเธออยู่เล็กๆเหมือนกันว่าตอนที่เล่าให้เขาฟังมันไม่เห็นมีตอนนี้เลย
“ฮึก....ฮืออๆๆ....คนบ้าจำเรื่องนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไรทำไมไม่บอก”
น้ำเมยถึงกับกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่ไหวอีกทั้งยังพูดแก้เขินตำหนิชายหนุ่มที่จำได้แล้วไม่ยอมบอกเธออีก
“ก็คุณไม่ยอมบอกผมก่อนเองนี่นา...เราถือว่าหายกันแล้วไง..”
มาคัสเห็นอาการของหญิงสาวก็รู้ว่าเธอดีใจแค่ไหนเขาเองก็ดีใจเช่นกันที่เขาจำเรื่องราวดีๆระหว่างเขากับเธอได้เสียทีเขาก็พึ่งรู้นะว่าหัวใจของเขามันเป็นของเธอตั้งแต่ที่เธอยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเขาจำได้ว่าเขารู้สึกชอบเธอตั้งแต่เธอมาคอยดูแลเขาตั้งแต่ที่อยู่โรงพยาบาลแล้วเรื่องนี้หญิงสาวเองก็คงจะยังไม่รู้เหมือนกันเพราะเขาก็ยังไม่เคยได้บอกเธอเลย ตอนนี้ทั้งสองยืนกอดกันกลมท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกชายหนุ่มคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เขาตัดสินใจไม่ผิดที่เขายอมสละเวลาเพื่อมาที่นี่เพราะตองการรื้อฟื้นความจำให้เร็วที่สุดแล้วมันก็ได้ผลแถมได้ผลเกินคาดอีกด้วย
20.00 น.
“อ่านอะไรอยู่เหรอคุณ”
น้ำเมยที่พึ่งเข้ามาในห้องนอนของเธอพบว่าชายหนุ่มกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนอนเธอเห็นแล้วว่ามันเป็นหนังสือเกี่ยวกับคุณแม่ตั้งครรภ์แต่เธอแค่อยากรู้ว่าเขาอ่านเรื่องอะไรอยู่เท่านั้นเอง”
“อ่านเรื่องการดูแลตัวเองของคุณแม่ตั้งครรภ์ไงในนี้มันมีวิธีบอกทุกอย่างเลยนะคุณ”
“จริงเหรอ...งั้นฉันขออ่านบ้างสิ”
น้ำเมยขึ้นมานั่งพิงที่หัวเตียงพร้อมยื่นมือขอชายหนุ่มอ่านหนังสือเพราะเธอเองก็อยากที่จะอ่านบ้าง
“อ้าวคุณ...”
น้ำเมยถึงกับทำหน้างงเมื่อจู่ๆชายหนุ่มปิดหนังสือพร้อมวางที่หัวเตียงแทนที่จะส่งมาให้เธอเพราะเธอเป็นคนขอเขาอ่านเมื่อครู่
“เรามานอนกอดกันดีกว่า”
“หืมม...อารมณ์ไหนของคุณเนี่ย”
มาคัสเขยิบมาใกล้หญิงสาวพร้อมดึงตัวเธอไปกอดหญิงสาวเองไม่ได้มีท่าทีที่ปฏิเสธแต่แค่งงกับอาการของเขาเท่านั้นเองจู่ๆก็มาบอกว่าอยากกอดเธอเสียอย่างนั้น
“ผมยังไม่ได้บอกว่าผมจำเรื่องนี้ได้เลย”
มาคัสกระซิบแผ่วเบาข้างหูหญิงสาวว่าเขายังไม่ได้บอกเรื่องสำคัญกับเธอ
“เรื่องไหนอีกเหรอ”
น้ำเมยยังมีสีหน้าที่สงสัยว่ายังมีเรื่องไหนอีกเหรอเท่าที่จำได้ชายหนุ่มก็เล่าให้เธอฟังหมดแล้วนี่นา
“เรื่องคืนวันฝนตกของเราไง”
“หืมมม...อีตาบ้า”
เมื่อน้ำเมยได้ยินเสียกระซิบข้างหูเธอว่ามันคือเรืองอะไรหญิงสาวถึงกับหน้าร้อนผ่าวพร้อมก้มหน้างุดลงด้วยความเขินอายทันทีเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาน่าจะจำได้เพราะชายหนุ่มบอกกับเธอว่าจำได้ทุกเรื่องแต่เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยซ้ำแบบนี้เธอก็อายแย่น่ะสิ ตอนนี้มาคัสกอดหญิงสาวอย่างแนบแน่นแสงไฟจากโคมไฟที่หัวเตียงก็เป็นตัวทำบรรยากาศให้มันโรแมนติกเสียด้วยสิเขารู้ว่าหญิงสาวกำลังเขินเขาสุดขีดเพราะหน้าของเธอนั้นมันแดงขึ้นมาเป็นลูกตำลึงเลยก็ว่าได้แต่เธอก็น่ารักที่สุดในเวลานี้สำหรับเขาเลย
“ผมอยากรื้อฟื้นเรื่องคืนนั้น”
ชายหนุ่มกอดหญิงสาวเอาไว้ตอนนี้ตัวของเขาได้คร่อมอยู่บนตัวของหญิงสาวแบบไม่ได้ทิ้งน้ำหนักตัวเขาเอาไว้มากเพราะเขารู้ดีว่าตัวของเขาและเธอต่างกันขนาดไหนอีกอย่างเขาต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกของเขาในท้องหญิงสาวอีกด้วยชายหนุ่มกระซิบข้างหูของหญิงสาวด้วยน้ำสียงแหบพร่าด้วยอารมณ์ที่ตอนนี้มันเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาแล้ว
“แต่ว่า...”น้ำเมยรู้ว่าเรื่องที่ชายหนุ่มพูดถึงมันคือเรื่องอะไรและเธอก็ไม่คิดจะต่อต้านเขาอีกด้วยแต่เรื่องที่เธอต้องยกมาค้านเขาก็คือตอนนี้เธอยังมีลูกน้อยอยู่ในท้องถ้าเกิดว่าเธอจะยอมตามใจชายหนุ่มมันจะเป็นผลกระทบอะไรต่อลูกในท้องหรือเปล่าเท่านั้นเอง“ไม่เป็นไรถ้าคุณกังวลเรื่องนั้นผมศึกษามาแล้วมันไม่มีผลต่อลูกของเราแน่นอน”มาคัสรู้ว่าสิ่งที่หญิงสาวจะพูดคืออะไรเขาจึงแย่งเธอพูดก่อนเพราะว่าเขารู้วิธีการดีว่าต้องเซฟอย่างไรเพราะเขาพอจะปรึกษาหมอมาบ้างและเขาก็อ่านสาระความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาเยอะแล้ว“อื้มมมม”มาคัสเห็นว่าหญิงสาวส่งยิ้มให้เขาเป็นการอนุญาตแล้วชายหนุ่มจึงไม่รีรอเขาจู่โจมไปที่ริมฝีปากของเธออย่างหิวโหยจูบที่ดูดดื่มของเขาปลุกอารมณ์ของหญิงสาวได้ดียิ่งนักจูบนี้เองที่เขาโหยหามานานวันนี้เขาได้ครอบครองมันอีกครั้งตอนนี้ในหัวใจของเขามันมีความสุขจนแทบจะล้นทะลักออกมาแล้ว“อือ...อืมมมม”มือหนาของเขาค่อยๆสอดแรกเข้าไปบีบสองเต้างามของหญิงสาวที่อวบอิ่มและมีน้ำมีนวลเพราะว่ากำลังจะเป็นแม่คนมันช่างเต็มไม้เต็มมือของเขายิ่งนักชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเลื่อนริมฝีปากมาขบเม้มดูดคลึงสองเต้างามสลับกันไปมาจนเรี
“ยอมออกมาแล้วเหรอวะไอ้หมาลอบกัด”เมื่อแม็คคาเอลเห็นแดเนียลเดินออกมาจากห้องได้เขาก็ส่งเสียงด่าทอชายหนนุ่มอย่างเสียงดังเพราะตอนนี้เขาโมโหสุดขีดที่เสียรู้ให้กับแดเนียลจนได้“ฉันไม่ใช่หมา...และฉันก็ไม่เคยทำร้ายใครก่อน...เพราะแกคนเดียวที่ทำให้น้องสาวฉันต้องตาย”แดเนียลตอบกลับอันธพาลตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นเพราะเขาไม่อยากให้เขาเกิดอาการโมโหขึ้นมาเพราะเขาอาจจะพลั้งมือฆ่าคนได้เขาไม่อยากให้มือของเขาต้องแปดเปื้อนเลือดคนสกปรกอย่างแม็คคาเอล“น้องแกมันอยากโง่มาให้ฉันข่มขืนเองทำไมล่ะ”แม็คคาเอลเองยังไม่หยุดที่จะพูดยั่วโมโหอีกฝ่ายเพราะเรื่องนี้ทำให้เขานึกสะใจอยู่ไม่น้อยที่กระตุกต่อมของแดเนียลได้เขาเกลียดแดเนียลที่ทั้งเด่นและดีกว่าเขาไปเสียทุกอย่างแถมตอนนี้เขายิ่งเกลียดเพิ่มขึ้นไปอีกเพราะแดเนียลทำให้เขาหมดตัวเหมือนหมาจนตรอก“หึ้ยยย...ไอ้สารเลว”ปลั้กกแดเนียลถึงขนาดฟิลขาดเมื่อแม็คคาเอลพูดถึงความเลวระยำที่ทำไว้กับน้องสาวของเขาชายหนุ่มพุ่งเข้าไปปล่อยหมัดใส่หน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างหนักหน่วงและไม่มีความปราณีปลั้กก“ดีนะที่ฉลาดแล้วโง่อยู่ตั้งนาน”แม็คคาเอลเองก็ต่อยแดเนียลสวนกลับเหมือนกันแล้วก็ยังไม่พ้
“ปล่อยดาวเดี๋ยวนี้พี่แดนดาวจะกลับห้อง”ดาวลดาพยายามที่จะออกไปจากอ้อมกอดของชายหนุ่มเพราะเธอไม่ค่อยชอบสถานการณ์แบบนี้สักเท่าไร“ขอพี่อยู่แบบนี้สักพักได้ไหม...วันนี้พี่ไปจัดการกับคนที่มันทำร้ายเบลมา...พี่เกลียดมัน”แดเนียลรู้สึกโหยหาอ้อมกอดของหญิงสาวอย่างมากตอนนี้เขาอยากเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เอได้ฟังว่าวันนี้เขาไปเจออะไรมาและเขารู้สึกอย่างไรเขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากที่จะคุยกับเธอแต่ที่เขารู้คือเขารู้สึกสบายใจเมื่อเขาได้กลับมาเห็นใบหน้าหวานๆของเธอรอเขาอยู่ที่บ้านทุกวัน“ดาวจะบอกพี่แดนเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ...ว่าการแก้แค้นมันไม่ส่งผลดีต่อฝ่ายใดเลยสักนิด”ดาวลดาถึงกับถอนหายใจในความเจ้าคิดเจ้าแค้นของชายหนุ่มเธอรู้ว่าเขาโกรธที่มีคนทำกับน้องสาวของเขาแบบนั้นอันที่จริงก็ไม่ได้เป็นเพราะคนที่ทำร้ายเบลล่าเพียงฝ่ายเดียวแต่มันรวมกับเบลล่าหาทางออกโดยที่จะจบแบบนี้อีกด้วยที่จริงแล้วเธอเองก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเบลล่าที่เลือกทางนี้เพราะเธอคิดว่าถ้าหากเพื่อนสาวของเธอยอมสู้อีกสักนิดเธอว่าชีวิตของเพื่อนเธอตอนนี้คงจะมีแต่รอยยิ้มแน่นอนเพราะว่าเพื่อนสาวของเธอมีคนที่รักรออยู่มากขนาดนี้คนที่รักเธอจะทำให้เธอ
“ถ้าดาวเดาไม่ผิดน่าจะเป็นไดอารีของเบลใช่ไหมคะ”ดาวลดาจำได้ว่าเบลลล่าจะชอบเขียนไดอารี่แทบจะทุกวันแถมยังมีหลายๆเล่มที่เป็นสีเดียวกันรูปแบบเดียวกันอีกด้วยเธอเห็นไดอารี่ในมือของชายหนุ่มมันทำให้เธอจำได้ทันทีว่าน่าจะเป็นของเพื่อนสาวเธอ“อืมม.เล่มนี้.เบลเขียนเกี่ยวกับตัวเธอและก็เพื่อนรักของเธอไว้อย่างละเอียดเลยหละ”แดเนียลกระซิบข้างหูของหญิงสาวว่ามันถูกต้องแบบที่เธอคิดและในไดอารี่ของน้องสาวของเขามันก็ทำให้เขาได้รู้เรื่องราวอะไรมากมายที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนอีกด้วย“อืมม..ละเอียด..เลย..เหรอคะ”ดาวลดารู้สึกหน้าร้อนผ่าวถ้าในไดอารี่มันเขียนละเอียดแสดงว่าตอนนี้ชายหนุ่มก็ต้องรู้ความลับของเธอแล้วล่ะสิ“เก่งนะเราปิดพี่ได้ตั้งนาน...แถมของขวัญวันวาเลนไทน์กับวันเกิดที่ส่งมาให้พี่ทุกปีก็เป็นฝีมือเราเองสินะ”แดเนียลเองสงสัยอยู่ตั้งนานว่าใครจะรู้วันเกิดของเขานอกเสียจากคนในครอบครัววันนี้มันทำให้เขารู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังนั้นเป็นใครเขายอมรับในหัวใจของหญิงสาวจริงๆที่ปกปิดความรู้สึกของตัวเองได้นานอย่างนี้ นี่ถ้าเกิดว่าหญิงสาวยอมบอกความในใจกับเขาตั้งแต่ตอนนั้นป่านี้เขาอาจจะขอเธอแต่งงานไปแล้วก็ได้เพราะว่าในต
“เดี๋ยวพ่อจะดูฤกษ์แต่งที่เร็วที่สุดให้แล้วกันนะเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง”“ครับคุณพ่อ”“หืมม...ฤกษ์แต่ง”ดาวลดาถึงกับทำหน้างงที่จู่ๆทั้งสองดูเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเสียอย่างนั้นตอนนี้เธอรู้สึกสับสนไปหมดแล้วอันที่จริงดนัยเองก็รู้สึกโกรธมากในครั้งแรกที่รู้เรื่องแต่พอมองเรื่องราวอย่างที่เขาเคยอาบน้ำร้อนมาก่อนเขาถือว่าชายหนุ่มมีความรับผิดชอบและใจถึงมากเลยทีเดียวที่กล้าเข้ามาพูดต่อหน้าเขาอย่างไม่ยำเกรงและที่เขายอมยกลูกสาวสุดที่รักให้ชายหนุ่มไปง่ายๆไม่ใช่เพราะว่าทั้งคู่เสียกันไปแล้วแต่เป็นเพราะว่าเขามองออกว่าลูกสาวของเขามีความสุขและยิ้มด้วยหัวใจเมื่ออยู่กับชายหนุ่มและเขารู้ดีว่าชายหนุ่มทำเรื่องแบบนี้ไปเพราะความเข้าใจผิดและยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายอีกอย่างเขาก็พร้อมที่จะยกลูกสาวของเขาให้ก็เพราะว่าเขารู้ว่าถ้าลูกสาวของเขาแต่งงานกับชายหนุ่มไปชีวิตของเธอไม่ลำบากแน่นอนเพราะชื่อเสียงของชายหนุ่มในแวดวงธุรกิจถือว่ารู้จักกันดีในฐานะนักธุรกิจหนุ่มที่เก่งและโปรไฟล์ดีอยู่ไม่น้อยคนเป็นพ่อออย่างเขาคงไม่ต้องห่วงอะไรมาก“ร้ายนักนะพี่แดนที่ทำให้พ่อดาวใจอ่อนได้”ดาวลดาอดแซวชายหนุ่มไม่ได้ที่ไม่รู้เข้าไปคุยกับ
“แอร๊...แอ้...”เด็กหญิงที่นอนกลิ้งคว่ำกลิ้งหงายอยู่ในเปลสีชมพูส่งเสียงทักทายคนมาใหม่ราวกับอยากที่จะร่วมวงสนธนาด้วย“ว่าไงจ้ะสาวน้อย...อาซื้อชุดสวยมาฝากเพียบเลยนะคะ...เราไปดูชุดสวยกันดีกว่าเนอะ”“แอร๊...อร้า..คิกๆๆ”ดาวลดาอุ้มหลานสาวของเธอออกมาจากเปลเด็กพร้อมไปนั่งที่โซฟาเล่นกันกับหลานสองคนอย่างไม่สนใจใครแล้วในตอนนี้เพราะว่าเธอคิดถึงมาก“น้องดาวท่าทางน่าจะเลี้ยงเด็กเป็นแล้วนะ...นายไม่คิดจะมีลูกบ้างเหรอ”มาคัสเห็นว่าทั้งสองแต่งงานกันมาตั้งนานแล้วก็ก็ไม่ยักจะเห็นมีลูกเสียทีและเขาก็เห็นว่าดาวลดาเองก็มีความพร้อมที่จะเป็นแม่คนมากแล้วด้วย“ใครว่าไม่อยากมีล่ะแต่ยังไม่มามากกว่าฉันเองให้หมอตรวจดูแล้วนะหมอบอกว่าร่างกายของดาวยังอ่อนแอคงต้องรอให้เธอแข็งแรงอีกนิดตอนนี้ชั้นก็พยายามบำรุงเธอทุกอย่างเลย”แดเนียลตอบมาคัสไปด้วยแววตาที่เศร้าหมองแต่เขาก็ยังพยายามฝืนยิ้มเขาเองอยากจะมีลูกใจจะขาดแต่ก็ต้องดูสุขภาพภรรยาของเขาด้วยตอนนี้เขาคิดว่าถ้าภรรยาเขาแข็งแรงเมื่อไรลุกก็คงจะมาเองตอนนี้เขาก็พยายามบำรุงหญิงสาวสุดขีด“จริงสิ...น้องดาวป่วยบ่อยตั้งแต่เด็กๆแล้วยังไงฉันก็เอาใจช่วยนายนะฉันไปอาบน้ำก่อนเชิญนายตามสบาย
โรงแรมXXX08.00น.“อุ้ปป...แหวะ...”น้ำเมยมาถึงที่ทำงานได้สักพักก็เกิดอาการเวียนหัวคลื่นไส้ขึ้นมาดื้อๆเสียอย่างนั้นทำเอาเธอวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทันเธอไม่คิดว่าอาการที่เป็นตอนที่ตื่นนอนมันจะยังไม่หาย“โอเคไหมแก...นี่ฉันว่าวันนี้เลิกงานแล้วไปหาหมอหน่อยเถอะ”อิงฟ้าเห็นเพื่อนสาวของเธอคลื่นไส้อาเจียนอยู่บ่อยๆเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วและดูว่าอาการมันจะหนักขึ้นเรื่อยๆอีกด้วยเธอเองบอกให้น้ำเมยไปหาหมอหลายครั้งแล้วแต่หญิงสาวก็กลัวว่ามันจะเสียงานเสียเงินเสียเวลาจนเธอเห็นท่าไม่ดีแล้วยังไงวันนี้เธอก็ต้องลากเพื่อนของเธอไปให้หมอตรวจให้ได้อิงฟ้าและน้ำเมยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆพึ่งจะมาแยกย้ายกันตอนเรียนจบ ม.6 เพราะว่าอิงฟ้าต้องมาเรียนต่ออยู่ที่กรุงเทพกับแม่ส่วนน้ำเมยหลังจากจบ ม.6 แล้วก็ไม่ได้เรียนต่ออีกเลยเพราะหญิงสาวเองอยู่กับยายเพียงสองคนและยายของเธอก็มีอาชีพเพียงแค่ขายขนมหวานเธอจึงไม่อยากสร้างภาระให้กับยายของเธออีกอย่างยายของน้ำเมยเองก็แก่มากแล้วหญิงสาวจึงตัดสินใจให้ยายของเธอพักแล้วเธอเองเป็นคนมาขายแทนจนวันนึงยายของน้ำเมยเสียหญิงสาวจึงเหลือตัวคนเดียวจนอยู่มาวันหนึ่งหญิงสาวได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน
“หมูหยอง”หญิงสาวรู้สึกใจเต้นแรงเธอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไปในโรงแรมแล้วเธอเองกำลังจะก้าวขาเดินตามแต่เธอกลับล้มฟุบลงไปกับพื้นเสียก่อน“น้ำเมยย...”อิงฟ้าถึงกับหน้าเสียที่จู่ๆน้ำเมยก็เป็นลมล้มพับอยู่ข้างๆเธอจึงรีบประคองเพื่อนสาวของเธอขึ้นมาเอาไว้อย่างหลวมๆแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรเพราะกลัวว่าจะเป็นจุดสนใจของคนอื่นและเพื่อนเธอก็จะโดนตำหนิไปด้วยว่าร่างกายไม่พร้อมแล้วยังฝืนมาทำงานเพราะที่นี่ถือเป็นกฎเหล็กข้อห้ามว่าถ้าพนักงานไม่ไหวให้แจ้งหัวหน้าลาได้ทันทีห้ามฝืนทำงานโดยเด็ดขาดเพราะผลงานที่ออกมาก็จะดูป่วยตามคนทำไปด้วย“ผมว่าพนักงานที่นี่น่าจะรู้กฎกันดีอยู่นะ”มาคัสมองเพียงหางตาก็รู้ว่ามีคนกำลังล้มลงถึงพนักงานด้านหน้าจะยืนเรียงรายกันอยู่ก็เถอะแต่ด้วยความสูงของระดับสายตาของเขาเองสามารถเห็นได้ทั่วถึงอยู่แล้วชายหนุ่มเดินหันหลังกลับมาทางที่หญิงสาวกำลังเป็นลมพนักงานทุกคนต่างหลีกทางให้กับเขาโดยอัตโนมัติเพราะรับรู้ได้ถึงอาการน้ำนิ่งไหลลึกของเขา“พาเธอไปที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้”“ค่ะๆ...”ตอนนี้อิงฟ้าหน้าซีดเป็นไก่ต้มเพราะเห็นว่าตอนนี้ทุกคนมองมาทางเธอและเพื่อนสาวของเธอที่เป็นลมอยู่เป็นตาเดียวอีกท