.
.
ภายในบ้านที่กระจัดกระจายไปด้วยสิ่งของที่ถูกผู้คนทำลาย ชายหญิงโดนกระชากผมลากมากองรวมกัน ผู้ชายสี่ห้าคนที่มีอาวุธยืนคุมอยู่ รอยเลือดหยดเต็มพื้น
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำนั่งไขว้อยู่ที่เตียงหรูพร้อมจุดบุหรี่หนึ่งมวนและสูบเข้าเต็มปอด ก่อนพ่นควันของมันไปยังใบหน้าของชายหญิงวัยกลางคนทั้งสอง
"ท่านครับ...ผมขอร้องล่ะ...ปล่อยเมียกับลูกผมไปเถอะครับ"
"ฮึกๆ ฮือๆ คุณคะ อย่าไปขอร้องพวกมัน! ไอ้พวกชั่ว!"
ชายวัยกลางคนที่มีเลือดท่วมเต็มหน้าตาที่เคยดูดี ตอนนี้หน้าตาบวมช้ำและรอยแตกเป็นทางยาว เขายกมือขึ้นร้องขอชีวิตของลูกและภรรยาทั้งน้ำตา แต่ภรรยาของเขากลับห้ามไม่ให้เขาทำแบบนั้น
ผัวะ!!
หนึ่งในลูกน้องของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงใช้ด้ามปืนตบเข้าไปที่หน้าหญิงผู้นั้นจนล้มเลือดกบปากไปกองกับพื้นหญิงผู้นั้นสำลักเลือดออกมาอย่าทรมาน
ลูกน้องคนเดิมทำท่าจะเข้าไปเตะซ้ำแต่ผู้เป็นสามีได้เข้าไปกอดไว้ พร้อมกับก้มหัวร้องของชีวิตชายที่อายุน้อยกว่าเขาอีกครั้ง
"ขอร้องล่ะครับ ไว้ชีวิตภรรยาและลูกสาวผมด้วย"
"ยังมีหน้า..."
"ขอร้องล่ะครับท่าน!"
ศีรษะที่เคยอยู่สูงก้มลงจรดพื้นรองเท้าของชายอายุน้อยกว่าอย่างอ้อนวอน ชายหนุ่มผู้นั้นหลุบตามองไปยังเท้าของตนอย่างก่อนจะเตะเข้าไปที่หน้าของชายที่ร้องขอชีวิตจากเขา
ภรรยาเห็นอย่างนั้นก็ไม่อยู่เฉยลุกขึ้นหวังจะตบเข้าไปที่หน้าของคนที่นั่งอยู่บนโซฟา
ปังงง!!
เสียงปืนดังขึ้นทำให้หญิงคนนั้นล้มลงกลางคัน ลูกน้องคนสนิทถือปืนจ่อหญิงคนนั้นที่ทุรนทุรายคลานหนีไปยังตู้เสื้อ มือที่เปื้อนเลือดพยายามเอื้อมไปด้านหน้า
สายตาจ้องมองเข้าไปในตู้ที่มีช่องเล็กๆ อยู่ก่อนที่จะกระสุนจะวิ่งเข้าไปที่ศีรษะของเธอ หญิงผู้นั้นล้มลงทันที มือเปื้อนเลือดนั้นปิดที่ช่องนั้นก่อนจะเลื่อนลงอย่างหมดแรงและหมดลมหายใจ
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นจึงเกิดโทสะคิดจะวิ่งเข้าไปทำร้ายคนที่เป็นหัวหน้าแต่ก็ถูกยิงเสียก่อน โดยลูกน้องของเขา
เลือดสีแดงสาดนองเต็มพื้นเละผนังห้อง ชายหนุ่มที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นอย่างไม่ไยดีแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป แต่ก็หยุดชะงักฝีเท้าลง
"หาตัวลูกสาวมันให้เจอ"
"ครับนาย"
.
หญิงสาววัยสิบแปดนั่งตัวสั่นและปิดปากตนเองอยู่ในตู้เสื้อผ้า มองศพของพ่อและแม่อันเป็นที่รักถูกลากไปตามพื้นเหมือนสิ่งของเธอกลั้นเสียงร้องไห้ไว้และกัดปากแน่นจนเลือดซิบ น้ำมันถูกราดลงบนร่างของพ่อแม่และบ้านของเธอ
ไฟเริ่มลุกลามไปทั่ว คนที่ฆ่าพ่อแม่เธอเดินออกไปอย่างไม่ไยดี ร่างถูกเผาและบ้านกำลังมอดไหม้ทั้งหลัง....มอดไหม้เหมือนแรงแค้นในใจของเธอ
.
.
.
เด็กสาวทุลักทุเลกึ่งเดินกึ่งคลานออกมาจากหลังบ้านพร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ของเธอ หญิงสาวหันมองบ้านหลังใหญ่ที่เคยมีความสุขกับพ่อแม่ ค่อยๆ มลายหายไปต่อหน้าต่อตา
เธอพึ่งบอกพ่อกับแม่วันนี้ว่าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยที่พวกเขาเคยหวังไว้ได้แล้วแท้ๆ ความฝัน อนาคต ถูกดับวูบลงไปในทันที
รถตำรวจและรถดับเพลิงวิ่งวุ่นไปทั่วบริเวณและเธอจำเป็นต้องหนี น้ำตาไหลอาบสองแก้มวิ่งไปล้มลุกคลาน ภายในใจจุกอกจนเหมือนจะขาดใจตายเสียตรงนี้
หญิงสาวทุบอกตัวเองซ้ำๆ พร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่เธอก็ยังคงต้องเดินต่อไป เธอต้องไปสถานีตำรวจ
.
.
.
ตำรวจมองเด็กสาวที่นั่งร้องไห้ไม่พูดไม่จา ข่าวบนหน้าจอทีวีในสถานีป่าวประกาศเหตุการณ์ฆาตกรรมและไฟไหม้ของผู้มีอิทธิพลและภรรยาถูกฆ่าและทิ้งศพให้จมกองเพลิงโดยไร้พิธีกรรมใดๆ อย่างน่าอนาถ
"มือขวาของมาเฟียใหญ่อย่างเดชาเดชได้ถูกฆาตกรรมอย่างน่าอนาถ ไร้ซึ่งพิธีกรรมใดๆ ทางตำรวจสงสัยว่าอาจจะเป็นฝีมือของคู่อริ เนื่องจากผู้เสียคนได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวขัดขาธุรกิจ และตอนนี้ทายาทผู้เห็นเหตุการณ์ได้เข้าพบกับตำรวจแล้ว...."
.
"เธอเห็นอะไรบ้าง...ถ้าเธอไม่พูดฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอกนะ"
ชายหนุ่มในชุดตำรวจเดินเข้ามาสอบถามเธอ แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบใดๆ เธอยังคงนั่งเหม่อและปิดปากเงียบ
ตอนนี้เธอพูดอะไรไม่ออก มันเบลอไปหมด ปรินทร์เดินเข้ามาก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องเดินออกไป เพราะเขาจะสอบสวนเธอเอง
"ฉันชื่อปรินทร์ เป็นสารวัตรที่นี่ เธอล่ะ?"
"........."
"เอาเถอะ ถึงไม่บอกฉันก็รู้อยู่แล้ว อิสรินทร์..."
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองชายในชุดตำรวจที่พอดีกับรูปร่างที่กำยำ ใบหน้าหล่อคมของเขามองตรงมาที่เด็กสาวที่ตอนนี้กำลังเหมือนสติหลุด เธอมองเขานิ่งไม่ตอบอะไร น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมาคลอรอบดวงตา
"หิวไหม? ฉันจะพาไปกินข้าว"
"...พวกมัน...ฆ่าพ่อแม่ฉัน...ฮึกๆ ...มันมีกันหกคน...มัน ฮึกๆ ฮือ...ฆ่าพ่อแม่ฉันเหมือนผักเหมือนปลา...ไอ้เลวพวกนั้น!!"
"จำหน้ามันได้ไหม?"
.
ปัง!!
เสียงประตูห้องถูกเปิดอย่างแรงพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูท ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาราวกับลูกรักพระเจ้าคราบบุหรี่มวนดำเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้ามา
เสื้อเชิ้ตสีดำที่เผยให้เห็นรอยสักตรงหน้าอกและแขนเสื้อที่เลิกขึ้นครึ่งแขน รอยสักเต็มแขนไปหมด
ลูกน้องที่เปิดประตูก่อนหน้าก้มหัวลงคล้ายเคารพชายหนุ่มคนนั้น เขาเดินเข้ามาหาเด็กสาวที่กำลังนั่งมองเขาอยู่อย่างหวาดระแวง
ปรินทร์เอาตัวเองมาขวางไว้พร้อมกับกางแขนแกร่งออกเพื่อปกป้องเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างหลังเขา
"นี่มันคือการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ คุณไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับพยาน"
"หึ.."
"และที่นี่ไม่ใช่ที่สูบบุหรี่ คุณทิศเหนือ"
ปรินทร์ดึงบุหรี่ออกจากปากเขาก่อนจะโยนมันลงพื้นแล้วเหยียบเพื่อดับมัน ลูกน้องที่เปิดประตูเข้ามาทำท่าจะเข้ามาขวางการกระทำของปรินทร์ แต่ทิศเหนือยกมือห้ามไว้ก่อน
"สืบสวน?...ตำรวจจะไปมีน้ำยาช่วยอะไรได้?"
"มันเป็นเรื่องของกฎหมาย"
"กฎหมาย? อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย...ไม่นานไอ้ที่ว่ากฎหมายก็เงียบไป"
"มาเฟียอย่างคุณไม่เชื่อใจตำรวจอยู่แล้ว...แถมยังไม่ถูกกับกฎหมายเท่าไหร่นี่"
"นายพูดไม่ผิด... เรื่องนี้พวกฉันจะเป็นคนจัดการเอง คนของฉัน...ตำรวจไม่ต้องจุ้น"
"เรายังคงให้พยานไปไม่ได้"
"ฉันไม่ฆ่าเด็กนี่หรอก..."
ทิศเหนือเดินเข้าไปใกล้เด็กสาวแม้ปรินทร์จะยืนขวางอยู่แต่เขาก็ไม่ได้หวาดหวั่น ทิศเหนือยื่นมือออกไปหาเด็กสาวที่นั่งเงียบอยู่ สายตาคมหลุบมองเธออย่างไม่วางตาและแน่วแน่
"มากับฉันสิ"
"ฉันจะเชื่อใจคุณได้หรอ?!"
"เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ หรืออยากจะนอนโอดครวญอยู่ที่นี่ก็เชิญ"
เด็กสาวช่างใจเล็กน้อยแต่ยังไม่ตอบรับ เพราะเธอไม่รู้จักเขา และไม่รู้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับพ่อแม่เธอยังไงและไว้ใจได้แค่ไหน เด็กสาวมองหน้าชายหนุ่มที่ยื่นมือหาเธอด้วยสีหน้าไม่เชื่อใจ
"พ่อแม่เธอเป็นผู้มีพระคุณของฉัน...และทำงานให้กับตระกูลฉัน"
"........."
"อยากแก้แค้นไม่ใช่หรอ?...หรือจะรอการสืบสวนของตำรวจ?"
มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมไปรับความหวังดีที่เขาหยิบยื่นให้ เธอเลือกทางแก้แค้น แม้ปรินทร์จะหันมาส่ายหน้าเป็นเชิงไม่เห็นด้วย แต่เขาก็บังคับให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้
เมื่อลูกน้องคนสนิทของทิศเหนือยื่นพินัยกรรมสิทธิ์การดูแลให้เขา ทำงานกับมาเฟียจึงไม่แปลกที่จะทำพินัยกรรมแบบนี้ขึ้นเพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าต้องมีสักวันที่ถูกฆ่าตาย แถมตำรวจยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ
ปรินทร์ทำได้แค่หลีกทางให้พวกเขาเดินออกไป แต่สารวัตรที่มุ่งมั่นอย่างเขาไม่คิดจะยอมแพ้ จึงคิดที่จะไปรับเด็กสาวกลับมาเพราะคือพยานเพียงคนเดียว...เขาต้องการรู้ว่าเธอเห็นอะไรมากน้อยแค่ไหน...
.
.
..ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักเท้าแขนกับกระจกรถ พร้อมมองออกไปด้านนอกรถ บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทไม่มีคำพูดหรือถามไถ่ใดๆ จากปากของชายหนุ่ม เด็กสาวก็ได้แต่นั่งตัวลีบและก้มหน้างุด ตัวเล็กๆ บางๆ ของเธอสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวง เนื้อตัวมอมแมมเปื้อนดินโคลนเต็มไปหมดพร้อมกับคิดในใจว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่มากับชายคนนี้ เขาช่างดูน่ากลัวและน่าเกรงขามจนเธอแทบจะไม่กล้าหายใจแรงทิศเหนือปรายตาเรียวมองไปที่เด็กสาวที่นั่งตัวสั่นเล็กน้อย สายตาคมกริบนั้นมองสำรวจเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าของเด็กคนนี้ไม่ได้ขี้เหร่เลย กลับดูสวยสดใสเว้นแต่เพียงความสดใสมันได้ถูกขโมยไป จนเหลือเพียงใบหน้าสวยที่ดูเศร้าสร้อยคล้ายกับวิญญาณใกล้จะหลุดออกจากร่างยังไงอย่างนั้นเขามองดูท่าทีแบบนั้นก็ขัดตาไม่น้อย เพราะเขาไม่ชอบคนอ่อนปวกเปียก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กสาวคนนี้สวยจนดึงดูดเขาได้และตรงสเปคไปเสียหมด ถ้าโตขึ้นคงจะสวยมากกว่านี้ไม่น้อย แต่ติดตรงที่ว่าตอนนี้เธอยังดูเด็กเกินไปสำหรับเขา"อายุเท่าไหร่?""...18 ค่ะ"
..หลังจากที่กะทิจัดเก็บห้องของตนพร้อมกับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็เดินออกมายังลานฝึกเพื่อไปหาเทมป์และถามเขาว่าเธอต้องเริ่มทำอะไรหรือฝึกยังไง เทมป์ที่คุยโทรศัพท์อยู่ก็หันไปมองผู้มาเยือนที่เดินเข้ามาหาเขา ก่อนจะรับปากปลายสายและกดวางไป"นายเหนือสั่งให้ฉันดูแลเธอ""ค่ะ...""ห้ามเธอเข้าไปที่ผับและหอนารี...เด็ดขาด""นายเหนือได้บอกไว้แล้ว""และเธอจะต้องฝึกเหมือนทุกคนที่นี่ เธอจะเปรียบเสมอเทียบเท่ากับลูกน้องนายเหนือเพื่อทำตามสิ่งที่เธออยากทำจนกว่าจะมหาวิทยาลัยจะเปิดเทอม""แล้ว...หนูพอจะไปเดินเล่นหรือนั่งเล่นได้ที่ไหนบ้างคะ""ห้ามออกไปทางที่เข้ามาก็พอ จะเดินที่ไหนก็เรื่องของเธอ แต่ต้องทำงานช่วยที่โรงฝึกนี้ ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ทำอาหาร ซักผ้า ล้างจาน""แล้วหนูจะได้พบกับนายเหนืออีกไหมคะ?""คืนนี้นายจะเข้ามาหาเธอเอง หลังเสร็จงาน""ค่ะ"กะทิตอบแค่นั้นก่อนจะเดินตามเทมป์ไปอ่างล้างจานที่ติดกับกำแพงของโกดัง จานชามกองพะเนินอยู่ที่อ่างนั้น กะทิมองอย่างท้แท้ก่อนจะเข้าไปย
..ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงหลังจากที่กะทิกลับเข้ามาในโรงฝึก เธอเอาแต่นั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องของตนเองเงียบๆ เพราะเธอยังช็อกกับภาพที่เห็นเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ความรู้สึกขยะแขยงก่อตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เคยดื้อแล้วดูหนังโป๊กับเพื่อนมาบ้างแต่ไม่เคยพบเจอจะจะ ตา หรือสัมผัสด้วยตัวเองแบบนี้ แค่นึกถึงตอนที่ตัวเองจะโดนทำแบบนั้นตอนโดนทำมิดีมิร้ายก็รู้สึกคลื่นไส้ ถ้าการันต์ไม่ได้มาช่วยไว้เธอคงจะเป็นสภาพน่าเกลียดแบบนั้นแน่ๆก๊อกๆ“นายเหนือให้มาเรียก”“...ค่ะ”กะทิตะโกนตอบรับก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง เพราะเธอจะต้องออกไปเจอหน้าคนที่เธอพึ่งเห็นเขามีบทรักอย่างดุเดือดในสวนเมื่อครู่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องและออกไปยังลานกลางโกดังชายหนุ่มสองคนก่อนหน้านั่งคุกเข่าอยู่กลางลาน ใบหน้าฟกซ้ำและเลือดเต็มใบหน้าไปหมด คนที่ยืนอยู่หน้าชายหนุ่มทั้งสองก็คือทิศเหนือและการันต์ รวมถึงเทมป์เด็กสาวเดินเข้าไปยืนข้างๆ การันต์โดยที่ไม่กล้าเงยหน้ามองผู้เป็นนาย เธอก้มมองแต่รองเท้าหนังราคาแพงของเขาเท่านั้น ทิศเหนือยกย
..“มันคืออะไรล่ะคะ?”“มันคือ.......”“มาแล้วครับน้ำเปล่า”ปกป้องเดินเข้ามาพอดีก่อนที่ปรินทร์จะทันได้พูดจบ กะทิที่ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อก็ถึงกับทำหน้าสลด มันอาจจะเป็นหลักฐานที่สามารถบ่งบอกถึงคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอก็ได้ หญิงสาวปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหันไปยิ้มให้ปกป้อง“ขอบคุณค่ะ”"ว่าแต่คุยอะไรกันหรอครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดเชียว”“คุยเรื่องนายรึเปล่านะ”ปรินทร์พูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อน้องชาย ก่อนจะปรายตามองกะทิที่แอบทำหน้าเสียดายไม่น้อย จริงๆ เขาตั้งใจจะกระตุ้นความอยากรู้ของเธอ เพื่อหวังให้หญิงสาวเข้าไปหาเขาเองโดยที่เขาไม่ต้องไปวิ่งเต้นขอร้องทิศเหนือเพื่อพบเธอก็เท่านั้น และเหมือนว่ามันจะได้ผล ปรินทร์มั่นใจว่ากะทิจะเข้าไปหาเขาที่สน.แน่นอน หรือไม่ก็ติดต่อเขามาทางใดทางหนึ่งไม่ทันได้พูดอะไรต่อของขวัญและเดซี่ก็ถือจานเนื้อสัตว์และผักเข้ามาก่อนจะนั่งลงข้างๆ กะทิ และเริ่มย่างเนื้อที่ตักมาอย่างสนุกสนาน ปรินทร์และกะทิลอบมองกันไปมาก่อนที่ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบจะยื่นทิช
..“งั้นพี่ขอเบอร์น้องหน่อยได้ไหม? เป็นการไถ่โทษ”หนุ่มรุ่นพี่ลดโทรโข่งลงก่อนพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้ากะทิด้วยรอยยิ้มหวาน ทุกคนต่างส่งเสียงโห่เมื่อรุ่นพี่สุดหล่อเดือนคณะจอมเจ้าชู้ได้เลือกเฟรชชี่ที่ถูกใจเสียแล้ว สาวๆ ต่างพาทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจที่ตนไม่ถูกเลือกบ้าง“ขอไปทำไมคะ?”“เผื่อมีอะไรพี่จะได้แนะนำให้ไงล่ะครับ”“ที่นี่ไม่มีพี่รหัสหรอคะ?”“อู้หู้วววว วิ้วๆ”ทุกคนถูกใจกับคำตอบของกะทิที่ตอกกลับรุ่นพี่หนุ่มหน้าหล่อจนหน้าหงาย ชายหนุ่มช็อกค้างก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำตอบของเธอ หญิงสาวตรงหน้าช่างไม่เหมือนใครจนน่าสนใจ“โอเคๆ พี่ชื่อปกป้องนะ เรียกพี่ป้องก็ได้”“ค่ะ”“จ้า...คนสวยได้หมด ไม่สนแปลกๆ บ้างหรอคะพี่ปกป้องขา”“เดซี่ เดี๋ยวก็โดนทำโทษหรอก”ของขวัญสะกิดแขนเดซี่ที่พูดแหนบแนมกะทิและปกป้อง รุ่นพี่หนุ่มเกาหัวแก้เขินก่อนจะบอกบทลงโทษด้วยการให้เต้นท่าตลก เรียกเสียงเฮฮาให้กับวันรับน้องได้เป็นอย่างดี.
..(สวัสดีครับ ปรินทร์ครับ)“เอ่อ....”(ใครครับ?)“กะทิค่ะ”(....กำลังรออยู่เลย)“ค่ะ คือเรื่อง...”(ครับ...คือว่าตอนนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เธอพอจะมีเวลาออกมาเจอกันหน่อยไหม?”“ที่ไหน เมื่อไหร่คะ?”(แล้วตอนนี่เธออยู่ไหนล่ะ เดี๋ยวผมจะได้นัดที่ใกล้ๆ)“บ้านนายเหนือ”(...งั้นเป็นที่.....)“คุยกับใคร?”(........)เสียงทุ้มต่ำแทรกเข้าไปในสายจึงทำให้คนปลายสายเงียบลงไม่ทันที่จะได้นัดแนะกันให้เรียบร้อยกะทิถึงกับสะดุ้งจนโทรศัพท์ล่วงไปที่พื้นทั้งที่ยังไม่กดวางสาย สายตาคมกริบมองท่าทีของเธออย่างเรียบนิ่ง ก่อนจะหลุบตามองไปยังโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่“นายเหนือ!...”ทิศเหนือในชุดเชิ้ตสีดำทับในกางเกงสแลกดูเรียบร้อยเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกโดยไม่พูดอะไร ในขณะที่หยิบมันขึ้นมาสายตาคมก็จ้องมองเธอเขม็งก่อน
..ภายในงานครึกครื้นและเต็มไปด้วยผู้คน รวมถึงลูกน้องของทิศเหนือที่นานๆ ที จะได้มาปลดปล่อย เสียงเพลงดังไปทั่วบริเวณที่จัดงาน เป็นงานเลี้ยงถูกจัดขึ้นข้างสระว่ายน้ำภายในบ้าน คนที่ถูกเชิญมางานนี้ล้วนเป็นคนรู้จักของทิศเหนือ จะมีก็แต่เพียงเดซี่และของขวัญที่ถูกเชิญมาร่วมงานด้วยถึงแม้กะทิจะไม่ได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว แต่เธอยังคงเป็นนิสิตโดยทิศเหนือให้ข้ออ้างว่าเธอป่วยจึงไปเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ไม่ได้ แต่มีการส่งงานหรือโปรเจกต์ผ่านทางออนไลน์แทนและจ้างอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนั้นมาสอนส่วนตัวโดยให้ค่าจ้างมากกว่าเงินเดือนที่มหาวิทยาลัยถึงสองเท่ากะทิและเพื่อนทั้งสองยังคงติดต่อกันอยู่บ้าง ถึงจะไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ก็มีการวิดีโอคอลหากันตลอดด้วยเรื่องเรียนแต่ไม่บ่อยนักเพราะกะทิเองก็วุ่นอยู่แต่กับการฝึกซ้อมอย่างอื่นและหาหลักฐานเพิ่มเติมของคดีครอบครัวด้วย แต่ที่น่าแปลกใจคือปกป้องและปรินทร์ก็ได้รับเชิญมางานเลี้ยงนี้“เมื่อไหร่กะทิจะมาเนี่ย”“หล่อนก็ใจเย็นๆ สิยะ เดี๋ยวนางก็มา...แม่งานนะ จะเปิดตัวช้าก็ไม่แปลก”
..“ไม่ค่ะ ใครอยากได้ก็ลงไปเก็บเอง”“กะทิ!”กะทิยังยืนกอดอกทำหน้าเมินเฉยแม้ว่าผู้เป็นนายจะตะคอกใส่ เธอก็ยังยกยิ้มหน้าระรื่นอย่างไม่สะทกสะท้าน เมื่อม่านฟ้าเห็นว่าทิศเหนือโดนเด็กที่รับเลี้ยงเถียงและไม่เชื่อฟังเขา จึงได้ทีเดินเข้าไปหาเธอพร้อมกับง้างมือขึ้น“ยัยเด็กเนรคุณ กล้าขัดคำสั่งของนายเหนือหรอ? กรี๊ดดดดดด!”ไม่ทันที่จะฝ่ามือจะได้ตบใบหน้างามๆ ก็ถูกกะทิที่เบี่ยงตัวหลบและปัดมือเธอออก ด้วยความที่เจ้าหล่อนใส่ส้นสูงปลายแหลมและไม่ทันได้ตั้งตัวจึงทรงตัวไม่อยู่ จึงเป็นเหตุให้ร่วงลงน้ำไปตู้ม!!“ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะของคนในงานเริ่มครึกครื้น กะทิเองก็ไม่วายหันไปมองและหัวเราะกับท่าทางของม่านฟ้าที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ ทิศเหนือจ้องกะทิพร้อมกับขบกรามแน่นก่อนจะคว้าแขนของกะทิไว้“นายเหนือคะ กรี๊ดดดด ช่วยฟ้าด้วยค่ะ ฟ้าว่ายน้ำไม่เป็น”“เทมป์”“ครับนาย”เทมป์ถอดรองเท้าก่อนจะกระโดดลงน้ำไปช่วยม่านฟ้า แต่กลั
..“อ้าว...นายเหนือยังไม่รู้หรอครับ? ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ครับ”“ฮะ?!! จริงหรอหมอ!!”ทิศเหนือเดินเข้าไปเขย่าหมอที่มาตรวจเหมือนไม่อยากเชื่อ ก่อนรอยยยิ้มจะปรากฏขึ้นความรู้สึกดีใจและสับสนงงงวยปนกันไปหมด การันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ช็อกไม่น้อยพร้อมกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจก่อนดี“ครับ หมอไม่แน่ใจว่ากี่เดือนนายเหนือพาภรรยาไปฝากครรภ์แล้วตรวจดูอีกทีที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ”“ท้อง...ลูกฉัน...”“ใช่ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...งั้นหมอขอตัวนะครับ”หมอพูดพร้อมลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นถุงยาให้ทิศเหนือ ชายหนุ่มรับมาทั้งที่ยังช็อกค้างอยู่อย่างนั้น จนหมอออกจากห้องไป ทิศเหนือมองไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ“ยินดีด้วยครับนาย...”“ขอบใจ... แต่มึงไม่เสียใจใช่ไหม?”“เสียใจอยู่ครับ แต่ดีใจมากกว่ามั้ง”การันต์พูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้ผู้เป็นนาย ทิศเหนือหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทก่อนจะตบบ่าของ
..กะทิยันร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างหมดแรง เธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืนแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้ว สภาพจิตใจของเธอบอบช้ำไปหมด เขาทำกับเธอทั้งที่รูปภาพพ่อแม่ของเธอยังกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง กะทิมองเหม่อไปยังภาพถ่ายเหล่านั้น สภาพของเธอตอนนี้เหมือนคนที่ไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้นเรียวตาสวยก้มมองรอยช้ำทั่วร่างไม่มีที่ว่างเว้นเลยแม้แต่ที่เดียว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกแล่นเข้ามาจนสีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ข้อมือที่ช้ำเป็นทาง ข้อเท้าที่ช้ำเพราะแรงบีบ หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นพร้อมกับความสมเพชตัวเองที่วิ่งตามความแค้นอย่างโง่เขลาทิศเหนือลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างบางนั่งเหม่อมองภาพเหล่านั้นที่เขาโยนใส่เธอ ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นก่อนจะมองผลงานของตนที่เต็มตัวหญิงสาวไปหมด สายตาคมมองดูอย่างเป็นห่วงแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันควันเมื่อหญิงสาวค่อยๆ หันหน้ามาทางเขาอย่างช้าๆ ไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรเขาก็ลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป กะทิมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม ทิศเหนือเด
..“ลงมา!”ทิศเหนือไม่พูดเปล่าเขาดึงกระชากแขนของกะทิแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ที่จะยอมลงจากรถแต่โดยดีเลย ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนการันต์เองก็อยู่เฉยไม่ได้“นายเหนือครับ...”“มึงไม่ต้องยุ่ง!”“.......”“ลง!! ไม่ลงใช่ไหม ได้สิกะทิ”ทิศเหนือหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทก่อนจะหันไปรวบมือของหญิงสาวแล้วเอาเข็มขัดที่มัดม้วนรัดข้อมือเล็กๆ เหมือนนักโทษ พร้อมกับกระชากเธอลงจากรถจนสำเร็จ“คุณทิศเหนือ!! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!!”ทิศเหนือไม่ฟังในสิ่งที่เธอพูด และถึงเธอจะพยายามรั้งตัวเองไม่ให้ไปตามแรงของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล ทิศเหนือลากกะทิเข้ารีสอร์ตโดยมีการันต์เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ“มึงไปพักได้แล้ว”“...ครับ นายเหนือ...”“ไม่!! พี่การันต์!! อย่าไปนะ! ช่วยฉันด้วย!”“พี่หรอ? หึ...”กะทิหันไปเรียกการันต์พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน แต่การันต์กลับทำได้แค่ยืนเฉยๆ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นนายได้ เขา
..“มาทำอะไรตรงนี้หรอครับ คุณผู้หญิง”รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อที่ใครๆ เห็นก็ต้องยอมถวายตัวเหมือนต้องมนต์สะกด ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลือล้นนั้นหุบรอยยิ้มลงทันทีที่หญิงสาวหันมาสบตา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมสายตาคมที่จ้องมองเธอเหมือนพร้อมที่จะฉีกร่างของเธอเป็นชิ้นๆ กะทิพยายามจะดึงข้อมือตัวเองออกและพยายามจะวิ่งหนีจากคนตรงหน้าคนที่เธอหนีงานแต่งงานที่ต้องแต่งกับเขา“เธอคิดจริงๆ หรอว่าจะหนีฉันพ้น?”“ฉันไม่รู้หรอกว่าจะหนีพ้นไหม แต่ถ้ามีโอกาสฉันก็จะทำ”“ฉันชอบความใจสู้ของเธอจริงๆ ถึงสิ่งที่เธอคิดทำมันจะดูโง่ไปหน่อย”“ปล่อยฉันไปเถอะ เราต่างคนต่างเป็นศัตรูกันจะอยู่ด้วยกันไปเพื่ออะไร?”“หึ...ศัตรูหรอ? เธอเป็นคนของฉันตั้งแต่คืนนั้นที่เธอยอมเป็นของฉันแล้วกะทิ”ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่เอาแต่กัดฟันแน่นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูดขึ้น การันต์มองกะทิอย่างเป็นห่วง แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอ
..ผ่านเรื่องราวยุ่งๆ ไม่เว้นมาแต่ละวัน จนในที่สุดก็ถึงงานวิวาห์ของทิศเหนือและกะทิอย่างที่เขาได้เตรียมการไว้ กะทิมองดูตัวเองในกระจกที่กำลังสวมชุดแต่งงานด้วยแววตาสับสน มันเป็นอย่างที่เขาพูดว่างานแต่งจะมีขึ้นในเดือนหน้า และนี่ก็เป็นเดือนที่เขาได้กล่าวถึงความไม่เข้าใจว่าเขามีแผนอะไรถึงรีบเร่งงานแต่งขนาดนี้ ใบหน้าสวยปิดปากสนิทสีหน้าดูเศร้าสร้อยเมื่อมองตัวเองในกระจก ภายในใจขุ่นเคืองที่ต้องใส่ชุดเจ้าสาวแล้วเข้าพิธีแต่งงานกับคนที่ทำลายครอบครัวของตัวเอง มะนาวและป้าจันทร์ที่คอยช่วยช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวมองกะทิอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีความสุขเอาเสียเลย“ยิ้มหน่อยสิลูก... วันนี้เป็นงานมงคลนะ”“พี่กะทิมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”“เปล่าหรอก... แค่...”“ไม่ต้องกลัวหรอกนะกะทิ นายเหนือตอนโสดอาจจะเจ้าชู้แต่ว่าตั้งแต่มีหนูเข้ามานายเหนือก็เปลี่ยนไป”“.........”“นายเหนือเป็นคนซื่อสัตย์คนหนึ่ง ไม่ต้องกังวลใจไป”มะนาวพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นแม่ กะทิยิ้มเจื่อนๆ ให้สองแม่ลูกก่อนจะก้มมองช่อดอกไ
..กะทิเดินออกมาจากหลังห้องอาหารแล้วเดินตรงปรี่ไปยังสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หวังว่าบรรยากาศมันจะทำให้เธอรู้สึกใจเย็นขึ้นมาบ้าง ป้าจันทร์และมะนาวต้องคอยดูแลผู้เป็นนาย ในห้องอาหารจึงไม่ได้เดินตามออกมาแต่อย่างใด เป็นการดีที่เธอจะนั่งเงียบๆ คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์บ้างทุกอย่างที่คิดกลับไม่เป็นอย่างใจ เมื่อเธอย่อนตัวเองลงนั่งที่โต๊ะไม้หินอ่อนยังไม่ทันถึงห้านาที การันต์ก็เดินตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่แปลกที่เขากลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเหมือนอย่างทุกครั้ง เขาเพียงแค่นั่งเป็นเพื่อนเธออย่างเงียบๆ“ตามมามีอะไรจะพูดก็พูดมา”“ไม่มี”“แล้วตามมาทำไม?”“คำสั่งนาย...”“เหอะ...คำสั่ง? ....งั้นกลับไปเถอะค่ะ เพราะยังไงฉันก็ไปไหนไกลไม่ได้อยู่แล้ว”“...และเป็นห่วงด้วย”คำพูดและน้ำเสียงที่อ่อนลงดูจริงจังจนเธอต้องหันไปมองใบหน้าคนพูดด้วยความอยากรู้ถึงความรู้สึกเวลาพูดออกมา การันต์จ้องมองกะทิด้วยแววตาฉายแววเป็นห่วง แต่ลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั้นแอบแฝงไปด้วยความเจ็บปวดจนคนมองรู้สึกได้แ
..เช้าวันใหม่ที่สดใสกลับต้องหนักหนาสาหัสสำหรับคนร่างเล็กทุกเช้า ความรุนแรงของเขาเมื่อคืนมันมากกว่าปกติเพราะฤทธิ์ยาจากที่ปกติเขาก็มักจะรุนแรงอยู่แล้ว ร่างบางหยัดกายลุกจากเตียงใหญ่อย่างอิดโรย มือเล็กจับไปที่แขนแกร่งของชายหนุ่มแล้วยกออกอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าเขาจะสะดุ้งตื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายทำให้คนร่างหนาปรือตาตื่นขึ้นมามองเธออย่างงัวเงีย"ตื่นแล้วหรอ?""อืม...""เจ็บหรือเปล่า?""ก็นิดหน่อย"กะทิตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้กับความปวดเมื่อยตามร่างจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่นั้น ทิศเหนือมองดูรอยช้ำเต็มร่างของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับผลงานของตน"ยิ้มอะไร? มีอะไรน่าพอใจหรอไง?""ก็...น่าพอใจอยู่"ดวงตาสวยส่งปรายตามองขวางชายหนุ่มที่หยัดกายขึ้นมานั่งเปลือยท่อนบนอวดแผงกล้ามอยู่บนเตียง ถ้าไม่ติดว่ามีผ้าห่มคงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปจนหมดเป็นแน่ กะทิเลือกที่จะไม่มองเมื่อเขาลุกขึ้นนั่งแต่เลือกที่จะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทิศเห
..ความหื่นกระหายเพิ่มเท่าทวีคูณเมื่อปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวลูบไล้ไปมาบนแผงอกแกร่ง แต่ใบหน้าของหญิงสาวอีกคนกลับทับซ้อนหญิงสาวตรงหน้า จึงเรียกสติเขาอีกครั้ง ทิศเหนือเอื้อมมือไปจับข้อมือของดุจดาวก่อนจะสะบัดมันทิ้ง“เหนือคะ! ทิศเหนือ!”โดยที่เขาไม่พูดอะไรและเดินออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล ดุจดาวมองตามหลังชายหนุ่มอย่างไม่พอใจก่อนจะลงอารมณ์โกรธกับหมอนทั้งหมดที่อยู่บนเตียง ความรู้สึกเคียดแค้นหญิงสาวที่พบเจอวันนี้เพิ่มทวีคูณ“กรี๊ดดดดด!! นังเด็กสกปรก! ฉันจะเอาทิศเหนือคืนมาให้ได้!!”เสียงกรีดร้องอย่างคับแค้นใจดังลั่นห้อง แต่ทิศเหนือกลับไม่สนใจเดินออกจากหน้าห้องนั้นกลับเข้าไปในงานแต่ก็เห็นว่างานเลิกไปแล้ว มีเพียงลูกน้องของเขาที่ยืนรอเขาอยู่เพียงเท่านั้น แต่กลับไม่เห็นลูกน้องคนสนิทอย่างการันต์ เขาจึงเข้าใจได้ว่าการันต์คงพาคู่หมั้นสาวกลับบ้านไปแล้ว“พากูกลับบ้าน”เสียงทุ้มบอกลูกน้องก่อนที่ลูกน้องจะเข้ามาพยุงผู้เป็นนายเพราะเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ และรีบพาลงไป
..กะทิหยุดยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง โดยไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใดๆ การันต์เห็นดังนั้นจึงดึงเธอเข้ามาหาตัวพร้อมกับเอาตัวเองยืนบังภาพตรงหน้า ก่อนจะก้มมองกะทิที่เงยหน้ามองเขา“อย่ามอง”“อืม..”“กลับกันเถอะ”“......”กะทิไม่ได้พูดตอบแต่กลับนิ่งเฉย สีหน้าของเธอเองก็นิ่งเฉยเช่นกัน แต่ภายในใจกลับสั่นวูบไหวไปหมด ความรู้สึกเสียใจแทรกซึมเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้ ตอนแรกเธอเคยคิดว่าเขาจะไปมีใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ตอนนี้มันกลับมีผลต่อใจเธอมากกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีกเธอไม่ชอบความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้แบบนี้เลย เพราะเธอคิดมาตลอดว่าเธอห้ามความรู้สึกได้ และมันก็แค่การมีอะไรกันโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจและเธอไม่ได้คิดจะรักเขา เพราะเธอต้องเกลียดเขา แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำให้เธอรู้สึกแย่ที่เห็นภาพนั้นขึ้นมาเสียดื้อๆกะทิเดินตามการันต์ไปที่ลานจอดรถอย่างเงียบๆ การันต์หันไปสั่งลูกน้องให้เตรียมรถเผื่อผู้เป็นนายถ้าเกิดเขาต้องการจะกลับ ก่อนจะหันไปหากะทิที่นั่งนิ่งอยู่หน้ารถข้างๆ คนขับ“กะทิ ฉันว่ามันต้องเกิดเรื่องผิดพ