.
.
ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักเท้าแขนกับกระจกรถ พร้อมมองออกไปด้านนอกรถ บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทไม่มีคำพูดหรือถามไถ่ใดๆ จากปากของชายหนุ่ม เด็กสาวก็ได้แต่นั่งตัวลีบและก้มหน้างุด ตัวเล็กๆ บางๆ ของเธอสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวง เนื้อตัวมอมแมมเปื้อนดินโคลนเต็มไปหมดพร้อมกับคิดในใจว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่มากับชายคนนี้ เขาช่างดูน่ากลัวและน่าเกรงขามจนเธอแทบจะไม่กล้าหายใจแรง
ทิศเหนือปรายตาเรียวมองไปที่เด็กสาวที่นั่งตัวสั่นเล็กน้อย สายตาคมกริบนั้นมองสำรวจเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าของเด็กคนนี้ไม่ได้ขี้เหร่เลย กลับดูสวยสดใสเว้นแต่เพียงความสดใสมันได้ถูกขโมยไป จนเหลือเพียงใบหน้าสวยที่ดูเศร้าสร้อยคล้ายกับวิญญาณใกล้จะหลุดออกจากร่างยังไงอย่างนั้น
เขามองดูท่าทีแบบนั้นก็ขัดตาไม่น้อย เพราะเขาไม่ชอบคนอ่อนปวกเปียก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กสาวคนนี้สวยจนดึงดูดเขาได้และตรงสเปคไปเสียหมด ถ้าโตขึ้นคงจะสวยมากกว่านี้ไม่น้อย แต่ติดตรงที่ว่าตอนนี้เธอยังดูเด็กเกินไปสำหรับเขา
"อายุเท่าไหร่?"
"...18 ค่ะ"
ชายหนุ่มเอ่ยถามเพราะไม่แน่ใจว่าอายุที่เขาไปสืบมามันจริงหรือไม่ เด็กสาวตอบโดยไม่เงยหน้ามองเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้หวาดกลัวเขามากขนาดนี้เหมือนมีรังสีอำมหิตปกคลุมรอบตัวของเขา ความรู้สึกของเด็กสาวเริ่มที่จะอยากออกจากตรงนี้ไปเสียแล้ว แต่ในเมื่อเธอเป็นคนตัดสินใจเลือกทางนี้ก็ย่อมทำแบบนั้นไม่ได้ เด็กสาวคิดว่าการทำให้เขาโกรธคือการกระทำที่โง่เขลาที่สุดและอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตก็ได้
"ละ...แล้ว...คุณอายุเท่าไหร่คะ?"
"ไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องมาซักไซ้ฉัน"
"อึก...ขอโทษค่ะ"
"เรียนที่ไหน?"
"กำลัง...จะเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ"
"อืม"
บทสนทนาจบลงเพียงสั้นๆ แค่นั้น แต่เธอกลับรู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องตอบคำถามเขาอีก การที่เขาเอ่ยถามเธอเมื่อครู่ เธอพยายามเค้นคำตอบออกจากลูกสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคออย่างยากลำบาก การพูดคุยกับเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยกลัวจับใจ
.
.
ทิศเหนือเดินนำเธอเข้าไปในตึกใหญ่ใจกลางเมืองก่อนจะพาขึ้นไปชั้นบนสุดของตึกนั้น มีประตูบานใหญ่อยู่ไม่ไกลจากลิฟต์มากนักหลังจากที่เขาเดินนำมาพร้อมกับผู้ติดตาม เมื่อเปิดประตูบานใหญ่นั้นเข้าไปก็เป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ตกแต่งแบบโทนดำและน้ำตาลเข้มทั้งห้อง มีโซฟาใหญ่วางกลางห้องคล้ายกับเป็นที่ที่เอาไว้สำหรับรับแขก ภายในดูหรูหราและราคาแพงจนเธอไม่กล้าคิดจะกระดุกกระดิกตัวไปไหน
ชายหนุ่มเดินไปยังโต๊ะทำงานใหญ่ที่มีป้ายชื่อของเขา ก่อนจะหยิบซองบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วดึงบุหรี่มวนสีดำขึ้นมาจุดบุหรี่พร้อมกับสูดเข้าไปเต็มปอดก่อนจะพ่นควันสีขาวออกมาอย่างใจเย็น เด็กสาวลอบมองดูการกระทำของเขาทั้งที่ยังยืนตัวแข็งทื่อก้มหน้างุดอยู่ที่เดิม ทิศเหนือหันกลับไปมองเด็กสาวทั้งที่มือคีบบุหรี่มวนนั้นอยู่ด้วยใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
"การันต์"
"ครับ นายเหนือ"
"ไปจัดการที่เรียนให้เด็กนี่"
"นายจะรับเลี้ยงเด็กนี่หรอครับ?"
"กูสั่งให้ไปทำก็ไปทำ"
"...ครับนาย"
การันต์ผู้ติดตามคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่ไกลนัก จากเด็กสาวตอบรับคำสั่งของผู้เป็นนาย แม้เขาจะดูไม่เข้าใจนักว่าทำไมนายของเขาถึงรับเธอมาเลี้ยงไว้ใกล้ตัว ถึงจะเป็นลูกสาวของครอบครัวที่เคยดูแลผู้เป็นนาย แต่เธออาจจะทำให้เขาเดือดร้อนในอนาคตก็ได้
"ชื่ออะไร?"
"อิสรินทร์"
"หืม?"
"อ..เอ่อ..กะทิค่ะ"
"อืม"
ทิศเหนือพยักหน้าก่อนจะยกมือข้างที่คีบบุหรี่ขึ้นมาสูบเข้าปอดอีกครั้งมืออีกข้างเท้าสะเอว คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยพลางใช้ความคิดว่าจะทำอย่างไรกับเด็กสาวดี แล้วจะจัดการให้เธอไปพักที่ไหน ทิศเหนือยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดออกก่อนจะจิ้มบุหรี่มวนนั้นเพื่อดับมันในที่เขี่ยบุหรี่รูปสลักมังกรสีน้ำตาลเข้ม ร่างสูงก้าวเท้าอย่างรวดเร็วผ่านเด็กสาวที่ยืนนิ่งอยู่ ก่อนจะกระดิกนิ้วชี้เรียกเธอให้ตามเขาไป
ทิศเหนือขับรถหรูพาเธอไปยังผับแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากตึกใหญ่เมื่อครู่มากนัก และผับนี้ยังสามารถมองเห็นตึกของเขาได้อย่างชัดเจน ภายในผับเต็มไปด้วยพนักงานผู้ชาย ไม่มีพนักงานผู้หญิงเลยสักคน ถ้ามีก็มีแต่ผู้หญิงที่ทำงานค้าประเวณีภายในผับเท่านั้น
พนักงานทุกคนมองตามทิศเหนือและเด็กสาวที่ผู้เป็นนายพาเข้ามาจนเหลียวหลังกันเป็นแถบ กะทิเริ่มหวาดกลัวสายตากะลิ้มกะเหลี่ยที่มองเธอจนเธอรีบเดินเข้าไปชิดตัวทิศเหนืออย่างไม่ทันระวัง ชายหนุ่มหลุบตามองเด็กสาวเล็กน้อยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะพาเธอเดินขึ้นไปยังชั้นสองผ่านม่านสีแดงเข้าไปก็เป็นห้องสำหรับลูกค้าพิเศษของผับ เด็กสาวมองไปรอบๆ ภายในห้องนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังมัวเมาอยู่อย่างไม่ได้สติ
เมื่อเดินผ่านห้องหลังม่านที่น่าสะอิดสะเอียนนั้น ชายหนุ่มก็ได้พาเด็กสาวเดินทะลุไปยังประตูด้านในสุดของห้องนั้นที่มีการ์ดคอยยืนคุมอยู่หน้าประตูถึงสี่คน พอเปิดประตูออกไปมันก็คือด้านหลังผับที่มีทางเชื่อมลงไปโกดังขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของผับหรูนั้น ตรงทางเชื่อมมีที่กั้นทางเป็นลูกกรงให้เดินไปตามทาง
เพราะข้างๆ ลูกกรงทั้งสองฝั่งเป็นที่เลี้ยงสุนัขล่าเนื้อไว้ พร้อมกับมีช่องเล็กๆ เหมือนประตูอัตโนมัติที่พร้อมปล่อยสุนัขเหล่านั้นออกมาจัดการผู้บุกรุกหรือผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาตลอดเวลา เด็กสาวที่เดินตามผู้เป็นนายสะดุ้งทุกครั้งที่สุนัขเห่าขู่และพยายามกระโดดเข้าหาเธอแต่ยังดีที่มีลูกกรงนั้นกั้นอยู่
เมื่อเข้าไปภายในโกดังนั้น เด็กสาวก็เห็นลานฝึกเต็มไปด้วยเครื่องมือต่างๆ สำหรับการฝึกการต่อสู้ทุกชนิด ไม่ว่าจะปืนผาหน้าไม้ต่างๆ มันไม่ดูแย่เลย เหมือนยิมขนาดใหญ่ด้านล่างและมีชั้นสองเป็นห้องล็อกแยกเป็นห้องๆ
ภายในที่มีแต่ชายฉกรรจ์เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังฝึกฝนอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย รวมถึงลานกว้างกลางโกดังที่มีแผงเหล็กกั้นไว้สามด้าน ส่วนด้านที่ไม่ได้กั้นก็เป็นที่โซฟาและโต๊ะเหมือนไว้สำหรับชมมวยยังไงอย่างนั้น
ทิศเหนือหยุดยืนอยู่ลานกลางโกดังที่เหมือนสนามประลองมวยแห่งนั้น โดยมีเด็กสาวตัวเล็กผอมบางเดินตามไปยืนใกล้ๆ ก่อนที่ทุกคนจะทยอยเข้ามารายล้อมและทำความเคารพเขา ชายหนุ่มขาวตี๋คนหนึ่งเดินออกมาจากคนเหล่านั้นแล้วไปยืนข้างๆ ผู้เป็นนาย หน้าตาหล่อเหลาไม่หยอก ดูเหมือนจะเป็นผู้คุมที่นี่เพราะเขาใส่ชุดสูทดูเรียบร้อยกว่าทุกคน
"มีอะไรหรอครับนายเหนือ?"
"กูจะฝากเด็กนี่...ไว้ที่นี่"
"อะไรนะครับ?"
"กูพูดเข้าใจยากหรอวะ ไอ้เทมป์"
"ไม่ครับนาย แต่เอาไปอยู่หอนารีง่ายกว่าไหมครับนาย? หน้าตาเด็กนี่สวยใช้ได้เลย ลูกค้าน่าจะให้ราคาดี"
ทิศเหนือจ้องมองเทมป์ด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์อารมณ์เท่าไหร่นัก ก่อนจะย่างก้าวเข้าไปหาเขาพร้อมกับกระชากคอเสื้อของเทมป์ก่อนจะเค้นเสียงพูดทุ้มต่ำอย่างข่มอารมณ์ เพราะเขาไม่อยากให้เด็กสาวคนนี้ที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องต้องไปขายตัวให้ลูกค้าคนไหน เขาตั้งใจจะเลี้ยงเด็กสาวคนนี้ให้โตเต็มวัยเสียก่อน
"กูบอกให้อยู่ที่นี่...นั่นหมายถึงมึงต้องฝึกเด็กคนนี้"
"...ทราบแล้วครับนาย"
"จะทำอะไรก็เชิญ ขอแค่ยัยเด็กนี่เก่งพอที่จะแก้แค้นตามที่หวัง"
"ห๊ะ?...เอ่อ...ครับ"
"และอย่าให้เธอเข้าไปที่หอนารีแม้แต่ก้าวเดียว รวมถึงในผับด้วย"
เทมป์พยักหน้ารับคำสั่งของผู้เป็นนายก่อนที่ทิศเหนือจะปล่อยคอเสื้อเขาและเดินจากไป ทิ้งให้เด็กสาวอยู่กับเหล่าลูกน้องของตนเพียงลำพัง เทมป์มองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะแสยะยิ้ม แต่เด็กสาวก็พอมองออกว่าเขาดูไม่ค่อยพอใจนักที่เธอมาที่นี่
"เธอไม่เหมาะกับที่นี่...กลับไปตอนนี้ยังทัน"
"ม..ไม่ค่ะ...หนูไม่มีที่ให้กลับ"
"หึ...งั้นหรอกหรอ...เอาเถอะ...ฉันชื่อเทมป์ แล้วเธอล่ะ?"
"หนูชื่อ...กะทิค่ะ"
"ฉันถามจริงๆ เธอเป็นนางบำเรอของนายหรอ?"
"เอ๊ะ...ไม่ใช่นะคะ...เขาแค่รับเลี้ยงแล้วส่งเสียเรื่องเรียนเพียงเท่านั้น"
"พูดไปก็ไม่เท่านั้น เธอคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรอก...ตามมาสิ"
เทมป์เรียกเธอให้เดินไปยังห้องห้องหนึ่งที่อยู่ใต้บันไดทางขึ้นไปชั้นสองที่อยู่ใกล้ มันเป็นห้องเดี่ยวที่ค่อนข้างมิดชิด แต่จะรกและสกปรกไปเสียหน่อยเหมือนกับห้องเก็บของ พอเทมป์เปิดประตูให้เด็กสาวเข้าไปยังที่พักของตน เธอเปิดไฟที่มีเพียงดวงเดียวห้อยไว้ติดกับเพดาน เด็กสาวมองดูรอบๆ ห้องอย่างเศร้าสร้อย
เธอไม่เคยต้องมาอยู่ห้องที่รังหนูแบบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อแม่ของเธอทำให้เธอมีชีวิตที่สุขสบายมาในบ้านหลังใหญ่ห้องนอนใหญ่ที่ถูกจัดสรรอย่างเรียบร้อย เทมป์มองดูเด็กสาวแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะปล่อยให้เด็กสาวอยู่ลำพังในห้องของเธอ กะทิอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาเพราะความคิดถึงพ่อแม่จับใจ
"ฮึกๆ..ฮือ...พ่อคะ...แม่คะ..ฮือๆ"
เทมป์ที่ยังไม่ได้เดินออกไปไหนไกลก็ได้ยินเสียงร้องไห้ที่เรียกคร่ำครวญหาพ่อแม่ดังออกมาจากในห้องที่พึ่งออกมา เขาถึงกับยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ เทมป์ก็เป็นอีกคนที่ไม่เข้าใจเจ้านายของตนว่าทำไมต้องรับเลี้ยงเด็กสาวคนนี้มา
"หึ...ยัยโง่"
ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะเดินกลับไปยังลานฝึกซ้อม ปล่อยให้เด็กสาวร้องไห้จนกว่าจะพอใจ กะทินั่งร้องไห้ไปพร้อมกับเก็บห้องของตนไปทั้งน้ำตา เธอจัดเก็บแค่ให้ดูเป็นห้องที่พอจะนอนได้บ้างและหันไปเก็บกระเป๋าที่เป้ใบเดียวที่ติดตัวเธอมา
.
.
..หลังจากที่กะทิจัดเก็บห้องของตนพร้อมกับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็เดินออกมายังลานฝึกเพื่อไปหาเทมป์และถามเขาว่าเธอต้องเริ่มทำอะไรหรือฝึกยังไง เทมป์ที่คุยโทรศัพท์อยู่ก็หันไปมองผู้มาเยือนที่เดินเข้ามาหาเขา ก่อนจะรับปากปลายสายและกดวางไป"นายเหนือสั่งให้ฉันดูแลเธอ""ค่ะ...""ห้ามเธอเข้าไปที่ผับและหอนารี...เด็ดขาด""นายเหนือได้บอกไว้แล้ว""และเธอจะต้องฝึกเหมือนทุกคนที่นี่ เธอจะเปรียบเสมอเทียบเท่ากับลูกน้องนายเหนือเพื่อทำตามสิ่งที่เธออยากทำจนกว่าจะมหาวิทยาลัยจะเปิดเทอม""แล้ว...หนูพอจะไปเดินเล่นหรือนั่งเล่นได้ที่ไหนบ้างคะ""ห้ามออกไปทางที่เข้ามาก็พอ จะเดินที่ไหนก็เรื่องของเธอ แต่ต้องทำงานช่วยที่โรงฝึกนี้ ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ทำอาหาร ซักผ้า ล้างจาน""แล้วหนูจะได้พบกับนายเหนืออีกไหมคะ?""คืนนี้นายจะเข้ามาหาเธอเอง หลังเสร็จงาน""ค่ะ"กะทิตอบแค่นั้นก่อนจะเดินตามเทมป์ไปอ่างล้างจานที่ติดกับกำแพงของโกดัง จานชามกองพะเนินอยู่ที่อ่างนั้น กะทิมองอย่างท้แท้ก่อนจะเข้าไปย
..ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงหลังจากที่กะทิกลับเข้ามาในโรงฝึก เธอเอาแต่นั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องของตนเองเงียบๆ เพราะเธอยังช็อกกับภาพที่เห็นเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ความรู้สึกขยะแขยงก่อตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เคยดื้อแล้วดูหนังโป๊กับเพื่อนมาบ้างแต่ไม่เคยพบเจอจะจะ ตา หรือสัมผัสด้วยตัวเองแบบนี้ แค่นึกถึงตอนที่ตัวเองจะโดนทำแบบนั้นตอนโดนทำมิดีมิร้ายก็รู้สึกคลื่นไส้ ถ้าการันต์ไม่ได้มาช่วยไว้เธอคงจะเป็นสภาพน่าเกลียดแบบนั้นแน่ๆก๊อกๆ“นายเหนือให้มาเรียก”“...ค่ะ”กะทิตะโกนตอบรับก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง เพราะเธอจะต้องออกไปเจอหน้าคนที่เธอพึ่งเห็นเขามีบทรักอย่างดุเดือดในสวนเมื่อครู่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องและออกไปยังลานกลางโกดังชายหนุ่มสองคนก่อนหน้านั่งคุกเข่าอยู่กลางลาน ใบหน้าฟกซ้ำและเลือดเต็มใบหน้าไปหมด คนที่ยืนอยู่หน้าชายหนุ่มทั้งสองก็คือทิศเหนือและการันต์ รวมถึงเทมป์เด็กสาวเดินเข้าไปยืนข้างๆ การันต์โดยที่ไม่กล้าเงยหน้ามองผู้เป็นนาย เธอก้มมองแต่รองเท้าหนังราคาแพงของเขาเท่านั้น ทิศเหนือยกย
..“มันคืออะไรล่ะคะ?”“มันคือ.......”“มาแล้วครับน้ำเปล่า”ปกป้องเดินเข้ามาพอดีก่อนที่ปรินทร์จะทันได้พูดจบ กะทิที่ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อก็ถึงกับทำหน้าสลด มันอาจจะเป็นหลักฐานที่สามารถบ่งบอกถึงคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอก็ได้ หญิงสาวปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหันไปยิ้มให้ปกป้อง“ขอบคุณค่ะ”"ว่าแต่คุยอะไรกันหรอครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดเชียว”“คุยเรื่องนายรึเปล่านะ”ปรินทร์พูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อน้องชาย ก่อนจะปรายตามองกะทิที่แอบทำหน้าเสียดายไม่น้อย จริงๆ เขาตั้งใจจะกระตุ้นความอยากรู้ของเธอ เพื่อหวังให้หญิงสาวเข้าไปหาเขาเองโดยที่เขาไม่ต้องไปวิ่งเต้นขอร้องทิศเหนือเพื่อพบเธอก็เท่านั้น และเหมือนว่ามันจะได้ผล ปรินทร์มั่นใจว่ากะทิจะเข้าไปหาเขาที่สน.แน่นอน หรือไม่ก็ติดต่อเขามาทางใดทางหนึ่งไม่ทันได้พูดอะไรต่อของขวัญและเดซี่ก็ถือจานเนื้อสัตว์และผักเข้ามาก่อนจะนั่งลงข้างๆ กะทิ และเริ่มย่างเนื้อที่ตักมาอย่างสนุกสนาน ปรินทร์และกะทิลอบมองกันไปมาก่อนที่ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบจะยื่นทิช
..“งั้นพี่ขอเบอร์น้องหน่อยได้ไหม? เป็นการไถ่โทษ”หนุ่มรุ่นพี่ลดโทรโข่งลงก่อนพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้ากะทิด้วยรอยยิ้มหวาน ทุกคนต่างส่งเสียงโห่เมื่อรุ่นพี่สุดหล่อเดือนคณะจอมเจ้าชู้ได้เลือกเฟรชชี่ที่ถูกใจเสียแล้ว สาวๆ ต่างพาทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจที่ตนไม่ถูกเลือกบ้าง“ขอไปทำไมคะ?”“เผื่อมีอะไรพี่จะได้แนะนำให้ไงล่ะครับ”“ที่นี่ไม่มีพี่รหัสหรอคะ?”“อู้หู้วววว วิ้วๆ”ทุกคนถูกใจกับคำตอบของกะทิที่ตอกกลับรุ่นพี่หนุ่มหน้าหล่อจนหน้าหงาย ชายหนุ่มช็อกค้างก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำตอบของเธอ หญิงสาวตรงหน้าช่างไม่เหมือนใครจนน่าสนใจ“โอเคๆ พี่ชื่อปกป้องนะ เรียกพี่ป้องก็ได้”“ค่ะ”“จ้า...คนสวยได้หมด ไม่สนแปลกๆ บ้างหรอคะพี่ปกป้องขา”“เดซี่ เดี๋ยวก็โดนทำโทษหรอก”ของขวัญสะกิดแขนเดซี่ที่พูดแหนบแนมกะทิและปกป้อง รุ่นพี่หนุ่มเกาหัวแก้เขินก่อนจะบอกบทลงโทษด้วยการให้เต้นท่าตลก เรียกเสียงเฮฮาให้กับวันรับน้องได้เป็นอย่างดี.
..(สวัสดีครับ ปรินทร์ครับ)“เอ่อ....”(ใครครับ?)“กะทิค่ะ”(....กำลังรออยู่เลย)“ค่ะ คือเรื่อง...”(ครับ...คือว่าตอนนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เธอพอจะมีเวลาออกมาเจอกันหน่อยไหม?”“ที่ไหน เมื่อไหร่คะ?”(แล้วตอนนี่เธออยู่ไหนล่ะ เดี๋ยวผมจะได้นัดที่ใกล้ๆ)“บ้านนายเหนือ”(...งั้นเป็นที่.....)“คุยกับใคร?”(........)เสียงทุ้มต่ำแทรกเข้าไปในสายจึงทำให้คนปลายสายเงียบลงไม่ทันที่จะได้นัดแนะกันให้เรียบร้อยกะทิถึงกับสะดุ้งจนโทรศัพท์ล่วงไปที่พื้นทั้งที่ยังไม่กดวางสาย สายตาคมกริบมองท่าทีของเธออย่างเรียบนิ่ง ก่อนจะหลุบตามองไปยังโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่“นายเหนือ!...”ทิศเหนือในชุดเชิ้ตสีดำทับในกางเกงสแลกดูเรียบร้อยเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกโดยไม่พูดอะไร ในขณะที่หยิบมันขึ้นมาสายตาคมก็จ้องมองเธอเขม็งก่อน
..ภายในงานครึกครื้นและเต็มไปด้วยผู้คน รวมถึงลูกน้องของทิศเหนือที่นานๆ ที จะได้มาปลดปล่อย เสียงเพลงดังไปทั่วบริเวณที่จัดงาน เป็นงานเลี้ยงถูกจัดขึ้นข้างสระว่ายน้ำภายในบ้าน คนที่ถูกเชิญมางานนี้ล้วนเป็นคนรู้จักของทิศเหนือ จะมีก็แต่เพียงเดซี่และของขวัญที่ถูกเชิญมาร่วมงานด้วยถึงแม้กะทิจะไม่ได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว แต่เธอยังคงเป็นนิสิตโดยทิศเหนือให้ข้ออ้างว่าเธอป่วยจึงไปเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ไม่ได้ แต่มีการส่งงานหรือโปรเจกต์ผ่านทางออนไลน์แทนและจ้างอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนั้นมาสอนส่วนตัวโดยให้ค่าจ้างมากกว่าเงินเดือนที่มหาวิทยาลัยถึงสองเท่ากะทิและเพื่อนทั้งสองยังคงติดต่อกันอยู่บ้าง ถึงจะไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ก็มีการวิดีโอคอลหากันตลอดด้วยเรื่องเรียนแต่ไม่บ่อยนักเพราะกะทิเองก็วุ่นอยู่แต่กับการฝึกซ้อมอย่างอื่นและหาหลักฐานเพิ่มเติมของคดีครอบครัวด้วย แต่ที่น่าแปลกใจคือปกป้องและปรินทร์ก็ได้รับเชิญมางานเลี้ยงนี้“เมื่อไหร่กะทิจะมาเนี่ย”“หล่อนก็ใจเย็นๆ สิยะ เดี๋ยวนางก็มา...แม่งานนะ จะเปิดตัวช้าก็ไม่แปลก”
..“ไม่ค่ะ ใครอยากได้ก็ลงไปเก็บเอง”“กะทิ!”กะทิยังยืนกอดอกทำหน้าเมินเฉยแม้ว่าผู้เป็นนายจะตะคอกใส่ เธอก็ยังยกยิ้มหน้าระรื่นอย่างไม่สะทกสะท้าน เมื่อม่านฟ้าเห็นว่าทิศเหนือโดนเด็กที่รับเลี้ยงเถียงและไม่เชื่อฟังเขา จึงได้ทีเดินเข้าไปหาเธอพร้อมกับง้างมือขึ้น“ยัยเด็กเนรคุณ กล้าขัดคำสั่งของนายเหนือหรอ? กรี๊ดดดดดด!”ไม่ทันที่จะฝ่ามือจะได้ตบใบหน้างามๆ ก็ถูกกะทิที่เบี่ยงตัวหลบและปัดมือเธอออก ด้วยความที่เจ้าหล่อนใส่ส้นสูงปลายแหลมและไม่ทันได้ตั้งตัวจึงทรงตัวไม่อยู่ จึงเป็นเหตุให้ร่วงลงน้ำไปตู้ม!!“ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะของคนในงานเริ่มครึกครื้น กะทิเองก็ไม่วายหันไปมองและหัวเราะกับท่าทางของม่านฟ้าที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ ทิศเหนือจ้องกะทิพร้อมกับขบกรามแน่นก่อนจะคว้าแขนของกะทิไว้“นายเหนือคะ กรี๊ดดดด ช่วยฟ้าด้วยค่ะ ฟ้าว่ายน้ำไม่เป็น”“เทมป์”“ครับนาย”เทมป์ถอดรองเท้าก่อนจะกระโดดลงน้ำไปช่วยม่านฟ้า แต่กลั
.."หึ....นี่เธอหลงรักลูกน้องของฉันแล้ว?""ถ้าใช่แล้วจะทำไมคะ?"กะทิตอบพร้อมกับเชิดหน้าอย่างท้าทาย ทิศเหนือเองก็ขมวดคิ้วแน่นกับคำตอบที่ได้รับ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาแอบมองเธออยู่ห่างๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา จึงได้ส่งการันต์เข้าไปดูแลเธอแทนเขา แต่ก็ไม่คิดว่าทั้งกะทิและลูกน้องคนสนิทไปปลูกต้นรักกันตอนไหน ภายในใจแอบคาดโทษลูกน้องตัวเองไม่น้อย ทิศเหนือขบกรามแน่นสายตาดุดันกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าพูดอย่างมั่นใจและไม่หลบตาราวกับมันเป็นความรู้สึกของเธอจริงๆ"เธอไม่มีสิทธิ์รักใคร เพราะเธอเป็นของฉัน""คุณอย่าบ้าอำนาจไปหน่อยเลย คุณไม่ใช่เจ้าของชีวิตฉัน""ชีวิตของเธอเป็นของฉันตั้งแต่วันที่ฉันรับเธอเข้ามาแล้ว กะทิ"สิ้นเสียงทุ้มของผู้เป็นนาย และไม่ทันที่เธอจะได้ต่อล้อต่อเถียงเขาอีก ทิศเหนือเจ้าของริมฝีปากหยักได้รูปก็โน้มลงไปบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธอ ลิ้นร้อนไม่อยู่นิ่ง เริ่มซุกซนเข้าไปพัวพันลิ้นเล็กที่พยายามต่อต้านอย่างไม่ปรานี กะทิพยายามดิ้นสุดตัวแต่ก็ไม่สามารถออกจากจูบร
..“อ้าว...นายเหนือยังไม่รู้หรอครับ? ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ครับ”“ฮะ?!! จริงหรอหมอ!!”ทิศเหนือเดินเข้าไปเขย่าหมอที่มาตรวจเหมือนไม่อยากเชื่อ ก่อนรอยยยิ้มจะปรากฏขึ้นความรู้สึกดีใจและสับสนงงงวยปนกันไปหมด การันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ช็อกไม่น้อยพร้อมกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจก่อนดี“ครับ หมอไม่แน่ใจว่ากี่เดือนนายเหนือพาภรรยาไปฝากครรภ์แล้วตรวจดูอีกทีที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ”“ท้อง...ลูกฉัน...”“ใช่ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...งั้นหมอขอตัวนะครับ”หมอพูดพร้อมลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นถุงยาให้ทิศเหนือ ชายหนุ่มรับมาทั้งที่ยังช็อกค้างอยู่อย่างนั้น จนหมอออกจากห้องไป ทิศเหนือมองไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ“ยินดีด้วยครับนาย...”“ขอบใจ... แต่มึงไม่เสียใจใช่ไหม?”“เสียใจอยู่ครับ แต่ดีใจมากกว่ามั้ง”การันต์พูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้ผู้เป็นนาย ทิศเหนือหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทก่อนจะตบบ่าของ
..กะทิยันร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างหมดแรง เธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืนแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้ว สภาพจิตใจของเธอบอบช้ำไปหมด เขาทำกับเธอทั้งที่รูปภาพพ่อแม่ของเธอยังกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง กะทิมองเหม่อไปยังภาพถ่ายเหล่านั้น สภาพของเธอตอนนี้เหมือนคนที่ไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้นเรียวตาสวยก้มมองรอยช้ำทั่วร่างไม่มีที่ว่างเว้นเลยแม้แต่ที่เดียว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกแล่นเข้ามาจนสีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ข้อมือที่ช้ำเป็นทาง ข้อเท้าที่ช้ำเพราะแรงบีบ หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นพร้อมกับความสมเพชตัวเองที่วิ่งตามความแค้นอย่างโง่เขลาทิศเหนือลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างบางนั่งเหม่อมองภาพเหล่านั้นที่เขาโยนใส่เธอ ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นก่อนจะมองผลงานของตนที่เต็มตัวหญิงสาวไปหมด สายตาคมมองดูอย่างเป็นห่วงแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันควันเมื่อหญิงสาวค่อยๆ หันหน้ามาทางเขาอย่างช้าๆ ไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรเขาก็ลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป กะทิมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม ทิศเหนือเด
..“ลงมา!”ทิศเหนือไม่พูดเปล่าเขาดึงกระชากแขนของกะทิแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ที่จะยอมลงจากรถแต่โดยดีเลย ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนการันต์เองก็อยู่เฉยไม่ได้“นายเหนือครับ...”“มึงไม่ต้องยุ่ง!”“.......”“ลง!! ไม่ลงใช่ไหม ได้สิกะทิ”ทิศเหนือหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทก่อนจะหันไปรวบมือของหญิงสาวแล้วเอาเข็มขัดที่มัดม้วนรัดข้อมือเล็กๆ เหมือนนักโทษ พร้อมกับกระชากเธอลงจากรถจนสำเร็จ“คุณทิศเหนือ!! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!!”ทิศเหนือไม่ฟังในสิ่งที่เธอพูด และถึงเธอจะพยายามรั้งตัวเองไม่ให้ไปตามแรงของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล ทิศเหนือลากกะทิเข้ารีสอร์ตโดยมีการันต์เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ“มึงไปพักได้แล้ว”“...ครับ นายเหนือ...”“ไม่!! พี่การันต์!! อย่าไปนะ! ช่วยฉันด้วย!”“พี่หรอ? หึ...”กะทิหันไปเรียกการันต์พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน แต่การันต์กลับทำได้แค่ยืนเฉยๆ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นนายได้ เขา
..“มาทำอะไรตรงนี้หรอครับ คุณผู้หญิง”รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อที่ใครๆ เห็นก็ต้องยอมถวายตัวเหมือนต้องมนต์สะกด ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลือล้นนั้นหุบรอยยิ้มลงทันทีที่หญิงสาวหันมาสบตา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมสายตาคมที่จ้องมองเธอเหมือนพร้อมที่จะฉีกร่างของเธอเป็นชิ้นๆ กะทิพยายามจะดึงข้อมือตัวเองออกและพยายามจะวิ่งหนีจากคนตรงหน้าคนที่เธอหนีงานแต่งงานที่ต้องแต่งกับเขา“เธอคิดจริงๆ หรอว่าจะหนีฉันพ้น?”“ฉันไม่รู้หรอกว่าจะหนีพ้นไหม แต่ถ้ามีโอกาสฉันก็จะทำ”“ฉันชอบความใจสู้ของเธอจริงๆ ถึงสิ่งที่เธอคิดทำมันจะดูโง่ไปหน่อย”“ปล่อยฉันไปเถอะ เราต่างคนต่างเป็นศัตรูกันจะอยู่ด้วยกันไปเพื่ออะไร?”“หึ...ศัตรูหรอ? เธอเป็นคนของฉันตั้งแต่คืนนั้นที่เธอยอมเป็นของฉันแล้วกะทิ”ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่เอาแต่กัดฟันแน่นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูดขึ้น การันต์มองกะทิอย่างเป็นห่วง แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอ
..ผ่านเรื่องราวยุ่งๆ ไม่เว้นมาแต่ละวัน จนในที่สุดก็ถึงงานวิวาห์ของทิศเหนือและกะทิอย่างที่เขาได้เตรียมการไว้ กะทิมองดูตัวเองในกระจกที่กำลังสวมชุดแต่งงานด้วยแววตาสับสน มันเป็นอย่างที่เขาพูดว่างานแต่งจะมีขึ้นในเดือนหน้า และนี่ก็เป็นเดือนที่เขาได้กล่าวถึงความไม่เข้าใจว่าเขามีแผนอะไรถึงรีบเร่งงานแต่งขนาดนี้ ใบหน้าสวยปิดปากสนิทสีหน้าดูเศร้าสร้อยเมื่อมองตัวเองในกระจก ภายในใจขุ่นเคืองที่ต้องใส่ชุดเจ้าสาวแล้วเข้าพิธีแต่งงานกับคนที่ทำลายครอบครัวของตัวเอง มะนาวและป้าจันทร์ที่คอยช่วยช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวมองกะทิอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีความสุขเอาเสียเลย“ยิ้มหน่อยสิลูก... วันนี้เป็นงานมงคลนะ”“พี่กะทิมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”“เปล่าหรอก... แค่...”“ไม่ต้องกลัวหรอกนะกะทิ นายเหนือตอนโสดอาจจะเจ้าชู้แต่ว่าตั้งแต่มีหนูเข้ามานายเหนือก็เปลี่ยนไป”“.........”“นายเหนือเป็นคนซื่อสัตย์คนหนึ่ง ไม่ต้องกังวลใจไป”มะนาวพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นแม่ กะทิยิ้มเจื่อนๆ ให้สองแม่ลูกก่อนจะก้มมองช่อดอกไ
..กะทิเดินออกมาจากหลังห้องอาหารแล้วเดินตรงปรี่ไปยังสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หวังว่าบรรยากาศมันจะทำให้เธอรู้สึกใจเย็นขึ้นมาบ้าง ป้าจันทร์และมะนาวต้องคอยดูแลผู้เป็นนาย ในห้องอาหารจึงไม่ได้เดินตามออกมาแต่อย่างใด เป็นการดีที่เธอจะนั่งเงียบๆ คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์บ้างทุกอย่างที่คิดกลับไม่เป็นอย่างใจ เมื่อเธอย่อนตัวเองลงนั่งที่โต๊ะไม้หินอ่อนยังไม่ทันถึงห้านาที การันต์ก็เดินตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่แปลกที่เขากลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเหมือนอย่างทุกครั้ง เขาเพียงแค่นั่งเป็นเพื่อนเธออย่างเงียบๆ“ตามมามีอะไรจะพูดก็พูดมา”“ไม่มี”“แล้วตามมาทำไม?”“คำสั่งนาย...”“เหอะ...คำสั่ง? ....งั้นกลับไปเถอะค่ะ เพราะยังไงฉันก็ไปไหนไกลไม่ได้อยู่แล้ว”“...และเป็นห่วงด้วย”คำพูดและน้ำเสียงที่อ่อนลงดูจริงจังจนเธอต้องหันไปมองใบหน้าคนพูดด้วยความอยากรู้ถึงความรู้สึกเวลาพูดออกมา การันต์จ้องมองกะทิด้วยแววตาฉายแววเป็นห่วง แต่ลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั้นแอบแฝงไปด้วยความเจ็บปวดจนคนมองรู้สึกได้แ
..เช้าวันใหม่ที่สดใสกลับต้องหนักหนาสาหัสสำหรับคนร่างเล็กทุกเช้า ความรุนแรงของเขาเมื่อคืนมันมากกว่าปกติเพราะฤทธิ์ยาจากที่ปกติเขาก็มักจะรุนแรงอยู่แล้ว ร่างบางหยัดกายลุกจากเตียงใหญ่อย่างอิดโรย มือเล็กจับไปที่แขนแกร่งของชายหนุ่มแล้วยกออกอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าเขาจะสะดุ้งตื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายทำให้คนร่างหนาปรือตาตื่นขึ้นมามองเธออย่างงัวเงีย"ตื่นแล้วหรอ?""อืม...""เจ็บหรือเปล่า?""ก็นิดหน่อย"กะทิตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้กับความปวดเมื่อยตามร่างจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่นั้น ทิศเหนือมองดูรอยช้ำเต็มร่างของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับผลงานของตน"ยิ้มอะไร? มีอะไรน่าพอใจหรอไง?""ก็...น่าพอใจอยู่"ดวงตาสวยส่งปรายตามองขวางชายหนุ่มที่หยัดกายขึ้นมานั่งเปลือยท่อนบนอวดแผงกล้ามอยู่บนเตียง ถ้าไม่ติดว่ามีผ้าห่มคงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปจนหมดเป็นแน่ กะทิเลือกที่จะไม่มองเมื่อเขาลุกขึ้นนั่งแต่เลือกที่จะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทิศเห
..ความหื่นกระหายเพิ่มเท่าทวีคูณเมื่อปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวลูบไล้ไปมาบนแผงอกแกร่ง แต่ใบหน้าของหญิงสาวอีกคนกลับทับซ้อนหญิงสาวตรงหน้า จึงเรียกสติเขาอีกครั้ง ทิศเหนือเอื้อมมือไปจับข้อมือของดุจดาวก่อนจะสะบัดมันทิ้ง“เหนือคะ! ทิศเหนือ!”โดยที่เขาไม่พูดอะไรและเดินออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล ดุจดาวมองตามหลังชายหนุ่มอย่างไม่พอใจก่อนจะลงอารมณ์โกรธกับหมอนทั้งหมดที่อยู่บนเตียง ความรู้สึกเคียดแค้นหญิงสาวที่พบเจอวันนี้เพิ่มทวีคูณ“กรี๊ดดดดด!! นังเด็กสกปรก! ฉันจะเอาทิศเหนือคืนมาให้ได้!!”เสียงกรีดร้องอย่างคับแค้นใจดังลั่นห้อง แต่ทิศเหนือกลับไม่สนใจเดินออกจากหน้าห้องนั้นกลับเข้าไปในงานแต่ก็เห็นว่างานเลิกไปแล้ว มีเพียงลูกน้องของเขาที่ยืนรอเขาอยู่เพียงเท่านั้น แต่กลับไม่เห็นลูกน้องคนสนิทอย่างการันต์ เขาจึงเข้าใจได้ว่าการันต์คงพาคู่หมั้นสาวกลับบ้านไปแล้ว“พากูกลับบ้าน”เสียงทุ้มบอกลูกน้องก่อนที่ลูกน้องจะเข้ามาพยุงผู้เป็นนายเพราะเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ และรีบพาลงไป
..กะทิหยุดยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง โดยไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใดๆ การันต์เห็นดังนั้นจึงดึงเธอเข้ามาหาตัวพร้อมกับเอาตัวเองยืนบังภาพตรงหน้า ก่อนจะก้มมองกะทิที่เงยหน้ามองเขา“อย่ามอง”“อืม..”“กลับกันเถอะ”“......”กะทิไม่ได้พูดตอบแต่กลับนิ่งเฉย สีหน้าของเธอเองก็นิ่งเฉยเช่นกัน แต่ภายในใจกลับสั่นวูบไหวไปหมด ความรู้สึกเสียใจแทรกซึมเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้ ตอนแรกเธอเคยคิดว่าเขาจะไปมีใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ตอนนี้มันกลับมีผลต่อใจเธอมากกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีกเธอไม่ชอบความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้แบบนี้เลย เพราะเธอคิดมาตลอดว่าเธอห้ามความรู้สึกได้ และมันก็แค่การมีอะไรกันโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจและเธอไม่ได้คิดจะรักเขา เพราะเธอต้องเกลียดเขา แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำให้เธอรู้สึกแย่ที่เห็นภาพนั้นขึ้นมาเสียดื้อๆกะทิเดินตามการันต์ไปที่ลานจอดรถอย่างเงียบๆ การันต์หันไปสั่งลูกน้องให้เตรียมรถเผื่อผู้เป็นนายถ้าเกิดเขาต้องการจะกลับ ก่อนจะหันไปหากะทิที่นั่งนิ่งอยู่หน้ารถข้างๆ คนขับ“กะทิ ฉันว่ามันต้องเกิดเรื่องผิดพ