.
.
“งั้นพี่ขอเบอร์น้องหน่อยได้ไหม? เป็นการไถ่โทษ”
หนุ่มรุ่นพี่ลดโทรโข่งลงก่อนพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้ากะทิด้วยรอยยิ้มหวาน ทุกคนต่างส่งเสียงโห่เมื่อรุ่นพี่สุดหล่อเดือนคณะจอมเจ้าชู้ได้เลือกเฟรชชี่ที่ถูกใจเสียแล้ว สาวๆ ต่างพาทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจที่ตนไม่ถูกเลือกบ้าง
“ขอไปทำไมคะ?”
“เผื่อมีอะไรพี่จะได้แนะนำให้ไงล่ะครับ”
“ที่นี่ไม่มีพี่รหัสหรอคะ?”
“อู้หู้วววว วิ้วๆ”
ทุกคนถูกใจกับคำตอบของกะทิที่ตอกกลับรุ่นพี่หนุ่มหน้าหล่อจนหน้าหงาย ชายหนุ่มช็อกค้างก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำตอบของเธอ หญิงสาวตรงหน้าช่างไม่เหมือนใครจนน่าสนใจ
“โอเคๆ พี่ชื่อปกป้องนะ เรียกพี่ป้องก็ได้”
“ค่ะ”
“จ้า...คนสวยได้หมด ไม่สนแปลกๆ บ้างหรอคะพี่ปกป้องขา”
“เดซี่ เดี๋ยวก็โดนทำโทษหรอก”
ของขวัญสะกิดแขนเดซี่ที่พูดแหนบแนมกะทิและปกป้อง รุ่นพี่หนุ่มเกาหัวแก้เขินก่อนจะบอกบทลงโทษด้วยการให้เต้นท่าตลก เรียกเสียงเฮฮาให้กับวันรับน้องได้เป็นอย่างดี
.
เวลาพัก
กะทิเดินเอาน้ำเปล่าไปให้การันต์ที่นั่งอดทนรอเธออยู่ตรงม้านั่งใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากที่รับน้องมากนัก การันต์หันไปมองดูขวดน้ำก่อนจะรับมาดื่มโดยไม่พูดอะไรสักคำ กะทิจึงนั่งลงข้างๆ เขา ก่อนจะมีเพื่อนใหม่ทั้งสองวิ่งมานั่งด้วย พร้อมกับแนะนำตัวเองให้การันต์รู้จักแม้เขาจะไม่ได้อยากรู้จักเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อของขวัญ เป็นเพื่อนใหม่ของกะทิ”
“ส่วนหนูชื่อเดซี่ โสดค่ะ”
“การันต์”
“ขุนพระ! หล่อแล้วยังชื่อเท่อีก แม่ปลื้มมมม”
“นี่เดซี่!...เอ่อ ขอโทษด้วยค่ะคุณการันต์”
กะทิรีบปรามเพื่อนสาวคนใหม่ที่นั่งมองการันต์ตาเป็นมัน ก่อนจะหันไปขอโทษชายหนุ่มที่เธอกันมาสร้างความรำคาญให้เขา การันต์พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะยกน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มต่อ
“คุณเขาเป็นแฟนหล่อนใช่ไหมยะ?”
พรวดดด!!
“อะ....อ้าว ไม่ใช่หรอ”
เดซี่พูดต่อด้วยความตกใจเมื่อเห็นการันต์สำลักน้ำจนพุ่งเลอะเทอะไปหมด กะทิเห็นอย่างนั้นรีบยื่นหน้าเช็ดหน้าที่ติดตัวมาให้เขาเช็ดน้ำที่หกเลอะบนตัว ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ให้สายตาอาฆาตจากการันต์
“คุณการันต์เป็นผู้ปกครองของฉันน่ะ ไม่ใช่แฟน”
“ฮะ? ผู้ปกครองยังหนุ่มยังแน่นขนาดนี้เลยหรอ ถ้ามีเธอเป็นลูกนี่ไม่ปั่มปั้มตั้งแต่14เลยหรือไง”
“ฉันอายุ32”
“ผู้ปกครองนี่หมายถึงเสี่ยเลี้ยงใช่ป่ะ?”
เดซี่พูดพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษกะทิที่ไม่บอกตนให้ชัดเจน แต่นั่นยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ การันต์จ้องมองกะทิเขม็ง เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องตั้งท่ารังเกียจเธอขนาดนั้นทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องจริงและเป็นเรื่องเข้าใจผิด
“คุณการันต์เป็นมือขวาของนายเหนือที่รับเลี้ยงฉันไว้น่ะ”
“นายเหนือ? อย่าบอกนะว่า คุณทิศเหนือ เดชาเดช”
ของขวัญพูดขึ้นก่อนที่กะทิจะพยักหน้าเป็นเชิงตอบว่ามันคือคนที่เธอเอ่ยชื่อเมื่อครู่ ไม่แปลกที่จะมีคนรู้จักเขาเพราะความหล่อเกินพระเอกและความโหดเหี้ยมเลื่องชื่อของทิศเหนือทำให้เป็นที่รู้จักทั้งในวงการไฮโซและสาวๆ ชาวบ้าน เมื่อเห็นการตอบรับจากเพื่อนสาว ของขวัญและเดซี่ถึงกับอึ้งค้างพร้อมมองหน้ากันไปมา
“เจ้าของรีสอร์ตและผับ บาร์ กาสิโน โอ้ยยย! เป็นเจ้าของเยอะมาก...คนนั้นน่ะนะ?”
กะทิพยักหน้ารับอีกครั้งอย่างมั่นใจว่าใช่คนเดียวกัน ก่อนที่เธอจะหันไปมองการันต์ที่ยังคงตีหน้าเรียบเฉย เพราะเธอไม่แน่ใจว่าเรื่องของทิศเหนือสามารถบอกเพื่อนได้หรือเปล่า แต่ถ้าการันต์ไม่ห้ามหรือมีท่าทีอะไรก็แสดงว่าไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องปิดเป็นความลับ
“กะทิเป็นนางบำเรอของนายเหนือหรอ!!”
“เบาๆ เดี๋ยวคนก็ได้แตกตื่นกันพอดี และไม่ใช่นางบำเรอด้วย”
กะทิรีบปรามของขวัญที่พูดออกมาเสียงดังฟังชัด จนโต๊ะรอบๆ เริ่มหันมองพวกเธอเป็นตาเดียว การันต์เองก็นั่งนิ่งและยังทำท่าเหมือนไม่รู้จักพวกเธออีกด้วย เพราะปกติเขาก็ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องง่ายที่เขาจะทำเป็นไม่สนใจ
ด้านปกป้องที่กำลังเดินหากะทิและเพื่อนๆ ของเธออยู่ ก็ได้หันมาตามเสียงที่ดังขึ้น ก่อนจะเห็นเป้าหมายที่เขาตั้งใจจะเข้าหาแล้วรีบเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้ม
“น้องกะทิ”
“คะ? พี่ป้อง?...มีอะไรหรือเปล่า”
ปกป้องยิ้มให้กะทิก่อนหันไปมองการันต์ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ข้างๆ เธอด้วยใบหน้าที่ดูสงสัยว่าชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ หญิงสาวที่เขาตั้งใจจะจีบคือใคร กะทิมองการันต์และปกป้องสลับกันก่อนจะเอ่ยปากบอกชายหนุ่มรุ่นพี่
“อ๋อ..นี่คุณการันต์เป็นผู้ปกครองของกะทิค่ะ ไม่ใช่แฟน”
“อ๋อ แล้วไป...สวัสดีครับ ผมปกป้องเป็นรุ่นพี่ของน้องกะทิ”
“ครับ”
“ถ้าผู้ปกครองไม่ว่าอะไร ผมขอจีบน้องได้ไหมครับ?”
“........”
การันต์นิ่งเงียบไม่ตอบ เพราะเขาไม่ใช่คนที่จะมาอนุญาตเรื่องนี้ได้ มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทิศเหนือที่เป็นคนรับเลี้ยงกะทิเท่านั้นไม่ใช่เขา กะทิมองปกป้องอย่างอึ้งๆ ที่กล้ามาพูดแบบนี้ต่อหน้าการันต์มือขวาของผู้รับเลี้ยงของเธอ
“ขอจีบกับผู้ปกครองแบบนี้...จริงจังหรอคะ คุณพี่ปกป้องขา”
เดซี่เอ่ยถามด้วยท่าทีขวยเขินแทนเพื่อนสาวของเธอก่อนจะผลักหนุ่มรุ่นพี่เบาๆ อย่างเขินๆ เหมือนกับเขาจะจีบเจ้าตัวยังไงอย่างนั้น ปกป้องยิ้มพร้อมกับพยักหน้ารับ และยังคงรอคอยคำตอบของผู้ปกครองของเธออย่างการันต์ด้วยสายตาแน่วแน่
“พี่ป้องคะ คือว่า....เอ่อ...เรื่องนี้เราค่อยคุยกันดีกว่านะคะ”
“น้องกะทิพูดแบบนี้แสดงว่าจะยอมให้พี่คุยด้วยใช่ไหมครับ”
“เอ่อ ค่ะๆ พี่อยากได้เบอร์ใช่ไหมคะ?”
“ครับ”
กะทิรีบกดเบอร์โทรศัพท์ของตนให้กับปกป้องเพื่อเลี่ยงที่จะสร้างปัญหาให้การันต์เพิ่ม เพราะดูเหมือนเขาจะเริ่มหงุดหงิดไม่น้อยที่คนเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเขาแถมยังเป็นเป้าสายตาอีก เมื่อปกป้องได้เบอร์ไปก็เอ่ยขอบคุณเธอและการันต์ก่อนจะรีบไปเตรียมงานกิจกรรมรับน้องในช่วงรอบบ่ายอย่างอารมณ์ดี
“เย็นนี้ไปกินหมูกระทะเลี้ยงฉลองที่ได้เพื่อนใหม่กัน”
“เอาสิๆ อยากคุยกับพวกเธอจะแย่แล้ว”
เดซี่เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นตามด้วยของขวัญที่พยักหน้าเห็นด้วย เว้นแต่เพียงกะทิที่ยังนั่งเงียบและมองการันต์เพราะเธอกำลังชั่งใจว่าจะขออนุญาตเขาดีไหม
“...ฉันมีงานช่วงบ่าย”
“งั้นเดี๋ยวฉันกลับเองก็ได้ค่ะ ขอไปกับเพื่อนนะคะ”
“อืม ตามใจแต่อย่ากลับเกินสี่ทุ่ม”
การันต์พูดจบก็ลุกขึ้นมองนาฬิกาแล้วเดินไปที่รถของตนก่อนจะขับออกไป กะทิและเพื่อนยิ้มอย่างดีใจที่จะได้คุยกันตามประสาเพื่อนใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนที่ทั้งสามลุกขึ้นแล้วไปรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมรับน้องอีกครั้งในช่วงบ่าย
.
.
ตกเย็น
เพื่อนสาวทั้งสามเดินเข้าร้านหมูกระทะใกล้ๆ มอก่อนจะสอดส่องสายตาหาที่นั่ง แต่สายตาของเดซี่ก็ไปสะดุดกับใครคนหนึ่งจนเธอถึงกับต้องสะกิดเพื่อนตัวเล็กอย่างกะทิ
“ฉันว่าแกกับพี่ป้องเป็นเนื้อคู่กันแน่ๆ เลย”
“ฮะ? ...”
“ว่าไงสาวๆ มาทานข้าวเย็นหรอครับ”
ไม่ทันที่จะได้หายสงสัยเจ้าตัวก็เดินเข้าไปทักทายพวกเธอเสียแล้ว ทั้งสามยิ้มก่อนจะพยักหน้า ปกป้องจึงหันไปมองโต๊ะของตนก่อนจะหันกลับมาพูดกับพวกเธอที่ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่ เพราะไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอรุ่นพี่สุดหล่อที่นี่
“ไปนั่งทานด้วยกันไหม? พี่มากับพี่ชายน่ะ”
“รบกวนเปล่าๆ ค่ะ”
“น้องกะทิอย่าพูดแบบนั้นสิครับ พี่จะได้แนะนำให้พี่ชายพี่รู้จักด้วย”
“ในฐานะอะไรคะคุณพี่ป้องขา”
“แฟนในอนาคต”
ปกป้องตอบรับมุกของเดซี่อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพาพวกเธอไปยังโต๊ะที่เขานั่งอยู่ก่อนแล้ว กะทิยกมือไหว้พี่ชายของปกป้องก่อนจะค้างอยู่อย่างนั้นด้วยความอึ้งไม่ต่างจากชายหนุ่มในเครื่องแบบที่อึ้งไม่แพ้กัน
“เธอ...อิสรินทร์หรอ?”
“สวัสดีค่ะ...คุณตำรวจ..”
“อ้าว รู้จักกันมาก่อนหรอ?”
“ก็.....”
ปกป้องถามขึ้นอย่างสงสัย ปรินทร์มองกะทิที่ก้มหน้าลงเล็กน้อยเหมือนกลัวว่าเขาจะพูดเรื่องของเธอ ปรินทร์มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้ามันแตกต่างจากคืนนั้นเมื่อหลายเดือนก่อนมากนัก เธอดูดีขึ้นเยอะไม่เหมือนกับเด็กเปื้อนโคลนในคืนนั้น เขาที่พยายามขอพบเธออยู่หลายครั้งที่รีสอร์ตของเดชาเดช แต่ทิศเหนือกันท่าไม่ให้เข้าพบเลยสักครั้ง และก็ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกันในที่แบบนี้ หรือว่าโชคเข้าข้างเขากันนะ
“รู้จักเผินๆ น่ะ ฉันรู้จักกับคนที่ดูแลเธอ”
“อ๋อ แล้วไป...พี่มีอะไรชอบไม่บอกผม นึกว่าเคยเป็นสาวๆ ที่พี่จีบไว้ซะอีก”
“บ้าน่า ฉันไม่จีบเด็กขนาดนี้หรอก”
“อย่ามาทำเป็นพูดหน่อยเลย คนควงล่าสุดก็เด็กมหาวิทยาลัยไม่ใช่?”
ปรินทร์ส่ายหน้าให้กับน้องชายตัวเองอย่างยิ้มๆ ก่อนจะหันไปเชิญทั้งสามนั่งอย่างเป็นกันเอง ของขวัญและเดซี่ขอตัวไปตักอาหารพร้อมกับบอกว่ากะทิให้นั่งคุยกับรุ่นพี่และปรินทร์ไป เดี๋ยวพวกเธออาสาตักอาหารมาให้
หลังจากที่สองสาวเดินออกไปตักอาหาร กะทิก็ได้แต่นั่งเกร็งไม่พูดไม่จาอะไร ปรินทร์เห็นดังนั้นจึงพยายามชวนคุยปกติ แต่ก็ได้รับคำตอบแค่สั้นๆ ถามคำตอบคำ เขามองดูก็รู้ว่าเธอคงกลัวความลับของเธอจะรั่วไหล แต่เขาก็อยากถามเรื่องราวมากมายจากคดีของครอบครัวเธอแต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่ดีนัก
“น้องกะทิจะดื่มน้ำอะไรไหม? เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้”
เมื่อปกป้องเห็นว่ากะทินั่งเกร็งอยู่นานและยังไม่ได้ทานอะไรแม้แต่น้ำ เขาจึงอาสาไปเอาน้ำมาให้เธอแทนอย่างใส่ใจ คล้ายๆ กับทำคะแนนไปในตัวด้วย
“น้ำเปล่าก็ได้ค่ะ”
“เธอไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรอ?”
“เอ่อ...นายเหนือไม่ให้ดื่มค่ะ”
“อ๋อ...”
ปรินทร์ถามขึ้น แต่พอได้ยินคำตอบของหญิงสาวตรงหน้าก็พยักหน้าเข้าใจ แม้ในหัวจะติดใจอยากถามเรื่องของเธอมากแค่ไหน แต่คงต้องรอน้องชายของตนแยกออกไปก่อน พอสิ้นความคิดปกป้องก็พยักหน้ารับแล้วเดินออกไปกดน้ำมาให้ สายตาปรินทร์เปลี่ยนไปเป็นจริงจังเมื่อได้อยู่กันสองคนกับหญิงสาว ความเป็นตำรวจปรากฏขึ้นมาทันทีที่มีจังหวะ
“เธอ”
“........”
“ไปอยู่กับทิศเหนือเป็นยังไงบ้าง? มันทำอะไรเธอรึเปล่า?”
“ไม่ค่ะ นายเหนือส่งเรียนและจัดการค่าใช้จ่ายทุกอย่าง”
“คดีเรื่องครอบครัวเธอ ทางเราได้ความคืบหน้าบ้างแล้ว”
“ยังไงคะ? ...”
“เราไปเจอหลักฐานชิ้นหนึ่งที่เธออาจจะไม่อยากเชื่อเลยก็ได้”
“มันคืออะไรล่ะคะ?”
“มันคือ.......”
.
.
..(สวัสดีครับ ปรินทร์ครับ)“เอ่อ....”(ใครครับ?)“กะทิค่ะ”(....กำลังรออยู่เลย)“ค่ะ คือเรื่อง...”(ครับ...คือว่าตอนนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เธอพอจะมีเวลาออกมาเจอกันหน่อยไหม?”“ที่ไหน เมื่อไหร่คะ?”(แล้วตอนนี่เธออยู่ไหนล่ะ เดี๋ยวผมจะได้นัดที่ใกล้ๆ)“บ้านนายเหนือ”(...งั้นเป็นที่.....)“คุยกับใคร?”(........)เสียงทุ้มต่ำแทรกเข้าไปในสายจึงทำให้คนปลายสายเงียบลงไม่ทันที่จะได้นัดแนะกันให้เรียบร้อยกะทิถึงกับสะดุ้งจนโทรศัพท์ล่วงไปที่พื้นทั้งที่ยังไม่กดวางสาย สายตาคมกริบมองท่าทีของเธออย่างเรียบนิ่ง ก่อนจะหลุบตามองไปยังโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่“นายเหนือ!...”ทิศเหนือในชุดเชิ้ตสีดำทับในกางเกงสแลกดูเรียบร้อยเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกโดยไม่พูดอะไร ในขณะที่หยิบมันขึ้นมาสายตาคมก็จ้องมองเธอเขม็งก่อน
..ภายในงานครึกครื้นและเต็มไปด้วยผู้คน รวมถึงลูกน้องของทิศเหนือที่นานๆ ที จะได้มาปลดปล่อย เสียงเพลงดังไปทั่วบริเวณที่จัดงาน เป็นงานเลี้ยงถูกจัดขึ้นข้างสระว่ายน้ำภายในบ้าน คนที่ถูกเชิญมางานนี้ล้วนเป็นคนรู้จักของทิศเหนือ จะมีก็แต่เพียงเดซี่และของขวัญที่ถูกเชิญมาร่วมงานด้วยถึงแม้กะทิจะไม่ได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว แต่เธอยังคงเป็นนิสิตโดยทิศเหนือให้ข้ออ้างว่าเธอป่วยจึงไปเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ไม่ได้ แต่มีการส่งงานหรือโปรเจกต์ผ่านทางออนไลน์แทนและจ้างอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนั้นมาสอนส่วนตัวโดยให้ค่าจ้างมากกว่าเงินเดือนที่มหาวิทยาลัยถึงสองเท่ากะทิและเพื่อนทั้งสองยังคงติดต่อกันอยู่บ้าง ถึงจะไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ก็มีการวิดีโอคอลหากันตลอดด้วยเรื่องเรียนแต่ไม่บ่อยนักเพราะกะทิเองก็วุ่นอยู่แต่กับการฝึกซ้อมอย่างอื่นและหาหลักฐานเพิ่มเติมของคดีครอบครัวด้วย แต่ที่น่าแปลกใจคือปกป้องและปรินทร์ก็ได้รับเชิญมางานเลี้ยงนี้“เมื่อไหร่กะทิจะมาเนี่ย”“หล่อนก็ใจเย็นๆ สิยะ เดี๋ยวนางก็มา...แม่งานนะ จะเปิดตัวช้าก็ไม่แปลก”
..“ไม่ค่ะ ใครอยากได้ก็ลงไปเก็บเอง”“กะทิ!”กะทิยังยืนกอดอกทำหน้าเมินเฉยแม้ว่าผู้เป็นนายจะตะคอกใส่ เธอก็ยังยกยิ้มหน้าระรื่นอย่างไม่สะทกสะท้าน เมื่อม่านฟ้าเห็นว่าทิศเหนือโดนเด็กที่รับเลี้ยงเถียงและไม่เชื่อฟังเขา จึงได้ทีเดินเข้าไปหาเธอพร้อมกับง้างมือขึ้น“ยัยเด็กเนรคุณ กล้าขัดคำสั่งของนายเหนือหรอ? กรี๊ดดดดดด!”ไม่ทันที่จะฝ่ามือจะได้ตบใบหน้างามๆ ก็ถูกกะทิที่เบี่ยงตัวหลบและปัดมือเธอออก ด้วยความที่เจ้าหล่อนใส่ส้นสูงปลายแหลมและไม่ทันได้ตั้งตัวจึงทรงตัวไม่อยู่ จึงเป็นเหตุให้ร่วงลงน้ำไปตู้ม!!“ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะของคนในงานเริ่มครึกครื้น กะทิเองก็ไม่วายหันไปมองและหัวเราะกับท่าทางของม่านฟ้าที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ ทิศเหนือจ้องกะทิพร้อมกับขบกรามแน่นก่อนจะคว้าแขนของกะทิไว้“นายเหนือคะ กรี๊ดดดด ช่วยฟ้าด้วยค่ะ ฟ้าว่ายน้ำไม่เป็น”“เทมป์”“ครับนาย”เทมป์ถอดรองเท้าก่อนจะกระโดดลงน้ำไปช่วยม่านฟ้า แต่กลั
.."หึ....นี่เธอหลงรักลูกน้องของฉันแล้ว?""ถ้าใช่แล้วจะทำไมคะ?"กะทิตอบพร้อมกับเชิดหน้าอย่างท้าทาย ทิศเหนือเองก็ขมวดคิ้วแน่นกับคำตอบที่ได้รับ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาแอบมองเธออยู่ห่างๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา จึงได้ส่งการันต์เข้าไปดูแลเธอแทนเขา แต่ก็ไม่คิดว่าทั้งกะทิและลูกน้องคนสนิทไปปลูกต้นรักกันตอนไหน ภายในใจแอบคาดโทษลูกน้องตัวเองไม่น้อย ทิศเหนือขบกรามแน่นสายตาดุดันกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าพูดอย่างมั่นใจและไม่หลบตาราวกับมันเป็นความรู้สึกของเธอจริงๆ"เธอไม่มีสิทธิ์รักใคร เพราะเธอเป็นของฉัน""คุณอย่าบ้าอำนาจไปหน่อยเลย คุณไม่ใช่เจ้าของชีวิตฉัน""ชีวิตของเธอเป็นของฉันตั้งแต่วันที่ฉันรับเธอเข้ามาแล้ว กะทิ"สิ้นเสียงทุ้มของผู้เป็นนาย และไม่ทันที่เธอจะได้ต่อล้อต่อเถียงเขาอีก ทิศเหนือเจ้าของริมฝีปากหยักได้รูปก็โน้มลงไปบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธอ ลิ้นร้อนไม่อยู่นิ่ง เริ่มซุกซนเข้าไปพัวพันลิ้นเล็กที่พยายามต่อต้านอย่างไม่ปรานี กะทิพยายามดิ้นสุดตัวแต่ก็ไม่สามารถออกจากจูบร
..หลังจากจบงานเลี้ยงวันเกิดที่แสนวุ่นวายกะทิก็ได้ถูกพาตัวมายังห้องนอนหรูบนชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ที่เธอไม่เคยขึ้นไปแม้สักครั้งตั้งแต่อยู่มา เพราะเป็นที่ต้องห้ามที่นายเหนือของบ้านสั่งห้ามทุกคนไว้อีกด้วยกะทิเดินเข้าห้องมาอย่างอาจหาญแต่ภายในใจก็มีหวาดหวั่นอยู่บ้าง เพราะไม่รู้ว่าจะต้องมาเจอกับอะไรบ้าง ภายในห้องนอนที่มีโต๊ะทำงานขนาดเล็กอยู่ในห้องข้างโต๊ะทำงานในห้องนอนมีตู้เซฟติดผนังอยู่ ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานขนาดนั้นเล็กนั้นก็คือเตียงนอนสีดำขนาดใหญ่ กะทิมองไปไม่รอบๆ ห้องก็ไม่เห็นเงาของผู้ที่บังคับเธอให้มานอนที่นี่เลยหญิงสาวมองเห็นว่าไม่มีใครจึงเดินไปที่โต๊ะทำงานอย่างใจกล้า ภายในหัวคิดว่าถ้าพ่อแม่ของเธอเคยทำงานที่นี่จะต้องมีประวัติหรือร่องรอยที่เกี่ยวกับการทำงานของพ่อแม่เธอหลงเหลืออยุ่บ้าง เพราะเธอไม่มีโอกาสได้เข้าห้องทำงานของผู้รับเลี้ยงที่อ้างตัวว่าเป็นคนสนิทของพ่อแม่เธอ ด้วยความคิดตื้นๆ ของหญิงสาวว่า อาจจะมีหลักฐานสำคัญซ่อนอยู่ในห้องนอนนี้บ้าง โดยเฉพาะหลักฐานที่พอจะบ่งชี้ว่าใครคือศัตรูของพ่อแม่เธอบ้าง"ทำอะไร"
..“เข้ามาสักทีเถอะ...นายเหนือขา”กะทิพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วขัดหูของทิศเหนือไม่น้อย ร่างสูงเดินเข้าไปหวังจะคว้าตัวของหญิงสาวที่ยืนตั้งท่าพร้อมสู้อยู่บนเตียง แต่เธอกลับกระโดดหลบไปอีกฝากของเตียงใหญ่นั้น แล้วทั้งสองวิ่งวนไล่จับกันไปมารอบเตียงกว้างอยู่นานอย่างไม่มีใครยอมใคร ความเหนื่อยหอบเท่านั้นที่ทำให้คนทั้งคู่ถึงหยุดยืนจ้องกันอยู่คนละฟากฝั่งแทน“แฮ่กๆ ...เดี๋ยวก่อนนะ นี่เราจะวิ่งไล่จับกันเป็นเด็กๆ หรือไง?”“นายเหนือก็เลิกไล่ฉันก่อนสิ...เฮ้อ...จะบ้าตาย...ส่งเอกสารมาดีๆ ก็จบแล้ว”ในขณะที่เธอยืนพักเหนื่อยแล้วเอามือที่ตั้งท่าเหมือนพร้อมจะต่อสู้เมื่อครู่ไปเท้าสะเอวแทน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นเพื่อให้ตัวเองหายใจได้เต็มปอด ทิศเหนือเห็นอย่างนั้นจึงค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้โดยไม่ให้เธอรู้ตัวก่อนจะกระโดดคว้าตัวเธอไว้แล้วล้มลงไปกองที่เตียงกว้างพร้อมกัน“กรี๊ดดดดดด! เล่นที่เผลอนี่”“ไม่มีใครเขาเผลอตอนศัตรูยืนอยู่หรอกนะ”กะทิพยายามดิ้นอยู่ใต้อ้อมแขนแกร่
..ทั้งสองร่างพร้อมใจกันโอนเอนล้มลงไปกับเตียงใหญ่ แม้ว่าทิศเหนืออยากจะฉีกกระชากเสื้อผ้าเธอออกตามแรงอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นแค่ไหนก็ทำได้เพียงข่มใจ เพราะเขารู้ดีว่านี่คือครั้งแรกของหญิงสาวบทจูบที่อ่อนหวานเริ่มเร้าร้อนและรุนแรงขึ้นตามอารมณ์ที่สัมพันธ์กันของคนทั้งสอง ร่างกายสองร่างบดเบียดกันไปมาอย่างหิวกระหายมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่มีเสื้อผ้ากั้นอยู่ ริมฝีปากบดสู้กันอย่างไม่ลดละและไม่มีใครยอมใคร แก่นกายใหญ่โตแน่นตึงเต็มกางเกงจนแทบจะล้นออกมาทักทายหญิงสาว เพราะมันดันไปแนบทับกับจุดกึ่งกลางนิ่มนิ่มที่ถูไถบดเบียดกันไปมาตามแรงอารมณ์“อืมมม...จะทนไม่ไหวแล้ว”“อืออออ.....”เสียงแหบพร่าของทิศเหนือกระซิบไปที่ข้างใบหูเล็ก ก่อนจะก้มลงไปขบเม้มที่ลำคอสวย มือหนาจับต้นขาที่กระโปรงแหวกขึ้นสูงพร้อมกับลูบไล้ไปมา และล่วงเข้าไปใต้กระโปรง ทั้งที่ใบหน้าหล่อคงซุกไซ้ตรงซอกคอระหงส์กะทิเงยหน้าขึ้นพร้อมยินดีปรีดาให้เขาได้ดอมดมไปทั่ว ทิศเหนือชะงักมองสีหน้าของหญิงสาวที่กำลังอารมณ์พลุ่งพล่าน ก็ยิ่งทำให้เขาฮึกเหิมกว่าเดิม เขาหยัดตัวขึ้นก่อนจะฉ
..แม้ชายหนุ่มจะอายุขึ้นเลขสามแล้วแต่เรี่ยวแรงยังไม่แผ่วลงเลย พึ่งจะยอมหยุดก็ตอบฟ้าสาง หลังจากผ่านการรบศึกรักมา กะทิก็ยังคงนอนลืมตาอยู่อย่างนั้น ภายในหัวคิดว่านี่คงเป็นสิ่งที่เขาต้องการสำหรับการตอบแทนจากเธอ กะทิยกแขนแกร่งของเขาที่กอดก่ายเธอไว้ออก แล้วยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงใหญ่ที่มีชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่านายเหนือกำลังนอนหลับสนิทในห้วงนิทรากะทิหันไปมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ย่องฝีเท้าให้เบาที่สุดและแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตของเขาที่ถูกเหวี่ยงทิ้งไว้ แล้วออกจากห้องไป หลังจากที่กะทิออกมาจากห้องได้สำเร็จก็หันไปเห็นการันต์ยืนทำหน้าขรึมอยู่หน้าห้อง สายตาของเขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถาม“ไม่ทราบว่าคุณหนูรีบออกมาทำไม?”“จะให้นอนโก่งก้นรอรับแสงตะวันรึไง”“เฮ้อ...เธอนี่นะ ถ้านายเหนือตื่นขึ้นมาไม่เห็นเธอล่ะก็...”“นั่นมันเป็นปัญหาของพวกนายไม่เกี่ยวกับฉัน”กะทิพูดจบก็เดินเอามือไขว้หลังแล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์ดีที่วันนี้ยั่วโมโหผู้ดูแลหนุ่มหน้านิ่งให้ขมวดคิ้วได้ พร้อมกับกุมขมั
..“อ้าว...นายเหนือยังไม่รู้หรอครับ? ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ครับ”“ฮะ?!! จริงหรอหมอ!!”ทิศเหนือเดินเข้าไปเขย่าหมอที่มาตรวจเหมือนไม่อยากเชื่อ ก่อนรอยยยิ้มจะปรากฏขึ้นความรู้สึกดีใจและสับสนงงงวยปนกันไปหมด การันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ช็อกไม่น้อยพร้อมกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจก่อนดี“ครับ หมอไม่แน่ใจว่ากี่เดือนนายเหนือพาภรรยาไปฝากครรภ์แล้วตรวจดูอีกทีที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ”“ท้อง...ลูกฉัน...”“ใช่ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...งั้นหมอขอตัวนะครับ”หมอพูดพร้อมลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นถุงยาให้ทิศเหนือ ชายหนุ่มรับมาทั้งที่ยังช็อกค้างอยู่อย่างนั้น จนหมอออกจากห้องไป ทิศเหนือมองไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ“ยินดีด้วยครับนาย...”“ขอบใจ... แต่มึงไม่เสียใจใช่ไหม?”“เสียใจอยู่ครับ แต่ดีใจมากกว่ามั้ง”การันต์พูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้ผู้เป็นนาย ทิศเหนือหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทก่อนจะตบบ่าของ
..กะทิยันร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างหมดแรง เธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืนแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้ว สภาพจิตใจของเธอบอบช้ำไปหมด เขาทำกับเธอทั้งที่รูปภาพพ่อแม่ของเธอยังกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง กะทิมองเหม่อไปยังภาพถ่ายเหล่านั้น สภาพของเธอตอนนี้เหมือนคนที่ไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้นเรียวตาสวยก้มมองรอยช้ำทั่วร่างไม่มีที่ว่างเว้นเลยแม้แต่ที่เดียว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกแล่นเข้ามาจนสีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ข้อมือที่ช้ำเป็นทาง ข้อเท้าที่ช้ำเพราะแรงบีบ หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นพร้อมกับความสมเพชตัวเองที่วิ่งตามความแค้นอย่างโง่เขลาทิศเหนือลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างบางนั่งเหม่อมองภาพเหล่านั้นที่เขาโยนใส่เธอ ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นก่อนจะมองผลงานของตนที่เต็มตัวหญิงสาวไปหมด สายตาคมมองดูอย่างเป็นห่วงแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันควันเมื่อหญิงสาวค่อยๆ หันหน้ามาทางเขาอย่างช้าๆ ไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรเขาก็ลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป กะทิมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม ทิศเหนือเด
..“ลงมา!”ทิศเหนือไม่พูดเปล่าเขาดึงกระชากแขนของกะทิแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ที่จะยอมลงจากรถแต่โดยดีเลย ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนการันต์เองก็อยู่เฉยไม่ได้“นายเหนือครับ...”“มึงไม่ต้องยุ่ง!”“.......”“ลง!! ไม่ลงใช่ไหม ได้สิกะทิ”ทิศเหนือหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทก่อนจะหันไปรวบมือของหญิงสาวแล้วเอาเข็มขัดที่มัดม้วนรัดข้อมือเล็กๆ เหมือนนักโทษ พร้อมกับกระชากเธอลงจากรถจนสำเร็จ“คุณทิศเหนือ!! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!!”ทิศเหนือไม่ฟังในสิ่งที่เธอพูด และถึงเธอจะพยายามรั้งตัวเองไม่ให้ไปตามแรงของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล ทิศเหนือลากกะทิเข้ารีสอร์ตโดยมีการันต์เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ“มึงไปพักได้แล้ว”“...ครับ นายเหนือ...”“ไม่!! พี่การันต์!! อย่าไปนะ! ช่วยฉันด้วย!”“พี่หรอ? หึ...”กะทิหันไปเรียกการันต์พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน แต่การันต์กลับทำได้แค่ยืนเฉยๆ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นนายได้ เขา
..“มาทำอะไรตรงนี้หรอครับ คุณผู้หญิง”รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อที่ใครๆ เห็นก็ต้องยอมถวายตัวเหมือนต้องมนต์สะกด ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลือล้นนั้นหุบรอยยิ้มลงทันทีที่หญิงสาวหันมาสบตา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมสายตาคมที่จ้องมองเธอเหมือนพร้อมที่จะฉีกร่างของเธอเป็นชิ้นๆ กะทิพยายามจะดึงข้อมือตัวเองออกและพยายามจะวิ่งหนีจากคนตรงหน้าคนที่เธอหนีงานแต่งงานที่ต้องแต่งกับเขา“เธอคิดจริงๆ หรอว่าจะหนีฉันพ้น?”“ฉันไม่รู้หรอกว่าจะหนีพ้นไหม แต่ถ้ามีโอกาสฉันก็จะทำ”“ฉันชอบความใจสู้ของเธอจริงๆ ถึงสิ่งที่เธอคิดทำมันจะดูโง่ไปหน่อย”“ปล่อยฉันไปเถอะ เราต่างคนต่างเป็นศัตรูกันจะอยู่ด้วยกันไปเพื่ออะไร?”“หึ...ศัตรูหรอ? เธอเป็นคนของฉันตั้งแต่คืนนั้นที่เธอยอมเป็นของฉันแล้วกะทิ”ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่เอาแต่กัดฟันแน่นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูดขึ้น การันต์มองกะทิอย่างเป็นห่วง แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอ
..ผ่านเรื่องราวยุ่งๆ ไม่เว้นมาแต่ละวัน จนในที่สุดก็ถึงงานวิวาห์ของทิศเหนือและกะทิอย่างที่เขาได้เตรียมการไว้ กะทิมองดูตัวเองในกระจกที่กำลังสวมชุดแต่งงานด้วยแววตาสับสน มันเป็นอย่างที่เขาพูดว่างานแต่งจะมีขึ้นในเดือนหน้า และนี่ก็เป็นเดือนที่เขาได้กล่าวถึงความไม่เข้าใจว่าเขามีแผนอะไรถึงรีบเร่งงานแต่งขนาดนี้ ใบหน้าสวยปิดปากสนิทสีหน้าดูเศร้าสร้อยเมื่อมองตัวเองในกระจก ภายในใจขุ่นเคืองที่ต้องใส่ชุดเจ้าสาวแล้วเข้าพิธีแต่งงานกับคนที่ทำลายครอบครัวของตัวเอง มะนาวและป้าจันทร์ที่คอยช่วยช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวมองกะทิอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีความสุขเอาเสียเลย“ยิ้มหน่อยสิลูก... วันนี้เป็นงานมงคลนะ”“พี่กะทิมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”“เปล่าหรอก... แค่...”“ไม่ต้องกลัวหรอกนะกะทิ นายเหนือตอนโสดอาจจะเจ้าชู้แต่ว่าตั้งแต่มีหนูเข้ามานายเหนือก็เปลี่ยนไป”“.........”“นายเหนือเป็นคนซื่อสัตย์คนหนึ่ง ไม่ต้องกังวลใจไป”มะนาวพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นแม่ กะทิยิ้มเจื่อนๆ ให้สองแม่ลูกก่อนจะก้มมองช่อดอกไ
..กะทิเดินออกมาจากหลังห้องอาหารแล้วเดินตรงปรี่ไปยังสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หวังว่าบรรยากาศมันจะทำให้เธอรู้สึกใจเย็นขึ้นมาบ้าง ป้าจันทร์และมะนาวต้องคอยดูแลผู้เป็นนาย ในห้องอาหารจึงไม่ได้เดินตามออกมาแต่อย่างใด เป็นการดีที่เธอจะนั่งเงียบๆ คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์บ้างทุกอย่างที่คิดกลับไม่เป็นอย่างใจ เมื่อเธอย่อนตัวเองลงนั่งที่โต๊ะไม้หินอ่อนยังไม่ทันถึงห้านาที การันต์ก็เดินตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่แปลกที่เขากลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเหมือนอย่างทุกครั้ง เขาเพียงแค่นั่งเป็นเพื่อนเธออย่างเงียบๆ“ตามมามีอะไรจะพูดก็พูดมา”“ไม่มี”“แล้วตามมาทำไม?”“คำสั่งนาย...”“เหอะ...คำสั่ง? ....งั้นกลับไปเถอะค่ะ เพราะยังไงฉันก็ไปไหนไกลไม่ได้อยู่แล้ว”“...และเป็นห่วงด้วย”คำพูดและน้ำเสียงที่อ่อนลงดูจริงจังจนเธอต้องหันไปมองใบหน้าคนพูดด้วยความอยากรู้ถึงความรู้สึกเวลาพูดออกมา การันต์จ้องมองกะทิด้วยแววตาฉายแววเป็นห่วง แต่ลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั้นแอบแฝงไปด้วยความเจ็บปวดจนคนมองรู้สึกได้แ
..เช้าวันใหม่ที่สดใสกลับต้องหนักหนาสาหัสสำหรับคนร่างเล็กทุกเช้า ความรุนแรงของเขาเมื่อคืนมันมากกว่าปกติเพราะฤทธิ์ยาจากที่ปกติเขาก็มักจะรุนแรงอยู่แล้ว ร่างบางหยัดกายลุกจากเตียงใหญ่อย่างอิดโรย มือเล็กจับไปที่แขนแกร่งของชายหนุ่มแล้วยกออกอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าเขาจะสะดุ้งตื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายทำให้คนร่างหนาปรือตาตื่นขึ้นมามองเธออย่างงัวเงีย"ตื่นแล้วหรอ?""อืม...""เจ็บหรือเปล่า?""ก็นิดหน่อย"กะทิตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้กับความปวดเมื่อยตามร่างจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่นั้น ทิศเหนือมองดูรอยช้ำเต็มร่างของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับผลงานของตน"ยิ้มอะไร? มีอะไรน่าพอใจหรอไง?""ก็...น่าพอใจอยู่"ดวงตาสวยส่งปรายตามองขวางชายหนุ่มที่หยัดกายขึ้นมานั่งเปลือยท่อนบนอวดแผงกล้ามอยู่บนเตียง ถ้าไม่ติดว่ามีผ้าห่มคงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปจนหมดเป็นแน่ กะทิเลือกที่จะไม่มองเมื่อเขาลุกขึ้นนั่งแต่เลือกที่จะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทิศเห
..ความหื่นกระหายเพิ่มเท่าทวีคูณเมื่อปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวลูบไล้ไปมาบนแผงอกแกร่ง แต่ใบหน้าของหญิงสาวอีกคนกลับทับซ้อนหญิงสาวตรงหน้า จึงเรียกสติเขาอีกครั้ง ทิศเหนือเอื้อมมือไปจับข้อมือของดุจดาวก่อนจะสะบัดมันทิ้ง“เหนือคะ! ทิศเหนือ!”โดยที่เขาไม่พูดอะไรและเดินออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล ดุจดาวมองตามหลังชายหนุ่มอย่างไม่พอใจก่อนจะลงอารมณ์โกรธกับหมอนทั้งหมดที่อยู่บนเตียง ความรู้สึกเคียดแค้นหญิงสาวที่พบเจอวันนี้เพิ่มทวีคูณ“กรี๊ดดดดด!! นังเด็กสกปรก! ฉันจะเอาทิศเหนือคืนมาให้ได้!!”เสียงกรีดร้องอย่างคับแค้นใจดังลั่นห้อง แต่ทิศเหนือกลับไม่สนใจเดินออกจากหน้าห้องนั้นกลับเข้าไปในงานแต่ก็เห็นว่างานเลิกไปแล้ว มีเพียงลูกน้องของเขาที่ยืนรอเขาอยู่เพียงเท่านั้น แต่กลับไม่เห็นลูกน้องคนสนิทอย่างการันต์ เขาจึงเข้าใจได้ว่าการันต์คงพาคู่หมั้นสาวกลับบ้านไปแล้ว“พากูกลับบ้าน”เสียงทุ้มบอกลูกน้องก่อนที่ลูกน้องจะเข้ามาพยุงผู้เป็นนายเพราะเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ และรีบพาลงไป
..กะทิหยุดยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง โดยไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใดๆ การันต์เห็นดังนั้นจึงดึงเธอเข้ามาหาตัวพร้อมกับเอาตัวเองยืนบังภาพตรงหน้า ก่อนจะก้มมองกะทิที่เงยหน้ามองเขา“อย่ามอง”“อืม..”“กลับกันเถอะ”“......”กะทิไม่ได้พูดตอบแต่กลับนิ่งเฉย สีหน้าของเธอเองก็นิ่งเฉยเช่นกัน แต่ภายในใจกลับสั่นวูบไหวไปหมด ความรู้สึกเสียใจแทรกซึมเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้ ตอนแรกเธอเคยคิดว่าเขาจะไปมีใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ตอนนี้มันกลับมีผลต่อใจเธอมากกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีกเธอไม่ชอบความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้แบบนี้เลย เพราะเธอคิดมาตลอดว่าเธอห้ามความรู้สึกได้ และมันก็แค่การมีอะไรกันโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจและเธอไม่ได้คิดจะรักเขา เพราะเธอต้องเกลียดเขา แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำให้เธอรู้สึกแย่ที่เห็นภาพนั้นขึ้นมาเสียดื้อๆกะทิเดินตามการันต์ไปที่ลานจอดรถอย่างเงียบๆ การันต์หันไปสั่งลูกน้องให้เตรียมรถเผื่อผู้เป็นนายถ้าเกิดเขาต้องการจะกลับ ก่อนจะหันไปหากะทิที่นั่งนิ่งอยู่หน้ารถข้างๆ คนขับ“กะทิ ฉันว่ามันต้องเกิดเรื่องผิดพ