.
.
หลังจากที่กะทิจัดเก็บห้องของตนพร้อมกับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็เดินออกมายังลานฝึกเพื่อไปหาเทมป์และถามเขาว่าเธอต้องเริ่มทำอะไรหรือฝึกยังไง เทมป์ที่คุยโทรศัพท์อยู่ก็หันไปมองผู้มาเยือนที่เดินเข้ามาหาเขา ก่อนจะรับปากปลายสายและกดวางไป
"นายเหนือสั่งให้ฉันดูแลเธอ"
"ค่ะ..."
"ห้ามเธอเข้าไปที่ผับและหอนารี...เด็ดขาด"
"นายเหนือได้บอกไว้แล้ว"
"และเธอจะต้องฝึกเหมือนทุกคนที่นี่ เธอจะเปรียบเสมอเทียบเท่ากับลูกน้องนายเหนือ เพื่อทำตามสิ่งที่เธออยากทำจนกว่าจะมหาวิทยาลัยจะเปิดเทอม"
"แล้ว...หนูพอจะไปเดินเล่นหรือนั่งเล่นได้ที่ไหนบ้างคะ"
"ห้ามออกไปทางที่เข้ามาก็พอ จะเดินที่ไหนก็เรื่องของเธอ แต่ต้องทำงานช่วยที่โรงฝึกนี้ ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ทำอาหาร ซักผ้า ล้างจาน"
"แล้วหนูจะได้พบกับนายเหนืออีกไหมคะ?"
"คืนนี้นายจะเข้ามาหาเธอเอง หลังเสร็จงาน"
"ค่ะ"
กะทิตอบแค่นั้นก่อนจะเดินตามเทมป์ไปอ่างล้างจานที่ติดกับกำแพงของโกดัง จานชามกองพะเนินอยู่ที่อ่างนั้น กะทิมองอย่างท้แท้ก่อนจะเข้าไปยืนล้างจานอย่างเงียบๆ เทมป์จึงปล่อยให้เธอทำหน้าที่แล้วเดินจากไป
ความเงียบงันและไม่ได้คุยกับใคร ความรู้สึกเศร้ากับการสูญเสียที่ยังไม่ทันข้ามคืนก็ก่อตัวขึ้น ซ้ำยังโทษชะตาชีวิตของตัวเองที่ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ น้ำตาเริ่มไหลอาบสองแก้มเนียนอีกครั้งก่อนจะไหลหยดลงบนจานที่กำลังล้าง เพราะจมอยู่กับภวังค์ความเสียใจจึงไม่ทันสังเกตชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามาหาเธอจากด้านหลัง พวกเขายกยิ้มมองร่างกายของเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่ประสงค์ดี
"คนสวยจ๋า..กำลังเอ๊าะๆ อยู่เลย แถมไม่ใช่นางบำเรอนายอีกด้วย
"งั้นแสดงว่าเราก็กินได้สินะ"
ชายหนุ่มทั้งสองพูดไปพลางหัวเราะไปอย่างได้ใจ กะทิเลือกที่จะไม่สนใจไม่โต้ตอบและยังคงก้มหน้าล้างจานต่อไป อารมณ์ของเธอตอนนี้ไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้น ความเสียใจมันครอบงำอยู่ในอกจนไม่อยากเถียงไม่อยากพูดคุย สภาพจิตใจของเธอกำลังย่ำแย่มากพอแล้ว
เมื่อชายหนุ่มทั้งสองเห็นว่าเธอไม่ได้ขัดขืนหรือตอบโต้ใดๆ ก็ได้ใจกว่าเดิม ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังทันทีพร้อมมือหนา ที่รวบจับหน้าอกอวบของเธอไว้แน่น กะทิตกใจสะดุ้งเฮือกและพยายามที่จะผลักมือของเขาออกและดิ้นรนสุดตัวเพื่อออกจากการเกากุมของชายคนนั้น เธอส่งเสียงร้องสุดเสียงจนทุกคนหันมามองรวมถึงเทมป์
"กรี๊ดดดดดดดด! ปล่อยหนูนะ!"
"โอ้โห นิ่มเป็นบ้าเลย...กำลังตึงๆ เลย ได้อารมณ์ฉิบหาย"
"กรี๊ดดดดดๆ! ปล่อยหหนู! อย่าทำอะไรหนูเลย"
"ถ้ามึงเสร็จแล้วกูต่อนะ หุ่นเด็กนี่น่าขย้ำฉิบ.."
"ไม่! ฮึกๆ ..ฮือๆ ..ปล่อยหนูเถอะ...อย่าทำอะไรหนูเลย ฮือๆ"
เด็กสาวยกมือไหว้อ้อนวอนขอร้องทั้งน้ำตา แต่กลับทำให้ชายหนุ่มสองคนหัวเราะอย่างชอบใจ ชายหนุ่มที่กอดเธออยู่แล้วหันไปอุ้มเธอขึ้นพาดบ่าและพาไปที่ห้องนอนของเธอพร้อมกับเพื่อนของเขาที่เดินตามไปติดๆ กะทิทั้งกรีดร้องทั้งดิ้นไปทั้งน้ำตาแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะทกสะท้านเลยและไม่มีใครคิดจะช่วยเหลือ เพื่อนชายเดินตามเข้าไปด้วยหันไปปิดประตูพร้อมล็อกกลอนและจดจ้องร่างของเด็กสาวอย่างหื่นกระหาย
ชายหนุ่มที่อุ้มเธอโยนเด็กสาวลงบนเตียงแข็งๆ นั้นก่อนจะเริ่มปลดเชือกกางเกงวอร์มของตน ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยเหงื่อหลังจากฝึกซ้อมทำให้กะทิรู้สึกขยะแขยง เด็กสาวพยายามลุกขึ้นเพื่อจะหนีแต่ก็โดนผลักล้มลงไปติดกับเตียงเช่นเดิม
"อย่าดื้อน่า เป็นเด็กดีนะ พี่จะเอ็นดูเธอเยอะๆ เลย"
"ฮึกๆ ..ฮือๆ ไม่นะ!..ปล่อยหนูไปเถอะ ฮือๆ"
"ยังสดยังซิงขนาดนี้ ปล่อยไปก็โง่สิ...มาเป็นของพี่ดีกว่าน่า รับรองถึงใจ"
"กรี๊ดดดดดดดด!!"
เด็กสาวที่ดิ้นพล่านกรีดร้องขึ้น เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าคร่อมร่างเธอไว้และเริ่มลวนลามซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนของเธอ มือสากของเขาล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อยืดและบีบเคล้นเต้าอวบอิ่มอย่างได้ใจ มือสากนั้นละจากเต้าตึงก่อนจะหันไปเลิกเสื้อของเด็กสาวขึ้นเพราะรู้สึกว่ามันเกะกะเผยให้เห็นอกอวบขาวสวยชิดกันในบราสีดำยิ่งเห็นแบบนั้นก็ทำให้ความเป็นชายฮึกเหิมขึ้น
"ไม่ปล่อยโง่กว่านะ"
ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ประตูถูกไขกุญแจเข้ามา ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูคุ้นหู เพื่อนชายที่เข้ามาด้วยกันกลับเงียบกริบเพราะถูกสั่งห้ามไม่ให้ส่งเสียงออกไปแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มที่กำลังหมกมุ่นอยู่นั้น เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูนั้นถึงกับหยุดชะงักก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียง เพราะนั่นไม่ใช่เสียงเพื่อนของตนแน่นอน
ผลั่ก!!
หมัดหนักๆ สวนเข้าที่หน้าทันทีเมื่อเขาหันไปเห็นผู้ที่เข้ามาเยือนจนตัวเองเซล้มไปกองกับพื้นข้างล่างเตียง การันต์หลุบตามองลูกน้องของตนอย่างหัวเสีย แต่ที่น่าหัวเสียมากกว่าคงจะเป็นเด็กสาวที่นั่งร้องไฟ้อยู่บนเตียง เพราะเธอเข้ามาวันแรกก็ทำให้เขามีงานเพิ่ม
"คุณการันต์..."
"พวกมึงไม่รู้หรอว่าที่นี่มีกล้อง"
"เอ่อ...รู้ครับ"
"ทำไมถึงยังกล้าทำวะ"
"ขอโทษครับ...ผมนึกว่าไม่ใช่เด็กบำเรอนายเหนือ"
"เพราะมึงคิดแบบนั้นไง...นายเหนือไม่ปล่อยพวกมึงไว้แน่"
การันต์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ สายตาพลันมองไปยังเด็กสาวที่เสื้อถูกเลิกขึ้นจนเห็นอะไรต่อมิอะไรไปหมด กะทิที่นั่งร้องไห้อยู่ก็เหลือบไปเห็นสายตาของการันต์คนที่เข้ามาช่วยเธอไว้จึงรีบดึงเสื้อลง เธอเริ่มทำตัวไม่ถูกว่าจะเขินอายหรือจะร้องไห้ก่อนดี ชายหนุ่มที่โดนต่อยเมื่อครู่พอได้ยินเขาพูดแบบนั้นรีบเข้าไปกอดขาการันต์อย่างอ้อนวอนร้องขอความเห็นใจจากลูกน้องคนสนิทของผู้เป็นนาย
"อย่าบอกนายเลยนะคุณการันต์ ผมยังไม่อยากตาย"
"พวกมึงโง่หรือวะ คิดว่ากูมาที่นี่เพราะอะไรถ้าไม่ใช่คำสั่งนาย"
"ช่วยพูดให้ผมหน่อยเถอะครับ ผมยังไม่อยากตาย"
"พวกมึงก็รู้ว่านายเป็นคนยังไง"
การันต์หลุบตามองลูกน้องของตนแล้วสะบัดขาที่ถูกเกาะกุมไว้ ก่อนจะหันไปมองเด็กสาวที่กำลังนั่งร้องไห้ไม่หยุดและตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกอยู่บนเตียง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นความอ่อนแอของเด็กสาวตรงหน้า พลางคิดว่าจะฝึกเด็กอ่อนแอแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ และอาจจะทำไม่ได้
"เธอก็แต่งตัวให้เรียบร้อย เดี๋ยวนายเข้ามา"
การันต์หันไปพูดกับเธอ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมชายหนุ่มทั้งสองที่จะลงมือทำมิดีมิร้ายกับเธอ เหลือเพียงเทมป์ที่ยืนยกยิ้มมองเธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่นัก เพราะเขาก็อยากเห็นเด็กสาวคนนี้ป่นปี้ไปเหมือนกัน เผื่อจะเลิกอ่อนแอและยอมรับโลกความจริงที่โหดร้ายนี้ได้บ้าง
สำหรับเทมป์แล้วการที่เราเจ็บปวดมากๆ จะทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้นด้วย นั่นคือคติของเขา การที่เธอมานั่งพะวงหวงความบริสุทธิ์แล้วให้ผู้เป็นนายหรือคนรอบข้างมาปกป้อง เขาก็กลัวว่าจะเป็นภาระเจ้านายของตนเสียเปล่าๆ จนอาจจะเกิดความผิดพลาดในอนาคตก็ได้
เทมป์ละสายตาจากเด็กสาวแล้วเดินตามการันต์ไป กะทิเห็นว่าไม่มีคนอยู่แล้วก็จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้ววิ่งออกจากโกดังไปยังสวนด้านหลัง ซึ่งจะมีกำแพงกั้นอยู่และยังมีซุ้มทางเข้าไปยังตัวตึกๆ หนึ่งที่คล้ายกับบ้านพักหลังใหญ่ที่เธอไม่เคยเห็นผ่านสายตามาก่อน
เด็กสาววิ่งออกมาอย่างเหนื่อยหอบโดยไม่สนใจอะไร ก่อนจะหยุดเอามือเท้ากำแพงและอาเจียนออกมาอย่างทรมาน หัวของเธอปวดจนเหมือนจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ทั้งอาเจียนและร้องไห้ในเวลาเดียวกันจนตัวเองเข่าอ่อนและล้มลงไปนั่งกองกับพื้นดินที่เย็นเฉียบ
เด็กสาวเอามือทุบอกเพราะความจุกทรมานอยู่ด้านใน มืออีกข้างทึ้งผมตัวเองเหมือนคนบ้าด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เรื่องต่างๆ ที่เธอเจอใบวันเดียวนั้นมันเกินกว่าที่เด็กสาวอายุ18อย่างเธอจะรับไหว
หลังจากที่เธอนั่งตั้งสติอยู่พักหนึ่งเธอก็ยันตัวลุกขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อนและหมดแรง ความรู้สึกเพลียทั้งร่างกายและจิตใจจนแทบจะยืนไม่ขึ้น เด็กสาวพยายามยันตัวเองขึ้นโดยใช้มือเกาะกำแพงเพื่อยึดช่วยพยุงตัวเองอีกแรง เธอตั้งใจจะเดินกลับเข้าไปที่โกดังโรงฝึกนั้น แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกชื่อผู้ที่รับเธอเลี้ยงมา
"นายเหนือขา...ฟ้าคิดถึงนายเหนือจะแย่"
เสียงหวานเรียกชื่อเขาอย่างออดอ้อนอยู่จากอีกฟากฝั่งของกำแพง ด้วยความอยากรู้เธอจึงเดินไปทางซุ้มประตูไม่ไกลจากจุดที่เธอยืนอยู่มากนัก ก่อนจะเดินผ่านซุ้มนั้นเข้าไปและหันไปทางสวนสวยที่อยู่ทางขวามือของตน ก็เห็นศาลาคล้ายๆ กับที่นั่งพักผ่อนอยู่ไม่ห่างจากกำแพงที่เธอพึ่งนั่งร้องไห้มากนัก
เด็กสาวย่องเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นแต่หญิงสาวในชุดสีขาวเซ็กซี่นั่งอยู่บนโต๊ะแทนที่จะเป็นเก้าอี้ เพราะต้นไม้บังอีกคนที่หญิงสาวคนนั้นกำลังสนทนาด้วยอยู่ เธอจึงกึ่งมอบกึ่งหลบเดินเข้าไปอีก พอเธอเดินเข้าไปใกล้พอก็รีบนั่งลงหลบอยู่ตรงพุ่มไม้ที่ใกล้ที่สุดก่อนจะชะโงกหน้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"อื้มมมม...นายเหนือขา...แรงอีกสิคะ"
ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มที่หน้าตาคุ้นเคยกำลังซุกไซ้ใบหน้าหล่อเหลาบนเนินอกสวยพร้อมกับมือหนา ที่บีบขย้ำเต้าใหญ่ของหญิงสาวสวยคนนั้นอย่างไม่ปรานี ร่างหนาของเขายืนอยู่แทรกกลางระหว่างขาของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโต๊ะ มืออีกข้างจับเอวบางของหญิงสาวไว้แนบชิด สะโพกสอบของเขาขยับเข้าออกจนร่างเพรียวของหญิงคนนั้นสั่นไหวไปตามแรงส่ง เรียกเสียงครางหวานจากหญิงสาวได้เป็นอย่างดี
กะทิเอามือปิดปากไว้แน่นไม่ให้ส่งเสียงออกไป ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาพอๆ กับร่างกายของเธอที่ร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาด แม้อยากจะละสายตามากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้
เสื้อเชิ้ตดำของทิศเหนือถูกปลดกระดุมออกหลุดลุ่ยไม่เป็นทรงทำให้ดึงดูดสายตาของเด็กสาวที่กำลังซุ้มดู แก่นกายใหญ่หนาเคลื่อนเข้าออกอย่างหนักหน่วงจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังมาถึงที่ที่เด็กสาวนั่งซ่อนตัวอยู่ กะทิรีบหดหัวกลับเข้าพุ่มไม้อย่าตกตะลึง ก่อนจะต้องรีบหันหลังแล้วค่อยๆ คลานออกจากตรงนั้น เพราะคิดว่าถ้าโดนจับได้เธอได้ตายจริงๆ แน่
สายตาคมปรายตามองบั้นท้ายที่คลานออกไปอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะยกยิ้มและจัดการกระแทกสะโพกเข้าใส่หญิงสาวคู่ขาจนเธอร้องลั่นอย่างทรมานกับบทรักที่รุนแรงและหนักหน่วงมากขึ้นกว่าทุกครั้ง เป็นเพราะบั้นท้ายของเด็กสาวคนนั้นเป็นเหตุ ถึงทำให้เขากระหายขนาดนี้
"หึ...."
.
.
..ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงหลังจากที่กะทิกลับเข้ามาในโรงฝึก เธอเอาแต่นั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องของตนเองเงียบๆ เพราะเธอยังช็อกกับภาพที่เห็นเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ความรู้สึกขยะแขยงก่อตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เคยดื้อแล้วดูหนังโป๊กับเพื่อนมาบ้างแต่ไม่เคยพบเจอจะจะ ตา หรือสัมผัสด้วยตัวเองแบบนี้ แค่นึกถึงตอนที่ตัวเองจะโดนทำแบบนั้นตอนโดนทำมิดีมิร้ายก็รู้สึกคลื่นไส้ ถ้าการันต์ไม่ได้มาช่วยไว้เธอคงจะเป็นสภาพน่าเกลียดแบบนั้นแน่ๆก๊อกๆ“นายเหนือให้มาเรียก”“...ค่ะ”กะทิตะโกนตอบรับก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง เพราะเธอจะต้องออกไปเจอหน้าคนที่เธอพึ่งเห็นเขามีบทรักอย่างดุเดือดในสวนเมื่อครู่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องและออกไปยังลานกลางโกดังชายหนุ่มสองคนก่อนหน้านั่งคุกเข่าอยู่กลางลาน ใบหน้าฟกซ้ำและเลือดเต็มใบหน้าไปหมด คนที่ยืนอยู่หน้าชายหนุ่มทั้งสองก็คือทิศเหนือและการันต์ รวมถึงเทมป์เด็กสาวเดินเข้าไปยืนข้างๆ การันต์โดยที่ไม่กล้าเงยหน้ามองผู้เป็นนาย เธอก้มมองแต่รองเท้าหนังราคาแพงของเขาเท่านั้น ทิศเหนือยกย
..“มันคืออะไรล่ะคะ?”“มันคือ.......”“มาแล้วครับน้ำเปล่า”ปกป้องเดินเข้ามาพอดีก่อนที่ปรินทร์จะทันได้พูดจบ กะทิที่ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อก็ถึงกับทำหน้าสลด มันอาจจะเป็นหลักฐานที่สามารถบ่งบอกถึงคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอก็ได้ หญิงสาวปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหันไปยิ้มให้ปกป้อง“ขอบคุณค่ะ”"ว่าแต่คุยอะไรกันหรอครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดเชียว”“คุยเรื่องนายรึเปล่านะ”ปรินทร์พูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อน้องชาย ก่อนจะปรายตามองกะทิที่แอบทำหน้าเสียดายไม่น้อย จริงๆ เขาตั้งใจจะกระตุ้นความอยากรู้ของเธอ เพื่อหวังให้หญิงสาวเข้าไปหาเขาเองโดยที่เขาไม่ต้องไปวิ่งเต้นขอร้องทิศเหนือเพื่อพบเธอก็เท่านั้น และเหมือนว่ามันจะได้ผล ปรินทร์มั่นใจว่ากะทิจะเข้าไปหาเขาที่สน.แน่นอน หรือไม่ก็ติดต่อเขามาทางใดทางหนึ่งไม่ทันได้พูดอะไรต่อของขวัญและเดซี่ก็ถือจานเนื้อสัตว์และผักเข้ามาก่อนจะนั่งลงข้างๆ กะทิ และเริ่มย่างเนื้อที่ตักมาอย่างสนุกสนาน ปรินทร์และกะทิลอบมองกันไปมาก่อนที่ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบจะยื่นทิช
..“งั้นพี่ขอเบอร์น้องหน่อยได้ไหม? เป็นการไถ่โทษ”หนุ่มรุ่นพี่ลดโทรโข่งลงก่อนพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้ากะทิด้วยรอยยิ้มหวาน ทุกคนต่างส่งเสียงโห่เมื่อรุ่นพี่สุดหล่อเดือนคณะจอมเจ้าชู้ได้เลือกเฟรชชี่ที่ถูกใจเสียแล้ว สาวๆ ต่างพาทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจที่ตนไม่ถูกเลือกบ้าง“ขอไปทำไมคะ?”“เผื่อมีอะไรพี่จะได้แนะนำให้ไงล่ะครับ”“ที่นี่ไม่มีพี่รหัสหรอคะ?”“อู้หู้วววว วิ้วๆ”ทุกคนถูกใจกับคำตอบของกะทิที่ตอกกลับรุ่นพี่หนุ่มหน้าหล่อจนหน้าหงาย ชายหนุ่มช็อกค้างก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำตอบของเธอ หญิงสาวตรงหน้าช่างไม่เหมือนใครจนน่าสนใจ“โอเคๆ พี่ชื่อปกป้องนะ เรียกพี่ป้องก็ได้”“ค่ะ”“จ้า...คนสวยได้หมด ไม่สนแปลกๆ บ้างหรอคะพี่ปกป้องขา”“เดซี่ เดี๋ยวก็โดนทำโทษหรอก”ของขวัญสะกิดแขนเดซี่ที่พูดแหนบแนมกะทิและปกป้อง รุ่นพี่หนุ่มเกาหัวแก้เขินก่อนจะบอกบทลงโทษด้วยการให้เต้นท่าตลก เรียกเสียงเฮฮาให้กับวันรับน้องได้เป็นอย่างดี.
..(สวัสดีครับ ปรินทร์ครับ)“เอ่อ....”(ใครครับ?)“กะทิค่ะ”(....กำลังรออยู่เลย)“ค่ะ คือเรื่อง...”(ครับ...คือว่าตอนนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เธอพอจะมีเวลาออกมาเจอกันหน่อยไหม?”“ที่ไหน เมื่อไหร่คะ?”(แล้วตอนนี่เธออยู่ไหนล่ะ เดี๋ยวผมจะได้นัดที่ใกล้ๆ)“บ้านนายเหนือ”(...งั้นเป็นที่.....)“คุยกับใคร?”(........)เสียงทุ้มต่ำแทรกเข้าไปในสายจึงทำให้คนปลายสายเงียบลงไม่ทันที่จะได้นัดแนะกันให้เรียบร้อยกะทิถึงกับสะดุ้งจนโทรศัพท์ล่วงไปที่พื้นทั้งที่ยังไม่กดวางสาย สายตาคมกริบมองท่าทีของเธออย่างเรียบนิ่ง ก่อนจะหลุบตามองไปยังโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่“นายเหนือ!...”ทิศเหนือในชุดเชิ้ตสีดำทับในกางเกงสแลกดูเรียบร้อยเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกโดยไม่พูดอะไร ในขณะที่หยิบมันขึ้นมาสายตาคมก็จ้องมองเธอเขม็งก่อน
..ภายในงานครึกครื้นและเต็มไปด้วยผู้คน รวมถึงลูกน้องของทิศเหนือที่นานๆ ที จะได้มาปลดปล่อย เสียงเพลงดังไปทั่วบริเวณที่จัดงาน เป็นงานเลี้ยงถูกจัดขึ้นข้างสระว่ายน้ำภายในบ้าน คนที่ถูกเชิญมางานนี้ล้วนเป็นคนรู้จักของทิศเหนือ จะมีก็แต่เพียงเดซี่และของขวัญที่ถูกเชิญมาร่วมงานด้วยถึงแม้กะทิจะไม่ได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว แต่เธอยังคงเป็นนิสิตโดยทิศเหนือให้ข้ออ้างว่าเธอป่วยจึงไปเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ไม่ได้ แต่มีการส่งงานหรือโปรเจกต์ผ่านทางออนไลน์แทนและจ้างอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนั้นมาสอนส่วนตัวโดยให้ค่าจ้างมากกว่าเงินเดือนที่มหาวิทยาลัยถึงสองเท่ากะทิและเพื่อนทั้งสองยังคงติดต่อกันอยู่บ้าง ถึงจะไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ก็มีการวิดีโอคอลหากันตลอดด้วยเรื่องเรียนแต่ไม่บ่อยนักเพราะกะทิเองก็วุ่นอยู่แต่กับการฝึกซ้อมอย่างอื่นและหาหลักฐานเพิ่มเติมของคดีครอบครัวด้วย แต่ที่น่าแปลกใจคือปกป้องและปรินทร์ก็ได้รับเชิญมางานเลี้ยงนี้“เมื่อไหร่กะทิจะมาเนี่ย”“หล่อนก็ใจเย็นๆ สิยะ เดี๋ยวนางก็มา...แม่งานนะ จะเปิดตัวช้าก็ไม่แปลก”
..“ไม่ค่ะ ใครอยากได้ก็ลงไปเก็บเอง”“กะทิ!”กะทิยังยืนกอดอกทำหน้าเมินเฉยแม้ว่าผู้เป็นนายจะตะคอกใส่ เธอก็ยังยกยิ้มหน้าระรื่นอย่างไม่สะทกสะท้าน เมื่อม่านฟ้าเห็นว่าทิศเหนือโดนเด็กที่รับเลี้ยงเถียงและไม่เชื่อฟังเขา จึงได้ทีเดินเข้าไปหาเธอพร้อมกับง้างมือขึ้น“ยัยเด็กเนรคุณ กล้าขัดคำสั่งของนายเหนือหรอ? กรี๊ดดดดดด!”ไม่ทันที่จะฝ่ามือจะได้ตบใบหน้างามๆ ก็ถูกกะทิที่เบี่ยงตัวหลบและปัดมือเธอออก ด้วยความที่เจ้าหล่อนใส่ส้นสูงปลายแหลมและไม่ทันได้ตั้งตัวจึงทรงตัวไม่อยู่ จึงเป็นเหตุให้ร่วงลงน้ำไปตู้ม!!“ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะของคนในงานเริ่มครึกครื้น กะทิเองก็ไม่วายหันไปมองและหัวเราะกับท่าทางของม่านฟ้าที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ ทิศเหนือจ้องกะทิพร้อมกับขบกรามแน่นก่อนจะคว้าแขนของกะทิไว้“นายเหนือคะ กรี๊ดดดด ช่วยฟ้าด้วยค่ะ ฟ้าว่ายน้ำไม่เป็น”“เทมป์”“ครับนาย”เทมป์ถอดรองเท้าก่อนจะกระโดดลงน้ำไปช่วยม่านฟ้า แต่กลั
.."หึ....นี่เธอหลงรักลูกน้องของฉันแล้ว?""ถ้าใช่แล้วจะทำไมคะ?"กะทิตอบพร้อมกับเชิดหน้าอย่างท้าทาย ทิศเหนือเองก็ขมวดคิ้วแน่นกับคำตอบที่ได้รับ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาแอบมองเธออยู่ห่างๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา จึงได้ส่งการันต์เข้าไปดูแลเธอแทนเขา แต่ก็ไม่คิดว่าทั้งกะทิและลูกน้องคนสนิทไปปลูกต้นรักกันตอนไหน ภายในใจแอบคาดโทษลูกน้องตัวเองไม่น้อย ทิศเหนือขบกรามแน่นสายตาดุดันกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าพูดอย่างมั่นใจและไม่หลบตาราวกับมันเป็นความรู้สึกของเธอจริงๆ"เธอไม่มีสิทธิ์รักใคร เพราะเธอเป็นของฉัน""คุณอย่าบ้าอำนาจไปหน่อยเลย คุณไม่ใช่เจ้าของชีวิตฉัน""ชีวิตของเธอเป็นของฉันตั้งแต่วันที่ฉันรับเธอเข้ามาแล้ว กะทิ"สิ้นเสียงทุ้มของผู้เป็นนาย และไม่ทันที่เธอจะได้ต่อล้อต่อเถียงเขาอีก ทิศเหนือเจ้าของริมฝีปากหยักได้รูปก็โน้มลงไปบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธอ ลิ้นร้อนไม่อยู่นิ่ง เริ่มซุกซนเข้าไปพัวพันลิ้นเล็กที่พยายามต่อต้านอย่างไม่ปรานี กะทิพยายามดิ้นสุดตัวแต่ก็ไม่สามารถออกจากจูบร
..หลังจากจบงานเลี้ยงวันเกิดที่แสนวุ่นวายกะทิก็ได้ถูกพาตัวมายังห้องนอนหรูบนชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ที่เธอไม่เคยขึ้นไปแม้สักครั้งตั้งแต่อยู่มา เพราะเป็นที่ต้องห้ามที่นายเหนือของบ้านสั่งห้ามทุกคนไว้อีกด้วยกะทิเดินเข้าห้องมาอย่างอาจหาญแต่ภายในใจก็มีหวาดหวั่นอยู่บ้าง เพราะไม่รู้ว่าจะต้องมาเจอกับอะไรบ้าง ภายในห้องนอนที่มีโต๊ะทำงานขนาดเล็กอยู่ในห้องข้างโต๊ะทำงานในห้องนอนมีตู้เซฟติดผนังอยู่ ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานขนาดนั้นเล็กนั้นก็คือเตียงนอนสีดำขนาดใหญ่ กะทิมองไปไม่รอบๆ ห้องก็ไม่เห็นเงาของผู้ที่บังคับเธอให้มานอนที่นี่เลยหญิงสาวมองเห็นว่าไม่มีใครจึงเดินไปที่โต๊ะทำงานอย่างใจกล้า ภายในหัวคิดว่าถ้าพ่อแม่ของเธอเคยทำงานที่นี่จะต้องมีประวัติหรือร่องรอยที่เกี่ยวกับการทำงานของพ่อแม่เธอหลงเหลืออยุ่บ้าง เพราะเธอไม่มีโอกาสได้เข้าห้องทำงานของผู้รับเลี้ยงที่อ้างตัวว่าเป็นคนสนิทของพ่อแม่เธอ ด้วยความคิดตื้นๆ ของหญิงสาวว่า อาจจะมีหลักฐานสำคัญซ่อนอยู่ในห้องนอนนี้บ้าง โดยเฉพาะหลักฐานที่พอจะบ่งชี้ว่าใครคือศัตรูของพ่อแม่เธอบ้าง"ทำอะไร"
..“อ้าว...นายเหนือยังไม่รู้หรอครับ? ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ครับ”“ฮะ?!! จริงหรอหมอ!!”ทิศเหนือเดินเข้าไปเขย่าหมอที่มาตรวจเหมือนไม่อยากเชื่อ ก่อนรอยยยิ้มจะปรากฏขึ้นความรู้สึกดีใจและสับสนงงงวยปนกันไปหมด การันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ช็อกไม่น้อยพร้อมกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจก่อนดี“ครับ หมอไม่แน่ใจว่ากี่เดือนนายเหนือพาภรรยาไปฝากครรภ์แล้วตรวจดูอีกทีที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ”“ท้อง...ลูกฉัน...”“ใช่ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...งั้นหมอขอตัวนะครับ”หมอพูดพร้อมลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นถุงยาให้ทิศเหนือ ชายหนุ่มรับมาทั้งที่ยังช็อกค้างอยู่อย่างนั้น จนหมอออกจากห้องไป ทิศเหนือมองไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ“ยินดีด้วยครับนาย...”“ขอบใจ... แต่มึงไม่เสียใจใช่ไหม?”“เสียใจอยู่ครับ แต่ดีใจมากกว่ามั้ง”การันต์พูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้ผู้เป็นนาย ทิศเหนือหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทก่อนจะตบบ่าของ
..กะทิยันร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างหมดแรง เธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืนแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้ว สภาพจิตใจของเธอบอบช้ำไปหมด เขาทำกับเธอทั้งที่รูปภาพพ่อแม่ของเธอยังกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง กะทิมองเหม่อไปยังภาพถ่ายเหล่านั้น สภาพของเธอตอนนี้เหมือนคนที่ไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้นเรียวตาสวยก้มมองรอยช้ำทั่วร่างไม่มีที่ว่างเว้นเลยแม้แต่ที่เดียว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกแล่นเข้ามาจนสีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ข้อมือที่ช้ำเป็นทาง ข้อเท้าที่ช้ำเพราะแรงบีบ หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นพร้อมกับความสมเพชตัวเองที่วิ่งตามความแค้นอย่างโง่เขลาทิศเหนือลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างบางนั่งเหม่อมองภาพเหล่านั้นที่เขาโยนใส่เธอ ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นก่อนจะมองผลงานของตนที่เต็มตัวหญิงสาวไปหมด สายตาคมมองดูอย่างเป็นห่วงแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันควันเมื่อหญิงสาวค่อยๆ หันหน้ามาทางเขาอย่างช้าๆ ไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรเขาก็ลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป กะทิมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม ทิศเหนือเด
..“ลงมา!”ทิศเหนือไม่พูดเปล่าเขาดึงกระชากแขนของกะทิแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ที่จะยอมลงจากรถแต่โดยดีเลย ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนการันต์เองก็อยู่เฉยไม่ได้“นายเหนือครับ...”“มึงไม่ต้องยุ่ง!”“.......”“ลง!! ไม่ลงใช่ไหม ได้สิกะทิ”ทิศเหนือหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทก่อนจะหันไปรวบมือของหญิงสาวแล้วเอาเข็มขัดที่มัดม้วนรัดข้อมือเล็กๆ เหมือนนักโทษ พร้อมกับกระชากเธอลงจากรถจนสำเร็จ“คุณทิศเหนือ!! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!!”ทิศเหนือไม่ฟังในสิ่งที่เธอพูด และถึงเธอจะพยายามรั้งตัวเองไม่ให้ไปตามแรงของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล ทิศเหนือลากกะทิเข้ารีสอร์ตโดยมีการันต์เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ“มึงไปพักได้แล้ว”“...ครับ นายเหนือ...”“ไม่!! พี่การันต์!! อย่าไปนะ! ช่วยฉันด้วย!”“พี่หรอ? หึ...”กะทิหันไปเรียกการันต์พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน แต่การันต์กลับทำได้แค่ยืนเฉยๆ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นนายได้ เขา
..“มาทำอะไรตรงนี้หรอครับ คุณผู้หญิง”รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อที่ใครๆ เห็นก็ต้องยอมถวายตัวเหมือนต้องมนต์สะกด ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลือล้นนั้นหุบรอยยิ้มลงทันทีที่หญิงสาวหันมาสบตา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมสายตาคมที่จ้องมองเธอเหมือนพร้อมที่จะฉีกร่างของเธอเป็นชิ้นๆ กะทิพยายามจะดึงข้อมือตัวเองออกและพยายามจะวิ่งหนีจากคนตรงหน้าคนที่เธอหนีงานแต่งงานที่ต้องแต่งกับเขา“เธอคิดจริงๆ หรอว่าจะหนีฉันพ้น?”“ฉันไม่รู้หรอกว่าจะหนีพ้นไหม แต่ถ้ามีโอกาสฉันก็จะทำ”“ฉันชอบความใจสู้ของเธอจริงๆ ถึงสิ่งที่เธอคิดทำมันจะดูโง่ไปหน่อย”“ปล่อยฉันไปเถอะ เราต่างคนต่างเป็นศัตรูกันจะอยู่ด้วยกันไปเพื่ออะไร?”“หึ...ศัตรูหรอ? เธอเป็นคนของฉันตั้งแต่คืนนั้นที่เธอยอมเป็นของฉันแล้วกะทิ”ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่เอาแต่กัดฟันแน่นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูดขึ้น การันต์มองกะทิอย่างเป็นห่วง แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอ
..ผ่านเรื่องราวยุ่งๆ ไม่เว้นมาแต่ละวัน จนในที่สุดก็ถึงงานวิวาห์ของทิศเหนือและกะทิอย่างที่เขาได้เตรียมการไว้ กะทิมองดูตัวเองในกระจกที่กำลังสวมชุดแต่งงานด้วยแววตาสับสน มันเป็นอย่างที่เขาพูดว่างานแต่งจะมีขึ้นในเดือนหน้า และนี่ก็เป็นเดือนที่เขาได้กล่าวถึงความไม่เข้าใจว่าเขามีแผนอะไรถึงรีบเร่งงานแต่งขนาดนี้ ใบหน้าสวยปิดปากสนิทสีหน้าดูเศร้าสร้อยเมื่อมองตัวเองในกระจก ภายในใจขุ่นเคืองที่ต้องใส่ชุดเจ้าสาวแล้วเข้าพิธีแต่งงานกับคนที่ทำลายครอบครัวของตัวเอง มะนาวและป้าจันทร์ที่คอยช่วยช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวมองกะทิอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีความสุขเอาเสียเลย“ยิ้มหน่อยสิลูก... วันนี้เป็นงานมงคลนะ”“พี่กะทิมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”“เปล่าหรอก... แค่...”“ไม่ต้องกลัวหรอกนะกะทิ นายเหนือตอนโสดอาจจะเจ้าชู้แต่ว่าตั้งแต่มีหนูเข้ามานายเหนือก็เปลี่ยนไป”“.........”“นายเหนือเป็นคนซื่อสัตย์คนหนึ่ง ไม่ต้องกังวลใจไป”มะนาวพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นแม่ กะทิยิ้มเจื่อนๆ ให้สองแม่ลูกก่อนจะก้มมองช่อดอกไ
..กะทิเดินออกมาจากหลังห้องอาหารแล้วเดินตรงปรี่ไปยังสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หวังว่าบรรยากาศมันจะทำให้เธอรู้สึกใจเย็นขึ้นมาบ้าง ป้าจันทร์และมะนาวต้องคอยดูแลผู้เป็นนาย ในห้องอาหารจึงไม่ได้เดินตามออกมาแต่อย่างใด เป็นการดีที่เธอจะนั่งเงียบๆ คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์บ้างทุกอย่างที่คิดกลับไม่เป็นอย่างใจ เมื่อเธอย่อนตัวเองลงนั่งที่โต๊ะไม้หินอ่อนยังไม่ทันถึงห้านาที การันต์ก็เดินตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่แปลกที่เขากลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเหมือนอย่างทุกครั้ง เขาเพียงแค่นั่งเป็นเพื่อนเธออย่างเงียบๆ“ตามมามีอะไรจะพูดก็พูดมา”“ไม่มี”“แล้วตามมาทำไม?”“คำสั่งนาย...”“เหอะ...คำสั่ง? ....งั้นกลับไปเถอะค่ะ เพราะยังไงฉันก็ไปไหนไกลไม่ได้อยู่แล้ว”“...และเป็นห่วงด้วย”คำพูดและน้ำเสียงที่อ่อนลงดูจริงจังจนเธอต้องหันไปมองใบหน้าคนพูดด้วยความอยากรู้ถึงความรู้สึกเวลาพูดออกมา การันต์จ้องมองกะทิด้วยแววตาฉายแววเป็นห่วง แต่ลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั้นแอบแฝงไปด้วยความเจ็บปวดจนคนมองรู้สึกได้แ
..เช้าวันใหม่ที่สดใสกลับต้องหนักหนาสาหัสสำหรับคนร่างเล็กทุกเช้า ความรุนแรงของเขาเมื่อคืนมันมากกว่าปกติเพราะฤทธิ์ยาจากที่ปกติเขาก็มักจะรุนแรงอยู่แล้ว ร่างบางหยัดกายลุกจากเตียงใหญ่อย่างอิดโรย มือเล็กจับไปที่แขนแกร่งของชายหนุ่มแล้วยกออกอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าเขาจะสะดุ้งตื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายทำให้คนร่างหนาปรือตาตื่นขึ้นมามองเธออย่างงัวเงีย"ตื่นแล้วหรอ?""อืม...""เจ็บหรือเปล่า?""ก็นิดหน่อย"กะทิตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้กับความปวดเมื่อยตามร่างจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่นั้น ทิศเหนือมองดูรอยช้ำเต็มร่างของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับผลงานของตน"ยิ้มอะไร? มีอะไรน่าพอใจหรอไง?""ก็...น่าพอใจอยู่"ดวงตาสวยส่งปรายตามองขวางชายหนุ่มที่หยัดกายขึ้นมานั่งเปลือยท่อนบนอวดแผงกล้ามอยู่บนเตียง ถ้าไม่ติดว่ามีผ้าห่มคงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปจนหมดเป็นแน่ กะทิเลือกที่จะไม่มองเมื่อเขาลุกขึ้นนั่งแต่เลือกที่จะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทิศเห
..ความหื่นกระหายเพิ่มเท่าทวีคูณเมื่อปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวลูบไล้ไปมาบนแผงอกแกร่ง แต่ใบหน้าของหญิงสาวอีกคนกลับทับซ้อนหญิงสาวตรงหน้า จึงเรียกสติเขาอีกครั้ง ทิศเหนือเอื้อมมือไปจับข้อมือของดุจดาวก่อนจะสะบัดมันทิ้ง“เหนือคะ! ทิศเหนือ!”โดยที่เขาไม่พูดอะไรและเดินออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล ดุจดาวมองตามหลังชายหนุ่มอย่างไม่พอใจก่อนจะลงอารมณ์โกรธกับหมอนทั้งหมดที่อยู่บนเตียง ความรู้สึกเคียดแค้นหญิงสาวที่พบเจอวันนี้เพิ่มทวีคูณ“กรี๊ดดดดด!! นังเด็กสกปรก! ฉันจะเอาทิศเหนือคืนมาให้ได้!!”เสียงกรีดร้องอย่างคับแค้นใจดังลั่นห้อง แต่ทิศเหนือกลับไม่สนใจเดินออกจากหน้าห้องนั้นกลับเข้าไปในงานแต่ก็เห็นว่างานเลิกไปแล้ว มีเพียงลูกน้องของเขาที่ยืนรอเขาอยู่เพียงเท่านั้น แต่กลับไม่เห็นลูกน้องคนสนิทอย่างการันต์ เขาจึงเข้าใจได้ว่าการันต์คงพาคู่หมั้นสาวกลับบ้านไปแล้ว“พากูกลับบ้าน”เสียงทุ้มบอกลูกน้องก่อนที่ลูกน้องจะเข้ามาพยุงผู้เป็นนายเพราะเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ และรีบพาลงไป
..กะทิหยุดยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง โดยไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใดๆ การันต์เห็นดังนั้นจึงดึงเธอเข้ามาหาตัวพร้อมกับเอาตัวเองยืนบังภาพตรงหน้า ก่อนจะก้มมองกะทิที่เงยหน้ามองเขา“อย่ามอง”“อืม..”“กลับกันเถอะ”“......”กะทิไม่ได้พูดตอบแต่กลับนิ่งเฉย สีหน้าของเธอเองก็นิ่งเฉยเช่นกัน แต่ภายในใจกลับสั่นวูบไหวไปหมด ความรู้สึกเสียใจแทรกซึมเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้ ตอนแรกเธอเคยคิดว่าเขาจะไปมีใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ตอนนี้มันกลับมีผลต่อใจเธอมากกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีกเธอไม่ชอบความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้แบบนี้เลย เพราะเธอคิดมาตลอดว่าเธอห้ามความรู้สึกได้ และมันก็แค่การมีอะไรกันโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจและเธอไม่ได้คิดจะรักเขา เพราะเธอต้องเกลียดเขา แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำให้เธอรู้สึกแย่ที่เห็นภาพนั้นขึ้นมาเสียดื้อๆกะทิเดินตามการันต์ไปที่ลานจอดรถอย่างเงียบๆ การันต์หันไปสั่งลูกน้องให้เตรียมรถเผื่อผู้เป็นนายถ้าเกิดเขาต้องการจะกลับ ก่อนจะหันไปหากะทิที่นั่งนิ่งอยู่หน้ารถข้างๆ คนขับ“กะทิ ฉันว่ามันต้องเกิดเรื่องผิดพ