ภาพเบื้องหน้าทำให้เฉินเค่อรู้สึกเห็นใจเล็กน้อย เป็นเพราะเกาเสียงอยู่ในสภาพน่าสังเวช มีรอยฝ่ามือชัดเจนบนแก้มและมีคราบเลือดบนหน้าผากน่าสงสารจับใจทุกคนตกตะลึง กังวลและหวาดหวั่นกับทุกเรื่องที่เกิดในวันนี้ในเวลานี้ เมื่อทุกคนมองไปที่เฉินเค่อซิน ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความยำเกรงและความอิจฉา ไม่มีสายตาดูถูกอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไปส่วนกับเย่เทียนหยู่ ทุกคนต่างก็ตกตะลึงและหวาดหลัว“เฉินเค่อซิน ได้โปรด ได้โปรดเถอะนะ!”เกาเสียงเห็นความเมตตาของเฉินเค่อซิน และโค้งคำนับเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเฉินเค่อซินทนดูไม่ไหวอีกแล้ว เธอขมวดคิ้วและพูดว่า “เอาล่ะ คุณอย่าเพิ่งคำนับ พูดกันดี ๆ ก่อน”“ได้สิ ได้ ขอแค่คุณปล่อยผมไป ผมจะทำทุกอย่าง จะให้ผมเป็นหมูเป็นหมาผมก็ยอม”เกาเสียงรีบกล่าวในขณะนี้ เขาไร้ซึ่งท่าทางสง่าผ่าเผยอย่างแต่ก่อน อย่าว่าแต่ท่าทางสูงส่งไม่สนใจใครเลย“ไม่ต้องพูดซะอนาถขนาดนั้นหรอก ฉันถามคุณว่าพี่จางมีเรื่องอะไร?” เฉินเค่อคิดกับตัวเองจางซวนกำลังรู้สึกตกใจกับพลังของเย่เทียนหยู่และสงสัยว่าเค่อซินมีวิธีช่วยเธอจริงหรือไม่หากพวกเขาช่วยคืนเงินได้ แล้วเธอยอมทำงานหนักเยี่ยงวัวเยี่ยงควายห
แม้ว่าครอบครัวของเกาเสียงจะพอทำเงินได้ แต่มันก็ไม่ได้วิเศษวิโสนัก ยิ่งไปกว่านั้น แน่นอนว่ามันเกินขีดความสามารถ“ตระกูลเกามีเงินแค่นี้เองเหรอ? เห็นตอนแรกคุณผยองมาก ผมเลยนึกไปว่าตระกูลของคุณมีเงินหลายร้อยล้านซะอีก”เย่เทียนหยู่ส่ายหน้าและพูดอย่างใจเย็น “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง ความผิดที่คุณก่อเองก็แก้ด้วยตัวเองเถอะ”“สำหรับเงินหกล้านนั่น บังเอิญคืนนี้ที่นายเลี้ยงก็มีค่าใช้จ่ายประมาณนั้นล่ะ ผมจะเป็นคนจ่ายมื้อนี้เอง” เย่เทียนหยู่พูดอย่างใจเย็น“อ่า……”เกาเสียงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและอดไม่ได้ที่จะกระซิบ “แต่ว่า มื้อนี้ไม่ได้แพงขนาดนั้น”แต่หลังจากพูดจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหดหัวเล็กน้อย และพูดอย่างรวดเร็วต่อว่า “ใช่ครับ แน่นอนว่าราคาประมาณนี้เลยครับ เมื่อครู่ผมพูดจาเหลวไหลเอง”“เอาล่ะ คุณไม่ต้องกังวลนักหรอก เพราะผมเป็นคนมีเหตุผล”“ในเมื่อคุณไม่เชื่อ งั้นก็ให้เจ้าของร้านเข้ามาคำนวณดู ว่าผมรังแกคุณหรือเปล่า”เย่เทียนหยู่เรียกพนักงานเสิร์ฟเข้ามาแล้วพูดอย่างใจเย็น “คิดเงินหน่อยครับ แต่ห้ามลดราคาเด็ดขาด และห้ามแถมอะไรทั้งนั้น ทั้งหมดนี่ให้จ่ายราคาเต็ม”เมื่อได้ยินดังนั้น เกาเสียงก
หลี่ว์เหมิงจ้องมองทุกอย่างด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนี้ทำให้เธอประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งมันก็ยังเกินความคาดเดาของเธอก่อนหน้านี้เธอคิดว่าเป็นเพราะเส้นสายของเกาเสียงเสียอีกติงอิ่งยิ้มแห้ง เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่ผิด ดูเหมือนก่อนหน้าเธอจะคิดน้อยเกินไป แถมยังเข้าใจว่าเย่เทียนหยู่ไม่ได้เรื่องแต่เย่เทียนหยู่คนนี้มีอารมณ์คงที่มาก เธอพูดจาน่าเกลียดไปก็มาก แต่เขาไม่ทำอะไรเลยแต่เมื่อทุกคนรอบวิเคราะห์ดูแล้ว นี่คงเป็นเพราะเค่อซินถ้าไม่ใช่เพราะเค่อซิน เกรงว่าเขาคงไม่พูดกับพวกเขาเลยแม้แต่คำเดียวทุกคนรอบตัวเขาถอนหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มีแต่ความพลิกผัน แต่ไม่ว่าพลิกผันยังไง ทั้งหมดล้วนพิสูจน์ความสามารถของเย่เทียนหยู่ส่วนเกาเสียงกลายเป็นตัวตลกอย่างสมบูรณ์แบบเย่เทียนหยู่ไม่สนใจสีหน้าของทุกคน และพูดกับประธานเหยาด้วยเสียงเรียบ “งั้นก็ถูกแล้วครับ ครั้งนี้เขาเป็นคนจ่ายบิล แล้วก็เป็นคนที่ผมเกลียดมาก เพราะงั้นคิดเงินเลยไม่ต้องเกรงใจ”“ได้ครับ ใครก็ได้ เข้ามาคิดเงินซะ”เหยากวนกลับมาได้สติทันทีหลังจากคำนวณเงินเสร็จ ราคารวมหกล้านห้าแสนห้าหมื่นบาททุกคนตก
คิดไม่ถึงว่าประธานหยางจะมอบแบล็คการ์หลงเถิงให้เขา!สำหรับพวกเขา แบล็คการ์หลงเถิงเป็นเพียงตำนานเท่านั้นถ้าเหยากวนไม่พูดขึ้นมา พวกเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำเย่เทียนหยู่คนนี้คือใครกันแน่ ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้กลับเปิดเผยว่าเขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสามในสี่ตระกูลหลักแห่งเมืองเทียนไห่ หรือกระทั่งตระกูลหลักทั้งสามนี้ก็ดูเหมือนจะประจบประแจงเขามากในบรรดาสามตระกูลหลัก นอกจากตระกูลซูและตระกูลหยางแล้ว ก็เป็นเทียนมู่กรุ๊ปที่เข้ามาแทนที่ตระกูลซาอันที่จริงเหยากวนก็ตั้งใจที่จะทำเช่นนี้ และพูดทันทีว่า “ได้ครับ ผมจะไปชำระบิลให้ด้วยตนเอง อีกสักครู่ผมจะกลับมาครับ”ถ้าเขาไปเอง หมายความว่าเขาไม่มีทางคิดราคาเต็มแน่นอน แต่จะคิดราคาเพียงครึ่ง แถมเขายังต้องถามความเห็นเบื้องบนก่อนว่าจะมอบไวน์ขวดที่แพงที่สุดนั่นให้ฟรีหรือไม่แต่พอถามแล้วพวกเขาก็บอกว่าไม่ต้องใส่ใจ เพราะเงินจากแบล็คการ์หลงเถิงนั้นมีไว้ให้เย่เทียนหยู่นำไปใช้ได้ตามใจอยู่แล้ว จะใช้เท่าไรตระกูลหยางก็เป็นคนออกตอนนี้เมื่อทุกอย่างคลี่คลายแล้ว เย่เทียนหยู่ก็ไม่ถือเอาความรับผิดชอบจากเกาเสียงอีกต่อไป และปล่อยให้เกาเสียงจากไปได้เกาเสียงมีความสุขมาก แต
พวกผู้หญิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียง และอดไม่ได้ที่จะหันหน้าไปมองไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอสวมชุดเดรสชีฟองระดับไฮเอนด์ที่ถูกปรับให้เข้ากับรูปร่างของเธอ ซึ่งเน้นรูปร่างของเธอออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบรูปร่างหน้าตาของเธอช่างละเอียดลออได้รูปราวกับเทพีบนสรวงสวรรค์เพียงแต่ออกจะเย็นชาไปเสียหน่อย แถมตอนนี้ก็ดูกำลังโกรธเมื่อได้ยินคำพูดของหลินหว่านหรู จางซวนก็ตกตะลึงและรู้สึกงุนงงเล็กน้อยติงอิ่งดูหงุดหงิดเล็กน้อยและพูดอย่างเย็นชา “เรากำลังพูดถึงแฟนของเพื่อนเรา เกี่ยวอะไรกับคุณ?”“แฟนที่พวกคุณเรียกคือสามีจดทะเบียนของฉันค่ะ ยังไม่ใช่เรื่องของฉันอยู่อีกหรือเปล่าคะ?”หลินหว่านหรูตอบกลับอย่างเย็นชาเธอไม่รู้ว่าทำไม แต่ตอนนี้เธอแค่อยากเปิดตัวเดิมทีพวกเขากำลังจะหย่ากัน เธอควรออกไปที่นี่หากเกิดเรื่องแบบนี้แต่ว่าเธออดไม่ได้ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของติงอิ่งตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เป็นไปไม่ได้ นี่คือภรรยาของเย่เทียนหยู่อย่างนั้นเหรอภรรยาของเขาสวยมาก แล้วทำไมเขาถึงยังคอยไปมาหาสู่กับเค่อซิน?จางซวนยิ่งตกตะลึง เธอไม่คาดคิดว่าเฉินเค่อซินจะคบกับชายที่แต่งงานแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอก” เย่เทียนหยู่ส่ายหน้า“ไม่เป็นไรได้ยังไงคะ ฉันเห็นนะว่าเธอเศร้ามาก คุณไม่กลัวจะเกิดเรื่องกับเธอเหรอคะ?” เฉินเค่อซินพูด“ไม่ขนาดนั้นหรอก”เย่เทียนหยู่ลังเลเล็กน้อย ด้วยความแข็งแกร่งของหลินหว่านหรูมันไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ถ้ามีซูถิงอยู่ด้วย ก็ไม่แน่“ไม่ขนาดนั้นอะไรอีก รีบไปดูเถอะค่ะ”เฉินเค่อซินจับมือเย่เทียนหยู่แล้วพูดแม้ว่า เย่เทียนหยู่จะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่เฉินเค่อซินรู้สึกได้ว่า ไม่ว่ามันจะแค่ข้อตกลงหรือไม่ แต่เย่เทียนหยู่รักภรรยาคนนี้มาก“ได้ ผมจะไปดู”เย่เทียนหยู่กล่าวเมื่อมองดูเย่เทียนหยู่จากไป เฉินเค่อก็รู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ติงอิ่งก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เค่อซิน ในเมื่อพวกเขาเป็นแค่สามีภรรยาตามข้อตกลง แล้วเธอก็ชอบเย่เทียนหยู่ด้วย ให้พวกเขาหย่ากันไม่ดีกว่าเหรอ ทำไมเธอต้องพยายามโน้มน้าวเขาด้วย!”“ไม่ได้นะ!”“พี่เย่ชอบเธอ ฉันจะทำเรื่องที่พี่เย่ไม่มีความสุขไม่ได้” เฉินเค่อซินตอบโต้ทันที“ยัยเด็กโง่เอ้ย”ติงอิ่งกล่าวอย่างช่วยไม่ได้จางซวนสับสนเล็กน้อยต่อสถานการณ์นี้เฉินเค่อซินเห็นดังนั้นจึงอธิบายว่า “พี่เย่แค่เห็นฉันเหมือนน้องสาวน
เมื่อได้ยินแบบนั้น ซูถิงก็แสดงท่าทีสงสารและพูดว่า “หว่านหรู เธอก็รู้ว่าฉันไม่เห็นด้วยกับเธอที่จะอยู่กับเย่เทียนหยู่ตั้งแต่แรก ถ้าเธอถามฉัน ฉันไม่สนับสนุนมันอย่างแน่นอน”“เพราะเรารู้ดีว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เย่เทียนหยู่อยู่กับผู้หญิงคนอื่น อนาคตเขาต้องไปพัวพันกับผู้หญิงพวกนั้นแน่ แล้วเธอจะทนได้เหรอ”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าหลินหว่านหรูจะมีภาพที่เย่เทียนหยู่ที่กำลังอยู่กับผู้หญิงอีกคนอยู่ฉายอยู่ในใจ และเธอก็รู้สึกไม่สบายใจเลย“แล้วเธอรู้ไหมว่าทำไมคนมากมายถึงต่อต้านไม่ให้พวกเธอคบกัน”“เพราะว่าโลกนี้ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมกันยังไงละ เธอสามารถทำทุกอย่างเพื่อความรักได้ แต่พอแต่งงานแล้วมันก็จะมีปัญหามากขึ้น” ซูถิงกล่าว“เรื่องนั้นฉันไม่สนใจแล้วละ ตอนนี้ฉันเลิกสนไปแล้ว แต่ฉันยอมรับไม่ได้ที่เขาไปคบกับผู้หญิงคนอื่น”“เฮ้อ เธอจะไม่สนใจเรื่องนี้ก็ได้นะ แต่พ่อ แม่กับปู่ของเธอล่ะ? เธออยากจะแตกหักกับทุกคนเหรอ?”“เท่าที่ฉันรู้ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สนับสนุนเรื่องที่เธอกับเย่เทียนหยู่คบกันนะ”ซูถิงถามอย่างมีชั้นเชิง“ใช่ ทุกคนไม่สนับสนุน ฉันเป็นคนเดียวที่ทำงานหนักและพยายามอย่างเต็มท
“กงซุนจื้อ ใครเหรอ?” เมื่อซูถิงได้ยินแบบนั้น เธอก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ในใจกลับกำลังปรีดาถึงที่สุด“นายน้อยของตระกูลกงซุน คนที่ช่วยเราทวงหนี้เมื่อครั้งที่แล้ว”“นายน้อยกงซุนที่เย่เทียนหยู่ขโมยความดีความชอบไปน่ะเหรอ”“อือ!”“ดูเหมือนเขาจะสุภาพและเป็นสุภาพบุรุษมากเลยนะ ภูมิหลังทางครอบครัวของเขาพิเศษมาก ฉันไม่เคยได้ยินข่าวลือไม่ดีเลย ที่มากไปกว่านั้นฉันมองไม่ออกหรอก แค่รู้สึกว่าเขาเก่งกาจมากเลยน่ะ”ซูถิงทำท่าเหมือนเธอไม่รู้จริงๆ“อ่อ”“แต่ว่ายังไงเขาก็เป็นทายาทในอนาคตของตระกูลกงซุน ใครก็ตามที่แต่งงานกับเขาก็คงเหมือนได้พรจากพระเจ้าเลยนะ ไม่รู้ใครจะโชคดีขนาดนั้นกันนะ”“จริงสิ ทำไมจู่ ๆ ถึงถามถึงเขาล่ะ”“ไม่มีอะไร!”หลินหว่านหรูไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ลึกๆ แล้วเธอเริ่มหันหากงซุนจื้อรถผ่านไปได้สักพักก็บังเอิญผ่านไปที่บาร์ ซูถิงเหลือบมองด้านข้างแล้วพูดว่า “หว่านหรู ไหน ๆ ตอนนี้เธอก็อารมณ์ไม่ดี ทำไมเราไม่พาที่ผ่อนคลายกันหน่อยล่ะ เครียดไปจะแย่เอานะ”“ผ่อนคลาย ที่ไหนเหรอ”“บาร์!”“ไม่ต้องกังวล เพื่อนของฉันเป็นเจ้าของบาร์ซีโร่ดาร์กอน ที่นั่นปลอดภัยมากเลย” ซูถิงกล่าว“ได้สิ”หลิน
ช่วงเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง เย่เทียนหยู่และหลินหว่านหรูก็กลับมาถึงเมืองตะวันออกกันแล้ว เวลาที่เหลือก็ค่อนข้างเยอะ ทั้งสองจึงทานข้าวด้วยกันก่อน แล้วค่อยส่งหลินหว่านหรูกลับบริษัทจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงค่อยออกเดินทาง แต่ขณะที่เขากำลังจะขึ้นรถ เขาก็ได้ยินเสียงอันอ่อนหวานดังเข้ามาในหู “คุณเย่คะ ท่าทางรีบร้อนแบบนั้น คุณจะรีบไปไหนเหรอคะ?”เย่เทียนหยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมอง ตรงหน้าเขาปรากฏร่างที่มีเสน่ห์และสง่างามของหญิงสาวคนหนึ่ง มองผิวเผินรู้สึกว่าเธอยังเด็กอยู่มาก ราวกับว่าเธอเพิ่งจะสี่สิบต้น ๆ เท่านั้นเองรูปร่างหน้าตาของเธอดูอ่อนเยาว์กว่าจูเก่อหลิวหลีนิดหน่อย แต่ความเซ็กซี่และเสน่ห์ที่เธอแสดงออกมานั้น โดยเฉพาะความขาวที่ถูกเผยให้เห็นเพียงเล็กน้อย เพียงเท่านั้นก็ทำให้ผู้คนต่างพากันใจเต้นแล้วขาเรียวยาวสองข้างที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย นี่ถือเป็นค่านิยมของผู้หญิงที่นับว่าเป็นอันตรายต่อผู้ชายอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน เย่เที่ยนหยู่เองก็เคยเห็นผู้หญิงมามากมายนับไม่ถ้วนจนเคยชินหมดแล้ว โดยเฉพาะเทพธิดาสองสามคนที่สวยกว่าหลินหว่านหรู่ก็เคยเจอมาหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงไ
แต่เธอกลับคิดไม่ถึงว่าแม่ตระกูลหลินจะทำให้เธอต้องอับอายมากขนาดนี้เห็นได้ชัดว่าเฉินเว่ยไม่อาจทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ เธอจึงแสดงเจตจำนงที่ต้องการจะลาออกทันทีเมื่อแม่ตระกูลหลินเห็นแบบนั้น เธอก็รีบอนุมัติให้ทันทีโดยที่ไม่คิดลังเลเลยแม้แต่น้อย กระทั่งคนอีกสองสามคนที่ต้องการจะลาออกตามเฉินเว่ยเองก็ถูกอนุมัติด้วยเช่นกันถึงยังไง เธอก็ยังมีคนที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างเหอรุ่ยอยู่ แค่นี้มันก็เพียงพอแล้วเห็นได้ชัดว่าเฉินเว่ยไม่คาดคิดมาก่อนว่าแม่ตระกูลหลินจะมุ่งมั่นมากขนาดนี้ ทำให้เธอตกตะลึงไปชั่วขณะได้จริง ๆ แต่เมื่อลองย้อนนึกดู แม้แต่คนอย่างเหอรุ่ยก็สามารถปีนข้ามหัวเธอได้ การที่เธอจากไปตอนนี้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเมื่อถึงตอนนั้น ตอนที่เครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์เกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ไม่แน่อาจจะมีปัญหามากมายตามมาเพิ่มก็ได้ตามที่หลิวเหวินเคยพูดถึงความคิดของแม่ตระกูลหลิน บวกกับเรื่องที่จู่ ๆ เหอรุ่ยก็ได้รับตำแหน่งผู้จัดการ เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นกับเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ก็คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะ เพราะงั้นจากไปเร็วหน่อยก็ดีเหมือนกันเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของเฉินเ
“หากเป็นเช่นนั้น งั้นเรื่องก็ง่ายมากเลยล่ะครับ มีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน” เหอรุ่ยรีบพูดขึ้นมา หากเขายังบอกว่าทำไม่ได้อีก แล้วตนจะยังมีประโยชน์อะไร นั่นเท่ากับตนจะพลาดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่รึไงเมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของแม่ตระกูลหลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ตอนนี้บริษัทมีทางรอดแล้วคนอย่างหลิวเหวินไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย แถมยังบอกว่าหมดหนทางอีกแต่เมื่อตนเป็นคนออกโรงเอง ก็สามารถหาคนเก่งมาได้ในทันที ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย!และเท่าที่ฟังมา เหมือนว่าคนที่ตนเลือกจะมีวิธีแก้ปัญหามากมายนับไม่ถ้วนอีกต่างหากเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว แม่ตระกูลหลินก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “ดีมาก หากเฉินเว่ยกล้ามาจริง ๆ ฉันก็จะไล่มันออกทันที แล้วให้เธอมารับตำแหน่งแทนหล่อนซะ”“ครับ ขอบคุณประธานหลิวมากครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรับใช้คุณ!” เหอรุ่ยรีบพูดประจบประแจงขึ้นมาทันที“ดีมาก ไม่เลวเลย เธอยังหนุ่มยังแน่น ต่อไปจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!”เมื่อแม่ตระกูลหลินได้ยินว่าอีกฝ่ายยินดีรับใช้ตน สีหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในใจก็รู้สึกพอใจอย่างมาก“ประธานหลิวชมเกินไปแล้วคร
“แต่ว่า ประธานเย่เองก็ไม่ใช่คนนอกนี่คะ”“ประธานเย่อะไร ใครคือประธานเย่กัน บริษัทนี้มีตำแหน่งเขาด้วยรึไง? หลิวเหวิน เธอเป็นอะไรไป หรือว่าเธอไม่อยากที่จะอยู่ในบริษัทนี้ต่ออย่างงั้นเหรอ?”แม่ตระกูลหลินด่าทอด้วยความโกรธวันนี้เย่เทียนหยู่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตนเลยด้วยซ้ำ คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนกันต่อให้เขาจะเก่งกาจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเดินตามหลังลูกสาวตนอยู่ดี ยังเป็นลูกเขยที่เชื่อฟังของเธออยู่กล้าดียังไงที่เมินเฉยกันแบบนี้!ไม่มีมารยาทเลยแม้แต่น้อย น่าโมโหเสียจริง!เมื่อถูกด่าทอแรง ๆ แบบนี้ สีหน้าของหลิวเหวินดูเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็รู้สึกโกรธจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่สามารถอดทนต่อไปได้แล้วจริง ๆ แต่เวลานี้แม่ตระกูลหลินก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “เอาล่ะ หลิวเหวิน ฉันจะไม่พูดไร้สาระกับเธออีก วัตถุดิบที่เธอต้องการมันไม่มีอีกแล้วล่ะ”“ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ รีบหาวัตถุดิบตัวใหม่เพื่อมาทดแทนโดยเร็วที่สุด”“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ!” หลิวเหวินตอบ“ทำไม่ได้ก็คิดหาวิธีสิ หากยังไม่ได้อีก เธอก็หาอย่างอื่นที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงมาไม่ได้รึไง ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกัน แค
ประจวบเหมาะกับที่หลินหว่านหรูเองก็เกือบจะจัดการธุระเสร็จแล้ว เย่เทียนหยู่มองดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เวลาเพิ่งจะสิบโมงกว่า ๆ ดังนั้นจึงมีเวลาอีกเหลือเฟือให้เขารีบกลับไป“แม่ของคุณกับคนอื่น ๆ ล่ะ หรือพวกเขากลับไปกันแล้ว?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้เจอพวกเขา แถมยังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นอีก ไม่คิดจะอยู่พูดคุยกันหน่อยรึไง“กลับไปกันแล้ว!”สีหน้าของหลินหว่านหรูเริ่มมืดมนลงเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบกลับไปจัดการธุระเหรอคะ พวกเราเองก็กลับกันเถอะ”“ได้!”เย่เทียนหยู่พยักหน้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที ระหว่างทาง เขาหันไปมองหลินหว่านหรูที่ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล่าเอ่ยปาก เขาจึงถามออกไปว่า “หว่านหรู คุณเป็นอะไรรึเปล่า หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณลำบากใจรึเปล่า?”“หรือจะเป็นเรื่องสูตรนั่น?”เมื่อเห็นว่าเย่เทียนหยู่เป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลินหว่านหรูก็พยักหน้าทันที ก่อนจะพูดซ้ำสิ่งที่แม่ของเธอเพิ่งจะพูดไปออกมาเย่เทียนหยู่ส่ายหัว พร้อมพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สูตรส่วนผสมสูตรเดียวเอง ผมเขียนให้ตอนนี้เลยก็ได้ และจะ
“ได้สิ”ทันทีที่แม่ตระกูลหลินพูดจบ เธอก็รีบเดินจากไป พร้อมกับสาปแช่งอยู่ในใจใครขอให้แกมากัน ไม่รู้จะมาทำไม มาแย่งบริษัทไปจากฉันรึไงฝันไปเถอะ!หลินซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดจะเอาก็เอาไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ!ถ้าเธอรู้แต่แรก ว่าอีกไม่นานหลินหว่านหรูจะได้นั่งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเทียนเฟิงกรุ๊ป และได้กลายเป็นผู้จัดการระดับสูงของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านแบบนี้ เธอไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่พ่อตระกูลหลินรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อันที่จริง เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแม่ตระกูลหลินสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเมื่อก่อนทุกการตัดสินใจก็มักจะขึ้นอยู่กับแม่ตระกูลหลิน แถมตอนนี้ท่าทีของเธอก็ยิ่งเหมือนบูเช็คเทียนเข้าไปทุกวัน ไม่ว่าเธอพูดจะอะไร ตนก็ได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็เดินตามหาหลงเจี๋ยจนเจอ จากนั้นหลงเจี๋ยก็ถามออกไปด้วยความโกรธทันที “เย่เทียนหยู่ นี่คุณหมายความว่ายังไง ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงต้องหลอกฉันด้วย?”“ผมหลอกคุณงั้นเหรอ?” เย่เทียนหยูรู้สึกสับสน“ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ เห็น ๆ อยู่ว่าคุณคือราชามังกรแห่งพรรคมังกร ไม่บอกฉันก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะแสร้งบ
เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากนี้ ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “หว่านหรู ในเมื่อทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พอดีเมื่อกี้คุณตำรวจหลงมีเรื่องที่ต้องคุยกับผมน่ะ ผมขอไปหาเธอหน่อยนะ”“อือ คุณไปเถอะ”เมื่อกี้ตอนที่หลงเจี๋ยเชิญเขา หลินหว่านหรูที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้เรื่องนี้ดีหลังจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงเดินจากไปเมื่อเย่เทียนหยู่เดินจากไปแล้ว คนที่เหลือก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี หลังจากที่สื่อสารกันไปมาสักพัก หลินหว่านหรูก็ได้เซ็นลงไปส่วนเรื่องเงินชดเชย แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการเลยสักบาทเมื่อเห็นว่าในที่สุดปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว แม่ตระกูลหลินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เธอจึงกอดหลินหว่านหรูเอาไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความซาบซึ้งออกไปว่า “หว่านหรู ขอบคุณมากนะ!”“ก่อนหน้านี้แม่ทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ลูกก็ยังปกป้องแม่ตลอด ลูกเป็นลูกสาวที่ดีที่สุดในโลกเลย แม่รักลูกนะ!”คำพูดที่หวานซึ้งเช่นนี้ หลินหว่านหรูถึงกับทนรับเอาไว้ไม่ไหว แต่การที่แม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากแล้ว“หว่านหรู ลูกวางใจได้ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าตัวเองผิด ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก แม่จะดูแลบริษัทใ
ในตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าไป ก็เห็นว่าพ่อตระกูลหลินกำลังเดินออกมา พร้อมกับพูดด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นออกไปว่า “หว่านหรู ในที่สุดแกก็มาแล้ว ขืนแกยังไม่มา แม่แกคงอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว”หลินหว่านหรูขมวดคิ้ว เธอแทบไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยสีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชาอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาของทั้งสอง สีหน้าพ่อตระกูลหลินก็ดูหมดหวัง และคิดว่าหลายสิ่งที่พวกเขาทำมันเกินไปแล้วจริง ๆ เขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดีเป็นเพราะเขาเดินตามทั้งสองเข้าไป พ่อตระกูลหลินถึงเข้าไปด้วยได้ เดิมที เขาแค่จะมาดูแม่ตระกูลหลินเท่านั้นภายใต้การนำทางของตำรวจ หลินหว่านหรูและเย่เทียนหยู่ก็ได้มาถึงห้องขังที่แม่ตระกูลหลินอยู่แม่ตระกูลหลินเองก็รู้ว่าหลินหว่านหรูมาถึงแล้ว ทันทีที่เห็นทั้งสอง เธอก็รีบลุกขึ้น และเดินมาหาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกไปว่า “หว่านหรู ลูกรักของแม่ ลูกมาแล้วเหรอ!”มองดูดวงตาที่แดงก่ำของแม่ตระกูลหลิน บวกกับท่าทีตื่นเต้นโดยเฉพาะสีหน้าที่ดูอ่อนเพลียและซีดเซียวของเธอ แม้แต่ผมเผ้าเองก็ยังดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้เธอดูน่าสงสารอย่างมากบวกกับที่เธอพูดคำว
คุณนายไป๋ถูกหัวหน้าใหญ่ไป๋จ้องตาเขม็ง สีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ก่อนจะรีบพูดออกมาเบา ๆ ว่า “พี่เฉินคะ พะ พี่เป็นอะไรไป?”“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง!”สีหน้าไป๋เฉินดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ละ แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ ถึงต่อให้ฉันเป็นคนที่สร้างเรื่องขึ้นมา พี่ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงจะสามารถจัดการเขาได้?”“เดิมทีมันก็อาจจะได้ แต่เมื่อกี้พยัคฆ์ทมิฬเพิ่งรายงานว่า เขาอาจจะเป็นราชามังกรแห่งพรรคมังกรก็ได้ และจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสมากถึงแปดเก้าส่วนที่จะเป็นเรื่องจริง”“หากว่าเขาเป็นราชามังกรจริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่สำนักเจวี๋ยฉิงก็ทำอะไรเขาไม่ได้”ไป๋เฉินพูดด้วยความโกรธ“หา ไม่จริงน่า เป็นไปได้ไหมที่พยัคฆ์ทมิฬกำลังหลอกพี่อยู่”“เขาไม่มีทางหลอกฉันแน่”ไป๋เฉินถอนหายใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เขาถูกภรรยาชักจูงแบบผิด ๆ มาตั้งแต่แรก ต่อให้ตอนนี้ตนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ปัญหาในการจัดการกับเย่เทียนหยู่ แต่เป็นจุดตันเถียนของเขา มันจะยังสามารถฟื้นฟูกลับมาไ