หลินหว่านหรูร้องไห้จนน้ำตาอาบแก้ม บางทีเธออาจดื่มมากเกินไปจนไม่มีสติ ก็เลยพ่นเอาความในใจออกมาหมดเป็นเพราะเหตุนี้เธอจึงรู้สึกดีขึ้นมากและสงบลงมาก เธอหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำตา“หว่านหรู อย่าเศร้าเกินไปเลยนะ”“ในเมื่อเขาทำไม่ได้ เราก็ควรมองไปข้างหน้า มีพวกนายน้อยเก่ง ๆ ตั้งมากมายที่ไล่จีบเธอแต่จีบไม่ติดทำไมต้องมาเสียใจกับคนไร้ยางอายแบบเขาด้วย”ซูถิงปลอบใจเธอหลินหว่านหรูพยักหน้า บางทีเธอควรจะปล่อยเรื่องเขาไปจริงๆ แต่เธอก็ยังรู้สึกปวดใจเมื่อคิดจะปล่อยวาง โดยเฉพาะเมื่อต้องไปสำนักงานกิจการพลเรือนพรุ่งนี้มันอึดอัดมากหลินหว่านหรูกำลังจะพูด แต่ในตอนนั้นเองกลุ่มชายแต่งตัวทันสมัยมองเห็นพวกเธอและก้าวเข้ามา ก่อนจะพูดว่า “น้องสาวคนสวยทั้งสอง ไปดื่มกันไหมจ๊ะ ไม่มีผู้ชายมาด้วยเหรอ? ไปด้วยกันดีไหม?”“โดยเฉพาะสาวสวยคนนี้ ดูเหมือนจะร้องไห้อยู่นะ ถูกรังแกหรือเปล่า? บอกพี่มาสิจ๊ะ เดี๋ยวพี่ช่วยไปแก้แค้นให้เอง”เมื่อซูถิงเห็น เธอก็พูดอย่างเย็นชาทันที “ไปให้พ้น เราไม่รู้จักพวกแกนะ!”“ฮ่าฮ่า เมื่อกี้เราไม่รู้จักกัน แต่ตอนนี้เรารู้จักกันแล้วไงจ๊ะ ดื่มสักสองก็รู้จักกันแล้ว” ชายผมเหลืองถึงกับคิดจะว
ชายคนนั้นไม่ทันได้ระวังและถูกผลักออกซูถิงข่วนใบหน้าของชายอีกสองคนที่อยู่ด้านข้างเธออย่างแรงนี่เป็นบทละครที่ถูกเขียนเอาไว้แล้วรออีกพักกงซุนจื้อจะเป็นฮีโร่มาปรากฏตัวเพื่อปกป้องสาวงามหลินหว่านหรูโกรธและสิ้นหวัง ไม่คิดเธอว่าซูถิงจะยอมเสี่ยงชีวิตขนาดนี้ถึงกับยอมเอาชีวิตเข้าแลกกับอีกฝ่ายเพื่อช่วยเธอใจของซูถิงมีเธออยู่จริง ๆ และก็ทำทุกอย่างเพื่อเธอมาโดยตลอด แม้จะถูกเข้าใจผิด แต่ก็ยังสู้ไม่ถอยขนาดนี้ในเวลานี้หลินหว่านหรูไม่สนใจมากนัก เธอใช้ประโยชน์จากจังหวะนี้ ลุกขึ้นและวิ่งหนีออกไปเธอคิดกับตัวเองว่า ซูถิง รอฉันก่อน ฉันจะช่วยเธอแน่“ให้ตายเถอะ นังบ้านั่น รนหาที่ตายจริง ๆ!”ชายคนนั้นโกรธกับพฤติกรรมของซูถิง เขาตบซูถิงอย่างแรงสองครั้ง แฃ้งผลักเธอออกไป และพูดด้วยความโกรธ “ไปจับเธอมา”หลินหว่านหรูอยากจะวิ่งหนี แต่ฃเธอดื่มไปหนักมาก อีกทั้งอีกฝ่ายก็ระวังเอาไว้อยู่แล้ว จะปล่อยให้เธอทำตามอำเภอใจหนีไปแบบนั้นได้ยังไงยิ่งไปกว่านั้น หลินหว่านหรูวิ่งออกไปสองสามก้าว ก็เซจนเกือบจะล้มลงอยู่แล้วเมื่อมองดูภาพเบื้องหน้า ดวงตาของกงซุนจื้อจากระยะไกลก็แสดงความตื่นเต้นด้วยความพอใจ แต่ก็รีบระงับ
ขณะที่หลินหว่านหรูกำลังสิ้นหวัง เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าคนคนนั้นคือเย่เทียนหยู่เธอนึกว่าตัวเองตาลายเสียอีกต้องเป็นเพราะคิดมากไปแน่ ๆ ถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้แต่ในไม่ช้า เสียงของเย่เทียนหยู่ก็ดังขึ้นอีกครั้งเสียงนั้นอ่อนโยน มั่นคงและแข็งกร้าว ทำให้เธอแอบหลงใหลไปชั่วขณะในเวลานี้ เย่เทียนหยู่ได้ช่วยหลินหว่านหรูขึ้นมาแล้ว“คุณ ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่?” หลินหว่านหรูตกใจ รู้สึกดีใจ ตื่นเต้นและเต็มไปด้วยอารมณ์อื่น ๆ ซึ่งมันซับซ้อนมาก“ก็คุณอยู่ที่นี่แล้วมีอันตราย ผมจะไม่อยู่ได้ยังไงล่ะครับ”เย่เทียนหยู่พูดเบา ๆทันทีที่ได้ยินแบบนั้น กำแพงหัวใจของหลินหว่านหรูถูกทลายลงอีกครั้ง เธอแทบจะอดไม่ได้ที่จะโยนตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของอีกฝ่ายแต่กงซุนจื้อโกรธสุดขีดเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า อยากจะกินเลือดกินเนื้อเย่เทียนหยู่ซะแต่ไม่เป็นไร เย่เทียนหยู่ ฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้าปล่อยให้แกอยู่รอดถึงคืนพรุ่งนี้ กงซุนจื้อสามตัวนี้ฉันจะเขียนมันกลับหัวซะที่แท้ก่อนที่เขาจะมาถึง มีข่าวมาจากที่บ้านของเขา ว่าผู้เฒ่าหวังจะเดินทางมาเทียนไห่ในวันพรุ่งนี้เมืองหลวงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่และสามารถมาถึงได้ตอนเที่ยงเมื
“มึง!”“มึงมันรนหาที่ตาย!”หนุ่มผมทองโกรธและเรียกให้ทุกคนพุ่งไปรุมเขาในทันทีต่อให้ทักษะการต่อสู้ของปหจะเก่งแค่ไหน สองหมัดก็ยากจะเอาชนะสี่มือ อีกพักแกได้เห็นดีแน่แต่ไม่นาน หนุ่มผมทองก็ต้องพบกับความสิ้นหวัง คนของเขาไม่พอให้เป็นคู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายแน่ เวลาเพียงชั่วพริบตา ทุกคนนอนกองอยู่บนพื้นและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงโดยไม่มีละเว้นแม้แต่คนเดียว และเกือบทุกคนได้รับบาดเจ็บภายในสำหรับตัวเขาเอง อาจเป็นเพราะเขาเป็นผู้นำ ทำให้อีกฝ่ายลงมือกับเขาเบาเป็นพิเศษมือทั้งสองข้างหักหมดแต่เย่เทียนหยู่สังเกตเห็นว่ามีคนเฝ้าดูอยู่รอบตัวเขา พวกเขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เขาจึงรีบปิดหลินหว่านหรูและออกจากที่นี่ไปทันทีเขาไม่อยากตกเป็นข่าวเมื่อเห็นทั้งคู่จากไป หนุ่มผมทองก็รีบโทรหาโรงพยาบาล จากนั้นจึงมองซูถิงด้วยความโกรธและพูดว่า “คุณซู นี่มันหมายความว่ายังไง มันแค่การแสดงไม่ใช่เหรอ คิดจะเอาชีวิตพวกกูหรือไง”“ฉะ ฉันก็ไม่ปคิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้”ซูถิงสับสนมาก แน่นอนว่าเธอเป็นคนไปหาเจ้าของบาร์ เธอขอให้เจ้าของบาร์จัดกลุ่มคนมาร่วมแสดง แล้วจะให้มีคนเป็น
ขณะที่ซูถิงกำลังคิดว่าจะส่งหลินหว่านหรูไปที่เตียงของกงซุนจื้อได้ยังไง หลินหว่านหรูก็โทรมาหาเธอที่แท้แล้วสมองของหลินหว่านหรูหยุดทำงานไปชั่วขณะ ตอนที่เย่เทียนหยู่ปรากฏตัว จนกระทั่งเดินออกจากที่นั่นมาแล้ว ถึงจำได้ว่าซูถิงยังไม่ออกมาเธอรีบพูดว่า “เทียนหยู ซูถิงยังไม่ออกมาเลย”“ไม่ต้องกังวล เธอไม่เป็นไรหรอกครับ” เย่เทียนหยู่กล่าว“จริงเหรอ?”“อือ ก็พวกนั้นเป็นพวกเดียวกัน จะเป็นอะไรได้ยังไง?”“ไร้สาระ!”“ซูถิงถูกตบแรงมากเลยนะ แล้วเธอก็ต่อสู้เพื่อฉัน เธอจะเป็นพวกเดียวกันได้ยังไง แล้วอีกอย่าง เธอให้คนมาทำเรื่องแบบนี้แล้วจะได้อะไร?”เย่เทียนหยู่อยากจะบอกเธอว่าได้ปรากฏเจ้าชายขี่ม้าขาวแต่พอคิดไปแล้ว ครั้งนี้คนที่ได้เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวคือเขานี่“เทียนหยู่ ฉันรู้สึกขอบคุณนายมากที่นายมาช่วยฉันไว้ทันเวลา แต่ว่าไม่มีทางที่ซูถิงและพวกเขาจะเป็นพวกเดียวกัน”“ฉันรู้ว่านายมีอคติกับเธอ แต่ที่ผ่านมาเธอทำเรื่องผิดต่อนายก็เพื่อฉัน และเธอก็แก้ไขแล้วนี่”หลินหว่านหรูอธิบาย“เอาล่ะ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็อย่าพูดถึง”“คุณเองก็ไม่ต้องกังวล ต่อให้พวกเขาไม่ใช่พวกเดียวกัน คนเหล่านั้นก็ถูกผมทำร้าย ไม่มี
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีทรัพย์สินมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ฉันยังมีบ้านอยู่ในมืออีกสองสามหลัง เงินแค่นี้ฉันมีหรอก”“ไม่ กูไม่เชื่อมึง มึงบอกว่าแค่แสดง แต่แล้วเป็นยังไงล่ะ ดูพวกเพื่อนๆ กูสิวะยังมีใครยืนไหวอีก?”หนุ่มผมทองหัวเราะอย่างเย็นชา“คิดออกหรือยัง กูไม่มีเวลารอมึงหรอกนะ กูจะให้เวลาสิบวินาที ถ้ามึงไม่ตอบกลับ กูรับประกันว่าอนาคตมึงจบเห่แน่” หนุ่มผมทองขู่เพราะเขาได้ยินเสียงรถพยาบาลข้างนอก“ถ้าอย่างนั้น ครั้งเดียวนะ แค่ครั้งเดียว ให้แก่ทำคนเดียวไม่อย่างนั้นฉันไม่ยอมแน่”“ถ้าแก่ยอมให้ฉันทำแค่ครั้งเดียว เงินค่ารักษาสองล้านห้าฉันจะยังจ่ายให้แก่”ซูถิงยังมีข้อเรียกร้อง เป้าหมายสูงสุดของเธอคือเย่เทียนหยู่ถ้าเอาแต่คลุกตัวอยู่กับผู้ชายแบบนี้ เธอจะแต่งงานกับเย่เทียนหยู่ได้ยังไงหนุ่มผมทองไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องดี ๆ แบบนี้ ได้ทั้งคนสวยได้ทั้งเงิน เขาจึงตอบตกลงทันที “ได้ แค่ครั้งเดียวก็พอ มึงเป็นคนบอกเองนะ ตอนนี้มึงไปโรงพยาบาลกับกูซะ”“ทำไมต้องไปโรงพยาบาล”“ถ้ามึงหนีไปจะทำยังไง?” หนุ่มผมทองพูดอย่างเย็นชา“มือสองข้างของแกเป็นแบบนี้ แล้วจะ…”“เหอะ จะทำเรื่องนั้นไม่ได้ต้องให้ผมใช้มือนี่?” หนุ
เวลาเช้า 08:59 น หลินหว่านหรูจอดรถด้วยความไม่เต็มใจ เรียกได้ว่าเธอพยายามาสายเธอตั้งใจจะมาช้ากว่าเวลานัด เมื่อมองไปที่ประตูก่อนจะลงจากรถ เย่เทียนหยู่ไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอจึงค่อย ๆ เดินลงไปอย่างเปิดเผยหลังจากมาถึงประตูหลินหว่านหรูก็เหลือบมองเวลาเก้าโมงกว่าแล้ว!เย่เทียนหยู่ยังไม่ปรากฏตัว!หึ ตาบ้านั่นปากแข็งชัด ๆ เก้าโมงกว่าแล้วก็ยังไม่เห็นมาเลยดูท่าคงทนหย่ากับเธอไม่ไหวต้องอย่างนี้สิ ก็ฉันสวยมาก สวยอย่างกับนางฟ้าและโดดเด่น ผู้ชายคนไหนมีเธอแล้วจะยอมเสียไปกันล่ะยิ่งหลินหว่านหรูคิดก็ยิ่งมีความสุข ความกังวลใจ ความวิตกกังวลก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้วเธอเตรียมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและโทรหาเย่เทียนหยู่ถามว่าทำไมไม่มาแต่ทันทีที่เธอโทรออก เธอก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นข้างหลัง และเธอก็อดตัวสั่นไม่ได้เสียงเรียกเข้านี้เป็นเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือของเย่เทียนหยู่อย่างแน่นอนไม่ใช่เขาใช่ไหมเป็นไปไม่ได้“คุณกำลังโทรหาผมเหรอครับ?”ในขณะนี้เอง เสียงอันอ่อนโยนของเย่เทียนหยู่ดังมาจากด้านหลังหลินหว่านหรูอดไม่ได้ที่จะค่อย ๆ หันหน้าไป ก่อนจะเห็นเย่เทียนหยู่ที่สวมชุดลำลองดูหล่อ
ในขณะนี้ เธอกำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ทำให้เธอเต็มใจรับฟังได้มากขึ้นทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของหลินหว่านหรูก็ดังขึ้น เมื่อเธอมองดูก็เห็นว่าคนที่โทรมาคือซูถิงส่วนตัวซูถิงเองในเวลานี้กำลังโกรธจัดเมื่อคืน เพราะหวงเหมาได้รับบาดเจ็บ หวงเหมาเลยไม่ได้ขอมีอะไรกับเธอ แต่ก็ยังถูกเขาบังคับให้ใช้ปากครั้งหนึ่งในโรงพยาบาลเรื่องนี้ทำให้ซูถิงรู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างมาก เธอกลับไปบ้วนปากนับครั้งไม่ถ้วน แต่เธอก็ยังรู้สึกแย่แทบทนไม่ไหวเธอรู้สึกว่าเรื่องในครั้งนี้ต้องโทษเย่เทียนหยู่และหลินหว่านหรูถ้าไม่ใช่เพราะเย่เทียนหยู่เข้ามาขัดจังหวะ หลินหว่านหรูกับกงซุนจื้อก็คงจะได้กันไปแล้ว และเธอก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้ถ้าหลินหว่านหรูไม่ทิ้งเธอไว้ตามลำพัง เธอคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น“ถิงถิง เธอโอเคไหม? ยังเจ็บหน้าอยู่หรือเปล่า?” หลินหว่านหรูถามด้วยความห่วงใย ซูถิงพยายามสุดชีวิตเพื่อจะช่วยเธอเมื่อคืนนี้เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของซูถิงแสดงความขุ่นเคือง แต่เธอก็ยังตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไร เรื่องมันผ่านไปแล้ว แล้วเธอล่ะ เมื่อคืนเย่เทียนหยู่ไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม”“ไม่ได้ทำ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น” หลิน
ช่วงเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง เย่เทียนหยู่และหลินหว่านหรูก็กลับมาถึงเมืองตะวันออกกันแล้ว เวลาที่เหลือก็ค่อนข้างเยอะ ทั้งสองจึงทานข้าวด้วยกันก่อน แล้วค่อยส่งหลินหว่านหรูกลับบริษัทจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงค่อยออกเดินทาง แต่ขณะที่เขากำลังจะขึ้นรถ เขาก็ได้ยินเสียงอันอ่อนหวานดังเข้ามาในหู “คุณเย่คะ ท่าทางรีบร้อนแบบนั้น คุณจะรีบไปไหนเหรอคะ?”เย่เทียนหยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมอง ตรงหน้าเขาปรากฏร่างที่มีเสน่ห์และสง่างามของหญิงสาวคนหนึ่ง มองผิวเผินรู้สึกว่าเธอยังเด็กอยู่มาก ราวกับว่าเธอเพิ่งจะสี่สิบต้น ๆ เท่านั้นเองรูปร่างหน้าตาของเธอดูอ่อนเยาว์กว่าจูเก่อหลิวหลีนิดหน่อย แต่ความเซ็กซี่และเสน่ห์ที่เธอแสดงออกมานั้น โดยเฉพาะความขาวที่ถูกเผยให้เห็นเพียงเล็กน้อย เพียงเท่านั้นก็ทำให้ผู้คนต่างพากันใจเต้นแล้วขาเรียวยาวสองข้างที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย นี่ถือเป็นค่านิยมของผู้หญิงที่นับว่าเป็นอันตรายต่อผู้ชายอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน เย่เที่ยนหยู่เองก็เคยเห็นผู้หญิงมามากมายนับไม่ถ้วนจนเคยชินหมดแล้ว โดยเฉพาะเทพธิดาสองสามคนที่สวยกว่าหลินหว่านหรู่ก็เคยเจอมาหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงไ
แต่เธอกลับคิดไม่ถึงว่าแม่ตระกูลหลินจะทำให้เธอต้องอับอายมากขนาดนี้เห็นได้ชัดว่าเฉินเว่ยไม่อาจทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ เธอจึงแสดงเจตจำนงที่ต้องการจะลาออกทันทีเมื่อแม่ตระกูลหลินเห็นแบบนั้น เธอก็รีบอนุมัติให้ทันทีโดยที่ไม่คิดลังเลเลยแม้แต่น้อย กระทั่งคนอีกสองสามคนที่ต้องการจะลาออกตามเฉินเว่ยเองก็ถูกอนุมัติด้วยเช่นกันถึงยังไง เธอก็ยังมีคนที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างเหอรุ่ยอยู่ แค่นี้มันก็เพียงพอแล้วเห็นได้ชัดว่าเฉินเว่ยไม่คาดคิดมาก่อนว่าแม่ตระกูลหลินจะมุ่งมั่นมากขนาดนี้ ทำให้เธอตกตะลึงไปชั่วขณะได้จริง ๆ แต่เมื่อลองย้อนนึกดู แม้แต่คนอย่างเหอรุ่ยก็สามารถปีนข้ามหัวเธอได้ การที่เธอจากไปตอนนี้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเมื่อถึงตอนนั้น ตอนที่เครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์เกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ไม่แน่อาจจะมีปัญหามากมายตามมาเพิ่มก็ได้ตามที่หลิวเหวินเคยพูดถึงความคิดของแม่ตระกูลหลิน บวกกับเรื่องที่จู่ ๆ เหอรุ่ยก็ได้รับตำแหน่งผู้จัดการ เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นกับเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ก็คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะ เพราะงั้นจากไปเร็วหน่อยก็ดีเหมือนกันเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของเฉินเ
“หากเป็นเช่นนั้น งั้นเรื่องก็ง่ายมากเลยล่ะครับ มีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน” เหอรุ่ยรีบพูดขึ้นมา หากเขายังบอกว่าทำไม่ได้อีก แล้วตนจะยังมีประโยชน์อะไร นั่นเท่ากับตนจะพลาดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่รึไงเมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของแม่ตระกูลหลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ตอนนี้บริษัทมีทางรอดแล้วคนอย่างหลิวเหวินไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย แถมยังบอกว่าหมดหนทางอีกแต่เมื่อตนเป็นคนออกโรงเอง ก็สามารถหาคนเก่งมาได้ในทันที ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย!และเท่าที่ฟังมา เหมือนว่าคนที่ตนเลือกจะมีวิธีแก้ปัญหามากมายนับไม่ถ้วนอีกต่างหากเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว แม่ตระกูลหลินก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “ดีมาก หากเฉินเว่ยกล้ามาจริง ๆ ฉันก็จะไล่มันออกทันที แล้วให้เธอมารับตำแหน่งแทนหล่อนซะ”“ครับ ขอบคุณประธานหลิวมากครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรับใช้คุณ!” เหอรุ่ยรีบพูดประจบประแจงขึ้นมาทันที“ดีมาก ไม่เลวเลย เธอยังหนุ่มยังแน่น ต่อไปจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!”เมื่อแม่ตระกูลหลินได้ยินว่าอีกฝ่ายยินดีรับใช้ตน สีหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในใจก็รู้สึกพอใจอย่างมาก“ประธานหลิวชมเกินไปแล้วคร
“แต่ว่า ประธานเย่เองก็ไม่ใช่คนนอกนี่คะ”“ประธานเย่อะไร ใครคือประธานเย่กัน บริษัทนี้มีตำแหน่งเขาด้วยรึไง? หลิวเหวิน เธอเป็นอะไรไป หรือว่าเธอไม่อยากที่จะอยู่ในบริษัทนี้ต่ออย่างงั้นเหรอ?”แม่ตระกูลหลินด่าทอด้วยความโกรธวันนี้เย่เทียนหยู่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตนเลยด้วยซ้ำ คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนกันต่อให้เขาจะเก่งกาจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเดินตามหลังลูกสาวตนอยู่ดี ยังเป็นลูกเขยที่เชื่อฟังของเธออยู่กล้าดียังไงที่เมินเฉยกันแบบนี้!ไม่มีมารยาทเลยแม้แต่น้อย น่าโมโหเสียจริง!เมื่อถูกด่าทอแรง ๆ แบบนี้ สีหน้าของหลิวเหวินดูเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็รู้สึกโกรธจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่สามารถอดทนต่อไปได้แล้วจริง ๆ แต่เวลานี้แม่ตระกูลหลินก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “เอาล่ะ หลิวเหวิน ฉันจะไม่พูดไร้สาระกับเธออีก วัตถุดิบที่เธอต้องการมันไม่มีอีกแล้วล่ะ”“ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ รีบหาวัตถุดิบตัวใหม่เพื่อมาทดแทนโดยเร็วที่สุด”“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ!” หลิวเหวินตอบ“ทำไม่ได้ก็คิดหาวิธีสิ หากยังไม่ได้อีก เธอก็หาอย่างอื่นที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงมาไม่ได้รึไง ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกัน แค
ประจวบเหมาะกับที่หลินหว่านหรูเองก็เกือบจะจัดการธุระเสร็จแล้ว เย่เทียนหยู่มองดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เวลาเพิ่งจะสิบโมงกว่า ๆ ดังนั้นจึงมีเวลาอีกเหลือเฟือให้เขารีบกลับไป“แม่ของคุณกับคนอื่น ๆ ล่ะ หรือพวกเขากลับไปกันแล้ว?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้เจอพวกเขา แถมยังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นอีก ไม่คิดจะอยู่พูดคุยกันหน่อยรึไง“กลับไปกันแล้ว!”สีหน้าของหลินหว่านหรูเริ่มมืดมนลงเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบกลับไปจัดการธุระเหรอคะ พวกเราเองก็กลับกันเถอะ”“ได้!”เย่เทียนหยู่พยักหน้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที ระหว่างทาง เขาหันไปมองหลินหว่านหรูที่ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล่าเอ่ยปาก เขาจึงถามออกไปว่า “หว่านหรู คุณเป็นอะไรรึเปล่า หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณลำบากใจรึเปล่า?”“หรือจะเป็นเรื่องสูตรนั่น?”เมื่อเห็นว่าเย่เทียนหยู่เป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลินหว่านหรูก็พยักหน้าทันที ก่อนจะพูดซ้ำสิ่งที่แม่ของเธอเพิ่งจะพูดไปออกมาเย่เทียนหยู่ส่ายหัว พร้อมพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สูตรส่วนผสมสูตรเดียวเอง ผมเขียนให้ตอนนี้เลยก็ได้ และจะ
“ได้สิ”ทันทีที่แม่ตระกูลหลินพูดจบ เธอก็รีบเดินจากไป พร้อมกับสาปแช่งอยู่ในใจใครขอให้แกมากัน ไม่รู้จะมาทำไม มาแย่งบริษัทไปจากฉันรึไงฝันไปเถอะ!หลินซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดจะเอาก็เอาไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ!ถ้าเธอรู้แต่แรก ว่าอีกไม่นานหลินหว่านหรูจะได้นั่งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเทียนเฟิงกรุ๊ป และได้กลายเป็นผู้จัดการระดับสูงของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านแบบนี้ เธอไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่พ่อตระกูลหลินรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อันที่จริง เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแม่ตระกูลหลินสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเมื่อก่อนทุกการตัดสินใจก็มักจะขึ้นอยู่กับแม่ตระกูลหลิน แถมตอนนี้ท่าทีของเธอก็ยิ่งเหมือนบูเช็คเทียนเข้าไปทุกวัน ไม่ว่าเธอพูดจะอะไร ตนก็ได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็เดินตามหาหลงเจี๋ยจนเจอ จากนั้นหลงเจี๋ยก็ถามออกไปด้วยความโกรธทันที “เย่เทียนหยู่ นี่คุณหมายความว่ายังไง ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงต้องหลอกฉันด้วย?”“ผมหลอกคุณงั้นเหรอ?” เย่เทียนหยูรู้สึกสับสน“ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ เห็น ๆ อยู่ว่าคุณคือราชามังกรแห่งพรรคมังกร ไม่บอกฉันก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะแสร้งบ
เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากนี้ ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “หว่านหรู ในเมื่อทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พอดีเมื่อกี้คุณตำรวจหลงมีเรื่องที่ต้องคุยกับผมน่ะ ผมขอไปหาเธอหน่อยนะ”“อือ คุณไปเถอะ”เมื่อกี้ตอนที่หลงเจี๋ยเชิญเขา หลินหว่านหรูที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้เรื่องนี้ดีหลังจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงเดินจากไปเมื่อเย่เทียนหยู่เดินจากไปแล้ว คนที่เหลือก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี หลังจากที่สื่อสารกันไปมาสักพัก หลินหว่านหรูก็ได้เซ็นลงไปส่วนเรื่องเงินชดเชย แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการเลยสักบาทเมื่อเห็นว่าในที่สุดปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว แม่ตระกูลหลินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เธอจึงกอดหลินหว่านหรูเอาไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความซาบซึ้งออกไปว่า “หว่านหรู ขอบคุณมากนะ!”“ก่อนหน้านี้แม่ทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ลูกก็ยังปกป้องแม่ตลอด ลูกเป็นลูกสาวที่ดีที่สุดในโลกเลย แม่รักลูกนะ!”คำพูดที่หวานซึ้งเช่นนี้ หลินหว่านหรูถึงกับทนรับเอาไว้ไม่ไหว แต่การที่แม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากแล้ว“หว่านหรู ลูกวางใจได้ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าตัวเองผิด ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก แม่จะดูแลบริษัทใ
ในตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าไป ก็เห็นว่าพ่อตระกูลหลินกำลังเดินออกมา พร้อมกับพูดด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นออกไปว่า “หว่านหรู ในที่สุดแกก็มาแล้ว ขืนแกยังไม่มา แม่แกคงอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว”หลินหว่านหรูขมวดคิ้ว เธอแทบไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยสีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชาอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาของทั้งสอง สีหน้าพ่อตระกูลหลินก็ดูหมดหวัง และคิดว่าหลายสิ่งที่พวกเขาทำมันเกินไปแล้วจริง ๆ เขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดีเป็นเพราะเขาเดินตามทั้งสองเข้าไป พ่อตระกูลหลินถึงเข้าไปด้วยได้ เดิมที เขาแค่จะมาดูแม่ตระกูลหลินเท่านั้นภายใต้การนำทางของตำรวจ หลินหว่านหรูและเย่เทียนหยู่ก็ได้มาถึงห้องขังที่แม่ตระกูลหลินอยู่แม่ตระกูลหลินเองก็รู้ว่าหลินหว่านหรูมาถึงแล้ว ทันทีที่เห็นทั้งสอง เธอก็รีบลุกขึ้น และเดินมาหาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกไปว่า “หว่านหรู ลูกรักของแม่ ลูกมาแล้วเหรอ!”มองดูดวงตาที่แดงก่ำของแม่ตระกูลหลิน บวกกับท่าทีตื่นเต้นโดยเฉพาะสีหน้าที่ดูอ่อนเพลียและซีดเซียวของเธอ แม้แต่ผมเผ้าเองก็ยังดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้เธอดูน่าสงสารอย่างมากบวกกับที่เธอพูดคำว
คุณนายไป๋ถูกหัวหน้าใหญ่ไป๋จ้องตาเขม็ง สีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ก่อนจะรีบพูดออกมาเบา ๆ ว่า “พี่เฉินคะ พะ พี่เป็นอะไรไป?”“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง!”สีหน้าไป๋เฉินดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ละ แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ ถึงต่อให้ฉันเป็นคนที่สร้างเรื่องขึ้นมา พี่ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงจะสามารถจัดการเขาได้?”“เดิมทีมันก็อาจจะได้ แต่เมื่อกี้พยัคฆ์ทมิฬเพิ่งรายงานว่า เขาอาจจะเป็นราชามังกรแห่งพรรคมังกรก็ได้ และจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสมากถึงแปดเก้าส่วนที่จะเป็นเรื่องจริง”“หากว่าเขาเป็นราชามังกรจริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่สำนักเจวี๋ยฉิงก็ทำอะไรเขาไม่ได้”ไป๋เฉินพูดด้วยความโกรธ“หา ไม่จริงน่า เป็นไปได้ไหมที่พยัคฆ์ทมิฬกำลังหลอกพี่อยู่”“เขาไม่มีทางหลอกฉันแน่”ไป๋เฉินถอนหายใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เขาถูกภรรยาชักจูงแบบผิด ๆ มาตั้งแต่แรก ต่อให้ตอนนี้ตนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ปัญหาในการจัดการกับเย่เทียนหยู่ แต่เป็นจุดตันเถียนของเขา มันจะยังสามารถฟื้นฟูกลับมาไ