“ไทเฮาพ่ะย่ะฮะ อย่าทรงโศกเศร้าเสียพระทัยไปนักเลย ถนอมพระวรกายด้วยพ่ะย่ะฮะ ควรส่งพระศพได้แล้วพ่ะย่ะฮะ พระสนมป่วยไข้เกรงว่าร่างกายจะ ไม่สวยงามอย่างที่ควรจะเป็น และเอ่อเอ่อ อาจเป็นโรคติดต่อได้”ป๊ะแกสิโรคติดต่อ
เฮอะคิดจะกำจัดฉันหรือ คิดว่าฉันจะเน่าเหม็นหรือ พวกแกนั่นแหละ มือบางค่อยๆขยับกำมือไทเฮาไว้ส่งสัญญาณว่ายังมีชีวิตอยู่แววตาเศร้าโศกเมื่อครู่ของไทเฮาเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ และตกใจไม่น้อยรีบดึงมือออก
“ต้าเหนิงเจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ”
พูดราวกับกระซิบ
ต้าเหนิงลืมตาขึ้นช้าๆ จ้องมองคนพูด
ไทเฮาสวมกอดต้าเหนิงไว้แน่น ต้าเหนิงยกมือขึ้นกอดตอบแต่ไม่อาจเปล่งเสียงพูด
“ตามหมอหลวง เจายี่รีบตามหมอหลวง”
เปล่งเสียงด้วยความดีใจ ต้าเหนิงถอนหายใจยาว ตัดไปที่เจายี่ที่อ้าปากค้างด้วยความตกใจต่อมาก็คือกำลังใช้สมองกำลังคิดหาคำแก้ตัว
ถลาเข้ามาข้างในม่าน
“พระสนม โธ่พระสนมไม่เป็นไรแล้วหรือเจ้าค่ะ”
น้ำตาแห่งความเสแสร้งมาอีกแล้วต้าเหนิงยิ้มเย็น ต้องเน้นๆแล้วแหละเจายี่เอ๊ย ยกเท้าขึ้นถีบไปที่ยอดหน้าของเจายี่อย่างแรงจนนางล้มลงก้นจ้ำเบ้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอาการชักกระตุกตาค้างดิ้นทุรนทุราย ไทเฮารีบเข้ามาพยุง
“ต้าเหนิง ต้าเหนิงพวกเจ้าช้าอยู่ไยรีบตามหมอหลวงพระสนมชักใหญ่แล้ว”
ไทเฮาส่งเสียงตวาดดังๆ เจายี่ขยับตัวลุกขึ้นด้วยความงุนงงก็จะไม่งงได้อย่างไรก็โดนถีบยอดหน้าขนาดนั้นถึงกับวินกันเลยทีเดียว
ต้าเหนิง เล่นละครจนพอใจก่อนจะค่อยๆชักเกร็งให้ช้าลงกว่าเดิม แล้วค่อยๆสงบลงในอ้อมแขนของไทเฮา
“หมอหลวงมาหรือยัง”
หมอหลวงถือหลวมยาเดินชมนกชมไม่ได้เร่งรีบอะไร เดินทอดน่องสบายอารมณ์เหมือนกำลังถ่วงเวลาก็ถ่วงเวลานั่นแหละ
“หมอหลวงทำไมมาช้าเสียจริงเรือนรักษาอยู่ห่างไปไม่กี่ก้าว”
หยุดยืนอยู่หน้าตำหนักเก่า สีหมองคล้ำ ป้ายตำหนักเขียนไว้ชัดเจนตำหนัก16สนมคนที่สิบหกของฮ่องเต้
“อะแฮ่ม”
ก่อนจะถลาเข้าไปในห้องด้วยท่าทีร้อนรนผิดกับเมื่อครู่ที่ยังหวานเย็น
“มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ โอ้พระสนมข้าน้อยคิดว่าท่านจะ…ตุยไม่น่าเชื่อว่าจะแข็งแกร่งเพียงนี้สวรรค์เมตตาจริงๆ ไทเฮาพ่ะย่ะค่ะข้าน้อยจะตรวจดูอาการพระสนมอีกครั้งเชิญไทเฮาด้านนอก”
ตรวจอะไรวะทำไมไทเฮาอยู่ไม่ได้ต้าเหนิงคันจมูกขึ้นมา
ดึงมือไทเฮาไว้เวลาแบบนี้จะไว้ใจใครได้ พยายามเปล่งเสียงขอร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
“ไม่ต้องกลัวข้าอยู่ด้านนอก ไม่ห่าง ให้ท่านหมอดูแลเจ้า”
“อะอ่าอะอะ”ไทเฮาแกะมือต้าเหนิงออกยิ้มอ่อนโยนตบที่หลังมือต้าเหนิงเบาๆเดินออกจากม่านไปในทันที ต้าเหนิงหันซ้ายหันขวา
หมอหลวงยิ้มไม่บริสุทธิ์หรือเรียกว่าแสยะยิ้มนั่นแหละ ทรุดกายลงข้างแท่นนอน
“เจายี่ นำน้ำดื่มมาพระสนมต้าเหนิงกำลังจะกินยา”
ยาอะไร จะให้กินยาอะไร สายตาหมอหลวงที่ไม่น่าไว้ใจบวกกับรอยยิ้มเจ้าเลห์ของเจ้าหมอหลวงนั่นทำเอาต้าเหนิงใจหายแว๊บ
ต้าเหนิงพยายามจะเปล่งเสียงร้องแต่เปล่าประโยชน์หมอหลวงนามซุนเตอหลี่บีบปากให้อ้าออก เจายี่เดินถือจอกน้ำเข้ามา ซุนเตอหลี่ยกยาเม็ดเล็กชูขึ้นตรงหน้าต้าเหนิง ที่ไม่มีทางดิ้นรนเพราะถูกเจายี่จับตัวไว้แน่น
“อย่าดื้อเพคะพระสนมข้าน้อยรู้ดีว่าพระสนมไม่ชอบกินยาแต่นี่จะช่วยพระสนมได้”ต้าเหนิงดิ้นรน หนีเสือปะจระเข้จะเปล่งเสียงก็ไร้ซึ่งสรรพเสียงมือไม้ดิ้นรนเปะปะ เจายี่ตัวร้ายยิ้มอย่างผู้ชนะ
ยกชามน้ำเตรียมกรอกลงปากของต้าเหนิงหมอหลวงก็กำลังจะหย่อนยาลงในปาก
ราวกับมัจจุราชที่พร้อมจะพรากชีวิตของต้าเหนิงไปพยายามทำลำคอให้เล็กที่สุดโดนบีบปากแต่ต้าเหนิงจะไม่มีทางกลืนยางลงคอแน่ หลับตานับหนึ่งสองสามตั้งใจจะดิ้นรนครั้งสุดท้าย1….2
“เช้งงงงง”
ผ้าม่านสีทึบถูกคมกระบี่ปาดฉับจนขาดหวิ่น ร่วงลงพื้นกระจาย ไทเฮายืนมองขมวดคิ้วสีหม่นเข้าหากัน ร่างสูงที่ต้าเหนิงมองเห็นราวกับมีออร่าหรือแสงสว่างรอบตัวเดินเข้ามาพร้อมกับเก็บกระบี่คมเข้าไปในฝัก บุรุษองอาจอีกคนยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่าง
ยาเม็ดเล็กถูกหย่อนลงคอพร้อมกับหมอหลวงรีบปล่อยมือจากปากต้าเหนิงที่ ดันกลืนยาเข้าไปในลำคอ พวกเขายังไม่ยอมพลาดและทำทีว่าพลั้งมือหย่อนยาไปแล้ว กระบี่ในมือของบุรุษชุดดำตวัดพาดไปที่ลำคอของหมอหลวงซุนเตอหลี่
ที่รีบทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นเสีย
“อั๊กกกก”
คนมาใหม่ที่หล่อราวกับเทพบุตรแล้วดันสวมชุดขาวคนนั้นทรุดกายลงกับแท่นนอนพยุงต้าเหนิงให้นั่งแล้วซัดฝ่ามือเข้าใส่เต็มแผ่นหลังเล็กจนจุกแอ่ก ทำให้ยาเม็ดเล็กที่หมอหลวงจงใจหย่อนลงไปกระเด็นหลุดออกมา แทบเท้าของเจายี่ที่ขยับเท้าเหยียบเม็ดยาไว้เสีย คนชุดขาวก็หาได้ติดใจไม่ ก้มมองหน้าซูบ ร่างผอมบางในอ้อมแขนของตัวเองด้วยสายตาเฉยชา ก่อนจะปล่อยร่างบางของต้าเหนิงให้ร่วงลงบนแท่นนอนดึงผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยออกจากอกเสื้อมาเช็ดถูที่มือไปมาราวกับรังเกียจต้าเหนิงเสียเต็มที
“คงไม่ช้าไป”
คนสนิทท่าทีองอาจนามหานจงประสานมือยิ้มน้อยๆ
เจ้ายี่คุกเข่าลงอีกคน
“ถวายพระพรท่านอ๋องฉิน”สีหน้าที่ปรับให้เป็นเรียบเฉยแต่ความจริงแล้ว
“อ๋องฉิน”
ต้าเหนิงพึมพำได้แค่นั้นก่อนที่สติจะดับวูบลงไป
“อ๋องฉินจวิ้นหวัง(จวิ้นหวัง ตำแหน่งลำดับสองที่ไม่มีผลงานโดดเด่น) มาถึงนี่ ได้อย่างไร”
เสียงอ่อนโยนของไทเฮาทักผู้อาวุโสน้อยกว่าที่มีท่าทีเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย
“ข้าน้อยฉินเกอหลงถวายพระพรไทเฮา ข้าน้อยรับราชโองการจากไทฮองไทเฮาให้มาพาตัวสนมเอ่อต้าหนิง ยังวิหารเทียมฟ้า”น้ำเสียงเรียบเแยปราศาจากความรู้สึก
ไทเฮายิ้มบางๆ
“ไทฮองไทเฮาอย่างนั้นหรือ อืมมมดีทีเดียวข้าตั้งใจจะไปไหว้พระที่นั่นเช่นกันเช่นนั้นคงต้องอาศัยขบวนของอ๋องฉิน คอยอารักขาแต่สนมต้าเหนิงรักษาตัวที่นี่ก็ดีแล้ว มีหมอหลวงคอยดูแล”
อ๋องฉินยิ้มบางๆที่เรียกว่าบางจริงๆเพียงยกมุมปากขึ้นเพียงนิดแทบจะมองไม่เห็นว่าคือรอยยิ้ม
“อยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว อ๋องฉินเองก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่ไม่ดี หากแต่เป็นบัญชาและไทฮองไทเฮาและเสด็จย่ายังอ้างถึงพระเสาวนีย์ของเสด็จปู่ที่เคยตรัสไว้เรื่องตระกูลเอ่อ”
ไทเฮายิ้มอ่อนโยน
“ดีจริง ต้าเหนิงต่อไปจะอยู่ภายใต้การดูแลของไทฮองไทเฮาแล้ว”
อ๋องฉินยิ้มก่อนจะโบกมือให้คนสนิทนามหานจงพาต้าเหนิงที่หมดสติออกไปจากตำหนักเก่านี้
ตำหนักฮองเต้
“ฝ่าบาทฝ่าบาทเพฮะ จวิ้นหวังมาถึงนี่”กัวกั้วฮ่องเต้ ชายตามองขันทีข้างกาย
“แล้วอย่างไร”สีหน้าเบื่อหน่ายมีอะไรให้ตื่นเต้นกันละ
“จากทางเหนือมานี่ใช้เวลาไม่น้อยอ้างว่าบัญชาของไทฮองไทเฮาจากตำหนักเทียมฟ้า”กัวกั้ว ยิ้มมุมปาก
“แล้วอย่างไรสนมคนนั้นข้าไม่ต้องการนางแล้วใครจะเอาไปไหนก็เรื่องของพวกเขาคนใบ้แล้วยังถือดีใครบังอาจส่งมาในตำแหน่งสนม”ขันทีป้องปาก
“แต่ จวิ้นหวังมาครั้งนี้เกรงว่าจะมีแรงกระทบเหล่าขุนนางและราษฎรอาจมีคนบางคน หาทางเข้าใกล้จวิ้นหวัง”
“เข้าใกล้แล้วอย่างไรเขาเองที่ร่างหนังสือสัญญายอมสละบัลลังก์ให้ข้าแล้วยังบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราชสำนักและการปกครองออกบวชที่วัดทางเหนือ ต่อไปเรียกเขาว่าไต้ซือจะดีไหม”หัวเราะเบาๆขันทีเองก็หัวเราเสียงดังลั่น
“พ่ะย่ะฮะไต้ซือ ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นในเมื่อออกบวชแล้วก็ควรจะเป็นไต้ซือ”
อ๋องฉินโบกมือให้เกี้ยวที่พาร่างไร้สติของต้าเหนิงนั่งมาด้วยจอดลงริมธารใส หานจงวิ่งเข้ามาวางเก้าอี้รองพื้นให้อ๋องฉินลงมาจากเกี้ยว“เหตุใดต้องเลือกเส้นทางนี้”“ทางสายหลักอันตรายยิ่ง นางมีคนปองร้ายมากหน้าข้าไม่อาจรับมือหรือคอยตามเช็ดสิ่งที่นางทำนางสั่งสมความเกลียดชัง ใครบ้างในวังหลวงไม่อยากให้นางตาย”หานจงยิ้ม“พลบค่ำจึงจะถึงวิหารเทียมฟ้า ส่งคนส่งข่าวถึงเสด็จย่าหรือยัง”“ขอรับไทฮองไทเฮาทรงปรุงยาสำหรับสนมเอ่อเรียบร้อยแล้ว”อ๋องฉินพยักหน้าแล้วถอนหายใจ“หวางซื่อท่านหนักใจเรื่องใด”หานจงถามขึ้น“บัญชาของเสด็จปู่ทำไมต้องเป็นข้าที่ต้องรับผิดชอบเพียงผู้เดียว”“นั่นเพราะ ท่านอ๋องทรงเป็นที่โปรดปราน”“ข้าออกบวชได้หนึ่งปีแล้วทิ้งเรื่องราวในวังหลวงไว้เพียงเท่านั้นหาได้ใส่ใจข้าจึงไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก สนมเอ่อคนนี้ ข้าอยู่ถึงทางเหนือยังได้ยินเรื่องของนางร้ายกาจไม่เบา จนมีคนเกลียดชังในครั้งนี้พอนางป่วยไข้พวกเขาจึงหวังว่านางจะตาย แล้วเช่นไรเราต้องมาเห็นต่างจากคนอื่น”กี่วันผ่านไปก็ช่างมันเถอะ“อ่าาาอะอะอึมมอืมมม”ต้าเหนิงส่งภาษามือพร้อมกับออกเสียงทักทายร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาสวมอาภรณ์สีขาว สีขาวอ
วังหลวงต้าเหนิงนอนเอกคเนกในเกี้ยวหลังใหญ่ ฉินเกอหลงนั่งนิ่งนับประคำอยู่อีกฝั่งหนึ่งนั่งตัวตรงหลังแข็งเพื่ออะไรกันระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ หรือว่ารักษาภาพลักษณ์เหมือนพวกนักเรียนนายร้อยที่นั่งยืนตัวตรงตลอดเวลา มีจริงนะคนแบบนี้ ทางไกลมากต้องเปลี่ยนคนหามเกี้ยววนกันไปมาถึงยี่สิบสองคนจากวิหารเทียมฟ้าอย่างนั้นจะทนทรมานไปทำไมต้าเหนิงก็ควรนอนดีที่สุด ฮ่องเต้นั้นตั้งใจส่งเกี้ยวมารับเพื่ออะไรความทรงจำบางเบาของสนมต้าเหนิงในหัวบอกกับต้าเหนิงว่าหลายเดือนมาแล้วไม่เคยได้รับใช้ใกล้ชิด อีกทั้งต้าเหนิงยังนอนป่วยลุกไปไหนไม่ได้ฮ่องเต้นั่นก็ไม่เคยสนใจแล้วยังแต่งตั้งสนมชิงซี ที่ท่าทียั่วยวน เอว่าแต่ต้าเหนิงกับฝ่าบาทนี่ได้เสียเป็นเมียผัวกันหรือยังน้าเกี้ยวจอดลงที่หน้าตำหนักเก่าๆเดิมๆที่มีความทรงจำยอดแย่… ตำหนักที่16… นางกำนัลเจายี่เดินเข้ามาในกรอบหน้าของต้าเหนิง ปรับสีหน้าเศร้าสร้อยกระแอมเบาๆ“พระสนมโอ้พระสนมกลับมาแล้ว”น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ แต่ตีหน้าเศร้าต้าเหนิงยิ้มย่อกายลงจับไหล่ทั้งสองข้างของเจายี่ ยังกล้าเสนอหน้ามาอีกหรือก่อนหน้านั้นเจ้าคิดว่าคนอย่างต้าเหนิงสมองเสื่อมหรือไร เจายี่เงยหน้าขึ้นยิ้มกว้างแค่เพี
“พระสนมเอ่อต้าเหนิงกลับมาแล้วเพฮะไทเฮา”ไทเฮายิ้มบางๆ“ดีแล้วส่งเทียบยาบำรุง ที่ตำหนักของสนมเอ่อ”“เพฮะไทเฮาแต่ทว่านางไม่ได้ล้มหมอนนอนเสื่อ อีกทั้งยังเดินเหินสะดวกเมื่อวานเจายี่บอกว่าพระสนมชักเกร็งแต่สีหน้ายิ่งผุดผาด ราวกับสาวแรกรุ่นข้าน้อยได้ยินเรื่อวที่นางได้ยาจากหมอเทวดามารักษา”ไทเฮาขมวดคิ้ว“เจายี่ไม่ได้รับใช้นางแล้วหรือ”“นางกำนัลเจายี่มาขออาศัยที่ตำหนักพระพันปีของไทเฮานางบอกว่าพระสนมเมื่อวานเกือบจะฆ่านาง ตอนนี้มีเพียง เอ่อ เอ่อไต้ซือเอ๊ย อ๋องฉินจวิ้นหวังที่คอยอารักขาพร้อมด้วยองครักษ์ข้างกายของจวิ้นหวังนามว่าหานจงเท่านั้น”“ระวังปากของเจ้าอย่าได้เผลอเรียกจวิ้นหวังเช่นนี้อีกเป็นอันขาดจวิ้นหวังถึงจะเป็นคนพูดน้อยไม่เคยกล่าวโทษใครและไม่ถือสาทว่าเป็นถึงจวิ้นหวังเจ้าควรระวังปากมากกว่านี้”“พ่ะย่ะค่ะ”ก้มหน้าสำนึกผิดปลอม“ฝ่าบาทมีท่าทีเช่นไร”“ไม่เช่นไรพ่ะย่ะฮะแค่ได้ยินว่าฝ่าบาททรงให้ช่างในวังหลวงบูรณะตำหนักไร้ชื่อหรือตำหนักที่16ของสนมเอ่อแล้วมีประทานอนุญาตให้อ๋องฉินพำนักที่นั่นได้…สักสองสามวัน”“พำนักที่นั่นหรือสนมกับจวิ้นหวังเช่นไรจึงให้ใกล้ชิดกัน”ไทเฮาตั้งข้อสังเกต“ฝ่าบาทอาจะทรงรู้ว่า
“คุณ ไม่สิท่านอ๋อง จะเริ่มอย่างไรดี ฉัน..คือ..ต้าเหนิงคือข้า”อีกคนยังคงนั่งนับปะคำ“นั่งลง อย่ามาเดินวนรอบตัวข้า”หลับตาแล้วเห้นว่าเดินวนได้อย่างไรแอบมองสิท่านั่งลงชันเข่าจ้องอีกคนที่นับปะคำ“ไต้ซือ ท่านละทิ้งทางโลกได้จริงๆหรือ”เท้าคางมองยังไม่ทันจะได้ิยนคำตอบหานจงกลับเข้ามาอีกครั้ง“หวางซื่อองครักษ์ของวังหลังออกค้นหาคนร้ายในเขตวังหลังหานจงจึงกลับมาอารักขาท่านอ๋อง”“หานจง ..ข้าพูดได้แล้ว” เดินมากางแขนหมุนรอบๆข้างหน้า หานจงเลิกคิ้วสูงยิ้มกว้าง“หือ ยาของท่านหมอเทวดานี่ดีจริงๆ”ต้าเหนิงยิ้มกว้างสดใส อ๋องฉินหลุบตามองพื้นเสีย“คิดว่าไม่พบแน่”“ขอรับไม่มีทางจะพบไม่ว่าจะด้วยเหตุใด”“ไปนอนได้แล้ว”อ๋องฉินสั่งต้าเหนิงที่มานั่งตากลมบ้องแบ๋วคอยฟังอ๋องฉินกับหานจงคุยกัน“ยังไม่ง่วง”“บอกให้ไปนอนก็ไปนอน นี่ยามโฉว่แล้วไปนอนได้แล้ว”“ใครจะหลับลงเล่าเพิ่งจะผ่านการถูกความตายมาหมาดๆ”“หานจง ส่งพระสนมเข้านอน”หานจงชี้มือที่อกของเขา“เอ่อหวางซื่อ ให้หานจงหรือขอรับ”“เจ้านั่นแหละนางพูดมากน่ารำคาญและเรื่องที่เราจะหารือกันนางก็ไม่ควรอยู่ตรงนี้คอยตะแคงหูฟัง”นี่ก็พูดตรงเกิน แต่ถ้าจะพูดตรงๆกว่านี้ว่านายกำลังจะน
“สนมคนไหนพ่ะย่ะฮะที่ฝ่าบาทมีความ รู้สึกเช่นนั้นกับนาง”“นางหายป่วยหรือยัง ข้าได้ยินเขาพูดกันว่านางเข้ามาในวังหลวงครั้งนี้หายป่วยไข้แล้ว และยังมีใบหน้าสดใสผุดผาดมีน้ำมีนวล”ขันทีขมวดคิ้ว“ฝ่าบาททรงหมายถึงพระสนมเอ่อต้าเหนิงหรือพ่ะย่ะฮะ””ก็มีนางคนเดียว แต่พักหลังมาป่วยไข้จนน่ารำคาญจะว่าไปนางก็ทำให้ข้าสุขสมไม่น้อยแต่ทำไทำไม ถึงได้ป่วยไข้จนเสียของ”ตั่วเค่อพยักหน้าขึ้นลง“กระหม่อม จะไปสอดแนมหากว่าพระสนมแข็งแรงดีจะให้มาปรนนิบัติในอีกคืนต่อไป”“อืมม มีเนื้อมีหนังไหมข้าไม่ชอบหญิงผอมบางข้าชอบหญิงที่อวบอั๋นเต็มไม้เต็มมือ แห้งผอมเหมือนซากศพไม่อาจรับได้”“พ่ะย่ะฮ่ะ เดิม พระสนมต้าเหนิงงดงามอันดับสองรองจากฮองเฮาแต่ทว่าป่วยไข้จนหมดความงาม ฝ่าบาทก็ทรงให้หมอหลวงจัดยาบำรุงให้นางได้ทั้งพระสนมที่งดงามคืนมาได้ทั้งใจของพระสนมต้าเหนิงเพราะก่อนหน้านั้นฝ่าบาทละเลยนางมาเสียนาน แล้วยังจะได้สนมที่งดงามกลับคืนมา”พยักหน้าขึ้นลง“อืมมมข้าเกือบลืมเรื่องนี้ไปบัญชาออกไปให้หมอหลวงจัดเทียบยาบำรุง อีกอย่างอ๋องฉินอยู่ใกล้นางจะจิตใจสั่นไหวหรือไม่ไต้ซือนั่นยิ่งไม่เคยเข้าใกล้หญิงใดมาก่อน”“ฝ่าบาทอย่าทรงกังวลเลยพ่ะย่ะฮะไต้ซือ
“แล้วไม่กลัวว่าคนเขาจะรุมเกลียดเจ้าหรือ”“ไม่รู้ ข้าอะนะไม่เคยทำร้ายใครก่อนก็แล้วกัน…แค่เอาคืน”“เมื่อคืนข้าเห็นว่าเจ้ากลัวมือสังหารจนร้องห่มร้องไห้กลัวตายขนาดนั้น แล้วทำไมวันนี้ถึงไม่กลัวว่าสนมเอกคนนั้นจะจัดการกับเจ้าด้วยเล่ห์ลวงของวังหลวง”“นั่นสิถ้ามาแบบนางก็พอจะรับมือได้แต่หากถ้าใช้เล่ห์เหลี่ยมข้าจะรับมือไหวไหม ความจริงข้ากลัวตายนะกลัวว่าจะโดนฆ่าแต่เกลียดที่สุดก็คือคนที่มารังแกข้า แบบที่ข้าไม่รู้ ขอบคุณท่านนะที่ช่วยข้าเมื่อกี้”ฉินเกอหลงถอนหายใจ“ฝ่าบาทส่งยาบำรุงร่างกายและจะเสด็จที่นี่ ซึ่งข้าวิเคราะห์ตั้งนานนึกอย่าไงรก็นึกไม่ออกมาว่าเสด็จมาทำไมแต่พอเห็นว่าสนมเอกชิงซี พาคนมาทำร้ายเจ้าจึงเข้าใจได้ในทันทีว่า ฝ่าบาทกำลังทำให้ทุกคนรู้ว่ากำลังจะกลับมาโปรดปรานเจ้าอีกแล้ว”ต้าเหนิงเลิกคิ้วอ้าปากกว้าง“จะมาโปรดปรานข้าไม่น้าาาาาาาาข้ายังบริสุทธิ์ไม่สิ ข้ายังไม่เคยผ่านมือผู้ชาย ไม่สิข้ายังไม่เคยเป็นสนม …อะไรที่ว่านั่นเสียหน่อย”ฉินเกอหลงกับหานจงขมวดคิ้วแล้วกัวกั๋วฮองเต้ คนนั้นไม่เคยให้นางปรนนิบัติเลยหรือไร“เจ้าพูดจาโป้ปดอะไรอีก”ต้าเหนิงขมวดคิ้วพยายามขุดเอาความทรงจำของสนมต้าเหนิงกลับมาแต่เปล
“แต่ หวางซื่อนางอาจกำลังไม่สบาย”“นี่ยังไม่เข้าใจอีกหรือที่ผ่านมานางล้วนแต่เสแสร้ง”ในใจกลับรู้สึกย้อนแย้ง“หวางซื่อแต่”ฉินเกอหลงส่ายหน้ารีบเปิดประตูเข้าไปเพราะความเป็นห่วง ต้าเหนิงนั่งชันเข่าสะอื้นอย่างหนัก“เป็นอะไรไป”จวิ้นหวังทอดเสียงอ่อนโยน หานจงตามมาติดๆ“คิดถึงบ้านนนนนฮือๆๆๆๆทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ฮือออๆๆๆๆๆ”น้ำตาเต็มขอบตา จวิ้นหวังหันหน้าหันหลังไม่ชอบน้ำตาผู้หญิงทำตัวไม่ถูกว่าต้องควรทำเช่นไร“ฮืออออคิดดูสิ มันน่าอนาถแค่ไหนอยู่สบายๆจู่ๆก็ต้องมาเอาชีวิตรอดในแต่ละวันแต่ละคนที่เข้ามาไม่มีใครไม่อยากเอาชีวิต ที่ปรึกษาก็ไม่มีพ่อแม่พี่น้องอยู่ตรงไหนฮืออออ”เดินเข้าไปยืนข้างๆทำสีหน้าเฉยชา แต่มือข้างหนึ่งกดศีรษะต้าเหนิงให้ซบที่อกตัวแข็งทื่อ นิ่งงัน ไม่เอ่ยคำใดปลอบใจแม้แต่น้อย “ฮืออออๆๆๆๆๆๆฮือออออ”มีไหมจูบซับน้ำตงน้ำตาเหมือนคนอื่นเขาหล่อก็หล่อท่าทางก็ดี แต่ดูเอาสิ ตัวแข็งอย่างกับท่อนไม้“หยุดร้องเถอะ”เอ่ยคำพูดแข็งทื่อเหมือนกันกับท่าทาง ต้าเหนิงรวบเอวหนามาซบหน้าลงไปสะอื้นอย่างหนักเกลือกลิ้งใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาหานจงหันหลังก้าวเดินออกไปอารักขาอยู่ด้านนอกปล่อยจวิ้นหวังอยู่กับต้าเหนิง
“พระมารดาของข้าต้องสังเวยให้กับการแย่งชิงในครั้งนี้ ท่านคิดว่าข้ายอมง่ายดายหรือหากมิใช่ชีวิตที่ไม่เคยเป็นสุขของพระมารดาอยู่ในมือเขา”“ แล้วฝ่าบาททรงรักษาชีวิตพระมารดาได้หรือไม่”ฉินเกอหลงยังจดจำเรื่องในอดีตไม่เคยลืมเลือน เขาในวัย16ปี วันที่ไท่ซางหวงทรงสวรรคต พระมารดาถูกจับตัวไว้ในคุกหลวง เขาถูกกักบริเวณ ขันทีตั๋วเค่อ เผาลักษ์อักษรมอบบัลลังก์มังกรให้กับเขาของไท่ซางหวงทิ้งต่อหน้าฉินเกอหลงในตอนนั้นพร้อมกับบังคับให้ร่างสัญญายินยอมรับตำแหน่งจวิ้นหวังเพื่อแลกกับโทษประหารของพระมารดาที่วางยาพิษไท่ซางหวงจนสิ้นพระชนม์โดยการใส่ความของฮองเฮาซวีเยว่พระมารดาของกัวกั๋วฮ่องเต้ในตอนนั้น แล้วฉินเกอหลงจะกล้าลังเลอย่างนั้นหรือ แต่ฟ้ายังตาในเมื่อวันที่ร่างลายลักษ์อักษรมอบบัลลังก์ให้กับฉินเกอหลงนั้น ใต้เท้าลู่ผู้นำสี่ตระกูลใหญ่ และทั้งสามตระกูลก็อยู่กับไท่ซางหวงด้วย“ฝ่าบาทได้โปรด”ใต้เท้าลู่ไม่เคยยอมแพ้ตลอดสามปีที่ฉินเกอหลงบวชอยู่ทางเหนือ ใต้เท้าลู่ส่งฎีกาในทุกวัน เพื่อให้ฉินเกอหลงกลับมาทวงบัลลังก์คืน“ไม่มีแล้วฉินเกอหลงคนนั้นไม่อยู่แล้ว ข้าในตอนนี้ไร้การแย่งชิง”“ดูดีหรือยังอาภรณ์ชุดนี้”กัวกั๋วฮ่องเต้ตื่น
หนึ่งปีผ่านไปที่คลินิกใหญ่แห่งหนึ่งของย่านที่มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาต้าเหนิงหอบหิ้วข้าวของมากมายเดินเข้าไปข้างใน ที่นั่นหมอดนัยนั่งไขว่ห้างพนิงพนักเก้าอี้หานจงกำลังเดินออกมาพร้อมกับของว่างได้เวลาของว่างพอดีสินะ“กำลังคิดว่าจะไปเยี่ยมคุณกับหลานๆ” หมอดนัยกล่าวทักแล้วรีบมาช่วยต้าเหนิงรับเอาของพรุงพะรังไปวางที่โต๊ะตัวกลางหน้าโซฟา หันมองสบตากับหานจงยิ้มๆ ต้าเหนิงเบ้ปาก“ฮันนีมูนมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” ต้าเหนิงพูดไปด้วยวางขนมลงบนโต๊ะทำงานของหมอดนัย “ดีที่สุดดีมากและดีจริงๆ” หันไปยิ้มกับหานจงอีกครั้งโกลมันเปลี่ยนไปแล้วความรักคือสิ่งสวยงาม หานจงรีบกุลีกุจอนำจานมาแกะห่อขนมวางตรงหน้าหมอดนัย “หือน่ากินจังต้าเหนิงเก่งจริงๆ ทำขนมเป็นด้วยหรือ” ต้าเหนิงส่ายหน้ายิ้มๆ“ทายสิว่าใครทำ” หมอดนัยอ้าปากค้าง“เมืองจีนนี้เขาสอนลูกหลานเขาอย่างไรน้าาา ผู้ชายสุภาพทุกคนและยังเอาใจเก่งอีกด้วยอิจฉาต้าเหนิงจังมีคนทำกับข้าวให้เลี้ยงลูกให้แล้วยังนอนกล่อมกลางคืนด้วย” ต้าเหนิงส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วคนของหมอเล่า” พยักหน้าไปทางหานจง“ผมไม่เกี่ยวนะ ผมไม่สุภาพตรงไหนผมเอาใจคุณหมอทั้งคืน” หานจงพูดตามแบบที่เข้าใจภาษาไทยได้เล
“เราจะรักกันตลอดไป” ฉินเกอหลงกระซิบเบาๆ ข้างหูขย่มเขย่าร่างเล็กใต้ร่างเขา เร่งจังหวะพาอีกคนไปสู่สรวงสวรรค์พร้อมกัน“ข้ารักเจ้าต้าเหนิง” คำรักที่ส่งผ่านริมฝีปากออกมาแล่นเข้าสู่หัวใจของต้าเหนิงบทรักหวานฉ่ำในคืนเข้าหอและจากนี้ตลอดไปยังวนเวียนคำรักไม่สำคัญแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสุขแล้วความเข้าใจเช้าสดใส“คุณชอบกินกุ้งผมสั่งกุ้งย่างมาให้คุณ” ฉินเกอหลงแกะกล่องหยิบกุ้งมาวางในจานเช็ดมือใกับผ้ากันเปื้อนตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาเป็นคนทำอาหารที่ตรงเวลาและใส่ใจอย่างที่สุด เลื่อนจานกุ้งย่างไปตรงหน้าต้าเหนิง“ต้าวแมวอ้วนของผมจะต้องกินกุ้งอร่อยๆ จนหมดแน่เลย” ต้าเหนิงยิ้มรับเอาจานกุ้ง…แต่“อะอะ โอ๊กกกกกกโอ๊กกกกกอ้วกๆๆๆๆ” วิ่งเข้าห้องน้ำโก่งคออาเจียนออกมาทั้งที่ยังไม่ด้กินอะไรตั้งแต่เช้า ฉินเกอหลง วิ่งมาลูบหลังไหล่ให้อย่างอ่อนโยน“เป็นอะไรต้องไปหาหมอแล้วไหม” ต้าเหนิงส่ายหน้าอีกคนโอบไหล่กดหัวให้ซบลงบนอกกว้าง แล้วอุ้มต้าเหนิงไปที่เตียงนอน“อือ แย่จริงผมอยากจะทำอีกแล้วสิบ้าจริงคุณไม่ค่อยสบายแต่ผมกลับอยากจะนอนกับคุณอีกแล้ว” ต้าเหนิงยิ้มบางๆ“เวียนหัวค่ะอยากจะนอน แล้วกุ้งนั่นเหม็นจังเลยค่ะ”“ผมก็เห็
ทุกอย่างหมุนวนไปตามครรลองของมันต้าเหนิงเคียงข้างฉินเกอหลงในโบสถ์ชุดแต่งงานสีขาวสะอาด สายตาจับจ้องที่เจ้าบ่าวที่พูดตามบาทหลวงด้วยคำสัญญาจะรักมั่นเพียงต้าเหนิงคนเดียวน้ำตาไหลริน ไม่สายไป ยังไม่สายไปที่จะรักกันใหม่แหวนทองถูกสวมลงบนนิ้วนางของต้าเหนิงต้าเหนิงเองก็บรรจงสวมแหวนทองให้กับฉินเกอหลงใบหน้ายิ้มแย้มของคุณปทุมกับคุณพ่อของต้าเหนิงราวกับว่ายกภูเขาออกจากอกท่านประธานอี้ตวนคนหล่อยิ้มสมใจต่อนี้ไปจะกุมมือต้าเหนิงไว้ไม่ยอมปล่อยช่อดอกไม้ถูกโยนออกไป ร่างสูงของใครบางคนคว้าช่อดอกไม้ช่อสีขาวสะอาดไว้ในอ้อมแขนต้าเหนิงยิ้มทำตาโตเมื่อเห็นใบหน้าคนที่รับช่อดอกไม้ไว้ได้นั่นมัน หานจงนี่ คิดถึงหมอดนัย แสงสว่างวาบขึ้นในหัวจะต้องแนะนำหานจงให้กับคุณหมอดนัยสินะเฮ้อโลกกลมจริงกัวกั๋วยืนพิงต้นดอกท้อที่นำมาประดับในงานมองมาที่คนทั้งสอง“ในที่สุดพี่ก็มีความสุขอีกแล้วครับทุกอย่างก็เป็นพี่ที่ต้องได้มันไป” ถอนหายใจยาวฉินเกอหลงกุมมือต้าเหนิงพาวิ่งไปที่รถกสปร์อตที่จอดผูกโบไว้ด้านหลังผูกกระป๋องก๋องแก๋งให้ดูตลก ฉินเกอหลงเปิดประตูอุ้มต้าเหนิงขึ้นนั่งบนรถเข้าเองก็เปิดประตูเข้านั่งข้างๆ พารถเคลื่อนไปข้างหน้าช้าๆ“ในที
“ฝ่าบาทแย่แล้วลูกดอกของฝ่าบาทคงไปโดนชาวบ้านที่ผ่านทางมาทางนี้” หานจงพูดขึ้นดังๆตกใจไม่น้อยแต่ทว่าฉินเกอหลงกลับมีท่าทีเฉยชาไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรลูกดอกยิงลงเขาเช่นไรจึงไปโดนคนด้านล่างได้ จะบังเอิญอะไรเพียงนั้น“เอ่อ ฝ่าบาทเราจะไม่ลงไปดูคนที่โดนลูกดอกหน่อยหรือขอรับ”หานจงส่งเสียงเตือนเพราะเห็นว่าฉินเกอหลงไม่สนใจแล้วยังจะควบม้าหันหน้าขึ้นไปบนเขาเพื่อตามกวางที่บาดเจ็บต่อไป“ข้าจะลงเขาไปดูพวกเขา ด้วยตัวเอง” สวรรค์นำพาแน่แล้ว ต้าเหนิงดวงตาพร่ามัวมองเห็นใบหน้าของไฉหรานเลือนลางเวลานี้เจ็บปวดที่บาดแผลที่ถูกลูกดอกแทบขาดใจ แต่พยายามที่จะตั้งสติไว้ ความเจ็บปวดนั้นแล่นเข้าสู่หัวใจและสมองบอกว่า ไม่ไหวแล้วดวงตาพร่ามัวกอ่นที่จะค่อยๆหลับลง“เจ้าจะตายแล้วหรือต้าเหนิงไม่ง่ายไปหน่อยหรือเจ้ากล้าตายทั้งๆ ที่ฝ่าบาทยังจำเจ้าไม่ได้หรือไรอิอิ ข้าสงสารเจ้าเสียจริงรักเขาแต่กลับต้องจบชีวิตลงง่ายดายเพียงนี้กลับไปที่ของเจ้าเสียดีไหม ข้าจัดการได้ดีกว่าเจ้าเชื่อข้าเถอะ” เสียงหวานของเอ่อต้าเหนิงที่ต้าเหนิงจำได้ขึ้นใจในอุโมงค์ที่เต็มๆ ไปด้วยสีสันหลากหลายหมุนวนจนปวดหัว“ไม่ข้าไม่มีทางยอมแพ้ข้าจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้ว
เฉินอี้เหมยเดินนวยนาดเข้าไปยังจวนราชครูที่ประดับตกแต่งราวกับตำหนักของฮ่องเต้ แม้แต่เก้าอี้ที่นั่งยังทำให้ออกมาคล้ายบัลลังก์มังกรเฉินตงลี่นั่งหยิบองุ่นเข้าปากเคี้ยวสบายใจไมไ่ด้มีเรื่องใกทุกร้อนยทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเฉินตงลี่“ท่านพ่อ ส่งคนสังหารเอ่อต้าเหนิงลุล่วงไปแล้วหรือ” เฉินตงลี่เลิกคิ้วสูงไม่สู้ชอบใจกิริยาของอี้เหมยนัก ตั้งแต่นางนั่งบัลลังก์ฮองเฮานางก็ไม่เคยจะเห็นหัวเขา แต่ในใจของเฉินอี้เหมยรู้ดีว่าเป็นเพราะบิดาและไทเฮาในตอนนั้นที่ทำให้อี้เหมยต้องจดจำช่วงเวลาเลวร้ายที่ถุกกัวกั๋วย่ำยีไปจนตายความศรัทธาในตัวใต้เท้าเฉินบิดาจึงหมดลง“ข้าส่งคนสังหารนางกับเอ่อถูหวังซวน ผู้โฉดชั่วคนนั้นทว่าคนพวกนั้นไร้ฝีมือไม่อาจจัดการตัวการใหญ่อย่างเอ่อถูหวังซวนได้สำเร็จ คนผู้นี้สมควรตายที่สุดแล้วแต่ยังรอดมาได้ข้าส่งคนลอบสังหารเขาอีกคราแต่ทว่าเอ่อถูหวังซวนผู้นี้ฉลาดเป็นกรดไม่มีทางให้พบตัวได้ง่ายๆ แต่ก็นั่นแหละที่กบดานของเขาถูกคนของข้าเผาทำลายคงเจ็บปวดใจไม่น้อยสินะเหมือนครั้งที่ข้าส่งคนเผาทำลายตระกูลเอ่อแต่เอ่อต้าเหนิงคนนั้นดวงดีรอดตายมาได้”“ท่านพ่อท่านวางมือเสียเรื่องสังหารนางให้เป็นหน้าที
“หากพบกันเจ้าจะพูดกับเขาว่าอย่างไร” ไฉหรานถามขึ้นยิ้มๆ“เจ้าหมายถึงใคร” ถามกลับเพราะไม่ได้สนใจในสิ่งที่ไฉหรานพูด“จะหมายถึงใครข้าก็หมายถึงฝ่าบาทในเมื่อเขาทิ้งเจ้าไปเจ้าพบเขาก็ควรจะตัดพ้อเขาให้เขารู้ว่าตัวเองทำผิดกับเจ้า”“ท่านหมอบอกว่า ฝ่าบาทจำอะไรไม่ได้บางทีอาจจำข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะไปทวงคำสัญญาเขาคำสัญญาบนแท่นนอนเจ้าคิดว่าเชื่อถือได้หรือ” ไฉหรานยิ้มเจื่อนๆ“แต่ข้าก็มองว่าเขารักเจ้ามากกว่าใครเขาไม่เคยเหลียวแลหญิงใดเลยมิใช่หรือ หรือแม้แต่ข้าที่อิจฉาเจ้าตลอดมา”“นั่นมันก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ ท่านหมอบอกว่าคนที่มีอิทธิพลกับเขาที่สุดก็เฉินตงลี่และเฉินอี้เหมย”“ดีนะที่ไม่มีพี่ใหญ่เฉินข้าด้วย”“พี่ใหญ่เฉินของเจ้า ดีจังอย่างน้อยก็ยังได้พูดถึงเขาสินะ เจ้าแอบชอบเขาใช่ไหมบอกข้ามา” ไฉหรานหน้าแดงควบม้านำหน้าต้าเหนิงไปเสียวังหลวงฉินเกอหลงที่นั่งกุมขมับที่ศาลาริมน้ำ ข้างหน้าคือฉินที่กำลังรอใครสักคนบรรเลงเพลงไม่ว่าจะเป็นเพลงหวานหรือเพลงเช่นไรก็ควรจะถูกบรรเลงขึ้นได้แล้วแต่เปล่าเลยฉินเกอหลงนั่งมองเครื่องเล่นฉินนิ่งงันลืมเลือนท่วงทำนองเพลงไปเสียสิ้นหานจงจึงเลือกที่จะบอกเล่าเรื่
“ฝ่าบาท น่าจะรู้ดีกว่าใครในใจของฝ่าบาทที่มีแต่เอ่อต้าเหนิงทั้งที่นางทำร้ายทำลายแม้กระทั่งมารดาของฝ่าบาทก็ตามฝ่าบาทก็ยังหลงงมงายกับนางไม่เปลี่ยน นางคงมีเล่ห์เหลี่ยมกลใดจึงทำให้ฝ่าบาทเป็นแบบนี้” “หุบปากเจ้าเสียข้าไม่คิดเลยว่าเฉินอี้เหมยที่สดใสน่ารักจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้น้องสาวตัวเล็กที่เอาแต่ใจแต่ก็น่าเอ็นดูคนนั้นหายไปไหนเสีย เจ้าพูดถึงนางแล้วทำไมไม่ให้ข้าถามเจ้าบอกว่าข้ารักนางแล้วทำไมนางต้องทำร้ายข้าและมารดาข้า”เฉินอี้เหมยกัดฟันจนเป็นสันนูน“ฝ่าบาทตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ากับท่านพ่อหวังดีกับฝ่าบาทมาตลอดข้าทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อเปิดโปงเอ่อต้าเหนิงว่าทำผิดต่อฝ่าบาทเพียงใดแต่กระนั้นฝ่าบาทก็ยังไม่ตัดใจจากนางข้าควรจะฆ่านางเสียใช่ไหม”ฉินเกอหลงนิ่งงัน“นั่นมันก็แล้วแต่เจ้าจะฆ่านางหรือเก็บไว้ก็แล้วแต่เจ้า ที่ข้าสงสัยก็แค่นางจะทำร้ายข้าเพื่ออะไรมิสู้ทำดีกับข้ารอให้ข้านั่งบัลลังก์แล้วยกย่องนางไม่ดีกว่าหรือ”“ฝ่าบาทมีอี้เหมยแล้ว จะรักหรือไม่เราสองคนก็คือสามีภรรยา อี้เหมยจะทำเหมือนว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนหากเรื่องนี้ถึงหูท่านพ่อเรื่องที่ฝ่าบาทยังคลางแคลงสงสัยในความภักดีของท่านพ่อและอี้เห
“ทำไมข้ารู้สึกว่า รู้สึกว่า มีบางอย่างแปลกไปทำไมไม่รู้สึกดีใจที่ ท่านแม่ทัพบอกกับข้าเรื่องที่ทำลายซูตงจนราบคาบ ทำไมรู้สึกว่าที่นั่นสวยงามจนไม่น่าถูกทำลายลงไป” ฉินเกอหลงพูดขึ้นเบาๆ หานจงถอนหายใจยาว“ฝ่าบาทจะลองกินยาท่านหมอเยี่ยนฉือหน่อยดีไหม” ฉินเกอหลงถอนหายใจ“ท่านราชครูเฉินกับอี้เหมยบอกข้าว่าท่านหมอ เยี่ยนฉือไม่ได้อยู่ข้างข้าเช่นเดิมแล้วเขาแอบส่งข่าวถึงเอ่อถูหวังซวนและเอ่อต้าเหนิงจึงออกไปอยู่ที่ด่านอู่เอินเพื่อง่ายต่อการส่งข่าวให้กับศัตรู”“แล้วฝ่าบาทเชื่อที่ท่านราชครูกับฮองเฮาพูดถึงท่านหมอหรือไร” ฉินเกอหลงส่ายหน้าไปมา“ข้าเชื่อใครได้บ้าง ข้าไม่รู้เวลานี้ว่าใครพูดจริงพูดเท็จ หานจงช่วยข้าด้วย”“เชื่อหานจง ฝ่าบาท ฝ่าบาทเชื่อหานจง หากฝ่าบาทอยากได้ความจริงต้องเชื่อหานจง” ฉินกอหลงยกมือกุมขมับจ้องมองไปที่หานจงเพื่อค้นหาความจริงในสายตา“ฮองเฮาเสด็จๆๆๆๆๆๆ” หานจงถอนหายใจยาวเฉินอี้เหมยเดินเข้ามาข้างในห้อง“หานจงถวายพระพร…ฮองเฮา” เหลือบตามองหานจง“ไม่ต้องมากพิธีน่าท่านองครักษ์เมื่อก่อนเคยแบบไหนก็แบบนั้นเราเหมือนดังพี่น้องเมื่อก่อนนั้นท่านให้ข้าขี่หลังวิ่งเล่นแทนม้า มาบัดนี้ข้าจึงคิดว่า ท่านองค
“ท่านจ้าวบ้านขอรับมีการประกาศจับและให้เงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเบาะแสของท่านจ้าวบ้านไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และตอนนี้คนของเราที่ถูกจับตัวไปถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่ด่านชายแดนเด็กเล็กถูกพรากจากพ่อแม่ หญิงงามถูกข่มเหงสามีถูกฆ่าตาย” เชียวกงเล่อกัดฟันแน่นเอ่อถูกหวังซวน ขมวดคิ้วเข้าหากัน“ข้าจะเข้าวังยอมจำนนเพื่อให้พวกเขาเลิกข่มเหงชาวซูตงเสียที”“ท่านปู่ ท่านพ่อ” เชียวกงเล่อต้าเหนิงและไฉหรานอุทานพร้อมกัน“ท่านพ่อได้โปรดอย่าทำแบบนี้ท่านเข้าวังก็ใช่ว่าพวกเขาจะส่งคืนชาวซูตง ท่านยอมจำนนใช่ว่าเขาจะอภัยให้” เชียวกงเล่อประสานมือคัดค้านเต็มที่“ท่านปู่ทุกอย่างไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา เราไม่อาจคาดเดาได้ทุกอย่างเขาทำแบบนี้เพราะต้องการให้ท่านปู่ยอมจำนนเสียเขาไมไ่ด้มีศีลธรรมถึงกลับต้องเห็นท่านปู่สำนึกผิดแล้วจะอภัยพวกเขาแค่ต้องการเอาชนะและทำให้ท่านเจ็บปวดที่สุดออกไปเท่ากับไปตาย”“ข้าไม่อาจทนเห็นคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในความแค้นครั้งนี้จะต้องมาพบจุดจบกับสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ทำและเป็นข้าที่ทำให้เกิดเรื่องเล่านี้ตามมา” ต้าเหนิงกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น“ท่านปู่อยู่ที่นี่ ข้า…จะออกไปทวงความเป็นธรรมคืนให้ท่านและช