เมื่อคิดเช่นนี้ คิ้วของเฉียวเนี่ยนก็ขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ นางจึงรีบเดินออกไปอีกครั้ง "ข้าจะไปหาหลินเย่ว์!"คราวนี้ เซียวเหอไม่ได้ขวางนางอีก เพียงแค่จ้องมองแผ่นหลังของนางด้วยสายตาเป็นกังวล…หลินเย่ว์ไม่คาดคิดเลยว่าเฉียวเนี่ยนจะมาหาเขาดังนั้น เมื่อได้ยินรายงานจากบ่าวในจวน เขาจึงนึกว่าตนเองฟังผิดไปจนอดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกครั้ง "เจ้าว่าใครมาหาข้านะ?""คุณหนูใหญ่ขอรับ!" เด็กรับใช้รีบตอบ "ดูท่าจะร้อนใจไม่น้อยด้วย"ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของหลินเย่ว์ก็เต็มไปด้วยความฉงน คิดเพียงว่าเฉียวเนี่ยนจะมาหาเขาด้วยเรื่องสำคัญอะไร?หรือว่านางมีเรื่องจะขอร้องเขา?หลินเย่ว์ครุ่นคิดไปพลาง ก้าวเดินออกไปพลางแต่พอเดินไปได้เพียงสองก้าว เขาก็หยุดลงทันทีพิธีกลับเยี่ยมบ้านภรรยาก่อนหน้านี้ เฉียวเนี่ยนก็ไม่กลับมา เท่ากับว่านางตัดขาดจากจวนโหวไปแล้วตอนนี้พอมีเรื่องเดือดร้อน นางก็กลับมาหาเขา?นางเห็นจวนโหวเป็นที่ใดกันแน่?จะมาก็มา จะไปก็ไปตามอำเภอใจ?เขาเป็นถึงท่านโหวน้อยแห่งจวนโหว ใช่คนที่นางคิดจะพบเมื่อไรก็พบได้หรือ?หลินเย่ว์ตั้งใจจะทำให้เฉียวเนี่ยนรอเขาเสียหน่อยคิดว่าอย่างไร
ขณะเดียวกัน ณ วัดร้างแห่งหนึ่งนอกเมืองหลวง เสี่ยวชุ่ยได้นำเสี่ยวหูลู่ที่ถูกมัดมือมัดเท้าส่งมอบให้ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเพราะชายเหล่านั้นตัวใหญ่กำยำเป็นพิเศษ เสี่ยวชุ่ยจึงอดหวาดหวั่นไม่ได้ แม้แต่น้ำเสียงที่พูดก็ยังสั่นเครือ "ข้านำตัวเด็กมาให้พวกเจ้าแล้ว รีบพาเขาออกไปจากเมืองหลวงให้ไกลที่สุด และอย่ากลับมาอีกเลย เข้าใจไหม?"ชายที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ลำบากคุณหนูแล้ว" พูดจบก็ดึงเสี่ยวหูลู่เข้ามาข้างตัวอย่างแรงเสี่ยวหูลู่ไม่เพียงแต่ถูกมัดมือมัดเท้า แม้แต่ปากก็ยังถูกอุดด้วยผ้า ทำให้ส่งเสียงออกมาไม่ได้เลย ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา นัยน์ตาฉายแววหวาดกลัวสุดขีดเขามองไปที่เสี่ยวชุ่ย ราวกับกำลังอ้อนวอนเป็นครั้งสุดท้ายแต่เสี่ยวชุ่ยก็เพียงแค่ถลึงตาใส่เสี่ยวหูลู่ ก่อนจะหันไปบอกพวกชายฉกรรจ์ "ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวก่อน!"พูดจบ นางก็หมุนตัวเตรียมเดินจากไปทว่านึกไม่ถึงว่า ชายฉกรรจ์สองคนจะก้าวพรวดเข้ามา แล้วปิดประตูวัดร้างลงทันทีเสี่ยวชุ่ยตกใจ รีบลดเสียงลงเอ่ยถามอย่างระแวง "พวกเจ้าคิดจะทำอะไร!"หัวหน้ากลุ่มหัวเราะเย็นชา "คุณหนูของเจ้าให้เงินพวกข้าสองเท่า วันนี้ เจ้าก็ไปไห
มือของเขาถูกมัดไขว้หลัง ทำให้การตัดเชือกเป็นไปอย่างยากลำบากแต่เสี่ยวหูลู่ไม่คิดยอมแพ้ มือเล็กๆ ของเขาถูกเศษกระเบื้องบาดจนเลือดไหล ทว่าเขากลับไม่รับรู้ถึงความเจ็บเลยแม้แต่น้อยเมื่อเห็นว่าท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดลงเรื่อยๆ เสี่ยวชุ่ยจึงคิดว่าเสี่ยวหูลู่ไม่มีทางหนีไปได้แน่แต่คิดไม่ถึงว่า ในวินาทีต่อมา เชือกที่มัดตัวเสี่ยวหูลู่ไว้จะขาดออกเขารีบทิ้งเศษกระเบื้อง แล้วแก้เชือกที่มัดเท้าของตัวเองออก จากนั้นก็พุ่งตรงไปยังรูโหว่ข้างกำแพงทันที"อื้อ! อื้อ!"เสี่ยวชุ่ยร้องออกมาเสียงของนางดึงดูดความสนใจของเสี่ยวหูลู่เขาหันไปมองเสี่ยวชุ่ย พบว่านางน้ำตาคลอเบ้า สายตาเต็มไปด้วยการวิงวอนไม่ต่างจากตอนที่เขามองเสี่ยวชุ่ยก่อนหน้านี้เสี่ยวหูลู่ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่คิดจะช่วยผู้หญิงสารเลวคนนี้เลยแม้แต่น้อยแต่พอร่างของเขากำลังจะมุดออกไปได้ครึ่งตัว จู่ๆ เสี่ยวหูลู่ก็หยุด แล้ววิ่งกลับไปทางด้านหลังเสี่ยวชุ่ยอย่างรวดเร็วใบหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองเขาคิดว่า ถ้าตัวเองหนีไปคนเดียว เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากเสี่ยวชุ่ยที่เคยทำกับเขา เป็นคนเลวที่เห็นคนตายต่อหน้าต่อตาแล้วไม่ช่วย!แต่เขาไม่อยากเป็นคนเลว!ม
สุดท้ายก็เป็นพวกนักเลงที่หลินเย่ว์รู้จักสืบข่าวมาได้ หลินเย่ว์ที่ต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองจึงพาเฉียวเนี่ยนมาด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะมาถึงช้าไปก้าวหนึ่ง!เฉียวเนี่ยนรีบวิ่งไปทางเสี่ยวชุ่ยด้วยความร้อนรนหลินเย่ว์ตะโกนด้วยความเดือดดาล ก่อนพุ่งเข้าไปโจมตีชายฉกรรจ์คนนั้นแต่คิดไม่ถึงเลยว่า ชายฉกรรจ์ผู้นั้นกลับมีฝีมืออยู่บ้าง แม้จะรับมือกับการโจมตีของหลินเย่ว์ แต่เขาก็สามารถถอยหลบได้ตลอด ไม่ปล่อยให้หลินเย่ว์เป็นฝ่ายได้เปรียบเลยแม้แต่น้อยแต่เฉียวเนี่ยนกลับไม่สนใจสิ่งใดอีก นางใช้มือกดบาดแผลบนอกของเสี่ยวชุ่ยแน่น เลือดอุ่นๆ ไหลทะลักออกมาตามซอกนิ้ว ฉับพลัน นางรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปยังถ้ำที่เคยถูกจับตัวไปครั้งนั้นอีกครั้งตอนนั้น นางก็เคยกดแผลของหมิงอ๋องไว้แน่นเช่นกัน แต่สุดท้าย…"นาง...นางเป็น...ตัวปลอม..."เสี่ยวชุ่ยพูดขึ้นอย่างยากลำบาก ดึงเฉียวเนี่ยนกลับมาจากภวังค์ความคิดเฉียวเนี่ยนชะงักไป นางยังไม่เข้าใจว่าเสี่ยวชุ่ยหมายถึงอะไร สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความสับสนเสี่ยวชุ่ยกล่าวต่อ "เจ้า...เจ้าต่างหาก...ที่เป็นตัวจริง..."ความเจ็บปวดที่อกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เสี่ยวชุ่ยรู
คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นพี่ใหญ่ของนางแท้ๆ!และคนในจวนโหวสองคนนั้น ก็คือพ่อแม่ที่แท้จริงของนาง!นางไม่ได้แย่งชิงชีวิตสิบห้าปีของใครไป สิบห้าปีนั้นเดิมทีก็เป็นของนางอยู่แล้ว!ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเป็นของนางตั้งแต่ต้น!แล้วสามปีที่ผ่านมาของนางล่ะ? มันคืออะไรกัน?แล้วความอัปยศที่นางเคยเผชิญ มันคืออะไร?น้ำตาไหลเริ่มพรั่งพรูอย่างห้ามไม่อยู่หลินเย่ว์ตกใจ แต่คิดว่าเฉียวเนี่ยนคงตกใจที่เสี่ยวชุ่ยตายจึงรีบคว้าตัวนางขึ้นมา "เสี่ยวชุ่ยถูกพวกโจรฆ่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!"เขากลัวว่าภาพของเสี่ยวชุ่ยที่เปื้อนเลือดเช่นนี้จะกลายเป็นฝันร้ายหลอกหลอนเฉียวเนี่ยนเขาปลอบโยนและปกป้องนางเหมือนเช่นสิบห้าปีก่อนแต่ตอนหลังทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อหลินยวนปรากฏตัวนางเคยคิดว่าเป็นเพราะสายเลือด ถึงทำให้นางสำคัญน้อยกว่าหลินยวนแต่สุดท้าย ความจริงกลับไม่ใช่แบบนั้น...ริมฝีปากของเฉียวเนี่ยนสั่นระริกนางอยากบอกหลินเย่ว์ทุกอย่างที่เสี่ยวชุ่ยพูดออกมาแต่ว่า...ริมฝีปากที่สั่นไหวของนาง กลับไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียวหลินเย่ว์ตกใจเมื่อเห็นเฉียวเนี่ยนเป็นแบบนี้ เขารีบดึงนางเดินออกจากป่าเ
สุดท้ายแล้วเรื่องก็แดงขึ้นมาในโถงใหญ่ของตระกูลเซียว ทุกคนมารวมตัวกันเกือบหมด ยกเว้นเฉียวเนี่ยนแม้แต่ท่านโหวหลินและฮูหยินหลินก็มาด้วยหลินยวนคุกเข่าอยู่กลางโถง น้ำตาไหลอาบแก้ม "ข้าไม่ได้ทำ ท่านพ่อ ท่านแม่ เชื่อข้าเถอะ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นะเจ้าคะ!"เซียวเหอกล่าวเสียงเย็นขณะนั่งอยู่บนรถเข็น "คนที่ถูกจับทุกคนให้การว่าถูกเจ้าสั่งการ เสี่ยวหูลู่เองก็ยืนยันเช่นกัน""แต่ข้าไม่ได้ทำจริงๆ!" หลินยวนร้องไห้สะอึกสะอื้น "ข้ายอมรับว่าข้ากลัว ท่านแม่สามีบอกว่าจะมอบอำนาจการดูแลจวนตระกูลเซียวให้ข้า แต่พี่หญิงกลับใช้เสี่ยวหูลู่มาข่มขู่ข้า ข้ากลัวว่าความผิดที่ข้าเคยทำไปโดยไม่ตั้งใจจะถูกเปิดโปง และแม่สามีจะผิดหวังในตัวข้า ดังนั้นข้าจึงให้เสี่ยวชุ่ยพาเสี่ยวหูลู่ไป! แต่ข้าไม่ได้สั่งให้ฆ่าเขา ข้าแค่ต้องการหาครอบครัวที่ดีให้เขาเท่านั้น!"นางไม่คิดว่าเรื่องจะถูกเปิดโปงเร็วขนาดนี้ และยิ่งไม่คิดว่าเสี่ยวหูลู่จะยังมีชีวิตอยู่!แต่ในเมื่อทุกอย่างถูกเปิดโปงแล้ว นางก็ต้องหาทางโยนความผิดทั้งหมดออกไปให้พ้นตัว!สีหน้าของพ่อเซียวและแม่เซียวเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว เรื่องที่หลินยวนเคยติดสินบน
ฮูหยินหลินก็รีบเข้ามากอดหลินยวน พลางลูบศีรษะของนางไม่หยุด "ไม่ต้องกลัวนะยวนเอ๋อร์ แม่เชื่อเจ้า! ลูกของแม่ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่!"เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ฮูหยินหลินก็หันไปมองพ่อเซียวและแม่เซียว "ข้าขอรับประกันด้วยชีวิตของข้าเลยว่า ยวนเอ๋อร์ไม่มีทางเป็นคนแบบนั้น! เรื่องในวันนี้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเนี่ยนเนี่ยน หากไม่ใช่เพราะนางคอยใช้เรื่องนี้ข่มขู่ยวนเอ๋อร์ ยวนเอ๋อร์ก็คงไม่ต้อง...""ฮูหยินหลิน!"เซียวเหอส่งเสียงขึ้นขัดคำพูดของฮูหยินหลินกลางคันแม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ความโกรธของเขากลับควบคุมไม่อยู่ "เรื่องวันนี้ ใครที่คิดจะใส่ร้ายเนี่ยนเนี่ยน ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจกัน!"แม้ว่าเซียวเหอจะไม่มีอำนาจในมือแล้ว แต่เขายังมีลูกน้องมากมาย และคำพูดของเขาก็ยังมีน้ำหนักต่อฝ่าบาท ตระกูลโหวไม่มีทางกล้าทำให้เขาโกรธได้แน่ฮูหยินหลินเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองพูดอะไรออกไปในตอนที่กำลังร้อนใจ นางรีบแก้ตัว "ข้า...ข้าไม่ได้หมายถึงว่าโทษเนี่ยนเนี่ยนนะ ข้าแค่..."แต่เซียวเหอกลับเบือนหน้าหนี ไม่คิดจะมองนางอีกขณะที่หลินยวนกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของท่านโหวหลิน นางกลับลอบมองไปที่หลินเย่ว์เงียบๆนางไม่เข้า
การตัดสินใจของเซียวเหิงในครั้งนี้ ทำให้ทุกคนตกตะลึงหลินยวนเงยหน้าขึ้นมองเซียวเหิงทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาอันดุดันและเย็นชาของเขา นางก็รีบหลบสายตาอย่างหวาดกลัวนางไม่กล้าแม้แต่จะโต้แย้ง และไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ!ท่านโหวหลินเองก็ตกตะลึงจนเบิกตากว้าง แต่กลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกมากลับเป็นฮูหยินหลินที่รีบกล่าวเตือนอย่างร้อนรน "เหิงเอ๋อร์ เรื่องนี้ เจ้าอย่าได้หุนหันพลันแล่น!"เซียวเหิงไม่ตอบอะไร มีเพียงดวงตาที่มืดครึ้มลงเรื่อยๆแม่เซียวเห็นท่าไม่ดี รีบลุกขึ้นเดินไปหาฮูหยินหลิน "พวกเจ้าพายวนเอ๋อร์กลับไปพักที่บ้านสักสองวันก่อนเถอะ"กล่าวพลางส่งสายตาให้ฮูหยินหลิน พร้อมลดเสียงลงต่ำ "เหิงเอ๋อร์ยังโกรธอยู่ หากให้ยวนเอ๋อร์อยู่ต่อ เกรงว่าจะไม่ดี"คำพูดของนาง เรียกได้ว่าเป็นการพูดประนีประนอมแล้วไม่ใช่แค่ไม่ดีหรอก!นางกลัวจริงๆ ว่าหากเซียวเหิงโมโหขึ้นมา เขาอาจฆ่าหลินยวนทิ้ง!ฮูหยินหลินเข้าใจความหมายของแม่เซียวทันที เมื่อเห็นแววตาที่น่าหวาดหวั่นของเซียวเหิง ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่พยุงหลินยวนให้ลุกขึ้น ก่อนกล่าวว่า "งะ...งั้นวันนี้พวกเรากลับไปก่อนก็แล้วก
หัวใจพลันเจ็บปวดขึ้นมาโดยไร้สาเหตุเมื่อนึกถึงว่าเมื่อคืนผู้คนในจวนโหวยอมรับโดยปริยายว่าเมื่อสามปีก่อนพวกเขาเคยใส่ร้ายเฉียวเนี่ยน ไฟโทสะก็ลุกโชนขึ้นมาในใจโดยไม่รู้ตัวทว่าหนิงซวงกลับกล่าวขึ้น "ก่อนหน้านี้ รองแม่ทัพจิ่งได้ยินว่าคุณหนูของข้าชอบกินไส้ใหญ่หมู เขาจึงไปเรียนทำจากพ่อครัวของหอจุ้ยเซียง ก่อนออกไปปราบโจรยังอุตส่าห์ทิ้งสูตรไว้ให้ ข้าจำได้ขึ้นใจแล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยลองทำ"เซียวเหอพยักหน้าเบาๆ เก็บซ่อนเพลิงโทสะในใจลงไปตอนนี้ เรื่องที่น่ากังวลกว่าก็คือเฉียวเนี่ยนเขาจึงหันไปมองจี้เยว่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง "ไปซื้อไส้ใหญ่หมูมา"จี้เยว่รับคำทันที ก่อนจะรีบเดินออกไปเมื่อมองบานประตูที่ปิดสนิท หัวใจของเซียวเหอก็พลันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆเขาไม่รู้ว่าไส้ใหญ่หมูจะสามารถทำให้เฉียวเนี่ยนยอมเปิดประตูได้หรือไม่ แต่ก็ควรลองดูสักตั้งไม่นานนัก จี้เยว่ก็กลับมาพร้อมไส้ใหญ่หมูแต่เพราะเขาไม่เคยทำมาก่อน จึงได้แต่ช่วยเป็นลูกมือให้หนิงซวงอยู่ด้านหลังทว่าหนิงซวงเองก็ไม่เคยทำ นางจึงทำได้เพียงลองทำตามสูตรที่รองแม่ทัพจิ่งเขียนทิ้งไว้ทีละขั้นตอนเซียวเหอมองดูทั้งสองคนง่วนอยู่กับอะไรบางอย่าง
อีกด้านหนึ่ง ทันทีที่เซียวเหอกลับมาถึงเรือน ก็พบว่าหนิงซวงมีสีหน้ากังวลยิ่งนักสายตาของเขาเผลอมองไปทางเรือนของเฉียวเนี่ยนโดยไม่รู้ตัว เห็นเพียงประตูหน้าต่างปิดสนิท ราวกับต้องการตัดขาดจากทุกสิ่งเซียวเหออดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา "นางเป็นอย่างไรบ้าง?"หนิงซวงมองไปยังประตูเรือนที่ปิดสนิทด้วยความกังวลเต็มหัวใจ ก่อนจะตอบว่า "คุณหนูกลับมาแล้วก็ขังตัวเองไว้ในห้อง บ่าวพูดอะไรก็ไม่ตอบเจ้าค่ะ"เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ หนิงซวงก็ลดเสียงลง ก่อนจะกระซิบข้างหูเซียวเหอ "แม้แต่เสียงร้องไห้ก็ไม่ได้ยินเจ้าค่ะ"และนี่แหละคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุดหากได้ยินเสียงร้องไห้ อย่างน้อยก็ยังแสดงว่าเฉียวเนี่ยนสามารถระบายอารมณ์ออกมาได้แต่ตอนนี้ นางไม่ร้อง ไม่โวยวาย ปิดกั้นตัวเองจากทุกสิ่ง กลับยิ่งทำให้เป็นห่วงมากกว่าเดิมจี้เยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะถามว่า "หรือให้บ่าวไปเคาะประตูดีขอรับ?"เขาคิดว่าเซียวเหอคงอยากปลอบโยนเฉียวเนี่ยนสักสองสามคำแต่เซียวเหอกลับส่ายศีรษะเล็กน้อย "ปล่อยให้นางอยู่คนเดียวสักพักเถิด"กล่าวจบ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอีก และหมุนตัวเดินกลับไปยังเรือนของตนเขารู้ดีว่
"พวกเขาต่างหากที่บังคับให้ข้าแต่งงาน!"แม่เซียวขมวดคิ้วแน่น นางรู้ดีว่าเซียวเหิงกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยเสียงเรียบว่า "แม่รู้ ว่าลูกยังคงติดใจเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวในตอนนั้น แต่ลูกอย่าลืมสิ ว่าการหมั้นหมายระหว่างตระกูลเรากับตระกูลหลินนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าเจ้าสาวต้องเป็นบุตรสาวสายตรง! ในเมื่อหลินยวนกลับมาแล้ว นางก็คือบุตรสาวสายตรง ลูกก็ควรแต่งงานกับนาง!"ในชั่วขณะนั้น ความรู้สึกหมดหนทางที่ทั้งหนักหน่วงและคุ้นเคยก็ถาโถมเข้าใส่เซียวเหิงราวกับถูกฉุดลงสู่ห้วงลึกที่ไร้ทางหลุดพ้นคำพูดของแม่เซียวแทบไม่ต่างจากเมื่อสามปีก่อนเลยแม้แต่น้อยดังนั้น เขาจึงถามคำถามเดิมที่เคยถามเมื่อสามปีก่อนอีกครั้ง"เหตุใด...ต้องเป็นบุตรสาวสายตรงเท่านั้น?"เหตุใดต้องเป็นเขาที่ต้องแต่งงานกับบุตรสาวสายตรงคนนี้!"เพราะนี่เป็นข้อตกลงที่บรรพบุรุษของทั้งสองตระกูลเป็นผู้กำหนดไว้!" พ่อเซียวกล่าวเสียงหนักแน่น เกือบจะตบโต๊ะด้วยความโมโห "เพราะเจ้าคือบุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว!"นี่คือหน้าที่ของเขาในฐานะบุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว!บุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว ก็ต้องแต่งกับบุตรสาวสายตรงของตระกูลหลิน!มือของเซียวเหิงก
การตัดสินใจของเซียวเหิงในครั้งนี้ ทำให้ทุกคนตกตะลึงหลินยวนเงยหน้าขึ้นมองเซียวเหิงทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาอันดุดันและเย็นชาของเขา นางก็รีบหลบสายตาอย่างหวาดกลัวนางไม่กล้าแม้แต่จะโต้แย้ง และไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ!ท่านโหวหลินเองก็ตกตะลึงจนเบิกตากว้าง แต่กลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกมากลับเป็นฮูหยินหลินที่รีบกล่าวเตือนอย่างร้อนรน "เหิงเอ๋อร์ เรื่องนี้ เจ้าอย่าได้หุนหันพลันแล่น!"เซียวเหิงไม่ตอบอะไร มีเพียงดวงตาที่มืดครึ้มลงเรื่อยๆแม่เซียวเห็นท่าไม่ดี รีบลุกขึ้นเดินไปหาฮูหยินหลิน "พวกเจ้าพายวนเอ๋อร์กลับไปพักที่บ้านสักสองวันก่อนเถอะ"กล่าวพลางส่งสายตาให้ฮูหยินหลิน พร้อมลดเสียงลงต่ำ "เหิงเอ๋อร์ยังโกรธอยู่ หากให้ยวนเอ๋อร์อยู่ต่อ เกรงว่าจะไม่ดี"คำพูดของนาง เรียกได้ว่าเป็นการพูดประนีประนอมแล้วไม่ใช่แค่ไม่ดีหรอก!นางกลัวจริงๆ ว่าหากเซียวเหิงโมโหขึ้นมา เขาอาจฆ่าหลินยวนทิ้ง!ฮูหยินหลินเข้าใจความหมายของแม่เซียวทันที เมื่อเห็นแววตาที่น่าหวาดหวั่นของเซียวเหิง ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่พยุงหลินยวนให้ลุกขึ้น ก่อนกล่าวว่า "งะ...งั้นวันนี้พวกเรากลับไปก่อนก็แล้วก
ฮูหยินหลินก็รีบเข้ามากอดหลินยวน พลางลูบศีรษะของนางไม่หยุด "ไม่ต้องกลัวนะยวนเอ๋อร์ แม่เชื่อเจ้า! ลูกของแม่ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่!"เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ฮูหยินหลินก็หันไปมองพ่อเซียวและแม่เซียว "ข้าขอรับประกันด้วยชีวิตของข้าเลยว่า ยวนเอ๋อร์ไม่มีทางเป็นคนแบบนั้น! เรื่องในวันนี้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเนี่ยนเนี่ยน หากไม่ใช่เพราะนางคอยใช้เรื่องนี้ข่มขู่ยวนเอ๋อร์ ยวนเอ๋อร์ก็คงไม่ต้อง...""ฮูหยินหลิน!"เซียวเหอส่งเสียงขึ้นขัดคำพูดของฮูหยินหลินกลางคันแม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ความโกรธของเขากลับควบคุมไม่อยู่ "เรื่องวันนี้ ใครที่คิดจะใส่ร้ายเนี่ยนเนี่ยน ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจกัน!"แม้ว่าเซียวเหอจะไม่มีอำนาจในมือแล้ว แต่เขายังมีลูกน้องมากมาย และคำพูดของเขาก็ยังมีน้ำหนักต่อฝ่าบาท ตระกูลโหวไม่มีทางกล้าทำให้เขาโกรธได้แน่ฮูหยินหลินเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองพูดอะไรออกไปในตอนที่กำลังร้อนใจ นางรีบแก้ตัว "ข้า...ข้าไม่ได้หมายถึงว่าโทษเนี่ยนเนี่ยนนะ ข้าแค่..."แต่เซียวเหอกลับเบือนหน้าหนี ไม่คิดจะมองนางอีกขณะที่หลินยวนกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของท่านโหวหลิน นางกลับลอบมองไปที่หลินเย่ว์เงียบๆนางไม่เข้า
สุดท้ายแล้วเรื่องก็แดงขึ้นมาในโถงใหญ่ของตระกูลเซียว ทุกคนมารวมตัวกันเกือบหมด ยกเว้นเฉียวเนี่ยนแม้แต่ท่านโหวหลินและฮูหยินหลินก็มาด้วยหลินยวนคุกเข่าอยู่กลางโถง น้ำตาไหลอาบแก้ม "ข้าไม่ได้ทำ ท่านพ่อ ท่านแม่ เชื่อข้าเถอะ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นะเจ้าคะ!"เซียวเหอกล่าวเสียงเย็นขณะนั่งอยู่บนรถเข็น "คนที่ถูกจับทุกคนให้การว่าถูกเจ้าสั่งการ เสี่ยวหูลู่เองก็ยืนยันเช่นกัน""แต่ข้าไม่ได้ทำจริงๆ!" หลินยวนร้องไห้สะอึกสะอื้น "ข้ายอมรับว่าข้ากลัว ท่านแม่สามีบอกว่าจะมอบอำนาจการดูแลจวนตระกูลเซียวให้ข้า แต่พี่หญิงกลับใช้เสี่ยวหูลู่มาข่มขู่ข้า ข้ากลัวว่าความผิดที่ข้าเคยทำไปโดยไม่ตั้งใจจะถูกเปิดโปง และแม่สามีจะผิดหวังในตัวข้า ดังนั้นข้าจึงให้เสี่ยวชุ่ยพาเสี่ยวหูลู่ไป! แต่ข้าไม่ได้สั่งให้ฆ่าเขา ข้าแค่ต้องการหาครอบครัวที่ดีให้เขาเท่านั้น!"นางไม่คิดว่าเรื่องจะถูกเปิดโปงเร็วขนาดนี้ และยิ่งไม่คิดว่าเสี่ยวหูลู่จะยังมีชีวิตอยู่!แต่ในเมื่อทุกอย่างถูกเปิดโปงแล้ว นางก็ต้องหาทางโยนความผิดทั้งหมดออกไปให้พ้นตัว!สีหน้าของพ่อเซียวและแม่เซียวเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว เรื่องที่หลินยวนเคยติดสินบน
คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นพี่ใหญ่ของนางแท้ๆ!และคนในจวนโหวสองคนนั้น ก็คือพ่อแม่ที่แท้จริงของนาง!นางไม่ได้แย่งชิงชีวิตสิบห้าปีของใครไป สิบห้าปีนั้นเดิมทีก็เป็นของนางอยู่แล้ว!ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเป็นของนางตั้งแต่ต้น!แล้วสามปีที่ผ่านมาของนางล่ะ? มันคืออะไรกัน?แล้วความอัปยศที่นางเคยเผชิญ มันคืออะไร?น้ำตาไหลเริ่มพรั่งพรูอย่างห้ามไม่อยู่หลินเย่ว์ตกใจ แต่คิดว่าเฉียวเนี่ยนคงตกใจที่เสี่ยวชุ่ยตายจึงรีบคว้าตัวนางขึ้นมา "เสี่ยวชุ่ยถูกพวกโจรฆ่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!"เขากลัวว่าภาพของเสี่ยวชุ่ยที่เปื้อนเลือดเช่นนี้จะกลายเป็นฝันร้ายหลอกหลอนเฉียวเนี่ยนเขาปลอบโยนและปกป้องนางเหมือนเช่นสิบห้าปีก่อนแต่ตอนหลังทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อหลินยวนปรากฏตัวนางเคยคิดว่าเป็นเพราะสายเลือด ถึงทำให้นางสำคัญน้อยกว่าหลินยวนแต่สุดท้าย ความจริงกลับไม่ใช่แบบนั้น...ริมฝีปากของเฉียวเนี่ยนสั่นระริกนางอยากบอกหลินเย่ว์ทุกอย่างที่เสี่ยวชุ่ยพูดออกมาแต่ว่า...ริมฝีปากที่สั่นไหวของนาง กลับไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียวหลินเย่ว์ตกใจเมื่อเห็นเฉียวเนี่ยนเป็นแบบนี้ เขารีบดึงนางเดินออกจากป่าเ
สุดท้ายก็เป็นพวกนักเลงที่หลินเย่ว์รู้จักสืบข่าวมาได้ หลินเย่ว์ที่ต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองจึงพาเฉียวเนี่ยนมาด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะมาถึงช้าไปก้าวหนึ่ง!เฉียวเนี่ยนรีบวิ่งไปทางเสี่ยวชุ่ยด้วยความร้อนรนหลินเย่ว์ตะโกนด้วยความเดือดดาล ก่อนพุ่งเข้าไปโจมตีชายฉกรรจ์คนนั้นแต่คิดไม่ถึงเลยว่า ชายฉกรรจ์ผู้นั้นกลับมีฝีมืออยู่บ้าง แม้จะรับมือกับการโจมตีของหลินเย่ว์ แต่เขาก็สามารถถอยหลบได้ตลอด ไม่ปล่อยให้หลินเย่ว์เป็นฝ่ายได้เปรียบเลยแม้แต่น้อยแต่เฉียวเนี่ยนกลับไม่สนใจสิ่งใดอีก นางใช้มือกดบาดแผลบนอกของเสี่ยวชุ่ยแน่น เลือดอุ่นๆ ไหลทะลักออกมาตามซอกนิ้ว ฉับพลัน นางรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปยังถ้ำที่เคยถูกจับตัวไปครั้งนั้นอีกครั้งตอนนั้น นางก็เคยกดแผลของหมิงอ๋องไว้แน่นเช่นกัน แต่สุดท้าย…"นาง...นางเป็น...ตัวปลอม..."เสี่ยวชุ่ยพูดขึ้นอย่างยากลำบาก ดึงเฉียวเนี่ยนกลับมาจากภวังค์ความคิดเฉียวเนี่ยนชะงักไป นางยังไม่เข้าใจว่าเสี่ยวชุ่ยหมายถึงอะไร สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความสับสนเสี่ยวชุ่ยกล่าวต่อ "เจ้า...เจ้าต่างหาก...ที่เป็นตัวจริง..."ความเจ็บปวดที่อกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เสี่ยวชุ่ยรู
มือของเขาถูกมัดไขว้หลัง ทำให้การตัดเชือกเป็นไปอย่างยากลำบากแต่เสี่ยวหูลู่ไม่คิดยอมแพ้ มือเล็กๆ ของเขาถูกเศษกระเบื้องบาดจนเลือดไหล ทว่าเขากลับไม่รับรู้ถึงความเจ็บเลยแม้แต่น้อยเมื่อเห็นว่าท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดลงเรื่อยๆ เสี่ยวชุ่ยจึงคิดว่าเสี่ยวหูลู่ไม่มีทางหนีไปได้แน่แต่คิดไม่ถึงว่า ในวินาทีต่อมา เชือกที่มัดตัวเสี่ยวหูลู่ไว้จะขาดออกเขารีบทิ้งเศษกระเบื้อง แล้วแก้เชือกที่มัดเท้าของตัวเองออก จากนั้นก็พุ่งตรงไปยังรูโหว่ข้างกำแพงทันที"อื้อ! อื้อ!"เสี่ยวชุ่ยร้องออกมาเสียงของนางดึงดูดความสนใจของเสี่ยวหูลู่เขาหันไปมองเสี่ยวชุ่ย พบว่านางน้ำตาคลอเบ้า สายตาเต็มไปด้วยการวิงวอนไม่ต่างจากตอนที่เขามองเสี่ยวชุ่ยก่อนหน้านี้เสี่ยวหูลู่ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่คิดจะช่วยผู้หญิงสารเลวคนนี้เลยแม้แต่น้อยแต่พอร่างของเขากำลังจะมุดออกไปได้ครึ่งตัว จู่ๆ เสี่ยวหูลู่ก็หยุด แล้ววิ่งกลับไปทางด้านหลังเสี่ยวชุ่ยอย่างรวดเร็วใบหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองเขาคิดว่า ถ้าตัวเองหนีไปคนเดียว เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากเสี่ยวชุ่ยที่เคยทำกับเขา เป็นคนเลวที่เห็นคนตายต่อหน้าต่อตาแล้วไม่ช่วย!แต่เขาไม่อยากเป็นคนเลว!ม