ฮูหยินหลินก็รีบเข้ามากอดหลินยวน พลางลูบศีรษะของนางไม่หยุด "ไม่ต้องกลัวนะยวนเอ๋อร์ แม่เชื่อเจ้า! ลูกของแม่ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่!"เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ฮูหยินหลินก็หันไปมองพ่อเซียวและแม่เซียว "ข้าขอรับประกันด้วยชีวิตของข้าเลยว่า ยวนเอ๋อร์ไม่มีทางเป็นคนแบบนั้น! เรื่องในวันนี้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเนี่ยนเนี่ยน หากไม่ใช่เพราะนางคอยใช้เรื่องนี้ข่มขู่ยวนเอ๋อร์ ยวนเอ๋อร์ก็คงไม่ต้อง...""ฮูหยินหลิน!"เซียวเหอส่งเสียงขึ้นขัดคำพูดของฮูหยินหลินกลางคันแม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ความโกรธของเขากลับควบคุมไม่อยู่ "เรื่องวันนี้ ใครที่คิดจะใส่ร้ายเนี่ยนเนี่ยน ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจกัน!"แม้ว่าเซียวเหอจะไม่มีอำนาจในมือแล้ว แต่เขายังมีลูกน้องมากมาย และคำพูดของเขาก็ยังมีน้ำหนักต่อฝ่าบาท ตระกูลโหวไม่มีทางกล้าทำให้เขาโกรธได้แน่ฮูหยินหลินเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองพูดอะไรออกไปในตอนที่กำลังร้อนใจ นางรีบแก้ตัว "ข้า...ข้าไม่ได้หมายถึงว่าโทษเนี่ยนเนี่ยนนะ ข้าแค่..."แต่เซียวเหอกลับเบือนหน้าหนี ไม่คิดจะมองนางอีกขณะที่หลินยวนกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของท่านโหวหลิน นางกลับลอบมองไปที่หลินเย่ว์เงียบๆนางไม่เข้า
การตัดสินใจของเซียวเหิงในครั้งนี้ ทำให้ทุกคนตกตะลึงหลินยวนเงยหน้าขึ้นมองเซียวเหิงทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาอันดุดันและเย็นชาของเขา นางก็รีบหลบสายตาอย่างหวาดกลัวนางไม่กล้าแม้แต่จะโต้แย้ง และไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ!ท่านโหวหลินเองก็ตกตะลึงจนเบิกตากว้าง แต่กลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกมากลับเป็นฮูหยินหลินที่รีบกล่าวเตือนอย่างร้อนรน "เหิงเอ๋อร์ เรื่องนี้ เจ้าอย่าได้หุนหันพลันแล่น!"เซียวเหิงไม่ตอบอะไร มีเพียงดวงตาที่มืดครึ้มลงเรื่อยๆแม่เซียวเห็นท่าไม่ดี รีบลุกขึ้นเดินไปหาฮูหยินหลิน "พวกเจ้าพายวนเอ๋อร์กลับไปพักที่บ้านสักสองวันก่อนเถอะ"กล่าวพลางส่งสายตาให้ฮูหยินหลิน พร้อมลดเสียงลงต่ำ "เหิงเอ๋อร์ยังโกรธอยู่ หากให้ยวนเอ๋อร์อยู่ต่อ เกรงว่าจะไม่ดี"คำพูดของนาง เรียกได้ว่าเป็นการพูดประนีประนอมแล้วไม่ใช่แค่ไม่ดีหรอก!นางกลัวจริงๆ ว่าหากเซียวเหิงโมโหขึ้นมา เขาอาจฆ่าหลินยวนทิ้ง!ฮูหยินหลินเข้าใจความหมายของแม่เซียวทันที เมื่อเห็นแววตาที่น่าหวาดหวั่นของเซียวเหิง ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่พยุงหลินยวนให้ลุกขึ้น ก่อนกล่าวว่า "งะ...งั้นวันนี้พวกเรากลับไปก่อนก็แล้วก
"พวกเขาต่างหากที่บังคับให้ข้าแต่งงาน!"แม่เซียวขมวดคิ้วแน่น นางรู้ดีว่าเซียวเหิงกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยเสียงเรียบว่า "แม่รู้ ว่าลูกยังคงติดใจเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวในตอนนั้น แต่ลูกอย่าลืมสิ ว่าการหมั้นหมายระหว่างตระกูลเรากับตระกูลหลินนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าเจ้าสาวต้องเป็นบุตรสาวสายตรง! ในเมื่อหลินยวนกลับมาแล้ว นางก็คือบุตรสาวสายตรง ลูกก็ควรแต่งงานกับนาง!"ในชั่วขณะนั้น ความรู้สึกหมดหนทางที่ทั้งหนักหน่วงและคุ้นเคยก็ถาโถมเข้าใส่เซียวเหิงราวกับถูกฉุดลงสู่ห้วงลึกที่ไร้ทางหลุดพ้นคำพูดของแม่เซียวแทบไม่ต่างจากเมื่อสามปีก่อนเลยแม้แต่น้อยดังนั้น เขาจึงถามคำถามเดิมที่เคยถามเมื่อสามปีก่อนอีกครั้ง"เหตุใด...ต้องเป็นบุตรสาวสายตรงเท่านั้น?"เหตุใดต้องเป็นเขาที่ต้องแต่งงานกับบุตรสาวสายตรงคนนี้!"เพราะนี่เป็นข้อตกลงที่บรรพบุรุษของทั้งสองตระกูลเป็นผู้กำหนดไว้!" พ่อเซียวกล่าวเสียงหนักแน่น เกือบจะตบโต๊ะด้วยความโมโห "เพราะเจ้าคือบุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว!"นี่คือหน้าที่ของเขาในฐานะบุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว!บุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว ก็ต้องแต่งกับบุตรสาวสายตรงของตระกูลหลิน!มือของเซียวเหิงก
อีกด้านหนึ่ง ทันทีที่เซียวเหอกลับมาถึงเรือน ก็พบว่าหนิงซวงมีสีหน้ากังวลยิ่งนักสายตาของเขาเผลอมองไปทางเรือนของเฉียวเนี่ยนโดยไม่รู้ตัว เห็นเพียงประตูหน้าต่างปิดสนิท ราวกับต้องการตัดขาดจากทุกสิ่งเซียวเหออดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา "นางเป็นอย่างไรบ้าง?"หนิงซวงมองไปยังประตูเรือนที่ปิดสนิทด้วยความกังวลเต็มหัวใจ ก่อนจะตอบว่า "คุณหนูกลับมาแล้วก็ขังตัวเองไว้ในห้อง บ่าวพูดอะไรก็ไม่ตอบเจ้าค่ะ"เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ หนิงซวงก็ลดเสียงลง ก่อนจะกระซิบข้างหูเซียวเหอ "แม้แต่เสียงร้องไห้ก็ไม่ได้ยินเจ้าค่ะ"และนี่แหละคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุดหากได้ยินเสียงร้องไห้ อย่างน้อยก็ยังแสดงว่าเฉียวเนี่ยนสามารถระบายอารมณ์ออกมาได้แต่ตอนนี้ นางไม่ร้อง ไม่โวยวาย ปิดกั้นตัวเองจากทุกสิ่ง กลับยิ่งทำให้เป็นห่วงมากกว่าเดิมจี้เยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะถามว่า "หรือให้บ่าวไปเคาะประตูดีขอรับ?"เขาคิดว่าเซียวเหอคงอยากปลอบโยนเฉียวเนี่ยนสักสองสามคำแต่เซียวเหอกลับส่ายศีรษะเล็กน้อย "ปล่อยให้นางอยู่คนเดียวสักพักเถิด"กล่าวจบ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอีก และหมุนตัวเดินกลับไปยังเรือนของตนเขารู้ดีว่
หัวใจพลันเจ็บปวดขึ้นมาโดยไร้สาเหตุเมื่อนึกถึงว่าเมื่อคืนผู้คนในจวนโหวยอมรับโดยปริยายว่าเมื่อสามปีก่อนพวกเขาเคยใส่ร้ายเฉียวเนี่ยน ไฟโทสะก็ลุกโชนขึ้นมาในใจโดยไม่รู้ตัวทว่าหนิงซวงกลับกล่าวขึ้น "ก่อนหน้านี้ รองแม่ทัพจิ่งได้ยินว่าคุณหนูของข้าชอบกินไส้ใหญ่หมู เขาจึงไปเรียนทำจากพ่อครัวของหอจุ้ยเซียง ก่อนออกไปปราบโจรยังอุตส่าห์ทิ้งสูตรไว้ให้ ข้าจำได้ขึ้นใจแล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยลองทำ"เซียวเหอพยักหน้าเบาๆ เก็บซ่อนเพลิงโทสะในใจลงไปตอนนี้ เรื่องที่น่ากังวลกว่าก็คือเฉียวเนี่ยนเขาจึงหันไปมองจี้เยว่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง "ไปซื้อไส้ใหญ่หมูมา"จี้เยว่รับคำทันที ก่อนจะรีบเดินออกไปเมื่อมองบานประตูที่ปิดสนิท หัวใจของเซียวเหอก็พลันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆเขาไม่รู้ว่าไส้ใหญ่หมูจะสามารถทำให้เฉียวเนี่ยนยอมเปิดประตูได้หรือไม่ แต่ก็ควรลองดูสักตั้งไม่นานนัก จี้เยว่ก็กลับมาพร้อมไส้ใหญ่หมูแต่เพราะเขาไม่เคยทำมาก่อน จึงได้แต่ช่วยเป็นลูกมือให้หนิงซวงอยู่ด้านหลังทว่าหนิงซวงเองก็ไม่เคยทำ นางจึงทำได้เพียงลองทำตามสูตรที่รองแม่ทัพจิ่งเขียนทิ้งไว้ทีละขั้นตอนเซียวเหอมองดูทั้งสองคนง่วนอยู่กับอะไรบางอย่าง
แคว้นจิ้ง ยี่สิบแปดเดือนสิบสองมันเป็นวันที่อากาศกำลังหนาวเย็นพอดีเฉียวเนี่ยนซักเสื้อผ้าชุดสุดท้ายในตอนเช้าเสร็จ ยังไม่ทันเช็ดมือที่หนาวจนชาให้แห้งก็ได้ยินนางกำนัลอาวุโสจากกรมซักล้างตะโกนเรียกนางว่า “เฉียวเนี่ยน เร็วเข้า จวนโหวมีคนมารับเจ้าแล้ว!”นางยืนอึ้งอยู่ที่เดิมจวนโหว ช่างเป็นคําที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยยิ่งนักนางเคยเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ของจวนโหวมาสิบห้าปี แต่เมื่อสามปีก่อนกลับได้รับแจ้งว่าตนเองเป็นตัวปลอมเป็นนางกำนัลอาวุโสที่ทําคลอดในตอนนั้นที่เห็นแก่ตัว นำลูกของตัวเองกับคุณหนูของจวนโหวแลกเปลี่ยนกัน และก่อนตายก็ค้นพบมโนธรรมและบอกความจริงออกมาเฉียวเนี่ยนจําได้แม่นว่าวันนั้นที่ท่านโหวสองสามีภรรยาได้รู้จักกับหลินยวนลุกสาวแท้ๆ นั้นตื่นเต้นแค่ไหน พวกเขากอดกันทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ ส่วนนางยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างทําอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าพ่อแม่ที่ตัวเองเรียกมาสิบห้าปี ทําไมจู่ๆ ถึงไม่ใช่พ่อแม่ของตัวเองแล้วอาจเป็นเพราะมองเห็นความผิดหวังของนางได้ ท่านโหวหลินจึงสัญญากับนางว่า นางยังคงเป็นคุณหนูของจวนโหว และยังให้หลินยวนเรียกนางว่าพี่สาว แม้แต่ฮูหยินหลินก็ยังบอกว่า พวกเขาย
เฉียวเนี่ยนชะงักงัน หัวใจที่คิดว่าไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วยังคงเต้นผิดจังหวะเพราะเสียงที่คุ้นเคยนั้นนางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มในรถม้าเป็นแม่ทัพหนุ่มที่ถูกแต่งตั้งผู้นั้น อดีตคู่หมั้นของนาง เซียวเหิงนางแทบจะคุกเข่าลงทันที “บ่าวคารวะแม่ทัพเซียวเจ้าค่ะ”คิ้วของเซียวเหิงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สายตากวาดมองข้อเท้าของนางแวบหนึ่ง เอ่ยถามเสียงเรียบว่า “แม่นางหลินจะกลับจวนหรือ?”เฉียวเนี่ยนหลุบตามองเข่าทั้งสองข้างของตัวเอง แล้วพยักหน้า “เจ้าค่ะ”สิ้นเสียงก็เงียบไปพักหนึ่งเซียวเหิงรอให้นางพูดต่อเพราะเมื่อก่อน ต่อหน้าเขานางมักมีเรื่องพูดไม่จบตลอดเขาไม่ชอบคนพูดมาก แต่เห็นแก่มิตรภาพของทั้งสองตระกูลจึงไม่ตําหนินางมากเกินไป แต่ก็ไม่เคยปิดบังความเบื่อหน่ายของตัวเองบางครั้งถูกรบกวนจนรําคาญจริงๆ ก็จะหยิบขนมกล่องหนึ่งออกมาอุดปากนาง ทุกครั้งที่ถึงเวลานั้น นางมักจะดีใจเหมือนเด็กๆ แต่ปากที่หนวกหูนั้นอย่างมากก็อุดได้แค่ครึ่งก้านธูปเท่านั้นนึกไม่ถึงว่าไม่ได้เจอกันสามปี นางตอบแค่คําสั้นๆ คําเดียวเซียวเหิงลงจากรถม้า ไม่ได้เข้าไปประคองนาง เพียงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าเข้าวังไปรายงานพอดี แม่นา
เรือนเก่าของเฉียวเนี่ยนมีชื่อว่าเรือนลั่วเหมยในเรือนเต็มไปด้วยดอกเหมยต่างๆ ตั้งแต่ต้นฤดูหนาว ดอกเหมยในเรือนดอกเหมยจะบานสะพรั่งอย่างแข่งกัน จนกระทั่งต้นฤดูใบไม้ผลิก็จะไม่เหี่ยวเฉาดอกเหมยเหล่านั้น ล้วนเป็นท่านโหวหลินส่งคนไปตามหาจากทั่วแคว้นจิ้งด้วยตนเอง เพียงเพราะเฉียวเนี่ยนในวัยเด็กเคยกล่าวไว้ว่า ดอกไม้ที่โปรดปรานที่สุดในชีวิตนี้ก็คือดอกเหมยจวนโหวต้องใช้เงินหลายร้อยตําลึงในการบํารุงรักษาดอกเหมยเหล่านั้นทุกปีแต่หลังจากหลินยวนกลับมาในปีนั้น ก็บอกแค่ว่าดอกเหมยในสวนของพี่หญิงสวยมาก เรือนดอกเหมยนั้นก็กลายเป็นของหลินยวนแล้วเฉียวเนี่ยนในตอนนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ตอนนี้พอนึกขึ้นได้กลับไม่มีอารมณ์ใดๆหลินยวนต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ๆ ของจวนโหว ของในบ้านนี้ก็ดี คนก็ดี ล้วนเป็นของหลินยวนทั้งนั้นและนางก็เป็นเพียงคนนอกที่มาครอบครองก็เท่านั้นสาวใช้ที่นําทางกลับกระตือรือร้น “สาวใช้ที่เคยรับใช้คุณหนูแต่งงานไปแล้ว ฮูหยินให้บ่าวติดตามคุณหนูต่อไป บ่าวชื่อหนิงซวง ต่อไปหากคุณหนูมีเรื่องอะไรก็สั่งบ่าวได้เลย”หนิงซวงมีใบหน้าอ่อนเยาว์ แก้มอวบอิ่ม เฉียวเนี่ยนเห็นนางคุ้นตาจึงถามว่า “เจ้าเป็นคน
หัวใจพลันเจ็บปวดขึ้นมาโดยไร้สาเหตุเมื่อนึกถึงว่าเมื่อคืนผู้คนในจวนโหวยอมรับโดยปริยายว่าเมื่อสามปีก่อนพวกเขาเคยใส่ร้ายเฉียวเนี่ยน ไฟโทสะก็ลุกโชนขึ้นมาในใจโดยไม่รู้ตัวทว่าหนิงซวงกลับกล่าวขึ้น "ก่อนหน้านี้ รองแม่ทัพจิ่งได้ยินว่าคุณหนูของข้าชอบกินไส้ใหญ่หมู เขาจึงไปเรียนทำจากพ่อครัวของหอจุ้ยเซียง ก่อนออกไปปราบโจรยังอุตส่าห์ทิ้งสูตรไว้ให้ ข้าจำได้ขึ้นใจแล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยลองทำ"เซียวเหอพยักหน้าเบาๆ เก็บซ่อนเพลิงโทสะในใจลงไปตอนนี้ เรื่องที่น่ากังวลกว่าก็คือเฉียวเนี่ยนเขาจึงหันไปมองจี้เยว่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง "ไปซื้อไส้ใหญ่หมูมา"จี้เยว่รับคำทันที ก่อนจะรีบเดินออกไปเมื่อมองบานประตูที่ปิดสนิท หัวใจของเซียวเหอก็พลันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆเขาไม่รู้ว่าไส้ใหญ่หมูจะสามารถทำให้เฉียวเนี่ยนยอมเปิดประตูได้หรือไม่ แต่ก็ควรลองดูสักตั้งไม่นานนัก จี้เยว่ก็กลับมาพร้อมไส้ใหญ่หมูแต่เพราะเขาไม่เคยทำมาก่อน จึงได้แต่ช่วยเป็นลูกมือให้หนิงซวงอยู่ด้านหลังทว่าหนิงซวงเองก็ไม่เคยทำ นางจึงทำได้เพียงลองทำตามสูตรที่รองแม่ทัพจิ่งเขียนทิ้งไว้ทีละขั้นตอนเซียวเหอมองดูทั้งสองคนง่วนอยู่กับอะไรบางอย่าง
อีกด้านหนึ่ง ทันทีที่เซียวเหอกลับมาถึงเรือน ก็พบว่าหนิงซวงมีสีหน้ากังวลยิ่งนักสายตาของเขาเผลอมองไปทางเรือนของเฉียวเนี่ยนโดยไม่รู้ตัว เห็นเพียงประตูหน้าต่างปิดสนิท ราวกับต้องการตัดขาดจากทุกสิ่งเซียวเหออดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา "นางเป็นอย่างไรบ้าง?"หนิงซวงมองไปยังประตูเรือนที่ปิดสนิทด้วยความกังวลเต็มหัวใจ ก่อนจะตอบว่า "คุณหนูกลับมาแล้วก็ขังตัวเองไว้ในห้อง บ่าวพูดอะไรก็ไม่ตอบเจ้าค่ะ"เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ หนิงซวงก็ลดเสียงลง ก่อนจะกระซิบข้างหูเซียวเหอ "แม้แต่เสียงร้องไห้ก็ไม่ได้ยินเจ้าค่ะ"และนี่แหละคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุดหากได้ยินเสียงร้องไห้ อย่างน้อยก็ยังแสดงว่าเฉียวเนี่ยนสามารถระบายอารมณ์ออกมาได้แต่ตอนนี้ นางไม่ร้อง ไม่โวยวาย ปิดกั้นตัวเองจากทุกสิ่ง กลับยิ่งทำให้เป็นห่วงมากกว่าเดิมจี้เยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะถามว่า "หรือให้บ่าวไปเคาะประตูดีขอรับ?"เขาคิดว่าเซียวเหอคงอยากปลอบโยนเฉียวเนี่ยนสักสองสามคำแต่เซียวเหอกลับส่ายศีรษะเล็กน้อย "ปล่อยให้นางอยู่คนเดียวสักพักเถิด"กล่าวจบ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอีก และหมุนตัวเดินกลับไปยังเรือนของตนเขารู้ดีว่
"พวกเขาต่างหากที่บังคับให้ข้าแต่งงาน!"แม่เซียวขมวดคิ้วแน่น นางรู้ดีว่าเซียวเหิงกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยเสียงเรียบว่า "แม่รู้ ว่าลูกยังคงติดใจเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวในตอนนั้น แต่ลูกอย่าลืมสิ ว่าการหมั้นหมายระหว่างตระกูลเรากับตระกูลหลินนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าเจ้าสาวต้องเป็นบุตรสาวสายตรง! ในเมื่อหลินยวนกลับมาแล้ว นางก็คือบุตรสาวสายตรง ลูกก็ควรแต่งงานกับนาง!"ในชั่วขณะนั้น ความรู้สึกหมดหนทางที่ทั้งหนักหน่วงและคุ้นเคยก็ถาโถมเข้าใส่เซียวเหิงราวกับถูกฉุดลงสู่ห้วงลึกที่ไร้ทางหลุดพ้นคำพูดของแม่เซียวแทบไม่ต่างจากเมื่อสามปีก่อนเลยแม้แต่น้อยดังนั้น เขาจึงถามคำถามเดิมที่เคยถามเมื่อสามปีก่อนอีกครั้ง"เหตุใด...ต้องเป็นบุตรสาวสายตรงเท่านั้น?"เหตุใดต้องเป็นเขาที่ต้องแต่งงานกับบุตรสาวสายตรงคนนี้!"เพราะนี่เป็นข้อตกลงที่บรรพบุรุษของทั้งสองตระกูลเป็นผู้กำหนดไว้!" พ่อเซียวกล่าวเสียงหนักแน่น เกือบจะตบโต๊ะด้วยความโมโห "เพราะเจ้าคือบุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว!"นี่คือหน้าที่ของเขาในฐานะบุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว!บุตรชายสายตรงของตระกูลเซียว ก็ต้องแต่งกับบุตรสาวสายตรงของตระกูลหลิน!มือของเซียวเหิงก
การตัดสินใจของเซียวเหิงในครั้งนี้ ทำให้ทุกคนตกตะลึงหลินยวนเงยหน้าขึ้นมองเซียวเหิงทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาอันดุดันและเย็นชาของเขา นางก็รีบหลบสายตาอย่างหวาดกลัวนางไม่กล้าแม้แต่จะโต้แย้ง และไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ!ท่านโหวหลินเองก็ตกตะลึงจนเบิกตากว้าง แต่กลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกมากลับเป็นฮูหยินหลินที่รีบกล่าวเตือนอย่างร้อนรน "เหิงเอ๋อร์ เรื่องนี้ เจ้าอย่าได้หุนหันพลันแล่น!"เซียวเหิงไม่ตอบอะไร มีเพียงดวงตาที่มืดครึ้มลงเรื่อยๆแม่เซียวเห็นท่าไม่ดี รีบลุกขึ้นเดินไปหาฮูหยินหลิน "พวกเจ้าพายวนเอ๋อร์กลับไปพักที่บ้านสักสองวันก่อนเถอะ"กล่าวพลางส่งสายตาให้ฮูหยินหลิน พร้อมลดเสียงลงต่ำ "เหิงเอ๋อร์ยังโกรธอยู่ หากให้ยวนเอ๋อร์อยู่ต่อ เกรงว่าจะไม่ดี"คำพูดของนาง เรียกได้ว่าเป็นการพูดประนีประนอมแล้วไม่ใช่แค่ไม่ดีหรอก!นางกลัวจริงๆ ว่าหากเซียวเหิงโมโหขึ้นมา เขาอาจฆ่าหลินยวนทิ้ง!ฮูหยินหลินเข้าใจความหมายของแม่เซียวทันที เมื่อเห็นแววตาที่น่าหวาดหวั่นของเซียวเหิง ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่พยุงหลินยวนให้ลุกขึ้น ก่อนกล่าวว่า "งะ...งั้นวันนี้พวกเรากลับไปก่อนก็แล้วก
ฮูหยินหลินก็รีบเข้ามากอดหลินยวน พลางลูบศีรษะของนางไม่หยุด "ไม่ต้องกลัวนะยวนเอ๋อร์ แม่เชื่อเจ้า! ลูกของแม่ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่!"เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ฮูหยินหลินก็หันไปมองพ่อเซียวและแม่เซียว "ข้าขอรับประกันด้วยชีวิตของข้าเลยว่า ยวนเอ๋อร์ไม่มีทางเป็นคนแบบนั้น! เรื่องในวันนี้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเนี่ยนเนี่ยน หากไม่ใช่เพราะนางคอยใช้เรื่องนี้ข่มขู่ยวนเอ๋อร์ ยวนเอ๋อร์ก็คงไม่ต้อง...""ฮูหยินหลิน!"เซียวเหอส่งเสียงขึ้นขัดคำพูดของฮูหยินหลินกลางคันแม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ความโกรธของเขากลับควบคุมไม่อยู่ "เรื่องวันนี้ ใครที่คิดจะใส่ร้ายเนี่ยนเนี่ยน ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจกัน!"แม้ว่าเซียวเหอจะไม่มีอำนาจในมือแล้ว แต่เขายังมีลูกน้องมากมาย และคำพูดของเขาก็ยังมีน้ำหนักต่อฝ่าบาท ตระกูลโหวไม่มีทางกล้าทำให้เขาโกรธได้แน่ฮูหยินหลินเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองพูดอะไรออกไปในตอนที่กำลังร้อนใจ นางรีบแก้ตัว "ข้า...ข้าไม่ได้หมายถึงว่าโทษเนี่ยนเนี่ยนนะ ข้าแค่..."แต่เซียวเหอกลับเบือนหน้าหนี ไม่คิดจะมองนางอีกขณะที่หลินยวนกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของท่านโหวหลิน นางกลับลอบมองไปที่หลินเย่ว์เงียบๆนางไม่เข้า
สุดท้ายแล้วเรื่องก็แดงขึ้นมาในโถงใหญ่ของตระกูลเซียว ทุกคนมารวมตัวกันเกือบหมด ยกเว้นเฉียวเนี่ยนแม้แต่ท่านโหวหลินและฮูหยินหลินก็มาด้วยหลินยวนคุกเข่าอยู่กลางโถง น้ำตาไหลอาบแก้ม "ข้าไม่ได้ทำ ท่านพ่อ ท่านแม่ เชื่อข้าเถอะ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นะเจ้าคะ!"เซียวเหอกล่าวเสียงเย็นขณะนั่งอยู่บนรถเข็น "คนที่ถูกจับทุกคนให้การว่าถูกเจ้าสั่งการ เสี่ยวหูลู่เองก็ยืนยันเช่นกัน""แต่ข้าไม่ได้ทำจริงๆ!" หลินยวนร้องไห้สะอึกสะอื้น "ข้ายอมรับว่าข้ากลัว ท่านแม่สามีบอกว่าจะมอบอำนาจการดูแลจวนตระกูลเซียวให้ข้า แต่พี่หญิงกลับใช้เสี่ยวหูลู่มาข่มขู่ข้า ข้ากลัวว่าความผิดที่ข้าเคยทำไปโดยไม่ตั้งใจจะถูกเปิดโปง และแม่สามีจะผิดหวังในตัวข้า ดังนั้นข้าจึงให้เสี่ยวชุ่ยพาเสี่ยวหูลู่ไป! แต่ข้าไม่ได้สั่งให้ฆ่าเขา ข้าแค่ต้องการหาครอบครัวที่ดีให้เขาเท่านั้น!"นางไม่คิดว่าเรื่องจะถูกเปิดโปงเร็วขนาดนี้ และยิ่งไม่คิดว่าเสี่ยวหูลู่จะยังมีชีวิตอยู่!แต่ในเมื่อทุกอย่างถูกเปิดโปงแล้ว นางก็ต้องหาทางโยนความผิดทั้งหมดออกไปให้พ้นตัว!สีหน้าของพ่อเซียวและแม่เซียวเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว เรื่องที่หลินยวนเคยติดสินบน
คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นพี่ใหญ่ของนางแท้ๆ!และคนในจวนโหวสองคนนั้น ก็คือพ่อแม่ที่แท้จริงของนาง!นางไม่ได้แย่งชิงชีวิตสิบห้าปีของใครไป สิบห้าปีนั้นเดิมทีก็เป็นของนางอยู่แล้ว!ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเป็นของนางตั้งแต่ต้น!แล้วสามปีที่ผ่านมาของนางล่ะ? มันคืออะไรกัน?แล้วความอัปยศที่นางเคยเผชิญ มันคืออะไร?น้ำตาไหลเริ่มพรั่งพรูอย่างห้ามไม่อยู่หลินเย่ว์ตกใจ แต่คิดว่าเฉียวเนี่ยนคงตกใจที่เสี่ยวชุ่ยตายจึงรีบคว้าตัวนางขึ้นมา "เสี่ยวชุ่ยถูกพวกโจรฆ่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!"เขากลัวว่าภาพของเสี่ยวชุ่ยที่เปื้อนเลือดเช่นนี้จะกลายเป็นฝันร้ายหลอกหลอนเฉียวเนี่ยนเขาปลอบโยนและปกป้องนางเหมือนเช่นสิบห้าปีก่อนแต่ตอนหลังทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อหลินยวนปรากฏตัวนางเคยคิดว่าเป็นเพราะสายเลือด ถึงทำให้นางสำคัญน้อยกว่าหลินยวนแต่สุดท้าย ความจริงกลับไม่ใช่แบบนั้น...ริมฝีปากของเฉียวเนี่ยนสั่นระริกนางอยากบอกหลินเย่ว์ทุกอย่างที่เสี่ยวชุ่ยพูดออกมาแต่ว่า...ริมฝีปากที่สั่นไหวของนาง กลับไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียวหลินเย่ว์ตกใจเมื่อเห็นเฉียวเนี่ยนเป็นแบบนี้ เขารีบดึงนางเดินออกจากป่าเ
สุดท้ายก็เป็นพวกนักเลงที่หลินเย่ว์รู้จักสืบข่าวมาได้ หลินเย่ว์ที่ต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองจึงพาเฉียวเนี่ยนมาด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะมาถึงช้าไปก้าวหนึ่ง!เฉียวเนี่ยนรีบวิ่งไปทางเสี่ยวชุ่ยด้วยความร้อนรนหลินเย่ว์ตะโกนด้วยความเดือดดาล ก่อนพุ่งเข้าไปโจมตีชายฉกรรจ์คนนั้นแต่คิดไม่ถึงเลยว่า ชายฉกรรจ์ผู้นั้นกลับมีฝีมืออยู่บ้าง แม้จะรับมือกับการโจมตีของหลินเย่ว์ แต่เขาก็สามารถถอยหลบได้ตลอด ไม่ปล่อยให้หลินเย่ว์เป็นฝ่ายได้เปรียบเลยแม้แต่น้อยแต่เฉียวเนี่ยนกลับไม่สนใจสิ่งใดอีก นางใช้มือกดบาดแผลบนอกของเสี่ยวชุ่ยแน่น เลือดอุ่นๆ ไหลทะลักออกมาตามซอกนิ้ว ฉับพลัน นางรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปยังถ้ำที่เคยถูกจับตัวไปครั้งนั้นอีกครั้งตอนนั้น นางก็เคยกดแผลของหมิงอ๋องไว้แน่นเช่นกัน แต่สุดท้าย…"นาง...นางเป็น...ตัวปลอม..."เสี่ยวชุ่ยพูดขึ้นอย่างยากลำบาก ดึงเฉียวเนี่ยนกลับมาจากภวังค์ความคิดเฉียวเนี่ยนชะงักไป นางยังไม่เข้าใจว่าเสี่ยวชุ่ยหมายถึงอะไร สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความสับสนเสี่ยวชุ่ยกล่าวต่อ "เจ้า...เจ้าต่างหาก...ที่เป็นตัวจริง..."ความเจ็บปวดที่อกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เสี่ยวชุ่ยรู
มือของเขาถูกมัดไขว้หลัง ทำให้การตัดเชือกเป็นไปอย่างยากลำบากแต่เสี่ยวหูลู่ไม่คิดยอมแพ้ มือเล็กๆ ของเขาถูกเศษกระเบื้องบาดจนเลือดไหล ทว่าเขากลับไม่รับรู้ถึงความเจ็บเลยแม้แต่น้อยเมื่อเห็นว่าท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดลงเรื่อยๆ เสี่ยวชุ่ยจึงคิดว่าเสี่ยวหูลู่ไม่มีทางหนีไปได้แน่แต่คิดไม่ถึงว่า ในวินาทีต่อมา เชือกที่มัดตัวเสี่ยวหูลู่ไว้จะขาดออกเขารีบทิ้งเศษกระเบื้อง แล้วแก้เชือกที่มัดเท้าของตัวเองออก จากนั้นก็พุ่งตรงไปยังรูโหว่ข้างกำแพงทันที"อื้อ! อื้อ!"เสี่ยวชุ่ยร้องออกมาเสียงของนางดึงดูดความสนใจของเสี่ยวหูลู่เขาหันไปมองเสี่ยวชุ่ย พบว่านางน้ำตาคลอเบ้า สายตาเต็มไปด้วยการวิงวอนไม่ต่างจากตอนที่เขามองเสี่ยวชุ่ยก่อนหน้านี้เสี่ยวหูลู่ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่คิดจะช่วยผู้หญิงสารเลวคนนี้เลยแม้แต่น้อยแต่พอร่างของเขากำลังจะมุดออกไปได้ครึ่งตัว จู่ๆ เสี่ยวหูลู่ก็หยุด แล้ววิ่งกลับไปทางด้านหลังเสี่ยวชุ่ยอย่างรวดเร็วใบหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองเขาคิดว่า ถ้าตัวเองหนีไปคนเดียว เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากเสี่ยวชุ่ยที่เคยทำกับเขา เป็นคนเลวที่เห็นคนตายต่อหน้าต่อตาแล้วไม่ช่วย!แต่เขาไม่อยากเป็นคนเลว!ม