ในตอนนั้นเอง เจี่ยนอันอันก็เห็นหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้านางบนหน้าจอนั้นมีข้อความว่า [ต้องผูกชะตากับเยียนอ๋องเท่านั้นจึงจะเปิดมิติได้ มิเช่นนั้นมิติจะระเบิดภายในสิบวินาที][ไม่ทราบว่าจะทำการผูกชะตาหรือไม่?]เจี่ยนอันอันที่เพิ่งยิ้มแย้มอย่างสดใส ยามนี้หน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าการนับถอยหลังของมิติเริ่มขึ้น เจี่ยนอันอันไม่มีเวลาคิดมาก รีบตะโกนในใจว่า “ผูกสิ ข้าจะผูกชะตา!”การนับถอยหลังของมิติหยุดลง และมีข้อความปรากฏขึ้นอีกครั้งว่า [ผูกชะตาสำเร็จ มิติถูกเปิดแล้ว]เจี่ยนอันอันรีบดึงยาชนิดใหม่ออกมาจากมิติและโยนเข้าปากทันทีโดยไม่คิดลังเลในเมื่อหนีการแต่งงานไม่ได้ นางก็ต้องเริ่มวางแผนสำหรับวันข้างหน้าก่อนอื่นนางต้องสะสมเสบียงจำนวนมาก เพื่อให้ในวันที่ถูกเนรเทศ จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานไปกับคนในครอบครัวของจวนเยียนอ๋องในเมื่อบิดาของร่างเดิมตั้งใจจะตัดขาดกับนาง เช่นนั้นนางก็จะขนทรัพย์สินของจวนกั๋วกงไปให้หมดก่อนเจี่ยนอันอันหลับตาแล้วกล่าวในใจว่า “ล่องหน ไปยังคลังสมบัติของจวนกั๋วกง”ทันใดนั้นร่างกายของนางก็หายไป วินาทีถัดมานางก็มาปรากฏตัวในคลังสมบัติของจวนกั๋วกงผ้าไหมแพรพรร
เพื่อที่จะไล่พ่อครัวหลวงเหล่านี้ออกไป เจี่ยนอันอันจึงหยิบผงยาถ่ายออกจากมิติแล้วโปรยใส่หน้าพวกเขาหลังจากพ่อครัวหลวงหลายคนสูดผงยาระบายเข้าไปได้ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มบ่นปวดท้อง แล้วรีบกุมท้องวิ่งออกจากห้องเครื่องกันไปหมดเจี่ยนอันอันฮัมเพลงไปพลาง กินขนมไปพลาง พร้อมกับโยนขนมและอาหารจากห้องครัวหลวงทั้งหมดเข้าไปในมิติของนางนางเหลือบมองผักและธัญพืชที่วางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ รวมถึงเนื้อที่ถูกหั่นไว้แล้วเจี่ยนอันอันคิดว่าต้องนำวัตถุดิบเหล่านี้ไปด้วยถึงจะดีเมื่อถูกเนรเทศ นางจะได้ใช้วัตถุดิบเหล่านี้ทำอาหารอร่อย ๆ ได้เมื่อคิดได้ดังนั้น เจี่ยนอันอันก็รีบขนวัตถุดิบทั้งหมดลงในมิติทันทีหลังจากเจี่ยนอันอันออกจากห้องเครื่องหลวง นางก็คิดว่าควรจะลองไปดูเยียนอ๋องผู้นั้นสักหน่อยวินาทีต่อมา นางก็ปรากฏตัวในคุกโดยพลันในขณะนั้น ฉู่จวินสิงซึ่งก็คือเยียนอ๋องกำลังถูกทรมานอย่างหนักร่างกายของเขาถูกทุบตีจนหนังเปิดเนื้อแตก เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ถูกย้อมไปด้วยโลหิตจนแดงฉานแม้จะเป็นเช่นนั้น ฉู่จวินสิงก็ไม่ส่งเสียงครวญครางแม้แต่น้อยเจี่ยนอันอันอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้เขานางรู้สึกชื่นชมเขาจากใจจริงว่
ผู้คุมหลายคนได้กลิ่นเหม็นรุนแรงจากการผายลม แต่พวกเขาไม่กล้าอุดจมูกหรือหลบเลี่ยงทำได้เพียงกลั้นใจและเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกขันทีใหญ่ก็วิ่งตามออกมาด้วย ขณะเดินตามหลังฮ่องเต้ก็มีสีหน้ากังวลเขากลัวจริง ๆ ว่าฮ่องเต้อาจพลาดปล่อยลมออกมา แล้วเผลอทำเลอะในกางเกงเจี่ยนอันอันที่ล่องหนอยู่ มองเห็นท่าทางน่าสมเพชของฮ่องเต้สุนัขที่ดูเหมือนจะถ่ายไม่หยุด นางก็แทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ยาระบายที่นางใช้ไม่มีทางแก้ได้ พอจะทำให้ฮ่องเต้สุนัขนี้ถ่ายไม่หยุดถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนเมื่อเห็นว่าเวลาได้ที่แล้ว เจี่ยนอันอันก็ออกจากวังหลวงแล้วกลับมาที่เกี้ยวแต่งงานในทันทีในเวลานี้ เกี้ยวแต่งงานได้หยุดอยู่หน้าจวนเยียนอ๋องแล้วไร้เงาของชายฉกรรจ์สี่คนที่หามเกี้ยวมาเจี่ยนอันอันดึงผ้าคลุมหน้าสีแดงออก ก่อนจะเปิดม่านเกี้ยวแล้วก้าวออกมาอย่างมั่นใจนางเห็นว่าหน้าจวนเยียนอ๋องได้ถูกล้อมโดยทหารรักษาพระองค์แล้วเสียงร้องไห้และเสียงด่าทอดังมาจากภายในจวนเยียนอ๋องเจี่ยนอันอันไม่สนใจทหารรักษาพระองค์เหล่านั้น นางก้าวเดินเข้าไปในจวนเยียนอ๋องอย่างไม่ลังเลทันทีที่นางเดินเข้าไปก็เห็นว่าภายในจวนเยียนอ
หลังจากที่คนในตระกูลคนอื่นได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ ก็รู้สึกประหลาดใจในตัวตนคุณหนูใหญ่ของเจี่ยนอันอันเป็นอย่างมากนางไม่ใช่คุณหนูรองที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้หรอกหรือนี่แต่หลังจากได้ยินเจี่ยนอันอันยืนกรานว่าจะไม่แต่งด้วยหากไม่ใช่เยียนอ๋อง พวกเขาก็รู้สึกประทับใจในความจริงใจของเจี่ยนอันอันช่างเป็นแม่นางที่จิตใจดีงามเหลือเกิน ยอมออกเรือนแทนน้องสาวของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เลือกแต่งเข้ามาในจวนเยียนอ๋องของพวกเขายอมรับโทษเนรเทศไปตกระกำลำบากกับพวกตนอาศัยเพียงความจริงใจนี้ของนาง พวกเขาก็จะปฏิบัติต่อนางเสมือนสมาชิกในครอบครัวของตัวเองแล้วขณะนั้นเอง เหล่าทหารรักษาพระองค์ที่ได้รับคำสั่งให้ไปตรวจค้นก็กลับมากันแล้วพวกเขายืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ รายงานต่อหัวหน้าทหารรักษาพระองค์ว่า “รายงานท่านหัวหน้า คลังสมบัติในจวนเยียนอ๋องว่างเปล่าขอรับ”“ในห้องของเยียนอ๋องก็ว่างเปล่าเช่นกัน”“ในห้องของคนอื่นๆ ในตระกูลก็ว่างเปล่าเช่นกันขอรับ”หัวหน้าทหารรักษาพระองค์นิ่งอึ้งไป คนในจวนเยียนอ๋องต่างก็อึ้งเช่นกันนี่มันเรื่องอะไรกัน พวกเขาเก็บทรัพย์สินไว้ที่เดิมโดยไม่ได้ไปแตะต้องเลยนี่ แต่กลับไม่
ฮูหยินใหญ่เห็นดังนั้นก็คิดจะปราดเข้าไปขวางตรงหน้าฉู่จวินสิงนั่นคือลูกชายคนเล็กของนาง ยามนี้ถูกฮ่องเต้ทำร้ายจนถึงขนาดนี้แล้วตอนนี้แม้แต่หัวหน้าทหารรักษาพระองค์ก็ยังไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาช่างเหมือนดังคำกล่าวที่ว่าเสือตกที่นั่งลำบากยังถูกสุนัขรังแกโดยแท้ตอนนี้ถึงต้องแลกด้วยชีวิต นางก็จะไม่ปล่อยให้พวกเขาทำร้ายลูกชายนางเด็ดขาดเจี่ยนอันอันเห็นฮูหยินใหญ่จะพุ่งเข้าไปก็รีบดึงตัวอีกฝ่ายไว้“ฮูหยินใหญ่เจ้าคะ อย่าเพิ่งหุนหันพลันแล่นเจ้าค่ะ” เจี่ยนอันอันกระซิบข้างหูฮูหยินใหญ่ฮูหยินใหญ่หันกลับมามองเจี่ยนอันอัน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงขัดขวางตนเองขณะที่เจี่ยนอันอันกำลังพูดอยู่นั้นก็ตั้งท่าเตรียมจะซัดเข็มเงินอีกเล่มใส่หัวหน้าทหารรักษาพระองค์เข็มเงินในมือนางเล่มนี้เคลือบยาพิษเอาไว้ พอทิ่มแทงลงไปก็จะทำให้หัวหน้าทหารรักษาพระองค์ผู้นี้เป็นอัมพาตทั่วร่างทันทีถึงตอนนั้นนางก็สามารถใช้หัวหน้าทหารรักษาพระองค์มาบีบบังคับทหารรักษาพระองค์เหล่านี้ได้หัวหน้าทหารรักษาพระองค์ในยามนั้นเห็นว่ายังคงไม่มีใครก้าวออกมาเขาเงื้อดาบในมือขึ้นแล้วฟันลงบนร่างฉู่จวินสิงทันทีเห็นกับตาว่าคมดาบกำลังจะฟันล
คนเหล่านั้นยังคงร่ำร้องไม่หยุด คอยปลุกเร้าให้ชาวบ้านคนอื่น ๆ ด่าทอครอบครัวเยียนอ๋องให้ไสหัวออกไปจากแคว้นไท่ยวนแต่พวกเขาไม่กล้าโยนสิ่งของในมืออย่างแม่นยำเหมือนเดิมอีกแล้วพวกเจี่ยนอันอันถูกเหล่าทหารรักษาพระองค์ควบคุมตัวไปถึงนอกเมืองหลังออกไปนอกเมืองแล้วก็จะมีคนในครอบครัวที่มาบอกลารออยู่ที่นี่คนในครอบครัวเหล่านั้นจะนำอาหารและน้ำมาให้คนที่ถูกเนรเทศ เหล่าทหารรักษาพระองค์ที่รับผิดชอบควบคุมตัวก็จะไม่ขัดขวางนี่เป็นกฎที่มีมาแต่ช้านาน ไม่เคยมีใครล่วงละเมิดมาก่อนเจี่ยนอันอันนึกว่าคงไม่มีคนจากจวนกั๋วกงมาส่ง แต่กลับเห็นรถม้าของจวนกั๋วกงคันหนึ่งจอดอยู่ข้างทางสาวใช้คนหนึ่งจูงสุนัขดุร้ายตัวหนึ่งเดินลงมาจากรถม้าเจี่ยนอันอันจำได้ว่าสาวใช้ผู้นี้คอยรับใช้เจี่ยนหลิงเยว่เจี่ยนอันอันเข้าใจแล้ว เจี่ยนหลิงเยว่คงส่งสาวใช้ผู้นี้มาแก้แค้นที่ทำให้ตนเองเสียโฉมเป็นแน่สาวใช้ลงมาจากรถม้าแล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งให้สุนัขดุร้ายตัวนั้นเข้ามาขย้ำเจี่ยนอันอันทันทีเจ้าสุนัขตัวร้ายกระเหี้ยนกระหือรือมาแต่แรก ได้ยินคำสั่งของสาวใช้ก็กระโจนเข้าหาเจี่ยนอันอันทันทีเจี่ยนอันอันก้าวเท้าหลบการจู่โจมของสุนัขไ
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในจวนเยียนอ๋อง พวกเขาค้นไม่เจอทรัพย์สมบัติเลยสักชิ้นตอนไปรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ เขาจะต้องถูกฮ่องเต้ลงโทษอย่างแน่นอนหัวหน้าทหารรักษาพระองค์ผูกใจเจ็บคนในครอบครัวเยียนอ๋องเพราะเรื่องนี้เองเดิมนั้นพวกเขานำชุดผ้าป่านเนื้อหยาบสำหรับให้คนในตระกูลเยียนอ๋องผลัดเปลี่ยนมาด้วยแต่ตอนริบทรัพย์กลับค้นไม่เจออะไร หัวหน้าทหารรักษาพระองค์จึงเปลี่ยนใจเขาจะปล่อยให้คนในตระกูลเหล่านี้ถูกเนรเทศทั้งที่ยังสวมชุดหรูหราเช่นนี้แหละเขาต้องการให้ทุกคนได้เห็นว่าคนที่ถูกเนรเทศเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเชื้อพระวงศ์ทั้งสิ้นดีที่สุดคือเจอโจรดักปล้นระหว่างทาง ถึงตอนนั้นเขาก็มีเรื่องสนุกให้ดูแล้วอย่างไรเสียฮ่องเต้ก็บัญชาไว้แล้วว่าพวกเขาแค่คุมคนไปส่งก็พอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง พวกเขาไม่จำเป็นต้องออกโรงปกป้องรอจนไปถึงเมืองร้าง เขาค่อยให้คนเหล่านี้เปลี่ยนไปใส่ชุดผ้าป่านเนื้อหยาบให้พวกเขาใช้ชีวิตอันแสนลำเค็ญในถิ่นทุรกันดารไปเถอะในไม่ช้าเหล่าทหารรักษาพระองค์ก็เริ่มย่างเนื้อสุนัขกลิ่นหอมของเนื้อโชยมาเป็นระลอก ลอยมาเข้าจมูกของคนในตระกูลเยียนอ๋องพวกเขาเห็นทหารรักษาพระองค์กินเนื้อย่า
ฉู่จวินสิงในตอนนี้ราวกับศพศพหนึ่ง ทำได้เพียงปล่อยให้มือของเจี่ยนอันอันเคลื่อนไหวตามอำเภอใจไปบนร่างกายของตนเองหลังเจี่ยนอันอันทายาให้ฉู่จวินสิงอย่างรวดเร็วจนเสร็จ ก็นำยาแก้ปวดมาบดเป็นผงนางง้างปากฉู่จวินสิง เทผงยาแก้ปวดใส่ปากเขาฉู่จวินสิงอยากถ่มยาในปากทิ้งไป แต่กลับพบว่าการเคลื่อนไหวแค่นี้ยังกลายเป็นความยากเย็นแสนเข็ญสมองของเขาทำงานเร็วจี๋ สตรีผู้นี้ต้องการทำอันใดกันแน่ นางต้องการวางยาพิษเขาเช่นนั้นหรือ?หากเป็นเช่นนั้นจริง ถึงเขากลายเป็นผีก็จะไม่ยอมปล่อยนางไปแน่ขณะที่ฉู่จวินสิงคิดเหลวไหลอยู่ ก็เห็นว่ามือฉู่อันเจ๋อกำลังถือน้ำขวดหนึ่งเขากรอกน้ำในขวดใส่ปากฉู่จวินสิงน้ำและยาไหลผ่านลำคอลงไปในท้องของฉู่จวินสิงฉู่จวินสิงหรี่ตามองฉู่อันเจ๋อไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงร่วมมือกับสตรีผู้นี้มากรอกยาพิษให้เขาคนทั้งสองจดจ่ออยู่กับการป้อนยาให้ฉู่จวินสิงจนไม่ได้สังเกตว่าฉู่จวินสิงในตอนนี้ได้สติแล้ว ทั้งยังกำลังมองพวกตนอยู่หลังทำทั้งหมดนั้นเสร็จ เจี่ยนอันอันก็กล่าวกับฉู่อันเจ๋อว่า “เจ้าเฝ้าเขาไว้ให้ดี ไม่ว่าเขามีอาการอย่างไร เจ้าก็ต้องมาบอกข้าทันที”ฉู่อันเจ๋อพยักหน้าน้อย ๆ “ข้าเ
“แม่นางเจี่ยน โปรดอย่าได้ล้อข้าอีกเลย” ขณะที่ถังหมิงเซวียนเอ่ยปาก แม้แต่ติ่งหูก็ยังแดงเรื่อเจี่ยนอันอันเอามือปิดปากแอบอมยิ้มนางตบไหล่เหยียนซวงเบาๆ พลางยิ้มให้นาง “ถังหมิงเซวียนเป็นคนไม่เลวนัก เจ้าต้องถนอมน้ำใจคนอยู่เบื้องหน้าให้ดีล่ะ”“บ้านข้ายังมีงานต้องทำอีก เห็นทีคงไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว”กล่าวจบจึงลุกขึ้นเพื่อจะอำลา ฉู่จวินสิงจึงได้ลุกตาม เตรียมกล่าวลาเช่นกันเหยียนซวงเห็นดังนี้ จึงรีบลุกขึ้นน้อมส่ง“อันอัน ถ้าเจ้ามีเวลา เชิญมานั่งคุยที่นี่ได้นะ”เหยียนซวงซาบซึ้งในความช่วยเหลือของเจี่ยนอันอัน จนนางสามารถใช้ศักยภาพของตน ทำงานหาเลี้ยงชีพได้เองโดยมิต้องห่วงว่าอนาคตจะไม่มีเงินใช้อีกรอจนเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงจากไปแล้ว ถังหมิงเซวียนจึงได้บอกจุดประสงค์ที่มาให้รู้“วันนี้ข้ามีเรื่องจะบอกกล่าวให้รู้”เหยียนซวงและเหยี่ยนอวี่มองหน้าถังหมิงเซวียนด้วยความฉงน ไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องใด?“หลายวันนี้เพราะอาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยม เงินที่ข้าติดตัวมาจึงใช้จ่ายจนเกือบไม่เหลือ”ถังหมิงเซวียนกล่าวถึงตรงนี้ เกรงว่าทั้งคู่จะเข้าใจผิดนึกว่าเขามาขอกู้เงินจึงรีบร้อนกล่าวต่อ “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่
“อนาคตเหยียนอวี่ก็ต้องมีครอบครัวเช่นกัน เงินส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ให้ภรรยาและลูกเถิด”ทั้งเหยียนซวงและเหยียนอวี่ต่างซาบซึ้งในน้ำใจของเจี่ยนอันอัน ทั้งคู่ขอบตาแดงเรื่อ แล้วจึงนำตั๋วเงินส่วนที่เหลือสองพันห้าร้อยตำลึงเก็บขึ้นเจี่ยนอันอันหวังเป็นสื่อให้เหยียนซวงกับถังหมิงเซวียนมากกว่า เพราะพวกเขาต่างหากที่มีการหมั้นหมายมาก่อนหน้าเจี่ยนอันอันจึงได้ถามยิ้มๆ “เจ้าเห็นว่าถังหมิงเซวียนเป็นคนอย่างไร?”เหยียนซวงถูกถามจนตะลึง ด้วยไม่คิดว่าจู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาถามเช่นนี้“คุณชายถังเป็นคนดีมาก ซ้ำยังเป็นหมอเทวดาของเมืองหนิงชวนเรา”เหยียนซวงตอบไปตามจริง น้ำเสียงมิได้แฝงความรู้สึกใดเป็นพิเศษเหยียนอวี่เอ่ยปากกล่าวแทน “แต่ข้าว่า คุณชายถังให้ความสำคัญต่อพี่หญิงมากกว่าคุณชายเสิ่น”ทันทีที่เอ่ยปากออกไป เหยียนอวี่กลับถูกเหยียนซวงถลึงตาเข้าใส่“พี่หญิง ถึงจ้องข้า ข้าก็จะพูด คุณชายถังมีน้ำใจต่อท่าน เราต่างก็เห็นอยู่”“ตรงข้ามกับพี่เสิ่นที่ทำเย็นชากับท่านมาโดยตลอด ข้าเชื่อว่าท่านควรจะรับรู้ได้ว่าพี่เสิ่นไม่ได้ชอบท่านเลย”“เจ้าอย่าพูดเหลวไหล ข้าก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษต่อพี่เสิ่นแต่อย่างใด”เหยียนซวงกล
เถี่ยต้านได้ยินดังนี้จึงรีบวิ่งกลับไปที่รูต่อเจี่ยนอันอันให้ฉู่จื่อซีเข้าบ้านไปก่อน นางจะไปหาเสิ่นจือเจิ้งฉู่จวินสิงมักตามติดเจี่ยนอันอันเป็นเงาตามตัว ครั้งนี้ก็ขอตามไปด้วยเช่นกันทั้งคู่เปิดประตูลานบ้านเข้าไป จึงเห็นกวนเจี๋ยซึ่งไม่ได้พบเจอมานาน พร้อมคนอีกหลายคน อยู่ในกลางลานบ้านของเสิ่นจือเจิ้งแต่ยามนี้เสิ่นจือเจิ้งไม่อยู่ลานบ้าน เพราะกำลังพูดคุยอยู่กับกวนเจี๋ยและพวกทุกคนเมื่อเห็นทั้งคู่เข้ามา จึงยุติการสนทนาโดยพลันเจี่ยนอันอันมองดูกวนเจี๋ยและพวก นึกสงสัยว่าหลายวันนี้พวกเขาไปอยู่ที่ใดมาเพราะนับแต่นางจัดแจงให้เสิ่นจือเจิ้งมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็ไม่เห็นหน้าพวกเขาอีกเสิ่นจือเจิ้งแย้มยิ้มขณะเดินมาหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิง “แม่นางเจี่ยนมาหาพี่ใหญ่ข้าใช่หรือไม่ พี่ใหญ่เพิ่งไปเดินเล่น ยังไม่กลับมา”เจี่ยนอันอันกล่าวตอบอย่างรู้กาลเทศะ “เช่นนั้นข้าไม่รบกวนการพูดคุยของพวกเจ้าแล้ว”กล่าวพลางจึงพาฉู่จวินสิงเดินออกจากเรือนไปขณะทั้งคู่เดินออกมานั้น พลันเห็นเหยียนซวงก็ออกจากบ้านตนเองเช่นกัน“อันอัน พวกเจ้ากลับมาแล้วรึ” เหยียนซวงเห็นเจี่ยนอันอันมาพร้อมกับฉู่จวินสิง จึงเดินมาหาด้วยคว
เฉินอากงรู้สึกตื้นตันใจยิ่ง พลางคำนับเจี่ยนอันอันด้วยความนอบน้อมชาวบ้านทั้งหลายที่มาพร้อมกับเฉินอากง ก็ต่างคำนับเจี่ยนอันอันด้วยความดีใจเช่นกันสีหน้าทุกคนล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ตื้นตันใจพวกเขาล้วนเคยกินผักที่เจี่ยนอันอันปลูก รสชาติดีเหลือจะบรรยายเจี่ยนอันอันจึงกล่าวต่อชาวบ้านทั้งหลาย “ที่จริงวิธีปลูกผักของข้าง่ายดายมาก ไม่ต่างกับวิธีการปลูกของพวกท่าน”“เพียงแต่น้ำที่ข้าใช้ มิใช่น้ำในบ่อลึก ดังนั้นผักที่ออกมา จึงมีรสชาติแตกต่างจากที่เคยกิน”ชาวบ้านทุกคนต่างตั้งใจฟัง พร้อมพยักหน้าเป็นระยะเจี่ยนอันอันหยิบน้ำพุวิญญาณจากห้วงมิติมาขวดหนึ่ง แล้วมอบให้เฉินอากง“นี่คือสิ่งที่จะทำให้น้ำบ่อกลายเป็นน้ำแร่อันบริสุทธิ์ ซึ่งข้าไปเข้าเมืองครั้งนี้และซื้อกลับมา”“เฉินอากง งานนี้ขอมอบให้ท่าน เพียงเทลงบ่อน้ำของชาวบ้านสักเล็กน้อย”“ทีนี้น้ำในบ่อของแต่ละบ้านก็จะกลายเป็นน้ำแร่บริสุทธิ์ทั้งสิ้น”“แล้วทุกคนก็เอาน้ำชนิดนี้ไปปลูกผัก รับรองว่าจะได้ผักที่รสชาติอร่อยอย่างแน่นอน”คำพูดของเจี่ยนอันอัน ทำให้เฉินอากงและชาวบ้านอื่นๆ ล้วนมีรอยยิ้มด้วยความดีใจพวกเขาต่างขอบคุณเจี่ยนอันอันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อเห็นฉู่จื่อซีหยอกเย้ากับนกแร้งสองตัวอย่างสนุกสนาน คนในตระกูลฉู่จึงต่างมีสีหน้าแย้มยิ้มชื่นบานฉู่จวินสิงรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย จึงลุกขึ้นแล้วกลับไปพักผ่อนในห้องฉู่จื่อซีก็เล่นกับนกสองตัวอยู่ครู่หนึ่ง จึงถูกฟางอิ๋งพากลับห้องไปนอนเช่นกันคนตระกูลฉู่ต่างเห็นว่าท้องฟ้ามืดค่ำแล้ว จึงแยกย้ายไปพักผ่อนในห้องของตนฉู่จวินสิงค่อยๆ ย่องมายังข้างเตียง หลังจากถอดเสื้อนอกออกแล้ว จึงเอนกายลงด้านข้างเจี่ยนอันอันเขาโอบเอวนางเบาๆ พร้อมห่มผ้าให้ตนเองและนางด้วยเจี่ยนอันอันรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหว จึงร้อง “อือ” ออกมาหนึ่งคำพร้อมพลิกตัวหันหลังให้ฉู่จวินสิงและนอนต่อไปอาจเพราะเหน็ดเหนื่อยมาจากการเดินทางรอนแรม คืนนี้ทั้งคู่จึงต่างนอนหลับสนิทรุ่งขึ้นถัดมา ฉู่จวินสิงเห็นเจี่ยนอันอันยังคงนอนอยู่เขาไม่คิดจะรบกวนนาง จึงค่อยลุกขึ้นเงียบๆ ใส่เสื้อตัวนอกแล้วออกจากห้องไปเจี่ยนอันอันนอนต่ออีกครู่หนึ่ง พลางรู้สึกเหนียวตัวอย่างไรชอบกล จนทำให้ไม่สบายตัวยิ่งนางจึงลืมตาขึ้น ก็เห็นฉู่จวินสิงไม่อยู่แล้วนางจึงถือโอกาสนี้ รีบเข้าไปในห้วงมิติอาบน้ำอุ่นให้สบายเสียหน่อยเมื่อนางอาบน้ำเสร็จแล้วออกมา เหล
เขาเลียนแบบคำพูดของเจี่ยนอันอัน พลางกล่าวตอบ “บ๋าย!”แต่คำว่าบ๋ายนี้คือหมายความอย่างไร จะเป็นคำอำลายามค่ำคืนก็มิใช่ แล้วไฉนเจี่ยนอันอันจึงได้กล่าวเช่นนี้?ฉู่จวินสิงไม่คิดสนใจถังหมิงเซวียนอีก จึงรีบควบรถม้ามุ่งไปหมู่บ้านชิงสุ่ยเร็วพลันเจี่ยนอันอันรู้สึกถึงความอ่อนเพลีย จึงงีบหลับในรถไปจวบจนรถม้ามาจอดอยู่หน้าลานบ้าน นางยังมิได้ตื่นขึ้นมาเมื่อคนตระกูลฉู่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว จึงรีบพากันออกมาต้อนรับครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงกลับมา เตรียมอ้าปากเพื่อจะถามไถ่ฉู่จวินสิงพลันรีบทำเสียงจุ๊ปาก เป็นสื่อว่าอย่าได้รบกวนเจี่ยนอันอันเขาเลิกผ้าม่านขึ้น พร้อมอุ้มนางออกจากรถม้าคนตระกูลฉู่รีบเปิดทางให้ เพื่อให้ฉู่จวินสิงได้อุ้มเจี่ยนอันอันเข้าห้องไปพักผ่อนเพราะต่างไม่เจอพวกเขามาหลายวัน ทุกคนจึงมีความห่วงใยยิ่งดีที่เห็นทั้งคู่ปลอดภัยกลับมา ทุกคนจึงดีใจเป็นอย่างมากพ่อบ้านหลิวนำรถม้าไปเก็บไว้ พร้อมปิดประตูแน่นหนาฉู่จวินสิงวางเจี่ยนอันอันลงบนเตียงนอน ห่มผ้าให้นางเรียบร้อย จึงเดินออกจากห้องมาฮูหยินใหญ่รีบเดินมาก่อน พลางมองดูฉู่จวินสิงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า น้ำตาคลอเบ้า“จวินสิง พวกเจ้ากลั
ขอเพียงเจี่ยงตงเฉิงมิได้โง่งมนัก เขาควรรู้พิษสงของนางบ้างและยามนี้เขายอมสวามิภักดิ์ต่อฉู่จวินสิง สำหรับพวกเขาแล้ว ก็มิได้เสียหายแต่อย่างใดเพราะถึงอย่างไรในอนาคต พวกเขาต้องกลับไปเมืองจิงโจว ช่วงชิงสิ่งที่เป็นของพวกเขากลับคืนอยู่แล้วยามนี้จึงต้องเร่งขยายอิทธิพล จึงจะมีกำลังเป็นฝ่ายตอบโต้กลับคืนเจี่ยนอันอันเคยได้ยินเซิ่งฟางกล่าวว่า ในเมืองอินเป่ยนอกจากราชเลขาธิการแล้ว ยังมีทหารระดับผู้บังคับกองร้อยและผู้บังคับกองพันอยู่ด้วยซึ่งพวกเขาเหล่านี้ล้วนขึ้นตรงต่อเจี่ยงตงเฉิง จึงอาจกล่าวได้ว่าเขามีทหารอยู่ในมือไม่น้อยเลยทีเดียวเดิมทีนางยังคิดหนักอยู่ว่า อนาคตจะขยายอิทธิพลได้อย่างไรบัดนี้ยิ่งดีใหญ่ เจี่ยงตงเฉิงมาขอสวามิภักดิ์เอง นับว่าได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้รถม้ามาถึงอำเภอไถหยางอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากฟ้ามืดลงแล้ว ตามบ้านช่องห้องหอจึงเริ่มจุดตะเกียงและโคมไฟ พาให้ถนนหนทางสว่างไสวไปทั่วขณะที่รถม้ากำลังมุ่งไปทางหมู่บ้านชิงสุ่ย ถังหมิงเซวียนก็ได้ขี่ม้าสวนทางมาเมื่อเขาเห็นฉู่จวินสิงกำลังควบรถม้าคันหนึ่งมุ่งมาทางเขาอยู่ จึงรีบโบกมือให้ทันควัน“เราพบกันอีกแล้ว”ฉู่จวินสิงลงจาก
เจี่ยงตงเฉิงลูบหนวดเคราเบาๆ พลางกล่าวยิ้มแย้ม“ข้ากล่าวต่อสองคนนั้น ว่าพวกเจ้าทั้งครอบครัวล้วนเสียชีวิตหมด”“พวกเขารู้ว่าผลออกมาเช่นนี้ต่างพอใจมาก จึงไม่ได้อยู่ในจวนข้านาน พร้อมจากไปทันที”ขณะที่เจี่ยงตงเฉิงบอกกล่าวให้รู้ สายตายังคงจับจ้องท่าทีของเจี่ยนอันอันอยู่ตลอดคิดมองหาพิรุธบางอย่างจากสีหน้าของนางเจี่ยนอันอันทำเสียงฮึงในลำคอ “เพียงเท่านี้เองรึ? จึงต้องให้ท่านเสียเวลาวุ่นวายส่งคนไปตามหาเราน่ะ”เจี่ยนอันอันยังคงชักสีหน้าเช่นเดิม เพราะไม่คิดว่าเจี่ยงตงเฉิงจะช่วยนางกับฉู่จวินสิงได้เพราะเทียบกับพวกเขาแล้ว เจี่ยงตงเฉิงยังสนิทกับเจี่ยนกั๋วกงมากกว่าหลายเท่าเขาจะหวังดีช่วยเหลือพวกเขาพูดเท็จได้อย่างไร?อีกทั้งเรื่องที่เจี่ยนกั๋วกงหวังจะฆ่าพวกเขา เจี่ยนอันอันก็รู้อยู่นานแล้วหากไม่เพราะพวกเขาใช้เส้นทางลัด ทั้งยังมีนกแร้งสองตัวมาช่วยนำทาง ป่านนี้คงถูกคนที่เจี่ยนกั๋วกงส่งมา จัดการปลิดชีพอยู่ข้างทางนานแล้วกระมังเจี่ยงตงเฉิงไม่รู้ว่าเจี่ยนอันอันคิดสิ่งใดอยู่ในใจ จึงได้พูดถึงความคิดของเขาแทน“ครั้งหนึ่งแม่นางเจี่ยนเคยช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าหวังจะตอบแทนนานแล้ว”“ข้าพอดูออกว่า แม่นา
ทหารผู้นั้นถูกคำพูดของเจี่ยนอันอันตอกจนหน้าหงาย อ้าปากพูดไม่ออกเขาเป็นเพียงทหารเล็กๆ ผู้หนึ่ง ใต้เท้าต้องการพบพวกเขาเพื่อหารือเรื่องอันใด ย่อมไม่บอกให้เขาล่วงรู้อยู่แล้วเขาจึงทำหน้าเจื่อน พลางกล่าววิงวอน “แม่นางเจี่ยนโปรดอย่าได้กลั่นแกล้งเราเลย เราเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น”“ส่วนใต้เท้าจะหารือเรื่องสำคัญประการใด เราคงมิอาจล่วงรู้ได้”เจี่ยนอันอันคิดจะปฏิเสธอีก กลับได้ยินฉู่จวินสิงกล่าวตอบ “เราไปดูก่อนแล้วค่อยว่าเถิด”“ก็ได้” เจี่ยนอันอันจึงยอมรับปากโดยง่ายรถม้าตามหลังทหารกลุ่มนั้น มุ่งไปทางจวนราชเลขาธิการทหารเหล่านี้ล้วนเคยไปหมู่บ้านชิงสุ่ย แต่ไม่เคยพบหน้าเจี่ยนอันอันพวกเขาตามหาแทบจะพลิกทั่วเมืองอินเป่ย ก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอันเดิมคิดว่าคงจะคว้าน้ำเหลวกลับไปแน่แล้ว จู่ๆ กลับมาพบฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันที่นี่ได้ดีที่ทั้งคู่ยอมไปพบใต้เท้าแต่โดยดี หาไม่พวกเขาคงไม่รู้จะกลับไปรายงานอย่างไรไม่นานพวกเขาก็มาถึงจวนราชเลขาธิการ เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงลงจากรถม้า เดินตามเหล่าทหารเข้าไปในจวนพ่อบ้านเห็นพวกเขากลับมา ซ้ำมีคนติดตามมาข้างหลัง คือคนที่ใต้เท้าต้องการพบตัว