// สถานีต่อไป แยกสะพานเหลือง //
เสียงรถไฟฟ้าใต้ดินแจ้งเตือนขึ้นท่ามกลางผู้คนในโบกี้ที่คุยกันจอแจเบียดเสียด เด็กหนุ่มยืนกอดอกพิงผนังเย็นเฉียบด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ตอนนี้เขากลับมามีผมยาวหน้าม้าปิดหน้าอีกครั้ง แว่นตาเห่ย ๆ ที่แม่ลูกพวกนั้นให้ใส่ก็ใส่เอาไว้เช่นเดิม พร้อมกับเสื้อผ้าที่ซักจนสีซีดจาง
เขาลงทุนซื้อวิกผมราคาสูงที่ถ้าไม่มามองใกล้ ๆ ก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นวิก ไหนจะลงมือเซตให้ดูเหมือนคนไม่ตั้งใจดูแลตัวเองอีก โชคดีที่เจ้าของร่างนี้เป็นลูกรักพระเจ้า ขนาดไม่ดูแลตัวเองผมก็ยังนุ่มลื่นอยู่เลย เพราะงั้นพวกนั้นถึงพยายามให้เซนไว้ผมให้ปิดหน้าตาเข้าไว้ ดูเอาเถอะ หัวยุ่งได้แป๊บเดียวสักพักผมก็คลายมาตรงสวยอยู่ดี
// ภารกิจเริ่มต้น เป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม กับสารานุกรมดนตรี 2 โลก ต้องการรับหรือไม่เนี๊ยว //
เสียงของเจ้าเหมียวสีขาวดังขึ้น โดยที่เจ้าตัวจ้อยนอนกลิ้งไปมาในจอโฮโลแกรมอย่างเกียจคร้าน
‘หือ เคลียร์แล้วเหรอ ไวกว่าที่คิดแฮะ’ เด็กหนุ่มตอบด้วยวิธีคิดในใจเช่นเคย ‘งั้นรับเลยแคนดี้’
เซนล้วงมือถือขึ้นมาเปิดแอป SEE ดู คลิปแรกและคลิปเดียวตอนนี้มันมีคนวิวไปกว่า 9000+ คน คนกดหัวใจให้เป็นหลักพัน แถมยังมีคอมเมนต์ในคลิปอีกจำนวนหนึ่งด้วย
< หล่อมากกก >
< ขอบคุณแผ่นเสียงนี้จริง ๆ ทำให้ฉันได้เจอแต่คนหล่อ ๆ กรี๊ดด >
< ตามมาจาก see you on the street ค้า หนุ่มยิ้มหวานดีต่อใจมากเวอร์ >
< นี่แหละ ๆ >
< อันนี้แอ็กเคานต์จริงไหมอะ >
< คนเดียวกับในคลิปช่อง see you on the street ใช่ไหมอะ น่ารักไม่ไหว >
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะเอื้อมมือไปเอาผมที่ปิดหน้าทัดหู นิ้วก็เลื่อนดูคนที่ขอแอดเป็นเพื่อนมาใหม่นับร้อยแอ็กเคานต์ด้วยระยะเวลาไม่นานอย่างแปลกใจ เขาสไลด์ชื่อลงไปที่คนแรก ๆ ค่อยเห็นช่องของตากล้องหนุ่มที่เขาเป็นคนเพิ่มด้วยตัวเอง ‘see you on the street’ รูปดิสที่เห็นเพียงข้างหลังของชายชุดดำถือกล้องตัวใหญ่ไม่เห็นใบหน้าเขาแต่อย่างใด แต่เซนก็ยังจำเขาได้อยู่ดี
คาดไม่ถึงว่าตากล้องคนนั้นจะทำคลิปรวดเร็วจริง ๆ มีทั้งตอนที่แอบถ่ายเซนเต้นทำแชลเลนจ์ ตอนที่ถ่ายรูปตอนเผลอ ตอนที่อนุญาตให้ถ่าย และด้วยอานุภาพช่องตากล้องที่มีคนซับเป็นล้าน ยอดวิวและยอดหัวใจก็ยังขึ้นไม่หยุด แถมยังจงใจแท็กแอ็กเคานต์หาอีก ถึงไม่มีอัลกอริทึ่มช่วยฟีดก็ยังมีคนกดเข้ามาชมช่องของเซนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่อยากให้คนสนใจก็คงจะยากแล้วล่ะ
เด็กหนุ่มเลื่อนดูคอมเมนต์ที่แทบไม่ต่างจากในคลิปของช่องเค้าเท่าไหร่แล้วก็เผลอยิ้มออกมาไม่ได้
มาเรียกน้องครับ น้องอย่างนั้น น้องอย่างนี้ ผมอายุจะ 30 แล้วนะ มานงมาน้องอะไรกัน
เขาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างขบขัน ช่วยไม่ได้นี่นะ ถึงอายุวิญญาณจะใกล้เลข 3 ทำงานทำการมีรถมีภาระ (หนี้) ของตัวเองแล้ว แต่ในดาวอความารีนแห่งนี้เจ้าตัวดันอาศัยอยู่ในร่างของเด็ก ม.ปลาย เท่านั้น จะถูกเรียกน้องก็ไม่แปลก
เอาเถอะ ก็แค่มันยังไม่ชินนิดหน่อย เดี๋ยวก็คงจะทำใจให้อายุ 17 ได้เร็ว ๆ นี้ล่ะมั้ง
หลังจากอ่านคอมเมนต์ทุกคนเสร็จ เขาก็กดหัวใจคืนให้อย่างทั่วถึง ค่อยมาไถ SEE ไปพลาง ๆ แก้เบื่อ
ก่อนที่เค้าจะหยุดการเคลื่อนไหวของนิ้วลง เมื่อเลื่อนผ่านคลิป VDO สั้นคลิปหนึ่งที่มียอดหัวใจสูงเป็นล้าน
.. เปิดออดิชันเด็กฝึกทุกบริษัท รวมถึงเด็กฝึกอิสระทั่วทวีปกลาง เพื่อเฟ้นหาสุดยอดบอยแบรนด์ในรายการ GATE No. 1
ถ้าคุณมีความสามารถในการร้อง, เต้น, เล่นดนตรี และมีความมั่นใจที่จะเป็น 70 คน ที่จะได้เข้าร่วมรายการไอดอลที่ดีที่สุดของทุกจักรวรรดิในทวีปภาคกลาง
กดที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียด..
ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะทันได้ปัดคลิปนี้ทิ้ง หน้าจอโฮโลแกรมพร้อมเจ้าแมวขาวก็เด้งขึ้นมาทันที พร้อมกับแสดงเควสใหม่ติด ๆ กัน 3 ภารกิจ
[ภารกิจหลัก : ไปออดิชันรายการ Gate No.1 NEW
เวลา : 90 วัน
เป้าหมาย : ผ่านเป็น 1 ใน 70 คนในรายการ Gate No.1
คำเตือน : หากท่านล้มเหลว ทักษะจะถูกยึดคืนระบบ 1 ทักษะ พร้อมเนรเทศให้ไปช่วยงานในปรโลก 60 วัน]
[ภารกิจทั่วไป : เริ่มต้นเป็นที่รู้จัก NEW
เวลา : 3 วัน
เป้าหมาย : มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย Knock Knock หรือ SEE เกิน 2,000 คน]
[ภารกิจเสริม : เด็กฝึกที่แข็งแกร่ง NEW
เวลา : 15 วัน
เป้าหมาย : ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มค่าสมรรถภาพร่างกาย (พละกำลัง ความทนทาน ขึ้นอย่างละ 1 ระดับ]
เขายื่นหน้าไปจนเกือบจะชิดหน้าจอโฮโลแกรมคล้ายไม่อยากเชื่อสายตา ภารกิจหลักมีบทลงโทษด้วย ไหนจะโดนยึดทักษะ แถมถูกเนรเทศลงปรโลก ใครจะอยากลงนรกในขณะพี่พึ่งจะหนีมาอยู่ในร่างใหม่กันล่ะฟะ
‘นี่ แคนดี้ เคยไปปรโลกไหม?’
“.!!!”
เจ้าแมวน้อยเด้งตัวลุกขึ้น พร้อมกับหางสีขาวที่พองขนชี้ขู่
// เคย แล้วจะไม่ไปอีกแล้วเนี๊ยว!!//
เห็นปฏิกิริยาที่ตอบโต้ที่รุนแรงขนาดนั้นเขาก็ได้แต่ปลอบเจ้าตัวจิ๋วเสียงอ่อน
‘โอ๋ ๆ ไม่ไป ๆ เนอะ’
แมวสีขาวปลอดส่งเสียงฮึดฮัดก่อนสะบัดหน้าหนี
// เจ้านายไม่เข้าใจหรอก ที่แห่งนั้นน่ะ ไม่มีแสงตะวัน ไม่มีกลางวันและกลางคืน ระยะเวลาก็ยาวนานกว่าอยู่บนดาวอความารีนมาก หากเจ้านายถูกเนรเทศไปที่โลกข้างใต้จริง เวลา 1 วัน จะยาวเท่า 1 ปีปรโลกเนรเทศ 60 วัน พอเอาเข้าจริงนายท่านจะติดอยู่ในปรโลก 60 ปี มีโอกาสแค่ใช้แรงงาน แถมไม่อาจเคลื่อนย้ายไปไหน ถ้าไม่มีบุญเก่าที่เคยสั่งสมไว้ อาหารในแต่ละมื้อก็ยังไม่มีเลยเนี๊ยว เจ้านายก็ลองคิดเอาเองว่าจะผ่านช่วงเวลาแบบนั้นเป็นสิบ ๆ ปี ไปได้ยังไง //
เซนกลืนน้ำลายลงคอเอื้อก
ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย
ชายหนุ่มเริ่มก้มหน้าจิ้มไปอ่านรายละเอียดทันทีด้วยความกระตือรือร้น 200% ตอนนี้ภารกิจอื่น ๆ คล้ายไม่น่าสนใจขึ้นมาทันที
เอาไว้ก่อน
นาทีนี้ต้องจัดการภารกิจหลักก่อนเท่านั้น
รายการ Gate No.1 เป็นรายการเซอร์ไวเวิลหาบอยแบนด์ ที่รับสมัครเด็กฝึกชายจากค่ายต่าง ๆ หรือเด็กฝึกอิสระ ที่มีอายุ 15-25 ปี หน้าตาดูดี มีความสามารถ ร้อง เต้น เล่นดนตรี หรือความสามารถพิเศษอื่นใดที่ยูนีคและน่าสนใจ
สามารถส่งคลิปความยาว 1 .30 นาที กลับมาที่บริษัท Victory Entertainment
ตั้งแต่วันนี้ – 10 กรกฎาคม 1913 เท่านั้น
ปิ๊งป๊อง วันนี้เป็นวันที่ 7 กรกฎาคม นั่นก็หมายความว่าเซนมีเวลาเหลืออีกไม่ถึง 3 วันที่จะต้องอัดคลิปส่งไปออดิชันรอบแรก
คุณพระ อยากจะย้อนเวลากลับมาเอาเวลาที่นอนกลิ้งเล่นอินเทอร์เน็ต 2 วันที่ทะลุมิตินั้นคืนมาเป็นบ้าเลย ให้ตายสิ
กว่าเซนจะกลับมาถึงบ้านตระกูลดักกลาส ก็เป็นเวลาเกือบ 2 ทุ่มแล้ว ตอนนี้บ้านทั้งหลังดูสว่างไสวไปด้วยแสงไฟกว่าตอนที่เขาอยู่กับป้าแคทเทอรีน 2 คนมาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพ่อและครอบครัวแม่เลี้ยงได้กลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว
และจากเวลาปกติที่บ้านตระกูลดักกลาสจะทานข้าวตอน 1 ทุ่ม ป่านนี้ทั้งบ้านจึงทานข้าวเย็นโดยไม่มีเซนไม่ผิดจากที่เขาคิดไว้ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กหนุ่มเองก็ทานข้าวเย็นก่อนที่จะกลับเข้าบ้านเหมือนกัน
“พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนฉันจะไปรับ พวกเราจะไปเยี่ยมคุณตาคุณยายสกุลหวังที่โรงพยาบาลกัน”
ในขณะที่เด็กหนุ่มจะเดินผ่านส่วนของห้องโถงกลางบ้านไปส่วนห้องส่วนตัวด้านหลัง เสียงผู้เป็นพ่อก็ดังขึ้น
ตากับยายหวัง?
อ้อ แม่ที่ล่วงลับของเจ้าของร่างใช้นามสกุล ‘หวัง’ เพื่อปกปิดร่องรอยสกุล ‘มู่หรง’ นี่น่า น่าเสียดายที่พ่อแท้ ๆ ของเขาก็ยังไม่รู้ว่าแซ่ที่แท้จริงของแม่คืออะไร
ตากับยายคู่นี้คงจะไปหาคนที่ไหนไม่รู้มาแกล้งหลอกเซนเหมือนที่เคย ๆ ทำ
ขอโทษนะ ที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่ลูกชายที่เชื่อฟังของคุณแล้ว เสียใจด้วยทุกอย่างที่เจ้าของร่างเดิมสูญเสียไป เดี๋ยวฉันจะเรียกเก็บคืนให้เขาเอง
เมื่อเห็นลูกชายคนโตของตัวเองไม่แม้แต่จะหันมา เขาก็ถามเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
“ได้ยินพี่พ่อพูดรึเปล่า?”
เด็กหนุ่มหันมามองผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าไม่แสดงความรู้สึก
“ครับ”
เมื่อได้คำตอบที่ต้องหาร ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยแห้งกาลเวลาแต่ยังคงไว้ด้วยกลิ่นอายบุรุษหน้าตาดีก็ถอนหายใจอย่างพึงพอใจ
“แล้วเซนกินอะไรมารึยัง น้านาตาลีน่าจะเก็บข้าวเย็นเอาไว้ให้ในตู้เย็นนะ ไปอุ่นเอาเอง”
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
โดยปกติแล้วที่บ้านตระกูลดักกลาสนั้น คนส่วนมากแม้กระทั่งหัวหน้าครอบครัวมองเข้ามาก็มักจะเป็นครอบครัวตัวอย่างที่โรยไปด้วยกุหลาบ นอกจากเรื่องอยากได้หุ้นของลูกชายแล้ว คาร์คก็ไม่เคยคิดว่าเขาทำผิดอะไรต่อเด็กคนนี้
ภรรยาใหม่ที่เขาแต่งงานด้วยก็เป็นหญิงสาวแสนดีที่หนุ่มแก่พ่อม่ายอิจฉา แม้แต่ลูกติดฝั่งพ่ออย่างเซน นาตาลีก็ดูแลอย่างยุติธรรมเหมือนลูกของเธอคนหนึ่ง ลูก ๆ ทั้ง 3 คนได้รับความรักและการจัดสรรอย่างเท่าเทียม
จะมีแค่เซนเท่านั้นที่เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์เหมือนภรรยาเก่าของพ่อ เป็นเด็กเก็บตัวเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้ พอตัดผมก็จะป่วยออด ๆ แอดๆ ร่างกายไม่แข็งแรง เขาถึงไว้ผมยาว และไม่เข้าร่วมงานสังคมในเมือง
ภาพเบื้องหน้าที่แสนหลอกลวงดำเนินมาอย่างยาวนานตั้งแต่พ่อแต่งงานใหม่ แต่นั่นก็เป็นเหตุผลที่เด็กหนุ่มไม่ได้โดนใช้ทำงานแบบซิลเดอเรล่า มีเพียงถากถางทางคำพูดและจิดใจ เพราะถ้ามือไม้เกิดด้านมาไม่เหมือนคุณชายของตระกูลคนรวย มันจะดูออกง่ายมาก ๆ
ที่จริงเซนอดคิดไม่ได้ว่าทรงผม เสื้อผ้า หนังสือข้าวของต่าง ๆ ของเจ้าของร่างมีปัญหามากกว่ามือเสียอีก แต่ด้วยพลังชี้นกให้เป็นไม้ของแม่เลี้ยง กลายเป็นเซนต้องไว้ผมยาวเพื่อแก้เคล็ดในสุขภาพแข็งแรงไปซะงั้น
จะบอกว่า ‘คาร์ค’ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทใหญ่โตเป็นคนโง่หรือ
เซนไม่คิดแบบนั้น แต่ที่แน่ ๆ พ่อคนนี้เหมือนมีอะไรที่มองหน้าเจ้าของร่างไม่ติดจริง ๆ และเห็นได้ถึงความเกลียดชังเลือนรางอย่างไม่มีที่มาที่ไป
ดังนั้นแม้บางครั้งเขาจะสะกิดใจ แต่ก็เลือกจะไม่สนใจ เช่น คำของน้านาตาลีที่บอกว่าจัดเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว แต่มันไม่เคยมี ผู้เป็นพ่อก็ไม่เคยตรวจสอบไม่เคยถามเช่นกัน
“ขอบคุณครับ” เขารับคำแผ่นเบาก่อนจะเดินไปที่ห้องครัวอย่างที่เคยทำมาตลอด
ที่บ้านหลังนี้มีตู้เย็นขนาดใหญ่ 3 บาน และจะมีบานหนึ่งที่เป็นตู้อาหารส่วนตัว แต่ละชั้นจะมีชื่อเขียนเอาไว้แยกชัดเจน สื่อเป็นนัยว่าแต่ละคนให้วางของกินหรือกินของที่วางในชั้นของตัวเองได้เท่านั้น พ่อ แม่ แอชตัน เอริน แม้แต่ป้าแคทเทอรีนยังมี แต่ตำแหน่งของเซนกลับอยู่ในตำแหน่งท้ายล่างสุดของตู้เย็น
ชั้นเปล่า ๆ ที่ติดชื่อเป็นสัญลักษณ์เฉย ๆ ที่บ้านนี้ไม่เคยมีอาหารจัดสรรปันส่วนไว้สำหรับเซน
ที่ผ่านมาเจ้าของร่างจะแกล้งเดินเข้าไปที่ครัว ไม่กล้าแม้จะเปิดอะไรในตู้เย็นทาน เขาเพียงดื่มแต่น้ำแล้วกลับห้องไปด้วยความหิวโหย เพราะหากทานอะไรเข้าไปเพียงนิดเขาจะถูกริบเงินไปโรงเรียน ต้องถูกอดข้าว โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แถมวันรุ่งขึ้นเด็กหนุ่มจะโดนกลั่นแกล้งที่โรงเรียนอย่างหนัก ที่ไม่มีใครเห็นเพียงเพราะร่องรอยมักจะทำใต้เสื้อผ้าเท่านั้น
ส่วนวันนี้น่ะเหรอ
เด็กหนุ่มยิ้มที่มุมปากใต้เรือนผมสีน้ำตาลที่ปกปิดไว้จนแทบไม่เห็นว่าเซนทำสีหน้าอย่างไร มือเล็กเปิดตู้เย็นส่วนตัว และก็ยังเป็นเหมือนเดิม อาหารทิพย์ของน้านาตาลีที่พ่อเชื่อตลอดมา
ไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ
เซนยืดตัวขึ้นจนเต็มความสูง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผักผลไม้และเนื้อปลาแซลมอนที่ชั้นฝั่งส่วนกลางของบ้านบาง ของน้องสาวบ้าง ของแม่เลี้ยงบ้างขึ้นมา แล้วตรงไปที่โต๊ะเตรียมอาหาร เขาล้างผักผลไม้หั่นเป็นเต๋าอย่างรวดเร็วเหมือนกับกำลังทำงานแข่งกับเวลา ก่อนจะเอาชิ้นเนื้อปลาแซลมอนลงไปจี่ในกระทะให้สุกพอประมาณ ราดน้ำสลัดแล้วนั่งทานอย่างสบายใจ ตลอดกระบวนการใช้เวลาไปไม่ถึง 15 นาทีเท่านั้น
อย่าดูถูกสกิลหนุ่มโสดนะเว้ย ไม่มีใครทำให้กินก็ต้องทำกับข้าวกินเองนี่แหละ แค่ทำอาหารแค่นี้ง่ายมาก ๆ
ไม่รู้ป่านนี้บ้านนั้นจะคิดว่าเขานั่งดื่มน้ำเปล่ารึเปล่า หรือจะเล่นบทร้องตะโกนจับโจรขโมยของกิน ถ้าแบบนั้นก็ต้องกินให้คุ้มกะต้องสู้รบตบมือสักหน่อย
ไม่ทันขาดคำสเต๊กยังไม่ทันกินเข้าไปถึงครึ่งชิ้น ร่างอวบอ้วนของแม่บ้านชุดขาวก็เดินเข้ามา พร้อมกับเอามือปิดปากอย่างเกินจริง
“ตายล่ะคุณเซน ไปเอาเนื้อแซลมอนสเต๊กมาจากไหนคะ ในตู้เย็นน่ะมีแต่แซลมอนสเต๊กของคุณหนูเอรินกับคุณนายนี่น่า” เธอทำท่าตกใจร้องตะโกนเสียงแหลม
เด็กหนุ่มเอาส้อมจิ้มเนื้อแซลมอนขึ้นมาทานแล้วเคี้ยวอย่างสบายอารมณ์ ที่จริงเขากินข้าวเย็นมาแล้ว แต่ไหน ๆ ถ้าบ้านตระกูลดักกลาสจะเล่น งั้นเขาจะเล่นเป็นเพื่อนก็ได้
เสียงวิ่งตึกตักของเด็กหญิงดังขึ้น เธอพุ่งไปเปิดตู้เย็นแล้วดูที่ช่องฟรีซที่เก็บชิ้นปลาแซลมอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว
“คุณแม่ ปลาแซลมอนจากทะเลเหนือที่คุณพ่อซื้อให้หนู” เธอยกถุงสุญญากาศที่เหลือ 2 ถุงขึ้นมาพร้อมกับหันหน้ามามองผู้เป็นแม่ที่เดินไล่ตามมาข้างหลังติด ๆ
“หนูจำได้ก่อนจะไปทะเล ยังเหลือตั้ง 10 ชิ้น ทำไมตอนนี้เหลือแค่ 2 ชิ้นแล้วล่ะคะ แล้วหนูจะไดเอทด้วยปลายังไง”
พูดเสร็จก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับเปิดก๊อกน้ำ นำพาให้ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ปกติไม่แม้แต่จะเข้ามาในครัวเดินมาหยุดตรงหน้าประตูพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ไม่เอาเอริน ลูกไม่ร้องไห้ก็แค่ปลาแซลมอนเอง ของในบ้านถ้าพี่เค้าอยากจะกินก็ให้เค้ากินไปเถอะ” แม้จะทำเป็นปลอบแต่คำพูดกลับหันคมมีดมาทางลูกเลี้ยงของเธออย่างชัดเจน
เด็กหนุ่มยังคงมื้อค่ำของตัวเองต่อไป พร้อมกับเหล่มองปฏิกิริยาผู้เป็นพ่อจากทางหางตา ดูท่าละครบทนี้คงตั้งใจแสดงให้พ่อเขาดูอย่างไม่ต้องสงสัย
“คุณน้านาตาลีพูดถูก จริง ๆ ก็แค่เนื้อปลาไม่กี่ชิ้น เธอจะหวงแม้กระทั่งพี่ชายที่เป็นคนในครอบครัวเดียวกันเหรอ”
“อึ่ก”
เด็กผู้หญิงวัย 13 ขวบกว่า ๆ ใบหน้าเหมือนชาวตะวันตกไม่มีโครงหน้าแบบคนเอเชียแม้แต่น้อยกัดริมฝีปากแน่นราวกับไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร น้ำตาใส ๆ ยังไหลพรากลงมาไม่หยุด
แม่เลี้ยงสาวรีบแก้สถานการณ์กระอักกระอ่วนอย่างรวดเร็ว
“น้องไม่ได้หวงหรอกลูก แต่อย่างน้อยการหยิบของที่เป็นของเอรินไปก็ควรจะบอกน้องก่อนนะ ของในบ้านเราจัดไว้เป็นระบบระเบียบ ถ้าเซนจะกินอะไรในส่วนที่ไม่ใช่ส่วนกลางแต่เป็นของส่วนตัว ถ้าไม่บอกกล่าวเลยมันไม่ได้มันเป็นมารยาทพื้นฐานนะลูก คนจะได้ไม่มองว่าเซนขโมยของของน้อง” เธอจิกกัดเสียงเข้ม แต่มือกลับลูบหลังลูกสาวคนสุดท้องอย่างปลอบประโลม
“อ้อ เมื่อกี้คุณพ่อบอกว่าให้ผมมาทานข้าวเย็นที่คุณน้าทำให้ผม ผมเปิดตู้มาไม่เห็นมีอาหารอะไรที่คุณน้าทำให้ผมเลยนี่น่า ผมก็นึกว่ากินอะไรก็ได้” เขาเดินเข้าไปใกล้แม่ลูกคู่นั้น ก่อนจะเปิดตู้เย็นฝั่งที่เป็นอาหารส่วนตัวออกให้กับชายที่กุมอำนาจทุกอย่างในบ้านดู
“ดูสิครับพ่อ ผมไม่ได้โกหกนะ” เด็กหนุ่มยืนยัน พร้อมกับลอบสังเกตปฏิกิริยาตกตะลึงของชายวัยกลางคนที่เริ่มหันไปทางภรรยาตัวเองอย่างต้องการคำตอบ
ดูจากท่าทาง พ่อคนนี้อาจไม่เคยรู้เรื่องที่งูเห่าข้างตัวทำแม้แต่น้อย เอาน่า อย่างน้อยนายคาร์คก็ไม่ได้เข้าข้างเมียตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวขนาดนั้น
“ถึงยังไง ผมก็ต้องขอโทษคุณน้ากับน้องด้วยนะครับ ถ้าผมไปหยิบอาหารของน้องไปทำอาหารเย็น ผมก็ไม่นึกว่าตระกูลเราจะยากจนขนาดที่จะกินอะไรในตู้เย็นก็ต้องมารายงานให้ทุกคนได้รู้ก่อน ผมต้องขอโทษจริง ๆ ทีหลังผมจะประหยัด จะหัดทำอาหารให้มากขึ้น จะได้มีข้าวกินในแต่ละวัน”
เด็กหนุ่มหน้าสลดลง ก่อนจะทำหน้าเหมือนคิดอะไรขึ้นได้ เขาวางส้อมลง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เพราะแบบนี้นี่เองสินะครับ คุณน้าถึงให้เงินผมไปโรงเรียนวันละ 1 เหรียญมาหลายปีแล้ว” เซนทำหน้าเข้าอกเข้าใจอย่างใสซื่อ
“นี่ ..” น้ำเสียงของแม่เลี้ยงสั่นเล็กน้อย เธอพยายามจะส่งเสียงห้ามไม่ให้เขาพูดต่อ แต่ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะชิงพูดโดยไม่กะให้นาตาลีสอดแทรกแม้แต่น้อย
“ขอโทษนะครับ ผมมันไม่รู้จักประหยัดเอง ต่อไปเวลาผมจะทำอาหารทาน ผมจะรายงานคุณพ่อกับน้านาตาลีก่อนเสมอ จะไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ที่จริงค่าอาหารเที่ยงก็ 50 ทองแดงเท่านั้น คุณน้าจะลดเงินผมเหลือวันละ 80 ทองแดง ไม่สิ 70 ทองแดงก็ได้ ผมจะช่วยที่บ้านประหยัดเงินอย่างเต็มที่แน่นอนครับ”
“นี่มันอะไรนาตาลี ผมพึ่งจะให้คุณเพิ่มเงินให้เด็ก ๆ ไปโรงเรียนคนละ 10 เหรียญ จาก 5 เหรียญไม่ใช่เหรอ” เขากอดอกพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาติดลบ
“คุณคะ คือ”
ใบหน้าของแม่เลี้ยงยังสาวซีดเผือด ตอนนี้เธอไม่คิดจะปลอบประโลมลูกสาวของเธออีกต่อไปแล้ว เธอรีบตรงเข้ามากอดแขนของผู้เป็นสามีอย่างร้อนรน
“ฮะ” คราวนี้เป็นเซนบ้างที่แสร้งทำเสียงตกใจเกินจริง “10 เหรียญเหรอครับคุณพ่อ แต่ที่ผ่านมา ตั้งแต่ม.1 ผมได้ 1 เหรียญมาตลอดเลยนะครับ”
คาร์ค ดักกลาส เหลือบสายตามองลูกชายของเขา แล้วพูดเสียงเรียบ “ทุกคนออกไปก่อน เซนก็กินข้าวเย็นต่อเถอะ เรื่องอาหารในตู้ส่วนกลางต่อไปจะกินเท่าไหร่ก็กิน ไม่ต้องมารายงานอะไรพ่อ แต่ตรงส่วนตัวก็เว้นเอาไว้สักหน่อย ที่ตรงนั้นไม่ใช่มีแต่ส่วนที่แม่บ้านเติมให้ตามความชอบอย่างเดียว บางส่วนก็เป็นส่วนของกินเฉพาะที่แต่ละคนซื้อมาด้วย เข้าใจไหม?”
พลันกวาดสายตามองรอบห้องที่ตอนนี้นอกจากเซนแทบจะไม่มีใครกล้าพูดอะไรแม้ครึ่งคำ
“คนอื่นแยกย้ายได้”
“คุณคะ ฉัน..”
“ส่วนคุณตามผมขึ้นไปชั้น 3”
ก่อนออกจากห้องครัวไปผู้เป็นพ่ออดไม่ได้จะมองลูกชายของเขาใหม่ ปกติเด็กคนนี้แทบจะไม่มีสิทธิ์มีเสียง แต่วันนี้พูดจ้อราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาไม่ใช่จะดูไม่ออกว่าลูกชายของเค้าเจตนาจะฟ้อง แต่สิ่งที่นาตาลีทำก็เกินไปจริง ๆ
ดูเหมือนเซนจะโตขึ้นแล้ว
ถ้าเซนได้ยินความคิดนี่เขาคงกลอกตา
‘เพราะคนละคนต่างหาก ลูกชายตัวจริงของนายไม่อยู่แล้วคุณน้า’
โปรดติดตามตอนต่อไป
“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต
เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่
// นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1
“สวัสดีค่ะ เชิญชมด้านในก่อนได้นะคะ”พนักงานหญิงที่อยู่หน้าร้านขายมือถืออย่างเป็นทางการของแบรนด์ที่มีหน้าตาคล้ายแอปเปิลกัดเอ่ยขึ้น พร้อมกับผายมือไปด้านในอย่างกระตือรือร้นในดาวอความารีนนี้ Orange เป็นหนึ่งในยี่ห้อมือถือที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในจักรวรรดิกริม และมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับ Top3 ในทุกทวีปเด็กหนุ่มค่อย ๆ ดูมือถือที่ที่เขาหมายตา ก่อนจะจับเครื่องพลิกหน้าหลังลองน้ำหนักมือ เขาตัดสินใจมาตั้งแต่อยู่บ้านแล้วว่าจะไม่ซื้อมือถือที่มีราคาแพงที่สุด ขอเพียงเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในราคากลาง ๆ ก็พอ เพราะแค่นี้ Orange ก็เป็นมือถือที่มีราคาแพงกว่าคู่แข่งไม่น้อย“รุ่นนี้ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นนะคะลูกค้า ผ่อน 0% 10 เดือน หรือถ้าจ่ายสดจะลดลงจาก 3259 เหรียญ เหลือ 3000 เหรียญเงินถ้วน แถมฟรีหูฟัง orange ด้วยค่ะ”“งั้นผมเอารุ่นนี้สีดำ 1 เครื่อง จ่ายสดครับ”เธอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างอย่างยินดีเมื่อเจอลูกค้าตัดสินใจเร็วไม่เรื่องมาก“ได้ค่ะลูกค้า ตามมาชำระเงินและลองเครื่องตรงที่พักรับรองด้านนี้เลยค่ะ” กล่าวพร้อมกับเดินนำไปที่โซนรับรองพิเศษที่ยังว่างอยู่เซนยื่นเงินสด 3000 เหรียญเงินให้เธอ หลังจากที่เดินมานั่ง
// สถานีต่อไป แยกสะพานเหลือง //เสียงรถไฟฟ้าใต้ดินแจ้งเตือนขึ้นท่ามกลางผู้คนในโบกี้ที่คุยกันจอแจเบียดเสียด เด็กหนุ่มยืนกอดอกพิงผนังเย็นเฉียบด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ตอนนี้เขากลับมามีผมยาวหน้าม้าปิดหน้าอีกครั้ง แว่นตาเห่ย ๆ ที่แม่ลูกพวกนั้นให้ใส่ก็ใส่เอาไว้เช่นเดิม พร้อมกับเสื้อผ้าที่ซักจนสีซีดจางเขาลงทุนซื้อวิกผมราคาสูงที่ถ้าไม่มามองใกล้ ๆ ก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นวิก ไหนจะลงมือเซตให้ดูเหมือนคนไม่ตั้งใจดูแลตัวเองอีก โชคดีที่เจ้าของร่างนี้เป็นลูกรักพระเจ้า ขนาดไม่ดูแลตัวเองผมก็ยังนุ่มลื่นอยู่เลย เพราะงั้นพวกนั้นถึงพยายามให้เซนไว้ผมให้ปิดหน้าตาเข้าไว้ ดูเอาเถอะ หัวยุ่งได้แป๊บเดียวสักพักผมก็คลายมาตรงสวยอยู่ดี// ภารกิจเริ่มต้น เป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม กับสารานุกรมดนตรี 2 โลก ต้องการรับหรือไม่เนี๊ยว //เสียงของเจ้าเหมียวสีขาวดังขึ้น โดยที่เจ้าตัวจ้อยนอนกลิ้งไปมาในจอโฮโลแกรมอย่างเกียจคร้าน‘หือ เคลียร์แล้วเหรอ ไวกว่าที่คิดแฮะ’ เด็กหนุ่มตอบด้วยวิธีคิดในใจเช่นเคย ‘งั้นรับเลยแคนดี้’เซนล้วงมือถือขึ้นมาเปิดแอป SEE ดู คลิปแรกและคลิปเดียวตอนนี้มันมีคนวิวไ
“สวัสดีค่ะ เชิญชมด้านในก่อนได้นะคะ”พนักงานหญิงที่อยู่หน้าร้านขายมือถืออย่างเป็นทางการของแบรนด์ที่มีหน้าตาคล้ายแอปเปิลกัดเอ่ยขึ้น พร้อมกับผายมือไปด้านในอย่างกระตือรือร้นในดาวอความารีนนี้ Orange เป็นหนึ่งในยี่ห้อมือถือที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในจักรวรรดิกริม และมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับ Top3 ในทุกทวีปเด็กหนุ่มค่อย ๆ ดูมือถือที่ที่เขาหมายตา ก่อนจะจับเครื่องพลิกหน้าหลังลองน้ำหนักมือ เขาตัดสินใจมาตั้งแต่อยู่บ้านแล้วว่าจะไม่ซื้อมือถือที่มีราคาแพงที่สุด ขอเพียงเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในราคากลาง ๆ ก็พอ เพราะแค่นี้ Orange ก็เป็นมือถือที่มีราคาแพงกว่าคู่แข่งไม่น้อย“รุ่นนี้ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นนะคะลูกค้า ผ่อน 0% 10 เดือน หรือถ้าจ่ายสดจะลดลงจาก 3259 เหรียญ เหลือ 3000 เหรียญเงินถ้วน แถมฟรีหูฟัง orange ด้วยค่ะ”“งั้นผมเอารุ่นนี้สีดำ 1 เครื่อง จ่ายสดครับ”เธอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างอย่างยินดีเมื่อเจอลูกค้าตัดสินใจเร็วไม่เรื่องมาก“ได้ค่ะลูกค้า ตามมาชำระเงินและลองเครื่องตรงที่พักรับรองด้านนี้เลยค่ะ” กล่าวพร้อมกับเดินนำไปที่โซนรับรองพิเศษที่ยังว่างอยู่เซนยื่นเงินสด 3000 เหรียญเงินให้เธอ หลังจากที่เดินมานั่ง
// นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่
เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก
“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต