“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”
“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที
“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”
เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง
“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกที
ตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”
“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”
เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ
“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”
“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”
หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต้องรีบเข้ามาในรถแล้วหมุนแอร์ไปที่เย็นสุดเพื่อคลายร้อน
เซน หรือ นรินทร์ ตั้งเปี่ยมยุทธ เป็นวิศวกรหนุ่มที่อายุใกล้จะ 30 แล้วในอีกไม่กี่เดือน เพราะจบในมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพฯ ทำให้สามารถเข้าทำงานที่ส่วนออกแบบของรถยนต์ชื่อดังยี่ห้อหนึ่งตั้งแต่เรียนจบ
เผลอแป๊บ ๆ จากเด็กใหม่ไฟแรงในออฟฟิศก็เข้าสู่ซีเนียร์เป็นหัวหน้าในแผนกเล็กๆ ของส่วนออกรถยนต์รุ่นหนึ่ง
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่หน้าปัดรถยนต์บอกเวลา 12.50 น. ก็รีบขับรถสีน้ำเงินเข้มของตัวเองทะยานไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่ถนนเมืองไทยจะอนุญาตให้เร็วได้
รถยนต์ในย่านธุรกิจในยามเที่ยงไม่ถือว่าน้อย เดาว่าเหล่ามนุษย์เงินเดือนหลายออฟฟิศก็อาจจะออกไปหาอะไรทาน บ้างก็ขับผ่านมา
ทำธุระ แต่ใด ๆ ก็ตามหลังจากขับมาได้ครึ่งทาง ตอนนี้รถของเขาก็มาหยุดอยู่ใต้ทางรถไฟฟ้าสายสีดำที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานรถ SUV สีน้ำเงินเข้มค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ท่ามกลางรถยนต์มากมาย
ให้ตายสิ ว่าจะแวะร้านสะดวกซื้อหาอะไรรองท้องสักหน่อยก่อนเข้างานตอนบ่าย แต่ดูสถานการณ์ตอนนี้แค่ 5 กิโลเมตรยังใช้เวลาไปกว่า15 นาที
สงสัยมื้อเที่ยงคงต้องอดแหง ๆ
เขาพ่นลมหายใจ ก่อนจะหันไปหยิบกาแฟจากร้านชื่อดังที่เพื่อนตัวเองซื้อมาให้ตอนซ่อมรถให้ประทังความหิว
ทันใดนั้นเรื่องราวแปลกประหลาดที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
มือเรียวยาวของชายหนุ่มที่กำลังถือแก้วกาแฟจู่ ๆ พลันมีแสงสว่างสายหนึ่งทอแสงขึ้นสะท้อนเข้าตาคนขับอย่างถนัดถนี่
เซนหยีดวงตากลมหรี่ลงมองไปรอบ ๆ รถ รวมไปถึงรถของเพื่อนร่วมทางในยามเที่ยงเพื่อหาที่มาของแสง สุดท้ายสายตาดันกลับมาจับอยู่ที่สร้อยข้อมือหินมงคลที่เขาร้อยเอง โดยเขาเลือกหินกรีนไทเกอร์จับคู่เข้ากับหยกสีเขียวใสที่ได้รับมาจากคุณย่า
ลูกปัดหยกเม็ดกลมเกลี้ยงค่อย ๆ เปล่งแสงสีสว่างจ้าจนแทบจะกลืนหินกรีนไทเกอร์อายโดยรอบจนหมดสิ้น
ปึก! ปึก!
ยังไม่ทันได้พิจารณาว่าแสงที่เกิดขึ้นเพราะอะไร เสียงบางสิ่งบางอย่างก็ตกกระทบหลังคาซันรูฟ
นายช่างหนุ่มรีบเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนตามสัญชาตญาณ เขาไม่ทันพบว่าอะไรที่ร่วงมาก่อนหน้าด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เบื้องหน้ากลับพบกับแท่งปูนขนาดใหญ่กำลังร่วงตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งอาจจะเป็นโครงสร้างอะไรสักอย่างของทางด่วนด้านบนที่กำลังก่อสร้าง แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจแล้วว่ามันคืออะไร ที่แน่ๆ คือถ้ารถคันไหนซวยถูกวัตถุร่วงลงมาด้วยความเร็วขนาดนั้นเรื่องใหญ่แน่นอน
และไอ้คนที่ซวยก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากนายช่างหนุ่มคนนี้
เซนกดเหยียบคันเร่งอย่างสิ้นหวัง
จังหวะที่เห็นแท่งปูนมรณะนั้นลงมาใกล้คล้ายกับกำลังเกิดภาพสโลโมชัน ถ้าคำนวณจากแรงเฉื่อยของรถและปริมาณรถโดยรอบแล้ว แม้เหยียบเบรกหรือเหยียบคันเร่ง อย่างไรมันก็ต้องหล่นลงมาโดนรถของเขาพอดิบพอดี เพียงแต่จะโดนตำแหน่งไหนก็เท่านั้น
ก็ได้แต่หวังว่าจะหลบตำแหน่งที่คนขับนั่งอยู่ด้วยเถอะ
‘ย่าครับ ช่วยเซนด้วย’
เขาอธิษฐานในใจอย่างขมขื่น ความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้คนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอะไรจริงจัง นาน ๆ ทีก็ไปมูไปไหว้ให้ชีวิตเฮง ๆ บ้าง สุดท้ายในวินาทีชีวิตสิ่งเดียวที่เขาคิดถึงก็คือ ‘คุณย่า’ ญาติสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเขา
‘ย่าครับ เซนยังไม่อยากตาย’
โครม!
เสียงแท่งปูนตกลงกระทบหลังคาของรถ SUV สีน้ำเงินเข้มอย่างถนัดถนี่
อาจจะเป็นเพราะเป็นแดดในเมืองไทยช่วงเที่ยงหรือเปล่าไม่ทราบ แต่กล้องหน้ารถของคันที่ตามมาด้านหลังจับภาพแสงสว่างประหลาดขณะที่วัตถุจากรางรถไฟฟ้ากำลังร่วงลงมา พร้อมกับแท่งปูนขนาดเขื่องที่ลอยละลิ่วตกมาทับรถคันใหญ่ด้านหน้าอย่างครบถ้วน
เจ้าของรถที่ตามมาด้านหลังเสียงกรีดร้องตกใจสุดเสียงพร้อมกับเหยียบเบรกเพื่อไม่ให้รถตัวเองเข้าปะทะกับรถคันข้างหน้า
หากรถสีน้ำเงินผู้เคราะห์ร้ายที่คล้ายจะพยายามเร่งเครื่องหลบแท่งปูนจากเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดกว้างไม่ต่ำกว่า 1 เมตรเหมือนกันแต่ด้วยการจราจรที่ติดขัดทำให้สุดท้ายก็ไม่อาจหลบอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันนี้ได้ แท่งปูนซีเมนต์ยังคงตกลงที่หลังคาของรถคันนั้น ที่ตอนนี้พุ่งไปชนท้ายรถกระบะด้านหน้าเกิดเสียงดึงครึกโครม
หญิงสาวเจ้าของรถยุโรปที่ตามมาด้านหลังแม้จะเบรกได้ทันอย่างฉิวเฉียดเนื่องจากขับด้วยความเร็วไม่สูงนัก
แต่รถคันที่ตามมาถัดจากนั้น ไม่ทันได้เห็นว่าเกิดอุบัติเหตุอย่างไรไม่ทราบ จึงพุ่งเข้าชนด้านหลังรถของเธอจนบุบบี้ติด ๆ กัน ไม่ใช่เพียงแค่ คัน แต่เริ่มขยายวงกว้างไปอีก 2 คันข้าง ๆ รถ SUV ที่เคราะห์ร้ายนั้น กลายเป็นอุบัติเหตุที่มีสายโทรศัพท์โทรเข้าไปในคลื่น จส.100 ให้หลีกเลี่ยงการขับมาย่านนี้ผ่านทางช่องวิทยุ
ทว่าในขณะที่ไม่มีใครสังเกตนั้น แสงสว่างปริศนาในกล้องวงจรปิดหน้ารถค่อย ๆ หรี่แสงลง และหายไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
กว่าหน่วยกู้ภัยจะมาช่วยเหลือร่างของนายช่างหนุ่มออกจากรถ ก็ไม่พบว่าแขนข้างซ้ายของเขามีสร้อยหินมงคลอยู่แล้ว
มันหายไปจากจุดเกิดเหตุพร้อมดวงวิญญาณหนึ่งอย่างไร้ร่องรอย
โปรดติดตามตอนต่อไป
เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่
// นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1
// นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่
เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก
“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต