เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพ
เออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิ
ดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดี
เซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้ว
ความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้
ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดัง
ก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้
นอกจากจะซวยแล้ว ใครจะไปคิดว่านายช่างหนุ่มจะได้รับเกียรติเป็น 1 ในดวงวิญญาณที่ได้ทะลุมิติจริง ๆ กันล่ะ
เรื่องแบบนี้บอกไปใครจะเชื่อ
เซนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอื้อมมือไปปัดผมที่ปิดหน้าปิดตาออกก่อนจะกระวีกระวาดลุกขึ้นไปส่องกระจกที่ข้างเตียงเมื่อคิดได้ว่านอนมองเพดานห้องไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
ในเมื่อยมบาลยังไม่มารับวิญญาณของคนซวย ๆ และให้โอกาสได้มาเข้าร่างเด็กที่ไหนไม่รู้
เพราะงั้นก็ต้องลุกขึ้นมาทำความเข้าใจกับชีวิตใหม่ของตัวเองสักที
พอนายช่างหนุ่มยืนขึ้น ค่อยรู้ว่าร่างผ่ายผอมนี้ตัวเล็กกว่าที่คิด ผมสีน้ำตาลเข้มยาวตรงเกือบจะไปถึงกลางหลังอยู่แล้ว แต่ไอ้ผมหน้าม้านี่ดันยาวเกือบจะถึงคางไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมไม่รำคาญหรือมันเป็นเทรนด์ของดาวดวงนี้กัน
เขาเสยผมที่ปิดหน้าปิดตาขึ้นไปข้างหลังก็พลันปรากฏใบหน้าของเด็กลูกครึ่งราว ๆ 16 -17 ที่มีสไตล์โครงหน้าผสมผสานของชาวตะวันตกกับชาวเอเชีย ที่ดูในแวบแรกแทบจะไม่เหมือนกับนายช่างหนุ่มเลย นอกจากรอยยิ้มกว้างที่แทบจะโขลกพิมพ์เดียวกันมา
แต่พอมองซ้ายมองขวาดูดี ๆ ก็คล้ายว่าจะมีหน้าตาเหมือนกันอยู่ที่ 30-40% เหมือนกัน
ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นถึงจะยังไม่โตเต็มที่ แต่หน้าตาผิวพรรณเนียนละเอียดระดับนี้ก็เกินความคาดหมายของเซนไปมาก
เด็กนี่หน้าตาดีโคตร ดีแบบไปเป็นเน็ตไอดอล อินฟลูเอนเซอร์ หรือจะไปเป็นดาราก็ไม่ติด
น่าเสียดายก็แต่ดวงตากลมโตที่ปูดบวมเหมือนร้องไห้มาอย่างหนักแม้ไม่รู้ว่าร่างนี้ร้องไห้จากเรื่องอะไร แต่เขาคล้ายสัมผัสถึงความเศร้าของเจ้าของร่างได้อย่างชัดเจน
นายช่างหนุ่มใช้ปลายนิ้วไล่สัมผัสดวงหน้าของเด็กหนุ่มที่ตัวเองครอบครองร่างอยู่ พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ กระจกพลางเพ่งพิศอย่างตกตะลึง
ตอนแรกว่าเด็กนี่หน้าตาดีแล้วแม้จะมีผมปิดบังหน้าตาเอาไว้ แต่พอเอาผมขึ้นหมดแล้วเขยิบเข้าไปดูใกล้ ๆ พอเห็นชัด ๆ แล้วต้องบอกว่าเด็กนี่หน้าตาดีมาก ๆ
ทั้งคิ้วได้ทรง ปากกระจับ จมูกโด่งรั้นแบบชาวตะวันตกได้รูป ผิวเนียนละเอียดแม้จะขาวจนดูซูบไปเล็กน้อย แต่สิ่งละอันพันละน้อยต่างถักทอให้ใบหน้านี้ให้มีความยูนิเซ็กซ์ที่จะมองให้สวยก็ได้ จะมองให้หล่อก็ดี
อาจจะเป็นเพราะเด็กนี่เหมือนไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน บวกกับร่างกายที่ผอมมาก ถ้าไม่นับลักษณะโครงสร้างของเด็กผู้ชาย มอง ๆ ไป ก็ยากจะบอกได้ว่าเด็กคนนี้เป็นเพศไหน
น่าเสียดายทั้งที่มีต้นทุนหน้าตาสูงอย่างมาก เพียงแต่ความอิดโรยจากการร้องไห้อย่างหนัก กลับทำให้ส่วนผสมอันลงตัวที่พระเจ้าบรรจงสร้างนั้นหมองหม่นลง
ยิ่งทรงผมนั่นให้ตายเหอะ เหมือนไว้ผมยาวกลัวคนรู้ว่าหล่ออะ
นายช่างที่อยู่ในร่างเด็กหนุ่มกวาดสายตามองไป ก็สังเกตเห็นรูปถ่ายครอบครัวบนชั้นหนังสือ ในนั้นมีชายวัยกลางคนและหญิงสาวใบหน้างดงาม พร้อมกับเด็กหญิงชายอีก 3 คน ซึ่งไอ้คนที่เอาผมหน้าม้าปิดมายันคางแล้วรวบผมไว้ข้างหลังอย่างลวก ๆ ไม่เห็นแม้แต่กระทั่งดวงตาแบบนั้น
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน่าเด็กที่เฉิ่มขนาดนี้คงจะเป็นเจ้าของร่างนี้สินะ
ให้ตายเถอะ ดูพี่น้องชายหญิงของเธอที่จัดผมแต่งหน้าเฉิดฉายสุด ๆ แล้วมองดูนายสิไอ้น้อง เหมือนกับหลุมดำของภาพยังไงอย่างนั้น
เสียของแท้ ๆ
มีหน้าตาเป็นทรัพย์ขนาดนี้ แต่กลับถูกฝังกลบซะมิด ทั้ง ๆ ที่หน้าตาผิวพรรณเผลอ ๆ จะดีกว่าพี่น้องของเขาอีก
แต่ครั้นนายช่างหนุ่มกวาดตามองรอบห้องแล้ว นอกจากแป้งกับหวีโง่ ๆ เด็กคนนี้ก็ไม่มีเครื่องสำอาง สกินแคร์หรืออุปกรณ์ทำผมใด ๆ ไม่ต้องคิดถึงเจลจัดแต่งทรงผมหรือยางมัดผมดี ๆ ที่ไม่ใช่แค่ยางสีดำ ก็มีแค่แป้ง 1 กระป๋องถ้วนเท่านั้นจริง ๆ
เจ้าของร่างนี่เติบโตมายังไงกันแน่เนี่ย
เขาต้องจับผมทัดหูแก้ปัญหาผมที่ผมที่ยาวเกินไป พอมองแบบนี้ก็ยิ่งไม่เหมือนเด็กผู้ชายขึ้นไปใหญ่
หรือว่า?
เซนเงยหน้าเล็กน้อยแล้วมองลูกกระเดือกที่นูนขึ้น มือก็จับไปตามแผ่นอกแล้วจับที่เป้ากางเกงด้านล่างด้วยความเร็วสูง
เฮ้อ โอเค โล่งใจ ถูกแล้วๆ อย่างน้อยก็เข้ามาสิงร่างเด็กผู้ชาย
ตอนแรกที่เห็นใบหน้าที่ทั้งสวยทั้งหล่อแบบแยกเพศไม่ได้ก็อดไม่ได้จะกังวลอยู่บ้าง
ชายหนุ่มมองมือที่เรียวสวยแบบลูกคุณหนู แวบหนึ่งเขาก็อดคิดไม่ได้จริง ๆ ว่า หรือจะเข้ามาสิงร่างเด็กผู้หญิง
ถึงแม้เขาจะมีรสนิยมทางเพศของเซนนั้นจะได้ทั้งหญิงและชาย แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิง
บอกตรง ๆ ถ้าเป็นผู้หญิงเขาก็คงทำตัวไม่ถูก
ติ๊ง!
เริ่มต้นระบบกาแล็กซีแห่งชีวิต
เสียงที่จู่ ๆ ดังขึ้นในหัวพาให้เขาหันมองไปรอบห้องที่คับแคบแห่งนี้อย่างตกใจ ก่อนที่หน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวอ่อนเหมือนในหนังเรื่องเดอะเมทริกซ์จะเด้งขึ้นมาตรงหน้า
ดาวน์โหลดภาษา 5%
ภาษางั้นเหรอ นี่ไม่ได้พูดภาษาไทยหรอกเหรอ
ฉิบหาย
เขารีบเดินไปที่โต๊ะหนังสือ หน้าจอโฮโลแกรมที่เปิดขึ้นมานั้นก็หมุนตามตัวเขาราวกับเงาตามตัว
นายช่างหนุ่มสุ่มหยิบหนังสือบนชั้นวางขึ้นมาแล้วพลิกดูอย่างรวดเร็ว
อะไรกันวะเนี่ย อ่านไม่ออกเลยสักตัว ภาษาไทยก็ไม่ใช่ เกาหลี ญี่ปุ่น อังกฤษ ไม่ใช่ทั้งนั้น
เขาล้มตัวลงไปนั่งที่เตียงอีกครั้งพร้อมกับใช้สมองตรึกตรองต่อจิ๊กซอว์ข้อมูลต่าง ๆ ทีละเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองหน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวที่เหมือนในหนังฮอลลีวูดที่เขาชื่นชอบอย่างสงสัย
ลองเอามือไปจิ้ม ๆ แตะ ๆ หน้าจอ จู่ ๆ ตัวอักษรก็เปลี่ยนทันที
กำลังดาวน์โหลดข้อมูล โปรดรอ
เชี่ย ของจริง ทัชสกรีนได้อีกต่างหาก นี่ชีวิตเรากำลังเจอกับอะไรอยู่วะเนี่ย
ดาวน์โหลดภาษา 5 ภาษา สำเร็จ กำลังติดตั้ง
ตึก!
พลันความเจ็บปวดก็แทรกซึมลึกเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วรุนแรง
จนเด็กหนุ่มต้องกุมขมับไว้แน่น หว่างคิ้วได้รูปย่นยู่เข้าหากันก่อนจะเอนตัวลงนอนด้วยความเจ็บปวดทรมานเขาเหลือบตามองไปที่หน้าจอแล้วนอกจากตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นแล้ว ก็ไม่มีปุ่มใด ๆ ให้ตอบรับหรือปฏิเสธเลยสักนิด ด้วยความเจ็บปวดที่แทรกซึมลึกเข้ามาในสมองทำให้เขาหายใจกระชั้น
“มีปุ่มยกเลิกไหม ผม ปวด หัว ไม่ ไหว แล้ว”
เซนพยายามถามเพื่อหาทางหยุดความเจ็บปวดที่ซึมลึกเข้ามาในสมองนี้อย่างกระท่อนกระแท่น แต่กลับไม่มีการตอบสนองใด ๆ จากหน้าจอนั้นแม้แต่น้อย
“อย่างน้อยก็ต้องลดความเจ็บปวดให้หน่อยสิวะ”
เขาสบถอย่างหัวเสีย แต่น้ำเสียงกลับอ่อนระโหยโรยแรงเต็มทน
หลังจากทนความเจ็บปวดเจียนตายยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมง หน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฏอักษรแถบหนึ่งและน้ำเสียงสังเคราะห์ที่ดูเหมือนหุ่นยนต์ AI ก็ดังขึ้นในที่สุด
ไม่อนุญาตให้มนุษย์โลก รหัส 0115-4622-1544 ยกเลิก
“งั้น ขอยาแก้ปวด หรืออะไรก็ได้ระงับความปวดหัวนี้ได้ไหมครับคุณระบบ” เซนอ้อนวอน
คล้ายได้ยินเสียงถอนหายใจหยามเหยียดจากอีกฝ่าย ก่อนแสงสว่างจะเจิดจ้าขึ้น พร้อมกับสติของเซนที่เข้าสู่ห้วงนิทราเพียงแค่อีกฝ่ายโบกมือ
กำลังถ่ายโอนความทรงจำ 1%
กำลังติดตั้งระบบสุ่มแพลนเน็ต 1%
กำลังติดตั้งระบบภารกิจ 1%
กำลังติดตั้งระบบสุ่มอาชีพ 1%
หน้าจอโฮโลแกรมแสดงค่าการดาวน์โหลดและติดตั้งมากมายที่เริ่มต้นและแล้วเสร็จติด ๆ กัน จากรุ่งอรุณสู่ยามค่ำอันมืดมิด โดยที่เจ้าของร่างไม่ได้รับรู้อะไรด้วยเลยสักนิด
การติดตั้งแล้วเสร็จ
หน้าจอดับลงก่อนจะแสดงผลขึ้นมาใหม่ นอกจากตัวอักษรแล้วเจ้าเหมียวสีขาวตาสีฟ้าค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าจอ มันอ้าปากร้องเหมียวครั้งหนึ่งก่อนจะมองดูโฮสต์ที่นอนหลับสลบไสลไม่ได้สติ แล้วถอนหายใจ
เจ้าของห้องเล็กที่แคบเท่าแมวดิ้นตายแห่งนี้ก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมามองหน้าแมวสีขาวรูปร่างแลดูปราดเปรียวสมส่วนแบบแมวขาวมณีกำลังนั่งจ้องมองมันแบบ 3D ในหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงอยู่ด้านบนร่างของเขาอย่างประหลาดใจ
มะ แมว อย่างบอกนะว่าระบบเป็นแมวน่ะ
ระบบที่เย็นชาเมื่อครู่นี้หายไปแล้วเหรอ อย่าเอาแมวมาหลอกล่อกันให้ตายใจ แล้วสุดท้ายก็เอาพี่ระบบสุดโหดก็กลับมานะ
เซนหรี่ตามองพร้อมกับพูดอย่างไม่แน่ใจ “อย่าบอกนะ ว่าแกคือระบบเมื่อครู่นี้อะ”
เจ้าตัวเล็กเอียงหัวเล็กน้อยกะพริบตาปริบ
{ อ๋อ นายท่านน่าจะได้เจอกับท่านผู้ดูแลนะเนี๊ยว กระผมจะเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อระบบติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเท่านั้น }
“คนละตัวสินะ มิน่าล่ะ”
ทันในนั้นเซนก็หันไปมองหน้าจอโฮโลแกรมอีกรอบ เดี๋ยวนะ นี่เราคุยกับแมวเหรอวะเนี่ย
แมวน้อยผงกหัวเล็กตอบรับ ก่อนจะส่งเสียงเล็กใสพูดต่อ
{ เอาเป็นว่า ยินดีต้อนรับนายท่านเข้าสู่ระบบกาแล็กซีแห่งชีวิตเนี๊ยว กระผมรับหน้าที่เป็นทูตจากกาแล็กซีมาสื่อสารกับนายท่าน หลังจากติดตั้งระบบเรียบร้อย ทางระบบได้ทำการสุ่มแพลนเน็ตให้กับนายท่านระหว่างที่ทำการติดตั้ง }
หางสีขาวนั้นโบกสะบัดพัดไปมาอย่างพอใจ
{ ทำให้ตอนนี้นายท่านถูกส่งมาอยู่แพลนเน็ตหรือดวงดาวที่มีชื่อว่า ‘อความารีน’ หรืออีกชื่อก็คืออัญมณีสีน้ำเงิน พิกัด รูหนอนที่ 78025.5421 เหนือ 8463644.525651 ตะวันออกเนี๊ยว }
เขาทอดถอนใจ พยายามทำใจให้ชินกับความแฟนตาซีของโลกใบใหม่ด้วยการเอามือตบ ๆ แก้มของตัวเองเรียกสติ
โอเค ทฤษฎีสมการสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ที่เสนอว่ามีอุโมงค์2 จุดใน Spacetime ใช้เดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยไม่ต้องผ่านอวกาศตามปกติก็อาจจะมีจริง ๆ น่ะสิ และโลกใบนี้ก็อาจจะเป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่ต่างจากมนุษย์อาศัยอยู่ เหมือนที่นาซ่ากำลังค้นหา
หรือไม่แน่ก็อาจจะรู้แล้ว แล้วปกปิดไว้ก็ได้ ในเมื่อก็นาซ่าเองไม่ใช่เหรอที่ออกมายอมรับว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่อาศัยอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก
เขาขบคิดแต่ก็พลันเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือหินมงคลกรีนไทเกอร์กับหยกเขียวที่ใส่ติดตัวเป็นประจำอย่างตื่นตะลึง
แล้วทำไมสร้อยข้อมือหินของเราถึงได้ทะลุรูหนอนมาด้วยได้ล่ะ?
เซนก้มลงมองตัวเองอีกรอบก็ไม่ได้มีส่วนไหนที่เป็นของเขาเลยแม้กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังเป็นของเด็กหนุ่มในโลกนี้
มีเพียงสร้อยข้อมือเส้นนี้เส้นเดียวที่ติดตามเขามาจากโลก
แปลก จะบอกว่าเป็นของเก่าแก่ก็มีเพียงแค่หยกสีเขียวเม็ดเดียวที่ได้มาจากคุณย่า นอกนั้นเขาก็ซื้อมาร้อยเองที่สำเพ็งจะไปมีอะไรพิเศษได้
ถึงอย่างนั้น หยกเม็ดเดียวของคุณย่านี่น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่น่าสงสัยที่สุด เพราะกรีนไทเกอร์ที่รายล้อมนั้นก็ธรรมดาจนไม่อาจจะธรรมดาไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
เขานึกถึงใบหน้าใจดีของหญิงชราที่เสียไปกว่า 5 ปีขึ้นมา แล้วอดคิดถึงวินาทีเป็นตายของชีวิตที่เรียกหาย่าของตัวเองไม่ได้
ในชีวิตก่อนของเขาพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ตอนที่เซนยังเด็ก ชายหนุ่มแทบไม่เคยเห็นหน้าตาของผู้ที่ทำให้เขาเกิดมาด้วยซ้ำ
แม้พวกเขาจะทิ้งเซนตั้งแต่แบเบาะให้เติบโตมากับคุณย่า แต่คุณย่าสายธารก็ดูแลและเอาใจใส่เขา เป็นทั้งพ่อทั้งแม่และญาติสนิทเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเซน
และแม้กระทั่งวาระสุดท้ายที่นายช่างหนุ่มตายแบบซวยบรม ก็อาจจะเป็นเพราะหยกแอปเปิลเม็ดที่คุณย่าให้กับเขา พาให้ชายได้มีโอกาสใช้ชีวิตเป็นครั้งที่ 2 ก็เป็นได้
พูดตรง ๆ คนที่ไม่มีโชค ซื้อหวยไม่เคยถูกอย่างชายหนุ่ม ไม่มีทางที่จะได้จับพลัดจับผลูได้เป็นผู้โชคดีทะลุมิติแน่นอน
แต่ถ้าเรียกเป็นซวยจนได้ทะลุรูหนอนมาที่นี่ก็ไม่แน่
‘ขอบคุณครับย่า’
{ เนื่องจากนายท่านเป็นมนุษย์ดาวโลกคนเดียวที่เดินทางมาถึงที่ดาวอความารีน ระบบกาแล็กซีแห่งชีวิตได้มอบกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน ให้แก่นายท่าน 4 กล่อง ยอมรับหรือไม่ }
เซนมองหน้าจอที่มีกล่องของขวัญ 3 มิติลอยตรงหน้า หากสายตากลับไม่ได้จับจ้องอยู่ที่หน้าจอโฮโลแกรมแม้แต่น้อย
เพราะส่วนลึกในจิตใจของชายหนุ่มนั้น กำลังหวนรำลึกคิดถึงญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่ล่วงลับไปแล้ว จนระบบแจ้งเตือนให้รับของขวัญอีกครั้ง จึงได้รู้ว่าเอื้อมมือไปกดยอมรับได้อย่างไรก็ยังไม่ทันรู้ตัว
{ ต้องการเปิดกล่องของขวัญเลย หรือเก็บไว้ในช่องเก็บของเนี๊ยว }
ช่องเก็บของ?
จะว่าไปก็เหมือนเกมอยู่นิด ๆ นะเนี่ย มีของขวัญให้ผู้เล่นเริ่มต้น มีช่องเก็บของด้วย งั้นก็คิดซะว่า เรากำลังเล่นเกมอยู่ก็น่าจะไม่ผิด เล่นดีเล่นแย่ยังไงก็แค่ตายอีกรอบเองไม่ใช่รึไง
โครกคราก!
เสียงท้องร้องดังขึ้นทำลายความเงียบ เซนถึงจะพึ่งคิดได้ว่าตั้งแต่ที่เขาทะลุมิติมา ยังไม่ทันได้กินอะไรเลยสักคำ น้ำสักหยดก็ยังไม่ตกถึงท้อง มาถึงก็ถูกระบบทรมานด้วยการติดตั้งดาวน์โหลดอะไรไม่รู้มาทั้งวัน
หิวจะตายอยู่แล้ว
‘เก็บไว้ก่อนแล้วกันเจ้าเหมียว’
ชายหนุ่มตอบในใจก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดไฟหัวเตียงไว้ค่อยสาวเท้าเดินออกไปที่ห้องครัว
ด้วยนิสัยกินลูกชิ้นตอนสุดท้ายแล้ว ของดีก็ต้องเก็บเอาไว้ก่อน ไม่เป็นไร พี่ไม่รีบ ตอนนี้กองทัพต้องเดินด้วยท้องสิ!
เอ๊ะ
เพียงแค่ขยับตัวหมายจะออกจากห้องพลันความทรงจำมากมายที่ระบบได้ดาวน์โหลดและติดตั้งไว้ก็พรั่งพรูราวกับสายน้ำ ไม่ว่าจะห้องนอนแห่งนี้ที่ถูกจัดให้มาอยู่ในโซนคนรับใช้ยังไง แม้กระทั่งห้องข้าง ๆ ยังเป็นของป้าแม่บ้านที่ชื่อว่าป้าแคทเทอรีน การได้รับความปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจนเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวช่องหลากสี
และใช่ ร่างใหม่ของเซนชื่อมีชื่อเดียวกับเขาคือ ‘เซน ดักกลาส (Zane Douglas) ’
จะต่างกันก็แค่โลกก่อนชื่อเล่นเขาชื่อเซน แต่ในดาวดวงนี้เซนนั้นถือเป็นชื่อจริง
เด็กหนุ่มตาสีเทากลมโตวัยย่าง 17 ปี นักเรียนม.ปลายปีที่ 6 กำลังจะสอบและจบการศึกษาในอีกไม่นาน ถึงแบบนั้นเขากลับฆ่าตัวตายด้วยการทานยานอนหลับเกินขนาดไปซะก่อน
เฮ้อ พูดก็พูดเถอะนะน้องชาย ถ้าชาติก่อนพี่หน้าตาดีขนาดนี้ หัวเด็ดตีนขาดยังไงพี่ก็ไม่ยอมตายง่าย ๆ แน่นอน
แต่น่าเสียดาย ถึงแม้จะชื่อเซนเหมือนกัน แต่ก็คนละคน เขาเองก็ไม่อาจเข้าใจความเครียดและความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่เจ้าของร่าง ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีความทรงจำของเด็กหนุ่มมาแล้ว แต่คนนอกก็คือคนนอก ไม่สามารถคิดแทนหรือโทษการตัดสินใจในจบชีวิตของเจ้าของร่างได้
ที่แน่ ๆ เด็กหนุ่มคนนี้ตายไปแล้ว และระบบกาแล็กซีแห่งชีวิตได้เข้ามาแทรกแซงดวงวิญญาณของพวกเขา ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขาทั้งคู่ชื่อเดียวกัน และเออตายในเวลาเดียวกัน
ให้ตายเหอะ มีลูกมีหลานอย่าไปตั้งชื่อลูกว่าเซนเชียว จะชื่อจริงชื่อเล่นก็เหอะ
ชายหนุ่มส่ายหัว หลังจากย่อยภาพความทรงจำมากมายในสมองและความทรงจำ พร้อมกับเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นในครัวขนาดใหญ่ในบ้านดักกลาสแห่งนี้
เขากวาดตามองไปที่ห้องครัวที่จัดข้างของเก็บอุปกรณ์เครื่องปรุงต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ในตู้เย็นที่มีอยู่หลายบานนั้นมีตู้หนึ่งที่คล้ายกลับมีชื่อเฉพาะของคนในบ้านให้เก็บของกินส่วนตัวได้
แต่ไม่เลย ในช่องชื่อของเขานั้นโล่งไม่มีอะไรในนั้นทั้งสิ้น
เพราะงั้นเขาจึงปิดตู้เย็นที่เป็นช่องส่วนตัวลง แล้วเปิดตู้ที่เขาเดาว่าน่าจะเป็นตู้เย็นส่วนกลาง แล้วหยิบโยเกิร์ตรสธรรมชาติกับขนมคุกกี้ที่วางอยู่ชั้นเสบียงที่ข้าง ๆ ตู้เย็นออกมานั่งกินประทังชีวิตอย่างเงียบเชียบ
ที่จริงเซนนั้นทำอาหารเป็นอยู่แล้ว แต่เพราะตอนนี้นั้นดึกมาก การจะทำอาหารใหม่กลางดึกตั้งแต่วันแรกที่ข้ามดวงดาวมาเลย ก็กังวลว่าจะทำให้แม่บ้านอย่าง ‘ป้าแคทเทอรีน’ ที่ห้องนอนอยู่ข้างกันจะได้ยินแล้วพุ่งเข้ามาดุด่าเอาได้
เจ้าของร่างเดิมนั้นเป็นคนไม่สู้คนอย่างสิ้นเชิง อย่าว่าแต่จะไปสู้แม่เลี้ยงเลย แค่แม่บ้านตัวเองก็ยังไม่กล้าแม้จะพูดปฏิเสธ
เพราะงั้นเขาจึงโดนทำโทษให้อดอาหารเพราะมากินข้าวไม่ตรงเวลาจากการกลั่นแกล้งของน้านาตาลี หรือแม่เลี้ยงสาวของตัวเองบ่อย ๆ
บ่อยจนเหมือนร่างกายนี้จะขลาดกลัวแม้กระทั่งจะหยิบกินอะไรในตู้เย็นของตระกูลตัวเองก็ไม่กล้า ยอมทนหิวจะผอมซูบ หรือนี่เป็นสาเหตุที่เด็กนี่สูงเพียง 175 เซนติเมตรเท่านั้น
ได้ยังไงร่างเก่าเขาสูง 185 เชียวนะ ไหงต้องมาอยู่ในร่างที่สูงน้อยกว่าเดิม 10 เซนติเมตรกันล่ะเนี่ย
เซนพยายามปลอบใจตัวเองว่าตอนนี้ร่างนี้ยังอายุ 17 ปีเท่านั้นยังสูงขึ้นกว่าเดิมได้ เพียงแค่เขาต้องเริ่มออกกำลังกายสักหน่อย กินอาหารที่มีประโยชน์ก็อาจจะทำให้ร่างนี้สูงขึ้นได้อีกนิดหนึ่ง
หลังจากจัดการอาหารง่าย ๆ ลงท้องแล้ว เด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ เดินกลับไปที่ห้องตัวเองด้วยฝีเท้าแผ่วเบา เกรงว่าป้าแคทที่อยู่ข้างห้องจะตื่นมาสร้างเรื่อง
ดูจากความทรงจำของเจ้าของร่างแล้ว ป้าแม่บ้านนี่เป็นคนของแม่เลี้ยงแบบ 100 % แถมยังเป็นมือขวาที่รังแกเซนคนก่อนมาตลอด ถ้าไม่มีคนหนุนหลัง แม่บ้านที่ไหนจะกล้าทำร้ายลูกชายของเจ้าของบ้านกันล่ะ
แกร๊ก!
ในขณะที่เซนกำลังจะบิดลูกบิดประตูห้องตัวเอง เสียงเปิดประตูห้องของป้าแม่บ้านดังขึ้น หญิงวัยกลางคนราว 40-50 ปี รูปร่างค่อนข้างท้วมก็แง้มประตูออกมามองด้านนอกราวอย่างหวาดระแวง เธอมองผ่านม่านความมืดมายังเด็กหนุ่มอย่างจับผิด
“นี่แกออกไปแอบกินอาหารในครัวมาใช่ไหม!” หล่อนพูดเข้าประเด็นด้วยเสียงสูงตั้งแต่เริ่มต้น
ดูจากน้ำเสียงคำเรียก นี่แม่บ้านที่หรือป้าศัตรูข้างบ้านกันแน่
ก็พอรู้อยู่หรอกว่ามีคนหนุนหลังเลยกร่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะกร่างขนาดเรียกลูกชายเจ้าของบ้านว่า ‘แก’ ขนาดนี้
เซนเม้มปากอย่างไม่ชอบใจ แม้ไม่อยากจะมีเรื่องตั้งแต่วันแรกที่ทะลุมิติมาดาวดวงใหม่แห่งนี้ เพราะเขายังไม่รู้จักที่นี่ดีพอเลยด้วยซ้ำ แถมความทรงจำที่พึ่งได้มาใหม่ก็ยังไม่ได้ตกตะกอนดี ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะต่างจากเจ้าของร่างเดิมมากหรือเปล่า แต่ปากแบบป้าแม่บ้านตรงหน้าก็ทำให้เขาขมวดคิ้วฉับ
คนเราให้อภัยกันได้ แต่แล้วทำไมเราต้องให้อภัยกันล่ะ
หล่อนแค่นเสียงหยามเหยียด “นิสัยขี้ขโมยนี่ไม่รู้ไปได้จากใครมา สงสัยจะเป็นแม่ที่ตายไปแล้วของแกละมั้ง คุณ ๆ ที่นี่เค้าก็ลูกผู้ดีกันทั้งนั้น”
แม่บ้านหรือนางร้ายในละครหลังข่าว ครอบครัวนี้ชักจะน่าสนใจมากขึ้นแล้วนะเนี่ย
ชายหนุ่มที่กำลังจะเดินเข้าห้องหันหน้ามาปะทะแม่บ้านข้างห้องพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“อ้าว ผมจะกินอาหารในบ้านตัวเองก็เป็นขโมยเหรอครับ”
เซนกอดอกมองต่ำ “อาหารกลางในบ้านตระกูลดักลาส ที่ทายาทอย่างผมยังกินไม่ได้ หรือว่าบ้านตระกูลดักกลาสเปลี่ยนมือไปเป็นของป้าแล้วเหรอครับ ถึงได้มาหาว่าผมเป็นขโมย”
เขาตอบกลับอย่างสบาย ๆ แต่ให้เดาจากปฏิกิริยาของแม่บ้านตรงหน้าที่มองหน้าชายหนุ่มเหมือนเห็นผี ก็น่าจะอนุมานได้ว่านายช่างหนุ่มได้หลุดคาแรคเตอร์ของหนุ่มน้อยเจ้าของร่างไปแล้วเรียบร้อย
ที่ผ่านมาเซนคนนั้นต้องไม่เคยเถียงป้าแม่บ้านของตัวเองมาก่อนแน่เลย ไม่งั้นคงจะไม่ต้องอดทนอดอยากในบ้านตัวเองหรอก
ที่จริงเซนเองก็ไม่ใช่คนพูดเก่งอะไร ติดจะมีนิสัยอินโทรเวิดด้วยซ้ำพูดกับใครไม่เก่งด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นอะไรที่มันควรเป็นของเรา ก็ต้องเป็นของเรา จะปล่อยให้เขาโขกสับทำไม แม่บ้านยังขนาดนี้คนอื่นในบ้านจะขนาดไหนกันล่ะ
“มะ ไม่ใช่ นี่บ้านตระกูล เอ๊ย นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน นี่เป็นบ้านของนายท่าน” แม่บ้านวัยกลางคนตอบผิดตอบถูกอย่างรับมือไม่ทัน
เซนเห็นอีกฝ่ายที่อึกอักอย่างไปไม่เป็นตั้งแต่เถียงกันแมตซ์แรกแล้วก็ส่ายหัว
“ผมน่ะควรจะสงสัยมากกว่า ดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้ป้ากำลังจะออกไปไหนล่ะครับอย่าบอกนะ จะแอบย่องไป ‘ขโมย’ กินอาหารของตระกูลผม ก็เลยมาโยนความผิดให้ผมแทน เอ๊ะ หรือจะไม่ใช่อาหารแต่เป็นอย่างอื่น”
เขาทำหน้าคิด ไม่ได้มองสาวใหญ่ที่ทั้งโกรธและหวาดกลัวไปพร้อม ๆ กันตรงหน้าแม้แต่น้อย
“โอ้ อะไรกันนะที่บางทีอาจจะไม่ใช่อาหาร เงิน ทอง ของมีค่า หรือว่า จุ๊ จุ๊ จะขึ้นไปชั้น 3 กันน้า”
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกอดอกมองอีกฝ่ายด้วยหางตาแบบที่เจ้าของร่างไม่น่าจะกล้าทำแน่ ๆ แต่แล้วไง มันได้เวลาปฏิวัติร่างนี้แล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นลูกไล่ให้แม้กระทั่งแม่บ้าน น่าอายเกินไปไหม
“แก ..”
ป้าแม่บ้านลากเสียงอย่างโมโห ยิ่งอีกฝ่ายพูดถึงชั้น 3 ที่เป็นห้องของคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงของบ้านแล้วยิ่งร้อนรน เจ้าเด็กนี่กำลังจะหมายถึงอะไรกันแน่ เธอไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมสักหน่อย
“ฉันจะไปฟ้องคุณนายเรื่องที่แกแอบไปกินอาหารในครัวตอนนี้เลย”
“ก็ไปสิครับ อยากขึ้นไปอยู่แล้วนี่ ชั้น 3 น่ะ” เขาเบือนหน้ามองนาฬิกาที่กำลังบอกเวลาว่าอีก 10 นาทีตี 2 ในความมืดแล้วหันหน้ามาจ้องป้าแคทแล้วยักคิ้ว
“ไม่ ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้คิดสกปรกแบบนั้น ฉันไม่ได้อยาก..”
ชายหนุ่มพูดแทรกขึ้นโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดจบประโยคสักนิด
“ไปบอกเลยครับ ผมจะได้บอกคุณน้านาตาลีด้วยว่าจู่ ๆ ผมก็เห็นคุณป้าแม่บ้านตื่นขึ้นมาด้อม ๆ มอง ๆ ตอนกลางดึก”
เขาเอานิ้วลูบคางพร้อมกับหรี่ตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เอ้ สงสัยจะขึ้นไปชั้น 3 บ่อย ๆ ตอนที่คุณน้าไม่อยู่รึเปล่านะ ที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้สังเกตห้องข้าง ๆ เท่าไหร่ด้วยสิ คุณพ่อยังนอนข้าง ๆ คุณน้า หรือว่าย่องไปทำเรื่องไม่ดีอะไรแล้วผมบังเอิญจับได้พอดีรึเปล่าเนี่ย ว้า ป้าก็ไม่เบานะ อายุปูนนี้แล้วยังเปล่าเปลี่ยวอยู่สินะ”
“แกอย่ามามั่ว!” หล่อนตวาดลอดไรฟันเสียงแผ่วเมื่อคิดได้ถึงความหมายเชิงชู้สาวที่ไอ้เด็กนี่สื่อ
“ฉันไม่ได้...”
“ไม่ได้แล้วทำไมจะตื่นมาตอนนี้ล่ะครับป้า นี่จะตี 2 นะ ไม่ใช่ 2 ทุ่ม อย่างผมไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันจะหิวบ้างก็ไม่แปลก แค่กินโยเกิร์ตสักถ้วยที่ส่วนกลางมันจะทำให้ตระกูลผมล่มจมเลยรึไง นี่ก็บ้านผมนะ ว่าแต่ป้าเหอะครับ ‘แม่บ้าน’ อย่างป้าที่ยังด้อม ๆ มอง ๆ เจ้านายตอนนี้ ใครเค้าจะคิดว่าเจตนาดีบ้างล่ะ”
“แก” หล่อนกำลูกบิดประตูจนไหล่สั่นอย่างจนคำพูด ก่อนจะปิดประตูกลับไปที่ห้องตัวเองไปดื้อ ๆ ที่น่าตลกคือป้าแคทเทอรีนปิดประตูด้วยความเบามือเหมือนกลัวคนจะรู้ว่าหล่อนยังตื่นอยู่จริง ๆ
เซนพ่นลมหายใจออกมาทางจมูก
ถามจริงเซน นายแพ้ยัยป้าข้างบ้านแบบนี้เหรอเนี่ย ไม่ไหวเลยจริงๆ
แต่จะว่าไป นี่ก็เป็นการใช้พลังในการพูดมากเกินไปในรอบปีของเขาเลยนะเนี่ย ไม่คิดว่าเข้ามาสิงร่างคนอื่นในครั้งแรกก็ต้องออกแรงต่อปากต่อคำกับคนอื่นขนาดนี้เลยสักนิด
สงสัยจะต้องหาอะไรกินเพิ่มพลังสักหน่อย
เอาเถอะ ทำไงได้ ถ้าฉันยังต้องอยู่ที่นี่ ของของนายก็เป็นของของฉันแล้ว ถึงจะไม่ค่อยชอบทะเลาะฟาดฟันกับใคร แต่ฉันก็ไม่ใช่คนจะยอมให้ใครมาชี้หน้าฉอด ๆ หรือแย่งของฉันไปเหมือนกัน
หึ ถ้าต้องสู้ก็สู้กันสักตั้ง เดี๋ยวลูกพี่คนนี้จะดูแลจัดการให้เอง ไว้ใจได้เลยไอ้น้อง!
โปรดติดตามตอนต่อไป
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่
// นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1
“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต
// นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่
เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก
“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต