Share

บทที่ 4 ได้เวลาชอปปิง

last update Last Updated: 2025-04-04 05:19:00

“สวัสดีค่ะ เชิญชมด้านในก่อนได้นะคะ”

พนักงานหญิงที่อยู่หน้าร้านขายมือถืออย่างเป็นทางการของแบรนด์ที่มีหน้าตาคล้ายแอปเปิลกัดเอ่ยขึ้น พร้อมกับผายมือไปด้านในอย่างกระตือรือร้น

ในดาวอความารีนนี้ Orange เป็นหนึ่งในยี่ห้อมือถือที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในจักรวรรดิกริม และมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับ Top3 ในทุกทวีป

เด็กหนุ่มค่อย ๆ ดูมือถือที่ที่เขาหมายตา ก่อนจะจับเครื่องพลิกหน้าหลังลองน้ำหนักมือ เขาตัดสินใจมาตั้งแต่อยู่บ้านแล้วว่าจะไม่ซื้อมือถือที่มีราคาแพงที่สุด ขอเพียงเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในราคากลาง ๆ ก็พอ เพราะแค่นี้ Orange ก็เป็นมือถือที่มีราคาแพงกว่าคู่แข่งไม่น้อย

“รุ่นนี้ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นนะคะลูกค้า ผ่อน 0% 10 เดือน หรือถ้าจ่ายสดจะลดลงจาก 3259 เหรียญ เหลือ 3000 เหรียญเงินถ้วน แถมฟรีหูฟัง orange ด้วยค่ะ”

“งั้นผมเอารุ่นนี้สีดำ 1 เครื่อง จ่ายสดครับ”

เธอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างอย่างยินดีเมื่อเจอลูกค้าตัดสินใจเร็วไม่เรื่องมาก

“ได้ค่ะลูกค้า ตามมาชำระเงินและลองเครื่องตรงที่พักรับรองด้านนี้เลยค่ะ” กล่าวพร้อมกับเดินนำไปที่โซนรับรองพิเศษที่ยังว่างอยู่

เซนยื่นเงินสด 3000 เหรียญเงินให้เธอ หลังจากที่เดินมานั่งรอที่ที่นั่งโซฟาโออ่าด้านใน

“รับมา 3000 เหรียญถ้วนนะคะ เดี๋ยวคุณลูกค้ารอสักครู่ ดิฉันจะจัดการจ่ายเงินและนำเครื่องมาให้ลูกค้าลองเทสค่ะ” เธอเสิร์ฟน้ำเปล่าให้เขา ก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน

“ได้ครับ”

เซนมองไปรอบ ๆ ร้านอย่างสนใจ สมกับเป็นมือถือที่มีคนใช้เป็นลำดับต้น ๆ ของจักรวรรดิ ตกแต่งร้านสบายตาการบริการก็ดี แถมยังมีผู้คนเข้ามาดูสินค้าไม่ขาดสาย พนักงานที่นี่แทบจะไม่เคยได้หยุดพักก็ต้องบริการลูกค้าติด ๆ กันแต่พวกเขาก็ยังบริการอย่างยิ้มแย้มนอบน้อม

พลันสายตาของเด็กหนุ่มก็ไปหยุดที่ร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังควงแขนกันเข้ามาดูโทรศัพท์ ในห้วงความทรงจำของเขาเหมือนจะจำได้ว่าทั้งคู่นี้เป็นเพื่อนในกลุ่มของแอชตัน ลูกติดของแม่เลี้ยงเจ้าของร่างเดิม

ในขณะที่เซนพยายามคิดว่าคนนี้ใช่เพื่อนของแอชตันจริง ๆ ไหม เขาก็คิดถึงทักษะที่เขาพึ่งได้มา และเมื่อคนทั้ง 2 เดินเข้ามาในระยะรัศมีที่สแกนได้ เข้าจึงเรียกใช้ทักษะดวงตาแห่งความจริงตรวจสอบชายหนุ่มเบื้องหน้าทันที

// ชื่อ : นากามูระ ไค

อายุ :19

อาชีพ : นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งเมืองโบรอน สาขาเครื่องยนต์ ปีที่ 1

ความถนัด : ไม่มี

หมายเหตุ : ลูกชายคนเดียวของตระกูล นากามูระ เจ้าของอู่ซ่อมและตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถหรู นากามูระ 10 แห่ง ในจักรวรรดิกริม (เพื่อนในกลุ่มของแอชตัน ลูกพี่ลูกน้องของคุณ) //

เซนหรี่ตาลง ก่อนจะหันข้างให้คนทั้ง 2 ทำตัวไม่รู้จักอย่างแนบเนียน

ในความทรงจำของเจ้าของร่าง นากามูระคนนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของแอชตัน ลูกติดของแม่เลี้ยงตัวเอง แต่ด้วยความที่ตระกูลนากามูระมีอิทธิพลในเมืองโบรอนอยู่บ้าง เวลาที่พวกเขารวมหัวแกล้งเซนจะทำลับหลังชายคนนี้เสมอ เสมือนเป็นบุคคลที่แม้แต่ตระกูลพวกเขาก็ไม่สามารถล่วงเกินได้

// ชื่อ : หลิวกุ้ยอิง

อายุ :18

อาชีพ : นักเรียนมัธยมปลายปีที่ 6/10 โรงเรียนประจำเมืองโบรอน

ความถนัด : ไม่มี

หมายเหตุ : ลูกสาวคนกลางของร้านขายยาผิงอัน //

เซนอ่านรายละเอียดของหลิวกุ้ยอิงแล้วก็ยิ่งต้องส่ายหัว

ผู้หญิงคนนั้นเขายิ่งไม่รู้จักเลย มีสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงพวกเขาได้ก็คือการที่เธอเรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำเมืองโบรอน ที่เดียวกับเอรินกับแอชตัน

และแน่นอนเซนถูกแยกให้ไปเข้าโรงเรียนอันดับ 2 คนเดียว โดยอ้างว่าผลการเรียนของเด็กหนุ่มไม่ดี ทำให้ไม่สามารถสอบเข้าโรงเรียนประจำเมืองได้ แถมการเข้าเรียนที่นี่ก็ยังต้องใช้เงินจำนวนมากยัดให้อาจารย์ใหญ่เพื่อซื้อที่เรียนให้เจ้าของร่างอีกทีหนึ่ง

ชีวิตของเจ้าของร่างจะน่าสงสารเกินไปแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้ตั้งแต่เล็กจนโตทั้งที่เป็นทายาทสายตรงของตระกูลดักกลาส กลับไม่เคยมีหนังสือใหม่เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะหนังสือหรือเสื้อผ้าต่าง ๆ ล้วนเป็นของมือ 2 ที่ตกทอดมาจากแอชตัน ไม่ก็ของญาติพี่น้องฝั่งไหนไม่รู้ให้มา ไม่มีโอกาสได้เรียนพิเศษไม่ว่าจะทั้งทางวิชาการหรือดนตรีเหมือนที่ลูกทั้ง 2 ของแม่เลี้ยงเรียนได้ ทั้งๆ ที่ลูกของพ่อจริง ๆ มีเพียงแอรินเท่านั้น ส่วนแอชตันเป็นลูกติดของน้านาตาลี แต่เชื่อเหอะเขาใช้ชีวิตได้เหมือนเป็นคุณชายของตระกูลดักกลาสมากกว่าเซนเยอะ

ขนาดไปโรงเรียนยังถูกเด็กเกเรในห้องคอยกลั่นแกล้งเสมอ รู้ดีว่าเบื้องหลังเป็น 3 คนแม่ลูกนั่นกลับทำอะไรไม่ได้ ด้วยนิสัยไม่สู้คนเป็นทุนเดิม แถมเมื่อไหร่ที่เขาเริ่มเปิดปากพูดกับพ่อ แม่เลี้ยงก็จะชักจูงพ่อให้ออกนอกประเด็นเสมอ เรื่องราวต่าง ๆ จึงไม่เคยถึงหูผู้เป็นพ่อเลยสักครั้ง

ผู้ชายคนนั้นยังคิดว่าเขาเลี้ยงเจ้าของร่างมาอย่างดี ให้เป็นคนประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ลูก 3 คนได้เงินไปโรงเรียนวันละ 5 เหรียญเงินอย่างเท่าเทียม

เหอะ ความจริงคือเซนได้เงินแค่วันละเหรียญ ไม่รู้อีก 4 เหรียญมันหายไปไหน

“ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนะคะ นี่เป็นบิลค่ามือถือค่ะ” พนักงานสาวค้อมตัวพร้อมกับยื่นบิลใบเสร็จพร้อมกับวางกล่องมือถือรุ่นใหม่สีดำที่เขาพึ่งจ่ายเงินไว้ด้านหน้า

“จะให้ดิฉันแกะกล่องเพื่อเริ่มเทสเลยรึเปล่าคะ”

เด็กหนุ่มถอนหายใจเมื่อเห็นว่าพนักงานของร้านมาสักที หากปล่อยนานไปกว่านี้ก็กลัวว่านากามูระจะจำเขาได้ บรรยากาศของคนคู่นี้ทั้งที่ดูเหมือนจะเป็นเด็กวัยกำลังเรียน แต่สายตาที่มองต่ำหยิ่งผยองไม่เห็นใครในสายตาทำให้คนทั่วไปในร้านไม่อยากมีปัญหาด้วย

ขนาดที่ทั้ง 2 เดินผ่านเซนไปยังไม่มีทีท่าว่าจะเขาได้แม้แต่น้อย แถมหลิวกุ้ยอิงอะไรนั่นยังเดินเลี่ยงหลบเขาอย่างกับเด็กหนุ่มเป็นโรคระบาด

เฮ้ เขาก็แค่ไม่มีชุดใหม่เท่านั้นรึเปล่า ผมยาวก็มัดรวบไว้อย่างดีแล้วแท้ ๆ แค่แลดูเก่าซอมซ่อไปหน่อยเอง

นายช่างหนุ่มก้มหน้าก้มตาเทสมือถือรุ่นล่าสุดอย่างชำนาญ วิทยาการของโลกกับดาวอความารีนต่างกันไม่มาก อย่างไรมือถือหลักการเทสก็เหมือน ๆ กัน

เซนรีบเทสรีบจัดการเซ็นประกันหน้าจอของเครื่องหลังจากฝากทิ้งกล่องหรืออื่น ๆ ใด ๆ ที่ไม่จำเป็นกับพนักงานแล้ว เด็กหนุ่มก็รีบเดินตัวปลิวออกจากนอกร้านทันที ไม่ทันได้สังเกตสายตาของชายตระกูลนากามูระที่ปลายตามาพลางครุ่นคิดแม้แต่น้อย

เซนเริ่มต้นชอปปิงอย่างบ้าคลั่ง เครื่องสำอาง สกินแคร์ ชุดใหม่นับ 10 ชุด ไม่ว่าจะชุดไปรเวท ชุดออกกำลังกาย ที่ควรมีแต่เจ้าของร่างไม่เคยได้มีเขาก็ซื้อหมด รวมถึงรองเท้าอีก 5-6 คู่ ที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันและนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าได้ง่าย

โชคดีที่สามารถยัดทุกอย่างลงไปในช่องเก็บของในสร้อยข้อมือได้ ไม่อย่างนั้นคงหาคำตอบให้กับคนที่คอยเกาะติดชีวิตของเขาไม่ได้แน่ ๆ

จนเวลาบ่ายแก่เด็กหนุ่มรูปร่างผอมเพรียวก็แทบจะเรียกได้ว่าเปลี่ยนไปทั้งตัว ทั้งทรงผมสั้นที่ถูกช่างเซตผมไว้อย่างดี จับเข้าคู่กับชุดแนวสตรีทขาวดำที่ซื้อมาใหม่ ตอนนี้แม้กระทั่งให้พ่อหรือใครมาเห็นก็ไม่มีทางที่จะจำเซนได้แน่นอน

พอได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ จัดการทรงผมการแต่งตัวเดิม ๆ ออกไป ออร่าความหน้าตาดีที่แผ่ออกมาจนทำให้คนที่เดินผ่านบางคนต้องแอบเหลียวหลัง

‘นี่แคนดี้ ภารกิจที่บอกว่าเป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน ด้วยเสียงเพลง/การเต้น ถ้าเต้นในติ๊กต็อก เอ้ย ใน SEE ก็ได้เหมือนกันใช่ไหม’

หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏขึ้นทันทีพร้อมกับเจ้าแมวตัวน้อยที่นอนกลิ้งบนพื้นอย่างสบายอารมณ์

// ได้เนี๊ยว //

แบบนี้ดีเลย ดูท่าวันนี้นอกจากจะลองไปดูย่านบันเทิงแล้วคงต้องลองเต้น SEE สักคลิปแล้วล่ะ

// ที่จริง ตอนนี้คนก็เริ่มสนใจเจ้านายแล้วนะเนี๊ยว //

เจ้าตัวเล็กเตือน ก่อนจะเปิดหน้าภารกิจ

[ภารกิจเริ่มต้น : เป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน ด้วยเสียงเพลง/การเต้น (เวลาจำกัด 72 ชั่วโมง)

เริ่มนับเวลาถอยหลัง 2 วัน 17 ชั่วโมง 32 นาที

ความสำเร็จ 12/2000]

“...”

นี่มัน อานุภาพของคนหล่อสินะ อย่าบอกว่าแค่เดินฮัมเพลงชอปปิง ก็มีคนสนใจเป็นสิบคนแล้ว

เขาสาวเท้าออกจากห้าง Grand center เหลือบมองท้องฟ้าที่แสงเริ่มอ่อนลงแล้วก็รีบเดินไปทางย่านถนนบันเทิงจากแผนที่ในแอปพลิเคชัน ตอนแรกว่าจะใช้โอกาสนี้สำรวจให้มากหน่อย แต่กลับหมดเวลาไปกับการซื้อของซะเป็นส่วนมาก

ชายหนุ่มเดินมองบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยร้านรวง ป้ายโฆษณาหลายแบบหลายขนาดแล้วก็ต้องทอดถอนใจออกมาไม่ได้ อย่างกับเดินที่สยามตอนวันเสาร์อาทิตย์ที่คนกำลังคึกคักมาก ๆ เลยแฮะ เผลอ ๆ ที่ดาวอความารีนแห่งนี้ความเจริญทางเรื่องวงการบันเทิงจะมากกว่าที่ไทยอยู่มาก

อาจจะเป็นเพราะเมืองโบรอนนั้นเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ในจักรวรรดิกริมที่นับว่าเป็นเมืองที่มีดารานักร้องไอดอลผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้งยังครองตลาดความบันเทิงใหญ่ระดับอันดับ 2 ของดาวอความารีน ไม่ใช่เพียงแค่ในทวีปกลางเท่านั้น แม้กระทั่งทวีปตะวันออก ทวีปทางใต้ก็ล้วนให้ความสนใจอุตสาหกรรมบันเทิงของที่นี่ทั้งนั้น การเงินและกำลังซื้อที่หมุนเวียนในธุรกิจบันเทิงของจักรวรรดิกริมต้องเป็นตัวเลขที่น่ากลัวอย่างไม่ต้องสงสัย

เรียกได้ว่าเป็นจักรวรรดิที่เป็นที่ฝันใฝ่ของผู้ที่ต้องการจะเดินทางสายบันเทิงทั้งเพลง ภาพยนตร์

ก็ไม่แปลกที่จะมีคนทำอาชีพไอดอล ดารา นักแสดงอยู่มากมายจนแทบจะเดินชนกัน

เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีเทาอ่อนยิ้มอย่างจนใจ ถึงแม้ชาติก่อนเขาจะเป็นวิศวกรที่ดูดี ร้องเพลงในคาราโอเกะก็ไม่แย่ หน้าตาก็ไม่เลวจัดว่าเป็นระดับท็อป ๆ ของบริษัท แต่อย่างไรมันก็ห่างจากการเป็นไอดอลอยู่มากโข ถ้าไม่มีระบบมาช่วยโกงอีกทางหนึ่ง และเพราะมันเป็น Rank A ที่ดีกว่าให้ไปเป็นเกษตรกรแล้วล่ะก็ เขาก็คงไม่มีทางเลือกอาชีพนี้ในโลกต่างแดนแน่นอน

เซนเดินมาหยุดที่สวนแห่งหนึ่งระหว่างทางที่จะเดินไปยังย่านบันเทิง ที่นี่เป็นสวนที่สาธารณะที่มีผู้คนไม่มากนัก เพียงเดินวนแป๊บเดียวก็หาเก้าอี้ยาวนั่งพัก พร้อมกับเลื่อนหาคลิปวีดีโอที่กำลังเป็นเทรนด์ใน SEE เลือกที่ดูเต้นง่ายและมีคนหล่อ ๆ สวย ๆ เล่นจนแผ่นเสียงเป็นไวรัลเข้าไว้ อย่างไรแอปพลิเคชันนี้ก็เหมือนกับติ๊กต็อกอย่างมาก อัลกอริทึ่มก็น่าจะไม่ต่างกันเท่าไหร่

ไอ้เรามันก็ตัวท็อปด้านเทคโนโลยีซะด้วย เรื่องแค่นี้ กล้วยๆ!

อันดับแรกมีของดีก็ต้องขาย ด้วยหน้าตาวิชวลผิดมนุษย์มนานี่ ถ้าบังเอิญไปฟีดที่แอคใครอย่างน้อยก็ต้องหลงดูคลิปบ้างแหละน่า

อันดับสอง กล้องต้องไม่ถือไกลเกินไป รู้จักมุมที่ดูดี

อันดับ 3 เลือกท่าเต้นก็เต้นง่าย ๆ แต่ติดไวรัลก็พอ ยังไงเราก็เน้นขายหล่อไปวัน ๆ อยู่แล้ว

แต่พูดก็พูดเถอะ เอาเข้าจริงแล้วถึงปกติที่โลกก่อนเขาจะเคยเต้นติ๊กต็อกมาบ้างแต่ก็เรียกได้ว่าเลเวลกาก ๆ กากแบบ อืม เห็นแล้วชาวบ้านน่าจะเลื่อนผ่านแบบไม่มีอะไรน่าจดจำ

แล้วมาดูตอนนี้สิ! เพียงแค่ใช้หน้าตาและทักษะที่อาชีพไอดอลจากระบบให้ เพียงแค่ดูท่าครั้งเดียวเด็กหนุ่มก็จำท่าได้ทันที

จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเทพขึ้นมาเลยแฮะ

คงเพราะมีแต่ท่ามือและงับคำร้องแค่ไม่กี่คำ เรียกได้ว่าเป็นแชลเลนจ์ที่ง่ายเป็นอย่างมาก

ยิ่งพอเริ่มอัดคลิป เซนกลับรู้สึกว่าทั้งการเล่นหูเล่นตา การเต้นด้วยท่ามือมันไหลลื่นราวกับเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ จังหวะยิ้มก็ยิ้มได้อย่างมีเสน่ห์ จังหวะเต้นก็ลงจังหวะ จังหวะที่ต้องเลื่อนวีดีโอเข้ามาใกล้มุมข้าง ที่เป็นมุมที่เซนดูดีเป็นอย่างมากก็ทำได้อย่างไร้ที่ติ

เรียกได้ว่าเทค2เทคก็ผ่าน หล่อทะลุแอปแบบโนฟิลเตอร์

นี่สินะ ทักษะของไอดอล Rank A

เด็กหนุ่มพิมพ์แคปชั่นลงไปง่าย ๆ แค่อิโมจิตัวเดียวเลือกติดแท็กที่กำลังไวรัลของแอปสัก 2 แท็ก ก่อนจะโพสต์อย่างชิว ๆ

ในที่สุดแอคเค้าน์ NARINZ ใน SEE ก็ได้เปิดตัวคลิปแรกง่ายๆ แบบนี้

“ขอโทษนะครับ พี่เป็นตากล้องที่ลงคลิปใน SEE ไม่ทราบว่าพี่จะขออนุญาตถ่ายรูปน้องได้ไหม?”

เสียงหนึ่งดังขึ้นตรงหน้า พร้อมกับชายรูปร่างสูงโปร่งที่น่ากลัวจะสูงกว่าเซนช่วงใหญ่จะก้มลงมาพร้อมกับยื่นหน้าจอกล้องที่ปรากฏภาพที่แอบถ่ายเขากำลังเต้นจากมุมไกล ๆ ให้เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้สาธารณะดูไปด้วย

เซนเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่จู่ ๆ ก็เข้ามาใกล้อย่างงง ๆ ใบหน้าของคนตรงหน้าหล่อเหลา ดวงตาเรียวคมสีดำขลับฃ่อนอยู่ในแว่นกรอบทรงสี่เหลี่ยม แม้จะไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวอะไรมากกว่าเสื้อยืดกางเกงยีนส์ แต่คนแบบนี้ดูน่าจะไปเป็นนายแบบมากกว่าจะมาเป็นตากล้องมากกว่านะ

“ผมเหรอครับ?”

ตากล้องหนุ่มยังยืนบังแสงอาทิตย์กึ่ง ๆ จะคล่อมร่างที่นั่งอยู่ที่ม้านั่ง คลี่ยิ้มที่มุมปากเล็ก ๆ ที่พาให้คนไม่อาจปฏิเสธเขาได้

“ใช่ครับ รูปที่พี่ถ่ายให้เราไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ ถ้าพี่จะขอถ่ายรูปเราเพิ่มแล้วลงใน SEE จะได้ไหม ขอเวลาแค่ 5นาทีเท่านั้นไม่รบกวนน้องแน่นอนครับ”

เซนครุ่นคิดในใจแป๊บนึง พร้อมกับยกมือกดดูรูปตัวเองในกล้องของอีกฝ่ายอย่างสนใจ

ไม่เลวแฮะ ยังไงเราก็ต้องการเป็นที่สนใจของคนทั่วไปอยู่แล้ว ให้เขาถ่ายรูปสักหน่อยก็คงไม่แย่

“ได้สิครับ แต่ผมไม่ใช่มืออาชีพไม่ถนัดถ่ายรูปหรอกนะ ยังไงพี่ก็ช่วยบอกหน่อยแล้วกันนะครับ” พูดพลางเงยหน้าขึ้นจากหลังกล้อง ดวงตากลมพลันโตขึ้นนิดหน่อยที่เห็นอีกฝ่ายก้มเข้ามาใกล้กับเขาห่างกันไปเพียงแค่คืบ - 2 คืบ ริมฝีปากก็เกือบจะชนกับใต้คางของเขาแล้วก็ขยับถอยออกอย่างรวดเร็ว

หมอนี่จะใกล้เพื่อ?

“ไว้ใจพี่ได้เลย” ช่างภาพหนุ่มยกตัวขึ้นพร้อมกับดึงกล้องโปรตัวใหญ่กลับคืนด้วยท่วงท่าสบายๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง เหมือนเมื่อครู่เป็นความบังเอิญที่คนแปลกหน้าเข้าใกล้กันเท่านั้น หลงเหลือเพียงแต่กลิ่นสนป่าที่ลอยวนในอากาศ

เซนยิ้มตอบ พร้อมกับเก็บมือถือเครื่องใหม่เอี่ยมลงในกระเป๋ากางเกง

“เดี๋ยวเราเดินมาตรงนี้หน่อยนะครับ ตรงมุมนี้สวนค่อนข้างสวยเลย น่าจะเหมาะกับการถ่ายรูป” เขาจัดแจงพร้อมกับเดินนำไปอย่างคล่องแคล่ว

พอยืนเทียบกันแบบนี้ก็พลันทำให้เซนรู้สึกว่าส่วนสูง 175 นี่มันเตี้ยไปจริงๆ แค่กับผู้ชายคนนี้เด็กหนุ่มก็สูงเพียงแค่ไหล่ของเค้าเท่านั้น

เห็นทีจะต้องดูแลเรื่องสารอาหารของตัวเองให้มากขึ้นแล้วล่ะ

“โอเค โพสต์ได้เลยครับ สบายๆ”

ใบหน้าคมมองภาพของเซนผ่านเลนส์ แสงยามเย็นที่เหลืองทองตกกระทบใบหน้าเล็กที่มีกลิ่นอายผสมผสานระหว่างใบหน้าแบบเอเชียและตะวันตกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากสีแดงเรื่อแย้มยิ้มส่งตอบกลับมา พาให้รู้สึกว่าโลกใบนี้หม่นแสงลง มีเพียงร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่สว่างไสวราวกับพระอาทิตย์

“แบบนี้เหรอครับ”

เสียงนุ่มที่เค้ากับใบหน้างามละเอียดนั้นตอบกลับมา เขาเพียงแค่เอามือยกขึ้นปิดปาดตัวเองเอาไว้ เหลือเพียงดวงตากลมที่จับจ้องมาคล้ายกับจะพุ่งทะลุเลนส์

“ครับ ดีมาก เปลี่ยนท่าไปเรื่อย ๆ”

ตากล้องหนุ่มกดปุ่มถ่ายรัวราวกลับไม่อยากสูญเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวไปอย่างสูญเปล่า รูปภาพของเด็กชายตรงหน้าเปล่งประกายเคลื่อนไหวผ่านมุมมองกล้องตัวใหญ่อย่างมีชีวิตชีวา

“ผมไม่รู้จะทำท่าไหนแล้ว”

น้ำเสียงคล้ายตัดพ้อนั้นพาให้ใจของชายหลังกล้องอ่อนยวบ อดไม่ได้จะลดกล้องลงแล้วมองคนตรงหน้าด้วยตาเนื้อ

“งั้นยิ้มกว้าง ๆ ให้พี่แล้วกันครับ เวลาเรายิ้มเราน่ารักมาก”

พูดจบก็หลบสายตากลับไปมองเลนส์กล้องราวกับไม่กล้ามองอีกฝ่ายตรง ๆ

“งั้นผมจะทำเป็นเมาอากาศละกัน” พูดจบเด็กหนุ่มตรงหน้าก็หัวเราะคิกราวกับตลกกับสิ่งที่ตัวเองจะทำ

โตป่านนี้แล้ว ยังต้องมาทำตัวน่ารักอะไรแบบนี้ สภาพนะ

หมดกันชีวิต

แต่ทางช่างกล้องหนุ่มย่อมไม่ล่วงรู้เสียงภายในใจของเด็กหนุ่มที่เขากำลังถ่ายรูป

สิ่งที่เขาเห็นผ่านเลนส์มีเพียงใบหน้าน่ารักยิ้มกว้างมาทางตากล้องหนุ่ม ดวงตากลมสีเทาอ่อนไม่ได้คมกริบเหมือนตอนแรก แต่กลับหวานละไมเหมือนกำลังยืนอยู่ตรงหน้ากับคนรัก มุมปากกระจับยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มกว้างราวกับกำลังทั้งดีใจทั้งขวยเขินไปพร้อมกัน

เป็นครั้งแรกที่ออกมาถ่ายภาพสตรีทแล้วเขารู้สึกว่าหัวใจพลันเต้นเร็วขึ้น

“เอ่อ คือว่าพี่ขอ SEE ของเราไว้ได้ไหม” หลังจากที่ถ่ายรูปกันมาพักใหญ่ ชายหนุ่มก็จำเป็นต้องลดกล้องลงอย่างไม่เต็มใจ แต่การจะถ่ายรูปสตรีทนั้นโดยส่วนมากก็จะไม่รบกวนแบบมากเกินกว่า 5 นาทีอยู่แล้ว แต่วันนี้เค้ากลับถ่ายไปเยอะกว่าทุกครั้งแทบจะเรียกได้ว่าถ่ายนานที่สุดกว่าทุกคนแล้วด้วยซ้ำ

ดวงตากลมนั้นมองมางง ๆ มองไปคล้ายลูกกวางกำลังหลงทางพาให้เขาอยากหยิบกล้องมาถ่ายเก็บเอาไว้จริงๆ

“พี่จะได้แท็กเราไปตอนลงคลิปน่ะ”

“อ้อ” เด็กหนุ่มตรงหน้าแบมือขอมือถือของตากล้องหนุ่มมาแอดเพื่อน ซึ่งเขาเองก็ยื่นไปให้ด้วยความเต็มใจ

“ว่าแต่เราชื่ออะไรนะครับ พี่จะได้เรียกถูก”

คนตรงหน้าพลันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือถือคืนเค้า

"เรียกว่า ริน ก็ได้ครับ"

โปรดติดตามตอนต่อไป 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Related chapters

  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 5 ภารกิจกับบทลงโทษที่แสนจะโหดร้าย

    // สถานีต่อไป แยกสะพานเหลือง //เสียงรถไฟฟ้าใต้ดินแจ้งเตือนขึ้นท่ามกลางผู้คนในโบกี้ที่คุยกันจอแจเบียดเสียด เด็กหนุ่มยืนกอดอกพิงผนังเย็นเฉียบด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ตอนนี้เขากลับมามีผมยาวหน้าม้าปิดหน้าอีกครั้ง แว่นตาเห่ย ๆ ที่แม่ลูกพวกนั้นให้ใส่ก็ใส่เอาไว้เช่นเดิม พร้อมกับเสื้อผ้าที่ซักจนสีซีดจางเขาลงทุนซื้อวิกผมราคาสูงที่ถ้าไม่มามองใกล้ ๆ ก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นวิก ไหนจะลงมือเซตให้ดูเหมือนคนไม่ตั้งใจดูแลตัวเองอีก โชคดีที่เจ้าของร่างนี้เป็นลูกรักพระเจ้า ขนาดไม่ดูแลตัวเองผมก็ยังนุ่มลื่นอยู่เลย เพราะงั้นพวกนั้นถึงพยายามให้เซนไว้ผมให้ปิดหน้าตาเข้าไว้ ดูเอาเถอะ หัวยุ่งได้แป๊บเดียวสักพักผมก็คลายมาตรงสวยอยู่ดี// ภารกิจเริ่มต้น เป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม กับสารานุกรมดนตรี 2 โลก ต้องการรับหรือไม่เนี๊ยว //เสียงของเจ้าเหมียวสีขาวดังขึ้น โดยที่เจ้าตัวจ้อยนอนกลิ้งไปมาในจอโฮโลแกรมอย่างเกียจคร้าน‘หือ เคลียร์แล้วเหรอ ไวกว่าที่คิดแฮะ’ เด็กหนุ่มตอบด้วยวิธีคิดในใจเช่นเคย ‘งั้นรับเลยแคนดี้’เซนล้วงมือถือขึ้นมาเปิดแอป SEE ดู คลิปแรกและคลิปเดียวตอนนี้มันมีคนวิวไ

    Last Updated : 2025-04-04
  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทนำ นี่ผมจะตายแบบ Final destination เหรอวะเนี่ย?

    “ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต

    Last Updated : 2025-03-28
  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 1 ผมไม่ได้ทะลุมิติ แต่ผมทะลุรูหนอนมาดาวอความารีน

    เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก

    Last Updated : 2025-03-28
  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 2 อาชีพไอดอล Rank A

    หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่

    Last Updated : 2025-04-02
  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 3 ไดอารี่ของแม่

    // นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1

    Last Updated : 2025-04-02

Latest chapter

  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 5 ภารกิจกับบทลงโทษที่แสนจะโหดร้าย

    // สถานีต่อไป แยกสะพานเหลือง //เสียงรถไฟฟ้าใต้ดินแจ้งเตือนขึ้นท่ามกลางผู้คนในโบกี้ที่คุยกันจอแจเบียดเสียด เด็กหนุ่มยืนกอดอกพิงผนังเย็นเฉียบด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ตอนนี้เขากลับมามีผมยาวหน้าม้าปิดหน้าอีกครั้ง แว่นตาเห่ย ๆ ที่แม่ลูกพวกนั้นให้ใส่ก็ใส่เอาไว้เช่นเดิม พร้อมกับเสื้อผ้าที่ซักจนสีซีดจางเขาลงทุนซื้อวิกผมราคาสูงที่ถ้าไม่มามองใกล้ ๆ ก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นวิก ไหนจะลงมือเซตให้ดูเหมือนคนไม่ตั้งใจดูแลตัวเองอีก โชคดีที่เจ้าของร่างนี้เป็นลูกรักพระเจ้า ขนาดไม่ดูแลตัวเองผมก็ยังนุ่มลื่นอยู่เลย เพราะงั้นพวกนั้นถึงพยายามให้เซนไว้ผมให้ปิดหน้าตาเข้าไว้ ดูเอาเถอะ หัวยุ่งได้แป๊บเดียวสักพักผมก็คลายมาตรงสวยอยู่ดี// ภารกิจเริ่มต้น เป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม กับสารานุกรมดนตรี 2 โลก ต้องการรับหรือไม่เนี๊ยว //เสียงของเจ้าเหมียวสีขาวดังขึ้น โดยที่เจ้าตัวจ้อยนอนกลิ้งไปมาในจอโฮโลแกรมอย่างเกียจคร้าน‘หือ เคลียร์แล้วเหรอ ไวกว่าที่คิดแฮะ’ เด็กหนุ่มตอบด้วยวิธีคิดในใจเช่นเคย ‘งั้นรับเลยแคนดี้’เซนล้วงมือถือขึ้นมาเปิดแอป SEE ดู คลิปแรกและคลิปเดียวตอนนี้มันมีคนวิวไ

  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 4 ได้เวลาชอปปิง

    “สวัสดีค่ะ เชิญชมด้านในก่อนได้นะคะ”พนักงานหญิงที่อยู่หน้าร้านขายมือถืออย่างเป็นทางการของแบรนด์ที่มีหน้าตาคล้ายแอปเปิลกัดเอ่ยขึ้น พร้อมกับผายมือไปด้านในอย่างกระตือรือร้นในดาวอความารีนนี้ Orange เป็นหนึ่งในยี่ห้อมือถือที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในจักรวรรดิกริม และมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับ Top3 ในทุกทวีปเด็กหนุ่มค่อย ๆ ดูมือถือที่ที่เขาหมายตา ก่อนจะจับเครื่องพลิกหน้าหลังลองน้ำหนักมือ เขาตัดสินใจมาตั้งแต่อยู่บ้านแล้วว่าจะไม่ซื้อมือถือที่มีราคาแพงที่สุด ขอเพียงเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในราคากลาง ๆ ก็พอ เพราะแค่นี้ Orange ก็เป็นมือถือที่มีราคาแพงกว่าคู่แข่งไม่น้อย“รุ่นนี้ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นนะคะลูกค้า ผ่อน 0% 10 เดือน หรือถ้าจ่ายสดจะลดลงจาก 3259 เหรียญ เหลือ 3000 เหรียญเงินถ้วน แถมฟรีหูฟัง orange ด้วยค่ะ”“งั้นผมเอารุ่นนี้สีดำ 1 เครื่อง จ่ายสดครับ”เธอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างอย่างยินดีเมื่อเจอลูกค้าตัดสินใจเร็วไม่เรื่องมาก“ได้ค่ะลูกค้า ตามมาชำระเงินและลองเครื่องตรงที่พักรับรองด้านนี้เลยค่ะ” กล่าวพร้อมกับเดินนำไปที่โซนรับรองพิเศษที่ยังว่างอยู่เซนยื่นเงินสด 3000 เหรียญเงินให้เธอ หลังจากที่เดินมานั่ง

  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 3 ไดอารี่ของแม่

    // นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1

  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 2 อาชีพไอดอล Rank A

    หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่

  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทที่ 1 ผมไม่ได้ทะลุมิติ แต่ผมทะลุรูหนอนมาดาวอความารีน

    เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก

  • ผมทะลุ​มิติ​ไปเป็น​ไอดอล​ (ก็ได้วะ)​   บทนำ นี่ผมจะตายแบบ Final destination เหรอวะเนี่ย?

    “ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status