// นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //
‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’
ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวน
เป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ S
กล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ D
กล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่อง
กล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //
แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตก
หากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่าง
คำอธิบาย
ทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ S
Level 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)
คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้
ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ D
Level 1 : สามารถทำให้ท่านอ่านหนังสือและจดจำได้อย่างไม่มีผิดพลาด เพิ่มความเร็วจากการอ่านเดิม 10%
โอ้ นี่มันของดีทั้งนั้นเลยนี่น่า แถมทักษะดวงตาแห่งความจริงถึงระดับจะไม่สูงแต่ความหายากระดับ S โคตรจะเจ๋ง
ไม่แปลกใจที่ระบบให้ของดีขนาดนี้ อาจเป็นเพราะว่าเราเป็นคนแรกที่ทะลุมิติมาที่ดาวอความารีนแน่ ๆ
ชายหนุ่มเลื่อนดูของรางวัลหลายรายการพร้อมกระตุกรอยยิ้ม ไหนจะช่องเก็บของ ไหนจะแต้มทักษะ เห็นแบบนี้อยากจะเปิดอีกหลาย ๆ กล่อง วันที่สุ่มแล้วไม่เกลือแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ นี่นะ
เซนหมุนสร้อยหินหยกที่ข้อมือ ก่อนจะลองเอานิ้วไปลองแตะที่เม็ดหยกดู พลันปรากฏหน้าจอโฮโลแกรมเหมือนหน้าจอช่องเก็บของในเกมขึ้นมา พร้อมกับช่องว่าง 10 ช่อง
ระบบปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของให้แบบนี้
งั้นก็แสดงว่า ที่แท้หยกของคุณย่าก็คือสร้อยเก็บของในตำนานสินะ!
เขาดีใจจนแทบคลั่ง หมุนเก้าอี้คอมพิวเตอร์เป็นวงกลมหลายรอบพาให้แม่บ้านสาวที่แอบมองอยู่พึมพำด้วยความงงงวยว่า
“ท่าจะบ้าไปแล้ว”
เสียงนั้นไม่ดังและไม่เบาแต่ก็ทำให้เซนรู้ตัว ตอนนี้เรื่องราวของเขาไม่เหมือนคนปกติเท่าไหร่นัก ขืนยังอยู่ในที่ที่ให้แม่บ้านร่างท้วมเกาะติดได้ หล่อนก็อาจจะเก็บไปฟ้องคุณน้าอีกก็ได้
คิดได้ดังนั้นก็ปิดคอมพิวเตอร์ ไม่ลืมลบข้อมูลการท่องอินเทอร์เน็ตรวมไปถึงร่องรอยทุกอย่างที่เซนเล่นในระยะเวลา 2 วันนี้อย่างเกลี้ยงเกลา พร้อมกับเดินลงไปที่ห้องของตัวเองอย่างไม่รอช้า
เจ้าแมวตัวน้อยกระโดดโลดเต้นตามอย่างกับลูกแมวตัวน้อยแสนซน ก่อนก็วิ่งหายไปพร้อมกับคาบกระดาษมาแผ่นหนึ่ง รายละเอียดหน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวด้านหน้าพลันเปลี่ยนไปทันทีพร้อม ๆ กับที่เขาเข้ามานั่งในห้องเรียบร้อยแล้ว
// ภารกิจเริ่มต้น : เป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน ด้วยเสียงเพลง/การเต้น (เวลาจำกัด 72 ชั่วโมง)
เริ่มนับเวลาถอยหลัง 2 วัน 23 ชั่วโมง 59 นาที //
‘ในที่สุดก็ต้องมาสินะ ภารกิจแรก แต่เดี๋ยวสิ เริ่มนับเวลาถอยหลังเลยเหรอแคนดี้!’
เจ้าแมวน้อยเอียงคอมองชายหนุ่มราวกับจะถามว่า
‘ไม่เริ่มตอนนี้ให้เริ่มตอนไหน’
เซนรู้สึกร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้ เขาเบือนหน้าไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงตรง ในตอนนี้เขาไม่มีเงินเลยสักเหรียญ จะไปทำภารกิจเริ่มต้นยังไงกันเล่า
ชายหนุ่มเดินงุ่นง่านอยู่ในห้องที่แค่ก้าว 3-4 ก้าวก็เดินได้ทั่วทั้งห้องแล้ว ในช่วงเวลา 2 วันที่ได้ทะลุมิติมาเขาก็สำรวจห้องของเจ้าของร่างครบทุกซอกทุกมุมแล้ว รู้ซึ้งถึงความยากจนของเขาได้แจ่มแจ้ง
อืม จะว่าไป เราพึ่งได้ทักษะดวงตาแห่งความจริงแห่งความจริงมานี่น่า ถึงจะใช้ได้แค่รัศมี 3เมตร แต่กับห้องเท่าขนาดเท่าแม่บ้านอยู่แบบนี้ก็มากเกินพอ
เซนกระซิบพูดกับแมวน้อยในหัวทันที ‘แคนดี้ ใช้ดวงตาแห่งความจริงสแกนห้องนี้หน่อย มีอะไรที่แอบซ่อนไว้อยู่ไหม’
แมวน้อยกระโดดไปตะครุบปุ่มเรียกใช้ ก่อนที่ภาพเลเซอร์สแกน 3 มิติจะปรากฏขึ้นรอบห้องแบบ 360 องศาทันที
เขาสังเกตทีละจุดอย่างจริงจัง พลันสังเกตเห็นกล่องหนึ่งใต้เตียงที่ชายหนุ่มจำได้ดี นั่นเป็นกล่องไม้เรียบ ๆ กล่องหนึ่งของแม่เซนในดาวดวงนี้ วันก่อนเขาเองก็เคยเลื่อนออกมาดูแล้วแต่นอกจากรูปภาพและไดอารี่ของผู้เป็นแม่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
แต่คราวนี้ด้วยอิทธิพลของทักษะดวงตาแห่งความจริง ชายหนุ่มกลับเห็นว่าที่แท้กล่องไม้นั้นมีชั้นลับซุกซ่อนอยู่ เขารีบเปิดเอาข้าวของออกมากองไว้บนเตียง อดไม่ได้จะหยุดดูรูปพ่อแม่ลูกที่กำลังแย้มยิ้มด้วยความสุขนั่นไม่ได้
เด็กผู้ชายตัวเล็กคนนั้นน่าจะอายุเพียง 5 ขวบนิดๆ น่าเสียดายขากลับจากการไปเที่ยวครั้งนั้นรถก็ประสบอุบัติเหตุ และแม่ของเจ้าของร่างก็จากไปไม่กลับมาตั้งแต่วันนั้น รูปเซตนี้จึงไม่เคยปรากฏวางให้ใครเห็น จนเจ้าของร่างโตขึ้นพอรู้ความจึงพรินต์แล้วเอามาเก็บไว้ในกล่องไดอารี่ที่แม่ของเขาทิ้งเอาไว้
หลังจากเอาของทั้งหมดออกแล้ว กล่องไม้ก็ยังมีน้ำหนักมากกว่าปกติจริง ๆ ทักษะดวงตาแห่งความจริงไม่ได้หลอกลวง สมกับทักษะหายากระดับ S
ชายหนุ่มยกกล่องขึ้นมาเพ่งพิศ มองซ้ายมองขวาก่อนจะย้ำทักษะดวงตาอีกความจริงอีกหน พลันเห็นกลไกเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างกล่องเรียบเนียนไปกับลายของไม้
เขาเอามือกดลงไปอย่างไม่ลังเลใจ พลันปลายกลไกก็คล้ายกับเข็มเล่มเล็กทิ่มที่ตรงปลายนิ้วของเซนจนเจ้าตัวต้องชักนิ้วกลับ เลือดสีแดงสดอาบย้อมเข็มเล่มเล็กดูดกลืนเลือดสีเข้มเข้าไปจนหมดจด ก่อนที่ด้านในกล่องไม้จะส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ เปิดเผยกล่องไม้เล็ก ๆ ด้านใน สมุดที่คล้ายไดอารี่ของแม่เจ้าของร่างด้านนอกและที่สำคัญซองเอกสารที่ผนึกเอาไว้อย่างดี
// กล่องสลักเลือดกักเมฆา ระดับ S
คำอธิบาย : ค่ายกลสำหรับเก็บซ่อนวัตถุอันชื่อดังของตระกูลกู้ หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลกู้หรือผู้เป็นเจ้าของย่อมยากจะเห็นทางเปิดกลไกได้ โดยส่วนมากจะใช้เลือดของเจ้าของเล็กน้อย หรือเลือดของทายาทผู้สืบตระกูลของเจ้าของเท่านั้นจึงจะเปิดกล่องสลักเลือดได้
คำเตือน : ไม่สามารถฝืนเปิดด้วยกำลัง ระวังอาวุธที่ซ่อนอยู่บรรจุด้วยพิษร้ายแรง //
พลันทักษะที่เขาเรียกใช้ก็เด้งข้อความเตือนขึ้น พอเห็นคำเตือนชายหนุ่มก็รู้สึกเหงื่อเม็ดโป้งไหลลงมาที่ไรผมนุ่มทันที
นี่ถ้าเขาไม่ได้ใช้ร่างของลูกของเธออยู่ละก็ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเซนได้ตายอีกรอบที่ 2 แล้วเหรอ
อันตรายเกินไปแล้ว
เซนเปิดกล่องไม้ออกอย่างระมัดระวังก็พบกับธนบัตร 1,000 เหรียญทองกว่า 30 ใบ นับเป็นเงินกว่า 30,000 เหรียญทอง และทองคำแท่งเล็กที่น่าจะราว ๆ แท่งละ 5 บาท ได้ อีก 20 กว่าแท่งที่เหมือนวาง ๆ ไว้ปิดสิ่งที่อยู่ด้านล่างเสียมากกว่า
พอหยิบเอาเงินทองจำนวนนั้นออกไปจะพบกล่องเครื่องประดับบุกำมะหยี่สีเขียวมรกตรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เก็บไว้ลึกสุด ด้านในมีตราหยกสีเขียวสดสลักด้วยลวดลายจีนวิจิตรที่ด้านหน้าว่า ‘มู่หรง’ วางอยู่ด้านใน พร้อมกับ SSD ขนาด 1 Tb แอบอยู่มุมหนึ่งในกล่องนั้น
เขาวางป้ายหยกลงเก็บใส่กล่องอย่างระมัดระวัง
ก่อนจะหยิบไดอารี่ด้านล่างกล่องขึ้นมาอ่าน
ค้นความทรงจำอย่างไรแล้วก็ไม่พบว่าเจ้าของร่างเดิมรู้ว่ากล่องนี้มีชั้นลับอยู่ด้วยซ้ำ เขาเพียงเก็บมันไว้ตามคำสั่งและเปิดมาดูรูปของแม่ยามที่คิดถึงนั้น ไม่อย่างนั้นเงินจำนวนนี้ก็อาจจะถูกพวกแม่เลี้ยงรีดไถไปหมดแล้ว ไม่มีทางเหลือรอดมาให้นายช่างหนุ่มแน่ ๆ
ฉันมู่หรงเยว่ชิง หรือ มิเชล หวัง
แค่เปิดมาหน้าแรกก็แทบจะพลิกคว่ำความทรงจำที่ได้มาจากเจ้าของร่าง แตกต่างจากไดอารี่เขียนความเป็นไปตอนตั้งครรภ์เขาที่ไดอารี่อีกเล่นอย่างฟ้ากะเหว จริงอยู่ที่หน้าตาของเขามีส่วนผสมของคนเอเชีย ทุกคนต่างก็เรียกแม่ของเด็กหนุ่มว่ามิเชล แต่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเธอมีชื่อภาษาจีนว่า มู่หรงเยว่ชิง
หวังว่าถ้าวันหนึ่งที่แม่อาจไม่อยู่ที่ดาวอความารีนแล้ว
ลูกของแม่จะเป็นคนเปิดกล่องสลักเลือดกักเมฆากล่องนี้คนเดียวเท่านั้น จำไว้นะเซนเรื่องนี้แม้แต่พ่อของลูกก็ยังไม่รู้ ลูกเป็น 1 ในตระกูลมู่หรง ‘มู่หรงฮ่าวหราน’
แต่หากเมื่อไหร่ที่มีคนตระกูลมู่หรงมาหาจงปฏิเสธ อย่าไปกับพวกเขาเด็ดขาด
อย่าเชื่อใจและอย่าตามหาแม่ด้วยเช่นกัน
ที่นั่นอันตรายกว่าที่ลูกคิด
ในไดอารี่ไม่ได้มีข้อความมากนักควรจะเรียกว่าเป็นจดหมายที่เขียนลงไปในสมุดมากกว่า แต่เนื้อหากลับเต็มไปด้วยปริศนา
เซนเอามือลูบคางตัวเองครุ่นคิด
หรือที่เราคิดว่าโลกนี้ไม่ได้มีพลังพิเศษก็เหมือน ๆ กับโลกมนุษย์ แต่การปรากฏขึ้นของกล่องสลักเลือดกักเมฆากล่องนี้ คิดยังไงก็เหมือนกับของในนิยายจีนชัด ๆ
เขาปิดหนังสือลงเก็บของทุกอย่างเข้ากล่องเหมือนเดิม ยกเว้นเงินสดที่แยกออกมาต่างหาก ตั้ง 30,000 เหรียญทองเชียวนะ คิดเป็นเหรียญเงินก็ 3,000,000 เหรียญเงินแล้ว ไหนจะทองอีก
จู่ ๆ ก็รู้สึกเป็นคนร่ำรวยขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มฮัมเพลงอย่างสบายใจ เขาลองแตะที่เม็ดหยกเพื่อลองเก็บของในสร้อยข้อมือดู ทันใดนั้นหน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฏช่องว่างช่องเล็ก ๆ10 ช่อง เขาลองยกกล่องสลักเลือดกักเมฆาเข้าไปใกล้จอ พลันมันก็ถูกดูดหายไปพร้อมไปด้านในกินพื้นที่ช่อง 1 ไปอย่างน่าอัศจรรย์ ช่องข้าง ๆ ชายหนุ่มเลยวางเงินสด 30,000 เหรียญทองไว้อย่างสบายใจ
สะดวกสบายเหมือนมีกระเป๋าใส่ของในเกมจริงๆ ไม่ต้องกลัวใครมารื้อมาค้นด้วย
เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย ในชีวิต 16-17 ปีผ่านมาแล้วของเจ้าของร่างเดิม ยังไม่เคยแม้จะได้จับเงินหลักพันเหรียญด้วยซ้ำ
โดยปกติแล้วสกุลเงินของที่นี่จะใช้เป็นทองแดงกับเงิน ซึ่ง100 ทองแดง = 1 เงิน ข้าวที่โรงอาหารมื้อหนึ่งยังใช้เงินไปเพียง 50-60 ทองแดงเท่านั้น และแต่ละวันเซนได้เงินจากแม่เลี้ยงของเขาไปโรงเรียนแค่วันละเหรียญเงิน แม้กระทั่งแอชตันกับเอรินยังได้เงินไปโรงเรียนวันละ 5 เหรียญเงินเอง การได้เงินขวัญถุงรวดเดียว 30,000 เหรียญทอง ก็พอจะทำให้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องเงินไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง
เซนยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ ยังไงก็คงต้องหาซื้อมือถือใหม่และแล็ปท็อปเป็นของตัวเองซะก่อน จะเป็นไอดอลแต่เข้าไม่ถึงโซเชียลจะได้ยังไงกันล่ะ
เขาคว้ากระเป๋าสะพายใบโตออกนอกบ้านโดยไม่สนว่าป้าแคทเทอรีนจะตะโกนโหวกเหวกไล่หลังตามมาไม่หยุด
“นี่แกจะไปไหนน่ะ”
“แกไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านโดยพลการนะ”
“นี่ หยุดนะ! ไม่ได้ยินที่ฉันพูดกับแกรึไง”
เขาระบายลมหายใจพร้อมกับกระชับกระเป๋าสีดำแน่นเดินตรงออกนอกประตูอย่างไม่สนใจเสียงอะไรทั้งนั้น ตั้งแต่ทะลุมิติมา นี่เป็นครั้งแรกที่เซนได้ออกมาข้างนอกจริง ๆ
ดาวอความารีนบรรยากาศแทบไม่ได้ต่างจากโลกเลย ยิ่งในย่านที่บ้านตระกูลดักกลาสอยู่ถือว่าเป็นย่านคนรวยของเมืองก็ไม่ผิดนัก แต่ละบ้านมีลักษณะสะอาดสะอ้าน สวนเขียวขจี บ้างเป็นบ้านอิฐบ้าง บ้านซีเมนต์บ้าง มีทั้งหลังใหญ่และเล็กแถมแต่ละหลังยังมีการจัดสวนดอกไม้น่ารัก ๆ ดู ๆ ไปก็มีส่วนคล้ายกับบ้านเมืองแถบประเทศญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย ทั้งอากาศที่นี่ก็ค่อนข้างสดชื่นกว่าเมืองไทยที่กำลังมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 และโรคโควิด ทั้งอากาศยังเย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ราว ๆ 24-25 องศาเท่านั้น
จู่ ๆ ก็คิดขึ้นมาว่าดาวอความารีนนี่ก็ไม่แย่เลย ออกจะสบายกว่าที่ไทยซะด้วยซ้ำ
ค่ารถไฟใต้ดินเข้าไปย่านตัวเมืองก็เพียงแค่ 15 ทองแดงตลอดทั้งสาย ถูกกว่าค่า MRT แถวบ้านเป็นไหน ๆ
เซนมองดูหน้าจอโฮโลแกรมที่กำลังโชว์เวลาภารกิจที่เหลือ 2 วัน 22 ชั่วโมง 16 นาทีอยู่ โดยที่ไม่มีใครเห็นนอกจากตัวเองแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะปิดหน้าจอลงแล้วเดินไปย่านกลางเมืองของเมืองโบรอนอย่างตื่นตาตื่นใจ
ตามการแบ่งเขตการปกครองของดาวอความารีนแห่งนี่จะแบ่งออกเป็น 6 ทวีป ทวีปเหนือ ใต้ ออก ตะวันตก ตะวันออก และภาคกลาง แต่ละทวีปจะมีประเทศขนาดใหญ่น้อยต่างกันไป แต่ประเทศที่กุมอำนาจการเมืองการปกครองของทวีปนั้น ๆ เราจะเรียกว่าจักรวรรดิ
เซนเองก็ทะลุมิติมาอยู่ในจักรวรรดิกริมของทวีปกลาง แถมยังไม่ได้อยู่ในเขตเมืองทุรกันดารแต่อย่างใด แม้ไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวง แต่ก็นับว่าเป็นเมืองหน้าด่าน
และเมืองแห่งนี้เรียกว่าเมืองโบรอน
เมืองโบรอนเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นในเรื่องอุตสาหกรรม ด้วยชัยภูมิที่ใกล้กับเมืองหลวงเพียงแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง และโซนด้านใต้ติดทะเลทำให้มีท่าเรือขนาดใหญ่ นอกจากเขตตัวเมืองชั้นในที่อุดมไปด้วยตึกสูงมากมายเหมือนโลกอนาคตแล้ว ยังมีการจัดสรรวางผังเมืองที่เป็นเอกลักษณ์กว่าเมืองอื่น เนื่องจากเมืองนี้มีเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กว่าทุกเมือง เมืองโบรอนแห่งนี้จึงมีผู้คนที่เป็นแรงงานคุณภาพอาศัยอยู่มากมายในโซนใต้ที่ติดกับเขตอุตสาหกรรม
ด้วยความที่ตระกูลดักกลาสพักอยู่ที่โซนตะวันออกซึ่งเป็นย่านของครอบครัวปานกลางไปจนถึงครอบครัวที่ร่ำรวย นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เซนเข้ามาในโซนเมืองชั้นในซึ่งปรากฏตึกสูงมากมายที่มีความสูงทะลุ 50 ชั้น กินวงกว้างไปตลอดทั้งโซนยังกับเมืองนิวยอร์กขนาดย่อม ๆ ไม่อยากจะคิดจริง ๆ ว่าเมืองหลวงของจักรวรรดิกริมที่เจริญมากกว่านี้จะเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน
เขาเงยหน้ามองหน้าจอLCDที่มีมากมายตามตึกสูงและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนไหวโฆษณาไปตั้งแต่น้ำยาล้างจานไปจนถึงรถหรูหรา ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่รีบเร่ง การแต่งตัวก็หลากหลายทั้งบางคนที่แต่งตัวหลากสีนำแฟชั่น หรือมนุษย์เงินเดินที่แต่งตัวคลุมโทนสุภาพ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขตเมืองชั้นในเป็นย่านที่คึกคักมากที่สุดอย่างแน่นอน
เซนพอรู้มาว่าตัวบริษัท A เคมีภัณฑ์ของแม่ก็มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเขตตัวเมืองชั้นในเหมือนกัน แต่ตัวโรงงานอยู่ในย่านอุตสาหกรรมที่ไม่ไกลจากท่าเรือน้ำลึกนัก ดูท่าบริษัทที่แม่ของเซนสร้างเอาไว้น่าจะทำเงินได้ไม่น้อยจริง ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้พ่อของเค้าอย่าง คาร์ค ดักกลาส ได้รับจัดอันดับเศรษฐีเล็ก ๆ ในเมืองโบรอนได้ ด้วยสินทรัพย์หลักหลายสิบล้านเหรียญ
เซนที่มัดผมกลางหัวเงยหน้ามองทุกสิ่งอย่างพร้อมกับเดินไปที่ห้างสรรพสินค้า Grand center ที่ได้ชื่อเรื่องขายอุปกรณ์ITอย่างไม่ช้าไม่เร็ว
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมแม่เลี้ยงเค้าอยากได้หุ้น 26% ที่เป็นชื่อของเซนจนตัวสั่น
ยิ่งช่วงหลัง ๆ ที่เขาใกล้จะถึงวัยบรรลุนิติภาวะ ทั้งพ่อและแม่เลี้ยงพยายามหว่านล้อมจะให้เซนเซ็นสัญญาโอนหุ้นบริษัทให้ลูกของหล่อนด้วยการกดดันต่างๆ นานา ไม้อ่อนไม้แข็งล้วนมาหมด
ทั้งไม่ให้ค่าขนมไปโรงเรียนบ้านนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าของร่างไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่เหรียญเดียว ไหนจะรังแกในบ้านบ้าง ข่มขู่ไม่ให้เรียนต่อบ้าง
ล่าสุดนี่ไม่รู้ไปเอาบทตายายที่ต่างเมืองของเซนป่วยมาจากไหน บอกว่าถ้าเซนบรรลุนิติภาวะตอน 18 แล้วไม่โอนหุ้นบริษัทA เคมีภัณฑ์ ให้ลูกสาวหล่อน เธอจะไม่ส่งเงินไปรักษาตายายที่ป่วยหนักและด่าเขาเป็นหมาป่าตาขาที่ไม่กตัญญูรู้คุณ
โธ่ป้า หลอกผีอย่างเจ้าของร่างได้คนเดียวเถอะ แต่หลอกเซนไม่ได้แน่นอน
อย่างแรก ตามความทรงจำที่ผ่านมาและไดอารี่ของเซนแล้ว แม่ของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อตอนเด็กหนุ่มอายุ 5 ขวบ แต่เอรินที่เป็นลูกของพ่อกับยัยแม่เลี้ยงอายุ 13 ขวบแล้ว นั่นก็แปลว่าแม่เขาเสียตอนที่เอรินเกิดมาแล้วหรือกำลังจะเกิด มีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่พ่อของเขาจะเล่นชู้ในขณะที่ยังไม่หย่ากับแม่เขาด้วยซ้ำ
อย่างที่สอง ในตอนที่แม่ของเขามีชีวิตอยู่ แม่ไม่เคยพาเขาและพ่อไปเจอตากับยายเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยติดต่อไปมาหาสู่ ขนาดวันงานแต่งยังไม่มีใครจากฝั่งบ้านแม่มาด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าไม่เคยกล่าวถึง แถมไดอารี่สั่งเสียวันนี้ก็เห็นชัดเจนแล้ว
แม่ไม่ได้ต้องการให้เจ้าของร่างตามหาตระกูลมู่หรง
แถมยังห้ามไปเจอห้ามตามไปอีก แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่พอแม่เสียไปแล้วจะมีตากับยายคู่หนึ่งโผล่มากัน
และหลังจากที่แม่เขาเสีย พ่อเลยเป็นคนดูแลหุ้นให้เขาจนกว่าเซนจะบรรลุนิติภาวะ เด็กหนุ่มรู้เรื่องนี้ดีและเตรียมตัวที่จะรับช่วงต่อกิจการที่แม่สร้างมาตั้งแต่เด็ก วิชาที่เค้ากระตือรือร้นที่สุดไม่ต้องถามเลยว่าคือเคมี แต่เซนกลับไม่เคยได้เข้าบริษัทหรือโรงงานเลยสักครั้ง และไม่เคยได้รับเงินใด ๆ เลยจากบ้านหลังนี้นอกจากเงินไปโรงเรียนวันละ 1 เหรียญเงิน
แม้จะโดนกลั่นแกล้งทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนแต่เด็กหนุ่มผู้โง่เขลาผู้นั้นหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมทำสัญญาโอนหุ้นท่าเดียว ถึงอย่างนั้นสภาพจิตใจของเขาค่อยๆ ก็ดิ่งลงเหว
เขาป่วย ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครคอยเคียงข้าง ขนาดคนบ้านเดียวกันยังแอบยินดีที่เห็นเด็กหนุ่มมีท่าทีจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ
เซนอดสงสัยไม่ได้ว่าด้วยจิตใจที่อยากจะสืบทอดบริษัทของแม่ต่อของเจ้าของร่าง ถ้าไม่บังเอิญเป็นโรคซึมเศร้าเสียก่อน เขาไม่มีทางตายไปอย่างง่าย ๆ แบบนี้ แต่นี่ก็ไม่อาจโทษเด็กหนุ่มได้ ต้องโตมาในครอบครัวที่ Toxic ขนาดนี้ เอาตัวรอดมาถึงอายุ 17 ก็ไม่นับว่าง่ายแล้วจริงๆ
น่าเสียดาย แม้จะสู้อย่างสุดกำลังแล้ว สุดท้ายเจ้าของร่างก็ยอมแพ้และเลือกจะจากโลกนี้ไป เป็นโอกาสให้เซนที่อยู่อีกโลกหนึ่งเข้ามาอาศัยร่างนี้ใช้ชีวิตอยู่แทน
อย่างไรนายช่างหนุ่มเองก็ไม่ได้คิดจะญาติดีกับพวกคนนิสัยแย่ ๆ ของคนตระกูลดักกลาส ทั้งเขาเองไม่ใช่เจ้าของร่างด้วย ความผูกพันอะไรไม่มีอยู่แล้ว พอมาเจอสภาพแบบนี้บอกเลยว่าต้องวางแผนที่จะออกจากบ้านตระกูลดักกลาสให้ดีและให้เร็ว
ทั้งยังต้องออกมาโดยไม่เสียหุ้นไปแม้แต่ตัวเดียว
โปรดติดตามตอนต่อไป
“สวัสดีค่ะ เชิญชมด้านในก่อนได้นะคะ”พนักงานหญิงที่อยู่หน้าร้านขายมือถืออย่างเป็นทางการของแบรนด์ที่มีหน้าตาคล้ายแอปเปิลกัดเอ่ยขึ้น พร้อมกับผายมือไปด้านในอย่างกระตือรือร้นในดาวอความารีนนี้ Orange เป็นหนึ่งในยี่ห้อมือถือที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในจักรวรรดิกริม และมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับ Top3 ในทุกทวีปเด็กหนุ่มค่อย ๆ ดูมือถือที่ที่เขาหมายตา ก่อนจะจับเครื่องพลิกหน้าหลังลองน้ำหนักมือ เขาตัดสินใจมาตั้งแต่อยู่บ้านแล้วว่าจะไม่ซื้อมือถือที่มีราคาแพงที่สุด ขอเพียงเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในราคากลาง ๆ ก็พอ เพราะแค่นี้ Orange ก็เป็นมือถือที่มีราคาแพงกว่าคู่แข่งไม่น้อย“รุ่นนี้ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นนะคะลูกค้า ผ่อน 0% 10 เดือน หรือถ้าจ่ายสดจะลดลงจาก 3259 เหรียญ เหลือ 3000 เหรียญเงินถ้วน แถมฟรีหูฟัง orange ด้วยค่ะ”“งั้นผมเอารุ่นนี้สีดำ 1 เครื่อง จ่ายสดครับ”เธอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างอย่างยินดีเมื่อเจอลูกค้าตัดสินใจเร็วไม่เรื่องมาก“ได้ค่ะลูกค้า ตามมาชำระเงินและลองเครื่องตรงที่พักรับรองด้านนี้เลยค่ะ” กล่าวพร้อมกับเดินนำไปที่โซนรับรองพิเศษที่ยังว่างอยู่เซนยื่นเงินสด 3000 เหรียญเงินให้เธอ หลังจากที่เดินมานั่ง
// สถานีต่อไป แยกสะพานเหลือง //เสียงรถไฟฟ้าใต้ดินแจ้งเตือนขึ้นท่ามกลางผู้คนในโบกี้ที่คุยกันจอแจเบียดเสียด เด็กหนุ่มยืนกอดอกพิงผนังเย็นเฉียบด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ตอนนี้เขากลับมามีผมยาวหน้าม้าปิดหน้าอีกครั้ง แว่นตาเห่ย ๆ ที่แม่ลูกพวกนั้นให้ใส่ก็ใส่เอาไว้เช่นเดิม พร้อมกับเสื้อผ้าที่ซักจนสีซีดจางเขาลงทุนซื้อวิกผมราคาสูงที่ถ้าไม่มามองใกล้ ๆ ก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นวิก ไหนจะลงมือเซตให้ดูเหมือนคนไม่ตั้งใจดูแลตัวเองอีก โชคดีที่เจ้าของร่างนี้เป็นลูกรักพระเจ้า ขนาดไม่ดูแลตัวเองผมก็ยังนุ่มลื่นอยู่เลย เพราะงั้นพวกนั้นถึงพยายามให้เซนไว้ผมให้ปิดหน้าตาเข้าไว้ ดูเอาเถอะ หัวยุ่งได้แป๊บเดียวสักพักผมก็คลายมาตรงสวยอยู่ดี// ภารกิจเริ่มต้น เป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม กับสารานุกรมดนตรี 2 โลก ต้องการรับหรือไม่เนี๊ยว //เสียงของเจ้าเหมียวสีขาวดังขึ้น โดยที่เจ้าตัวจ้อยนอนกลิ้งไปมาในจอโฮโลแกรมอย่างเกียจคร้าน‘หือ เคลียร์แล้วเหรอ ไวกว่าที่คิดแฮะ’ เด็กหนุ่มตอบด้วยวิธีคิดในใจเช่นเคย ‘งั้นรับเลยแคนดี้’เซนล้วงมือถือขึ้นมาเปิดแอป SEE ดู คลิปแรกและคลิปเดียวตอนนี้มันมีคนวิวไ
“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต
เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่
// สถานีต่อไป แยกสะพานเหลือง //เสียงรถไฟฟ้าใต้ดินแจ้งเตือนขึ้นท่ามกลางผู้คนในโบกี้ที่คุยกันจอแจเบียดเสียด เด็กหนุ่มยืนกอดอกพิงผนังเย็นเฉียบด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ตอนนี้เขากลับมามีผมยาวหน้าม้าปิดหน้าอีกครั้ง แว่นตาเห่ย ๆ ที่แม่ลูกพวกนั้นให้ใส่ก็ใส่เอาไว้เช่นเดิม พร้อมกับเสื้อผ้าที่ซักจนสีซีดจางเขาลงทุนซื้อวิกผมราคาสูงที่ถ้าไม่มามองใกล้ ๆ ก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นวิก ไหนจะลงมือเซตให้ดูเหมือนคนไม่ตั้งใจดูแลตัวเองอีก โชคดีที่เจ้าของร่างนี้เป็นลูกรักพระเจ้า ขนาดไม่ดูแลตัวเองผมก็ยังนุ่มลื่นอยู่เลย เพราะงั้นพวกนั้นถึงพยายามให้เซนไว้ผมให้ปิดหน้าตาเข้าไว้ ดูเอาเถอะ หัวยุ่งได้แป๊บเดียวสักพักผมก็คลายมาตรงสวยอยู่ดี// ภารกิจเริ่มต้น เป็นที่สนใจของคนทั่วไป 2000 คน สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม กับสารานุกรมดนตรี 2 โลก ต้องการรับหรือไม่เนี๊ยว //เสียงของเจ้าเหมียวสีขาวดังขึ้น โดยที่เจ้าตัวจ้อยนอนกลิ้งไปมาในจอโฮโลแกรมอย่างเกียจคร้าน‘หือ เคลียร์แล้วเหรอ ไวกว่าที่คิดแฮะ’ เด็กหนุ่มตอบด้วยวิธีคิดในใจเช่นเคย ‘งั้นรับเลยแคนดี้’เซนล้วงมือถือขึ้นมาเปิดแอป SEE ดู คลิปแรกและคลิปเดียวตอนนี้มันมีคนวิวไ
“สวัสดีค่ะ เชิญชมด้านในก่อนได้นะคะ”พนักงานหญิงที่อยู่หน้าร้านขายมือถืออย่างเป็นทางการของแบรนด์ที่มีหน้าตาคล้ายแอปเปิลกัดเอ่ยขึ้น พร้อมกับผายมือไปด้านในอย่างกระตือรือร้นในดาวอความารีนนี้ Orange เป็นหนึ่งในยี่ห้อมือถือที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในจักรวรรดิกริม และมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับ Top3 ในทุกทวีปเด็กหนุ่มค่อย ๆ ดูมือถือที่ที่เขาหมายตา ก่อนจะจับเครื่องพลิกหน้าหลังลองน้ำหนักมือ เขาตัดสินใจมาตั้งแต่อยู่บ้านแล้วว่าจะไม่ซื้อมือถือที่มีราคาแพงที่สุด ขอเพียงเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในราคากลาง ๆ ก็พอ เพราะแค่นี้ Orange ก็เป็นมือถือที่มีราคาแพงกว่าคู่แข่งไม่น้อย“รุ่นนี้ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นนะคะลูกค้า ผ่อน 0% 10 เดือน หรือถ้าจ่ายสดจะลดลงจาก 3259 เหรียญ เหลือ 3000 เหรียญเงินถ้วน แถมฟรีหูฟัง orange ด้วยค่ะ”“งั้นผมเอารุ่นนี้สีดำ 1 เครื่อง จ่ายสดครับ”เธอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างอย่างยินดีเมื่อเจอลูกค้าตัดสินใจเร็วไม่เรื่องมาก“ได้ค่ะลูกค้า ตามมาชำระเงินและลองเครื่องตรงที่พักรับรองด้านนี้เลยค่ะ” กล่าวพร้อมกับเดินนำไปที่โซนรับรองพิเศษที่ยังว่างอยู่เซนยื่นเงินสด 3000 เหรียญเงินให้เธอ หลังจากที่เดินมานั่ง
// นายท่านต้องการเปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง เลยไหมเนี๊ยว //‘เปิดเลย เจ้าแคนดี้’ทันในนั้นกล่อง 3 มิติที่ลอยอยู่ด้านหน้าจอโฮโลแกรมก็หมุนวนเป็นวงเล็กน้อย แสงสีเงินสะท้อนออกมาจากตัวกล่องทั้ง 4 จนชายหนุ่มต้องหยีตา// กล่องที่ 1 ท่านได้รับทักษะเรียกใช้ : ดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ Sกล่องที่ 2 ท่านได้รับทักษะติดตัว : อ่านแล้วจำ ความหายากระดับ Dกล่องที่ 3 ท่านได้ปลดล็อกสร้อยข้อมือมิติใส่ของ ความจุ 10 ช่องกล่องที่ 4 ท่านได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม //แสงสีเงินที่ระยิบระยับนั่นค่อย ๆ เคลื่อนตัวเขาหาเด็กหนุ่มที่ผอมจนลมพัดมาแทบจะปลิวได้ ก่อนที่ทักษะทั้ง 2 จะพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับดาวตกหากแสงอีกเส้นหนึ่งกลับเบนไปที่สร้อยข้อมือหินแล้วพุ่งลงไปที่หยกสีเขียวแอปเปิลจนเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างคำอธิบายทักษะดวงตาแห่งความจริง ความหายากระดับ SLevel 1 : สามารถตรวจสอบวัตถุ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะรัศมี 3 เมตร (สามารถอัปเกรดได้)คำเตือน : ไม่สามารถตรวจสอบคนที่มี Rank อาชีพสูงกว่าท่านได้ หรือสิ่งของที่มีระดับสูงกว่าท่าน 2 ระดับได้ทักษะอ่านแล้วจำ : ความหายากระดับ DLevel 1
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้ให้มากขึ้นโชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปหาแม่เลี้ยงนั่น พร้อมกับกระซิบความเปลี่ยนไปของเขาที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะคนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้วเอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่
เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เค้าทะลุมิติไปโลกใหม่เค้าจะรู้สึกยังไงตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกลอนที่กวียุคครูแต่งเอาไว้ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพเออ มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่บังเอิญว่าเขาดันไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่ดันหลุดเข้ามาในโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เค้าอยู่เลยนี่สิดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดีเซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานเก่าคร่ำคร่ามาเป็นชั่วโมงได้แล้วความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันกลายเป็นเด็กมัธยมอีกครั้งนี่มันยากจะรับได้ยิ่งลองคิดว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดังก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมานี่แม่ง ซวยฉิบหาย ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้นอกจาก
“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่น 2 – 3 ที“ขอบคุณมากว่ะเพื่อน ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”“เฮ้ย ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงข้าวมึงแล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เค้าสักหน่อย”“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต