Beranda / รักโบราณ / ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก / บทที่ 3 ความเก่งกาจของสหายคนใหม่ (3/4)

Share

บทที่ 3 ความเก่งกาจของสหายคนใหม่ (3/4)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-20 21:20:27

           “นี่เจ้า! กล่าววาจาเช่นนี้ตั้งใจบีบบังคับนางหรือ” เจิ้งเข่อชิงรีบลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างสหายคนใหม่ที่น่าเอ็นดู

            “คุณหนูเจิ้งท่านกล่าววาจาว่าร้ายเมิ่งเอ๋อร์เช่นนี้ไม่ดีเลยนะเจ้าคะ” สวี่ลู่ฟาง หญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงก็ลุกขึ้นยืนบ้าง

            “ข้าน่ะหรือกล่าวว่าร้ายนาง หากคุณหนูคุณชายในที่นี้ไม่โง่เง่าก็คงจะมองเห็นและได้ยินชัดเจนว่าเป็นคุณชายหลิวและคุณหนูหลิวต่างหากที่พยายามจะลากชิงหนี่ว์ซึ่งกำลังบาดเจ็บที่มือให้ออกไปแสดงความสามารถ” เมื่อเห็นคุณหนูเจิ้งกล่าวเช่นนั้นนางจึงรีบเอ่ยวาจาต่อทันที

            “ขออภัยเจ้าค่ะ ที่ข้ามิอาจฝืนร่างกายทำการแสดงให้ทุกคนได้ชื่นชม แต่หากคุณชายหลิวและคุณหนูหลิวยืนยันอยากจะฟัง ข้าก็คงต้องทำร้ายตนเองด้วยการใช้มือที่บาดเจ็บนี้เล่นพิณแล้ว”

            “เอาล่ะ คุณหนูจางบาดเจ็บเช่นนี้ เฟิงเหมียนเจ้าคงมิคิดจะให้นางต้องฝืนร่างกายแสดงความสามารถหรอกนะ” องค์รัชทายาทยื่นบันไดให้สหายได้ลง

            “มิได้ๆ ข้าหลิวเฟิงเหมียนต้องขออภัยคุณหนูจางด้วยที่ไม่รู้เรื่องการบาดเจ็บของเจ้า เป็นข้าที่อยากให้ทุกคนได้รู้จักเจ้ามากเกินไป แต่อย่างน้อยวันนี้ข้าก็ได้ประจักษ์ด้วยตนเองแล้วว่าคุณหนูจางชิงหนี่ว์งดงามมากเพียงใด สมแล้วที่ท่านราชเลขาธิการจางจะหวงแหนน้องสาว” คำกล่าวของหลิวเฟิงเหมียนทำให้ใครบางคนคิ้วกระตุกไปพร้อมกับเท้าที่อยากจะยื่นออกไปเพื่อถีบคนกล่าววาจาไม่เข้าหู

            “ขอบคุณคุณชายหลิวและคุณหนูหลิวเช่นกันที่วันนี้ทำให้ข้าได้ทราบว่าการพาน้องสาวมาร่วมงานเลี้ยงนั้นช่างไม่ปลอดภัยกับนางเสียจริง เพราะนอกจากจะมีการอิจฉาริษยาหวังกลั่นแกล้งกันในหมู่สตรีแล้ว ยังมีบุรุษที่หวังจะเชยชมโดยที่สตรีไม่เต็มใจ ต้องขอบคุณจวนหลิวแล้วที่ทำให้ข้าและน้องสาวได้ประจักษ์เรื่องราวเหล่านี้” คำกล่าวของราชเลขาธิการจางทำให้คนตระกูลหลิวแทบกระอักเลือด

            แม้จางชิงเทียนดูเป็นคนเรียบง่าย สุภาพ อ่อนโยน แต่เมื่อชายผู้นี้ต้องออกหน้าปกป้องน้องสาว ก็สามารถทำให้คนที่คิด ไม่ดีกับแก้วตาดวงใจของเขาเจ็บแสบไม่น้อย

            “เอาล่ะๆ ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ก็ให้มันจบเพียงเท่านี้เถิด วันนี้เจ้าอยากให้ทุกคนได้มาจิบชาชมดอกไม้ทำความรู้จักกันไม่ใช่หรือ” ยิ่งองค์รัชทายาทพยายามช่วยเหลือสหาย ยิ่งทำให้สตรีผู้หนึ่งลอบมองด้วยสายตาเย้ยหยัน

            “ใช่ๆ ข้าต้องขออภัยท่านราชเลขาธิการจางและคุณหนูจางที่ทำให้พวกท่านรู้สึกไม่ดี”

            “มิเป็นไรเจ้าค่ะ” มีเพียงคุณหนูจางที่ตอบรับ ส่วนราชเลขาธิการจางมองคนกล่าวด้วยสายตานิ่งเฉย

            “เชิญพวกท่านจิบชาชมดอกไม้กันตามสบายเลยนะขอรับ” สิ้นเสียงคุณชายจางคุณหนูคุณชายหลายคนก็ลุกขึ้นแล้วแยกย้ายกันไปสนทนากับคนที่ตนต้องการ

            “ชิงหนี่ว์เรากลับจวนกันเถิด” จางชิงเทียนก้าวเท้าเดินไปหาน้องสาว

            “พี่ใหญ่เจ้าขา ข้าขออยู่ต่ออีกหนึ่งเค่อได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากสนทนากับสหายอีกสักนิด”

            “สหายเจ้าหรือใครกัน”

            “นั่นอย่างไรเจ้าคะ” น้องน้อยชี้ไปที่คุณหนูสองคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

            “คนตระกูลหลิวนิสัยย่ำแย่ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ” หวังเยว่ฉิงบ่น หากวันนี้ไม่เพราะท่านพ่อท่านแม่ขอให้นางมา นางก็คงไม่คิดจะมาร่วมงานที่จวนนี้

            “เจ้าอย่าได้สนใจคนพวกนั้นเลยนะชิงหนี่ว์” คุณหนูเจิ้งเอ่ยทันทีที่เดินถึงตัวนาง

            “พี่ใหญ่เจ้าขา นี่คือสหายใหม่ของข้าเจ้าค่ะ คุณหนูหวังเยว่ฉิง และคุณหนูเจิ้งเข่อชิง เจ้าค่ะ”

            “คารวะท่านราชเลขาธิการจางเจ้าค่ะ” เพราะเป็นขุนนางมีตำแหน่งและศักดิ์สูงกว่า คุณหนูทั้งสองจึงแสดงความเคารพ

            “อืม เมื่อครู่นี้ข้าต้องขอบคุณคุณหนูเจิ้งด้วยที่พยายามช่วยชิงหนี่ว์”

            “มิเป็นไรเจ้าค่ะ เราเป็นสหายกันแล้ว มีเรื่องอันใดข้าย่อมต้องยื่นมือช่วยเหลือ” เจิ้งเข่อชิงตอบรับด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ทว่าสง่างาม ทำให้ดวงหน้าของบุรุษอย่างจางชิงเทียนเผยรอยยิ้มจางๆ

            ‘สมแล้วล่ะที่ฮ่องเต้หวังจะให้นางนั่งในตำแหน่งฮองเฮา’

            “เจ้ามีสหายแล้วเช่นนั้นพี่ขอไปพูดคุยกับสหายก่อน อีกหนึ่งเค่อพี่จะมารับเจ้ากลับจวน อย่าลืมระวังตัวด้วยล่ะ”

            “เจ้าค่ะ” เมื่อน้องสาวรับคำ พี่ใหญ่ก็หันไปส่งยิ้มให้กับสหายทั้งสองคนของนาง

            “กรี๊ด...ได้เห็นท่านราชเลขาฯ จางยิ้มเช่นนี้ถือเป็นบุญตายิ่ง ต้องขอบคุณสหายอย่างเจ้าแล้วชิงหนี่ว์” จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไรในเมื่อรอยยิ้มนั้นหาใช่รอยยิ้มเสแสร้งดั่งเช่นยามปกติ

            “ท่านราชเลขาฯ จางหวงแหนน้องสาวยิ่งข้าได้ประจักษ์ด้วยตาตนเองก็วันนี้” เจิ้งเข่อชิงกล่าว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 3 ความเก่งกาจของสหายคนใหม่ (4/4)

    “ท่านราชเลขาฯ จางหวงแหนน้องสาวยิ่งข้าได้ประจักษ์ด้วยตาตนเองก็วันนี้” เจิ้งเข่อชิงกล่าว “อย่ามัวแต่เยินยอพี่ชายข้าเลย เราไปนั่งคุยกันตรงนั้นดีหรือไม่ ข้าอยากชมดอกไม้” แม้จะพลาดไม่ได้ดูฉากตกหลุมรักของพระเอกนางเอก อย่างน้อยได้ชมดอกไม้ให้รื่นหูรื่นตาบ้างก็ยังดี “เจ้านี่นะ ชมดอกไม้น่ะแค่กล่าวเอาไว้ให้ดูดี จุดประสงค์แท้จริงคือให้มาชมบุรุษ” หวังเยว่ฉิงกล่าว สตรีทั้งสามคนสนทนากันพลางเดินไปที่สวนดอกไม้ โดยไม่รู้ว่ามีสายตามากมายจับจ้อง “ไม่รู้ว่าคุณหนูจางจะโกรธเคืองข้าหรือไม่ ข้าต้องไปขอโทษนางเป็นการส่วนตัวอีกครั้ง...” หลิวเฟิงเหมียนยังกล่าวไม่ทันจบก็ต้องเดินสะดุดกับอะไรบางอย่างจนเซไปเกาะองค์รัชทายาท&nb

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-20
  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 4 บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (1) (1/4)

    4บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (1) ด้านชินอ๋องซื่อจื่อที่เดินแยกตัวออกไป เดินไปหยุดนิ่งที่ใต้ต้นเหมยนัยน์ตาดำฉายแววล้ำลึกเมื่อจับจ้องไปยังจุดหนึ่ง ‘มีใครอยู่แถวนี้ไหมเจ้าคะ ข้าหกล้มเท้าบาดเจ็บ’ เสียงอ่อนหวานของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น ‘ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ข้าเจ็บเท้า ลุกไม่ขึ้น’ พอเห็นอะไรบางอย่างที่ดูขัดสายตา จึงใช้กำลังภายในเล็กน้อยดีดผลเหอเถาออกไป ‘ช่วยข้าด้วย คุณชายที่ยืนอยู่ตรงนั้น’ “...” โจวอันฉีไม่ตอบก่อนจะเดินออกจากจุดที่ยืนเมื่อครู่ไปทางต้นเสียง “เป็นชินอ๋องซื่อจื่อเองหรือเพคะ หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยที่ต้องรบกวนพระองค์” ดวงตารื้นน้ำตาฉายแววเจ็บปวดทอประกายความหวังเมื่อเห็นบุรุษเลิศล้ำกำลังเดินมาหาตน “...” บุรุษรูปงามไม่กล่าวอันใด ฝีเท้ายังคงก้าวเดินอย่างมั่นคง “หม่อมฉันพลาดพลั้งหกล้มจนเจ็บเท้า ต้องรบกวนท่านอ๋องแล้วเพคะ” โฉมงามอันดับหนึ่งกล่าวพลางกรีดนิ้วเช็ดน้ำตาที่ไม่มีจริงตรงหางตา ท่าทางอ่อนแอน่าปกป้องของสตรีที่มีดวงหน้างดงามทำให้บุรุษอยากปกป้อง ในช่วงที

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-21
  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 4 บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (1) (2/4)

    “มันก็เป็นได้แค่เรื่องสมมติ เพราะสตรีอย่างไรก็กลายเป็นบุรุษไม่ได้” เสียงทุ้มของบุรุษที่แทรกเข้ามาในบทสนทนาทำให้ทั้งสามคนหันไปมอง “คารวะชินอ๋องซื่อจื่อ” คุณหนูทั้งสามแสดงความเคารพตามมารยาทแต่ในใจกลับคิดต่างกันออกไป ‘จู่ๆ ชินอ๋องเดินเข้ามาพูดคุยกับพวกข้าเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด’ มันคือสิ่งที่หวังเยว่ฉิงคิด ‘บุรุษผู้นี้กำลังเอ่ยวาจาดักคอข้าอยู่ใช่หรือไม่’ คุณหนูเจิ้งคิด ‘เจ้าพระเอกตัวซวย อย่ามาใกล้ข้านะ ถอยไปให้ห่างๆ ข้า นางเอกของเจ้าอยู่ทางโน้น’ จางชิงหนี่ว์คิดพลางก้มหน้าซ่อนสายตาไม่ใคร่จะชอบใจเอาไว้ “ตามสบาย เปิ่นหวางไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนพวกเจ้า เพียงแค่เห็นว่าคุณหนู

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-21
  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 4 บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (1) (3/4)

    “แต่บ่าวอยากให้คุณหนูได้พักผ่อนนี่เจ้าคะ คุณหนูเอาแต่วาดภาพบุรุษขาย จนบางครั้งตอนกลางวันก็ไม่ยอมหยุดพักเพื่อกินข้าว” หากไม่ติดว่าตอนเช้าและเย็นต้องกินข้าวพร้อมคุณชายใหญ่ คุณหนูของนางก็คงไม่สนใจที่จะหยุดพักเป็นแน่ “ช่วงนี้ราคาภาพวาดกำลังดี มีคุณหนูต้องการมากมาย ข้าจึงต้องเร่งมือ” สุดท้ายสาวใช้คนสนิทก็ไม่อาจห้ามคุณหนูของตนได้อีกจึงได้แต่นั่งพัดและรินน้ำชาให้อย่างเงียบๆ จางชิงหนี่ว์วาดภาพได้ตามจำนวนที่ต้องการจึงยอมหยุดพักแล้วไปเดินเล่นระหว่างรอภาพวาดแห้ง ส่วนจื่อรั่วก็ปล่อยให้เก็บอุปกรณ์วาดภาพไป “เริ่มหิวแล้วสิ แต่หากกินข้าวตอนนี้ แล้วพี่ใหญ่กลับมาข้าก็จะไม่หิวน่ะสิ” และเมื่อใดที่นางกินข้าวน้อยก็มักจะทำให้พี่ใหญ่ไม่สบายใ

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-21
  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 4 บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (1) (4/4)

    “ช่างเถิดหากได้เจอกันอีกครั้งค่อยหาวิธีพิสูจน์” คุณหนูจางบอกกับตัวเองก่อนจะเดินกลับเรือนของตนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์รอพี่ใหญ่กลับจวน ภาพวาดที่นางวาดโดยใช้เรือนร่างของจื่อเป่าเป็นต้นแบบถูกเถ้าแก่เนี้ยร้านขายภาพวาดรับซื้อเอาไว้หมด พร้อมทั้งสั่งเพิ่มอีกหลายๆ ภาพเท่าที่นางจะวาดไหว “มือก็หายแล้ว แต่จะไปหาบุรุษจากที่ใดมาวาดภาพเล่า” ลานฝึกยุทธ์ก็ไปไม่ได้ นางไม่กล้าเอาชีวิตน้อยๆ ของตนเองไปเสี่ยงอีก “คุณหนู ท่านอย่าออกไปวาดภาพบุรุษอีกเลยนะเจ้าคะ” คราวที่แล้วก็ได้บาดแผลมาจนต้องช่วยกันหาข้ออ้างโกหกคุณชายใหญ่ “ไม่ได้! ข้าต้องไป มือข้าหายแล้วเจ้าไม่ต้องห่วง” แม้จะรู้ว่าจวนตนไม่ได้ขัด

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-21
  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 5 บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (2) (1/4)

    5บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (2) คุณหนูจางที่ตอนนี้อยู่ในคราบบุรุษเดินตามผู้ดูแลไปที่ห้องส่วนตัว “คุณชายรอข้าน้อยเพียงครู่เดียว ข้าน้อยจะไปพาเหล่าบุรุษมาให้ท่านเลือกขอรับ” “อืม” นางตอบรับพลางโยนตำลึงสีเงินก้อนใหญ่ให้ผู้ดูแล ซึ่งชายวัยกลางคนรับมาแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหายออกไปทางประตู ผ่านไปไม่ถึงชั่วจิบชาผู้ดูแลกลับมาพร้อมกับบุรุษจำนวนเจ็ดคนเพื่อให้นางเลือกสรร “คุณชายสามารถเลือกคนที่คุณชายต้องการได้เลยขอรับ”&nb

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-22
  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 5 บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (2) (2/4)

    “เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วยามก่อนผู้ดูแลจะพาชายงามมาให้ข้าเลือกเพิ่ม คราวนี้ข้าขอเปลี่ยนท่านั่งพวกเจ้าใหม่” สตรีในคราบบุรุษกล่าวก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้ทั้งสามคน จางชิงหนี่ว์จัดบุรุษคนหนึ่งให้นอนเอนหลังลงกับพื้น ส่วนบุรุษอีกคนคุกเข่านั่งคร่อมขาข้างหนึ่งของคนที่นอนอยู่ มือใหญ่ของคนที่อยู่ด้านบนวางลงตรงแผ่นอก ส่วนแขนอีกข้างยันพื้นเอาไว้ ชายอีกหนึ่งคนที่เหลือ นางให้นอนคว่ำแล้วซบใบหน้าลงตรงต้นขาที่ไม่มีอาภรณ์ปกปิด มือใหญ่ข้างหนึ่งเอื้อมไปวางลงบนหน้าท้อง “อู่เจ๋อ ท่าทางเจ้ายังไม่ได้ มานี่ประเดี๋ยวข้าทำให้ดู” นางดันตัวเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายหลบ “เจ้าต้องทำเช่นนี้ อืม โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เช่นนี้ดีกว่า” นางขึ้นคร่อมขาข้างหนึ่งของชายงามที่นอนอยู่ก่อนจะใช้ม

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-22
  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 5 บุรุษสวมหน้ากากกับท่าทางแปลกๆ ของเขา (2) (3/4)

    “พวกท่านรีบใส่อาภรณ์เถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้” นางเอ่ยพลางส่งยิ้มให้กับชายงามทั้งสามที่ช่วยให้งานของนางลุล่วงไปได้ “...” บุรุษสวมหน้ากากตวัดสายตามองเช่นกัน ทำให้ทั้งสามคนได้แต่ก้มหน้า คุณชายผู้นี้หวงแหนฮูหยินยิ่งนัก... “พวกท่านจะนั่งดื่มกินก่อนก็ได้นะเจ้าคะ ประเดี๋ยวผู้ดูแลนำบุรุษมาให้ข้าเลือกเพิ่ม พวกท่านค่อยไปก็ได้” “นี่เจ้ายังจะเลือกบุรุษมาเพิ่มอีกหรือ” “ข้ายังวาดได้ไม่มาก จึงต้องหาคนเพิ่มอีกเจ้าค่ะ” “ที่นี่เป็นหอชายงา

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-22

Bab terbaru

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 10 รักกันจริงหรือแค่ข่าวลือ (4/4)

    “หนี่ว์เอ๋อร์ เจ้าอย่าได้ลืมสิ ว่าสหายของเจ้าในภายหน้านางจะต้องขึ้นเป็นฮองเฮา นางจะมีข่าวลือเสียหายไม่ได้แม้เจ้าจะเป็นสหายที่สนิทสนมกันก็ตามอย่างไรก็ควรรักษาระยะห่าง” “แต่ข้ากับนางบริสุทธิ์ใจต่อกันเหตุใดต้องหวาดกลัวเสียงเล่าลือของผู้อื่นด้วยเจ้าคะ ข้าไม่สนหรอกเจ้าค่ะใครจะเอาข้าไปเล่าลืออย่างไร” ‘หนี่ว์เอ๋อร์ เจ้าบริสุทธิ์ใจ แต่สตรีผู้นั้นไม่ได้บริสุทธิ์ใจเช่นที่เจ้าคิดน่ะสิ’ แม้จะอยากกล่าวไปแต่ชินอ๋องซื่อจื่อก็เลือกที่จะเงียบ “ข่าวลือก็เป็นแค่ข่าวลือ ไม่ใช่เรื่องจริงเสียหน่อย” “แล้วเหตุใดพอเป็นเรื่องพี่ เจ้าถึงเชื่อสนิทใจว่าพี่เป็นคนรักของสตรีผู้นั้น” ‘นี่เขากำลังยอกย้อน

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 10 รักกันจริงหรือแค่ข่าวลือ (3/4)

    “กล่าวถึงเรื่องที่สนทนาค้างไว้เมื่อครู่ ท่านบอกว่าที่องค์รัชทายาทไม่ยอมยกเลิกการหมั้นหมายเพราะพึงใจในสหายข้าหรือเจ้าคะ” เพราะความอยากรู้นางจึงยอมขึ้นรถมากับเจ้าตัวซวยนี่ “พี่คาดเดาว่าเป็นเช่นนั้น” เขากล่าวพลางจ้องมองนางไม่วางตา คำเรียกขานเปลี่ยนไปเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง “คาดเดา? ข้าว่าท่านเดาผิดแล้ว สตรีที่องค์รัชทายาทพึงพอใจไม่ใช่สหายข้าหรอกเจ้าค่ะ” ก็แค่อยากเอาชนะคู่หมายของตนเพียงเท่านั้น “เช่นนั้นเจ้าคิดว่าองค์รัชทายาทพึงใจใคร” “คุณหนูสวี่ลู่ฟาง” “เหตุใดถึงคิดว่าเป็นนาง”

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 10 รักกันจริงหรือแค่ข่าวลือ (2/4)

    ใครจะอยากถูกเปรียบเทียบกับคนที่เก่งกว่าเล่า... ด้านชิงหนี่ว์เมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้น นางก็เริ่มรู้สึกสงสัย หนังสือไร้ชื่อเล่มสีดำเช่นนั้นหรือ หรือแท้จริงสตรีดอกบัวขาวผู้นี้จะรู้เรื่องเหตุการณ์ต่างๆ จากหนังสือเล่มนั้นจึงสามารถเอาชนะใจบุรุษที่เลิศล้ำและเก่งกาจได้ถึงสามคน “ขอบคุณเจ้าค่ะ สำหรับอาหารเลิศรสมื้อนี้” แม้จะอึดอัดใจมากก็ตาม “หากเจ้าอยากมากินข้าวที่นี่อีกให้บอก พี่จะพามาเอง” ชินอ๋องซื่อจื่อกล่าว “เอ่อ...เจ้าค่ะ” นางปรายตามองสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นอีกฝ่ายกำมือแน่นราว

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 10 รักกันจริงหรือแค่ข่าวลือ (1/4)

    10รักกันจริงหรือแค่ข่าวลือ ในระหว่างที่นางครุ่นคิดไป คีบข้าวเข้าปากไปนั้น จู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออกก่อนที่หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีจะเดินเข้ามาด้านใน “ชิงหนี่ว์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เจิ้งเข่อชิงรีบปรี่เข้าใกล้สหายทันที แต่ยังไม่ทันถึงตัวนาง บุรุษที่นั่งอยู่ด้านข้างก็ยกมือขึ้นมากีดกันเสียก่อน “ข้าไม่เป็นอันใด เจ้าเล่าปลอดภัยดีหรือไม่” คำกล่าวของสตรีทั้งสองทำให้บุรุษสูงศักดิ์ทั้งสองมองหน้ากัน คำกล่าวของพวกนางช่างทำให้เขาสองคนกลายเป็นบุรุษกักขฬะอันตราย ถูกมองไม่ดี “ข้าไม่เป็นอันใด ข้าขอนั่งกับเจ้านะ” คุณหนูเจิ้งกล่าวก่อนจะเดินไปยกเก้าอี้แล้วเอามาวางแทรกกลางระ

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 9 สตรีชาเขียว (4/4)

    ‘วาจาหยอกล้อหรือ ช่างแสร้งใสซื่อได้ไร้ที่ติจริงๆ’ ชิงหนี่ว์คิดแต่ไม่กล่าวอันใด ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าโศกเศร้าต่อ “วาจาหยอกล้อหรือ เช่นนั้นเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เป็นแค่บุตรสาวหมอหลวงแต่บังอาจมาเสนอหน้าร่วมโต๊ะกับองค์รัชทายาทและชินอ๋องซื่อจื่ออย่างเปิ่นหวาง สมควรแล้วหรือ หากจะกล่าวว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ใครมีเงินก็เข้าได้ เช่นนั้นบุตรสาวหมอหลวงอย่างเจ้าและสหายก็ควรจะย้ายไปนั่งโต๊ะอื่น อย่าได้มาขอนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเปิ่นหวาง ที่ผ่านมาเปิ่นหวางไว้หน้าคุณหนูหลิวเพราะเห็นว่าเป็นน้องสาวของเฟิงเหมียน แต่ในเมื่อพวกเจ้าไม่ไว้หน้าคุณหนูจางที่เปิ่นหวางและองค์รัชทายาทตั้งใจเชิญมาร่วมโต๊ะ เปิ่นหวางก็ไม่คิดจะไว้หน้าพวกเจ้าอีกเช่นกัน” แม้คนเป็นน้องสาวจะโดนว่ากล่าวแต่หลิวเฟิงเหมียนหาได้สนใจไม่ เพราะกำลังตกตะลึงกับสหายที่นานๆ จะกล่าววาจายืดยาวได้ “ขอประทานอภัยเพคะ ที่ทำให้ชิน

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 9 สตรีชาเขียว (3/4)

    “เจ้าไปนั่งตรงนั้น” โจวอันฉีรั้งชายอาภรณ์นางให้ถอยออกห่างก่อนจะดันตัวให้ไปนั่งข้างนางเอกผู้นั้น ส่วนตัวเองก็นั่งลงระหว่างนางและหลิวเฟิงเหมียนแทน ‘ท่านกำลังโกรธเกรี้ยวว่าที่ฮูหยินของตนหรืออย่างไร’ เอานางมานั่งคั่นกลางเช่นนี้ช่างไม่ดีเอาเสียเลย “เจ้าอยากกินอันใดบ้าง พี่จะสั่งมาให้” โจวอันฉีหันมาถามสตรีข้างกาย คำเรียกขานที่เป็นกันเองทำให้สายตาของคนตระกูลหลิวมองมาด้วยแววตาสงสัยใคร่รู้ ส่วนนางเอกดอกบัวขาวน่ะหรือแทบจะเข้ามาหักคอนางแล้วกระมัง “ข้าเอ่อ...กินอันใดก็ได้เจ้าค่ะ” นางหันไปมองสวี่ลู่ฟางครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไปอย่างมีมารยาท อาหารเลิศรสทั้งหลาย คราวหน้าค่อยเจอกัน นางยอมเสียเงินเองให้จื่อเป่ามาซื้อให้ก็ได้

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 9 สตรีชาเขียว (2/4)

    “ข้าไม่ได้คิดอันใดกับคุณหนูสวี่จริงๆ เจ้าอย่าได้คิดยัดเยียดข้าให้ผู้อื่น” แม้อยากจะเร่งรัดให้เกิดงานหมั้นหมาย แต่ทว่าฮ่องเต้และฮองเฮากลับไม่ยินยอม ทั้งสองพระองค์ต้องการให้เขาจัดการตนเองให้ปราศจากข่าวลือเสียก่อน ซึ่งเขาก็คงต้องรีบลงมือทำ มิเช่นนั้นสตรีผู้นี้ก็คงเข้าใจผิดไม่เลิก ใครกันบังอาจปล่อยข่าวลือน่ารังเกียจพวกนั้น เขาไม่เคยรักใคร่ไยดีสวี่ลู่ฟางแม้แต่น้อย เหตุใดเรื่องราวถึงใดถูกเล่าลือไปเช่นนั้น “ปากก็กล่าววาจาหลอกลวง แต่ท่านคงลืมไปแล้วว่าผู้อื่นไม่ได้ตามืดบอดถึงจะมองไม่เห็นว่าท่านนัดเจอและไปไหนมาไหนกับนางอยู่บ่อยครั้ง หากท่านพึงใจนางก็ควรรีบยกเลิกการหมั้นหมายกับข้า” นางจะได้ไปหาวิธีทำให้ตนเองได้อยู่กับสตรีที่ตนพึงใจเช่นกัน หากสตรีผู้นั้นเป็นชิงหนี่ว์นา

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 9 สตรีชาเขียว (1/4)

    9สตรีชาเขียว “ช่างเสียมารยาทจริงๆ ที่เข้าห้องผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต” คุณหนูเจิ้งกล่าวตำหนิแต่ก็ยังไม่ยอมผละออกห่างจากนาง “เข่อชิง เจ้าคิดว่าตนกำลังทำอันใดอยู่” คำกล่าวของบุรุษสูงศักดิ์ทำให้นางรู้สึกงุนงงแล้ว มาโรงเตี๊ยมที่มีอาหารเลิศรส หากไม่มากินข้าวจะให้มาทำอันใดอีก เอ่อ...ข้าลืมไปองค์รัชทายาทผู้นี้นอกจากเรื่องการบริหารบ้านเมืองแล้ว เรื่องอื่นเขาไม่ฉลาดเอาเสียเลย มิเช่นนั้นคงไม่ถูกสตรีดอกบัวขาวล่อลวงเอาไปเป็นทาสรักหรอก “องค์รัชทายาท พระองค์ได้โปรดกลับห้องของพระองค์ไปเถิดเพคะ อย่าได้มายุ่งเกี่ยวกับหม่อมฉันและสหาย” นอกจากจะเอ่ยวาจาแล้ว สหายของนางยังส่งสายตาตำหนิคู่หมาย

  • ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก   บทที่ 8 บุรุษเอาแต่ใจ (4/4)

    “มาจากเขา แต่ข้าให้ท่านพ่อส่งคืนไปแล้ว เหตุใดมันถึงมาอยู่บนหัวข้า” เจิ้งเข่อชิงครุ่นคิดก่อนที่นัยน์ตาหงส์จะเบิกกว้างอีกครั้ง ต้องเป็นตอนนั้นแน่ๆ ที่เขาช่วยประคองไม่ให้นางตกจากเก้าอี้ตอนนั้นนางรู้สึกตึงๆ บนหัว แต่ก็ไม่ได้คิดอันใดเพราะคิดว่าปิ่นที่ปักอยู่หลายอันอาจจะไปชนโดนเขา ‘น่าชังนักโจวเฟยหลง’ นางปฏิเสธอย่างชัดเจนก็ยังดื้อดึงที่จะมอบให้ “เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ” “เก็บไว้ในหีบ หากถึงเวลาข้าจะส่งคืนเขาด้วยตนเอง” หากหมดพันธะต่อกันนางจะรีบส่งคืนให้เร็วที่สุด ไม่กี่วันต่อมาคุณหนูเจิ้งก็มาเยือนจวนจางเพื่อชักชวนให้นางไปเยี่ยมหวังเยว่ฉิงท

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status