Home / โรแมนติก / Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก / 02 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

Share

02 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

Author: WangFei
last update Last Updated: 2025-03-29 21:20:37

เฟิ่งหรั่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ร้านเครื่องประดับ กำลังจะนำเครื่องประดับชิ้นใหม่มาวางขายที่ร้าน ด้วยเพราะร้านเครื่องประดับนี้ขายสินค้าแต่เฉพาะสตรีชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น เครื่องประดับมีค่าจำนวนมากย่อมเป็นที่สนใจของสตรีชั้นสูง หญิงสาวจึงชวนเฟิ่งอี้และจิงเจียวออกมาซื้อเครื่องประดับด้วยกัน

          ตลาดใหญ่ในเมืองหลวงครึกครื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากการกลับมาของลู่เฟยหลงพร้อมกับชัยชนะเหนือจงโจว เหล่าสตรีชั้นสูงซึ่งเป็นบรรดาบุตรีของขุนนางทั้งหลายต่างก็ออกมาเที่ยวเล่นในเมือง ด้วยเพราะพวกนางสืบทราบมาว่าองค์รัชทายาทลู่เฟยหลงมักชอบออกมาดื่มสุรากับทหารองครักษ์คนสนิทที่หอสุราเป็นประจำ

          เฟิ่งหรั่นเดินเลือกซื้อเครื่องประดับมาใหม่จากหลากหลายร้านที่มาเปิดใหม่ แต่ทว่าก็ไม่มีร้านใดที่ถูกใจนางเท่าร้านใหญ่ในเมืองหลวงอีกแล้ว

          หญิงสาวเดินเลือกเครื่องประดับในร้านใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเจอปิ่นหยกที่ถูกใจ ปิ่นหยกนี้ประดับด้วยไข่มุกราตรีงดงามยิ่งนัก เฟิ่งหรั่นหยิบปิ่นหยกสีเขียวเพียงหนึ่งเดียวในร้านขึ้นมาเชยชม เช่นเดียวกับเฟิ่งอี้เดินเข้ามาหาพี่สาวชื่นชมความงดงามของปิ่นหยกหายากชนิดนี้

          “งามจังเลยเจ้าค่ะพี่หญิง ข้าไม่เคยเห็นปิ่นหยกที่ใดงดงามมาก

จริงๆ” เฟิ่งอี้หมายจะเอื้อมมือเข้าไปสัมผัส แต่ทว่าเสียงของเจ้าของร้านทำให้เฟิ่งหรั่นต้องวางปิ่นนั้นลงที่เดิม เฟิ่งอี้ชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย

          “แม่นางผู้นี้ท่านช่างตาถึงยิ่งนัก ปิ่นนี้เป็นปิ่นที่งดงามมาก นำเข้ามาจากดินแดนมองโกล สั่งทำพิเศษจากช่างที่มีชื่อเสียงของมองโกลเชียวนะขอรับ” ชายชราเจ้าของร้านพูดด้วยน้ำเสียงเชิญชวน

          “พี่หญิง เราซื้อกันดีหรือไม่เจ้าคะ ปิ่นนี้งดงามมากหากท่านใส่ไปร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ ท่านจะต้องงดงามสะดุดตามากแน่ๆ เจ้าค่ะ” เฟิ่งอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม นางอดเสียดายปิ่นปักผมอันงดงามนั้นไม่ได้จริงๆ

          “ไม่เหมาะสมนัก ปิ่นนี้เชื้อพระวงศ์ในวังต่างใช้กัน เราเป็นแค่บุตรสาวขุนนาง จะใส่ของที่มีค่ามากกว่าฮองเฮากับไทเฮาได้อย่างไร งานคืนนี้ไทเฮา ไท่เฟยและฮองเฮาต่างเสด็จมาร่วมด้วย อย่าทำให้พระองค์ไม่พอพระทัย” เฟิ่งหรั่นกล่าวเตือนสติผู้เป็นน้องสาว เฟิ่งอี้ยังเด็กนัก นางยังไม่รู้จักดีว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร

          “ท่านอ๋องเก้า” เฟิ่งอี้กล่าวเสียงอ่อนพร้อมรอยยิ้มหวาน เมื่อเห็น

รอยยิ้มของลู่อ๋องที่ยิ้มตอบนาง นางย่อกายคำนับอย่างนอบน้อมพร้อมผู้เป็นพี่สาวและจิงเจียว

          “ถวายพระพรเพคะท่านอ๋อง” เฟิ่งหรั่นเอ่ยเสียงหวาน ใบหน้างดงามเงยขึ้นมาเล็กน้อยสบกับสายตาคมปลาบของอ๋องหนุ่มเบื้องหน้านาง หัวใจของนางพลันเต้นระรัวทุกครั้งที่ได้สบตากับนัยน์ตาคมปลาบคู่นี้ รูปโฉมอันหล่อเหลาของลู่อ๋องทำให้สตรีครึ่งค่อนเมืองไม่น้อย ปรารถนาที่จะเป็นพระชายาเคียงกาย แต่ว่ายามเขายืนเคียงข้างองค์รัชทายาทลู่เฟยหลง ความ

โดดเด่นของลู่เฟยหลงกลับมีมากกว่ายิ่งนัก

          “เถ้าแก่ ข้าซื้อปิ่นนี้” ลู่อ๋องวางถุงเงินไว้เบื้องหน้า ก่อนจะหยิบปิ่นหยกเมื่อสักครู่ที่เฟิ่งหรั่นหยิบขึ้นมา พอดีกับสายตาของลู่เฟยหลงที่เห็นเข้า เดิมทีเขาตั้งใจมาร้านนี้เพื่อหาซื้อปิ่นหยกที่งดงามที่สุดให้กับเฟิ่งหรั่น แต่สุดท้ายกลายเป็นลู่อ๋องที่ตัดหน้าเขาไปอย่างน่าเสียดาย

          รองแม่ทัพองครักษ์ซ่งเข้าใจความนัยจากสายพระเนตรขององค์รัชทายาทดี แต่เพลานี้ทุกคนต่างรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของเฟิ่งหรั่นและลู่อ๋องดีว่าเป็นอย่างไร ทุกคนต่างเล่าลือกันว่านางคือสตรีในดวงใจของลู่อ๋องและอาจกลายเป็นว่าที่พระชายาเอกในอีกไม่นานนี้ คิดแล้วเห็นใจองค์รัชทายาทยิ่งนัก เฝ้ามองนางมาเนิ่นนานแต่กลับไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้นับตั้งแต่กลับมาจากจงโจว

          “ถวายพระพรองค์รัชทายาท” สายตาของเฟิ่งหรั่นที่เหลือบมองเห็นลู่เฟยหลง นางหลุบสายตาลงแล้วย่อกายคำนับอย่างนอบน้อม ชายหนุ่มปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมดังเดิม กำปิ่นเงินที่หมายอยากมอบให้นางเอาไว้ด้านหลังตนเอง

          “ไม่ต้องมากพิธี...” ชายหนุ่มกล่าวสั้นๆ เนื่องจากเขาแต่งกายออกมาอย่างเรียบง่าย จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเขา เช่นเดียวกับลู่อ๋องที่ไม่ชอบความวุ่นวาย

          “ไม่ทราบว่าเสด็จพี่จะทรงมา ข้าจะได้ชวนท่าน”ลู่อ๋องกล่าวอย่างมี

น้ำใจ แต่ลู่เฟยหลงกลับรู้สึกว่าถ้อยคำนั้นแฝงไปด้วยความเหยียดหยัน แต่ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจคำกล่าวของลู่อ๋องนัก

          “ข้าเพียงแวะผ่านมา ขอตัวก่อน” ลู่เฟยหลงกล่าวด้วยสีพระพักตร์

เรียบเฉย ก่อนจะได้ยินเสียงของลู่อ๋องสนทนากับนางในดวงใจ

          “จริงสิ หรั่นหรั่น ข้าได้ยินว่าคืนนี้เจ้าตั้งใจรำต้อนรับการกลับมาของเสด็จพี่ ข้าอดชมเจ้าในชุดร่ายรำไม่ได้นัก” ลู่อ๋องเอ่ยเสียงหวาน เขาหยิบปิ่นขึ้นมาก่อนจะบรรจงปักที่มวยผมของนาง จิงเจียวยิ้มยินดีกับภาพที่เห็น

          เฟิ่งหรั่นยิ้มด้วยความเขินอาย “ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง...”

          หัวใจของลู่เฟยหลงพลันหล่นลงไปที่ตาตุ่ม ลู่อ๋องปักปิ่นให้นางก็เท่ากับประกาศให้รู้กันว่าน้องชายต่างมารดานั้นจองนางเอาไว้ แต่รอยยิ้มอันยินดีของนางช่างเจ็บปวดใจของเขายิ่งนัก ชายหนุ่มเดินหันหลังกลับมาโดยไม่หันกลับไปมองรอยยิ้มนั้นอีกเลย รอยยิ้มที่เขาปรารถนาอยากเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว แต่คงไม่มีวันได้มาครอบครอง

         

          เฟิ่งอี้กับเฟิ่งหรั่นเดินทางกลับมาถึงจวนในเพลาไม่นาน ความงดงามของปิ่นหยกที่ปักบนมวยผมของบุตรสาวคนโต ทำให้เฟิ่งฮูหยินยิ้มจนแก้มปริมองปิ่นปักผมที่ปักอยู่บนศีรษะของบุตรสาวอย่างชื่นชม ปิ่นปักผมนี้งดงามสะดุดตายิ่งนัก

          ยิ่งได้ทราบว่าลู่อ๋องซื้อให้กับนางหัวใจของผู้เป็นมารดาก็ยิ่งปลื้มปริ่ม ลู่อ๋องเป็นบุรุษที่งดงามหล่อเหลา อีกทั้งยังมากด้วยความสามารถไม่แพ้ลู่เฟยหลงผู้เป็นรัชทายาทเลยสักนิด หากลู่อ๋องมีวาสนาเกิดเป็นโอรสของไทเฮาเกรงว่าตำแหน่งรัชทายาทคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

          “ท่านอ๋องทรงประทานปิ่นปักผมให้พี่หญิงเช่นนี้ ข้าล่ะนึกอิจฉาพี่หญิงไม่ได้จริงๆ” เสียงของบุตรีอนุภรรยาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ระหว่างที่เฟิ่งอี้กำลังเดินทางกลับเรือนของตนด้วยความรู้สึกบางอย่าง

          ‘เฟิ่งเจาหรง’ บุตรีของอนุภรรยาลำดับที่หนึ่งเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ขณะที่กำลังโบกพัดไปมาด้วยท่าทีอ่อนช้อยปนเยาะเย้ย

          เฟิ่งอี้ชะงักฝีเท้าหันไปมองเฟิ่งเจาหรงด้วยความไม่พอใจ

          “ทำไมมองข้าเช่นนั้นเล่าน้องเล็ก?” เฟิ่งเจาหรงแสร้งขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย นางรู้ดีว่าในใจของเฟิ่งอี้คงกำลังโหมกระหน่ำด้วยไฟโทสะเป็นแน่ หากปลุกปั่นให้นางเกิดโทสะขึ้นมา ดีไม่ดีคนที่จะได้ไปร่วมงานเลี้ยงค่ำคืนนี้แทนอาจจะเป็นนางก็ได้ นางอยากมีวาสนาเข้าวังหลวงแบบเฟิ่งหรั่นและเฟิ่งอี้ที่เป็นบุตรีของฮูหยินใหญ่บ้าง

          เฟิ่งอี้ยกยิ้ม “แล้ววาจาของพี่หญิงรองเล่า ปากหวานก้นเปรี้ยวเสียขนาดนี้ ไม่แปลกใจนักที่มารดาเป็นได้แค่อนุ ส่วนตัวเอง...”

          หล่อนแสร้งยกยิ้มแล้วมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างดูหมิ่นดูแคลนด้วยสายตาเหยียดหยาม

          “เจ้าว่าข้าหรือ?” ท่าทีที่เต็มไปด้วยโทสะของเฟิ่งเจาหรงทำให้เฟิ่งอี้สะใจยิ่งนัก นางเดินเข้ามาหมายจะจัดการสั่งสอนน้องสาวต่างมารดา ต่อให้เป็นบุตรีของฮูหยินใหญ่ อย่าคิดว่านางจะกลัวง่ายๆ

          “มารดาก็ไพร่ ข้าไม่แปลกใจนักพี่หญิงรองถึงได้มีกิริยาเยี่ยงบ่าวไพร่ในจวน วันๆ เอาแต่เดินไปทั่วจวนอย่างไม่มีจุดหมาย ทำตนเช่นนี้วาสนาก็คงมีได้แค่นี้ล่ะ ดีไม่ดีก็คงอยู่คนเดียวในจวนจนร้างตาย!” วาจาอันเฉียบคมของเฟิ่งอี้เสียดแทงทะลุหัวใจของคนฟังยิ่งนัก เฟิ่งเจาหรงยืนกำหมัดตัวสั่นเทิ้ม

ด้วยความโกรธ หากทำให้เฟิ่งอี้โกรธขึ้นมาเกรงว่ามารดาคงถูกฮูหยินใหญ่รังแกอีกเป็นแน่

          เฟิ่งอี้ยกยิ้ม เฟิ่งเจาหรงก็แค่ดีแต่ปากเท่านั้น ไม่มีวันเอาชนะใครเขา

ได้หรอก “เก่งแต่ปากแบบนี้ และปากดีนินทาใครต่อใครไปทั่ว ระวังเถิดจะ

ตายก่อนอายุขัย!”

          ได้ต่อว่าเฟิ่งเจาหรงก็ราวกับระบายโทสะในใจออกไปจนหมด ความร้อนรุ่มในใจดั่งไฟสุมทรวงทำให้นางโกรธจนแทบคลั่ง ในเมื่อเฟิ่งเจาหรงคิดมาหาเรื่องนางก็รองรับโทสะของนางหน่อยเถิด!

          เฟิ่งหรั่นนั่งเลือกอาภรณ์สำหรับการแสดงร่ายรำในคืนนี้ คืนนี้เป็นการเลี้ยงฉลองได้รับชัยชนะของแคว้นเหลียวเหนือจงโจว เหตุใดนางต้องคิดถึงสายตาของลู่เฟยหลงยามมองนางที่ร้านเครื่องประดับด้วยนะ สายตาที่เห็นนางได้รับปิ่นจากลู่อ๋องราวกับแฝงด้วยความน้อยใจและประกายโทสะ เหตุใดกัน...

          หญิงสาวคิดไม่ตก นางพยายายามหาเหตุผลให้กับตนเอง แต่ก็คิดไม่ตกว่าเป็นเพราะเหตุใด แม้นางกับลู่เฟยหลงจะเคยพบเจอกันตั้งแต่เยาว์วัย แต่ด้วยอายุที่ห่างกันค่อนข้างมาก เขาอายุมากกว่านางถึงเจ็ดปี ในขณะที่ลู่อ๋องอายุห่างจากนางไม่มากนัก ทำให้นางกับเขาสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วและนิสัยของไท่เฟยที่ทรงเป็นมิตร ไม่ยากนักหากนางจะสนิทสนมกับลู่อ๋องได้อย่างรวดเร็ว

          สายตายามที่ลู่อ๋องและลู่เฟยหลงมองนางนั้น ทำให้นางรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นเพราะอะไรกัน?

          “ท่านคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะคุณหนู” จิงเจียวที่จับสังเกตท่าทีของผู้เป็นนายเอ่ย ขณะที่นางกำลังหวีผมให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ คุณหนูของนางไม่

เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย

          เฟิ่งหรั่นได้สติ “ข้าแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ อย่าใส่ใจเลย”

          จิงเจียวขมวดคิ้ว “ท่านกำลังโกหกข้าอยู่นะเจ้าคะ”

          เวลาที่เฟิ่งหรั่นมีเรื่องอะไรภายในใจ นางมักจะไม่บอกกล่าวให้ใครทราบ แต่กับจิงเจียวที่รับใช้นางมานานมีหรือจะคาดเดาท่าทีไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่ หากอีกฝ่ายมีเรื่องไม่สบายใจอันใดนางก็ไม่อยากให้ขบคิดเก็บปัญหาเอาไว้คนเดียว หากภายภาคหน้าเฟิ่งหรั่นได้เป็นพระชายาท่านอ๋อง การทำเช่นนี้อาจทำให้ความสัมพันธ์สามีภรรยาห่างเหินได้

          เฟิ่งหรั่นแสร้งโมโหใส่

          “เจ้าจะมารู้ดีกว่าข้าได้อย่างไรจิงเจียว...”

          จิงเจียวถอนหายใจ หากอีกฝ่ายไม่อยากบอกนางก็จะไม่เซ้าซี้ถาม

          “เจ้าค่ะ ท่านไม่มีก็ไม่มี แต่หากมีเรื่องใดข้าก็พร้อมรับฟังและเป็นเพื่อนคู่คิดให้กับท่านเสมอนะเจ้าคะ”

          เมื่อได้ฟังเช่นนี้ ภาระในจิตใจของเฟิ่งหรั่นยิ่งรู้สึกหนักอึ้งอยากระบายยิ่งนัก นางถามบ่าวคนสนิท

          “เมื่อตอนที่อยู่ร้านเครื่องประดับ ข้ารู้สึกว่าสายตาขององค์รัชทายาทมองข้าแปลกๆ นะ เจ้าสังเกตหรือไม่” นางถามจิงเจียว              จิงเจียวทำท่าทางขบคิด พยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่ร้านเครื่องประดับ

          “แปลกอยู่นะเจ้าคะ แต่การกระทำของท่านอ๋องเก้านั้นแปลกยิ่งกว่า ทรงปักปิ่นให้คุณหนูเช่นนี้ แสดงว่าอีกไม่นานก็คงมีข่าวดีตามมา” จิงเจียวเอ่ยพลางอมยิ้มน้อยๆ การกระทำของลู่อ๋องในวันนี้ค่อนข้างชัดเจนยิ่ง

นัก แม้จะไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูดก็ตาม

          “ข้าไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้ มีสตรีมากมายที่เหมาะสมกับท่านอ๋อง

เจ้าอย่าพูดไร้สาระเลย มาช่วยข้าแต่งตัวดีกว่า” นางเบี่ยงประเด็นทันที หญิงสาวมองตนเองในกระจกทองเหลือง จะเป็นอย่างที่นางรู้สึกหรือไม่นะ...

          ลู่เฟยหลงกลับมาถึงตำหนักบูรพา เขานั่งอยู่ที่ศาลาริมสระในอุทยานตำหนักบูรพาอย่างเงียบๆ ฝ่ามือหนึ่งหยิบปิ่นเงินอันงดงามที่ซื้อมาจากร้านเครื่องประดับขึ้นมาควงเบาๆ ความรู้สึกในใจต่อผู้ที่เขาอยากมอบปิ่นนี้ให้มีมากเกินกว่าคำบรรยายใดๆ ความรู้สึกทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนปิ่นนี้ สายตาคมปลาบทอดมองไปยังสระบัวเบื้องหน้า ยามนี้ใกล้ยามสุริยะจะลับขอบฟ้าแล้ว

          ซ่งหลานซึ่งเป็นองครักษ์คนสนิท บัดนี้เขายืนอยู่ข้างๆ พระวรกายของผู้เป็นองค์รัชทายาท ท่าทีนิ่งสงบต่างจากท่าทีนิ่งขรึมดุดัน ทว่าบัดนี้กลับแผ่รัศมีของความอ่อนโยนออกมายามจ้องปิ่นปักผมสีเงินนั้น รองแม่ทัพหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ ลู่เฟยหลงหลงรักเฟิ่งหรั่นมานานแต่กลับไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกกับนาง ยิ่งภาพเมื่อตอนกลางวันได้เห็นอนุชาต่างมารดาปักปิ่นให้นางแสดงออกอย่างชัดเจน ย่อมตอกย้ำความรู้สึกในใจของลู่เฟยหลงให้เจ็บแปลบยิ่งนัก

          “รัชทายาท จะได้เวลางานเลี้ยงเริ่มแล้วนะพะยะค่ะ” รองแม่ทัพซ่ง

เตือนเบาๆ งานเลี้ยงฉลองต้อนรับนี้เป็นพระเสาวนีย์ของไทเฮาที่ต้องการต้อนรับพระโอรสองค์เล็กกลับมาหลังจากได้รับชัยชนะจากจงโจว แม้ว่าลู่เฟยหลงจะไม่ต้องการให้จัดงานแบบนี้อย่างสิ้นเปลือง แต่ในใจเขาก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมการแสดงของนางเพื่อเขา

          แม้จะไม่ได้เป็นความต้องการของนาง แต่เขาก็ดีใจยิ่งนักที่จะได้เห็น

นางร่ายรำในวันสำคัญของเขาเช่นนี้

          ลู่อ๋องเดินทางออกจากวังของตนเองมุ่งหน้าสู่พระราชวังหลวง แม้ในใจเขาจะไม่ยินดีกับชัยชนะของลู่เฟยหลง แต่ก็อดปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเขาต้องการเห็นสีหน้าอันสิ้นหวังยามเห็นสตรีที่อีกฝ่ายหมายปองสนิทสนมกับตนเอง สายตาของลู่อ๋องปราดมองเพียงครู่หนึ่งตั้งแต่ที่ร้านเครื่องประดับก็รู้แล้วว่าพี่ชายต่างมารดานั้นคิดเช่นไรกับเฟิ่งหรั่น

          แม้ว่าเฟิ่งหรั่นจะมีความงามเป็นหนึ่งในแผ่นดินแคว้นเหลียว แต่ก็อดปฏิเสธไม่ได้ว่าเขานั้นถูกใจนาง แต่หาใช่หน้าตาที่งดงามของนางไม่ แต่เป็นฐานอำนาจของครอบครัวนางที่จะหนุนนำเขาในอนาคต ลู่เฟยหลงต้องออกรบบ่อยๆ ไม่มีเวลาสนใจงานราชกิจในเมืองหลวงมากนัก จึงมีเพียงเขาและใต้เท้าเฟิ่งเท่านั้นที่คอยออกช่วยว่าราชการอยู่บ่อยๆ ข้างพระวรกายของฝ่าบาท

          คนอย่างลู่อ๋องมีสตรีไม่ขาดกาย แต่ทว่ากลับไม่มีสตรีนางใดที่จะเป็น

ฐานอำนาจหนุนหลังให้เขากลายเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ได้เลย ยกเว้นเฟิ่งหรั่นที่สามารถใช้อำนาจของตระกูลบิดาซึ่งเป็นอัครมหาเสนาบดีและกุนซือคนสำคัญเป็นฐานอำนาจส่งเสริมเขาได้ พระมารดาของเขาซู่ไท่เฟยก็คงต้องการเช่นนี้เหมือนกัน

          ลู่เฟยหลงชอบนางแล้วอย่างไร...นางงดงามแล้วอย่างไร สำหรับเขาฐานอำนาจในการหนุนหลังนั้นสำคัญที่สุด อย่างไรก็ต้องหาทางแต่งงานกับเฟิ่งหรั่นให้ได้ แล้วค่อยๆ หาทางควบรวมตระกูลของนางเป็นหนึ่ง

เดียวกับเขาเพื่อชิงราชบัลลังก์

          ลู่อ๋องหรืออ๋องเก้าเดินทางมาถึงในวังหลวงก่อนเริ่มงานไม่กี่ชั่วยาม เขามุ่งตรงไปที่ตำหนักของซู่ไท่เฟยซึ่งเป็นพระมารดาของตน แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงไท่เฟย ในราชสำนักฝ่ายในซู่ไท่เฟยเป็นรองเพียงไทเฮาเท่านั้น แต่กลับไม่มีอำนาจใดสามารถเกลี้ยกล่อมให้เซียวฮองเฮากลายมาเป็นพรรคพวกฝ่ายตนเองได้เลย

          “เสด็จแม่” ลู่อ๋องประสานมือก้มศีรษะคำนับมารดาอย่างนอบน้อม มีเพียงมารดาของเขาเท่านั้นที่เขาทำเช่นนี้ นอกนั้นไม่มีสิทธิ์ได้รับความจริงใจหรือความเคารพจากเขาแม้แต่น้อย

          ซู่ไท่เฟยคลี่ยิ้มให้กับบุตรชาย พระนางทรงทราบเรื่องที่ลู่อ๋องปักปิ่นให้กับเฟิ่งหรั่นที่ร้านเครื่องประดับนั้นแล้ว หลังจากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับถูกลือลั่นไปในเพลาไม่กี่ชั่วยามว่าเฟิ่งหรั่นนั้น อาจกลายเป็นพระชายาเอกในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งพระนางต้องการให้เป็นเช่นนั้น

          “แม่ได้ยินเรื่องที่เจ้าปักปิ่นให้ธิดาใต้เท้าเฟิ่งแล้ว รวดเร็วเสียจริงนะ” ซู่ไท่เฟยยกยิ้มมุมปากหนึ่งข้างเช่นเดียวกับลู่อ๋อง

          “ขอเพียงให้ได้แต่งงานกับนางก่อน ค่อยหาทางควบรวมตระกูลของนางให้มาสนับสนุนเรา” ลู่อ๋องเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มแฝงด้วยเลศนัยบนพระพักตร์หล่อเหลา รอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Related chapters

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    03 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    “แม่รู้ว่าเจ้าอยากแต่งนางเข้ามาในจวน เพื่อวางแผนโดยเร็ว แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่ของเราคือไทเฮา คิดว่านางจะยอมง่ายๆ หรือ?” ซู่ไท่เฟยเอ่ยขึ้นมา ลู่อ๋องยกยิ้มดังเช่นเคย “ไม่ยอมก็ต้องยอมพะยะค่ะ หากฝ่าบาททรงเอ่ยมอบสมรสพระราชทานมา ไทเฮาจะทรงคัดค้านอันใดได้ ยิ่งเป็นคนที่รักพี่ชายอย่างลู่เฟยหลง ข้าอยากเห็นสีหน้าสิ้นหวังของเขานัก” ซู่ไท่เฟยยกยิ้ม นานมากแล้วที่ต้องทนเก็บกดและอยู่ภายใต้อำนาจของคนสามคนในวังหลวง หากแผนการโค่นล้มบัลลังก์ลู่ฮ่องเต้สำเร็จ พระนางก็จะอยู่เหนือคนใต้หล้า ไม่ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าคอยรับคำสั่งของใครและยิ่งไม่ต้องโดนใครกดขี่ข่มเหงอีกแล้วดังเช่นที่ผ่านมา “รอให้งานเลี้ยงคืนนี้ผ่านไปก่อน วันหลังแม่จะหาทางกราบทูลฝ่าบาทเองเรื่องสมรสพระราชทาน ในงานคืนนี้เจ้าก็พยายามแสดงออกความรู้สึกต่อนางอย่างชัดเจนล่ะ เฟิ่งหรั่นเป็นธิดาคนโปรดของใต้เท้าเฟิ่ง หากบุตรสาวเขาได้เป็นพระชายาอ๋อง เขาก็ย่อมต้องหันมาสนับสนุนเจ้าให้ขึ้นเป็นรัชทายาท” ซู่ไท่เฟยกล่าวพลางจิบน้ำชา สายพระเนตรของพระนางยากจะคาดเดาความรู้สึกได้ เช่นเดียวกับอ๋องเก้าที่ไม่อาจคาดเดาพระทัยของพระมารดาตนเอง

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    04 - ดอกไห่ถังจากอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นและเฟิ่งอี้นั่งที่โต๊ะด้านหลังลำดับถัดมาจากอัครมหาเสนาบดีเฟิ่งผู้เป็นบิดากับมารดาอย่างเฟิ่งฮูหยิน ข้างๆ นางนั้นคือที่นั่งของอวี๋ฟางหรง ธิดาเจ้ากรมอาญาซึ่งมีความสนิทสนมชิดเชื้อกับไทเฮาพอสมควร ทั้งบิดาของนางและบิดาของอวี๋ฟางหรงนั้น ต่างก็เป็นเสนาบดีตำแหน่งสูงทั้งคู่ หากพวกนางถูกจัดมานั่งเคียงข้างกันย่อมไม่แปลก ใบหน้าอ่อนเยาว์ของอวี๋ฟางหรงมองเฟิ่งหรั่นด้วยสายตาเป็นมิตร นางคลี่ยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ น้อมรับ พอดีกับสายตาของเฟิ่งอี้ที่มองมาอย่างจับสังเกต “คุณหนูสกุลอวี๋ อวี๋ฟางหรงไม่ใช่หรือเจ้าคะพี่หญิง” เฟิ่งอี้กระซิบถามอย่างไม่ไว้ใจ สายตาของนางจดจ้องอวี๋ฟางหรงไม่วางตา เฟิ่งหรั่นปรายหางตาปรามผู้เป็นน้องสาวเงียบๆ “นางทักทายเรา มีไมตรีกับเรา เจ้าอยู่นิ่งๆ เถิด” “เจ้าค่ะ...” เฟิ่งอี้ยอมสงบปากสงบคำเมื่อได้รับคำเตือนจากผู้เป็นพี่สาว นางรินชาให้ตนเองอย่างเงียบๆ สายตานั้นจับจ้องมองที่ลู่อ๋องซึ่งประทับอยู่ข้างๆ ซู่ไท่เฟยด้วยสายตายากจะคาดเดาความหมาย “ข้าได้ยินกิตติศัพท์รูปโฉมอันงดงามของแม่น

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    05 - ความลับของอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นมองดอกไห่ถังสลับกับชมแสงจันทร์จากริมศาลา เพลานี้ราตรีมาเยือนมืดมิดแล้ว แสงจันทร์ทอประกายเด่นกลางท้องนภา ท่ามกลางหมู่ดารานับล้านดวง พระจันทร์ในคืนนี้งดงามกว่าคืนใด สักพักหนึ่งนางเห็นดาวดวงหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วยิ่งนักพร้อมกับดอกไห่ถังที่กลีบของมันสั่นไหวเบาๆ เพลานี้ให้ความรู้สึกเหมือนตอนเข้าร่วมงานล่าสัตว์ครั้งแรก ในยามค่ำก็มักจะมีการจุดคบเพลิงตามจุดหมายสำคัญต่างๆ บิดาพานางขึ้นหลังม้าเข้าไปร่วมล่าสัตว์ด้วยกัน แต่ทว่าในยามนั้นกลับเป็นการออกล่าสัตว์ของสัตว์นักล่าด้วยเช่นกัน เฟิ่งหรั่นและบิดาถูกเสือตัวผู้และตัวเมียคู่หนึ่งสีขาวลอบทำร้าย บิดาของนางนั้นได้รับบาดเจ็บจนสลบไปพร้อมกับนาง เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบลู่อ๋องแล้ว ลู่อ๋องคือคนที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่านางกลับได้เจ้าไห่เหลียนที่ตอนนั้นยังเด็กมากมาเลี้ยงด้วย เจ้าเสือขาวมาอยู่กับนางแต่หนใดนับจากที่บาดเจ็บก็ไม่อาจทราบได้ แต่ด้วยความสงสารที่พ่อแม่ของมันถูกทหารของวังหลวงจับเอาไปถลกหนังทำเสื้อ นางก็เกิดความสงสารในชะตากรรมของเจ้าเสือน้อยตัวนี้ยิ่งนัก จึงขอบิดารับมาเลี้ยงเอาไว้เป็น

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    06 - สมรสพระราชทาน

    เฟิ่งหรั่นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับแม่หมอเฒ่าผู้นั้น กลิ่นอายบางอย่างที่นางไม่คุ้นเคยลอยโชยเข้ามาเตะจมูกนาง กลิ่นอันใดกันที่ทำให้นางรู้สึกไม่ดี คล้ายกับเลือดลมทั้งหมดหยุดไหลเวียนเช่นนี้ เพราะอะไร..? “หรั่นหรั่น แม่หมอผู้นี้พ่อกับแม่เชื้อเชิญมาเพื่อตรวจดวงชะตาของเจ้ากับท่านอ๋องเก้า อีกไม่นานนี้เจ้าก็จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระชายาเอกแล้ว จำเป็นต้องมีการทำเช่นนี้เสียก่อน...” เฟิ่งฮูหยินคลี่ยิ้มเอ่ย เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ ตอบผู้เป็นมารดา ส่วนเฟิ่งเจาหรงที่มาได้ยินการสนทนาและเห็นแม่หมอชื่อดังที่ถูกเชิญมาจึงได้ลอบแอบฟังการสนทนา เฟิ่งฮูหยินทำถึงขนาดนี้ เพื่อประเคนบุตรสาวให้เป็นชายาอ๋องเก้าเลยรึ?! เฟิ่งหรั่นแบฝ่ามือทั้งสองข้างและแจ้งวันเดือนปีเกิดของตนเองกับลู่อ๋องต่อหน้าแม่หมอ แม่หมอเฒ่าได้ทำการตรวจดวงชะตาอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว แต่ทว่า... “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะแม่หมอ” เฟิ่งฮูหยินถามด้วยความร้อนรนระคนตื่นเต้นในใจ นางเห็นแม่หมอผู้นี้สัมผัสมือบุตรสาวและนั่งหลับตาอยู่นานแล้ว แม่หมอนิ่งเงียบ นางพยายามเพ่งเล็งสมาธิให้มากที่สุดแต่กลับไม่เห็น

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    07 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    ช่างบังเอิญยิ่งนักที่ฤกษ์อภิเษกสมรสของลู่อ๋องกับเฟิ่งหรั่น มาตรงกับวันที่ลู่เฟยหลงได้รับแจ้งจากรองแม่ทัพคนสนิทที่ประจำการชายแดนเหนือรายงานมาว่า บัดนี้กองทัพกบฏได้กวาดต้อนชาวเมืองและเสบียงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าแม้จะช่วยชาวเมืองและกันเสบียงบางส่วนออกมาได้ ก็ยังไม่สามารถกำจัดฝ่ายศัตรูให้พ้นไป ลู่เฟยหลงจึงมีข้อกล่าวอ้างต่อฮ่องเต้ผู้เป็นพระเชษฐาและพระมารดาของตน เดิมทีเขาไม่ต้องการเห็นสตรีที่รักเป็นของบุรุษอื่นให้ปวดใจ การไปทำศึกสงครามครั้งนี้ และถือโอกาสประจำการที่ชายแดนชั่วคราวจะดีกว่า หรือเขาอาจจะอยู่ที่นั่นตลอดไป และอาจคืนตำแหน่งรัชทายาทให้ลู่เสวียนหลานชายที่ยังเยาว์วัยของเขา “เจ้าคิดจะไปประจำการที่นั่นจริงๆ หรือ?” ลู่ฮ่องเต้ทรงถามด้วยพระพักตร์และพระทัยกังวล น้องชายผู้นี้คือหัวเรี่ยวหัวแรงในราชสำนัก อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ที่ดีของลู่เสวียน แต่วันนี้เพราะเรื่องการแต่งงานของเฟิ่งหรั่นหรือไม่ ที่ทำให้น้องชายของพระองค์ตัดสินใจเช่นนี้ วันนี้ทั้งสองพระองค์สนทนากันเป็นส่วนตัวที่ศาลาริมสระในอุทยานหลวง ไม่มีคำว่าฝ่าบาทหรือพระอนุชาอีกต่อไป มีเพียงแต่ความเป็นพี่น้อง

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    08 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    กองทัพเสวียนอู่เดินทางมาถึงที่หมาย ตอนนี้การจลาจลทั้งหมดถูกควบคุมเอาไว้หมดแล้ว โดยรองแม่ทัพที่เขามอบหมายให้ประจำการอยู่ที่นี่ ระหว่างที่เขาประทับอยู่ในเมืองหลวง ด้วยเกรงว่าพวกกบฏที่จับกุมตัวเอาไว้ได้นั้นจะก่อความวุ่นวาย แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจากไปไม่กี่วัน กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นทันทีลู่เฟยหลงก้าวลงจากหลังม้า ส่งมอบม้าให้กับจางซินเฉิงแล้วถือกระบี่เดินเข้ามาในกระโจมหลังใหญ่ของตนเอง ตอนนี้เหล่าเชลยบางส่วนที่ก่อกบฏล้วนถูกขังรอการตัดสินโทษอยู่จากเขา“ชาวเมืองในตำบลซ่างจิ่งนี้ จะให้กระหม่อมจัดการอย่างไรพะยะค่ะ” รองแม่ทัพใหญ่เอ่ยถามน้ำเสียงหนักแน่นลู่เฟยหลงมองด้วยสายตาคมปลาบ “ให้ประหารตัวการที่ก่อกบฏครั้งนี้ ส่วนชาวบ้านที่บริสุทธิ์ให้ปล่อยไป ทหารของพวกกบฏนั่นให้เกณฑ์มาเป็นแรงงาน ส่วนเด็ก สตรีและคนชรา ให้ปล่อยพวกเขาไป” “พระองค์แน่ใจหรือพะยะค่ะว่าเด็กและสตรีพวกนั้นจะไม่เป็นภัยในภายหลัง” รองแม่ทัพใหญ่ถามอย่างไม่ไว้ใจนัก “พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กและสตรี เรี่ยวแรงก็หามีมาต่อกรไม่ ปล่อยพวกเขากลับไปซะ นี่เป็นบัญชาของข้า” ลู่เฟยหลงสั่งเสียงเข้ม เพียงเท่านั้นรองแม่ทัพใหญ่จึงไม่กล้า

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    09 - น้องสาวที่รัก

    ทั้งสองพี่น้องอยู่สนทนากันสักพัก กูกูใหญ่ของวังก็มารายงานว่าลู่อ๋องนั้นกลับจากวังหลวงแล้ว เฟิ่งอี้จึงจำเป็นต้องลากลับก่อนตามมารยาท ส่วนเฟิ่งหรั่นก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะภรรยา จัดหาของว่างและอาหารตระเตรียมให้ผู้เป็นพระสวามีของนาง แต่ทว่าแทนที่เฟิ่งอี้จะรีบกลับ นางกลับเลือกที่จะเดินชมนกชมไม้ในสวนของวังอ๋องอย่างถือวิสาสะ ด้วยถือว่าพี่สาวนั้นมีศักดิ์เปนพระชายาเอกของลู่อ๋อง นางย่อมทำสิ่งใดก็คงไม่มีใครมาห้ามปรามนางแน่ นางจึงเดินชมนกชมไม้อย่างเพลิดเพลินใจ ลู่อ๋องที่เดินทางกลับมาถึงวัง เห็นน้องสาวของชายาตนเองกำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานจึงเข้าไปทักทายในฐานะพี่เขยของนาง “อ๊ะ!” เฟิ่งอี้ที่ไม่ทันระวัง นางเดินถอยหลังชนเข้ากับแผงอกของลู่อ๋องจนเกือบเซล้มลง แต่โชคดีนักที่ลู่อ๋องคว้าเอวของนางเอาไว้ได้ทัน ทั้งสองหันมาสบตากันเพียงชั่วขณะหนึ่ง หัวใจของเฟิ่งอี้เต้นแรงไม่เป็นส่ำยามได้สบสายตาคมปลาบของลู่อ๋องหรืออ๋องเก้า “อะ เอ่อ...” ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที เฟิ่งอี้ตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย “หม่อมฉันขอประทานอภัยด้วยเพคะ พอดีมาเยี่ยมพี่สาว แต่ว่าเห็นอุทยานที่นี่ร่มรื่นน

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    10 - ลู่อ๋อง

    ตับๆๆ เสียงของเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะหฤหรรษ์ในห้องแห่งหนึ่งของของโรงเตี๊ยม ในห้องนั้นปรากฏภาพชายหญิงทั้งสองกำลังร่วมรักกันอย่างมีความสุข เฟิ่งเจาหรงใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านกับความสุขที่อ๋องเก้ามอบให้กับนาง ใบหน้าหล่อเหลาของลู่อ๋องกัดฟันพลางคำรามในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเขาได้ปลดปล่อยสายธารรักของตนเองเข้าไปในกายของสตรีใต้ร่างอย่างสุขสม เฟิ่งเจาหรงคลายมือออกจากผ้าปูที่นอนเมื่อความหฤหรรษ์นั้นจบลง ใบหน้าของลู่อ๋องซบลงบนหน้าอกอวบใหญ่ของเฟิ่งเจาหรง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียอย่างเอร็ดอร่อย “ข้าพึงพอใจในรสสวาทของเจ้ายิ่งนัก หรงเอ๋อร์” พูดจบก็ใช้ฝ่ามือลูบไล้ต้นขาของอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ ขณะที่ใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียเม็ดทับทิมสีชมพูที่แข็งชันเป็นไต “อ๊า!!!” เฟิ่งเจาหรงร้องครางเสียงดัง เมื่อลู่อ๋องใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเต้านมอวบของนางรุนแรงอย่างหิวกระหาย จนใบหน้างดงามของเฟิ่งเจาหรงเหยเกด้วยความเสียวซ่าน นางร้องครางเสียงหวานไม่เป็นภาษาด้วยความสุขสม “หากท่านอ๋องชมชอบ หม่อมฉันก็ยินดีมอบกายถวายใจรับใช้เพคะ” นางเอ่ยพลางใช้มือเรียวของตนเอ

    Last Updated : 2025-03-29

Latest chapter

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    10 - ลู่อ๋อง

    ตับๆๆ เสียงของเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะหฤหรรษ์ในห้องแห่งหนึ่งของของโรงเตี๊ยม ในห้องนั้นปรากฏภาพชายหญิงทั้งสองกำลังร่วมรักกันอย่างมีความสุข เฟิ่งเจาหรงใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านกับความสุขที่อ๋องเก้ามอบให้กับนาง ใบหน้าหล่อเหลาของลู่อ๋องกัดฟันพลางคำรามในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเขาได้ปลดปล่อยสายธารรักของตนเองเข้าไปในกายของสตรีใต้ร่างอย่างสุขสม เฟิ่งเจาหรงคลายมือออกจากผ้าปูที่นอนเมื่อความหฤหรรษ์นั้นจบลง ใบหน้าของลู่อ๋องซบลงบนหน้าอกอวบใหญ่ของเฟิ่งเจาหรง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียอย่างเอร็ดอร่อย “ข้าพึงพอใจในรสสวาทของเจ้ายิ่งนัก หรงเอ๋อร์” พูดจบก็ใช้ฝ่ามือลูบไล้ต้นขาของอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ ขณะที่ใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียเม็ดทับทิมสีชมพูที่แข็งชันเป็นไต “อ๊า!!!” เฟิ่งเจาหรงร้องครางเสียงดัง เมื่อลู่อ๋องใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเต้านมอวบของนางรุนแรงอย่างหิวกระหาย จนใบหน้างดงามของเฟิ่งเจาหรงเหยเกด้วยความเสียวซ่าน นางร้องครางเสียงหวานไม่เป็นภาษาด้วยความสุขสม “หากท่านอ๋องชมชอบ หม่อมฉันก็ยินดีมอบกายถวายใจรับใช้เพคะ” นางเอ่ยพลางใช้มือเรียวของตนเอ

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    09 - น้องสาวที่รัก

    ทั้งสองพี่น้องอยู่สนทนากันสักพัก กูกูใหญ่ของวังก็มารายงานว่าลู่อ๋องนั้นกลับจากวังหลวงแล้ว เฟิ่งอี้จึงจำเป็นต้องลากลับก่อนตามมารยาท ส่วนเฟิ่งหรั่นก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะภรรยา จัดหาของว่างและอาหารตระเตรียมให้ผู้เป็นพระสวามีของนาง แต่ทว่าแทนที่เฟิ่งอี้จะรีบกลับ นางกลับเลือกที่จะเดินชมนกชมไม้ในสวนของวังอ๋องอย่างถือวิสาสะ ด้วยถือว่าพี่สาวนั้นมีศักดิ์เปนพระชายาเอกของลู่อ๋อง นางย่อมทำสิ่งใดก็คงไม่มีใครมาห้ามปรามนางแน่ นางจึงเดินชมนกชมไม้อย่างเพลิดเพลินใจ ลู่อ๋องที่เดินทางกลับมาถึงวัง เห็นน้องสาวของชายาตนเองกำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานจึงเข้าไปทักทายในฐานะพี่เขยของนาง “อ๊ะ!” เฟิ่งอี้ที่ไม่ทันระวัง นางเดินถอยหลังชนเข้ากับแผงอกของลู่อ๋องจนเกือบเซล้มลง แต่โชคดีนักที่ลู่อ๋องคว้าเอวของนางเอาไว้ได้ทัน ทั้งสองหันมาสบตากันเพียงชั่วขณะหนึ่ง หัวใจของเฟิ่งอี้เต้นแรงไม่เป็นส่ำยามได้สบสายตาคมปลาบของลู่อ๋องหรืออ๋องเก้า “อะ เอ่อ...” ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที เฟิ่งอี้ตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย “หม่อมฉันขอประทานอภัยด้วยเพคะ พอดีมาเยี่ยมพี่สาว แต่ว่าเห็นอุทยานที่นี่ร่มรื่นน

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    08 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    กองทัพเสวียนอู่เดินทางมาถึงที่หมาย ตอนนี้การจลาจลทั้งหมดถูกควบคุมเอาไว้หมดแล้ว โดยรองแม่ทัพที่เขามอบหมายให้ประจำการอยู่ที่นี่ ระหว่างที่เขาประทับอยู่ในเมืองหลวง ด้วยเกรงว่าพวกกบฏที่จับกุมตัวเอาไว้ได้นั้นจะก่อความวุ่นวาย แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจากไปไม่กี่วัน กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นทันทีลู่เฟยหลงก้าวลงจากหลังม้า ส่งมอบม้าให้กับจางซินเฉิงแล้วถือกระบี่เดินเข้ามาในกระโจมหลังใหญ่ของตนเอง ตอนนี้เหล่าเชลยบางส่วนที่ก่อกบฏล้วนถูกขังรอการตัดสินโทษอยู่จากเขา“ชาวเมืองในตำบลซ่างจิ่งนี้ จะให้กระหม่อมจัดการอย่างไรพะยะค่ะ” รองแม่ทัพใหญ่เอ่ยถามน้ำเสียงหนักแน่นลู่เฟยหลงมองด้วยสายตาคมปลาบ “ให้ประหารตัวการที่ก่อกบฏครั้งนี้ ส่วนชาวบ้านที่บริสุทธิ์ให้ปล่อยไป ทหารของพวกกบฏนั่นให้เกณฑ์มาเป็นแรงงาน ส่วนเด็ก สตรีและคนชรา ให้ปล่อยพวกเขาไป” “พระองค์แน่ใจหรือพะยะค่ะว่าเด็กและสตรีพวกนั้นจะไม่เป็นภัยในภายหลัง” รองแม่ทัพใหญ่ถามอย่างไม่ไว้ใจนัก “พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กและสตรี เรี่ยวแรงก็หามีมาต่อกรไม่ ปล่อยพวกเขากลับไปซะ นี่เป็นบัญชาของข้า” ลู่เฟยหลงสั่งเสียงเข้ม เพียงเท่านั้นรองแม่ทัพใหญ่จึงไม่กล้า

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    07 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    ช่างบังเอิญยิ่งนักที่ฤกษ์อภิเษกสมรสของลู่อ๋องกับเฟิ่งหรั่น มาตรงกับวันที่ลู่เฟยหลงได้รับแจ้งจากรองแม่ทัพคนสนิทที่ประจำการชายแดนเหนือรายงานมาว่า บัดนี้กองทัพกบฏได้กวาดต้อนชาวเมืองและเสบียงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าแม้จะช่วยชาวเมืองและกันเสบียงบางส่วนออกมาได้ ก็ยังไม่สามารถกำจัดฝ่ายศัตรูให้พ้นไป ลู่เฟยหลงจึงมีข้อกล่าวอ้างต่อฮ่องเต้ผู้เป็นพระเชษฐาและพระมารดาของตน เดิมทีเขาไม่ต้องการเห็นสตรีที่รักเป็นของบุรุษอื่นให้ปวดใจ การไปทำศึกสงครามครั้งนี้ และถือโอกาสประจำการที่ชายแดนชั่วคราวจะดีกว่า หรือเขาอาจจะอยู่ที่นั่นตลอดไป และอาจคืนตำแหน่งรัชทายาทให้ลู่เสวียนหลานชายที่ยังเยาว์วัยของเขา “เจ้าคิดจะไปประจำการที่นั่นจริงๆ หรือ?” ลู่ฮ่องเต้ทรงถามด้วยพระพักตร์และพระทัยกังวล น้องชายผู้นี้คือหัวเรี่ยวหัวแรงในราชสำนัก อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ที่ดีของลู่เสวียน แต่วันนี้เพราะเรื่องการแต่งงานของเฟิ่งหรั่นหรือไม่ ที่ทำให้น้องชายของพระองค์ตัดสินใจเช่นนี้ วันนี้ทั้งสองพระองค์สนทนากันเป็นส่วนตัวที่ศาลาริมสระในอุทยานหลวง ไม่มีคำว่าฝ่าบาทหรือพระอนุชาอีกต่อไป มีเพียงแต่ความเป็นพี่น้อง

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    06 - สมรสพระราชทาน

    เฟิ่งหรั่นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับแม่หมอเฒ่าผู้นั้น กลิ่นอายบางอย่างที่นางไม่คุ้นเคยลอยโชยเข้ามาเตะจมูกนาง กลิ่นอันใดกันที่ทำให้นางรู้สึกไม่ดี คล้ายกับเลือดลมทั้งหมดหยุดไหลเวียนเช่นนี้ เพราะอะไร..? “หรั่นหรั่น แม่หมอผู้นี้พ่อกับแม่เชื้อเชิญมาเพื่อตรวจดวงชะตาของเจ้ากับท่านอ๋องเก้า อีกไม่นานนี้เจ้าก็จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระชายาเอกแล้ว จำเป็นต้องมีการทำเช่นนี้เสียก่อน...” เฟิ่งฮูหยินคลี่ยิ้มเอ่ย เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ ตอบผู้เป็นมารดา ส่วนเฟิ่งเจาหรงที่มาได้ยินการสนทนาและเห็นแม่หมอชื่อดังที่ถูกเชิญมาจึงได้ลอบแอบฟังการสนทนา เฟิ่งฮูหยินทำถึงขนาดนี้ เพื่อประเคนบุตรสาวให้เป็นชายาอ๋องเก้าเลยรึ?! เฟิ่งหรั่นแบฝ่ามือทั้งสองข้างและแจ้งวันเดือนปีเกิดของตนเองกับลู่อ๋องต่อหน้าแม่หมอ แม่หมอเฒ่าได้ทำการตรวจดวงชะตาอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว แต่ทว่า... “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะแม่หมอ” เฟิ่งฮูหยินถามด้วยความร้อนรนระคนตื่นเต้นในใจ นางเห็นแม่หมอผู้นี้สัมผัสมือบุตรสาวและนั่งหลับตาอยู่นานแล้ว แม่หมอนิ่งเงียบ นางพยายามเพ่งเล็งสมาธิให้มากที่สุดแต่กลับไม่เห็น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    05 - ความลับของอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นมองดอกไห่ถังสลับกับชมแสงจันทร์จากริมศาลา เพลานี้ราตรีมาเยือนมืดมิดแล้ว แสงจันทร์ทอประกายเด่นกลางท้องนภา ท่ามกลางหมู่ดารานับล้านดวง พระจันทร์ในคืนนี้งดงามกว่าคืนใด สักพักหนึ่งนางเห็นดาวดวงหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วยิ่งนักพร้อมกับดอกไห่ถังที่กลีบของมันสั่นไหวเบาๆ เพลานี้ให้ความรู้สึกเหมือนตอนเข้าร่วมงานล่าสัตว์ครั้งแรก ในยามค่ำก็มักจะมีการจุดคบเพลิงตามจุดหมายสำคัญต่างๆ บิดาพานางขึ้นหลังม้าเข้าไปร่วมล่าสัตว์ด้วยกัน แต่ทว่าในยามนั้นกลับเป็นการออกล่าสัตว์ของสัตว์นักล่าด้วยเช่นกัน เฟิ่งหรั่นและบิดาถูกเสือตัวผู้และตัวเมียคู่หนึ่งสีขาวลอบทำร้าย บิดาของนางนั้นได้รับบาดเจ็บจนสลบไปพร้อมกับนาง เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบลู่อ๋องแล้ว ลู่อ๋องคือคนที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่านางกลับได้เจ้าไห่เหลียนที่ตอนนั้นยังเด็กมากมาเลี้ยงด้วย เจ้าเสือขาวมาอยู่กับนางแต่หนใดนับจากที่บาดเจ็บก็ไม่อาจทราบได้ แต่ด้วยความสงสารที่พ่อแม่ของมันถูกทหารของวังหลวงจับเอาไปถลกหนังทำเสื้อ นางก็เกิดความสงสารในชะตากรรมของเจ้าเสือน้อยตัวนี้ยิ่งนัก จึงขอบิดารับมาเลี้ยงเอาไว้เป็น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    04 - ดอกไห่ถังจากอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นและเฟิ่งอี้นั่งที่โต๊ะด้านหลังลำดับถัดมาจากอัครมหาเสนาบดีเฟิ่งผู้เป็นบิดากับมารดาอย่างเฟิ่งฮูหยิน ข้างๆ นางนั้นคือที่นั่งของอวี๋ฟางหรง ธิดาเจ้ากรมอาญาซึ่งมีความสนิทสนมชิดเชื้อกับไทเฮาพอสมควร ทั้งบิดาของนางและบิดาของอวี๋ฟางหรงนั้น ต่างก็เป็นเสนาบดีตำแหน่งสูงทั้งคู่ หากพวกนางถูกจัดมานั่งเคียงข้างกันย่อมไม่แปลก ใบหน้าอ่อนเยาว์ของอวี๋ฟางหรงมองเฟิ่งหรั่นด้วยสายตาเป็นมิตร นางคลี่ยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ น้อมรับ พอดีกับสายตาของเฟิ่งอี้ที่มองมาอย่างจับสังเกต “คุณหนูสกุลอวี๋ อวี๋ฟางหรงไม่ใช่หรือเจ้าคะพี่หญิง” เฟิ่งอี้กระซิบถามอย่างไม่ไว้ใจ สายตาของนางจดจ้องอวี๋ฟางหรงไม่วางตา เฟิ่งหรั่นปรายหางตาปรามผู้เป็นน้องสาวเงียบๆ “นางทักทายเรา มีไมตรีกับเรา เจ้าอยู่นิ่งๆ เถิด” “เจ้าค่ะ...” เฟิ่งอี้ยอมสงบปากสงบคำเมื่อได้รับคำเตือนจากผู้เป็นพี่สาว นางรินชาให้ตนเองอย่างเงียบๆ สายตานั้นจับจ้องมองที่ลู่อ๋องซึ่งประทับอยู่ข้างๆ ซู่ไท่เฟยด้วยสายตายากจะคาดเดาความหมาย “ข้าได้ยินกิตติศัพท์รูปโฉมอันงดงามของแม่น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    03 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    “แม่รู้ว่าเจ้าอยากแต่งนางเข้ามาในจวน เพื่อวางแผนโดยเร็ว แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่ของเราคือไทเฮา คิดว่านางจะยอมง่ายๆ หรือ?” ซู่ไท่เฟยเอ่ยขึ้นมา ลู่อ๋องยกยิ้มดังเช่นเคย “ไม่ยอมก็ต้องยอมพะยะค่ะ หากฝ่าบาททรงเอ่ยมอบสมรสพระราชทานมา ไทเฮาจะทรงคัดค้านอันใดได้ ยิ่งเป็นคนที่รักพี่ชายอย่างลู่เฟยหลง ข้าอยากเห็นสีหน้าสิ้นหวังของเขานัก” ซู่ไท่เฟยยกยิ้ม นานมากแล้วที่ต้องทนเก็บกดและอยู่ภายใต้อำนาจของคนสามคนในวังหลวง หากแผนการโค่นล้มบัลลังก์ลู่ฮ่องเต้สำเร็จ พระนางก็จะอยู่เหนือคนใต้หล้า ไม่ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าคอยรับคำสั่งของใครและยิ่งไม่ต้องโดนใครกดขี่ข่มเหงอีกแล้วดังเช่นที่ผ่านมา “รอให้งานเลี้ยงคืนนี้ผ่านไปก่อน วันหลังแม่จะหาทางกราบทูลฝ่าบาทเองเรื่องสมรสพระราชทาน ในงานคืนนี้เจ้าก็พยายามแสดงออกความรู้สึกต่อนางอย่างชัดเจนล่ะ เฟิ่งหรั่นเป็นธิดาคนโปรดของใต้เท้าเฟิ่ง หากบุตรสาวเขาได้เป็นพระชายาอ๋อง เขาก็ย่อมต้องหันมาสนับสนุนเจ้าให้ขึ้นเป็นรัชทายาท” ซู่ไท่เฟยกล่าวพลางจิบน้ำชา สายพระเนตรของพระนางยากจะคาดเดาความรู้สึกได้ เช่นเดียวกับอ๋องเก้าที่ไม่อาจคาดเดาพระทัยของพระมารดาตนเอง

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    02 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    เฟิ่งหรั่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ร้านเครื่องประดับ กำลังจะนำเครื่องประดับชิ้นใหม่มาวางขายที่ร้าน ด้วยเพราะร้านเครื่องประดับนี้ขายสินค้าแต่เฉพาะสตรีชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น เครื่องประดับมีค่าจำนวนมากย่อมเป็นที่สนใจของสตรีชั้นสูง หญิงสาวจึงชวนเฟิ่งอี้และจิงเจียวออกมาซื้อเครื่องประดับด้วยกัน ตลาดใหญ่ในเมืองหลวงครึกครื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากการกลับมาของลู่เฟยหลงพร้อมกับชัยชนะเหนือจงโจว เหล่าสตรีชั้นสูงซึ่งเป็นบรรดาบุตรีของขุนนางทั้งหลายต่างก็ออกมาเที่ยวเล่นในเมือง ด้วยเพราะพวกนางสืบทราบมาว่าองค์รัชทายาทลู่เฟยหลงมักชอบออกมาดื่มสุรากับทหารองครักษ์คนสนิทที่หอสุราเป็นประจำ เฟิ่งหรั่นเดินเลือกซื้อเครื่องประดับมาใหม่จากหลากหลายร้านที่มาเปิดใหม่ แต่ทว่าก็ไม่มีร้านใดที่ถูกใจนางเท่าร้านใหญ่ในเมืองหลวงอีกแล้ว หญิงสาวเดินเลือกเครื่องประดับในร้านใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเจอปิ่นหยกที่ถูกใจ ปิ่นหยกนี้ประดับด้วยไข่มุกราตรีงดงามยิ่งนัก เฟิ่งหรั่นหยิบปิ่นหยกสีเขียวเพียงหนึ่งเดียวในร้านขึ้นมาเชยชม เช่นเดียวกับเฟิ่งอี้เดินเข้ามาหาพี่สาวชื่นชมความงดงามของปิ่นหยกหายากชนิดนี้

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status