Home / โรแมนติก / Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก / 08 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

Share

08 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

Author: WangFei
last update Last Updated: 2025-03-29 21:24:55

กองทัพเสวียนอู่เดินทางมาถึงที่หมาย ตอนนี้การจลาจลทั้งหมดถูกควบคุมเอาไว้หมดแล้ว โดยรองแม่ทัพที่เขามอบหมายให้ประจำการอยู่ที่นี่ ระหว่างที่เขาประทับอยู่ในเมืองหลวง ด้วยเกรงว่าพวกกบฏที่จับกุมตัวเอาไว้ได้นั้นจะก่อความวุ่นวาย แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจากไปไม่กี่วัน กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นทันที

ลู่เฟยหลงก้าวลงจากหลังม้า ส่งมอบม้าให้กับจางซินเฉิงแล้วถือกระบี่เดินเข้ามาในกระโจมหลังใหญ่ของตนเอง ตอนนี้เหล่าเชลยบางส่วนที่ก่อกบฏล้วนถูกขังรอการตัดสินโทษอยู่จากเขา

“ชาวเมืองในตำบลซ่างจิ่งนี้ จะให้กระหม่อมจัดการอย่างไรพะยะค่ะ” รองแม่ทัพใหญ่เอ่ยถามน้ำเสียงหนักแน่น

ลู่เฟยหลงมองด้วยสายตาคมปลาบ “ให้ประหารตัวการที่ก่อกบฏครั้งนี้ ส่วนชาวบ้านที่บริสุทธิ์ให้ปล่อยไป ทหารของพวกกบฏนั่นให้เกณฑ์มาเป็นแรงงาน ส่วนเด็ก สตรีและคนชรา ให้ปล่อยพวกเขาไป”

          “พระองค์แน่ใจหรือพะยะค่ะว่าเด็กและสตรีพวกนั้นจะไม่เป็นภัยในภายหลัง” รองแม่ทัพใหญ่ถามอย่างไม่ไว้ใจนัก

          “พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กและสตรี เรี่ยวแรงก็หามีมาต่อกรไม่ ปล่อย

พวกเขากลับไปซะ นี่เป็นบัญชาของข้า” ลู่เฟยหลงสั่งเสียงเข้ม เพียงเท่านั้นรองแม่ทัพใหญ่จึงไม่กล้าเอ่ยวาจาอันใดอีก เพียงแต่ทำตามพระบัญชาเท่านั้น เด็กและสตรีเหล่านี้ภายภาคหน้าพวกเขาอาจเกรงว่าเป็นภัย แต่หากนึกถึงอีกมุมหนึ่ง เด็กและสตรีเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่อ่อนแอ ตกเป็นเชลยจากสงครามจงโจวทั้งสิ้น แค่เพียงปล่อยกลับไปก็เพียงพอ หากนำมาไว้ในค่ายทหารก็ไม่เห็นประโยชน์อันใด เล็งแต่จะเป็นภาระเสียมากกว่า

          ลู่เฟยหลงนั่งขัดดาบของตนเองเงียบๆ ภายในกระโจมหลังใหญ่ เขาหยิบดอกไห่ถังที่อวี๋ฟางหรงมอบให้ออกมาจากอกเสื้อ ก่อนหน้านั้นเขาเห็นเฟิ่งหรั่นก็มีดอกไม้ชนิดนี้เช่นกัน แม้จะไม่ได้พึงพอใจหรือพิศวาสใดในผู้มอบดอกไม้นี้ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องอันใดกับเขาและเฟิ่งหรั่น

          ชะตาวาสนาของเขากับนางนั้นจบสิ้นลงแล้ว นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป นางจะเป็นพระชายาเอกของอ๋องเก้า น้องชายต่างมารดาอย่างสมบูรณ์ ส่วนเขาอาจจะประจำการที่เมืองจงโจวอย่างถาวร ส่วนตำแหน่งรัชทายาทนั้นก็คงมอบต่อให้ลู่เสวียนหลานชายที่ยังเยาว์วัยของตน

          ชายหนุ่มนำดอกไห่ถังนั้นปักเอาไว้ในแจกันลายเงินครามตรงมุมหนึ่งของกระโจมใหญ่ โดยไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติที่มาจากดอกไม้ชนิดนี้เลยสักนิด ราวกับดอกไห่ถังนี้มีมนต์มายาบางอย่างที่เจ้าของดอกไม้ไม่อาจสังเกตเห็นได้ หรืออาจจะเพียงเพราะรอวันเวลาที่เหมาะสมกันนะ

          พิธีอภิเษกสมรสระหว่างลู่อ๋องกับเฟิ่งหรั่นถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สีพระพักตร์กังวลของเซียวฮองเฮา ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้พระพักตร์อ่อนหวานที่ส่งยิ้มละไมให้กับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ ลู่อ๋องดำเนินการตามขนบธรรมเนียมสามหนังสือหกพิธีการจนหมดสิ้น บัดนี้เฟิ่งหรั่นสตรีงามล่มเมืองกำลังจะกลายเป็นชายาของเขา เสริมฐานอำนาจให้เขาแล้ว

          แม้งานแต่งนี้จะเคยกำหนดให้บุตรีและภรรยาเอกกับภรรยารองของขุนนางเข้าร่วมงาน แต่เนื่องด้วยใต้เท้าเฟิ่งผู้นี้มีอนุภรรยาหลายคนนัก ไทเฮาจึงทรงอนุญาตให้บรรดาอนุภรรยาและบุตรสาวของอนุภรรยาเข้าร่วมงานอภิเษกครั้งนี้ได้ แต่จัดที่นั่งตามลำดับฐานะที่เหมาะสมเท่านั้น

          เฟิ่งเจาหรงและมารดานั่งด้านหลังถัดจากเฟิ่งอี้ เฟิ่งเจาหรงมองพิธีการเบื้องหน้าด้วยแววตาริษยาเฟิ่งหรั่น แม้อีกฝ่ายจะไม่เคยเข้ามาวุ่นวายให้พวกนางต้องลำบากหรือหาเรื่องพวกนาง แต่การเห็นบุตรีของฮูหยินใหญ่ได้ดิบได้ดี ได้ในสิ่งที่พวกนางไม่มีวันอาจเอื้อม น่ารังเกียจยิ่ง!

          อนุผู้เป็นมารดาของเฟิ่งเจาหรงเข้าใจทุกความคิดของบุตรสาว แต่เดิมทีนางก็เป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ข้างกายของฮูหยินใหญ่เท่านั้น ทว่าต่อมานางกลับถูกยกเป็นอนุภรรยาของใต้เท้าเฟิ่งเพียงเพราะนางกำลังตั้งครรภ์บุตรสาวของเขาซึ่งก็คือเฟิ่งเจาหรง แม้ฮูหยินใหญ่จะไม่ดีกับนางและลูก แต่นางก็ไม่อยากให้ลูกหวังในสิ่งที่ไม่อาจเอื้อมถึง

          “เก็บสายตาแบบนั้นของเจ้าเสียหรงเอ๋อร์” มารดาของเฟิ่งเจาหรงกล่าวเตือนบุตรสาวด้วยท่าทีนิ่งๆ และน้ำเสียงแผ่วเบา นางเกรงว่าหากฮูหยิน

เอกมาเห็นแบบนี้ นางกับลูกคงไม่พ้นโดนรังแกอีกเป็นแน่

          เฟิ่งเจาหรงเชิดสายตาขึ้นเล็กน้อย ต่อให้ฮูหยินใหญ่จะเห็นแววตาของนางแล้วอย่างไร นางก็ไม่กลัวเช่นกัน ยิ่งเฟิ่งหรั่นได้ดิบได้ดีมากเท่าไหร่นางก็ยิ่งอยากทะยานไปให้สูงกว่านั้น นางมองด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก แต่เห็นงานแต่งงานที่ใหญ่โตแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้จริงๆ

          หากลู่เฟยหลงมิใช่พวกตัดแขนเสื้อตนเอง ก็คงจะดีสำหรับนาง..

          เฟิ่งหรั่นเดินเข้ามาในลานพิธีพร้อมกับลู่อ๋องในชุดสีแดงเพลิงงดงาม ชุดนี้ซู่ไท่เฟยทรงพระราชทานให้เป็นพิเศษ ลู่อ๋องมองเจ้าสาวของตนเองอย่างสมใจ อีกไม่กี่เพลาหลังผ่านฤกษ์เข้าหอไปแล้วทุกอย่างจะเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ เขาจะได้ดำเนินตามแผนการที่วางเอาไว้มาหลายปีเสียที

          นับว่าการลงทุนลงแรงกับเฟิ่งหรั่นไปนั้น คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปจริงๆ

          ทางกรมพิธีการดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง จนกระทั่งถึงช่วงเวลาแห่งการคำนับ ทั้งสองคู่บ่าวสาวหันมาทางซู่ไท่เฟยซึ่งเป็นขั้นตอนการคำนับบิดามารดา ก่อนจะหันมาคำนับไทเฮารองลงมา เนื่องจากการคำนับบิดามารดาผู้ให้กำเนิดนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จะขาดพิธีเช่นนี้ไปไม่ได้

          สกุลอวี๋ของเจ้ากรมอาญาเองก็มาร่วมงานนี้ มีอวี๋ฟางหรงนั่งอยู่ด้านหน้ามองเฟิ่งหรั่นที่กำลังทำพิธีคำนับฟ้าดิน ยามนี้แสงตะวันเริ่มฉายฉานจนร้อนผ่าว หยาดเหงื่อเริ่มปรากฏให้เห็นบนใบหน้าหล่อเหลาของลู่อ๋อง อวี๋ฟางหรงหยิบดอกไห่ถังของตนเองขึ้นมา ดอกไม้ที่ผูกชะตาเซียนของท่านผู้เฒ่าจันทราแดงเอาไว้ ตอนนี้กลีบของมันกลับเริ่มเปลี่ยนสีคล้ายกับจะโรยรา

ตามฤดูกาล แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะดอกไม้นี้เชื่อมต่อวาสนา แต่หากไร้วาสนาต่อกันก็จักโรยราทันที

          พิธีแต่งงานอันยิ่งใหญ่ของเฟิ่งหรั่นกับลู่อ๋องถูกแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินจงหยวน ลู่ฮ่องเต้ทรงให้ม้าเร็วส่งสาสน์มาแจ้งแก่พระอนุชาเรื่องนี้ ลู่เฟยหลงอ่านข้อความในสาสน์ก็สัมผัสได้ถึงความปวดใจของตนเองที่ค่อยๆ เผยออกมา จางซินเฉิงกับรองแม่ทัพองครักษ์ซ่งสัมผัสได้ถึงความปวดใจของผู้เป็นนาย

          จางซินเฉิงทราบมาจากรองแม่ทัพองครักษ์ว่าลู่เฟยหลงนั้นหลงรักเฟิ่งหรั่นมานาน แต่กลับไร้ซึ่งวาสนาได้เคียงคู่ เรื่องนี้นี่เองที่ทำให้เขาคลายประเด็นสงสัยเรื่องที่อีกฝ่ายถามถึงเรื่องเก่าของตนเองกับอดีตคนรักที่กลายมาเป็นพี่สะใภ้ ทั้งสองได้แต่มองผู้เป็นนายด้วยความสงสารจับใจ แต่ก็ไม่อาจช่วยสิ่งใดได้เลย

          “จางซินเฉิง เจ้าให้คนเขียนสาสน์ส่งไปที่เมืองหลวง ข้าแสดงความยินดีกับการแต่งงานของลู่อ๋องและแม่นางเฟิ่ง แต่หากไม่มีพระบัญชาหรือเรื่องใดสำคัญข้าจะไม่กลับไปเมืองหลวงเด็ดขาด ข้าตัดสินใจจะยั้งทัพอยู่ที่นี่” ลู่เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ตอนนี้เขาไม่อาจทำใจเรื่องเฟิ่งหรั่นได้ แค่ไม่มีวาสนากับนางก็เจ็บปวดใจพออยู่แล้ว หากจะต้องเห็นนางนั่งเคียงข้างกับลู่อ๋อง เกรงว่าคงไม่อาจทนได้

          เก้าเดือนผ่านไป อวี๋ฟางหรงเดินทางมาถึงแดนสวรรค์ เพื่อมาเข้าพบผู้เฒ่าจันทรา ซึ่งเป็นผู้ผูกชะตาด้ายแดงแห่งรักให้กับคู่รักบนโลกมนุษย์ ภารกิจของนางยังไม่ลุล่วง หากเฟิ่งหรั่นยังไม่พ้นชะตาจากลู่อ๋อง ผู้เฒ่าจันทราเล่นตลกอันใดกันถึงปล่อยเวลามาล่วงเลยถึงเก้าเดือนเพียงนี้ นับจากที่เฟิ่งหรั่นแต่งงานกับลู่อ๋อง นางก็ไม่เห็นวี่แววแห่งโชคชะตาของอีกฝ่ายเลย

          เทพนักษัตรสาวมาหยุดอยู่หน้าตำหนักของผู้เฒ่าจันทรา แม้จะรู้ว่านี่คือการฝ่าฝืนกฎอย่างหนึ่งของสวรรค์ขณะที่นางรับโทษทัณฑ์บนโลกมนุษย์อยู่ แต่นางไม่อาจทนรอไหวอีกต่อไปแล้ว อวี๋ฟางหรงเดินเข้ามาในตำหนักของผู้เฒ่าจันทราหรือเทพบุพเพอย่างถือวิสาสะ นางเห็นผู้ที่ตนอยากพบกำลังมองด้ายแดงหลายเส้นที่ถูกผูกร้อยเรียงเอาไว้ มีเพียงสองเส้นเท่านั้นที่แปลกแยกจากเส้นอื่น

          “ใจร้อนเสียจริงเทพนักษัตรหญิง” อวี๋ฟางหรง หรือเทพนักษัตรปีเสือเดิมในอดีตนางมีนามว่าไป๋ลู่ เป็นน้องสาวของไป๋หู่หนึ่งในสี่แม่ทัพแดนสวรรค์แห่งกองทัพฝั่งทิศประจิมนางเดินเข้ามา ก็เจอผู้เฒ่าจันทราหรือเทพบุพเพทักทายด้วยน้ำเสียงอันสดใส

          “ท่านเล่นตลกอันใดกับโชคชะตาของเฟิ่งหรั่นกัน เก้าเดือนแล้วนะ ท่านจะให้ข้าอดทนรอถึงเมื่อไหร่” อวี๋ฟางหรงหรือไป๋ลู่ถามด้วยความร้อนใจ ตอนนี้จิตใจของนางไม่เป็นปกติสุขแล้วหากเทพบุพเพยังคงเล่นสนุกอยู่เช่นนี้ “หรือว่าเทียนโฮ่วทรงให้ท่านเล่นตลกอันใดกัน?”

          เฒ่าจันทรายิ้ม “เทียนโฮ่วจะเล่นตลกอันใดกับชะตาของธิดาพระองค์เล่า เทพไป๋หู่ก็เป็นพี่ชายของเจ้ามีเหตุผลอันใดที่ข้าจะต้องเล่นตลกกับเจ้าด้วยเล่าไป๋ลู่”

          เซียนไป๋ลู่ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

          “ข้าต้องรีบจบภารกิจนี้ เพื่อชดใช้ความผิดในอดีตของข้า เทียนตี้กับ

เทียนโฮ่วทรงไม่รู้ว่าข้าลอบขึ้นมาบนสวรรค์ ข้าเองก็อยากให้ท่านเห็นใจข้า ช่วยข้าให้บรรลุภารกิจเร็วขึ้นเถิด”

          “เจ้าไม่กลัวว่าเฟิ่งหรั่นจะต้องทุกข์ใจหรือ หรือว่าเจ้าไม่กลัวเรื่องร้ายในภายภาคหน้าที่จะเกิดขึ้น เจ้าจะรับผลจากความใจร้อนของเจ้าได้หรือไม่” ผู้เฒ่าจันทราถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไป๋ลู่เดิมทีใจร้อนเป็นทุนเดิม

แต่หารู้ไม่ว่าความใจร้อนนี้อาจนำภัยมาสู่ตัว

          “ข้าจะแบกรับผลของการกระทำเอาไว้เอง ดีกว่าต้องทนรอแล้วไปรับเคราะห์สิบชาติ แต่หากการตัดสินใจครั้งนี้มีผลผิดพลาดในภายภาคหน้า ข้ายินดีจะลงไปรับเคราะห์สิบชาติเอง” อวี๋ฟางหรงยืนกรานหนักแน่น นางต้องการจบเรื่องวุ่นวายทุกอย่างให้รวดเร็วที่สุด ก่อนที่นางจะไม่มีโอกาสกลับมาแดนสวรรค์อีก แต่นางจะรู้หรือไม่...ว่ามีเรื่องราวร้ายกาจมากกว่านั้นซ่อนอยู่ด้านหลัง

          “ข้าเป็นเฒ่าแห่งจันทรา หาใช่เซียนแห่งกาลเวลาที่จะสามารถทำสิ่งใดได้ ข้าบอกได้แต่เพียงว่าอีกไม่นาน แต่หากเจ้าลงมือก่อนถึงเวลาอันควร ผลตอบแทนของเจ้ามันร้ายกาจยิ่งกว่า” ราวกับเป็นใบเบิกทาง เซียนไป๋ลู่เบิกตาโตราวกับนึกออก ใช่แล้ว...เซียนแห่งกาลเวลา!

          “เซียนแห่งกาลเวลา..จริงด้วย ขอบคุณท่านผู้เฒ่าจันทรา” ไป๋ลู่หรือ อวี๋ฟางหรงก้มหน้าแสดงความขอบคุณน้อยๆ แล้วรีบไปที่ตำหนักของผู้เฒ่าห่งกาลเวลาหรือเซียนแห่งกาลเวลาทันที นางทนอยู่บนโลกมนุษย์ต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว พลังปราณเซียนของนางเหมือนจะลดลงทุกชั่วขณะนางต้องเร่งทำภารกิจบนโลกมนุษย์ แก้ไขความผิดพลาดในอดีตให้ได้ หากนางทำสำเร็จเรื่องที่นางจะยอมรับผลเคราะห์กรรมสิบชาตินั้นก็จะไม่สัมฤทธิ์ผล

          ตำหนักเซียนแห่งกาลเวลา

          ไป๋ลู่หรืออวี๋ฟางหรงต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ จากหูตาอันกว้างไกลของเทียนโฮ่วเพื่อมาหาเซียนแห่งกาลเวลา เนื่องจากเทียนตี้และเทียนโฮ่วห้ามมิให้นางใช้พลังของแดนสวรรค์ในการช่วยเฟิ่งหรั่น ตอนนี้นางไม่มีทางเลือกแล้ว นางต้องเร่งจบเรื่องในอดีตที่ทำผิดกับเฟิ่งหรั่นเอาไว้และกลับคืนสู่แดนสวรรค์โดยเร็ว

          ตำหนักของเซียนแห่งกาลเวลาตั้งอยู่ที่ขุนเขาไท่ซาน ซึ่งเป็นหนึ่งในขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าลูกของแดนสวรรค์ บริเวณขุนเขานี้มีหลายระดับชั้นด้วยกัน ระดับชั้นล่างสุดคือที่อยู่ของเซียนผู้น้อยที่มีหน้าที่รับใช้บรรดาพระโพธิสัตว์และเทพเซียนระดับซ่างเสินและเสินจวินเท่านั้น ส่วนเหนือขึ้นไปหนึ่งระดับ เป็นที่พักของเหรินเซียนและตี้เซียน ซึ่งเป็นเซียนที่พ้นจากสภาวะความเป็นกุ่ยเซียนหรือเซียนผู้น้อยที่สามารถบำเพ็ญเพียรจนบรรลุขั้นเหรินเซียนและตี้เซียน ส่วนระดับเหนือขึ้นไปนั้นเป็นที่พำนักของเหล่าซ่างเสินและเสินจวิน ซึ่งถือเป็นเซียนระดับสูงรองจากเทียนเซียน ซึ่งเซียนเหล่านี้สามารถเดินทางมายังโลกมนุษย์ และยังมีเซียนบริวารเอาไว้รับใช้ได้ตามต้องการ

          เซียนแห่งกาลเวลาเป็นหนึ่งในเสินจวินชั้นสูงที่ประทับอยู่บนขุนเขาไท่ซานแห่งนี้

          ไอหมอกที่ลอยจางๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งขุนเขา แต่ทว่ากลับไม่เป็นอุปสรรคสำหรับอวี๋ฟางหรงหรือไป๋ลู่ เพื่อให้ภารกิจบนโลกมนุษย์จบไวๆ นางจำต้องยอมเสี่ยงสักครา

          ‘ข้าขอโทษนะเฟิ่งหรั่น แต่ข้าจำเป็นต้องทำเพื่อตัวข้าจริงๆ’

          อวี๋ฟางหรงมาหยุดที่หน้าตำหนักเซียนอันงดงามของเซียนแห่งกาลเวลา ไอหมอกที่ลอยปกคลุมจางๆ ค่อยๆ สลายหายไปราวกับรู้ถึงการมาเยือนของนาง เซียนสาวกวาดสายตามองแดนทิพย์บนขุนเขาไท่ซานอย่างชื่นชม ครั้งหนึ่งนางเคยมาเที่ยวกับเฟิ่งหรั่นที่นี่ เคยมาโบยบินด้วยกัน ทำให้นาง

คิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ ยิ่งนัก

          “คำนับเหล่าจวิน” นี่เป็นคำที่อวี๋ฟางหรงใช้คำนับเซียนแห่งกาลเวลา ซึ่งเป็นเซียนผู้อาวุโสของแดนสวรรค์

          “น้องสาวท่านเทพไป๋หู่มาพบข้า มีเรื่องอันใดหรือ?” ผู้เฒ่าแห่งกาลเวลาหรือเหล่าจวินรู้จุดประสงค์ของอวี๋ฟางหรงหรือไป๋ลู่นานแล้ว แต่ทว่าแค่แสร้งถามลองใจเท่านั้น

          ไป๋ลู่ตอบ “ข้าอยากให้ท่านช่วยข้าให้บรรลุเป้าหมายภารกิจเรื่องของเฟิ่งหรั่นให้เร็วขึ้น”

          เหล่าจวินแห่งกาลเวลาขมวดคิ้ว ไป๋ลู่กับเฟิ่งหรั่นเคยเป็นสหายที่รักกันมากและสนิทสนมกันมาก นางก่อความผิดจนกระทั่งเทียนตี้ทรงมีบัญชาให้นางไปชดเชยความผิดกับเฟิ่งหรั่นเอาไว้ แต่มาวันนี้กลับจะยอมถอดใจให้เขาเร่งเวลาให้เร็วขึ้นอย่างนั้นหรือ?

          “เทียนตี้ทรงให้เจ้าไปช่วยเฟิ่งหรั่นเพื่อชดเชยความผิดที่ก่อเอาไว้ มาวันนี้เจ้าคิดจะให้ข้าเร่งเวลาบนโลกมนุษย์ให้เร็วขึ้นอย่างนั้นรึ?” เซียนแห่งกาลเวลาถาม คิ้วของเขาชนกันจนเห็นได้ชัด

          ไป๋ลู่พยักหน้าตอบ “หากข้าอยู่บนโลกมนุษย์นานกว่านี้ เกรงว่าพลังปราณเซียนและจินตันจะอ่อนแอมากกว่านี้ ข้ามิใช่เผ่ามารหรือเซียนชั้นสูงที่จะมีจินตันมากพอ หากท่านไม่ช่วยข้า เห็นทีกายทิพย์ของข้าคงดับสลายไปรับเคราะห์สิบชาติเป็นแน่”

          ไป๋ลู่เอ่ยอย่างขอความเห็นใจ นางสบสายตาเหล่าจวินอาวุโส “แต่

หากท่านช่วยข้า เฟิ่งหรั่นก็จะได้กลับแดนสวรรค์เร็วขึ้น เทียนตี้กับเทียนโฮ่วก็คงพอคลายโทสะได้บ้าง”

          เซียนแห่งกาลเวลามองไป๋ลู่ด้วยความสงสารระคนเห็นใจ แต่เรื่อง

ทุกอย่างก็เริ่มต้นมาจากความผิดพลาดของนางเองทั้งนั้น หากนางจะเรียนผูกนางก็ต้องเรียนแก้ด้วยตนเองถึงจะถูก

          “หากข้าช่วยเจ้า เทียนตี้ทรงทราบเข้าข้าก็ไม่พ้นมีความผิด เจ้ากลับไปเถิด ไปที่แคว้นเหลียว แล้วรอฟังข่าวดีที่เจ้าต้องการ” เซียนแห่งกาลเวลาเอ่ยเป็นเชิงไล่ ไป๋ลู่ที่หน้ำง้ำหน้างอด้วยความเบื่อหน่ายกลับฉุกใจคิดขึ้นมา เรื่องอันใดกันที่จะเป็นข่าวดีสำหรับนาง ทั้งตอนนี้ไม่มีเรื่องใดที่น่ายินดีไปกว่าหากนางจะได้กลับสวรรค์ ไม่ต้องรับเคราะห์สิบชาติแล้ว

          “ข่าวดี...” ไป๋ลู่พึมพำในลำคอ นางถามย้ำเหล่าจวิน “ท่านหมายถึงเรื่องใด”

          เหล่าจวินหันมาตอบ “อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้ เจ้ากลับไปก่อนที่เทียนตี้จะมาเจอเจ้าเถิด ข้าไม่อยากเดือดร้อน”

          ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องใด แต่ไป๋ลู่หรืออวี๋ฟางหรงก็ยินดีในใจล่วงหน้าเอาไว้แล้ว แสดงว่ามีหนทางที่จะชดใช้ความผิดให้กับเฟิ่งหรั่นและชดใช้ความผิดของตนเองทั้งหมดแล้ว...

          เซียนสาวคิดอย่างลิงโลดในใจ ก่อนจะลงจากเขาไท่ซานอย่างว่องไวไปที่แคว้นเหลียว...อีกไม่นานแล้ว

ข้าจะต้องเป็นอิสระ...

เฟิ่งหรั่นมองดอกไห่ถังที่สีของมันเริ่มโรยราจนผิดสังเกต กลีบของมันค่อยๆ เหี่ยวเฉาลงไปทีละกลีบ นับตั้งแต่นางอภิเษกเข้าจวนของลู่อ๋องดอกไห่ถังนี้ก็เริ่มโรยราอย่างน่าผิดสังเกต ทั้งๆ ที่นางแม้จะไม่เข้าใจ

จุดประสงค์ที่อวี๋ฟางหรงมอบให้ แต่ก็รักษาและถนอมดอกไห่ถังเป็นอย่างดี

หญิงสาวมองกลีบดอกไห่ถังที่ค่อยๆ เหี่ยวเฉากลีบหนึ่งด้วยแววตา

เลื่อนลอย เป็นเวลากว่าเก้าเดือนแล้วที่นางอภิเษกเข้าจวนของลู่อ๋องในฐานะพระชายาเอก เขารักถนอมและดูแลนางดีทุกอย่าง แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายเกิดขึ้นระหว่างที่นางอยู่ที่นี่

คืนแรกหลังพิธีแต่งงานผ่านพ้นไป หลังจากส่งตัวเข้าห้องหอแล้ว คืนนั้นเกิดฝนตกหนักราวกับมีอาเพศครั้งใหญ่ นางกับลู่อ๋องที่ควรจะเข้าหอกันก็ต้องถูกเลื่อนวันเข้าหอออกมาอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากราชครูทำนายว่าการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในคืนเข้าหอวันมงคล ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการร่วมหอกัน เพราะอาจทำให้เหล่าบรรดาภูตผีเข้ามาเกิดเป็นทารกในครรภ์ได้ คราแรกลู่อ๋องไม่ยอม แต่ทว่าคำกล่าวของนางที่เสริมคำกล่าวของราชครูนั้นมีน้ำหนักมากทีเดียว ในเมื่อนางไม่พร้อมเขาก็ไม่ควรหักหาญน้ำใจนางนั่นก็คือสิ่งที่ถูกต้อง

แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีฤกษ์ร่วมหอที่แน่ชัด แต่ลู่อ๋องก็ยังดีกับนางไม่เคยขาด จัดตำหนักที่ใหญ่โตให้นางอยู่ มีนางกำนัลใหญ่ของวังคอยมาปรนนิบัติไม่ห่างกาย อีกทั้งสิ่งของใดที่นางต้องการล้วนถูกนำมาหามอบให้นางหมด แต่ยิ่งอยู่นานวันเข้านางกลับรู้สึกแปลกประหลาดใจ ร้อนรุ่มในกายอย่างยิ่ง

“พระชายาเพคะ คุณหนูเฟิ่งอี้มาขอเข้าเฝ้าเพคะ” กูกูใหญ่ของวังเดินเข้ามารายงานด้วยท่าทีนอบน้อม นางเปิดทางให้เฟิ่งอี้เดินเข้ามาในวังพร้อมกับตะกร้าไม้อันหนึ่ง ข้างในนั้นคงเป็นขนมที่นางและมารดาทำสินะ

          “พี่หญิง” เฟิ่งอี้วางตะกร้าไม้ลงบนโต๊ะน้ำชาของเฟิ่งหรั่น นางเดินเข้ามานั่งข้างๆ ผู้เป็นพี่สาวแสดงความสนิทสนม แม้กูกูใหญ่ที่ยืนอยู่ในห้องจะรู้สึกขัดใจกับมารยาทเช่นนี้ แต่นางก็ไม่กล้าปริปากเอ่ยคำใด เพราะเนื่องด้วยอีกฝ่ายมีฐานะเป็นน้องสาวของนายหญิงวังนี้

          “วันนี้เจ้ามีเวลาว่างแล้วรึ?” เฟิ่งหรั่นเอ่ยแกมประชดน้อยใจยิ่ง นับจากนางอภิเษกนอกจากนางจะเห็นหน้าสามีน้อยลงแล้ว นางยังเห็นหน้าของน้องสาวตนเองน้อยลงด้วยเช่นกัน

          เฟิ่งอี้เอาใบหน้าซบลงบนบ่าผู้เป็นพี่สาวอย่างสนิทสนม “อย่าโกรธน้องเลยนะเพคะ ช่วงนี้หลังจากพระชายาไม่อยู่ที่จวน น้องก็ต้องช่วยท่านแม่แบ่งเบาภาระของท่านพ่อด้วย ท่านไม่รู้หรอกว่าตั้งแต่ท่านแต่งเข้าวังอ๋องมา พี่หญิงรองเฟิ่งเจาหรงก็แทบตั้งตนเป็นพี่ใหญ่ของข้าแล้ว...”

          เฟิ่งหรั่นเอามือลูบศีรษะเฟิ่งอี้เบาๆ นางสังเกตเห็นปิ่นปักผมของลู่อ๋องที่นางเคยมอบให้เฟิ่งอี้เมื่อนานมาแล้ว

          “ปิ่นของท่านอ๋องที่พี่ให้เจ้าไปนี่นา” เฟิ่งหรั่นมองปิ่นหยกที่ปักบนมวยผมของเฟิ่งอี้

          เฟิ่งอี้แสร้งเอามือคลำปิ่นนั้น “อ้อ จริงด้วยสิ น้องว่าจะคืนให้พี่หญิงนานแล้วแต่ก็ลืมเลยเพคะ”

          โกหก! ใครว่านางจะยอมคืนง่ายๆ กัน...เฟิ่งอี้คิดในใจ

          เฟิ่งหรั่นลูบหัวน้องสาวอย่างไม่คิดสิ่งใด นางมีเครื่องประดับมากมายอยู่แล้ว หากน้องสาวชอบมีหรือนางจะไม่ให้

          “หากเจ้าชอบมีหรือข้าจะไม่ให้ สิ่งใดที่เจ้าปรารถนา หากเจ้าอยาก

ได้ ไม่เกินความสามารถของข้า ข้าก็จะให้เจ้า” เฟิ่งหรั่นคลี่ยิ้มบางๆ ตอบน้องสาว เฟิ่งอี้ยิ้มรับน้ำใจของผู้เป็นพี่สาว แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง

          ข้าเช่นกัน...สิ่งใดที่พี่ปรารถนา ข้าจะแย่งมาเป็นของข้า!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Related chapters

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    09 - น้องสาวที่รัก

    ทั้งสองพี่น้องอยู่สนทนากันสักพัก กูกูใหญ่ของวังก็มารายงานว่าลู่อ๋องนั้นกลับจากวังหลวงแล้ว เฟิ่งอี้จึงจำเป็นต้องลากลับก่อนตามมารยาท ส่วนเฟิ่งหรั่นก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะภรรยา จัดหาของว่างและอาหารตระเตรียมให้ผู้เป็นพระสวามีของนาง แต่ทว่าแทนที่เฟิ่งอี้จะรีบกลับ นางกลับเลือกที่จะเดินชมนกชมไม้ในสวนของวังอ๋องอย่างถือวิสาสะ ด้วยถือว่าพี่สาวนั้นมีศักดิ์เปนพระชายาเอกของลู่อ๋อง นางย่อมทำสิ่งใดก็คงไม่มีใครมาห้ามปรามนางแน่ นางจึงเดินชมนกชมไม้อย่างเพลิดเพลินใจ ลู่อ๋องที่เดินทางกลับมาถึงวัง เห็นน้องสาวของชายาตนเองกำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานจึงเข้าไปทักทายในฐานะพี่เขยของนาง “อ๊ะ!” เฟิ่งอี้ที่ไม่ทันระวัง นางเดินถอยหลังชนเข้ากับแผงอกของลู่อ๋องจนเกือบเซล้มลง แต่โชคดีนักที่ลู่อ๋องคว้าเอวของนางเอาไว้ได้ทัน ทั้งสองหันมาสบตากันเพียงชั่วขณะหนึ่ง หัวใจของเฟิ่งอี้เต้นแรงไม่เป็นส่ำยามได้สบสายตาคมปลาบของลู่อ๋องหรืออ๋องเก้า “อะ เอ่อ...” ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที เฟิ่งอี้ตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย “หม่อมฉันขอประทานอภัยด้วยเพคะ พอดีมาเยี่ยมพี่สาว แต่ว่าเห็นอุทยานที่นี่ร่มรื่นน

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    10 - ลู่อ๋อง

    ตับๆๆ เสียงของเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะหฤหรรษ์ในห้องแห่งหนึ่งของของโรงเตี๊ยม ในห้องนั้นปรากฏภาพชายหญิงทั้งสองกำลังร่วมรักกันอย่างมีความสุข เฟิ่งเจาหรงใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านกับความสุขที่อ๋องเก้ามอบให้กับนาง ใบหน้าหล่อเหลาของลู่อ๋องกัดฟันพลางคำรามในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเขาได้ปลดปล่อยสายธารรักของตนเองเข้าไปในกายของสตรีใต้ร่างอย่างสุขสม เฟิ่งเจาหรงคลายมือออกจากผ้าปูที่นอนเมื่อความหฤหรรษ์นั้นจบลง ใบหน้าของลู่อ๋องซบลงบนหน้าอกอวบใหญ่ของเฟิ่งเจาหรง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียอย่างเอร็ดอร่อย “ข้าพึงพอใจในรสสวาทของเจ้ายิ่งนัก หรงเอ๋อร์” พูดจบก็ใช้ฝ่ามือลูบไล้ต้นขาของอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ ขณะที่ใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียเม็ดทับทิมสีชมพูที่แข็งชันเป็นไต “อ๊า!!!” เฟิ่งเจาหรงร้องครางเสียงดัง เมื่อลู่อ๋องใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเต้านมอวบของนางรุนแรงอย่างหิวกระหาย จนใบหน้างดงามของเฟิ่งเจาหรงเหยเกด้วยความเสียวซ่าน นางร้องครางเสียงหวานไม่เป็นภาษาด้วยความสุขสม “หากท่านอ๋องชมชอบ หม่อมฉันก็ยินดีมอบกายถวายใจรับใช้เพคะ” นางเอ่ยพลางใช้มือเรียวของตนเอ

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    PROLOGUE : ทัณฑ์ทรมาน

    บริเวณลานประหาร ร่างบอบบางที่ถูกตรึงด้วยไม้กางเขน สภาพร่างกายของนางอันบอบบางราวกิ่งหลิวเปียกชุ่มไปด้วยคราบโลหิตจากทัณฑ์ทรมาน เส้นผมที่เคยถูกรวบเกล้าประดับด้วยเครื่องประดับอันงดงาม บัดนี้กลับหลุดลุ่ยปรกใบหน้า ดวงตาที่เคยอ่อนหวานในยามนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้น ที่ไม่มีโอกาสได้มอบความตายคืนให้กับคนที่กระทำนาง ‘เฟิ่งหรั่น’ คือบุตรีของอัครมหาเสนาบดี นางผู้เปี่ยมด้วยรูปโฉมอันงดงามและอำนาจบารมีของบิดา วาสนาชีวิตที่เคยเป็นถึงพระชายาอ๋อง บัดนี้กลับตกต่ำกลายเป็นนักโทษประหารความผิดไม่น่าให้อภัย ดวงตางดงามค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละนิดมองสภาพแวดล้อมรายรอบที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่รุมสาปแช่งนาง นางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันในโชคชะตาของตนเอง นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าวาสนาที่ตนเองเคยเป็นชายาของอ๋องเก้าบุรุษที่ยิ่งใหญ่ บัดนี้จะตกต่ำเป็นถึงนักโทษประหาร คิดแล้วช่างน่าเจ็บปวดใจยิ่งนัก ซ่า! เสียงน้ำที่ถูกสาดจากถังน้ำไม้สีน้ำตาลใบใหญ่สาดกระเด็นเข้ามาที่ใบหน้าเปื้อนเลือดของเฟิ่งหรั่น หญิงสาวทำได้แค่หลับตาและเบี่ยงใบหน้าหลบเท่านั้น ความอัปยศในวันนี้ทำให้นางเ

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    01 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน แคว้นเหลียว แคว้นเหลียวเป็นหนึ่งในสี่แคว้นใหญ่แห่งแผ่นดินจงหยวน ปกครองด้วยราชวงศ์ลู่มานานหลายศตวรรษ และในยุคปัจจุบันที่แคว้นเหลียวเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด นำโดยการปกครองของลู่ฮ่องเต้และเซียวฮองเฮาและองค์รัชทายาทผู้เป็นพระอนุชาร่วมอุทรนามว่า ‘ลู่เฟยหรง’ องค์รัชทายาทผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ นำทัพรบนำชัยชนะมาทุกสมรภูมิศึกและภายใต้การช่วยออกว่าราชการของลู่อ๋องอีกแรง แม้ว่าจะมีสี่นักปกครองที่เก่งกาจ แต่กุนซือที่สำคัญประจำพระวรกายของฮ่องเต้คือใต้เท้าเฟิ่ง อัครมหาเสนาบดีคู่พระทัยตั้งแต่อดีตฮ่องเต้รัชกาลก่อนจวบจนรัชกาลปัจจุบัน เขามีบุตรสาวที่ทั้งงดงามและฉลาดปราดเปรื่องกับฮูหยินเอกนามว่า ‘เฟิ่งหรั่น’ ยอดบัณฑิตหญิงแห่งแคว้น ศาสตร์ความรู้ทั้งหกแขนงที่คุณหนูสกุลใหญ่ร่ำเรียนกัน นางสามารถร่ำเรียนจนแตกฉานได้อย่างรวดเร็ว ภายในจวนอัครมหาเสนาบดีเงียบสงบร่มรื่น เสียงบรรเลงพิณดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ของจวนอย่างเฟิ่งหรั่น หญิงสาวในชุดผ้าไหมปักดิ้นลวดลายงดงาม คอเสื้อขลิบด้วยลวดลายดุจปีกจักจั่นสีทองอ่อน กำลังนั่งดีดบรรเลงพิณอย่างสบายใจท่ามกลางบรรย

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    02 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    เฟิ่งหรั่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ร้านเครื่องประดับ กำลังจะนำเครื่องประดับชิ้นใหม่มาวางขายที่ร้าน ด้วยเพราะร้านเครื่องประดับนี้ขายสินค้าแต่เฉพาะสตรีชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น เครื่องประดับมีค่าจำนวนมากย่อมเป็นที่สนใจของสตรีชั้นสูง หญิงสาวจึงชวนเฟิ่งอี้และจิงเจียวออกมาซื้อเครื่องประดับด้วยกัน ตลาดใหญ่ในเมืองหลวงครึกครื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากการกลับมาของลู่เฟยหลงพร้อมกับชัยชนะเหนือจงโจว เหล่าสตรีชั้นสูงซึ่งเป็นบรรดาบุตรีของขุนนางทั้งหลายต่างก็ออกมาเที่ยวเล่นในเมือง ด้วยเพราะพวกนางสืบทราบมาว่าองค์รัชทายาทลู่เฟยหลงมักชอบออกมาดื่มสุรากับทหารองครักษ์คนสนิทที่หอสุราเป็นประจำ เฟิ่งหรั่นเดินเลือกซื้อเครื่องประดับมาใหม่จากหลากหลายร้านที่มาเปิดใหม่ แต่ทว่าก็ไม่มีร้านใดที่ถูกใจนางเท่าร้านใหญ่ในเมืองหลวงอีกแล้ว หญิงสาวเดินเลือกเครื่องประดับในร้านใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเจอปิ่นหยกที่ถูกใจ ปิ่นหยกนี้ประดับด้วยไข่มุกราตรีงดงามยิ่งนัก เฟิ่งหรั่นหยิบปิ่นหยกสีเขียวเพียงหนึ่งเดียวในร้านขึ้นมาเชยชม เช่นเดียวกับเฟิ่งอี้เดินเข้ามาหาพี่สาวชื่นชมความงดงามของปิ่นหยกหายากชนิดนี้

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    03 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    “แม่รู้ว่าเจ้าอยากแต่งนางเข้ามาในจวน เพื่อวางแผนโดยเร็ว แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่ของเราคือไทเฮา คิดว่านางจะยอมง่ายๆ หรือ?” ซู่ไท่เฟยเอ่ยขึ้นมา ลู่อ๋องยกยิ้มดังเช่นเคย “ไม่ยอมก็ต้องยอมพะยะค่ะ หากฝ่าบาททรงเอ่ยมอบสมรสพระราชทานมา ไทเฮาจะทรงคัดค้านอันใดได้ ยิ่งเป็นคนที่รักพี่ชายอย่างลู่เฟยหลง ข้าอยากเห็นสีหน้าสิ้นหวังของเขานัก” ซู่ไท่เฟยยกยิ้ม นานมากแล้วที่ต้องทนเก็บกดและอยู่ภายใต้อำนาจของคนสามคนในวังหลวง หากแผนการโค่นล้มบัลลังก์ลู่ฮ่องเต้สำเร็จ พระนางก็จะอยู่เหนือคนใต้หล้า ไม่ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าคอยรับคำสั่งของใครและยิ่งไม่ต้องโดนใครกดขี่ข่มเหงอีกแล้วดังเช่นที่ผ่านมา “รอให้งานเลี้ยงคืนนี้ผ่านไปก่อน วันหลังแม่จะหาทางกราบทูลฝ่าบาทเองเรื่องสมรสพระราชทาน ในงานคืนนี้เจ้าก็พยายามแสดงออกความรู้สึกต่อนางอย่างชัดเจนล่ะ เฟิ่งหรั่นเป็นธิดาคนโปรดของใต้เท้าเฟิ่ง หากบุตรสาวเขาได้เป็นพระชายาอ๋อง เขาก็ย่อมต้องหันมาสนับสนุนเจ้าให้ขึ้นเป็นรัชทายาท” ซู่ไท่เฟยกล่าวพลางจิบน้ำชา สายพระเนตรของพระนางยากจะคาดเดาความรู้สึกได้ เช่นเดียวกับอ๋องเก้าที่ไม่อาจคาดเดาพระทัยของพระมารดาตนเอง

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    04 - ดอกไห่ถังจากอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นและเฟิ่งอี้นั่งที่โต๊ะด้านหลังลำดับถัดมาจากอัครมหาเสนาบดีเฟิ่งผู้เป็นบิดากับมารดาอย่างเฟิ่งฮูหยิน ข้างๆ นางนั้นคือที่นั่งของอวี๋ฟางหรง ธิดาเจ้ากรมอาญาซึ่งมีความสนิทสนมชิดเชื้อกับไทเฮาพอสมควร ทั้งบิดาของนางและบิดาของอวี๋ฟางหรงนั้น ต่างก็เป็นเสนาบดีตำแหน่งสูงทั้งคู่ หากพวกนางถูกจัดมานั่งเคียงข้างกันย่อมไม่แปลก ใบหน้าอ่อนเยาว์ของอวี๋ฟางหรงมองเฟิ่งหรั่นด้วยสายตาเป็นมิตร นางคลี่ยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ น้อมรับ พอดีกับสายตาของเฟิ่งอี้ที่มองมาอย่างจับสังเกต “คุณหนูสกุลอวี๋ อวี๋ฟางหรงไม่ใช่หรือเจ้าคะพี่หญิง” เฟิ่งอี้กระซิบถามอย่างไม่ไว้ใจ สายตาของนางจดจ้องอวี๋ฟางหรงไม่วางตา เฟิ่งหรั่นปรายหางตาปรามผู้เป็นน้องสาวเงียบๆ “นางทักทายเรา มีไมตรีกับเรา เจ้าอยู่นิ่งๆ เถิด” “เจ้าค่ะ...” เฟิ่งอี้ยอมสงบปากสงบคำเมื่อได้รับคำเตือนจากผู้เป็นพี่สาว นางรินชาให้ตนเองอย่างเงียบๆ สายตานั้นจับจ้องมองที่ลู่อ๋องซึ่งประทับอยู่ข้างๆ ซู่ไท่เฟยด้วยสายตายากจะคาดเดาความหมาย “ข้าได้ยินกิตติศัพท์รูปโฉมอันงดงามของแม่น

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    05 - ความลับของอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นมองดอกไห่ถังสลับกับชมแสงจันทร์จากริมศาลา เพลานี้ราตรีมาเยือนมืดมิดแล้ว แสงจันทร์ทอประกายเด่นกลางท้องนภา ท่ามกลางหมู่ดารานับล้านดวง พระจันทร์ในคืนนี้งดงามกว่าคืนใด สักพักหนึ่งนางเห็นดาวดวงหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วยิ่งนักพร้อมกับดอกไห่ถังที่กลีบของมันสั่นไหวเบาๆ เพลานี้ให้ความรู้สึกเหมือนตอนเข้าร่วมงานล่าสัตว์ครั้งแรก ในยามค่ำก็มักจะมีการจุดคบเพลิงตามจุดหมายสำคัญต่างๆ บิดาพานางขึ้นหลังม้าเข้าไปร่วมล่าสัตว์ด้วยกัน แต่ทว่าในยามนั้นกลับเป็นการออกล่าสัตว์ของสัตว์นักล่าด้วยเช่นกัน เฟิ่งหรั่นและบิดาถูกเสือตัวผู้และตัวเมียคู่หนึ่งสีขาวลอบทำร้าย บิดาของนางนั้นได้รับบาดเจ็บจนสลบไปพร้อมกับนาง เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบลู่อ๋องแล้ว ลู่อ๋องคือคนที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่านางกลับได้เจ้าไห่เหลียนที่ตอนนั้นยังเด็กมากมาเลี้ยงด้วย เจ้าเสือขาวมาอยู่กับนางแต่หนใดนับจากที่บาดเจ็บก็ไม่อาจทราบได้ แต่ด้วยความสงสารที่พ่อแม่ของมันถูกทหารของวังหลวงจับเอาไปถลกหนังทำเสื้อ นางก็เกิดความสงสารในชะตากรรมของเจ้าเสือน้อยตัวนี้ยิ่งนัก จึงขอบิดารับมาเลี้ยงเอาไว้เป็น

    Last Updated : 2025-03-29

Latest chapter

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    10 - ลู่อ๋อง

    ตับๆๆ เสียงของเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะหฤหรรษ์ในห้องแห่งหนึ่งของของโรงเตี๊ยม ในห้องนั้นปรากฏภาพชายหญิงทั้งสองกำลังร่วมรักกันอย่างมีความสุข เฟิ่งเจาหรงใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านกับความสุขที่อ๋องเก้ามอบให้กับนาง ใบหน้าหล่อเหลาของลู่อ๋องกัดฟันพลางคำรามในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเขาได้ปลดปล่อยสายธารรักของตนเองเข้าไปในกายของสตรีใต้ร่างอย่างสุขสม เฟิ่งเจาหรงคลายมือออกจากผ้าปูที่นอนเมื่อความหฤหรรษ์นั้นจบลง ใบหน้าของลู่อ๋องซบลงบนหน้าอกอวบใหญ่ของเฟิ่งเจาหรง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียอย่างเอร็ดอร่อย “ข้าพึงพอใจในรสสวาทของเจ้ายิ่งนัก หรงเอ๋อร์” พูดจบก็ใช้ฝ่ามือลูบไล้ต้นขาของอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ ขณะที่ใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียเม็ดทับทิมสีชมพูที่แข็งชันเป็นไต “อ๊า!!!” เฟิ่งเจาหรงร้องครางเสียงดัง เมื่อลู่อ๋องใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเต้านมอวบของนางรุนแรงอย่างหิวกระหาย จนใบหน้างดงามของเฟิ่งเจาหรงเหยเกด้วยความเสียวซ่าน นางร้องครางเสียงหวานไม่เป็นภาษาด้วยความสุขสม “หากท่านอ๋องชมชอบ หม่อมฉันก็ยินดีมอบกายถวายใจรับใช้เพคะ” นางเอ่ยพลางใช้มือเรียวของตนเอ

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    09 - น้องสาวที่รัก

    ทั้งสองพี่น้องอยู่สนทนากันสักพัก กูกูใหญ่ของวังก็มารายงานว่าลู่อ๋องนั้นกลับจากวังหลวงแล้ว เฟิ่งอี้จึงจำเป็นต้องลากลับก่อนตามมารยาท ส่วนเฟิ่งหรั่นก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะภรรยา จัดหาของว่างและอาหารตระเตรียมให้ผู้เป็นพระสวามีของนาง แต่ทว่าแทนที่เฟิ่งอี้จะรีบกลับ นางกลับเลือกที่จะเดินชมนกชมไม้ในสวนของวังอ๋องอย่างถือวิสาสะ ด้วยถือว่าพี่สาวนั้นมีศักดิ์เปนพระชายาเอกของลู่อ๋อง นางย่อมทำสิ่งใดก็คงไม่มีใครมาห้ามปรามนางแน่ นางจึงเดินชมนกชมไม้อย่างเพลิดเพลินใจ ลู่อ๋องที่เดินทางกลับมาถึงวัง เห็นน้องสาวของชายาตนเองกำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานจึงเข้าไปทักทายในฐานะพี่เขยของนาง “อ๊ะ!” เฟิ่งอี้ที่ไม่ทันระวัง นางเดินถอยหลังชนเข้ากับแผงอกของลู่อ๋องจนเกือบเซล้มลง แต่โชคดีนักที่ลู่อ๋องคว้าเอวของนางเอาไว้ได้ทัน ทั้งสองหันมาสบตากันเพียงชั่วขณะหนึ่ง หัวใจของเฟิ่งอี้เต้นแรงไม่เป็นส่ำยามได้สบสายตาคมปลาบของลู่อ๋องหรืออ๋องเก้า “อะ เอ่อ...” ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที เฟิ่งอี้ตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย “หม่อมฉันขอประทานอภัยด้วยเพคะ พอดีมาเยี่ยมพี่สาว แต่ว่าเห็นอุทยานที่นี่ร่มรื่นน

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    08 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    กองทัพเสวียนอู่เดินทางมาถึงที่หมาย ตอนนี้การจลาจลทั้งหมดถูกควบคุมเอาไว้หมดแล้ว โดยรองแม่ทัพที่เขามอบหมายให้ประจำการอยู่ที่นี่ ระหว่างที่เขาประทับอยู่ในเมืองหลวง ด้วยเกรงว่าพวกกบฏที่จับกุมตัวเอาไว้ได้นั้นจะก่อความวุ่นวาย แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจากไปไม่กี่วัน กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นทันทีลู่เฟยหลงก้าวลงจากหลังม้า ส่งมอบม้าให้กับจางซินเฉิงแล้วถือกระบี่เดินเข้ามาในกระโจมหลังใหญ่ของตนเอง ตอนนี้เหล่าเชลยบางส่วนที่ก่อกบฏล้วนถูกขังรอการตัดสินโทษอยู่จากเขา“ชาวเมืองในตำบลซ่างจิ่งนี้ จะให้กระหม่อมจัดการอย่างไรพะยะค่ะ” รองแม่ทัพใหญ่เอ่ยถามน้ำเสียงหนักแน่นลู่เฟยหลงมองด้วยสายตาคมปลาบ “ให้ประหารตัวการที่ก่อกบฏครั้งนี้ ส่วนชาวบ้านที่บริสุทธิ์ให้ปล่อยไป ทหารของพวกกบฏนั่นให้เกณฑ์มาเป็นแรงงาน ส่วนเด็ก สตรีและคนชรา ให้ปล่อยพวกเขาไป” “พระองค์แน่ใจหรือพะยะค่ะว่าเด็กและสตรีพวกนั้นจะไม่เป็นภัยในภายหลัง” รองแม่ทัพใหญ่ถามอย่างไม่ไว้ใจนัก “พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กและสตรี เรี่ยวแรงก็หามีมาต่อกรไม่ ปล่อยพวกเขากลับไปซะ นี่เป็นบัญชาของข้า” ลู่เฟยหลงสั่งเสียงเข้ม เพียงเท่านั้นรองแม่ทัพใหญ่จึงไม่กล้า

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    07 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    ช่างบังเอิญยิ่งนักที่ฤกษ์อภิเษกสมรสของลู่อ๋องกับเฟิ่งหรั่น มาตรงกับวันที่ลู่เฟยหลงได้รับแจ้งจากรองแม่ทัพคนสนิทที่ประจำการชายแดนเหนือรายงานมาว่า บัดนี้กองทัพกบฏได้กวาดต้อนชาวเมืองและเสบียงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าแม้จะช่วยชาวเมืองและกันเสบียงบางส่วนออกมาได้ ก็ยังไม่สามารถกำจัดฝ่ายศัตรูให้พ้นไป ลู่เฟยหลงจึงมีข้อกล่าวอ้างต่อฮ่องเต้ผู้เป็นพระเชษฐาและพระมารดาของตน เดิมทีเขาไม่ต้องการเห็นสตรีที่รักเป็นของบุรุษอื่นให้ปวดใจ การไปทำศึกสงครามครั้งนี้ และถือโอกาสประจำการที่ชายแดนชั่วคราวจะดีกว่า หรือเขาอาจจะอยู่ที่นั่นตลอดไป และอาจคืนตำแหน่งรัชทายาทให้ลู่เสวียนหลานชายที่ยังเยาว์วัยของเขา “เจ้าคิดจะไปประจำการที่นั่นจริงๆ หรือ?” ลู่ฮ่องเต้ทรงถามด้วยพระพักตร์และพระทัยกังวล น้องชายผู้นี้คือหัวเรี่ยวหัวแรงในราชสำนัก อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ที่ดีของลู่เสวียน แต่วันนี้เพราะเรื่องการแต่งงานของเฟิ่งหรั่นหรือไม่ ที่ทำให้น้องชายของพระองค์ตัดสินใจเช่นนี้ วันนี้ทั้งสองพระองค์สนทนากันเป็นส่วนตัวที่ศาลาริมสระในอุทยานหลวง ไม่มีคำว่าฝ่าบาทหรือพระอนุชาอีกต่อไป มีเพียงแต่ความเป็นพี่น้อง

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    06 - สมรสพระราชทาน

    เฟิ่งหรั่นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับแม่หมอเฒ่าผู้นั้น กลิ่นอายบางอย่างที่นางไม่คุ้นเคยลอยโชยเข้ามาเตะจมูกนาง กลิ่นอันใดกันที่ทำให้นางรู้สึกไม่ดี คล้ายกับเลือดลมทั้งหมดหยุดไหลเวียนเช่นนี้ เพราะอะไร..? “หรั่นหรั่น แม่หมอผู้นี้พ่อกับแม่เชื้อเชิญมาเพื่อตรวจดวงชะตาของเจ้ากับท่านอ๋องเก้า อีกไม่นานนี้เจ้าก็จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระชายาเอกแล้ว จำเป็นต้องมีการทำเช่นนี้เสียก่อน...” เฟิ่งฮูหยินคลี่ยิ้มเอ่ย เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ ตอบผู้เป็นมารดา ส่วนเฟิ่งเจาหรงที่มาได้ยินการสนทนาและเห็นแม่หมอชื่อดังที่ถูกเชิญมาจึงได้ลอบแอบฟังการสนทนา เฟิ่งฮูหยินทำถึงขนาดนี้ เพื่อประเคนบุตรสาวให้เป็นชายาอ๋องเก้าเลยรึ?! เฟิ่งหรั่นแบฝ่ามือทั้งสองข้างและแจ้งวันเดือนปีเกิดของตนเองกับลู่อ๋องต่อหน้าแม่หมอ แม่หมอเฒ่าได้ทำการตรวจดวงชะตาอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว แต่ทว่า... “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะแม่หมอ” เฟิ่งฮูหยินถามด้วยความร้อนรนระคนตื่นเต้นในใจ นางเห็นแม่หมอผู้นี้สัมผัสมือบุตรสาวและนั่งหลับตาอยู่นานแล้ว แม่หมอนิ่งเงียบ นางพยายามเพ่งเล็งสมาธิให้มากที่สุดแต่กลับไม่เห็น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    05 - ความลับของอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นมองดอกไห่ถังสลับกับชมแสงจันทร์จากริมศาลา เพลานี้ราตรีมาเยือนมืดมิดแล้ว แสงจันทร์ทอประกายเด่นกลางท้องนภา ท่ามกลางหมู่ดารานับล้านดวง พระจันทร์ในคืนนี้งดงามกว่าคืนใด สักพักหนึ่งนางเห็นดาวดวงหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วยิ่งนักพร้อมกับดอกไห่ถังที่กลีบของมันสั่นไหวเบาๆ เพลานี้ให้ความรู้สึกเหมือนตอนเข้าร่วมงานล่าสัตว์ครั้งแรก ในยามค่ำก็มักจะมีการจุดคบเพลิงตามจุดหมายสำคัญต่างๆ บิดาพานางขึ้นหลังม้าเข้าไปร่วมล่าสัตว์ด้วยกัน แต่ทว่าในยามนั้นกลับเป็นการออกล่าสัตว์ของสัตว์นักล่าด้วยเช่นกัน เฟิ่งหรั่นและบิดาถูกเสือตัวผู้และตัวเมียคู่หนึ่งสีขาวลอบทำร้าย บิดาของนางนั้นได้รับบาดเจ็บจนสลบไปพร้อมกับนาง เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบลู่อ๋องแล้ว ลู่อ๋องคือคนที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่านางกลับได้เจ้าไห่เหลียนที่ตอนนั้นยังเด็กมากมาเลี้ยงด้วย เจ้าเสือขาวมาอยู่กับนางแต่หนใดนับจากที่บาดเจ็บก็ไม่อาจทราบได้ แต่ด้วยความสงสารที่พ่อแม่ของมันถูกทหารของวังหลวงจับเอาไปถลกหนังทำเสื้อ นางก็เกิดความสงสารในชะตากรรมของเจ้าเสือน้อยตัวนี้ยิ่งนัก จึงขอบิดารับมาเลี้ยงเอาไว้เป็น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    04 - ดอกไห่ถังจากอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นและเฟิ่งอี้นั่งที่โต๊ะด้านหลังลำดับถัดมาจากอัครมหาเสนาบดีเฟิ่งผู้เป็นบิดากับมารดาอย่างเฟิ่งฮูหยิน ข้างๆ นางนั้นคือที่นั่งของอวี๋ฟางหรง ธิดาเจ้ากรมอาญาซึ่งมีความสนิทสนมชิดเชื้อกับไทเฮาพอสมควร ทั้งบิดาของนางและบิดาของอวี๋ฟางหรงนั้น ต่างก็เป็นเสนาบดีตำแหน่งสูงทั้งคู่ หากพวกนางถูกจัดมานั่งเคียงข้างกันย่อมไม่แปลก ใบหน้าอ่อนเยาว์ของอวี๋ฟางหรงมองเฟิ่งหรั่นด้วยสายตาเป็นมิตร นางคลี่ยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ น้อมรับ พอดีกับสายตาของเฟิ่งอี้ที่มองมาอย่างจับสังเกต “คุณหนูสกุลอวี๋ อวี๋ฟางหรงไม่ใช่หรือเจ้าคะพี่หญิง” เฟิ่งอี้กระซิบถามอย่างไม่ไว้ใจ สายตาของนางจดจ้องอวี๋ฟางหรงไม่วางตา เฟิ่งหรั่นปรายหางตาปรามผู้เป็นน้องสาวเงียบๆ “นางทักทายเรา มีไมตรีกับเรา เจ้าอยู่นิ่งๆ เถิด” “เจ้าค่ะ...” เฟิ่งอี้ยอมสงบปากสงบคำเมื่อได้รับคำเตือนจากผู้เป็นพี่สาว นางรินชาให้ตนเองอย่างเงียบๆ สายตานั้นจับจ้องมองที่ลู่อ๋องซึ่งประทับอยู่ข้างๆ ซู่ไท่เฟยด้วยสายตายากจะคาดเดาความหมาย “ข้าได้ยินกิตติศัพท์รูปโฉมอันงดงามของแม่น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    03 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    “แม่รู้ว่าเจ้าอยากแต่งนางเข้ามาในจวน เพื่อวางแผนโดยเร็ว แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่ของเราคือไทเฮา คิดว่านางจะยอมง่ายๆ หรือ?” ซู่ไท่เฟยเอ่ยขึ้นมา ลู่อ๋องยกยิ้มดังเช่นเคย “ไม่ยอมก็ต้องยอมพะยะค่ะ หากฝ่าบาททรงเอ่ยมอบสมรสพระราชทานมา ไทเฮาจะทรงคัดค้านอันใดได้ ยิ่งเป็นคนที่รักพี่ชายอย่างลู่เฟยหลง ข้าอยากเห็นสีหน้าสิ้นหวังของเขานัก” ซู่ไท่เฟยยกยิ้ม นานมากแล้วที่ต้องทนเก็บกดและอยู่ภายใต้อำนาจของคนสามคนในวังหลวง หากแผนการโค่นล้มบัลลังก์ลู่ฮ่องเต้สำเร็จ พระนางก็จะอยู่เหนือคนใต้หล้า ไม่ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าคอยรับคำสั่งของใครและยิ่งไม่ต้องโดนใครกดขี่ข่มเหงอีกแล้วดังเช่นที่ผ่านมา “รอให้งานเลี้ยงคืนนี้ผ่านไปก่อน วันหลังแม่จะหาทางกราบทูลฝ่าบาทเองเรื่องสมรสพระราชทาน ในงานคืนนี้เจ้าก็พยายามแสดงออกความรู้สึกต่อนางอย่างชัดเจนล่ะ เฟิ่งหรั่นเป็นธิดาคนโปรดของใต้เท้าเฟิ่ง หากบุตรสาวเขาได้เป็นพระชายาอ๋อง เขาก็ย่อมต้องหันมาสนับสนุนเจ้าให้ขึ้นเป็นรัชทายาท” ซู่ไท่เฟยกล่าวพลางจิบน้ำชา สายพระเนตรของพระนางยากจะคาดเดาความรู้สึกได้ เช่นเดียวกับอ๋องเก้าที่ไม่อาจคาดเดาพระทัยของพระมารดาตนเอง

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    02 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    เฟิ่งหรั่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ร้านเครื่องประดับ กำลังจะนำเครื่องประดับชิ้นใหม่มาวางขายที่ร้าน ด้วยเพราะร้านเครื่องประดับนี้ขายสินค้าแต่เฉพาะสตรีชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น เครื่องประดับมีค่าจำนวนมากย่อมเป็นที่สนใจของสตรีชั้นสูง หญิงสาวจึงชวนเฟิ่งอี้และจิงเจียวออกมาซื้อเครื่องประดับด้วยกัน ตลาดใหญ่ในเมืองหลวงครึกครื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากการกลับมาของลู่เฟยหลงพร้อมกับชัยชนะเหนือจงโจว เหล่าสตรีชั้นสูงซึ่งเป็นบรรดาบุตรีของขุนนางทั้งหลายต่างก็ออกมาเที่ยวเล่นในเมือง ด้วยเพราะพวกนางสืบทราบมาว่าองค์รัชทายาทลู่เฟยหลงมักชอบออกมาดื่มสุรากับทหารองครักษ์คนสนิทที่หอสุราเป็นประจำ เฟิ่งหรั่นเดินเลือกซื้อเครื่องประดับมาใหม่จากหลากหลายร้านที่มาเปิดใหม่ แต่ทว่าก็ไม่มีร้านใดที่ถูกใจนางเท่าร้านใหญ่ในเมืองหลวงอีกแล้ว หญิงสาวเดินเลือกเครื่องประดับในร้านใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเจอปิ่นหยกที่ถูกใจ ปิ่นหยกนี้ประดับด้วยไข่มุกราตรีงดงามยิ่งนัก เฟิ่งหรั่นหยิบปิ่นหยกสีเขียวเพียงหนึ่งเดียวในร้านขึ้นมาเชยชม เช่นเดียวกับเฟิ่งอี้เดินเข้ามาหาพี่สาวชื่นชมความงดงามของปิ่นหยกหายากชนิดนี้

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status