Home / โรแมนติก / Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก / 07 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

Share

07 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

Author: WangFei
last update Last Updated: 2025-03-29 21:24:18

ช่างบังเอิญยิ่งนักที่ฤกษ์อภิเษกสมรสของลู่อ๋องกับเฟิ่งหรั่น มาตรงกับวันที่ลู่เฟยหลงได้รับแจ้งจากรองแม่ทัพคนสนิทที่ประจำการชายแดนเหนือรายงานมาว่า บัดนี้กองทัพกบฏได้กวาดต้อนชาวเมืองและเสบียงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าแม้จะช่วยชาวเมืองและกันเสบียงบางส่วนออกมาได้ ก็ยังไม่สามารถกำจัดฝ่ายศัตรูให้พ้นไป ลู่เฟยหลงจึงมีข้อกล่าวอ้างต่อฮ่องเต้ผู้เป็นพระเชษฐาและพระมารดาของตน

          เดิมทีเขาไม่ต้องการเห็นสตรีที่รักเป็นของบุรุษอื่นให้ปวดใจ การไปทำศึกสงครามครั้งนี้ และถือโอกาสประจำการที่ชายแดนชั่วคราวจะดีกว่า หรือเขาอาจจะอยู่ที่นั่นตลอดไป และอาจคืนตำแหน่งรัชทายาทให้ลู่เสวียนหลานชายที่ยังเยาว์วัยของเขา

          “เจ้าคิดจะไปประจำการที่นั่นจริงๆ หรือ?” ลู่ฮ่องเต้ทรงถามด้วยพระพักตร์และพระทัยกังวล น้องชายผู้นี้คือหัวเรี่ยวหัวแรงในราชสำนัก อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ที่ดีของลู่เสวียน แต่วันนี้เพราะเรื่องการแต่งงานของเฟิ่งหรั่นหรือไม่ ที่ทำให้น้องชายของพระองค์ตัดสินใจเช่นนี้    

          วันนี้ทั้งสองพระองค์สนทนากันเป็นส่วนตัวที่ศาลาริมสระในอุทยานหลวง ไม่มีคำว่าฝ่าบาทหรือพระอนุชาอีกต่อไป มีเพียงแต่ความเป็นพี่น้อง

ร่วมสายโลหิตเท่านั้น

          “ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกอย่างไรกับเฟิ่งหรั่น แต่ตอนนี้หากวาสนามิได้ครองคู่กัน ก็จงอย่าทำสิ่งใดที่ฝืนใจตนเองเลย” ลู่ฮ่องเต้ทรงเอ่ยด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยนอย่างเห็นใจ ทรงอยากเห็นน้องชายผู้นี้มีความสุข มากกว่าพระองค์ที่เป็นพี่ชายแท้ๆ หากสิ่งใดทำให้ลู่เฟยหลงมีความสุขได้ พระองค์ย่อมทำอย่างแน่นอน แต่ทว่าเรื่องโชคชะตาและวาสนานี้พระองค์มิอาจกำหนดได้

          “เพราะไม่อยากฝืนใจ จึงอยากไปอยู่ชายแดนพะยะค่ะ หากกระหม่อมต้องแต่งงานกับอวี๋ฟางหรง นางเองก็ต้องทุกข์ใจไปตลอดชีวิต เพราะข้านี้ไม่สามารถมอบใจให้กับนางได้ พระองค์ย่อมทราบดี” ลู่เฟยหลง มองผู้เป็นพี่ชาย เขาตัดสินใจดีแล้ว ดีไม่ดีหากไปคราวนี้เขาอาจจะประจำการที่ชายแดนเป็นการถาวร อยู่กับความทุกข์แลกกับการไม่ต้องมองเห็นความเจ็บปวดที่เห็นนางผู้เป็นดั่งดวงใจเป็นของชายอื่น

          ลู่ฮ่องเต้ยากจะทัดทาน พระองค์พยักหน้าน้อยๆ อย่างไรเสียก็ไม่เคยกล่อมน้องชายผู้นี้ได้สำเร็จเลย พระองค์ทรงมอบตรามังกรประจำพระองค์ให้พระอนุชาร่วมอุทรเอาไว้ “ตรานี้เจ้าเก็บเอาไว้ เจ้าจะเข้าเมืองหลวงคราใดก็ย่อมได้ เจ้าเป็นน้องชายร่วมอุทรของข้า ข้าไม่อาจทนเห็นเจ้าลำบาก”

          “อย่างไรก็ดี ก่อนเจ้าจะออกเดินทางก็ไปร่วมแสดงความยินดีกับนางและลู่อ๋องเสียหน่อยเถิด” ลู่ฮ่องเต้ทรงตรัสขึ้นมา ลู่เฟยหลงทำเพียงพยักหน้าน้อมรับเท่านั้น มิได้เอื้อนเอ่ยคำใด อย่างไรเขาก็คงต้องไปลานางอยู่ดี

          อาชาของลู่เฟยหลงมาหยุดที่หน้าจวนสกุลเฟิ่ง เขามองความ

ใหญ่โตโอ่อ่าของที่นี่ซึ่งกำลังจะมีงานมงคลในเดือนหน้านี้ ก่อนจะกระโดดลงจากอาชาอย่างชำนาญกล่าวกับพ่อบ้านของจวน

          พ่อบ้านของจวนทราบดีว่าเขาเป็นใคร พ่อบ้านอาวุโสกำลังจะทำความเคารพตามธรรมเนียม แต่ทว่าชายหนุ่มผู้เป็นรัชทายาทยกมือปรามเอาไว้ก่อน “วันนี้ข้ามาเป็นการส่วนตัว อยากพบเฟิ่งหรั่น เจ้าไปแจ้งนางเถิด”

          พ่อบ้านอาวุโสเชื้อเชิญองค์รัชทายาทลู่เฟยหลงเข้ามายังด้านในจวน ซึ่งใต้เท้าเฟิ่งและเฟิ่งฮูหยินต่างถวายการต้อนรับอย่างดี การมาหาเฟิ่งหรั่นคราวนี้เขามาเป็นการส่วนตัว มิได้ต้องการความใหญ่โตเอิกเกริกเท่าใด ชายหนุ่มนั่งลงบนแท่นของประมุขสกุลตามคำเชื้อเชิญของใต้เท้าเฟิ่ง เฟิ่งเจาหรงที่ติดตามบิดามาด้วยเห็นพระพักตร์หล่อเหลาของลู่เฟยหลงก็อดใจเต้นแรงไม่ได้

          “องค์รัชทายาทหล่อเหลายิ่งนัก..” เฟิ่งเจาหรงเอ่ยกับบ่าวรับใช้คนสนิทของนาง ใบหน้าของนางปรากฏริ้วรอยแดงแห่งความเขินอายยามมองพระพักตร์หล่อคม

          นางบ่าวผู้นั้นกล่าวตอบ “เจ้าค่ะ แต่มีข่าวลือหนาหูนัก ว่าพระองค์

เป็นพวกตัดแขนเสื้อตนเองเจ้าค่ะ”

          “อะแฮ่ม พวกเจ้าเอ่ยวาจาสามหาวอันใดกัน” ใต้เท้าเฟิ่งเอ็ดบุตรีของอนุภรรยา พลางมองด้วยหางตาดุ เฟิ่งเจาหรงจึงยอมก้มหน้าลงด้วยความอับอายที่โดนบิดาเอ็ดต่อพระพักตร์องค์รัชทายาทเช่นนี้

          เฟิ่งเจาหรงได้แต่เสียดายในใจ ลู่เฟยหลงหล่อเหลาเพียงนี้ อีกทั้งเป็นถึงองค์รัชทายาท แต่กลับกลายเป็นบุรุษที่ตัดแขนเสื้อตนเอง คิดแล้ว

เสียดายยิ่งนัก

          “เป็นเกียรติยิ่งนักพะยะค่ะที่องค์รัชทายาทเสด็จมา ทรงมีเรื่องใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพะยะค่ะ” ใต้เท้าเฟิ่งเอ่ย

          “ข้ามาหาเฟิ่งหรั่น ข้าอยากมาลานางเป็นครั้งสุดท้าย” ลู่เฟยหลง กล่าว

          คำว่าครั้งสุดท้ายสะกิดใจอัครมหาเสนาบดีและฮูหยินใหญ่นัก ทั้งสองมองสบตากัน เนื่องจากเฟิ่งหรั่นกำลังจะแต่งเข้าจวนเป็นชายาอ๋องในเร็ววันนี้ หากให้พบบุรุษอื่นสองต่อสองไม่รู้ว่าจะเหมาะสมหรือไม่?

          ลู่เฟยหลงราวกับรู้ปัญหาในใจของทั้งสอง จึงเอ่ยขึ้นมา “พวกท่านไม่ต้องเกรงกลัวว่านางจะเสื่อมเสียแต่อย่างใด ทุกคนรู้เรื่องที่ข้าจะไปอยู่ที่ชายแดนเหนือหมดแล้วกับกองทัพเสวียนอู่ ข้าจึงอยากมาลานางในฐานะสหายวัยเยาว์ก็เท่านั้น”

          ทั้งฮูหยินใหญ่และประมุขสกุลมองหน้ากัน ทั้งสองจึงให้คนนำพาลู่เฟยหลงไปรอพบเฟิ่งหรั่นที่สวนในจวน ส่วนทางด้านเฟิ่งหรั่นเองเมื่อทราบว่าองค์รัชทายาทต้องการพบตน นางจึงวางมือจากเครื่องประดับและอาภรณ์ที่ถูกส่งมาทั้งหมด แล้วออกไปต้อนรับเขาทันที ในใจของนางพลันรู้สึกถึงลาง

สังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง

          เมื่อได้มาพบอีกฝ่ายที่สวน หญิงสาวจึงทราบว่าภายในวันนี้เขาจะเดินทางไปประจำที่กองทัพเสวียนอู่ทางแดนเหนือ เนื่องจากเหล่ากบฏที่ล้อมปราบเกิดการจลาจลขึ้น แต่คราวนี้นางรู้สึกว่าการที่เขาเลือกจะไปคราวนี้นางจะไม่ได้เจอเขาอีกตลอดกาล

          “ในเมื่อพระองค์ตัดสินพระทัยดีเช่นนี้แล้ว หม่อมฉันในฐานะสหาย

ก็ทำได้แค่อวยพร” นางเอ่ย มีอยู่จังหวะหนึ่งที่แววตาของนางฉายความเสียใจออกมาอย่างชัดเจน การแต่งงานกับลู่อ๋องครั้งนี้ก็เกิดจากการกึ่งบังคับส่วนหนึ่ง นางไม่คิดว่าการที่อีกฝ่ายปักปิ่นให้นางครานั้นจะทำให้เกิดเรื่องราวที่ไม่สบายใจกับนางเช่นนี้ นางรู้สึกถึงความผิดหวังของลู่เฟยหลงที่ไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูด และความเสียใจของเฟิ่งอี้ที่ต้องปกปิดเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มที่สดใสนั้น

          นางรู้สึกเหมือนทำผิดต่อพวกเขาทั้งสองคน...

          ในใจของลู่เฟยหลงเขานึกอยากสวมกอดนางนัก แต่ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ อีกไม่นานนี้นางจะกลายเป็นน้องสะใภ้ของเขา กลายเป็นพระชายาเอกของลู่อ๋อง หากเขาแตะเนื้อต้องตัวนางเห็นทีคงไม่เหมาะสมนัก เขาจึงตัดสินใจหยิบปิ่นหยกที่ซื้อเอาไว้ตั้งแต่คราวแรกมอบให้นาง ทว่า...

          “ไม่คิดว่าพระเชษฐาจะมาเยี่ยมเยือนว่าที่ชายาของกระหม่อมถึงที่นี่...” ลู่อ๋องเอ่ยขัดจังหวะขึ้นมา ชายหนุ่มจึงจำเป็นต้องเก็บซ่อนปิ่นที่ตนหมายจะมอบให้เฟิ่งหรั่นเอาไว้ ภายใต้ใบหน้าที่เย็นชาเขากลับใช้มันปกปิดความผิดหวังและความเสียใจเอาไว้

          “ข้ากำลังจะไปประจำการกับกองทัพเสวียนอู่ทางเหนือ จึงมาลานางเป็นครั้งสุดท้าย” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่อน้องชายต่างมารดา แม้กระทั่งตอนที่เขาจะมาลานาง ก็ยังไม่มีโอกาสมอบปิ่นปักผมนี้ให้กับนางอีก ดูท่าทางแล้ววาสนาของนางกับเขาคงมีกันเพียงเท่านี้จริงๆ

          ลู่อ๋องร้อง ‘อ๋อ’

          “อ๋อ ถ้าเช่นนั้น น้อมส่งเสด็จพี่พะยะค่ะ” ลู่อ๋องประสานมือก้มศีรษะให้อีกฝ่าย พร้อมกับรอยยิ้มแฝงประกายเยาะเย้ย ลู่เฟยหลงไม่อาจทนเห็นภาพบาดตาที่พวกเขาทั้งสองยืนเคียงคู่กันได้ เหมือนตนเองโดนตอกย้ำว่าไม่คู่ควรและไม่มีสิทธิ์อยู่เคียงข้างนาง เขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

          เมื่อเห็นลู่เฟยหลงลับตาไปแล้ว ลู่อ๋องจึงหันมายิ้มให้กับเฟิ่งหรั่น

          นางคลี่ยิ้มบางๆ ตอบเขาเช่นกัน “ท่านอ๋องมาหาหม่อมฉันถึงที่นี่ ทรงมีเรื่องอันใดหรือเพคะ”

          ลู่อ๋องขมวดคิ้ว “เหตุใดเราจะมาหาเจ้าไม่ได้กัน อีกไม่นานนี้เจ้าก็จะแต่งเป็นพระชายาเอกของข้าแล้ว ข้าเพียงแค่อยากมาหาเจ้าให้คลายคิดถึงเท่านั้น”

          ว่าจบแล้วทำท่าคล้ายจะโอบกอดนาง แต่เฟิ่งหรั่นถอยออกมาหนึ่งก้าว อ้อมแขนของลู่อ๋องยกค้างกลางอากาศก่อนจะหุบแขนลงอย่างไม่สบอารมณ์นัก

          “อันว่าสตรีกับบุรุษยังมิได้แต่งงานกัน การแตะเนื้อต้องตัวถือว่าไม่เหมาะสมนักเพคะ” เฟิ่งหรั่นกล่าวอย่างไว้ตัว นางเป็นสตรีที่รักนวลสงวนตัวและเคร่งในกฎระเบียบอย่างยิ่งจนลู่อ๋องขัดใจ

          “ข้าขอโทษนะเสี่ยวเฟิ่ง ข้าแค่รักเจ้ามากเกินไป อยากแต่งเจ้าเป็นชายาเอกเร็วๆ เท่านั้น” ลู่อ๋องเอ่ยอย่างไม่จริงใจนัก เขาต้องการอำนาจของ

ตระกูลนางต่างหาก อำนาจของตระกูลนางเท่านั้นที่เขาต้องการ

          เฟิ่งหรั่นคลี่ยิ้มอ่อนๆ “ขอบพระทัยที่ทรงเมตตาหม่อมฉันเพคะ”

          ว่าจบแล้วเฟิ่งหรั่นก็เดินกลับเรือนไป เฟิ่งอี้ที่เห็นพี่สาวเดินแยกกับลู่อ๋องมาแล้วจึงเข้ามาอย่างนอบน้อม ท่าทีอ่อนหวานของเฟิ่งอี้และใบหน้าที่เหมือนกับเฟิ่งหรั่น ทำให้ลู่อ๋องยิ้มให้นางอย่างมีไมตรีเช่นกัน

          “ขอท่านอ๋องโปรดอภัยให้พี่หญิงด้วยเพคะ ช่วงนี้มีของขวัญมาก

มายจากสหายของท่านพ่อส่งมามิได้ขาด พี่หญิงเลยต้องเหนื่อยเป็นพิเศษ” เฟิ่งอี้กล่าวอย่างนอบน้อม ใบหน้าหลุบต่ำลงด้วยความเขินอาย

          ลู่อ๋องมองเฟิ่งอี้พร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่น “ข้าหาได้โกรธนางหรอก เจ้าสบายใจได้”

          เฟิ่งอี้ยิ้มน้อยๆ นางพยายามกลบซ่อนความเขินอายเอาไว้ภายใต้ท่าทีอ่อนหวาน “ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านอ๋องที่เรือนรับรองก่อนเถิดเพคะ หม่อมฉันจะให้เด็กๆ เหล่านี้จัดของว่างมาถวาย”

          ลู่อ๋องโบกมือน้อยๆ ปฏิเสธ “ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก ข้าเพียงแค่แวะมาเฉยๆ เท่านั้น ข้าคงต้องกลับก่อน”

          “น้อมส่งท่านอ๋องเก้า” เฟิ่งอี้ย่อกายเพียงนิด นางเงยหน้าสบสายตาคมปลาบของเขา หัวใจของนางเต้นระรัวราวกลองศึกยามได้สบตาของเขาและได้เห็นรอยยิ้มที่เขามอบให้นางเพียงผู้เดียว

          แต่ทว่าทุกการกระทำของลู่อ๋องและเฟิ่งอี้ย่อมอยู่ในสายตาของลู่เฟยหลง ชายหนุ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างจากสายตาของลู่อ๋อง สายตายามมองเฟิ่งอี้นั้นเหมือนกับที่มองเฟิ่งหรั่นไม่มีผิด! ไม่แปลกเท่าใดที่ลู่อ๋องย่อมมองสตรีอื่นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว เพราะเขานั้นทราบมาว่าอีกฝ่ายมีอนุภรรยาเต็มวัง แต่มิได้มีนางใดที่โปรดปรานเป็นพิเศษ คราวนี้คงเป็นคราวเคราะห์ของเฟิ่งหรั่นจริงๆ ที่ต้องอยู่ร่วมชีวิตกับคนเช่นนี้

          วันต่อมา เซียวฮองเฮาทรงมีพระเสาวนีย์ให้เฟิ่งหรั่นเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด เพียงแต่ช่วงนี้ฮองเฮาทรงอยู่พระองค์เดียวเปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก หลังจากลู่เฟยหลงเดินทางไปชายแดนพร้อม

กองทัพเสวียนอู่เมื่อวานก็แทบไม่มีใครช่วยฮ่องเต้สะสางราชกิจทั้งหมด ทำ

ให้เซียวฮองเฮาทรงรู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก

          “หรั่นหรั่น หากเจ้าไม่เต็มใจแต่งงานกับลู่อ๋อง เจ้าเพียงบอกข้ามา ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง” เซียวฮองเฮามองสหายสนิทของตนเองผ่านกระจกทองเหลือง บัดนี้เฟิ่งหรั่นกำลังหวีพระเกศาให้พระนางอย่างเบามือ ใบหน้าหวานงดงามไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ แม้ว่านางใกล้จะเข้าพิธีแต่งงานกับลู่อ๋องแล้วก็ตาม แต่ไม่มีร่องรอยความยินดีปรากฏบนใบหน้างามนี้เลย

          “หม่อมฉันเต็มใจเพคะ” เฟิ่งหรั่นตอบขณะหยิบปิ่นปักพระเกศา เซียวฮองเฮาหันพระพักตร์มาหานาง สายพระเนตรนั้นมองนางด้วยแววตาจริงจัง

          “หรั่นหรั่น เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวกับทั้งชีวิตของเจ้า เจ้าเองก็พอทราบไม่ใช่หรือว่าเขามีสตรีเต็มจวน หากแต่งเข้าไป เจ้าจะมีความสุขหรือ?”เซียวฮองเฮามองเฟิ่งหรั่นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสัยมากมาย

          เฟิ่งหรั่นยังคงใช้ความเงียบแทนคำตอบ เซียวฮองเฮาถอนพระทัยเบาๆ “เอาเถิด หากเจ้าเลือกดีแล้วข้าก็จะเคารพการตัดสินใจของเจ้า แต่หากเจ้ามีเรื่องใดไม่สบายใจ เราสองคนยังเป็นสหายกันเหมือนเดิม ไม่มีวันแปรเปลี่ยน”

          เซียวฮองเฮาเริ่มเข้าใจความหมายของภาระครอบครัวก็วันนี้ เฟิ่งหรั่นเป็นบุตรสาวคนโต ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลและเกียรติยศต่างๆ นางล้วนต้องแบกรับ ในเมื่อลู่อ๋องปักปิ่นประกาศว่าเฟิ่งหรั่นคือสตรีของเขา นั่นคือเรื่องที่ยากจะปฏิเสธ หากนางไม่ยอมรับการแต่งงานก็คงไม่มีบุรุษใดกล้า

มาสู่ขอนางเป็นแน่

          ใดๆ นางล้วนทำเพื่อวงศ์ตระกูลทั้งนั้น

          “จริงสิ นั่นดอกไม้อะไรหรือที่เจ้านำมาด้วย” เซียวฮองเฮาสังเกตเห็นดอกไห่ถังสวยสดวางอยู่บนเก้าอี้ของเฟิ่งหรั่น

          หญิงสาวละมือจากพระเกศา นางเอ่ยตอบเสียงหวาน “ดอกไห่ถังเพคะ แม่นางอวี๋ให้หม่อมฉันมา”

          “อวี๋ฟางหรงรึ?” พระนางทรงขมวดคิ้วถาม อวี๋ฟางหรงจะมอบดอกไห่ถังให้เฟิ่งหรั่นทำไมกัน

          “เพคะ นางมอบให้หม่อมฉันในงานเลี้ยงเมื่อวันก่อน...”

          เซียวฮองเฮาพยายามมองดอกไห่ถังนั้น ดอกไม้นี้คุ้นๆ เหลือเกิน

          “วันนี้ก่อนที่เฟยหลงจะออกเดินทางไปกับกองทัพเสวียนอู่ ข้าเห็นเขาถือดอกไม้แบบเดียวกับเจ้าติดตัวไปด้วย...” เซียวฮองเฮาทรงกำลังจะดีพระทัย แต่ในเมื่อรู้ว่าอวี๋ฟางหรงเป็นคนมอบดอกไม้ให้เฟิ่งหรั่น ก็ต้องเก็บความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้

          “องค์ชายเป็นว่าที่พระสวามีของแม่นางอวี๋ การที่นางมอบสิ่งของแทนใจให้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกอันใดนักเพคะ” เฟิ่งหรั่นกล่าวตามตรง

          ...มันจะไม่แปลกเลยสักนิด หากดอกไม้ชนิดนั้นไม่เหมือนกับของเจ้า

... เซียวฮองเฮาคิดในพระทัย

          “เอาเถิด แต่อย่าลืมนะว่าเจ้ายังมีข้าเป็นเพื่อนอยู่ หากรู้สึกไม่สบายใจหรือลู่อ๋องทำให้เจ้าลำบากใจ มาบอกข้านะ” เซียวฮองเฮากุมมือเฟิ่งหรั่นด้วยความเป็นห่วง

          หญิงสาวคลี่ยิ้มบางๆ นางพยักหน้ารับไมตรี

          กองทัพเสวียนอู่เคลื่อนตัวจากเมืองหลวง เริ่มเข้าสู่ชายแดนตำบลหลี่จิ่ง ซึ่งเป็นอีกเส้นทางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตำบลซ่างจิ่ง แต่ทว่ากลับเดินทางมาได้สะดวกกว่า เนื่องจากมีชัยภูมิที่เหมาะกับการป้องกันข้าศึกลอบโจมตี ลู่เฟยหลงมองดอกไห่ถังที่ตนเองนำติดตัวมาด้วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่เขารู้สึกเพียงว่าดอกไม้ชนิดนี้จะนำพาเขาไปหาสิ่งที่รอคอยมาแสนนาน

          “ดอกไห่ถังนี้งดงามนัก งดงามอย่างที่กระหม่อมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แม่นางอวี๋มอบให้พระองค์หรือพะยะค่ะ” หัวหน้าองครักษ์เงาจางควบบังเหียนม้าเข้ามาใกล้ๆ องครักษ์หนุ่มมองดอกไห่ถังที่ลู่เฟยหลงถืออยู่ในมือด้วยความสนใจ

          ลู่เฟยหลงพยักหน้าตอบน้อยๆ

          “แล้วแบบนี้ พระองค์จะไม่เสด็จ...เอ่อ...” จางซินเฉิงยอมหุบปากลงเมื่อได้รับสีหน้าและแววตาดุดันของอีกฝ่าย “กระหม่อมขอประทานอภัยพะยะค่ะ”

          “เจ้าเองก็มีพี่สะใภ้ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าทำใจได้อย่างไรเมื่อเห็นนางต้องแต่งงานกับพี่ชายเจ้า” ลู่เฟยหลงถามตรงๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จางซินเฉิงนั้นเคยแอบหลงรักพี่สะใภ้ของตนเมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อทราบว่านางนั้นหลงรักกับพี่ชายของตนเอง เขาก็คิดไม่ขัดขวางอันใด

          จางซินเฉิงไม่เข้าใจความนัยที่ลู่เฟยหลงต้องการจะถาม แต่หากถามเรื่องเช่นนี้เขาก็ยินดีตอบอย่างไม่ปิดบัง “คงเพราะกระหม่อมรักนางมาก ยามเห็นนางอยู่กับพี่ชายแล้วมีความสุข แล้วพี่ชายก็รักนาง กระหม่อมจึงตัดใจได้พะยะค่ะ”

          คำตอบนั้นทำให้ลู่เฟยหลงรู้สึกขัดใจยิ่ง แต่ทว่าเขากลับไม่แสดง

ความรู้สึกใดออกมา หากนางอยู่กับลู่อ๋องแล้วมีความสุขเขาก็ยินดี เพราะเขาเองก็ไม่เคยแสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกว่าชอบนาง เพราะตำแหน่งหน้าที่รัชทายาทที่ทำให้เขาต้องสงวนท่าทีเอาไว้ หากเขาไม่ได้เป็นรัชทายาทนั้นคงดีไม่น้อย บางทีอาจจะยังพอมีวาสนาที่นางจะชายตาหันมามองบ้าง

          “แม้จะมองว่ามันเป็นความทุกข์ แต่สักวันหนึ่งก็ต้องทำใจให้ได้พะยะค่ะ” จางซินเฉิงเอ่ยเพียงแค่นั้น เขาปล่อยให้ลู่เฟยหลงควบม้านำหน้าตนเองไป ชายหนุ่มควบตะบึงอาชาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาต้องการไปถึงจงโจวให้เร็วที่สุด และเขาอาจจะพำนักที่จงโจวเป็นการถาวร

          หนึ่งเดือนผ่านไป

          นับเป็นช่วงเวลาที่รวดเร็วสำหรับเฟิ่งหรั่นเหลือเกิน วันที่จู่ๆ สินสอดทองหมั้นมากมายก็ถูกส่งมาไม่ขาดสาย สิ่งของมากมายจากบรรดาสหายขุนนางของบิดาและมารดาต่างก็ทยอยนำมาส่งมอบให้กับนาง วันนี้ตรงกับวันที่นางจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เพื่อการเข้าพิธีอภิเษกกับลู่อ๋องในวันพรุ่งนี้ ในการนี้อวี๋ฟางหรงเองก็มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับของขวัญที่นางนำมามอบให้

          “คราวก่อนท่านมอบดอกไห่ถังให้กับข้า คราวนี้ท่านมอบของมีค่ามากมายเช่นนี้ให้อีก เกรงใจท่านแล้วแม่นางอวี๋” เฟิ่งหรั่นเอ่ยด้วยความเกรงใจ อวี๋ฟางหรงยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างสนิทสนม

          “เราเป็นสหายกัน อย่าได้ถือสาเป็นอย่างอื่นเลย ข้ามาวันนี้ก็เพื่ออยากมาช่วยเจ้าแต่งตัว ให้เจ้าพร้อมที่สุดสำหรับการเป็นเจ้าสาวในวันพรุ่งนี้” อวี๋ฟางหรงรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดต่อไป ในเมื่อเบื้องบนบัญชาไม่ให้นางกล่าวออกมา นางก็จะยอมให้ทุกอย่างเป็นไปตามกงล้อแห่งโชคชะตาแล้วกัน อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด ทุกอย่างถูกลิขิตเอาไว้แล้ว

          “ฮูหยินเฟิ่ง” อวี๋ฟางหรงย่อกายคำนับเฟิ่งฮูหยินเล็กน้อย นางคลี่ยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายอย่างมีไมตรี “วันนี้ข้ามาเพื่อแสดงความยินดีกับเฟิ่งหรั่น หากท่านไม่รังเกียจ วันนี้ข้าก็อยากช่วยสหายเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าสาวในวันพรุ่งนี้”

          อีกฝ่ายกล่าวโดยไม่เปิดทางเช่นนี้ ฮูหยินเฟิ่งคงไม่อาจปฏิเสธได้ อีกทั้งเมื่อวันก่อนนางก็ยังมาเยี่ยมเฟิ่งหรั่นถึงเรือน หากปฏิเสธไมตรีเกรงว่าอนาคตอาจไม่เป็นผลดีต่อวงศ์ตระกูล หากอวี๋ฟางหรงขึ้นเป็นพระชายารัชทายาท

          “ได้รับเกียรติจากแม่นางอวี๋เช่นนี้ ข้ากับลูกก็ไม่ปฏิเสธ” เฟิ่งฮูหยินกล่าว ท่าทีที่ดูนิ่งสงบและเยือกเย็นกลับแผ่รัศมีน่าเกรงขามยิ่งนัก แม้ว่าคนอย่างอวี๋ฟางหรงไม่จำเป็นต้องเคารพมนุษย์โลก แต่ก็อดทึ่งในตัวของเฟิ่งฮู

หยินไม่ได้ ราวกับมีรัศมีบางอย่างแผ่รอบกายของนาง

          อวี๋ฟางหรงเดินตามติดเฟิ่งหรั่นเข้าไปในเรือนของอีกฝ่าย เรือนนอนที่ตอนนี้ถูกตกแต่งด้วยผ้าม่านสีแดง ดอกไม้มงคลมากมาย วันพรุ่งนี้จะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเฟิ่งหรั่นแล้ว และจะเป็นวันเริ่มหมุนกงล้อแห่งโชคชะตาเช่นกัน

          เฟิ่งหรั่นเอ๋ย...กงล้อของเจ้ากำลังจะดำเนินขึ้นแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Related chapters

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    08 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    กองทัพเสวียนอู่เดินทางมาถึงที่หมาย ตอนนี้การจลาจลทั้งหมดถูกควบคุมเอาไว้หมดแล้ว โดยรองแม่ทัพที่เขามอบหมายให้ประจำการอยู่ที่นี่ ระหว่างที่เขาประทับอยู่ในเมืองหลวง ด้วยเกรงว่าพวกกบฏที่จับกุมตัวเอาไว้ได้นั้นจะก่อความวุ่นวาย แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจากไปไม่กี่วัน กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นทันทีลู่เฟยหลงก้าวลงจากหลังม้า ส่งมอบม้าให้กับจางซินเฉิงแล้วถือกระบี่เดินเข้ามาในกระโจมหลังใหญ่ของตนเอง ตอนนี้เหล่าเชลยบางส่วนที่ก่อกบฏล้วนถูกขังรอการตัดสินโทษอยู่จากเขา“ชาวเมืองในตำบลซ่างจิ่งนี้ จะให้กระหม่อมจัดการอย่างไรพะยะค่ะ” รองแม่ทัพใหญ่เอ่ยถามน้ำเสียงหนักแน่นลู่เฟยหลงมองด้วยสายตาคมปลาบ “ให้ประหารตัวการที่ก่อกบฏครั้งนี้ ส่วนชาวบ้านที่บริสุทธิ์ให้ปล่อยไป ทหารของพวกกบฏนั่นให้เกณฑ์มาเป็นแรงงาน ส่วนเด็ก สตรีและคนชรา ให้ปล่อยพวกเขาไป” “พระองค์แน่ใจหรือพะยะค่ะว่าเด็กและสตรีพวกนั้นจะไม่เป็นภัยในภายหลัง” รองแม่ทัพใหญ่ถามอย่างไม่ไว้ใจนัก “พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กและสตรี เรี่ยวแรงก็หามีมาต่อกรไม่ ปล่อยพวกเขากลับไปซะ นี่เป็นบัญชาของข้า” ลู่เฟยหลงสั่งเสียงเข้ม เพียงเท่านั้นรองแม่ทัพใหญ่จึงไม่กล้า

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    09 - น้องสาวที่รัก

    ทั้งสองพี่น้องอยู่สนทนากันสักพัก กูกูใหญ่ของวังก็มารายงานว่าลู่อ๋องนั้นกลับจากวังหลวงแล้ว เฟิ่งอี้จึงจำเป็นต้องลากลับก่อนตามมารยาท ส่วนเฟิ่งหรั่นก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะภรรยา จัดหาของว่างและอาหารตระเตรียมให้ผู้เป็นพระสวามีของนาง แต่ทว่าแทนที่เฟิ่งอี้จะรีบกลับ นางกลับเลือกที่จะเดินชมนกชมไม้ในสวนของวังอ๋องอย่างถือวิสาสะ ด้วยถือว่าพี่สาวนั้นมีศักดิ์เปนพระชายาเอกของลู่อ๋อง นางย่อมทำสิ่งใดก็คงไม่มีใครมาห้ามปรามนางแน่ นางจึงเดินชมนกชมไม้อย่างเพลิดเพลินใจ ลู่อ๋องที่เดินทางกลับมาถึงวัง เห็นน้องสาวของชายาตนเองกำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานจึงเข้าไปทักทายในฐานะพี่เขยของนาง “อ๊ะ!” เฟิ่งอี้ที่ไม่ทันระวัง นางเดินถอยหลังชนเข้ากับแผงอกของลู่อ๋องจนเกือบเซล้มลง แต่โชคดีนักที่ลู่อ๋องคว้าเอวของนางเอาไว้ได้ทัน ทั้งสองหันมาสบตากันเพียงชั่วขณะหนึ่ง หัวใจของเฟิ่งอี้เต้นแรงไม่เป็นส่ำยามได้สบสายตาคมปลาบของลู่อ๋องหรืออ๋องเก้า “อะ เอ่อ...” ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที เฟิ่งอี้ตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย “หม่อมฉันขอประทานอภัยด้วยเพคะ พอดีมาเยี่ยมพี่สาว แต่ว่าเห็นอุทยานที่นี่ร่มรื่นน

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    10 - ลู่อ๋อง

    ตับๆๆ เสียงของเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะหฤหรรษ์ในห้องแห่งหนึ่งของของโรงเตี๊ยม ในห้องนั้นปรากฏภาพชายหญิงทั้งสองกำลังร่วมรักกันอย่างมีความสุข เฟิ่งเจาหรงใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านกับความสุขที่อ๋องเก้ามอบให้กับนาง ใบหน้าหล่อเหลาของลู่อ๋องกัดฟันพลางคำรามในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเขาได้ปลดปล่อยสายธารรักของตนเองเข้าไปในกายของสตรีใต้ร่างอย่างสุขสม เฟิ่งเจาหรงคลายมือออกจากผ้าปูที่นอนเมื่อความหฤหรรษ์นั้นจบลง ใบหน้าของลู่อ๋องซบลงบนหน้าอกอวบใหญ่ของเฟิ่งเจาหรง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียอย่างเอร็ดอร่อย “ข้าพึงพอใจในรสสวาทของเจ้ายิ่งนัก หรงเอ๋อร์” พูดจบก็ใช้ฝ่ามือลูบไล้ต้นขาของอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ ขณะที่ใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียเม็ดทับทิมสีชมพูที่แข็งชันเป็นไต “อ๊า!!!” เฟิ่งเจาหรงร้องครางเสียงดัง เมื่อลู่อ๋องใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเต้านมอวบของนางรุนแรงอย่างหิวกระหาย จนใบหน้างดงามของเฟิ่งเจาหรงเหยเกด้วยความเสียวซ่าน นางร้องครางเสียงหวานไม่เป็นภาษาด้วยความสุขสม “หากท่านอ๋องชมชอบ หม่อมฉันก็ยินดีมอบกายถวายใจรับใช้เพคะ” นางเอ่ยพลางใช้มือเรียวของตนเอ

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    PROLOGUE : ทัณฑ์ทรมาน

    บริเวณลานประหาร ร่างบอบบางที่ถูกตรึงด้วยไม้กางเขน สภาพร่างกายของนางอันบอบบางราวกิ่งหลิวเปียกชุ่มไปด้วยคราบโลหิตจากทัณฑ์ทรมาน เส้นผมที่เคยถูกรวบเกล้าประดับด้วยเครื่องประดับอันงดงาม บัดนี้กลับหลุดลุ่ยปรกใบหน้า ดวงตาที่เคยอ่อนหวานในยามนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้น ที่ไม่มีโอกาสได้มอบความตายคืนให้กับคนที่กระทำนาง ‘เฟิ่งหรั่น’ คือบุตรีของอัครมหาเสนาบดี นางผู้เปี่ยมด้วยรูปโฉมอันงดงามและอำนาจบารมีของบิดา วาสนาชีวิตที่เคยเป็นถึงพระชายาอ๋อง บัดนี้กลับตกต่ำกลายเป็นนักโทษประหารความผิดไม่น่าให้อภัย ดวงตางดงามค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละนิดมองสภาพแวดล้อมรายรอบที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่รุมสาปแช่งนาง นางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันในโชคชะตาของตนเอง นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าวาสนาที่ตนเองเคยเป็นชายาของอ๋องเก้าบุรุษที่ยิ่งใหญ่ บัดนี้จะตกต่ำเป็นถึงนักโทษประหาร คิดแล้วช่างน่าเจ็บปวดใจยิ่งนัก ซ่า! เสียงน้ำที่ถูกสาดจากถังน้ำไม้สีน้ำตาลใบใหญ่สาดกระเด็นเข้ามาที่ใบหน้าเปื้อนเลือดของเฟิ่งหรั่น หญิงสาวทำได้แค่หลับตาและเบี่ยงใบหน้าหลบเท่านั้น ความอัปยศในวันนี้ทำให้นางเ

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    01 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน แคว้นเหลียว แคว้นเหลียวเป็นหนึ่งในสี่แคว้นใหญ่แห่งแผ่นดินจงหยวน ปกครองด้วยราชวงศ์ลู่มานานหลายศตวรรษ และในยุคปัจจุบันที่แคว้นเหลียวเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด นำโดยการปกครองของลู่ฮ่องเต้และเซียวฮองเฮาและองค์รัชทายาทผู้เป็นพระอนุชาร่วมอุทรนามว่า ‘ลู่เฟยหรง’ องค์รัชทายาทผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ นำทัพรบนำชัยชนะมาทุกสมรภูมิศึกและภายใต้การช่วยออกว่าราชการของลู่อ๋องอีกแรง แม้ว่าจะมีสี่นักปกครองที่เก่งกาจ แต่กุนซือที่สำคัญประจำพระวรกายของฮ่องเต้คือใต้เท้าเฟิ่ง อัครมหาเสนาบดีคู่พระทัยตั้งแต่อดีตฮ่องเต้รัชกาลก่อนจวบจนรัชกาลปัจจุบัน เขามีบุตรสาวที่ทั้งงดงามและฉลาดปราดเปรื่องกับฮูหยินเอกนามว่า ‘เฟิ่งหรั่น’ ยอดบัณฑิตหญิงแห่งแคว้น ศาสตร์ความรู้ทั้งหกแขนงที่คุณหนูสกุลใหญ่ร่ำเรียนกัน นางสามารถร่ำเรียนจนแตกฉานได้อย่างรวดเร็ว ภายในจวนอัครมหาเสนาบดีเงียบสงบร่มรื่น เสียงบรรเลงพิณดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ของจวนอย่างเฟิ่งหรั่น หญิงสาวในชุดผ้าไหมปักดิ้นลวดลายงดงาม คอเสื้อขลิบด้วยลวดลายดุจปีกจักจั่นสีทองอ่อน กำลังนั่งดีดบรรเลงพิณอย่างสบายใจท่ามกลางบรรย

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    02 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    เฟิ่งหรั่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ร้านเครื่องประดับ กำลังจะนำเครื่องประดับชิ้นใหม่มาวางขายที่ร้าน ด้วยเพราะร้านเครื่องประดับนี้ขายสินค้าแต่เฉพาะสตรีชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น เครื่องประดับมีค่าจำนวนมากย่อมเป็นที่สนใจของสตรีชั้นสูง หญิงสาวจึงชวนเฟิ่งอี้และจิงเจียวออกมาซื้อเครื่องประดับด้วยกัน ตลาดใหญ่ในเมืองหลวงครึกครื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากการกลับมาของลู่เฟยหลงพร้อมกับชัยชนะเหนือจงโจว เหล่าสตรีชั้นสูงซึ่งเป็นบรรดาบุตรีของขุนนางทั้งหลายต่างก็ออกมาเที่ยวเล่นในเมือง ด้วยเพราะพวกนางสืบทราบมาว่าองค์รัชทายาทลู่เฟยหลงมักชอบออกมาดื่มสุรากับทหารองครักษ์คนสนิทที่หอสุราเป็นประจำ เฟิ่งหรั่นเดินเลือกซื้อเครื่องประดับมาใหม่จากหลากหลายร้านที่มาเปิดใหม่ แต่ทว่าก็ไม่มีร้านใดที่ถูกใจนางเท่าร้านใหญ่ในเมืองหลวงอีกแล้ว หญิงสาวเดินเลือกเครื่องประดับในร้านใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเจอปิ่นหยกที่ถูกใจ ปิ่นหยกนี้ประดับด้วยไข่มุกราตรีงดงามยิ่งนัก เฟิ่งหรั่นหยิบปิ่นหยกสีเขียวเพียงหนึ่งเดียวในร้านขึ้นมาเชยชม เช่นเดียวกับเฟิ่งอี้เดินเข้ามาหาพี่สาวชื่นชมความงดงามของปิ่นหยกหายากชนิดนี้

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    03 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    “แม่รู้ว่าเจ้าอยากแต่งนางเข้ามาในจวน เพื่อวางแผนโดยเร็ว แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่ของเราคือไทเฮา คิดว่านางจะยอมง่ายๆ หรือ?” ซู่ไท่เฟยเอ่ยขึ้นมา ลู่อ๋องยกยิ้มดังเช่นเคย “ไม่ยอมก็ต้องยอมพะยะค่ะ หากฝ่าบาททรงเอ่ยมอบสมรสพระราชทานมา ไทเฮาจะทรงคัดค้านอันใดได้ ยิ่งเป็นคนที่รักพี่ชายอย่างลู่เฟยหลง ข้าอยากเห็นสีหน้าสิ้นหวังของเขานัก” ซู่ไท่เฟยยกยิ้ม นานมากแล้วที่ต้องทนเก็บกดและอยู่ภายใต้อำนาจของคนสามคนในวังหลวง หากแผนการโค่นล้มบัลลังก์ลู่ฮ่องเต้สำเร็จ พระนางก็จะอยู่เหนือคนใต้หล้า ไม่ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าคอยรับคำสั่งของใครและยิ่งไม่ต้องโดนใครกดขี่ข่มเหงอีกแล้วดังเช่นที่ผ่านมา “รอให้งานเลี้ยงคืนนี้ผ่านไปก่อน วันหลังแม่จะหาทางกราบทูลฝ่าบาทเองเรื่องสมรสพระราชทาน ในงานคืนนี้เจ้าก็พยายามแสดงออกความรู้สึกต่อนางอย่างชัดเจนล่ะ เฟิ่งหรั่นเป็นธิดาคนโปรดของใต้เท้าเฟิ่ง หากบุตรสาวเขาได้เป็นพระชายาอ๋อง เขาก็ย่อมต้องหันมาสนับสนุนเจ้าให้ขึ้นเป็นรัชทายาท” ซู่ไท่เฟยกล่าวพลางจิบน้ำชา สายพระเนตรของพระนางยากจะคาดเดาความรู้สึกได้ เช่นเดียวกับอ๋องเก้าที่ไม่อาจคาดเดาพระทัยของพระมารดาตนเอง

    Last Updated : 2025-03-29
  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    04 - ดอกไห่ถังจากอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นและเฟิ่งอี้นั่งที่โต๊ะด้านหลังลำดับถัดมาจากอัครมหาเสนาบดีเฟิ่งผู้เป็นบิดากับมารดาอย่างเฟิ่งฮูหยิน ข้างๆ นางนั้นคือที่นั่งของอวี๋ฟางหรง ธิดาเจ้ากรมอาญาซึ่งมีความสนิทสนมชิดเชื้อกับไทเฮาพอสมควร ทั้งบิดาของนางและบิดาของอวี๋ฟางหรงนั้น ต่างก็เป็นเสนาบดีตำแหน่งสูงทั้งคู่ หากพวกนางถูกจัดมานั่งเคียงข้างกันย่อมไม่แปลก ใบหน้าอ่อนเยาว์ของอวี๋ฟางหรงมองเฟิ่งหรั่นด้วยสายตาเป็นมิตร นางคลี่ยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ น้อมรับ พอดีกับสายตาของเฟิ่งอี้ที่มองมาอย่างจับสังเกต “คุณหนูสกุลอวี๋ อวี๋ฟางหรงไม่ใช่หรือเจ้าคะพี่หญิง” เฟิ่งอี้กระซิบถามอย่างไม่ไว้ใจ สายตาของนางจดจ้องอวี๋ฟางหรงไม่วางตา เฟิ่งหรั่นปรายหางตาปรามผู้เป็นน้องสาวเงียบๆ “นางทักทายเรา มีไมตรีกับเรา เจ้าอยู่นิ่งๆ เถิด” “เจ้าค่ะ...” เฟิ่งอี้ยอมสงบปากสงบคำเมื่อได้รับคำเตือนจากผู้เป็นพี่สาว นางรินชาให้ตนเองอย่างเงียบๆ สายตานั้นจับจ้องมองที่ลู่อ๋องซึ่งประทับอยู่ข้างๆ ซู่ไท่เฟยด้วยสายตายากจะคาดเดาความหมาย “ข้าได้ยินกิตติศัพท์รูปโฉมอันงดงามของแม่น

    Last Updated : 2025-03-29

Latest chapter

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    10 - ลู่อ๋อง

    ตับๆๆ เสียงของเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะหฤหรรษ์ในห้องแห่งหนึ่งของของโรงเตี๊ยม ในห้องนั้นปรากฏภาพชายหญิงทั้งสองกำลังร่วมรักกันอย่างมีความสุข เฟิ่งเจาหรงใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านกับความสุขที่อ๋องเก้ามอบให้กับนาง ใบหน้าหล่อเหลาของลู่อ๋องกัดฟันพลางคำรามในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเขาได้ปลดปล่อยสายธารรักของตนเองเข้าไปในกายของสตรีใต้ร่างอย่างสุขสม เฟิ่งเจาหรงคลายมือออกจากผ้าปูที่นอนเมื่อความหฤหรรษ์นั้นจบลง ใบหน้าของลู่อ๋องซบลงบนหน้าอกอวบใหญ่ของเฟิ่งเจาหรง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียอย่างเอร็ดอร่อย “ข้าพึงพอใจในรสสวาทของเจ้ายิ่งนัก หรงเอ๋อร์” พูดจบก็ใช้ฝ่ามือลูบไล้ต้นขาของอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ ขณะที่ใช้ปลายลิ้นสากโลมเลียเม็ดทับทิมสีชมพูที่แข็งชันเป็นไต “อ๊า!!!” เฟิ่งเจาหรงร้องครางเสียงดัง เมื่อลู่อ๋องใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเต้านมอวบของนางรุนแรงอย่างหิวกระหาย จนใบหน้างดงามของเฟิ่งเจาหรงเหยเกด้วยความเสียวซ่าน นางร้องครางเสียงหวานไม่เป็นภาษาด้วยความสุขสม “หากท่านอ๋องชมชอบ หม่อมฉันก็ยินดีมอบกายถวายใจรับใช้เพคะ” นางเอ่ยพลางใช้มือเรียวของตนเอ

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    09 - น้องสาวที่รัก

    ทั้งสองพี่น้องอยู่สนทนากันสักพัก กูกูใหญ่ของวังก็มารายงานว่าลู่อ๋องนั้นกลับจากวังหลวงแล้ว เฟิ่งอี้จึงจำเป็นต้องลากลับก่อนตามมารยาท ส่วนเฟิ่งหรั่นก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะภรรยา จัดหาของว่างและอาหารตระเตรียมให้ผู้เป็นพระสวามีของนาง แต่ทว่าแทนที่เฟิ่งอี้จะรีบกลับ นางกลับเลือกที่จะเดินชมนกชมไม้ในสวนของวังอ๋องอย่างถือวิสาสะ ด้วยถือว่าพี่สาวนั้นมีศักดิ์เปนพระชายาเอกของลู่อ๋อง นางย่อมทำสิ่งใดก็คงไม่มีใครมาห้ามปรามนางแน่ นางจึงเดินชมนกชมไม้อย่างเพลิดเพลินใจ ลู่อ๋องที่เดินทางกลับมาถึงวัง เห็นน้องสาวของชายาตนเองกำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานจึงเข้าไปทักทายในฐานะพี่เขยของนาง “อ๊ะ!” เฟิ่งอี้ที่ไม่ทันระวัง นางเดินถอยหลังชนเข้ากับแผงอกของลู่อ๋องจนเกือบเซล้มลง แต่โชคดีนักที่ลู่อ๋องคว้าเอวของนางเอาไว้ได้ทัน ทั้งสองหันมาสบตากันเพียงชั่วขณะหนึ่ง หัวใจของเฟิ่งอี้เต้นแรงไม่เป็นส่ำยามได้สบสายตาคมปลาบของลู่อ๋องหรืออ๋องเก้า “อะ เอ่อ...” ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที เฟิ่งอี้ตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย “หม่อมฉันขอประทานอภัยด้วยเพคะ พอดีมาเยี่ยมพี่สาว แต่ว่าเห็นอุทยานที่นี่ร่มรื่นน

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    08 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    กองทัพเสวียนอู่เดินทางมาถึงที่หมาย ตอนนี้การจลาจลทั้งหมดถูกควบคุมเอาไว้หมดแล้ว โดยรองแม่ทัพที่เขามอบหมายให้ประจำการอยู่ที่นี่ ระหว่างที่เขาประทับอยู่ในเมืองหลวง ด้วยเกรงว่าพวกกบฏที่จับกุมตัวเอาไว้ได้นั้นจะก่อความวุ่นวาย แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจากไปไม่กี่วัน กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นทันทีลู่เฟยหลงก้าวลงจากหลังม้า ส่งมอบม้าให้กับจางซินเฉิงแล้วถือกระบี่เดินเข้ามาในกระโจมหลังใหญ่ของตนเอง ตอนนี้เหล่าเชลยบางส่วนที่ก่อกบฏล้วนถูกขังรอการตัดสินโทษอยู่จากเขา“ชาวเมืองในตำบลซ่างจิ่งนี้ จะให้กระหม่อมจัดการอย่างไรพะยะค่ะ” รองแม่ทัพใหญ่เอ่ยถามน้ำเสียงหนักแน่นลู่เฟยหลงมองด้วยสายตาคมปลาบ “ให้ประหารตัวการที่ก่อกบฏครั้งนี้ ส่วนชาวบ้านที่บริสุทธิ์ให้ปล่อยไป ทหารของพวกกบฏนั่นให้เกณฑ์มาเป็นแรงงาน ส่วนเด็ก สตรีและคนชรา ให้ปล่อยพวกเขาไป” “พระองค์แน่ใจหรือพะยะค่ะว่าเด็กและสตรีพวกนั้นจะไม่เป็นภัยในภายหลัง” รองแม่ทัพใหญ่ถามอย่างไม่ไว้ใจนัก “พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กและสตรี เรี่ยวแรงก็หามีมาต่อกรไม่ ปล่อยพวกเขากลับไปซะ นี่เป็นบัญชาของข้า” ลู่เฟยหลงสั่งเสียงเข้ม เพียงเท่านั้นรองแม่ทัพใหญ่จึงไม่กล้า

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    07 - ดอกไห่ถังที่โรยรา

    ช่างบังเอิญยิ่งนักที่ฤกษ์อภิเษกสมรสของลู่อ๋องกับเฟิ่งหรั่น มาตรงกับวันที่ลู่เฟยหลงได้รับแจ้งจากรองแม่ทัพคนสนิทที่ประจำการชายแดนเหนือรายงานมาว่า บัดนี้กองทัพกบฏได้กวาดต้อนชาวเมืองและเสบียงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าแม้จะช่วยชาวเมืองและกันเสบียงบางส่วนออกมาได้ ก็ยังไม่สามารถกำจัดฝ่ายศัตรูให้พ้นไป ลู่เฟยหลงจึงมีข้อกล่าวอ้างต่อฮ่องเต้ผู้เป็นพระเชษฐาและพระมารดาของตน เดิมทีเขาไม่ต้องการเห็นสตรีที่รักเป็นของบุรุษอื่นให้ปวดใจ การไปทำศึกสงครามครั้งนี้ และถือโอกาสประจำการที่ชายแดนชั่วคราวจะดีกว่า หรือเขาอาจจะอยู่ที่นั่นตลอดไป และอาจคืนตำแหน่งรัชทายาทให้ลู่เสวียนหลานชายที่ยังเยาว์วัยของเขา “เจ้าคิดจะไปประจำการที่นั่นจริงๆ หรือ?” ลู่ฮ่องเต้ทรงถามด้วยพระพักตร์และพระทัยกังวล น้องชายผู้นี้คือหัวเรี่ยวหัวแรงในราชสำนัก อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ที่ดีของลู่เสวียน แต่วันนี้เพราะเรื่องการแต่งงานของเฟิ่งหรั่นหรือไม่ ที่ทำให้น้องชายของพระองค์ตัดสินใจเช่นนี้ วันนี้ทั้งสองพระองค์สนทนากันเป็นส่วนตัวที่ศาลาริมสระในอุทยานหลวง ไม่มีคำว่าฝ่าบาทหรือพระอนุชาอีกต่อไป มีเพียงแต่ความเป็นพี่น้อง

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    06 - สมรสพระราชทาน

    เฟิ่งหรั่นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับแม่หมอเฒ่าผู้นั้น กลิ่นอายบางอย่างที่นางไม่คุ้นเคยลอยโชยเข้ามาเตะจมูกนาง กลิ่นอันใดกันที่ทำให้นางรู้สึกไม่ดี คล้ายกับเลือดลมทั้งหมดหยุดไหลเวียนเช่นนี้ เพราะอะไร..? “หรั่นหรั่น แม่หมอผู้นี้พ่อกับแม่เชื้อเชิญมาเพื่อตรวจดวงชะตาของเจ้ากับท่านอ๋องเก้า อีกไม่นานนี้เจ้าก็จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระชายาเอกแล้ว จำเป็นต้องมีการทำเช่นนี้เสียก่อน...” เฟิ่งฮูหยินคลี่ยิ้มเอ่ย เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ ตอบผู้เป็นมารดา ส่วนเฟิ่งเจาหรงที่มาได้ยินการสนทนาและเห็นแม่หมอชื่อดังที่ถูกเชิญมาจึงได้ลอบแอบฟังการสนทนา เฟิ่งฮูหยินทำถึงขนาดนี้ เพื่อประเคนบุตรสาวให้เป็นชายาอ๋องเก้าเลยรึ?! เฟิ่งหรั่นแบฝ่ามือทั้งสองข้างและแจ้งวันเดือนปีเกิดของตนเองกับลู่อ๋องต่อหน้าแม่หมอ แม่หมอเฒ่าได้ทำการตรวจดวงชะตาอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว แต่ทว่า... “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะแม่หมอ” เฟิ่งฮูหยินถามด้วยความร้อนรนระคนตื่นเต้นในใจ นางเห็นแม่หมอผู้นี้สัมผัสมือบุตรสาวและนั่งหลับตาอยู่นานแล้ว แม่หมอนิ่งเงียบ นางพยายามเพ่งเล็งสมาธิให้มากที่สุดแต่กลับไม่เห็น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    05 - ความลับของอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นมองดอกไห่ถังสลับกับชมแสงจันทร์จากริมศาลา เพลานี้ราตรีมาเยือนมืดมิดแล้ว แสงจันทร์ทอประกายเด่นกลางท้องนภา ท่ามกลางหมู่ดารานับล้านดวง พระจันทร์ในคืนนี้งดงามกว่าคืนใด สักพักหนึ่งนางเห็นดาวดวงหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วยิ่งนักพร้อมกับดอกไห่ถังที่กลีบของมันสั่นไหวเบาๆ เพลานี้ให้ความรู้สึกเหมือนตอนเข้าร่วมงานล่าสัตว์ครั้งแรก ในยามค่ำก็มักจะมีการจุดคบเพลิงตามจุดหมายสำคัญต่างๆ บิดาพานางขึ้นหลังม้าเข้าไปร่วมล่าสัตว์ด้วยกัน แต่ทว่าในยามนั้นกลับเป็นการออกล่าสัตว์ของสัตว์นักล่าด้วยเช่นกัน เฟิ่งหรั่นและบิดาถูกเสือตัวผู้และตัวเมียคู่หนึ่งสีขาวลอบทำร้าย บิดาของนางนั้นได้รับบาดเจ็บจนสลบไปพร้อมกับนาง เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบลู่อ๋องแล้ว ลู่อ๋องคือคนที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่านางกลับได้เจ้าไห่เหลียนที่ตอนนั้นยังเด็กมากมาเลี้ยงด้วย เจ้าเสือขาวมาอยู่กับนางแต่หนใดนับจากที่บาดเจ็บก็ไม่อาจทราบได้ แต่ด้วยความสงสารที่พ่อแม่ของมันถูกทหารของวังหลวงจับเอาไปถลกหนังทำเสื้อ นางก็เกิดความสงสารในชะตากรรมของเจ้าเสือน้อยตัวนี้ยิ่งนัก จึงขอบิดารับมาเลี้ยงเอาไว้เป็น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    04 - ดอกไห่ถังจากอวี๋ฟางหรง

    เฟิ่งหรั่นและเฟิ่งอี้นั่งที่โต๊ะด้านหลังลำดับถัดมาจากอัครมหาเสนาบดีเฟิ่งผู้เป็นบิดากับมารดาอย่างเฟิ่งฮูหยิน ข้างๆ นางนั้นคือที่นั่งของอวี๋ฟางหรง ธิดาเจ้ากรมอาญาซึ่งมีความสนิทสนมชิดเชื้อกับไทเฮาพอสมควร ทั้งบิดาของนางและบิดาของอวี๋ฟางหรงนั้น ต่างก็เป็นเสนาบดีตำแหน่งสูงทั้งคู่ หากพวกนางถูกจัดมานั่งเคียงข้างกันย่อมไม่แปลก ใบหน้าอ่อนเยาว์ของอวี๋ฟางหรงมองเฟิ่งหรั่นด้วยสายตาเป็นมิตร นางคลี่ยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง เฟิ่งหรั่นยิ้มอ่อนๆ น้อมรับ พอดีกับสายตาของเฟิ่งอี้ที่มองมาอย่างจับสังเกต “คุณหนูสกุลอวี๋ อวี๋ฟางหรงไม่ใช่หรือเจ้าคะพี่หญิง” เฟิ่งอี้กระซิบถามอย่างไม่ไว้ใจ สายตาของนางจดจ้องอวี๋ฟางหรงไม่วางตา เฟิ่งหรั่นปรายหางตาปรามผู้เป็นน้องสาวเงียบๆ “นางทักทายเรา มีไมตรีกับเรา เจ้าอยู่นิ่งๆ เถิด” “เจ้าค่ะ...” เฟิ่งอี้ยอมสงบปากสงบคำเมื่อได้รับคำเตือนจากผู้เป็นพี่สาว นางรินชาให้ตนเองอย่างเงียบๆ สายตานั้นจับจ้องมองที่ลู่อ๋องซึ่งประทับอยู่ข้างๆ ซู่ไท่เฟยด้วยสายตายากจะคาดเดาความหมาย “ข้าได้ยินกิตติศัพท์รูปโฉมอันงดงามของแม่น

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    03 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    “แม่รู้ว่าเจ้าอยากแต่งนางเข้ามาในจวน เพื่อวางแผนโดยเร็ว แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่ของเราคือไทเฮา คิดว่านางจะยอมง่ายๆ หรือ?” ซู่ไท่เฟยเอ่ยขึ้นมา ลู่อ๋องยกยิ้มดังเช่นเคย “ไม่ยอมก็ต้องยอมพะยะค่ะ หากฝ่าบาททรงเอ่ยมอบสมรสพระราชทานมา ไทเฮาจะทรงคัดค้านอันใดได้ ยิ่งเป็นคนที่รักพี่ชายอย่างลู่เฟยหลง ข้าอยากเห็นสีหน้าสิ้นหวังของเขานัก” ซู่ไท่เฟยยกยิ้ม นานมากแล้วที่ต้องทนเก็บกดและอยู่ภายใต้อำนาจของคนสามคนในวังหลวง หากแผนการโค่นล้มบัลลังก์ลู่ฮ่องเต้สำเร็จ พระนางก็จะอยู่เหนือคนใต้หล้า ไม่ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าคอยรับคำสั่งของใครและยิ่งไม่ต้องโดนใครกดขี่ข่มเหงอีกแล้วดังเช่นที่ผ่านมา “รอให้งานเลี้ยงคืนนี้ผ่านไปก่อน วันหลังแม่จะหาทางกราบทูลฝ่าบาทเองเรื่องสมรสพระราชทาน ในงานคืนนี้เจ้าก็พยายามแสดงออกความรู้สึกต่อนางอย่างชัดเจนล่ะ เฟิ่งหรั่นเป็นธิดาคนโปรดของใต้เท้าเฟิ่ง หากบุตรสาวเขาได้เป็นพระชายาอ๋อง เขาก็ย่อมต้องหันมาสนับสนุนเจ้าให้ขึ้นเป็นรัชทายาท” ซู่ไท่เฟยกล่าวพลางจิบน้ำชา สายพระเนตรของพระนางยากจะคาดเดาความรู้สึกได้ เช่นเดียวกับอ๋องเก้าที่ไม่อาจคาดเดาพระทัยของพระมารดาตนเอง

  • Phoenix's Rebirth หงส์หวนรัก    02 - อดีตของเฟิ่งหรั่น

    เฟิ่งหรั่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ร้านเครื่องประดับ กำลังจะนำเครื่องประดับชิ้นใหม่มาวางขายที่ร้าน ด้วยเพราะร้านเครื่องประดับนี้ขายสินค้าแต่เฉพาะสตรีชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น เครื่องประดับมีค่าจำนวนมากย่อมเป็นที่สนใจของสตรีชั้นสูง หญิงสาวจึงชวนเฟิ่งอี้และจิงเจียวออกมาซื้อเครื่องประดับด้วยกัน ตลาดใหญ่ในเมืองหลวงครึกครื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากการกลับมาของลู่เฟยหลงพร้อมกับชัยชนะเหนือจงโจว เหล่าสตรีชั้นสูงซึ่งเป็นบรรดาบุตรีของขุนนางทั้งหลายต่างก็ออกมาเที่ยวเล่นในเมือง ด้วยเพราะพวกนางสืบทราบมาว่าองค์รัชทายาทลู่เฟยหลงมักชอบออกมาดื่มสุรากับทหารองครักษ์คนสนิทที่หอสุราเป็นประจำ เฟิ่งหรั่นเดินเลือกซื้อเครื่องประดับมาใหม่จากหลากหลายร้านที่มาเปิดใหม่ แต่ทว่าก็ไม่มีร้านใดที่ถูกใจนางเท่าร้านใหญ่ในเมืองหลวงอีกแล้ว หญิงสาวเดินเลือกเครื่องประดับในร้านใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเจอปิ่นหยกที่ถูกใจ ปิ่นหยกนี้ประดับด้วยไข่มุกราตรีงดงามยิ่งนัก เฟิ่งหรั่นหยิบปิ่นหยกสีเขียวเพียงหนึ่งเดียวในร้านขึ้นมาเชยชม เช่นเดียวกับเฟิ่งอี้เดินเข้ามาหาพี่สาวชื่นชมความงดงามของปิ่นหยกหายากชนิดนี้

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status