ห้องคณบดี
ทันทีที่เดินเข้าไปชายหนุ่มถึงกับชะงัก เมื่อคนที่มานั่งรอไม่ใช่แค่พ่อและแม่เลี้ยงเหมือนที่คิด หากแต่มีคุณย่าที่เป็นแม่ของพ่อมาด้วย ซึ่งคุณย่าก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่นัก ท่านรักและเลี้ยงดูเนสมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเนสเป็นเด็กขี้ประจบเอาใจปากหวาน ทำให้ท่านทั้งรักทั้งหลงหลานชายคนกลางมากกว่าหลานคนโตและคนเล็กของบ้าน
"ไอ้มาร์ค ไอ้หลานจังไร แกกล้าดียังไงมาทำร้ายหลานฉัน...!" คุณย่าเอ่ยขึ้นเสียงดังทันทีที่มาร์คเดินเข้าประตูไป
"คุณย่าสวัสดีครับ คุณพ่อ น้านารถ ท่านคณบดี สวัสดีครับ" มาร์คกล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อมแล้วยืนอยู่หน้าประตูไม่เดินเข้าไปข้างใน
"กองไว้ตรงนั้นแหละ หลานอย่างแกอย่ามาไหว้ฉันให้อายุสั้นเลย" คุณย่ากล่าวขึ้นเหยียด ๆ
"แม่ครับ ผมว่าแม่จะมากเกินไปแล้วนะครับ นี่มันเรื่องในครอบครัวของผม" พ่อของมาร์คเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งถอนหายใจหนัก ๆ กับความเบื่อหน่ายของการรักหลานไม่เท่ากันของคุณย่า
"ทำไม ฉันว่ามันไม่ได้เลยนะไอ้ลูกกำพร้าเนี่ย" คุณย่าว่าขึ้นอย่างเหยียด ๆ ทำให้ชายหนุ่มกัดฟันจนเป็นสันนูนอย่างพยายามระงับอารมณ์
"มันจะมากไปแล้วนะครับแม่ ถ้ายังไม่หยุดผมจะไปส่งแม่บ้านพักคนชราเหมือนเดิมซะ นี่มันเรื่องในครอบครัวผม ผมไปรับแม่มาเพราะเห็นว่าแม่ลำบากไม่อยากอยู่ที่นั่นหรือแม่จะกลับไปอยู่บ้านพักคนชราอีกรอบดีมั้ย ปากทำให้ครอบครัวแตกแยกแบบนี้ไง น้องมันถึงไม่ฟังน่ะ" ลูกชายกล่าวกับผู้เป็นแม่อย่างเหลืออด วันนี้เขากับภรรยาเข้ามารับแม่ที่บ้านพักคนชราย่านบางแคตั้งแต่เช้า เพราะท่านโทรไปร่ำไห้คร่ำครวญต่าง ๆ นานา อย่างน่าสงสารและเมื่อเขาโทรไปหาน้องสาวถึงได้รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมท่านถึงได้ไปอยู่ที่นั่น ท่านทำของท่านเองเรียกรถมารับไปเองแล้วบอกคนข้างในและคนอื่นว่าลูกสาวไล่ออกจากบ้าน ซึ่งแท้จริงแล้วสาเหตุที่ท่านงอนเพราะลูกสาวไม่ยอมเลิกกับสามีที่เป็นเพียงนายธนาคารเล็ก ๆ แล้วไปแต่งงานกับชาวต่างชาติรวย ๆ ที่ท่านหาให้ แล้วตอนนี้ลูกสาวก็กำลังท้องเลยทำให้ท่านไม่พอใจมากถึงขั้นหนีไปอยู่บ้านพักคนชรา แล้วโทรให้ตนมารับกลับไปอยู่ด้วย ตนจึงมาแล้วพี่ชายลูกพี่ลูกน้องโทรหาว่าลูกชายคนกลางสร้างเรื่องท่านจึงได้มามหาลัยในเที่ยงวันนี้
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะตามนต์" "แม่นั่นแหละหยุดพูด แล้วฟังได้แล้ว เด็ก ๆ จะได้กลับไปสอบกัน มาร์คเข้ามานั่งข้างในสิลูก" เสี่ยมนตราเรียกลูกชายคนโตให้เข้าไปหาซึ่งมาร์คก็กำลังจะขยับขาเข้าไปหาพ่อตามที่เรียก...
"ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ อย่ามาใกล้หลานฉัน ไอ้นอกคอก" คุณย่าเอ่ยออกมาทันทีพร้อมทั้งโอบกอดเนสไว้อย่างหวงแหน
"แม่ครับ ถ้าไม่หยุดผมจะเรียกรถบ้านพักคนชรามารับตอนนี้" ลูกชายเอ่ยสวนขึ้นทันที
"เอ่อ...ผมว่ามีอะไรก็พูดเลยดีกว่าครับคุณพ่อ น้านารถ ท่านคณบดี ผมมีสอบบ่ายครับ" มาร์คเอ่ยขึ้นเสียงสุภาพ
"ไล่มันออก!" "แม่ครับ ผมบอกว่าให้เงียบ!" เสี่ยมนตราตะคอกแม่เสียงดังลั่นห้องทันที "ถ้าพูดออกมาอีกคำ ผมจะสั่งวิทูรไปส่งแม่ซะ นี่มันครอบครัวของผม ผมแก้เองได้อย่ามาทำครอบครัวผมแตกแยกเหมือนครอบครัวแม่" ลูกชายเอ่ยขึ้นอย่างเอาเรื่อง แล้วหันไปหาลูกชายตัวเองที่ยืนกุมมืออยู่หน้าประตู
"มีอะไรจะพูดกับพ่อมั้ย?" เสียงทุ้มเอ่ยถามลูกชายพร้อมกับมองสบตาอย่างคิดถึง มาร์คไม่ได้กลับไปเยี่ยมท่านที่บ้านเป็นเดือนแล้ว ถึงแม้ว่าบ้านจะไม่ได้ห่างจากที่นี่มากนัก แต่ท่านก็พอจะรู้สาเหตุว่าทำไมลูกชายคนโตถึงไม่กลับบ้านแต่เขาเลือกที่จะโทรหาแม่เลี้ยงและไปพบท่านที่โรงพยาบาลเวลาหมอนัดแทน
"ผมต่อยไอ้เนสจริงครับ" มาร์คเอ่ยขึ้นพร้อมกับสบตาเนสอย่างโกรธแค้น คำที่เนสแช่งพ่อบังเกิดเกล้าลอยเข้ามาในหัวทำให้ชายหนุ่มกัดฟันกำมือแน่นอย่างลืมตัว
"เห็นมั้ยครับพ่อ ไอ้มาร์คมันยอมรับ" เนสได้ทีสวนขึ้นทันที
"แต่มึงแช่งพ่อกู ไอ้เนส" "มึงมีหลักฐานเหรอ..." เนสพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
"ลุงมี" ท่านคณบดีกล่าวขึ้นเสียงนิ่งพร้อมกับวางมือถือที่อัดคลิปเสียงของเนสตอนที่ทะเลาะกับมาร์คไว้ตั้งแต่ต้น ลงบนโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วเปิดลำโพงจนสุดมองหน้าหลานชายคนกลางนิ่ง ๆ
"มีอะไรจะแก้ตัวว่าไม่ได้พูดมั้ย" ท่านคณบดีกล่าวขึ้น
"ผม...." "ทำไมแกพูดแบบนี้ล่ะเนส แม่เคยสอนให้แกพูดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่พ่อแกนะ" นงนารถเอ่ยกับลูกชายอย่างเดือนดาล
"ผมก็แค่พูดประชดไอ้มาร์คมันเฉย ๆ นะแม่ แม่ดูสิมันสนใจพ่อที่ไหน มีแต่แม่ดูแลมันก็ออกมาอยู่คนเดียวสบายใจแล้วทำไมพ่อถึงซื้อคอนโดให้แต่ไอ้มาร์คมันละ ผมก็ลูกพ่อเหมือนกันทำไมพ่อไม่ให้" เนสว่าขึ้นอย่างเอาแต่ใจ
"นั่นสิตามนต์ ทำไมไม่ซื้อให้ลูกเหมือน ๆ กัน" คุณย่ารับลูกหลานชายทันที
"หยุดทั้งแม่ทั้งหลาน! คอนโดนั่นมันเป็นสมบัติของแม่มาร์คเค้า ไม่ใช่เงินผมซื้อ" เสี่ยมนตราเอ่ยออกมาเสียงดัง จนภรรยารีบเข้ามาลูบแขนอย่างปลอบโยนพร้อมกับมองสบตากันอย่างเข้าใจ เธอเป็นคนเสนอสมบัติชิ้นนี้ให้มาร์คเอง ด้วยเงินประกันชีวิตก้อนสุดท้ายของแม่มาร์คและเงินเก็บบางส่วนที่เธอและสามีเก็บไว้ เพราะเธอก็เห็นมาตลอดว่าแม่สามีเธอจงเกลียดจงชังหลานชายคนโตมากแค่ไหนและสอนให้ลูกชายคนโตของเธอเกลียดพี่ไปด้วย ตลอดเวลาที่มาร์คอยู่ที่บ้าน มาร์คจะโดนย่าหลานจิกหัวใช้เยี่ยงทาสตอนที่สามีเธอไม่อยู่ และเมื่อมาร์คเข้ามหาลัยเธอจึงขอให้สามีใช้เงินประกันก้อนสุดท้ายที่ทีแรกตั้งใจจะเก็บเอาไว้เป็นทุนการศึกษาให้มาร์คได้เรียนมหาลัยและเงินเก็บ มาซื้อคอนโดให้มาร์คแทนและจะหาเงินส่งมาร์คเรียนเหมือนน้อง ๆ แต่มาร์คเป็นคนขอหาเงินจ่ายค่าเล่าเรียนเองตั้งแต่ปี 1 และยังช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟภายในบ้านด้วยการหักจากบัญชีของเขาในทุก ๆ เดือนอีกด้วย
"สมบัติแม่มัน?" คุณย่าพึมพำอยากพูดเหลือเกินว่ามันจะเหลือได้ยังไงในเมื่อท่านขายสมบัติทุกชิ้นของลูกสะใภ้คนแรกไปหมด ตั้งแต่ที่ท่านเซ็นดูแลแทนมาร์คตั้งแต่เป็นผู้เยาว์แล้ว และท่านก็นำเงินมาใช้เข้าบ่อนจนเกือบหมดแล้วเหมือนกัน "มันจะเหลือได้ไงในเมื่อ..."
"ครับ มันจะไม่เหลือถึงมาร์คแน่ ๆ ถ้าแม่รู้" เสี่ยมนตราพูดขึ้นเสียงห้วน
"เพราะแบบนี้ไงครับแม่ถึงรู้ไม่ได้ แล้วผมก็รู้ด้วยว่าค่าน้ำค่าไฟที่บ้าน ที่มาร์คเป็นคนจ่ายแม่ทำกับลูกผมยังไง มาร์คไม่เคยขอเงินเลยตั้งแต่เรียนมหาลัย แล้วไอ้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่แม่อยากได้นักหนาที่บอกใครต่อใครว่าเจ้าเนสซื้อให้นั่นก็เงินเจ้ามาร์คมัน มันอยากให้แม่สบายแต่กลัวแม่ไม่ใช้ คนทำดีแล้วได้แบบนี้ ใครมันจะอยากอยู่ทำด้วยครับแม่ หยุดวุ่นวายซะทีเถอะครับ ผมขอ" เสี่ยมนตราพูดขึ้นยืดยาวอย่างเหลืออดพร้อมทั้งมองหน้าผู้เป็นแม่อย่างไม่เกรงใจอีก
"ไม่รู้แหละ ยังไงแม่ก็ไม่ชอบมัน" คุณย่าตะแบงขึ้นอย่างไม่ยอม
"ไม่เป็นไรครับคุณย่า ไหน ๆ ก็ไหนแล้วครับ ผมขอกล่าววันนี้ละกันต่อหน้าผู้ใหญ่ที่เคารพทุกคนนะครับ ผมรู้ว่าย่าเกลียดผมเพราะย่ากลัวว่าผมจะทวงสมบัติแม่ที่ย่าขายทั้งหมดคืน ไม่ต้องห่วงหรอกนะครับผมไม่ทวงคืนหรอก ผมมีมือหาเองได้ถ้าจงเกลียดจงชังขนาดนั้นผมจะไปใช้นามสกุลของแม่แทนก็ได้ครับ ทุกอย่างผมจะไม่เกี่ยวข้องอีก ส่วนค่าใช้จ่ายที่บ้านเคยหักยังไงก็หักเหมือนเดิม คุณพ่อผมก็จะไปหาไปจ่ายค่ารักษาที่โรงพยาบาลให้เหมือนเดิม น้านารถผมก็เคารพเหมือนเดิมครับ ถ้าคุณย่าอยากได้คอนโดผมนักก็ซื้อผมให้เนส มันสิครับผมพร้อมย้ายออกทันทีเลยแต่ย่าอย่ามายุ่งกับผมอีก ผมลาแล้วครับ สวัสดีครับ" มาร์คเอ่ยออกมายืดยาวอย่างอัดอั้นตันใจ ตลอดหลายปีตั้งแต่จำความได้เขาเกรงทุกคนในบ้านเพราะคุณย่าเป่าหูเขามาตลอดว่าเขาเป็นคนนอกครอบครัว เด็กกาลกิณีที่ทำแม่คลอดแล้วตาย มีแต่พ่อและน้านารถ (น้านารถเป็นเพื่อนรักของแม่) ที่คอยให้กำลังใจและคอยปลอบคอยสอนสิ่งดี ๆ ให้เขา เขาจึงรักและเคารพคนทั้ง 2 มากยอมโดนด่าโดนจิกกัดเพื่อให้ได้ดูแลช่วยงาน แต่เมื่อถึงขั้นนี้เขาคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องอยู่ตรงนั้นอีก
ชายหนุ่มยกมือไหว้คุณย่าปลายนิ้วชี้จรดจมูกแล้วก้มลงเล็กน้อยเหมือนไหว้คนอายุเท่ากันแล้วเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าลงที่หน้าผู้เป็นพ่อกราบลงที่ตัก 1 ครั้งแล้วหันไปทำแบบเดียวกันกับภรรยาใหม่ของพ่อด้วยความเคารพ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตานิ่งแล้วถอยหลังลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปหาเพื่อนที่รออยู่ด้านนอกทันที "มาร์คลูก ..." คนเป็นพ่อเรียกลูกชายคนโตน้ำตาคลอ ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นแบบนี้ ทั้งที่เสาร์ที่จะถึงนี้เป็นวันเกิดครบ 21 ปีของมาร์คท่านตั้งใจอยากให้ลูกชายกลับบ้านเพื่อฉลองกันเล็ก ๆ ในครอบครัวเหมือนทุกปี"หึ ให้มันรอดเถอะ ปล่อยมันไปจะอาลัยอาวรณ์มันทำไม" คุณย่าเอ่ยขึ้นอย่างเหยียด ๆ ท่านสบายใจอย่างน้อยมาร์คก็พูดออกมาแล้วว่าจะไม่ทวงอะไรกับท่านอีก"ผมบอกให้หยุดพูดไงแม่ วิทูรพาแม่กลับไปบ้านพักคนชราซะ กูจะกลับแท็กซี่เอง" เสี่ยมนตรากล่าวขึ้นพร้อมกับหันไปมองหน้าท่านคณบดีที่นั่งนิ่งอยู่โต๊ะทำงาน"พี่จะบอกว่าจากเหตุการณ์แบบนี้ที่เกิดขึ้น ตามกฎมหาลัยพี่จำเป็นต้องให้เนสพักการเรียนในเทอมนี้และเทอมหน้า" ท่านคณบดีกล่าวเสียงทุ้มพร้อมกับมองหน้าน้องชาย"จะบ้าเหรอศักดิ์ หลานกำลังสอบอยู่นะ" คุณย่าแหวขึ้นแทนหลานทันทีพร้อมทั้งล
"มาร์คมึงไปไหนมา พวกกูยืนรออยู่นานแล้วเนี่ยแล้วบอกว่ารออยู่หน้าร้าน" เทนพูดขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนชายเดินมาจากทางด้านข้างของร้าน "ไปไหว้ศาลมา" ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ "ฮะ! นี่มึงสายมูตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" โรมอุทานขำ ๆ ศาลพระภูมิข้างร้านพี่เขาก็มีแต่พวกพนักงานที่พากันไหว้ขอพรขอหวยไม่คิดว่ามาร์คจะเอากับเขาด้วย"ไม่ใช่ พอดีเมื่อกี้เห็นน้องตัวเล็ก ๆ มาขายพวงมาลัยเลยซื้อช่วย ก็เลยไหว้" ชายหนุ่มให้เหตุผล เพื่อนก็พยักหน้าเข้าใจ พวกเขารู้นิสัยมาร์คดีว่าชอบช่วยเหลือคนอื่นแบบนี้เสมอ "แล้วไอ้ศิล่ะ" ถามหาเพื่อนชายที่หายไปอีกคน"ไปรับแมรี่มั้ง เห็นว่าจะย้ายคอนโดแยกจากเพื่อนอยากมาขอเช่าคอนโดไอ้ศิมัน" โรมพูดขึ้นพร้อมกับเหยียดปาก "วุ๊! ทำเป็นขอเช่า จะขออยู่ฟรีก็ว่ามาเถอะ ไอ้ศิก็ใจดีเกิน" เทนว่าเพื่อนอย่างไม่พอใจ"เหอะน่า ช่างหัวมันสิวะ คอนโดมันจะให้ใครอยู่เราก็ไม่ได้จ่ายน้ำค่าไฟกับมันนี่ ไป... เข้าร้าน" มาร์คว่าขำ ๆ พลางตบหลังเพื่อนเดินเข้าไปข้างในด้วยกัน"แล้วมึงโอเคเปล่าเนี่ยมาร์ค เรื่องเมื่อกลางวัน" เทนเอ่ยขึ้นอย่างห่วงความรู้สึกเพื่อน"สบาย กูชินแล้วเป็นแบบนี้ตั้งแต่กูจำความได้แล้ว ก็ดีนะ กูจะได้ไม่ต้อ
ระหว่างทางที่มาโรงพยาบาล มือถือของชายหนุ่มสั่นรัว ๆ นับ 10 สายจากเบอร์โทรเข้าแค่เบอร์เดียว ทำให้ชายหนุ่มจำเป็นต้องแวะปั๊มน้ำมันเติมน้ำมันและกดรับสาย"ครับน้านารถ"(มาร์ค ถึงไหนแล้วลูก) เสียงนงนารถสั่นเครือมาตามสาย"แวะปั๊มครับ อีก 7 กิโลก็ถึงครับน้าแค่นี้นะครับผมจะรีบไป" ว่าจบชายหนุ่มก็รีบวางสายแล้วบึ่งออกไปทันทีแบบไม่รอเงินทอน เขาจับน้ำเสียงของแม่เลี้ยงได้ว่าพ่ออาการน่าจะไม่ดีเท่าไหร่นัก.........//..........ณ โรงพยาบาลรถมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่วิ่งเข้ามาจอดตรงที่จอดรถชั่วคราว ชายหนุ่มรีบถอดหมวกกันน็อกวางที่เบาะแล้วถอดกุญแจวิ่งไปที่หน้าห้องฉุกเฉินที่เห็นหลังของแม่เลี้ยงไว ๆ อยู่ตรงนั้น "น้านารถครับ พ่อเป็นไงมั่งครับ" ชายหนุ่มวิ่งไปถึงหน้าห้องฉุกเฉินพร้อมกับถามแม่เลี้ยงเสียงรัว "พ่ออยู่ข้างในลูก หมอกำลัง... กำลัง...ฮือ" นงนารถตอบลูกเลี้ยงเสียงสั่นพร้อมกับร้องไห้โฮเสียงดัง"กำลังอะไรครับ น้า..." มาร์คจับมือแม่เลี้ยงเขย่าถามน้ำตาคลอ พอดีกลับประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกมาคุณหมอเดินออกมาหาญาติคนไข้ด้วยใบหน้าสงบ มาร์ครีบปล่อยมือแม่เลี้ยงแล้วคว้าแขนของหมอเขย่าถามรัวทันที"หมอ พ่อผมเป็นไงค
"จริงเหรอแม่ นี่ย่าขายบ้านของผมเหรอ?" เนสเอ่ยขึ้นอึ้ง ๆ พร้อมกับขยับตัวออกห่างจากผู้เป็นย่า"ใช่ ย่าเนสขายบ้านเนสไปก่อนวันเกิดเนสลูก พวกเรากะจะเซอร์ไพรส์ลูกกัน กลัวลูกจะน้อยใจที่พี่มาร์คได้ไปอยู่คอนโด แล้วเนสขับรถไปกลับไกล ๆ พ่อเป็นห่วงเนสมากนะลูก พี่มาร์คเขาก็ทำงานเพิ่มเก็บเงินซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้ตั้งหลายอย่าง (ว่าพลางขยิบตาให้ลูกเลี้ยงพลาง) แต่ตอนนี้มันไม่มีแล้วลูกเพราะย่าที่เนสรักขายไปหมดแล้ว" คุณนงนารถว่าเสียงเครือพร้อมกับทำท่าสะอื้นจนตัวสั่นอย่างน่าสงสาร ตอนนี้บรรดาแขกเหรื่อต่างซุบซิบนินทากันอย่างหนาหูถึงการกระทำของแม่คนตายที่ขายสมบัติลูกหลานจนหมด"แม่บอกเนสหลายครั้งเนสไม่เคยเชื่อแม่ คอนโดพี่มาร์คนั่นเป็นเงินของแม่ดาราเขาลูก ค่าเทอมพี่มาร์คก็หาเองทั้งหมด ค่ารักษาพ่อพี่มาร์คก็ช่วยมาตลอด เราไม่เคยได้จ่าย ค่าน้ำค่าไฟก็พี่เค้า ที่เค้าไม่ค่อยได้กลับบ้านเพราะเค้าทำงานด้วยเรียนด้วยไงลูก ลำพังแค่สวนผลไม้ตอนนี้มันไม่ได้ออกทั้งปีเหมือนตอนที่พ่อแข็งแรงแล้วนะ ลูกดูถูกพี่เค้ามาตลอด เห็นดีเห็นงามกับคำพูดของคุณย่าแต่เนสรู้มั้ยคนที่เนสเกลียดที่สุด เขารักและห่วงเนสแค่ไหน พี่มาร์คต้องทำเรื่องขอผ่อน
"เอาล่ะ สรุปกันได้แล้วหรือยังลูกจะถึงเวลาแล้วนะ" ท่านคณบดีผู้มีศักดิ์เป็นลุงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าพี่น้องคุยกันค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจและตอนนี้พระก็เริ่มทยอยมากันแล้ว "ครับ ลุง!" 2 พี่น้องต่างแม่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน"งั้นก็เตรียมได้แล้วลูก มาร์ค เนส นิค มานั่งกับลุง" คนเป็นลุงพูดขึ้นทำให้ทั้ง 3 เดินไปนั่งข้าง ๆ ลุงอย่างว่าง่าย แล้วพิธีต่าง ๆ ก็ดำเนินการไปจนเสร็จสิ้นทุกอย่างรวมถึงทำบุญผ้าป่ากับเงินส่วนที่เหลือในงานจนหมดตามที่คุณนงนารถว่าไว้และตอนนี้ทุกคนก็เตรียมแยกกันเพื่อไปดำเนินชีวิตต่อ โดยที่บรรดาเพื่อนของมาร์คที่อยู่ช่วยงานจนแล้วเสร็จนั้นต้องเดินทางกลับก่อนเพราะศิลาต้องไปต่างประเทศกับคุณปู่ โรมต้องไปเฝ้าร้านแทนพี่ชายที่ภรรยาเพิ่งคลอด ส่วนเทนนั้นเขาสนใจที่จะเปิดบริษัทส่งออกของตัวเองเมื่อเรียนจบจึงเริ่มเข้าไปศึกษางานที่บริษัทของพี่เขยตั้งแต่เนิ่น ๆ "มาร์ค มึงจะผ่อนบ้านจริง ๆ ดิ" เนสพูดขึ้นขณะที่กำลังนั่งทานข้าวกัน 4 คนแม่ลูก มาร์คเงยขึ้นสบตากับแม่เลี้ยงอย่างขอคำปรึกษา คุณนงนารถก็ขยิบตาเล็ก ๆ ให้ชายหนุ่มเล่นละครต่อ "อือ...มึงจะได้ไม่ต้องขับรถไกลไงแล้วมันก็เป็นความต้องการของพ่อตั้งแต่ทีแร
สี่แยกใหญ่ที่การจราจรแสนหนึบหนับกลางเมืองหลวง รถมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ (แต่ค่อนไปทางเก่า) วิ่งขึ้นมาจอดที่ริมฟุตบาทไม่ห่างจากกล่องพวงมาลัยกล่องเล็กคุ้นตามากนัก ชายหนุ่มตั้งขาตั้งรถถอดหมวกกันน็อกแล้วกวาดตามองหาแม่ค้าตัวน้อยที่ตั้งใจเก็บมะม่วงกับมะยงชิดมาฝากเต็มตะกร้ามอเตอร์ไซค์ และมีเค้กโบราณหน้ารวมติดมาด้วยอีกกล่อง"มาซื้อมาลัยหรือพ่อหนุ่ม" เสียงตาแก่ที่ถือไม้แขวนพวงมาลัยดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้มาร์คหันกลับไปมองอย่างสงสัย"เอ่อ... ผมมาหาแม่ค้าพวงมาลัยตัวเล็ก ๆ ที่น้องขายอยู่ตรงนี้น่ะครับตา" ชายหนุ่มเอ่ยตอบพลางมองชายดังกล่าว แกเป็นคนแก่อายุน่าจะมากกว่า 60 ผิวน้ำตาลกร้านแดด ผมเผ้าหวีเรียบร้อย ที่สำคัญคือเสื้อผ้าที่ใส่ถึงจะเก่าแต่ก็ดูสะอาดสะอ้านมาก ขาด้านขวาแกโดนตัดขึ้นเหนือเข่ายืนถือไม้ค้ำยันมองหน้าเขายิ้ม ๆ "อ๋อ... เจ้าน้ำหวานน่ะเหรอ วันนี้ไปฟังผลสอบน่ะกลับมาก็น่าจะเที่ยงโน่นแหละ ขอไปกินไอติมที่ตลาดกับเพื่อนเขาด้วย พ่อหนุ่มมีอะไรล่ะจะสั่งพวงมาลัยหรือลูก" ตาน้อยเอ่ยถามพลางมองสำรวจชายหนุ่มยิ้ม ๆ "ครับตา วันนี้วันพระผมเลยจะแวะสั่งมาลัยให้น้องไปส่งตอนเย็นน่ะครับ แล้วพอดีกลับบ้านม
"แหม พูดถึงนี่ยิ้มเลยนะครับนะแต่กูก็ว่าน้องเค้าน่ารักนะ เลี้ยงต้อยซัก 7-8 ปีคงใช้งานได้" เทนว่ายิ้ม ๆ"มึงนี่ก็ คิดอะไรบาปไปนะไอ้เทน กูแค่เอ็นดูน้องเค้า ตัวแค่นี้รู้จักทำมาหากิน แล้วพูดเก่งมากกูว่าถ้ามีน้องสาวแบบนี้คงจะหนวกหูดี ดีกว่าอยู่เงียบ ๆ" มาร์คว่าขำ ๆ ตามความคิดของตัวเอง"อ่อ... อยากเป็นพี่ชาย น้องมัน?"โรมเลิกคิ้วถาม"เออ... กูว่ามันน่าจะดีกว่าน้องชายปากหมา ๆ อย่างไอ้เนส กับใจร้อนอย่างไอ้นิคว่ะ" มาร์คบอกเพื่อนพลางกระดกเบียร์หมดกระป๋องแล้วจะคว้ากระป๋องใหม่มาเปิด"ของกู" เทนรีบคว้าก่อนทำให้ได้รับค้อนวงน้อย ๆ จากเพื่อนก่อนที่มาร์คจะลุกขึ้นไปหยิบมาใหม่อีก 3 กระป๋อง"กูว่าเราสั่งข้าวมากินกันเถอะจะบ่ายละ นอนซักพักกูต้องออกไปร้าน เมื่อคืนพวกเมาแล้วตีกันเละเทะฉิบหาย" โรมว่าพลางเปิดแอปสั่งอาหาร"อือ ดี กูก็เพลีย ๆ ว่ะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้พวกมึงต้องไปดูบ้านกับกูนะ เฟอร์บางส่วนกูจะขนออกมาเก็บหลังร้านก่อนแล้วค่อยทยอยขนไปเดือนละอย่าง 2 อย่าง มีเยอะเดี๋ยวไอ้เนสมันสงสัย" มาร์คบอกความคิดกับเพื่อน ใจเขาคิดว่าเมื่อบอกว่าซื้อบ้านมือสอง หลุดจำนองมัน
"เฮ้ย ... มึงดูถูกไอ้มาร์คมันไปนะไอ้เนส มันนี่หลานรักคุณปู่ไอ้ศิเลยนะเว้ย บ้านแบบนี้ขอฟรียังได้นับอะไรกับขอผ่อนวะ" โรมว่าแทรกเข้ามาในเครื่อง"ใช่โรม มึงเตรียมมาทำความสะอาดก่อนขึ้นบ้านใหม่เลยไอ้เนส ถ้าไอ้มาร์คมันกู้ไอ้ศิไม่ได้ กูซื้อให้มันผ่อนกับกูเอง" เทนว่าพลางเดินมากอดคอเพื่อนแล้วยักคิ้วให้กล้อง"ตามนี้นะเนส มึงพูดแล้วนะว่าจะมาทำความสะอาดเองน่ะ" มาร์คว่ากับน้องชายต่างแม่ยิ้ม ๆ"แล้วมึงไม่ช่วย?" เนสสวนมาทันที"กูต้องทำงานเว้ย กลับบ้านไปเงินเก็บกูหมดทุกบาท อีกไม่กี่วันก็ค่าน้ำค่าไฟค่าเทอมกูแล้วเทอมนี้มึงแค่รักษาสถานภาพไม่กี่พันกูนี่เป็นแสนเลยนะ มึงก็มาทำเองแล้วกัน เออ...ถ้าน้านารถจะให้ตังค์มาซื้อของก็โอนมาละกัน แล้วบอกว่าจะซื้ออะไรให้มึงมั่งกูจะได้สั่งร้านเขาเอามาส่ง มึงมาจะได้มีใช้" มาร์คให้เหตุผลที่น่าสงสารของตัวเอง จนเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลั้นขำ"เออ... ให้มันได้จริง ๆ เหอะไม่ใช่ให้แม่ดีใจเก้อ จะให้ลงไปทำเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกันแล้วมึงจะไม่ซื้อของมึงล่ะ" เนสว่าพลางหลบสายตาพี่ชายต่างแม่ทั้งยังรู้สึกละอายใจที่ผ่านมาเขาได้ใช้เงินแบบสบาย
หลังจากที่มาร์คอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าน้ำหวานจัดเตรียมที่นอนให้ข้างตาน้อยที่ห้องโถงเรียบร้อยแล้ว คนตัวเล็กหอบผ้าห่มกับหมอนใบใหญ่แบบที่เธอหนุนเดินออกมาจากห้องแล้วหัวเราะคิกคักกับลุคกางเกงแพรขาลอยกับเสื้อยืดขยี้ใบตัวใหญ่ของเธอ"ฮ่า ๆๆ มองข้างล่างเหมือนคุณตา มองข้างบนเหมือน สก๊อยเลยอ่า" คนตัวเล็กหัวเราะชอบใจ"ไม่ต้องพูดเลย แกล้งพี่ปะเนี่ย" มาร์คว่ายิ้ม ๆ มองคนตัวเล็กอย่างมันเขี้ยว *มองข้าล่างนี่มองตรงไหนวะเนี่ย...* มาร์คคิดในใจขำ ๆ แล้วก้มมองช่วงล่างของตัวเอง"เปล่านะคะ ตัวนี้ใหญ่ที่สุดแล้วตอนหนูใส่มันยาวถึงเข่าไม่ต้องใส่กางเกงนอนเลย แต่พอพี่มาร์คใส่แล้วตัวจิ๋วไปเลย พี่มาร์คโตเกินไปค่ะ" คนตัวเล็กตอบเสียงใส"พี่ว่าหวานเข้านอนเถอะ เดี๋ยววันนี้พี่จะตื่นมาช่วยตายก กล่องเอง นอนเยอะ ๆ จะได้โตเร็ว ๆ" มาร์คว่ายิ้ม ๆ"ขอบคุณค่ะงั้นหนูเข้านอนนะคะตา" เด็กสาวกล่าวขอบคุณพร้อมกับยกมือไหว้ ก่อนเดินเข้าห้องของตัวเอง มาร์คมองตามหลังจนเธอปิดประตูแล้วจึงลุกขึ้นไปปิดไฟกลางห้องก่อนจะกลับมานอนลงข้าง ๆ ตาน้อยเงียบ ๆ"ขอบใจนะมา
เกือบ 3 ทุ่มของวันเดียวกันรถยนต์คันหรูวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านตาน้อย ทำให้ 2 ตาหลานที่กำลังนั่งร้อยมาลัยเตรียมส่งให้แม่ค้าในวันรุ่งขึ้นเงยหน้าขึ้นสบตากันแล้วมองไปที่หน้าต่าง น้ำหวานวางมือจากมาลัยแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดผ้าม่านดูด้านนอกอย่างสงสัย"พี่มาร์คมาค่ะตา" น้ำหวานหันไปบอกตาน้อยเบา ๆ"ตาคะ พี่มาร์คนั่งอยู่ที่แคร่ไม่เข้ามาค่ะ""งั้นหนูก็เอายากันยุงไปให้พี่เขาหน่อยลูก ข้างนอกยุงมันเยอะ" ตาน้อยว่ายิ้ม ๆ แล้วก้มหน้าลงร้อยมาลัยต่อ"แต่ดูพี่มาร์คหน้าเครียด ๆ นะคะ" สาวน้อยว่าเบา ๆ แล้วเดินกลับมานั่งร้อยมาลัยพวงที่ค้างอยู่ต่อ"พี่เขาอาจมีเรื่องไม่สบายใจก็ได้นี่ลูก แล้วนี่ก็ใกล้ฝึกงานแล้วด้วยเขาคงมีเรื่องคิดหลายอย่าง ตาว่าตอนนี้หวานเอายากันยุงไปให้พี่เขาก่อนเถอะเดี๋ยวยุงจะสุมเอา" ตาน้อยพูดขึ้นเนิบ ๆ พลางสั่งให้เธอเอายากันยุงไปให้ชายหนุ่มอย่างเป็นห่วง"ค่ะตา" เด็กสาวลุกขึ้นไปหยิบยากันยุงมาจุดก่อนจะวางลงไปในถาดรองแล้วเปิดประตูเดินออกไปหาชายหนุ่มเงียบ ๆ วางยากันยุงลงใต้แคร่ก่อนจะถอยหลังออกมาเตรียมจะเดินเข้าบ้าน"หวานมาหาพี่หน่อย" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเ
"น้องมึงกี่ขวบแล้ววะศิ ตัวพอ ๆ กับน้ำหวานเลย" เทน ถามขึ้นอย่างสงสัย"13 เดือนหน้าขึ้นเกรด 7""อือ... เท่าไอ้ตัวเล็กของไอ้มาร์คมันจริง ๆ ทำไม ม. 1 มีแต่ตัวเล็ก ๆ วะ มันจะโตกว่านี้มั้ย" เทนครางในคอพึมพำแล้วหันมาถามเพื่อนอย่างสงสัย"คงโตแหละ แต่มึงเงียบสิไอ้ห่า หนังกำลังสนุก" ศิลาตอบพลางเอ็ดเพื่อนที่ถามกวนอารมณ์คนจะดูหนังและเกรงใจคนที่นั่งด้านหลัง ส่วนมาร์คที่นั่งติดกันนั้นนั่งนิ่งฟังเงียบ ๆ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา จนกระทั่งหนังถึงช่วงสุดท้าย..."ศิลาคะ แมรี่ไม่มีรถมา ขอแมรี่กลับด้วยนะคะ" สาวสวยเอ่ยขึ้นเสียงหวานพร้อมทั้งส่งสายตายั่วยวนให้ชายหนุ่มที่เพื่อนนั่งขั้น หลังจากที่เธอขอออกไปเข้าห้องน้ำเพิ่งกลับเข้ามานั่งได้ไม่นาน"ไม่ได้หรอก ไอ้ศิลามันเอาน้องมาด้วยเธอก็เห็น" เทนตอบแทนเพื่อนเสียงห้วน"อ้าว เมื่อกี้ในห้องน้ำ แมรี่เห็นน้องขวัญไปล้างหน้าเธอว่าจะกลับก่อนนี่คะ" ทันทีที่แมรี่พูดจบศิลาหันขวับกลับไปมองที่เก้าอี้ชั้นสวีตที่น้องสาวตนนอนอยู่และเมื่อไม่เห็นร่างเล็กที่นอนอยู่ที่เดิมจึงลุกพรวดพราดออกจากโรงหนังไปทันที จนเพื่อนมองตามตาปริบ ๆ"ศิล
"ขึ้นไปข้างบนล่ะมั้ง เห็นว่าจะไปกินกาแฟรอ" โรมว่าพลางชี้ไปที่นาฬิกาเรือนเล็กน่ารักที่เขามองว่ามันน่าจะเหมาะกับข้อมือเล็ก ๆ ของน้ำหวาน"กูว่าเอาแบบที่เด็ก ม. 1 ใส่กันดีกว่าสายเหล็กนะ แขนน้องเล็กนิดเดียวแบบนี้เป็นไง" มาร์คมองนาฬิกาในมือโรมแล้ววิเคราะห์พลางชี้ไปที่นาฬิกาแฟชั่นสายพลาสติกสีส้มพาสเทลน่ารักที่วางโชว์อยู่ในกล่องในตู้"เออ... น่ารักแล้วมันดูไม่เว่อร์ด้วย สวย ๆ กูว่าเรือนนี้แหละเหมาะ... คุณครับขอดูเรือนนี้หน่อยครับ" โรมพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทันทีพลางสั่งพนักงานหยิบนาฬิกาเรือนเล็กขึ้นมาให้ดู"รุ่นนี้เป็นคอลเลคชันใหม่ที่เพิ่งออกช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมาค่ะ สีหวานแหววเหมาะสำหรับของขวัญของฝากค่ะ ถ้าลูกค้าจะซื้อไปฝากแฟนเรามีบริการห่อของขวัญให้ด้วยนะคะ" พนักงานในร้านว่าเสียงพร้อมทั้งหันมามองหน้ามาร์คยิ้ม ๆ"ผมซื้อไปฝากน้องสาวครับเด็ก ม. 1" มาร์คว่าขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมกับส่งตาหวานเยิ้มให้พนักงานสาวสวยในร้านจนเธออายม้วนไปไม่เป็นเลยทีเดียว"ไอ้มาร์คตกลงมึงมาดูแม่ค้าหรือมาดูนาฬิกา ไอ้บ้า เร็ว ไอ้เทนไลน์มาแล้วเนี่ย" โรมว่าเสียงเบาพลางตบหลังเพื่อนรักที่ตอนนี้ทำ
SARAN BARรถเก๋งซีรีส์ 3 คันหรูวิ่งเข้ามาที่จอดรถ VIP ของร้าน ชายร่างสูงโปร่งก้าวลงมาจากรถอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับฮัมเพลงควงกุญแจเดินล้วงกระเป๋าเข้าไปในร้าน"แหม... อารมณ์ดีเพราะกีมาตีกันรอหรือครับพี่มาร์ค มึงมาช้ากว่านี้กูได้เอาน้ำร้อนสาดกีมึงแน่" โรมว่าเสียงดังมาจากชั้น 2 ของร้าน"กี อะไร กูไม่ได้นัดใครมานี่" มาร์คขมวดคิ้วถามกลับทันที ตั้งแต่กลับมาจากพาน้ำหวานกับตาไปเที่ยวทะเลมาร์คยังไม่ได้นัดผู้หญิงคนไหนมาที่ร้านอีกเลยเพราะคิดว่าควรจะหยุดได้แล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะฝึกงานแล้ว อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาร้องเพลงที่นี่อีก ฉะนั้นเงินเก็บที่มีควรประหยัดและไม่ควรไปสิ้นเปลืองกับเรื่องพวกนั้น"มึงไม่ได้นัดแต่สามัคคีกันมาไง ไอ้ห่า ร้านกูจะพังแล้วเนี่ยมึงขึ้นมาเคลียร์เลยกูขังรวมไว้กัดกันตายไปแล้วมั้ง" โรมว่าพลางหัวเราะขำ ๆ"ใครวะ?" ถามพรางเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ของร้านที่แบ่งเป็นห้อง VIP ไว้หลายห้องอย่างเป็นสัดส่วน"น้องดีว่ากับน้องยาหยีของมึงน่ะ" คำตอบของโรมทำมาร์คขมวดคิ้วทันที *น้องดีว่า ยาหยี ไหนอีกวะ* ขาวยาวก้าวไปหน้าประตูห้องที่โรมว่าพลางเปิดประตูเข้าไ
ทริป 3 วัน 2 คืน กับการเที่ยวทะเลครั้งแรกในชีวิตของแม่ค้าพวงมาลัยตัวน้อยผ่านไปอย่างสนุกสนานกับการเมารถและเมาเรือทั้งไปและกลับทั้ง 3 พาตาน้อยและน้ำหวานกลับมาส่งที่บ้านของค่ำอีกวันพร้อมกับของแห้งหลายอย่างที่มาร์คโรมและเทน ซื้อใส่รถมาให้โดยอ้างว่าถ้าว่างจะเข้ามากินข้าวด้วย น้ำหวานแบ่งของแห้งบางส่วนไปให้ลุงกรณ์ข้างบ้านพร้อมกับขนมจากที่ซื้อมาระหว่างทาง ก่อนที่ทั้ง 3 จะลาจากตาและน้ำหวาน โดยมาร์คบอกว่าคืนนี้เขาต้องกลับไปนอนที่บ้านกับน้องชายเพราะแม่เลี้ยงโทรมาบอกว่าน้องชายไม่สบายให้เข้าไปดูสักหน่อยและจะกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อเอาของฝากจากทะเลไปส่งแม่เลี้ยงกับน้องที่บ้านด้วย"ไปเที่ยวนครนายกอีกเปล่าหวาน" มาร์คถามขึ้นยิ้ม ๆ"มะปาย~มะหวาย~จะตุย" เสียงเล็ก ๆ ว่าภาษาที่วัยรุ่นใช้พร้อมทั้งมุดหัวเข้าเสื้อตาอย่างน่ารัก"เอามะยงชิดอีกมั้ย เดี๋ยวพี่เก็บมาฝาก" คนตัวโตถามคนในเสื้อตาขำ ๆ ซึ่งพอได้ยินชื่อผลไม้คนตัวเล็กก็รีบผงกหัวยุกยิกอยู่ในเสื้อตาทันที"เอ้า...แล้วไม่โผล่ออกมาบอกพี่เขาดี ๆ ล่ะลูก" ตาน้อยว่าพลางลูบผมคนในเสื้อเบา ๆ ที่ตอนนี้นิ่งไปแล้ว "หือ...ปิดสวิตช
"อ๋อ... ถุงพลาสติก" โรมพยักหน้าเข้าใจ"คิดไม่ดีใช่มั้ยมึงเนี่ย" เทนได้ทีว่าให้เพื่อนทันที"ไอ้บ้า ใครจะไม่สงสัยวะ พวกมึงก็ด้วยแหละ" โรมว่าพลางเตะขาเพื่อน"ป้าว่าเราไปกันเถอะจ่ะ น้องหวานไปได้หรือยังลูกเดี๋ยวแดดจะร้อน ลงน้ำไม่ได้นะ" ป้าแม่บ้านว่ายิ้ม ๆ"ไปค่ะ หนูไหว" ว่าพลางกระโดดขึ้นเรือก่อนใครพร้อมทั้งยื่นมือมารับป้าแม่บ้านแล้วก็ตาของตัวเองอย่างแข็งขัน แต่เมื่อเรือออกจากฝั่งไม่ถึง 10นาทีคนเก่งก็นั่งซบลงที่ตักของตาพลางหลับตาแน่น"จะอ้วกหรือลูก" ตาถามพลางลูบหลังให้เบา ๆ"มันโคลงเคลงค่ะตา เวลาหลับตาลงเหมือนเรานอนในเปลเลย" คนตัวเล็กว่าพลางขยับเข้าหาตักตา"งั้นมานอนที่ตักพี่มา เดี๋ยวตาเป็นตะคริวพอดีกว่าจะถึง" มาร์คเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มพร้อมกับรั้งแขนเล็ก ๆ ให้ลุกขึ้นแล้วซบลงมาที่ตักตัวเองแทน "ไหวมั้ย เอาถุงหรือเปล่า" ก้มลงถามพร้อมกับลูบหัวเบา ๆ"ไม่เอา" เสียงหวานตอบกลับมาเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้ายุกยิกบนตักก่อนจะนิ่งไป ขณะที่มาร์คยังลูบหัวลูบหลังให้ตลอดทางจนถึงท่าเรือของเกาะ"ลุกไหวมั้ย" ชายหนุ่มก้มลงถา
"อ่อ.... หวง ไอ้ห่าเอ้ย แล้วตัวเองมานั่งเปล่งแสงอยู่ตรงนี้ กูว่ามึงเรียกสายตามากกว่าน้องอีกนะ อย่างน้อยน้องมันก็นั่งข้างกูไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งหรอก" โรมว่าขำ ๆ พลางหันมองเพื่อนที่นั่งขาวออร่าอยู่ข้างตัวเอง"ก็เสื้อน้องมันบางแล้วน้องมันกำลังโต ไอ้บ้า" มาร์คว่าพลางลุกขึ้นเดินไปนั่งลงข้าง ๆ คนตัวเล็กแล้วแอบส่งสายตาดุ ๆ ฟาดไปยังกลุ่มเด็กมัธยมผู้ชาย 4-5 คนที่เล่นน้ำอยู่ไม่ห่างนัก"ตัวเล็กพรุ่งนี้ไปเกาะ ใส่เสื้อสีทึบนะห้ามใส่เสื้อขาวลงน้ำ" แล้วหันมาบอกคนตัวเล็กเสียงดุทันที"แหะ ๆ ขอโทษค่ะหนูลืม แต่ไม่เป็นไรหรอก หนูยังไม่โตนี่คะไม่เหมือนพี่สาวพวกนั้น ขนาดใส่เสื้อชมพูยังมองเห็นเสื้อชั้นในเลยแถมโตแล้วด้วย" คนตัวเล็กทำหน้าแหย ๆ พยักพเยิดไปที่พวกหญิงสาวที่เล่นน้ำกรี๊ดกร๊าดอยู่ไม่ไกลแล้วยิ้มให้สาวใส่เสื้อสีชมพูที่กำลังมองมาร์คตาเยิ้มอย่างยั่วยวนอยู่ตรงนั้น"น้ำหวาน ไอ้ที่ว่าโตนี่หมายถึงอายุเค้าใช่มั้ย" โรมก้มลงถามขำ ๆ"แหะ... หมายถึงอายุก็ได้ค่ะ" คนตัวเล็กหันไปตอบพร้อมกับยิ้มทะเล้นให้ เลยได้กำปั้นป๊อกหัวมาเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว"แหม... ทีแรกว
"เอ้อ...ไอ้นี่ก็เร่งน้อง เอาถุง 200 ถุงนึงครับแม่ค้า" โรมดุมาร์คพลางหันไปสั่งแม่ค้าพร้อมกับยิ้มหวานตามสไตล์คาสโนว่าตัวพ่อแห่งสรันบาร์จนแม่ค้าอายม้วนไปทันที"แต่หนูยังไม่ได้ตัดสินใจเลยนะคะพี่โรม" เสียงเล็กว่าขึ้นอย่างเกรงใจ ไม่ใช่ไม่อร่อยแต่โรมสั่งถุงละ 200 ซึ่งมันแพงไปสำหรับเธอ"อันนี้เขาเรียกว่ากับแกล้มครับอิหนู หวานกับตากินกับข้าวต้มหรือกินเล่นได้แต่พวกพี่กินกับเบียร์กับเหล้าครับ" โรมว่าพลางยื่นเงินให้แม่ค้า"แล้วกินกับเหล้ากับเบียร์นี่หวานชิมด้วยได้มั้ยคะ" คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นถามตาแป๋วแล้วยิ้มอย่างทะเล้น"ทะลึ่ง!!" 3 เสียงประสานกันจนคนที่มาตลาดหันมามอง "ตัวเท่าเมี่ยงจะกินเหล้ากินเบียร์ ไป กลับ เอาอะไรอีกมั้ยเดี๋ยวตะวันตกดินไม่ได้เล่นน้ำนะ" มาร์คหันมาดุคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงกลางกลุ่ม"ค่า... ดุจัง อย่าให้โตเต็มวัยนะ จะกินแข่งพี่มาร์คเลยแล้วหนูก็จะ 13 แล้วด้วยนะคะ ไม่ใช่เท่าเมี่ยง" คนตัวเล็กว่าเสียงหวาน แต่ปนความงอนงอแงนิด ๆ ถึงพวกเขาจะรู้จักกันแค่ไม่กี่เดือนแต่เธอก็สนิทใจมากพอที่จะกล้างอแงได้เพราะเห็นว่าพวกพี่ ๆ ใจดีและตาน้อยก็ไว้