Share

บทที่ 11

Author: อี้ซัวเยียนอวี่
น้ำกระเซ็นตามจังหวะคนที่ถูกยกขึ้น จนเกิดเป็นคลื่นกระเพื่อมไหว

เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้มือทั้งสองข้างปิดร่างกายส่วนหน้าไว้ทันที

ทว่าด้านหลังของนาง กลับเปิดเปลือยไปทั้งกาย

ร่างกายไม่ได้อ้อนแอ้นเกินเหตุ สายตาของเซียวอวี้ทอดมองไปยังบริเวณบั้นเอวของเฟิ่งจิ่วเหยียน

บั้นเอวของนางไม่มีรอยช้ำใด ๆ จากฝ่ามือ

ซ้ำยังเกลี้ยงเกลา และแน่นกระชับ

คิ้วคมของเซียวอวี้มุ่นเข้าหากัน ม่านตาทอแววเยือกเย็นไม่เลือนหาย

ฝ่ามือของเฟิ่งจิ่วเหยียนร้อนผ่าว บริเวณหน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาเต็ม

เมื่อครู่เพราะความฉุกละหุก นางจึงใช้ลมปราณสลายเลือดคลั่ง

แต่เนื่องจากเป็นระยะเวลาสั้น ๆ จึงเสียพลังภายในไปไม่น้อย

ในตอนนี้นางจึงอ่อนแรง

แต่ฮองเต้ทรราชไม่ล้มเลิกความสงสัยที่มีง่าย ๆ

วินาทีต่อมา เขาก็รวบเอวของนางด้วยฝ่ามืออันใหญ่ นิ้วโป้งทาบลงตรงบั้นเอวของนาง แล้วออกแรงกด...

“อื้อ!” เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกเจ็บแปล๊บถึงขั้วกระดูก จึงส่งเสียงอื้ออึงในลำคอออกมาอย่างอดไม่ได้

ต่อมานางก็ไม่กล้าแสดงอาการอะไรออกมา เพียงอดกลั้นไว้

ชายหนุ่มด้านหลังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบ

“บาดเจ็บที่เอวหรือ?”

นางส่ายหน้า

“เปล่า เหตุใ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (25)
goodnovel comment avatar
Joom
The angry king likes his second wife rather than than anyone.
goodnovel comment avatar
Paka Naka
งงเราอ่านถึงตอนหนึ่งร้อยกว่าๆเกือบจะถึงตอนที่200แล้วทำไมให้กลับมาเริ่มอ่านใหม่เสียตังค์ไปไม่ใช่น้อยๆ
goodnovel comment avatar
Navanan Loei
ทำมัยที่อ่านอยู่หาย ้หรียญก็หาไม่เจอ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 12

    ณ ห้องทรงพระอักษรเซียวอวี้กำลังตรวจตราราชสารอยู่พลันหยุดชะงัก นัยน์ตาทอแววเยือกเย็น“นางอยากได้ตราประทับทอง?”ขันทีผู้มากราบทูลพลันสะอึก“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท พระนางเสด็จมาขอเข้าเฝ้าอยู่นอกตำหนัก เพื่อตราประทับทอง”แต่ว่าตราประทับทองอยู่กับหวงกุ้ยเฟยเช่นนี้ไม่เท่ากับว่าฮองเฮาตั้งใจจะหาเรื่องหรอกหรือ!เหงื่อเย็น ๆ ผุดขึ้นมาตามหน้าผากของขันที เพราะกลัวว่าตนเองจะถูกฝ่าบาทบันดาลโทสะใส่บนม่านกั้นหลังบัลลังก์มังกร สะท้อนเกิดเป็นร่างเงาใบหน้าของเซียวอวี้เลือนราง ดวงตาคู่เรียวยาวดุจเหยี่ยว ทอแววคมกริบอันตราย“ไปบอกนาง หากยังไม่เจียมตัวเช่นนี้ต่อไป เราจะปลดนางลงจากฮองเฮาเสีย”“บ่าวน้อมรับคำบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!”……บริเวณนอกห้องทรงพระอักษรสายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเรียบนิ่ง  ไม่โกรธไม่ยินดี ราวกับละทางโลกไปแล้วยามที่ขันทีตรงหน้าบอกกล่าวคำตรัสของฮ่องเต้เสร็จ จึงโน้มน้าวนางเสริม “ฮองเฮา เชิญท่านกลับไปเถอะพ่ะย่ะค่ะ“หวงกุ้ยเฟยเป็นผู้ใช้ตราประทับทองมาโดยตลอด ฝ่าบาทมิอาจยึดคืนกลับมาจากนางได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ“นอกเสียจากว่าหวงกุ้ยเฟยไม่ต้องการมันแล้ว”เหลียนซวงได้ยินถ้อยคำนี้ พลันโมโหโทโสแ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 13

    ณ ตำหนักหลิงเซียว หวงกุ้ยเฟยกำลังเจ็บปวดทรมาณเพราะอาการปวดหัวภายในตำหนัก หมอหลวงกำลังฝังเข็มคลายอาการให้นางบนเก้าอี้พระที่นั่งทำจากไม้จันทร์แดงนอกตำหนัก มีจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ นั่งขมวดคิ้วอยู่บนนั้น“คนที่ส่งไปตำหนักหย่งเหอล่ะ!”สิ้นคำพูดเพียงเสี้ยววิ  ข้าหลวงผู้นั้นก็พรวดพราดเข้ามาอย่างลุ้มลุกคลุกคลาน“ฝ่าบาท! ฮองเฮาทรงตรัสว่า ยานั้นเหลืออยู่ไม่มาก ไม่สามารถให้ได้…”ดวงตาของเซียวอวี้ทอแววคมกริบ ราวใบมีด ให้ความรู้สึกเหมือนความตายมารออยู่ข้างหลัง“ไปเรียกฮองเฮามา!”เมื่อจักรพรรดิพิโรธ ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าชักช้าไม่นานหลังจากนั้น ข้าหลวงและขันทีที่ถูกส่งไปครั้งที่สองก็กลับมาขันทีคุกเข้าบนพื้นทูลรายงานอย่างกระอึกกระอัก“ฝ่าบาท พระนาง…ทรงพักผ่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เพล้ง!เซียวอวี้สะบัดชายเสื้อ ปัดแก้วชาบนโต๊ะแตกกระจายเขาผุดตัวลุกขึ้น กล่าวด้วยเสียงเยือกเย็น“เตรียมขบวนรถม้าไปที่ตำหนักหย่งเหอ”ส่วนด้านในตำหนัก หวงกุ้ยเฟยเจ็บปวดแทบเป็นแทบตาย พร่ำร้องเรียกหา “ฝ่าบาท” ไม่หยุดก่อนที่ฮ่องเต้จะเสด็จก็กลับเข้ามาในตำหนัก แล้วปลอบโยนนาง“สนมรักอดทนไว้นะ เราจะกลับมาในอีกไม่ช้า”ฮ่อง

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 14

    ณ ตำหนักฉือหนิงไทเฮาดูใจดีมีเมตตา  ทว่าทุกคำที่เอื้อนเอ่ยออกมากลับมีแบบแผนเป็นขั้นเป็นตอน“ฮองเฮา ตอนนี้เจ้าถือครองตราประทับทองอยู่ในมือ ไม่ว่าจะจัดการเรื่องอันใดในวังหลัง ก็คงสะดวกยิ่งขึ้น“อาทิเช่นรายชื่อของนางสนมอุ่นเตียง คงถึงเวลาจัดการให้เป็นระบบระเบียบแล้ว“กลุ่มที่เพิ่งเข้ามาใหม่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เหล่านางสนมที่เข้าวังมาเนิ่นนานแล้วคงมิอาจรีรอได้อีกต่อไป“โดยเฉพาะ ‘คนเก่า ๆ’ เฉกเช่นเสียนเฟยและหนิงเฟย อย่าได้ปล่อยให้พวกนางเหน็บหนาวหัวใจเชียว“หากเจ้าทำให้ฝ่าบาทมอบความเมตตาแก่ทุกคนอย่างทั่วถึง นางสนมเหล่านั้นจักเคารพเจ้าเป็นแน่ และจะเชื่อฟังเจ้าแต่เพียงผู้เดียว“เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็จะสามารถควบคุมวังหลังได้ง่ายกว่าเดิม…”เฟิ่งจิ่วเหยียนผงกหัวตอบรับ“เสด็จแม่พูดถูกเพคะ“คราที่หม่อมฉันยังอยู่ในจวน ก็ได้ฟังท่านแม่พร่ำสอนอยู่บ่อยครั้ง หากภายในเรือนสงบสุข ประมุขย่อมจัดการเรื่องภายนอกได้อย่างสบายใจ นี่คือหลักการเป็นภรรยา”ไทเฮาพยักหน้าอย่างปลื้มใจ“ในเมื่อฮองเฮาทราบถึงหลักการนี้ ข้าก็สบายใจ”เมื่อออกมาจากตำหนักฉือหนิง เหลียนซวงก็รีบกล่าวเตือนเฟิ่งจิ่วเหยียน“พระนาง ไทเฮ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 15

    ไทเฮาถามข้าหลวงที่มาทูลรายงาน “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น? ไฉนอยู่ดี ๆ ถึงทะเลาะกันขึ้นมาล่ะ? ใครเป็นคนเริ่ม?”ข้าหลวงผู้นั้นตอบกลับ“พระสนมทั้งหลาย…พวกนาง พวกนางไม่พอใจหนิงเฟย เริ่มแรกเพียงทะเลาะกันด้วยฝีปากเท่านั้น ทว่าต่อมาก็เริ่มลงไม้ลงมือ หนิงเฟยถูกล้อมไว้หลายคน ไร้เรี่ยวแรงเอาคืน…” “เป็นเช่นนี้หรือ!” เมื่อครู่ไทเฮายังนิ่งดูดาย แต่พอได้ยินว่าหลานสาวของตนเสียเปรียบ พลันกังวลขึ้นมาทันที“ฮองเฮาล่ะ! หรือว่าฮองเฮาแค่ดูเฉย ๆ!”……ตำหนักหย่งเหอหนิงเฟยผู้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ไหนเลยจะเคยถูกกระทำเช่นนี้ตั้งแต่ที่เข้าวังมา ฝ่าบาทไม่เคยเอ็นดูเมตตานาง ปล่อยให้คนที่เคยงดงามในวัยเยาว์เช่นนางกลายเป็นสตรีทึนทึกตอนนี้ไม่ว่าผู้ใดต่างก็กล้าเหยียบย่ำนาง ว่านางไม่คู่ควรกับตำแหน่ง ดีแต่พึ่งพาบารมีผู้เป็นป้านางจึงทนไม่ไหวเป็นธรรมดาส่วนใครเป็นคนลงไม้ลงมือ นางไม่รู้จริง ๆรู้แค่ว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงคนกรีดร้อง จากนั้นก็มีคนมาล้อมนางไว้โดยพลันบ้างดึงผมนาง บ้างกระชากอาภรณ์ของนาง ถึงขั้นมีคนถุยน้ำลายใส่นางด้วยซ้ำ!!!หนิงเฟยจึงแทบเสียสติเมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นภาพนี้ สีหน้าพลันเคร่งขรึมตอนที

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 16

    ห้องมืดใต้ดินที่คับแคบ ได้เจอกันเพราะโลกกลมหากเจ้าไม่ตายก็ข้าตายตาคิ้วคมของชายหนุ่ม แววตาแคบลง รัศมีสังหารนั้น อันตรายอย่างยิ่งเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้สวมชุดดำ ไม่ได้คลุมหน้าหากไม่มั่นใจว่าจะสามารถฆ่าเขาได้ในคราวเดียว ก็นิ่งไว้ รอจังหวะบุกโจมตี ไม่เช่นนั้นหากถูกเปิดเผยความจริงว่านางมีวรยุทธ ก็จะถูกเปิดเผยสถานะนักฆ่ายิ่งไปกว่านั้น นางไม่เหมือนกับฮ่องเต้ทรราช ไม่มีความชอบเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์คนคนนี้แค่ทำตามคำสั่ง ไม่ใช่คนชั่วช้าอำมหิตหัวสมองของนางครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว หาวิธีว่าจะเอาตัวรอดออกไปยังไง“เจ้าเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”สายตาเซียวอวี้เยือกเย็นที่แท้ ฮองเฮาไม่รู้ว่าเขาเป็นใครก็ใช่ พวกเขาเคยเจอกันแค่สองครั้งวันแต่งงานคืนแรก ในมุ้งไร้แสงไฟคืนวันจับตัวนักฆ่า เขาอยู่ข้างหลังนาง นางยืนอยู่ในถังอาบน้ำ หันหลังให้กับเขาตลอด ไม่ได้หันมามองดูเขาเลยนางไม่รู้ว่าจริง ๆ ว่า เขารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรแต่ในเมื่อฮองเฮารู้ความลับของเขา งั้นก็เก็บไว้ไม่ได้“รนหาที่ตาย...”เสียงของเขาค่อนข้างแหบ เหมือนเคยถูกไฟเผาเฟิ่งจิ่วเหยียนนิ่งอยู่กับที่ เตรียมพร้อมกับการต่อสู้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 17

    สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็นนางไม่ยอมพูดอธิบายอะไรมาก...ต่อให้อยากถอนพิษวารีสวรรค์นี้ ก็ไม่สามารถทำได้เลยในทันที จะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของผู้ถูกพิษด้วย เว้นช่วงสักพักหนึ่งทำการฝังเข็มหนึ่งครั้ง การถอนพิษในคราวเดียว ก่อนอื่นทำไม่ได้ อย่างรอง ผู้ถูกพิษก็รับไม่ไหว“บอกข้ามาก่อน คนวางยาพิษคือใคร”ข่มขู่เขา?เซียวอวี้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความมีอํานาจ“ถอนพิษก่อน”ทั้งสองคนต่างยืนหยัด เพียงเพราะต่างไม่เชื่อใจกันและกันชายหนุ่มพูดขึ้นมาด้วยสายตาเย็นชาว่า “ไม่ถอนพิษนี้ เจ้าก็ไม่ต้องออกไปแล้ว...”นางรู้ความลับของตนเอง เดิมเขาก็ไม่คิดที่จะเก็บนางไว้ได้ยินเช่นนี้ สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็นชาตอบแทนคุณด้วยความเนรคุณ!ทันใดนั้น สายตาของนางมองไปบนเตียงหยกขาวแล้วก็พบว่า ดูเหมือนกลไกจะอยู่บนเตียง!หลังจากนางกดลง ข้างบนก็ปรากฏทางออกมาจริง ๆ ทันทีนั้น นางไม่รีรอ ใช้วิชาตัวเบาออกมาจากห้องลับนั่นทันที และก็ไม่คิดเรื่องที่จะถอนพิษให้กับคนคนนั้นอีกเซียวอวี้ขมวดคิ้วแน่น รีบตามนางออกมาแต่นางรวดเร็วอย่างมาก หายไปกับความมืดในพริบตาเดียวองครักษ์หลายคนเพิ่งรู้สึกตัว พร้อมร

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 18

    เท่าที่เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ ก็คือในวันแต่งงาน ท่านแม่เล่าให้นางฟังพวกนั้นส่วนครั้งนี้ ไฉ่เยว่บอกให้รู้มากยิ่งกว่า“หลังจากที่คุณหนูถูกส่งตัวกลับมา ก็อาเจียนไม่หยุด”“สิ่งที่นางอาเจียนออกมา ไม่ใช่เศษอาหาร แต่เป็นอุจจาระของมนุษย์!”“พวกเขากล้าเอาสิ่งพวกนั้นให้คุณหนูกิน...”“อีกอย่าง พวกเขาไม่เพียงเหยียบย่ำร่างกายคุณหนู ยังใช้คีมเหล็กร้อนแดงเพื่อปฏิบัติต่อคุณหนูอย่างโหดร้าย...หมอบอกว่า คุณหนูไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป!”ไม่สามารถมีลูก สำหรับหญิงสาวแคว้นหนานฉีคนหนึ่ง ถือเป็นความหายนะอย่างยิ่งไฉ่เยว่สะอึกสะอื้นหลายครั้ง ไม่สามารถพูดได้อย่างรู้เรื่องในที่สุด นางกุมหน้าร้องไห้อย่างเจ็บปวดเฟิ่งจิ่วเหยียนเม้นริมฝีปากเป็นเส้นตรง แววตาเฉียบคม เปล่งรัศมีสังหารออกมาภายในห้องคับแคบเต็มไปด้วยความเยือกเย็นผ่านไปเนิ่นนาน ไฉ่เยว่ค่อยสงบอารมณ์จิตใจจากนั้นก็คุกเข่าตรงหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียนอีกครั้ง“บ่าวขอบังอาจถามว่า ท่าน... คิดที่จะฆ่าหวงกุ้ยเฟยเพื่อแก้แค้นใช่ไหม?”สีหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็น มือกำหมัดไว้แน่นไฉ่เยว่พูดต่ออีกว่า“พระนาง ตอนที่คุณหนูยังมีสติอยู่ สั่งให้บ่าวจะต้องบอกกับ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 19

    ถึงแม้จ้าวเฉียนเรียกแทนตัวเองว่าบ่าว น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความหยิ่งผยองเหมือนกับว่าเขามาเอา ฮองเฮาก็ต้องให้แต่เรียกอยู่ตั้งนาน ก็ไม่ได้ยินเสียงคนพูดตอบกลับเป็นหัวหน้าหมัวมัว ที่อยู่ไกลยิ่งกว่าออกมาสีหน้าหัวหน้าหมัวมัวเหี่ยวเฉาเจ้านายไม่เป็นที่โปรดปราน นางที่เป็นถึงหัวหน้าหมัวมัว ยังมีอิทธิพลสู้บ่าวใช้ระดับล่างของตำหนักหลิงเซียวไม่ได้เห็นจ้าวเฉียน นางถ่อมตัวอย่างต่ำต้อย“จ้าวกงกง ท่านอย่าร้อนใจ ฮองเฮาอาจจะยังไม่ตื่น บ่าวจะไปเร่งให้”จ้าวเฉียนเชิดสายตา เชิดคางสูงพร้อมพูดขึ้นมาว่า“งั้นเจ้าก็ไวหน่อย”“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ จะเข้าไปเดี๋ยวนี้”หัวหน้าหมัวมัววิ่งไปในตำหนัก เห็นฮองเฮากำลังหวีผมนางรีบเดินเข้าไปอย่างยิ้มแย้ม“พระนาง อาการปวดหัวของหวงกุ้ยเฟยกำเริบอีกแล้ว หากท่านสามารถมอบยาให้ได้ในตอนนี้ ฮ่องเต้จะต้องจดจำความดีของท่าน ท่านก็จะมีโอกาสเป็นที่โปรดปรานแล้ว”“ท่านว่า หลักการนี้ถูกต้องไหม?”เฟิ่งจิ่วเหยียนเขียนคิ้วอยู่อย่างเชื่องช้า ไม่ร้อนใจเลยสักนิด“ยา ไม่มีแล้ว”รอยยิ้มของหัวหน้าหมัวมัว หุบลงทันที“พระนาง ไม่มีแล้วจริง ๆ หรือ? ท่าน...ท่านไม่หาดูหน่อยหรือ?

Latest chapter

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1078

    เมื่อถูกถามถึงที่มาของงานมนุษย์โอสถ ชิวเฮ่อแลดูสับสน เขาส่ายหน้าให้กับเซียวอวี้ “ไม่รู้...ข้าน้อย ข้าน้อยไม่รู้ “คนพวกนั้นติดต่อพวกเราผ่านจดหมายลับ “พวกเขาจะระบุเวลาและสถานที่ในการขนส่งสินค้า พวกเราเพียงแค่ไปรับสินค้าตามที่ระบุ แล้วส่งต่อไปยังผู้ซื้อ “พวกเขาทำงานอย่างระมัดระวังมาก สถานที่รับสินค้าทุกครั้งล้วนแตกต่างกัน พวกเราทั้งสองฝ่ายไม่เคยพบหน้ากันเลย “ฝ่าบาท ข้าน้อยพูดความจริงทุกคำ มิกล้าปิดบัง!” ชิวเฮ่อก้มศีรษะคำนับเซียวอวี้ ใบหน้าซีดเผือด เพื่อแสดงว่าคำพูดของเขาไม่ใช่เรื่องโกหก เขาจึงพูดต่อ “ข้าน้อยอายุหกสิบสามแล้ว ไม่มีลูกไม่มีหลาน ยังจะมาอันใดต้องดิ้นรน? “ต่อให้ได้ชื่อเสียงเงินทองมา ข้าน้อยเหลือเวลาอีกเท่าไรที่จะได้เสพสุขสบาย? “สิ่งที่ข้าน้อยปรารถนา ก็เพียงแค่เลี้ยงดูศิษย์กว่าพันคนให้มีกินมีใช้เท่านั้นเอง!” เซียวอวี้แสดงท่าทีเย็นชา “พูดเรื่องมนุษย์โอสถต่อไป” ชิวเฮ่อเงยหน้าขึ้นมา พูดสารภาพความจริงต่อ “ข้าน้อยเห็นว่ารับงานมนุษย์โอสถรุ่งเรืองยิ่งนัก จึงคิดว่า แค่ขนส่งมนุษย์โอสถ ก็ได้เงินมากมายขนาดนี้ ถ้าหากสำนักอวิ๋นซานสามารถผลิตมนุษย์โ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1077

    ชิวเฮ่อเบิกตาโต สายตากวาดมองเหล่าคนที่สวมหน้ากากอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะออกมา หัวเราะที่ตนเองป้องกันอย่างเต็มที่ สุดท้ายก็ไม่สามารถป้องกันไว้ไม่ได้หัวเราะที่ในสำนักมีศิษย์มากมาย แต่ไม่มีใครมาช่วยเขาได้ เขาดูเหมือนจะเห็นอนาคตของตนเองแล้ว ตกอยู่ในมือฝ่าบาท เขายังจะมีทางพลิกตัวได้อีกหรือ? เป็นไปไม่ได้แล้ว! เลี่ยอู๋ซินสะบัดมีดสั้นในมือ “ออกไปกันเถอะ”เขาจ้องไปที่ชิวเฮ่ออย่างไม่คลาดสายตา ราวกับหมาป่าจ้องเหยื่อ ทำให้ขนลุกสยองเกล้า ในขณะที่คนกลุ่มนี้กำลังจะออกไป ชิวเฮ่อก็พูดขึ้นมาในทันที “ข้าต้องการพบฝ่าบาท!”เขากัดฟัน ร้องพูดด้วยเสียงโกรธ “นอกจากฝ่าบาท ข้าจะไม่บอกความจริงกับผู้ใดทั้งนั้น!”เลี่ยอู๋ซินหันไปมองเฟิ่งจิ่วเหยียน ยักคิ้วขึ้น “ว่าอย่างไร?”ตาคิ้วเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็น แลดูไม่เป็นมิตรกับใคร ในเมื่อชิวเฮ่อยอมสารภาพ ก็ช่วยประหยัดเวลาให้กับพวกเขา หลังจากนั้น นางให้เซียวอวี้เข้ามา เพื่อความปลอดภัยของเซียวอวี้ คนอื่น ๆ สามารถถอยออกไปได้ ทว่านางจะต้องอยู่ด้วย ก่อนที่เลี่ยอู๋ซินจะออกไป เขาแอบกระซิบเตือนเฟิ่งจิ่วเหยียน “พวกเราล้วนอยู่ข้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1076

    ชิวเฮ่อคาดไม่ถึงว่า เจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะมาถึงรวดเร็วเพียงนี้ ส่วนเขาเป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักอวิ๋นซาน กลับต้องถูกพวกเขาพาตัวออกไปราวกับเป็นนักโทษเขากำชับรองเจ้าสำนัก“เรื่องทุกอย่างภายในสำนัก ให้เจ้าเป็นคนดูแลชั่วคราว ก่อนที่ข้าจะกลับมา จักต้องระแวดระวังให้ดี”รองเจ้าสำนักพยักหน้าอย่างจริงจัง“ศิษย์พี่เจ้าสำนักโปรดวางใจ!”เจ้าหน้าที่ทางการไม่เพียงพาชิวเฮ่อไป แต่ยังพาผู้อาวุโสเหยียนและเฟิ่งจิ่วเหยียนไปพร้อมกันด้วยอีกทั้งยังนำโครงกระดูกนั้นไปด้วยเซียวอวี้มาสำนักอวิ๋นซาน ก็เพื่อสืบเรื่องของมนุษย์โอสถตอนนี้ในเมื่อมีเบาะแสแล้ว เขาจึงติดตามเจ้าหน้าที่ไปด้วยก่อนเฟิ่งจิ่วเหยียนจะจากไป ก็มองไปยังศพของติงหยวนเอ๋อร์อย่างลึกซึ้งติงหยวนเอ๋อร์ต้องตายเพราะนางนางขอร้องเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ “รองเจ้าสำนักเหลิ่ง ช่วยจัดพิธีศพให้ศิษย์พี่ติงอย่างสมเกียรติแทนข้าด้วย”เหลิ่งเซียนเอ๋อร์พยักหน้าตอบนาง“เจ้าวางใจ ต้องทำอยู่แล้ว”ด้านนอกสำนักอวิ๋นซานบริเวณพื้นที่โล่งมีรถม้าหลายคันจอดอยู่ชิวเฮ่อขมวดคิ้วด้วยความสงสัยการส่งตัวผู้ต้องสงสัย ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?เจ้า

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1075

    ผู้อาวุโสเหยียนสายตาดูเยือกเย็นไร้ความกลัว มองไปทางชิวเฮ่อบนที่สูง“เจ้าสำนัก ข้าแอบเข้าไปในเรือนด้านตะวันออก เป็นความผิดของข้า“ข้ายินดีทำตามกฎของสำนักอวิ๋นซาน ยอมรับโทษหลังจากนี้“ทว่า! ก่อนหน้าจะรับโทษ ขอให้ท่านช่วยอธิบายก่อนว่า เหตุใดกระดูกของบิดาข้า ถึงอยู่ที่เรือนด้านตะวันออกได้!”อู๋ไป๋อุ้มโครงกระดูก พร้อมกับเชิดคางขึ้น“ใช่แล้ว! อธิบายมาให้ชัดเจน เหตุใดถึงทำกับบิดาของผู้อื่นเช่นนี้!”ชิวเฮ่อแสดงสีหน้าโกรธเคืองแต่ไม่อาจโต้เถียงได้“ศิษย์น้องหนอศิษย์น้อง คนพวกนี้เจตนาจะใส่ร้ายข้า เจ้ามองไม่ออกหรือ?“เจ้าจะให้ข้าอธิบายอะไร? ข้าไม่รู้เรื่องเหล่านี้ด้วยซ้ำ!“ก่อนหน้านี้ที่เกิดไฟไหม้ตามจุดต่าง ๆ จักต้องเป็นฝีมือของพวกเขาเป็นแน่ เพื่อจะอาศัยโอกาสนำศพไปไว้ที่เรือนด้านตะวันออก! เจ้าถูกพวกเขาหลอกใช้แล้ว!“เจ้ากับข้าเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันมาหลายสิบปี เจ้ายังไม่รู้จักนิสัยของข้าอีกหรือ? ข้าจะทำร้ายอาจารย์ได้อย่างไร!”ผู้อาวุโสเหยียนไม่ยอมรับฟัง“วันนี้ ข้าแค่ต้องการความจริง”เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอย่างเรียบเฉย“ความจริงก็คือ เพื่อตำแหน่งเจ้าสำนัก ชิวเฮ่อจึงทำร้ายอาจารย์ บางทีอา

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1074

    ทุกคนหันไปตามทิศทางที่เฟิ่งจิ่วเหยียนชี้ไปก็เห็นคนผู้หนึ่งอุ้มโครงกระดูก และวิ่งมาทางนี้อย่างรวดเร็ว“มาแล้วมาแล้ว!” อู๋ไป๋พลางวิ่งพลางตะโกน กลัวว่าจะมาไม่ทันหลังจากเห็นโครงกระดูกนั้น ม่านตาของชิวเฮ่อพลันสั่นไหวทันทีนั่นมันคือ...ชิวเฮ่ออารมณ์พลุ่งพล่าน ทว่าเขาควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดี และกลับมาเป็นปกติโดยทันทีคนอื่นต่างมีสีหน้ามึนงงนี่มันของอะไรกัน?เมื่ออยู่ต่อหน้าฝูงชน เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยออกมาตรง ๆ โดยไม่อ้อมค้อม“โครงกระดูกนี้ ก็คือเจ้าสำนักคนก่อนของสำนักอวิ๋นซาน---เหยียนชิงซง”“อะไรนะ!” ฝูงชนต่างตะลึงงันเหยียนชิงซง นั่นคือผู้เฒ่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพตอนมีชีวิตอยู่เขาเคยทำความดีไว้มากมาย ในพื้นที่ยังมีชาวบ้านไม่น้อยที่ระลึกถึงเขาคนผู้นี้ไม่ใช่ว่าควรจะพักอยู่ใต้ผืนดินอย่างสงบหรอกหรือ?เหล่าศิษย์ของสำนักอวิ๋นซานต่างตะคอกด้วยความโมโห“พวกเจ้าถึงกับขุดหลุมศพของท่านอาจารย์ใหญ่ขึ้นมา!”“น่าสงสารชายชราอย่างท่านอาจารย์ใหญ่ แม้ตายแล้วก็ยังไม่สงบ!”“วางท่านอาจารย์ใหญ่ลงเดี๋ยวนี้!”อู๋ไป๋อุ้มโครงกระดูก พลันถอยหลังหนึ่งก้าว“อย่าปรักปรำคนอื่นสิ! กระดูกนี้ไม

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1073

    สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนราวกับคมดาบ ทิ่มแทงไปยังเจ้าสำนักของสำนักอวิ๋นซาน“เจ้าสำนักชิวทำร้ายอาจารย์ทำลายบรรพชน สังหารอาจารย์ของตนเอง มิน่าเล่าศิษย์ของสำนักแต่ละคนยิ่งเลวทรามต่ำช้า!”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ชิวเฮ่อถึงกับชะงักงันศิษย์สำนักอื่นสีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ“เมื่อครู่นางพูดว่าอย่างไร? เจ้าสำนักชิวสังหารอาจารย์หรือ? นี่ นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร!”บรรดาศิษย์สำนักอวิ๋นซานอารมณ์เดือดพล่าน“เจ้ากล้าดูหมิ่นเจ้าสำนักพวกเรา!”“สังหารศิษย์พี่ข้า ทั้งดูหมิ่นอาจารย์ข้า เจ้าสมควรตาย!”“เจ้าสำนัก โปรดอนุญาตให้ศิษย์ออกไปประลอง จะได้สังหารนาง!”เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่หวาดกลัวการประลองนางหันไปมองชิวเฮ่อด้วยสายตาอันเยือกเย็น“เจ้าสำนักชิว ข้าใส่ร้ายท่านจริงหรือ!”ชิวเฮ่อลุกขึ้นโดยไม่ลังเล หันหน้าไปทางฝูงชน พร้อมเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง“คนผู้นี้พูดจาเหลวไหล ข้าขอสาบานต่อสวรรค์ แม้ข้าจะไม่ใช่ผู้มีคุณธรรมสูงส่ง ทว่าก็ไม่ใช่คนที่ทำร้ายอาจารย์ทำลายบรรพชน หากกระทำการดังกล่าว ขอให้ไม่ตายดี!”เขาสาบานอย่างหนักแน่น ดูเหมือนทำสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมในบรรดาสำนักต่าง ๆ ก็มีที่ภักดีและคล้อยตามสำ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1072

    เจ้าสำนักของสำนักอวิ๋นซานสงสารศิษย์ที่รัก เมื่อเห็นอินซื่อเฉิงถูกทำให้แขนหักหนึ่งข้าง กำลังจะตะโกนว่า “หยุด”ทว่า ด้วยพลังรวดเร็วดุจฟ้าผ่าของเฟิ่งจิ่วเหยียนที่อยู่บนเวที จึงคว้าแขนอีกข้างหนึ่งของอินซื่อเฉิงเอาไว้จากนั้นก็ทำด้วยวิธีการเดียวกัน...แกรก!“อ๊าอ๊าอ๊า! ไอ้คนชั่ว! ข้าจะฆ่าเจ้า---” อินซื่อเฉิงถูกหักแขนทั้งสองข้างติดต่อกัน ต่อให้มีทักษะการวางยาพิษล้ำเลิศเพียงใด ก็ยากจะแสดงทักษะนี้ได้คนของสำนักอื่น ทุกคนต่างตะลึงงันเพราะความโหดร้ายและเฉียบขาดของเฟิ่งจิ่วเหยียน“การเผชิญหน้ากับอินซื่อเฉิง ทุกคนต่างรู้กันดี ว่าเขาชำนาญการใช้พิษ จึงไม่เข้าไปต่อสู้กับเขาในระยะประชิด กลัวว่าจะตกหลุมพรางเขา ทว่าสตรีผู้นี้แตกต่าง นางไม่ป้องกันแต่โต้กลับ หักมือของอินซื่อเฉิงในทันที...ช่างโหดร้ายยิ่งนัก!”“กล่าวกันว่าหากไร้พิษสงก็ไม่ใช่ชายชาตรี ข้าว่า จิตใจสตรีมีพิษสงร้ายกว่า!”“นางก็โหดร้ายกับตนเองเช่นกัน ไม่กลัวจะถูกพิษ หากเปลี่ยนเป็นข้า คงไม่กล้าเข้าใกล้ตัวเจ้าอินซื่อเฉิงผู้นั้น”โครม!เฟิ่งจิ่วเหยียนเตะอินซื่อเฉิงลงจากเวทีประลองด้วยขาเดียวไม่มีแขนช่วยค้ำยัน อินซื่อเฉิงจึงล้มลุกคลุกคลานอ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1071

    เมื่อเห็นว่าเซียวอวี้ตกอยู่ในอันตราย เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ไม่สนใจว่าบนเวทียังคงประลองอยู่ รีบขว้างอาวุธลับในแขนเสื้อออกไปทันที เพื่อโจมตีไปที่ข้อมือของอินซื่อเฉิงทว่า อินซื่อเฉิงตอบสนองเร็ว ขณะที่ปล่อยมือจากเซียวอวี้ ก็หลบได้ทันควันการแทรกแซงของเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ ทำให้สำนักอื่น ๆ ที่อยู่รอบสนามไม่พอใจพวกเขาราวกับเห็นสุนัขขโมยซาลาเปา พร้อมใจกันเอะอะโวยวาย“สำนักเฉวียนเจินทำลายกฎ!”“สองคนประลองยุทธ์กัน บุคคลที่สามยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวได้อย่างไร? สำนักเฉวียนเจินแพ้แล้ว!”“ถูกต้อง! ข้าเห็นชัดเจน! สำนักเฉวียนเจินทำผิดข้อห้ามสำคัญ!”เจ้าสำนักอวิ๋นซานสีหน้าดูเอาจริงเอาจัง หันไปทางเหลิ่งเซียนเอ๋อร์เหลิ่งเซียนเอ๋อร์กล้าทำกล้ารับนางลุกขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว“รอบนี้ สำนักเฉวียนเจินยอมแพ้”สายตาที่มองเซียวอวี้ แฝงด้วยความรู้สึกเสียดายเมื่อครู่เห็นสภาพของเขาที่อยู่บนเวที เห็นชัดว่าถูกพิษ จนทำให้ร่างกายอ่อนแรงต่อให้นางไม่ลงมือ ต่อให้การประลองดำเนินต่อไป แต่เขาก็ยากที่จะเอาชนะอินซื่อเฉิงเจ้าเล่ห์ผู้นั้นได้คนผู้นี้ฝีมือล้ำเลิศ แต่น่าเสียดาย เขาไม่รู้ถึงอันตรายในยุทธภพทว่าจะตำหนิเขาก็

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1070

    เคล็ดวิชาพลังจิตภายในและกระบวนท่าของแต่ละสำนัก ล้วนแตกต่างกัน บางท่าถึงขั้นมองออกได้ทันทีถึงอย่างไรก็ตาม เซียวอวี้ไม่เคยเรียนวิชากระบี่ของสำนักเฉวียนเจิน การที่คนอื่นมองเห็นความแตกต่าง ย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอนเหลิ่งเซียนเอ๋อร์นั่งอยู่ประจำที่ แววตาเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง“หลังจากการสู้รบครั้งใหญ่ แต่ละสำนักต่างก็รับศิษย์ใหม่เข้ามา เพื่อซึมซับจุดเด่นของแต่ละสำนัก จะได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับสำนักตนเอง“ในเมื่อหย่ากูเข้ามาในสำนักเฉวียนเจิน ก็เท่ากับเป็นคนของสำนักเฉวียนเจิน“เจ้าสำนักชิว สำนักอวิ๋นซานไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?”คำพูดของนางฟังดูสมเหตุสมผลชิวเฮ่อมีสีหน้าเคร่งขรึม พลางตักเตือนศิษย์ผู้นั้น“แพ้ก็คือแพ้ ยังไม่ถอยออกไปอีก!”เซียวอวี้ยังคงยืนอยู่บนเวทีประลอง รอคู่ต่อสู้คนที่สองของเขาเหลิ่งเซียนเอ๋อร์สีหน้าดูเรียบเฉย ในสายตามีแต่เงาของเซียวอวี้นางรู้สึกคลับคล้ายว่า คนผู้นี้เหมือนไม่ใช่สตรี......เซียวอวี้เป็นศิษย์ของหวูหยาซาน--- เสวียนหลิงเฟิงเขาหาใช่วางท่าดูดีแต่ภายนอกไม่หลังจากเข้าสู่สนาม เขาก็ชนะคู่ต่อสู้ติดต่อกันถึงห้าคนมิหนำซ้ำยังช

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status