พิมพ์จิตรนั่งหูชาอยู่ที่โต๊ะกินข้าวหลังจากที่โรสวางสายไปแล้ว พลางเสมองเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ขึ้นอืดอยู่ในชาม ต่อให้มันดูน่ากินกว่านี้เธอก็คงกินมันไม่ลงแล้ว เพราะคำสั่งเฉียบขาดแกมขู่บังคับของเจ้านายคนที่สองทำให้เธอเกิดอาการคลื่นเหียน
“ให้ตายเถอะ! ยายแคทวอล์คเคลื่อนที่สั่งให้ฉันหานักสืบให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้ สั่งเหมือนกับสั่งขี้มูก รู้บ้างไหมเนี่ยว่ามันยากเย็นเข็ญใจขนาดไหน สงสัยจะหวงแฟนจนลืมใช้สมองนึก เจ้านายนะเจ้านาย…ชอบทำให้พิมพ์จิตรลำบากอยู่เรื่อยเลย” เลขาที่ความสาวเริ่มเหลือน้อยโอดครวญพลางเทชามบะหมี่ทิ้งลงอ่างก่อนจะมองอย่างเสียดาย
หลังเสร็จภารกิจพิมพ์จิตรก็เริ่มเปิดคอมพิวเตอร์ สิ่งแรกที่เธอคิดออกในเวลานี้คือเข้าเว็บกูเกิ้ลก่อนจะพิมพ์คำว่า ‘นักสืบ’ ลงไป ไม่กี่วินาทีหน้าจอของเธอก็ปรากฏเว็บไซต์เกี่ยวกับนักสืบขึ้นมามากกว่าหนึ่งพันเว็บ พิมพ์จิตรกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ก่อนจะคลิกดูทีละเว็บ จนเวลาผ่านไปนานกว่าสองชั่วโมง
“โอ๊ย! ทำไมมันถึงได้เยอะอย่างนี้นะ ให้นั่งเปิดแบบนี้รับรองพรุ่งนี้เช้ายังไม่หมดเลย เอาไงดีน้า…” พิมพ์จิตรนั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างใช้ความคิดก่อนจะใช้เมาส์สุ่มคลิกไปที่เว็บไซต์เว็บหนึ่งที่ขึ้นบนหน้า จอ ไม่นานนักเว็บบล็อกของนักสืบก็ปรากฏขึ้น มีข้อความหนึ่งพาดหัวบล็อกเอาไว้ด้วยอักษรตัวโตเท่าหม้อแกง
‘เพียงแค่คุณคือผู้เดือดร้อน ไม่สบายใจในทุกปัญหา ต้องการค้นพบคำตอบที่ถูกอำพรางไว้ โทรหาเราสิคะ 089-xxxxxxx นักสืบสาวโบตั๋นยินดีช่วยเหลือ’พิมพ์จิตรอ่านทวนข้อความอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปตามเบอร์นั้นทันทีด้วยเหตุผลที่ว่าตอนนี้เธอง่วงเหลือเกินแล้ว
“ให้…ช้าน…ตาย ดีกว่า…ร้าก…เธอ…”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นลั่นร้าน ปิ่นมณีที่กำลังจะตักข้าวขาหมูเข้าปากชะงักทันที
“สวัสดีค่ะ”
“คุณนักสืบโบตั๋นใช่ไหมคะ ดิฉันพิมพ์จิตรค่ะ คือ…ดิฉันพบเบอร์โทรศัพท์ของคุณในเว็บบล็อกน่ะค่ะ ตอนนี้เจ้านายของดิฉันกำลังต้องการนักสืบด่วนมาก ไม่ทราบว่าคุณสนใจจะรับงานนี้ไหมคะ”
ปิ่นมณีอึ้งไปทันทีขณะนั่งฟังอีกฝ่ายสาธยายยาวยืด ก่อนจะถามกลับไปว่าจะให้เธอสืบเรื่องอะไร แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าอยากให้เธอพบกับเจ้านายของเธอมากกว่า
“ดิฉันต้องเรียนเจ้านายให้ทราบก่อนว่าติดต่อคุณได้แล้ว จากนั้นจะโทรนัดหมายสถานที่นัดพบกับคุณอีกครั้ง ตกลงตามนี้นะคะ” พิมพ์จิตรพูดไว้แค่นั้นก่อนจะวางสายไป
ปิ่นมณีนั่งทบทวนสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาอีกครั้งอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ก่อนจะกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักอย่างลีลาวดี สัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนจะหายไป ปิ่นมณีกดหมายเลขของเพื่อนรักอีกครั้ง แต่ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีใครรับสาย หญิงสาวจึงถอดใจก่อนจะโทรหาเพื่อนรักใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้
ฝ่ายพิมพ์จิตรหลังจากที่วางสายจากนักสืบโบตั๋นแล้ว เธอก็รีบโทรหาโรสทันที แต่โรสกลับปิดโทรศัพท์ พิมพ์จิตรโมโหมาก ก่อนจะตัดสินใจฝากข้อความเอาไว้ในโทรศัพท์ของโรสแทน
รุ่งเช้าพิมพ์จิตมาทำงานแต่เช้าด้วยใจที่กังวลอยู่ไม่น้อย เธอกลัวว่าโรสจะมาอาละวาดเธอเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอไม่ยอมติดต่อเรื่องนักสืบให้ หญิงสาวรอโทรศัพท์จากโรสด้วยใจเต้นระทึกด้วยความคิดที่ว่าถ้าโรสได้ฟังข้อความจากเธอแล้วคงจะรีบโทรหาเธอทันที แต่ก็ผิดคาด…พิมพ์จิตรไม่ได้รับโทรศัพท์ใดๆ จนหญิงสาวต้องกดโทรศัพท์หาโรสอีกครั้ง คราวนี้ได้ผล โรสรับสายของเธอด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก
“ว่าไง”
“ดิฉันติดต่อนักสืบได้แล้วค่ะ”
“ดีมาก! งั้นโทรบอกให้เขาไปพบฉันที่โรงแรมพรุ่งนี้เช้า” โรสบอกสถานที่นัดหมายเป็นโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง
“อ้อ! เงินส่วนของเธอ ฉันจะโอนเข้าบัญชีให้ภายในวันนี้”
“ขอบคุณมากค่ะ” เมื่อได้ยินคำว่าเงิน พิมพ์จิตรก็ตาโตพลางเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายจนน่ารำคาญ
“เออนี่! ทัดภูมิเข้าออฟฟิตมาหรือยัง” โรสถามถึงอย่างนึกได้
“ยังเลยค่ะ”
“งั้นเหรอ”
“คุณโรสมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าหรอก เท่านี้แหละ”
โรสวางสายไปโดยไม่ล่ำลา พิมพ์จิตรแปลกใจมากที่อยู่ๆ โรสก็ถามหาเจ้านายของเธอโดยไม่มีวัตถุประสงค์ เพราะทุกครั้งเวลาที่เธอถามหาแฟนหนุ่มทีไรก็มักจะสาธยายเหตุผลให้ฟังเสียยืดยาว ก่อนจะมาปรากฏตัวให้เห็นตรงหน้าอย่างรวดเร็วราวกับหายตัวได้ แถมยังติดหนึบเจ้านายของเธอจนแกะไม่ออก แต่พิมพ์จิตรก็มีเวลาสนใจเรื่องของคนอื่นไม่นานนัก เธอรีบกดโทรศัพท์หานักสืบสาวโบตั๋นตามที่บอกไว้ ก่อนจะบอกสถานที่นัดหมายโดยทันทีตามที่โรสสั่งมา
ระหว่างนั้นลีลาวดีที่มีธุระกับพิมพ์จิตรก็เดินตรงเข้ามาหา เมื่อเห็นว่าคนที่เธอมาขอพบกำลังติดสายอยู่ หญิงสาวจึงเลี่ยงไปยืนรออยู่ข้างๆ พิมพ์จิตรหันมาเห็นเข้าจึงส่งสัญญาณบอกให้เธอรอ เมื่อเสร็จธุระกับนักสืบสาวโบตั๋นแล้ว พิมพ์จิตรก็ส่งยิ้มหวานให้ลีลาวดีตามแบบฉบับของเลขาฯ ที่ดี
“สวัสดีค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เอ่อ…คือว่า” ยังไม่ทันที่ลีลาวดีจะพูดอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะพอดี
“ขอโทษค่ะ” ลีลาวดีเอ่ยขอโทษพิมพ์จิตรก่อนจะรับสาย เมื่อเห็นว่าปลายสายคือปิ่นมณี เธอก็ต่อว่าต่อขาน
“โทรมาทำไมตอนนี้ ฉันกำลังทำงานอยู่”
“ขอโทษนะ เห็นว่าแกไม่รับสายของฉันเมื่อคืน ก็เลยลองโทรมาอีกที ไม่รู้ว่ากำลังยุ่ง”
“เมื่อคืนฉันเหนื่อยน่ะ ก็เลยเผลอหลับไป มีอะไรเหรอ”
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกนิดหน่อยน่ะ มัน…ค่อนข้างสำคัญกับฉันมากเหมือนกัน แก…พอมีเวลาไหม”
ลีลาวดีหยุดคิดสักพักก่อนจะตอบ “เที่ยงนี้ฉันว่าง แกสะดวกเข้ามาหาฉันที่ออฟฟิตไหมล่ะ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายตอบตกลง ลีลาวดีจึงพูดต่อ
“ดีเลย! ฉันจะได้อวดออฟฟิตให้แกดูด้วย เผื่อแกเกิดอยากจะทำงานออฟฟิตแบบฉันขึ้นมาบ้าง แกจะได้เลิกไอ้อาชีพบ้าๆ นั่นเสียที” ลีลาวดีพูดแหย่ก่อนจะสาธยายให้เพื่อนรักฟังถึงทิศทางที่ตั้งของออฟฟิตและสถานที่นัดหมาย จนตกลงกันได้ว่าสถานที่นัดหมายคือร้านอาหารหนึ่งเดียวในซอยที่ตั้งของออฟฟิตก่อนจะวางสายไป
ปิ่นมณีมาหาลีลาวดีตามสถานที่นัดหมายซึ่งเป็นร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ที่มองยังไงก็เหมือนบ้านโล่งๆ ที่เปิดเป็นร้านอาหาร โต๊ะกินข้าวหินอ่อนที่ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ นั้นชวนให้ปิ่นมณีนึกถึงโต๊ะนั่งเล่นริมสนามหน้าบ้าน หญิงสาวมองหาร่างของเพื่อนสนิท เมื่อยังไม่เห็นวี่แววเธอจึงตัดสินใจจับจองโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมรั้ว ก่อนจะสั่งน้ำอัดลมมากินฆ่าเวลาไปพลางๆ
ไม่นานนักลีลาวดีก็หิ้วกระเป๋ากระหืดกระหอบเข้ามา ก่อนจะขอโทษขอโพยเพื่อนรักเป็นการใหญ่ที่ปล่อยให้นั่งรอมานานกว่า 15 นาที
“โทษทีนะแก พอดีงานยังไม่เสร็จน่ะ เจ้านายฉันคนเนี้ยเฮี้ยบเป็นบ้าเลย”
“ช่างเถอะ! สั่งข้าวก่อนดีกว่า” ปิ่นมณีพูดก่อนจะส่งเมนูอาหารให้เพื่อนสาว ลีลาวดีไม่รับ แต่กลับส่งคืนให้ปิ่นมณีก่อนจะบอกอย่างขำๆ
“แกดูเหอะ ร้านนี้ฉันกินอยู่ประจำ ไม่ต้องดูเมนูหรอก”
ไม่นานกับข้าวแสนอร่อยน่ากินก็มาตั้งยั่วน้ำลายอยู่บนโต๊ะ อาหารมื้อนี้ประกอบด้วยผัดผักรวมมิตร ปลาดุกกรอบ เต้าหู้ทรงเครื่อง ต้มจืดวุ้นเส้นหมูสับ และไข่เจียวหอมกรุ่น ลีลาวดีสูดกลิ่นหอมก่อนจะตักข้าวสวยร้อนๆ เข้าปากด้วยความหิว ปิ่นมณีมองดูอาการเพื่อนรักอย่างตกใจ
“พวกพนักงานออฟฟิตอย่างแก พอถึงตอนกลางวันจะหิวแบบแกทุกคนหรือเปล่า”
“ยายบ้า! กินๆ เข้าไปเหอะน่า มัวแต่มานั่งสังเกตเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ได้” คำตอบของลีลาวดีทำให้ปิ่นมณีต้องหันไปมองซ้ายมองขวารอบตัวอีกครั้ง บรรดาพนักงานออฟฟิตต่างพากันมานั่งจับจองเต็มพื้นที่ แถมแต่ละคนก็กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่แพ้คนตรงหน้าเธอเลย
“วันนี้ฉันไม่ได้กินข้าวเช้ามา ว่าแต่แกมีเรื่องอะไรเหรอถึงโทรหาฉัน” ลีลาวดีกลืนต้มจืดวุ้นเส้นลงคอก่อนจะถามขึ้นมาอย่างนึกขึ้นได้
“ฉันไปขอลาออกจากร้านอาหารแล้วนะ”
“จริงอ้ะ! ก็ดีแล้วนี่”
“แก…ฉันบอกเรื่องนั้นกับคุณวรรณีแล้วนะ”
“แล้วไง…ยายแม่ค้านั่นให้แกมาเท่าไหร่ล่ะ”
“…” ปิ่นมณีส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่ลีลาวดีนึกว่าเธอกำลังล้อเล่นจึงพูดแซว
“มากจนนับไม่ถูกเลยหรือไง”
“เปล่า…คือ…ฉันไม่ได้เอาเงินเขาหรอก”
“ว่าไงนะ! แกกำลังจะบอกว่าที่แกลงทุนทำไปทั้งหมดเนี่ย ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาเลยงั้นเหรอ” ลีลาวดีพูดเสียงสูงเป็นเชิงตำหนิ
“ก็…ฉันทำไม่ได้หรอก เห็นท่าทางแบบนั้นแล้ว ฉันไม่กล้ารับเงินหรอก”
“นี่! แกลองบอกฉันหน่อยสิ ที่แกตั้งไอ้บล็อกนักสืบอะไรขึ้นมาเนี่ยเพื่อหาเงินใช่ไหม แต่สิ่งที่แกทำอยู่ตอนนี้มันเข้าใกล้มูลนิธิเพื่อนหญิงยามยากเข้าไปทุกทีแล้วนะ”
ปิ่นมณีหน้าเสียเล็กน้อยขณะฟังเพื่อนรักสาธยายเสียยาวยืด แต่ละคำล้วนตำหนิเธอล้วนๆ “ช่างเถอะน่า! เลิกพูดได้แล้ว ฉันไม่ได้ออกมาหาแกเพื่อจะให้แกมานั่งด่าหรอกนะ”
“แล้วแกมาทำไม”
“ฉันจะมาปรึกษาแกว่าฉันควรจะทำยังไงดี เมื่อวานมีคนโทรมาจ้างฉันทำงาน”
“นักสืบเหรอ”
“อื้อ! แต่เขาไม่ได้บอกว่าจะให้ฉันสืบเรื่องอะไร บอกแค่เพียงว่าอยากให้ฉันพบกับเจ้านายของเขา”
“มีอย่างนี้ด้วยเหรอ” ลีลาวดีพูดขึ้นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะอุทานอย่างตกใจเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“หรือว่าจะเป็นพวกขายยา”
“บ้าน่ะ! คงไม่ใช่หรอกมั้ง” คำพูดของลีลาวดีทำเอาปิ่นมณีเริ่มใจสั่น
“มันก็ไม่แน่นะแก คนพวกนี้ยิ่งชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ด้วย แล้วมันนัดแกเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้เช้าที่โรงแรม” ปิ่นมณีบอกชื่อโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายของเธอออกไป
“แกว่า…ฉันควรทำไงดีล่ะริน”
“แกไปรับนัดเขาแล้ว แกก็ต้องไปตามนัด เอางี้ละกัน…แกลองคุยกับเขาดูก่อน แล้วก็ระวังตัวเอาไว้ให้ดีล่ะ แกยิ่งเปิ่นๆ อยู่ด้วย เกิดมันเป็นพวกแก็งค์ค้ายาขึ้นมาจริงๆ แกอาจจะโดนมันเป่ากระสุนใส่ก่อนจะได้ออกจากโรงแรม”
“แกอย่าพูดให้ฉันกลัวสิ”
“อ้าว! ไหนว่าไม่กลัวไงล่ะ”
“ก็…แกพูดแบบนี้ฉันก็กลัวน่ะสิ”
“ฉันแค่ล้อเล่นน่า…ไม่มีอะไรหรอก ที่ฉันอยากจะเตือนแกจริงๆ ก็คือระวังเรื่องของผัวๆ เมียๆ เอาไว้ให้ดี อย่าเผลอไปรับงานสุ่มสี่สุ่มห้ามาเพราะเงินอีกล่ะ อ่ะ! ฉันต้องไปแล้วล่ะ ใกล้เวลาเข้าออฟฟิตแล้ว” ลีลาวดีพูดพลางมองนาฬิกา ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินหน้าร้านหลังจากฟาดอาหารตรงหน้าเรียบเป็นหน้ากลอง
“เฮ้ย! แกจ่ายให้ฉันทำไม” ปิ่นมณีโวยวายเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ่ายเงินในส่วนของเธอด้วย
“แกอุตส่าห์มาหาฉันถึงที่นี่ จะให้แกจ่ายได้ไง อีกอย่างแกเองก็ไม่ค่อยมีตังค์ไม่ใช่เหรอ”
“แต่ฉันก็ไม่ได้จนถึงขั้นต้องขอใครกินหรอกนะ”
“แล้วใครบอกว่าฉันจะให้แกกินฟรีล่ะ เอาไว้แกได้ตังค์เมื่อไหร่ฉันจะไปล้มทับ ตกลงไหม” ลีลาวดีพูดขึ้นอย่างรู้ทันในนิสัยที่ไม่ชอบเอาของใครฟรีของเพื่อนสนิท คำพูดนั้นทำเอาอีกฝ่ายยิ้มแป้นอย่างพอใจ
“เออนี่! แกรีบกลับไหม” ลีลาวดีถามขึ้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่ายหัว หญิงสาวก็พูดต่อ “งั้นฉันพาแกไปดูออฟฟิตที่ฉันทำงานอยู่ดีกว่า”
“ดีเหมือนกัน”
“แต่แกต้องเดินหน่อยนะ ตึกออฟฟิตฉันอยู่เยื้องเข้าไปข้างในนิดหน่อย แต่ก็ไม่ไกลมากหรอก เดินสองสามนาทีก็ถึงแล้ว”
ไม่นานนักสองสาวก็เดินมาถึงทาวน์โฮมสามชั้นขนาดกะทัดรัด ปิ่นมณีได้เห็นก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้
“ออฟฟิตแกเหรอเนี่ย! สวยชะมัดเลย อย่างกับบ้านแน่ะ ตอนแรกที่แกบอกฉันนึกว่าต้องเป็นพวกตึกสูงๆ เสียอีก ยังแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าแถวนี้ไม่เห็นมีตึกสูงๆ เลย”
“แกนี่มันเชยชะมัดเลย สมัยนี้ไม่มีใครเขาอยากจะทำงานบนตึกกันแล้ว เพราะนอกจากจะอันตรายแล้ว ยังน่าเบื่อซ้ำซาก มองไปทางไหนก็มีแต่อิฐ หิน ปูน”
“จริงของแก…ถ้าให้ฉันนั่งทำงานบนตึกสูงๆ ทั้งวันฉันคงแย่”
“ที่นี่รับออกแบบภายใน แล้วก็ตกแต่งทั่วไป นอกจากสถานที่ทำงานจะสวยแล้วนะ ฉันยังได้เจออินเทอร์เรอร์หล่อๆ ตั้งหลายคน แม้ว่าเจ้านายฉันจะโหดไปนิด แต่บอสใหญ่หล่อใช้ได้ แกเอ๊ย…อย่างกับพระเอกหนังเกาหลีแน่ะ ถ้าแกได้เจอนะแกต้องคลั่งแน่ๆ รูปร่างหน้าตาเป็นแบบเดียวกับที่แกชอบเป๊ะเลย แต่น่าเสียดายดันมีแฟนแล้ว เฮ้อ! ทำไมคนรูปหล่อพ่อรวยถึงได้โดนคว้าไปหมดก็ไม่รู้ ไม่เห็นมีตกมาถึงฉันสักคน”
“อายุป่านนี้แล้วยังไม่เลิกฝันกลางวันอีกนะแก ไหนว่าจะรีบไปทำงานไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็โดนบอสรูปหล่อเพ่งเล็งเป็นกรณีพิเศษหรอก”
“จริงด้วย! มัวแต่เมาท์เพลิน แล้วแกจะกลับบ้านยังไง”
“เดี๋ยวฉันเดินไปขึ้นรถเมล์หน้าปากซอยก็ได้ แถวนี้รถเมล์เยอะ ผ่านหน้าบ้านฉันทุกสายแหละ”
“งั้นก็กลับดีๆ นะ แล้วเจอกัน” ลีลาวดีโบกมือให้เพื่อนรักก่อนจะเดินเข้าไปในตัวอาคาร ทิ้งให้ปิ่นมณียืนมองอาคารสีม่วงอ่อนที่อยู่เบื้องหน้าอย่างอดทึ่งไม่ได้
ขณะนั้นเองรถยนต์สีดำคันหรูของทัดภูมิที่ขับเข้ามาด้วยความเร็วก็พุ่งตรงมาทางเธอ ชายหนุ่มตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีคนยืนอยู่ เขาจึงแตะเบรกเต็มที่แต่ก็ไม่ทัน ปิ่นมณีที่ยืนจังก้าอยู่กลางลานก็ถูกชนเข้าเต็มๆ โชคดีที่หญิงสาวกระโดดหลบได้ทันจึงโดนแค่ถากๆ เท่านั้น
“คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่า” ทัดภูมิกระโดดลงจากรถก่อนจะถามหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ” ปิ่นมณีตอบทั้งๆ ที่แขนมีแต่รอยถลอก และดูเหมือนเลือดจะออกเยอะเสียด้วย ทัดภูมิเห็นดังนั้นก็หน้าเสีย
“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะชนคุณ”
“ฉันผิดเองค่ะที่ยืนไม่ระวัง ทั้งๆ ที่เป็นทางรถวิ่งผ่าน”
“แขนคุณเลือดออกเยอะนะครับ ผมว่าคุณไปทำแผลดีกว่า ใกล้ๆ นี้มีคลินิกอยู่ ผมพาไปส่งนะครับ”
“อย่าเลยค่ะ! แผลแค่นิดเดียว ฉันจัดการเองได้ อีกอย่าง…คุณน่าจะกำลังรีบอยู่ อย่าเสียเวลาเลยค่ะ”
จริงอย่างที่หญิงสาวพูด ตอนนี้เขากำลังรีบอยู่จริงๆ เพราะเลยเวลาเข้าประชุมมายี่สิบนาทีแล้ว ทัดภูมิคิดพลางสงสัยว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังรีบ
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวครับ!” ทัดภูมิร้องห้าม ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนดูสะอาดตาออกมาเช็ดเลือดที่แผลให้ปิ่นมณี หญิงสาวตกใจจึงชักมือกลับ
“ขอโทษครับ ผมแค่เห็นเลือดมันออกไม่หยุด ก็เลยจะห้ามเลือดให้…เท่านั้นเอง”
“ขอบคุณค่ะ” ปิ่นมณีหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาซับเลือดต่อก่อนจะเดินจากไป แต่ทัดภูมิกลับยื่นอะไรบางอย่างให้เธอ มันเป็นธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทถึงสามใบ
“อย่าหาว่าผมดูถูกคุณเลยนะครับ ความจริงผมอยากไปส่งคุณทำแผลที่คลินิกด้วยตัวเองมากกว่า แต่ว่า…ผมเองก็รีบจริงๆ อย่างที่คุณว่าก็เลยช่วยค่าทำแผลให้ คุณรับไปเถอะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ! แผลแค่นี้ค่ารักษาคงไม่กี่บาท อีกอย่าง…คุณเองก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไร เพราะมันไม่ใช่ความผิดของคุณ”
เมื่อเห็นปิ่นมณีไม่รับเงิน ทัดภูมิจึงตัดสินใจยัดเงินลงในกระเป๋าถือของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะพูดเร็วปรื๋อ
“ค่ายาอาจจะไม่เท่าไหร่ ที่เหลือถือว่าเป็นค่าทำขวัญที่ผมทำให้คุณตกใจก็แล้วกัน” พูดเสร็จชายหนุ่มร่างสูงก็วิ่งขึ้นรถก่อนจะขับเข้าไปด้านในตึกโดยเร็ว ทิ้งให้ปิ่นมณีมองตามอย่างไม่เข้าใจ แต่ความเจ็บปวดที่แผลทำให้เธอไม่มีเวลาคิดอะไรมากนัก นอกจากจะต้องรีบเดินขากระเผลกไปทำแผลที่คลินิกก่อนที่มันจะระบมไปมากกว่านี้
“เอาล่ะ! เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย” หญิงสาวผมสั้นทรงบ็อบเทพูดกับตัวเองขณะมองดูผลงานบนจอคอมพิวเตอร์อย่างอารมณ์ดี“เพียงแค่คุณคือผู้เดือดร้อน ไม่สบายใจในทุกปัญหา ต้องการค้นพบคำตอบที่ถูกอำพรางไว้ โทรหาเราสิคะ 089-xxxxxxx นักสืบสาวโบตั๋นยินดีช่วยเหลือ…แกแน่ใจแล้วเหรอยายปิ่น” ลีลาวดีอ่านข้อความในบล็อกส่วนตัวของเพื่อนสาวพลางทำหน้าปูเลี่ยน ก่อนจะหันมาถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งกับการตัดสินใจของเพื่อนซี้“แน่ยิ่งกว่าแน่ ก็ฉันไม่มีทางเลือกแล้วนี่ คนตกงานเป็นปีๆ อย่างฉัน ลองมาทุกทางแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรคืบหน้าสักที ก็มีแค่ทางนี้ทางเดียวเท่านั้นแหละ”“แต่ไอ้งานนักสืบเนี่ยมันเสี่ยงมากนะ อย่างแกน่ะมันไม่หนักไปหน่อยเหรอ เดี๋ยวนี้ยิ่งมีข่าวต้มตุ๋นหลอก ลวงกันไม่เว้นแต่ละวัน เราไม่หลอกเขา เขาก็หลอกเรา ฉันว่าแกอย่าเสี่ยงเลยปิ่น เชื่อฉันเหอะ”“มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกริน ฉันอาจจะโชคดีมือขึ้นทางนี้ก็ได้ อีกอย่างแกก็รู้ว่าฉันเก่งวิชาพละ มีอะไรเกิดขึ้นฉันเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว”“ทำเป็นอวดเก่ง แกจะใช้วิชาม้วนหน้าม้วนหลัง หกกบ สะพานโค้ง ตีลังกาล้อเกวียนหนีพวกโจรมัน เหรอไง ยายบ้า”“แกไม่เป็นฉันแกไม่รู้หรอกว่าการที่ต้
“ว่าไงนะ!” รจนากับลีลาวดีถามขึ้นมาพร้อมกันเมื่อได้ยินสิ่งที่ปิ่นมณีเล่าให้ฟัง“ก็อย่างที่พูดมานั่นแหละ ยายเจ๊นั่นเดินเอาขวดฉี่ไปสาดหน้าผัวแล้วก็ชู้กลางร้าน กลิ่นนี้เหม็นหึ่ง ขนาดฉันยืนอยู่ข้างนอกยังได้กลิ่นชัดเลย ไอ้ผัวจอมเจ้าชู้นั่นนะอย่างกับหมูตกบ่อฉี่เลยล่ะ” สิ้นเสียงของปิ่นมณี เสียงหัวเราะท้องแข็งก็ดังประสานกันขึ้นมา ทำเอาร้านเล็กๆ อย่างร้านช็อกโกแล็ตสั่นสะเทือน“พูดถึงแล้วก็อยากเห็นหน้าแม่นั่นตอนโดนสาดฉี่จังเลยเนอะ” ลีลาวดีพูดทั้งๆ ที่ยังไม่หยุดหัวเราะ“แต่พี่ว่ามันไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่หรอกนะ ผัวเมียไปตบตีกันในร้านอาหารสาธารณะเนี่ย เฮ้อ! โชคดีที่พี่ไม่คิดแต่งงาน ถ้ามาเจออย่างนี้เข้าคงซวยไปทั้งชาติ แต่ปิ่นก็ต้องระวังตัวด้วยนะ พี่ว่าไอ้งานแบบนี้มันเสี่ยงใช่ย่อย เราเองก็เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ถ้าเป็นไปได้เลิกทำเถอะ พี่ฟังแล้วยังอดกลัวแทนไม่ได้เลย ถ้าวันหนึ่งมันไม่ใช่แค่ฉี่ แต่เป็นพวกสารเคมีหรือว่าน้ำกรดขึ้นมา เราจะกลายเป็นคนบาปได้นะ ยังไงก่อนจะรับงานก็ดูให้ดีๆ ก่อนละกัน ยิ่งงานที่ค่าจ้างงามๆ เนี่ยมันน่าคิด เศรษฐกิจแบบนี้คงไม่มีใครเอางานง่ายๆ ที่จ่ายค่าจ้างแพงๆ มาให้ทำหรอก”“แหม! พี่นา
“ทัดคะ คุณทำแบบนี้กับโรสได้ยังไงกัน ทั้งๆ ที่โรสชวนคุณทานข้าว โรสเป็นห่วงว่าคุณจะเครียดเกินไป แต่คุณก็บอกว่าไม่ว่าง กลับไปนั่งสวีตกับใครก็ไม่รู้ในร้านที่เราไปด้วยกันประจำ แล้วแม่นั่นน่ะเหรอลูกค้า โรสว่ามองยังไงมันก็ไอ้ผู้หญิงที่ชอบแย่งของของชาวบ้านนั่นแหละ ทำไมคุณต้องโกหกโรสด้วยคะ” โรสในชุดสีแดงไวน์โวยวายลั่นห้องพร้อมน้ำตา“ผมว่าคุณเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วนะโรส ผมไปทานข้าวกับลูกค้าจริงๆ คุณภาณิณีเป็นลูกค้ารายใหญ่ของผม เธอเป็นลูกสาวของประธานบริษัทสกาย คอนสตัคชั่น บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่คอยสนับสนุนบริษัทของผม จะพูดจะจาอะไรก็หัดให้เกียรติเขาบ้าง”“ถึงกับออกรับแทนกันเลยเหรอคะ ผู้หญิงแพศยาแบบนั้นโรสว่ามันยังน้อยไปด้วยซ้ำ มีอย่างที่ไหน ผู้ชายก็มีตั้งเยอะแยะ ชอบทำตัวเป็นแมวขโมยของของคนอื่น พฤติกรรมแบบนี้ลูกผู้ลากมากดีเขาไม่ทำกันหรอก”“มันจะไปกันใหญ่แล้วนะโรส คุณเองก็เหมือนกัน…หัดมีเหตุผลบ้างสิ เอาแต่พูดจาให้ร้ายคนอื่นแบบเสียๆ หายๆ คุณเองก็เป็นลูกผู้ลากมากดีเหมือนกัน แต่ทำไมยิ่งนับวันก็ยิ่งหยาบคาย พูดจาไม่ให้เกียรติคนอื่นเลย ผมเองก็ไม่อยากพูดจาแบบนี้กับคุณหรอกนะ แต่พฤติกรรมของคุณนับวันผมเริ่มทน
รุ่งเช้าปิ่นมณีเดินไปด้อมๆ มองๆ อยู่ที่ร้านอาหารขนาดย่อมร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางโดยมีร้านขายดอกไม้และร้านขายยาขนาบอยู่สองข้างซ้ายขวา หน้าร้านสีขาวขนาดสองคูหาสองชั้นตกแต่งด้วยไม้ดอกจำพวกชวนชมหลากสีที่ตัดแต่งเป็นพุ่มสวยงาม ปิ่นมณีจ้องมองอย่างอดที่จะชื่นชมไม่ได้ หญิงสาวมองป้ายประกาศเล็กๆ ที่ติดอยู่บนกระจกหน้าร้านพลางเลยไปยังป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยอักษรนูนสีทองว่า ‘จิ๊กกี๋โภชนา’ อย่างใช้ความคิดสักพักก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูกระจกเข้าไป“ขอโทษนะคะคุณ ตอนนี้ร้านยังไม่เปิดให้บริการค่ะ” พนักงานสาวที่ไม่สวยเลยสักนิดหันมาบอกอย่างตกใจเมื่อเห็นปิ่นมณีเดินเข้ามาด้วยคิดว่าเป็นลูกค้า“คือ…ฉะ…หนูมาสมัครงานค่ะ”ปิ่นมณีพูดอย่างไม่มั่นใจนักว่าจะใช้คำสรรพนามเรียกตัวเองว่าอะไร สุดท้ายก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังปลอมตัวเป็นเด็กมาหางานพิเศษทำ จึงใช้คำเรียกตัวเองว่า ‘หนู’ แทน ‘ฉัน’ อย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก“สมัครงานงั้นเหรอ” เมื่อรู้ว่าปิ่นมณีไม่ใช่แขก หญิงสาวคนเดิมจึงเปลี่ยนท่าทีการพูดในทันใด“เธออายุเท่าไหร่”“เอ่อ…17 จ้ะ” ปิ่นมณีตอบทันที เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังมองเธออย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก“รอเดี๋ยวนะ จะ
ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องจะยังคงหลับไม่รู้เรื่องก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังต่อเนื่องขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะแรงและเร็วกว่าครั้งแรกมากนัก ได้ผล! เจ้าของห้องเริ่มเกิดปฏิกิริยา เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าตนเองนอนหลับฟุบคาอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ข้างเตียง“เช้าแล้วเหรอเนี่ย เผลอหลับไปได้ยังไงกันนะเรา” ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ปิ่นมณีวิ่งแจ้นไปเปิดประตูทันที“ยายปิ่น! นี่แกไปทำอะไรมาเนี่ย ผมเผ้ามันถึงได้กระเซอะกระเซิงแบบนี้”“ฉันเพิ่งตื่นน่ะ เข้ามาก่อนสิ” ปิ่นมณีพูดพลางเดินหันหลังกลับเข้ามาในห้อง ทิ้งให้เพื่อนสนิทอย่างลีลาวดีเดินตามเข้ามา ลีลาวดีมองเพื่อนรักจากทางด้านหลังพลางทำหน้าบอกบุญไม่รับ“นี่ถามจริงเหอะ…แกไปทำอะไรมากันแน่ สภาพถึงได้ยับเยินแบบนี้”“อื้อ! ฉันไปทำงานมาน่ะ”“งานอะไรของแก”“ก็งานนักสืบน่ะสิ เอาน่า…อย่าเพิ่งมาซักฉันตอนนี้เลย ยังไงฉันก็ต้องเล่าให้แกฟังอยู่ดีนั่นแหละ” ปิ่นมณีพูดตัดบทขณะคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป“ย่ะ! แม่เพื่อนตัวดี” ลีลาวดีส่งค้อนให้ด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะเดินเ
ทัดภูมิเลี้ยวรถยนต์คันหรูราคาหลายล้านเข้าสู่ถนนแคบๆ ในย่านใจกลางเมืองกรุง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังที่ตั้งของคอนโดมิเนียมดีไซน์หรูสไตล์ยุโรปที่ทำด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง ทันทีที่จอดรถเขาก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์คุ้นมือทันที เสียงอู้อี้ดังมาตามปลายสาย“มีอะไรแต่เช้าวะ”“ป่านนี้แล้วยังไม่ตื่นอีกเหรอ”“ไอ้ห่า…วันนี้วันเสาร์นะโว้ย”“มัวแต่นอนกกสาวอยู่หรือไง ตอนนี้ฉันอยู่หน้าคอนโดนายแล้วนะโว้ยไอ้ชัช กำลังจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ”ทัดภูมิกดสายทิ้งก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นไปข้างบนตามคำบอก ชายหนุ่มผู้โชคร้ายอย่างชัชวาลได้แต่มองโทรศัพท์ด้วยสายตาเป็นงง ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เขารีบกระเด้งตัวลุกจากที่นอนทันที “มาทำไมแต่เช้าวะ” ชัชวาลเอ่ยทักขณะเปิดประตูให้เพื่อนรัก“อยู่บ้านแล้วเบื่อ ไม่รู้จะไปไหนก็เลยนึกถึงนาย”“ทะเลาะกับพ่อมาอีกล่ะสิ” อีกฝ่ายดักคออย่างรู้ทัน เพราะทุกครั้งที่เพื่อนรักทะเลาะกับใครมาทีไร ก็จะมายึดคอนโดสุดหรูของเขาเป็นที่พึ่งทุกทีไป“คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ”“เรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะ”“แต่ก็ทำให้นายอยู่ไม่ติดใช่ไหมล่ะ” ชัชวาลพูดยิ้มๆ ก่อนจะส่งแก้วที่มีวิสกี้ออนเดอะร็อคให้อีกฝ่าย“กิน
ยามสายของวันจันทร์มีหญิงสาวแสนสวยมาขอพบทัดภูมิถึงห้องทำงาน สร้างความตกตะลึงให้กับพิมพ์จิตร เลขาฯ หน้าห้องเป็นอย่างมาก“คุณทัดภูมิอยู่ไหมคะ” สาวสวยถามขึ้นพลางส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน"อยู่ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พิมพ์จิตรยกหูโทรศัพท์หาเจ้านายพลางพูดอะไรสองสามคำก่อนจะวางสาย “เจ้านายอยู่ในห้องค่ะ เชิญเข้าไปได้เลย”“ขอบคุณค่ะ” สาวสวยเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินเข้าห้องของทัดภูมิไปตามคำบอก พิมพ์จิตรมองร่างระหงนั้นไปอย่างไม่วางตา สายตาอยากรู้อยากเห็นคู่นั้นบ่งบอกถึงความคิดบางอย่างในจิตใจ“ใครกันเนี่ย ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ต้องไม่ใช่ลูกค้าแน่ แล้วมาหาเจ้านายทำไม น่าสงสัยว่าจะไม่ใช่ธรรมดาซะแล้ว” คิดได้ดังนั้นพิมพ์จิตรก็ยกหูโทรศัพท์ถึงโรสทันที โรสได้ยินคำพูดของพิมพ์จิตรก็โกรธควันออกหู เธอโวยวายผ่านสายโทรศัพท์เหมือนคนบ้า ก่อนจะสั่งให้พิมพ์จิตรจับตามองเจ้านายของเธอทุกฝีก้าวฝ่ายทัดภูมิเมื่อได้พบผู้มาเยือนก็แปลกใจ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่ได้พบหน้า“เฮ้! เกรซ มาได้ไงเนี่ย”“เซอร์ไพรซ์ไหมคะทัด”“เวรี่…เวรี่…เลยล่ะ นั่งก่อนสิ” ทัดภูมิดึงเก้าอี้มาให้นั่งอย่างเอาใจ“แท็งกิ้ว” สาวสวยนามว่าเกรซทรุดตัวลงนั่งตามคำเช
พิมพ์จิตรนั่งหูชาอยู่ที่โต๊ะกินข้าวหลังจากที่โรสวางสายไปแล้ว พลางเสมองเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ขึ้นอืดอยู่ในชาม ต่อให้มันดูน่ากินกว่านี้เธอก็คงกินมันไม่ลงแล้ว เพราะคำสั่งเฉียบขาดแกมขู่บังคับของเจ้านายคนที่สองทำให้เธอเกิดอาการคลื่นเหียน“ให้ตายเถอะ! ยายแคทวอล์คเคลื่อนที่สั่งให้ฉันหานักสืบให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้ สั่งเหมือนกับสั่งขี้มูก รู้บ้างไหมเนี่ยว่ามันยากเย็นเข็ญใจขนาดไหน สงสัยจะหวงแฟนจนลืมใช้สมองนึก เจ้านายนะเจ้านาย…ชอบทำให้พิมพ์จิตรลำบากอยู่เรื่อยเลย” เลขาที่ความสาวเริ่มเหลือน้อยโอดครวญพลางเทชามบะหมี่ทิ้งลงอ่างก่อนจะมองอย่างเสียดายหลังเสร็จภารกิจพิมพ์จิตรก็เริ่มเปิดคอมพิวเตอร์ สิ่งแรกที่เธอคิดออกในเวลานี้คือเข้าเว็บกูเกิ้ลก่อนจะพิมพ์คำว่า ‘นักสืบ’ ลงไป ไม่กี่วินาทีหน้าจอของเธอก็ปรากฏเว็บไซต์เกี่ยวกับนักสืบขึ้นมามากกว่าหนึ่งพันเว็บ พิมพ์จิตรกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ก่อนจะคลิกดูทีละเว็บ จนเวลาผ่านไปนานกว่าสองชั่วโมง“โอ๊ย! ทำไมมันถึงได้เยอะอย่างนี้นะ ให้นั่งเปิดแบบนี้รับรองพรุ่งนี้เช้ายังไม่หมดเลย เอาไงดีน้า…” พิมพ์จิตรนั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างใช้ความคิดก่อนจะใช้เมาส์สุ่มคลิกไปที่เ
ยามสายของวันจันทร์มีหญิงสาวแสนสวยมาขอพบทัดภูมิถึงห้องทำงาน สร้างความตกตะลึงให้กับพิมพ์จิตร เลขาฯ หน้าห้องเป็นอย่างมาก“คุณทัดภูมิอยู่ไหมคะ” สาวสวยถามขึ้นพลางส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน"อยู่ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พิมพ์จิตรยกหูโทรศัพท์หาเจ้านายพลางพูดอะไรสองสามคำก่อนจะวางสาย “เจ้านายอยู่ในห้องค่ะ เชิญเข้าไปได้เลย”“ขอบคุณค่ะ” สาวสวยเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินเข้าห้องของทัดภูมิไปตามคำบอก พิมพ์จิตรมองร่างระหงนั้นไปอย่างไม่วางตา สายตาอยากรู้อยากเห็นคู่นั้นบ่งบอกถึงความคิดบางอย่างในจิตใจ“ใครกันเนี่ย ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ต้องไม่ใช่ลูกค้าแน่ แล้วมาหาเจ้านายทำไม น่าสงสัยว่าจะไม่ใช่ธรรมดาซะแล้ว” คิดได้ดังนั้นพิมพ์จิตรก็ยกหูโทรศัพท์ถึงโรสทันที โรสได้ยินคำพูดของพิมพ์จิตรก็โกรธควันออกหู เธอโวยวายผ่านสายโทรศัพท์เหมือนคนบ้า ก่อนจะสั่งให้พิมพ์จิตรจับตามองเจ้านายของเธอทุกฝีก้าวฝ่ายทัดภูมิเมื่อได้พบผู้มาเยือนก็แปลกใจ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่ได้พบหน้า“เฮ้! เกรซ มาได้ไงเนี่ย”“เซอร์ไพรซ์ไหมคะทัด”“เวรี่…เวรี่…เลยล่ะ นั่งก่อนสิ” ทัดภูมิดึงเก้าอี้มาให้นั่งอย่างเอาใจ“แท็งกิ้ว” สาวสวยนามว่าเกรซทรุดตัวลงนั่งตามคำเช
ทัดภูมิเลี้ยวรถยนต์คันหรูราคาหลายล้านเข้าสู่ถนนแคบๆ ในย่านใจกลางเมืองกรุง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังที่ตั้งของคอนโดมิเนียมดีไซน์หรูสไตล์ยุโรปที่ทำด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง ทันทีที่จอดรถเขาก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์คุ้นมือทันที เสียงอู้อี้ดังมาตามปลายสาย“มีอะไรแต่เช้าวะ”“ป่านนี้แล้วยังไม่ตื่นอีกเหรอ”“ไอ้ห่า…วันนี้วันเสาร์นะโว้ย”“มัวแต่นอนกกสาวอยู่หรือไง ตอนนี้ฉันอยู่หน้าคอนโดนายแล้วนะโว้ยไอ้ชัช กำลังจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ”ทัดภูมิกดสายทิ้งก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นไปข้างบนตามคำบอก ชายหนุ่มผู้โชคร้ายอย่างชัชวาลได้แต่มองโทรศัพท์ด้วยสายตาเป็นงง ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เขารีบกระเด้งตัวลุกจากที่นอนทันที “มาทำไมแต่เช้าวะ” ชัชวาลเอ่ยทักขณะเปิดประตูให้เพื่อนรัก“อยู่บ้านแล้วเบื่อ ไม่รู้จะไปไหนก็เลยนึกถึงนาย”“ทะเลาะกับพ่อมาอีกล่ะสิ” อีกฝ่ายดักคออย่างรู้ทัน เพราะทุกครั้งที่เพื่อนรักทะเลาะกับใครมาทีไร ก็จะมายึดคอนโดสุดหรูของเขาเป็นที่พึ่งทุกทีไป“คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ”“เรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะ”“แต่ก็ทำให้นายอยู่ไม่ติดใช่ไหมล่ะ” ชัชวาลพูดยิ้มๆ ก่อนจะส่งแก้วที่มีวิสกี้ออนเดอะร็อคให้อีกฝ่าย“กิน
ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องจะยังคงหลับไม่รู้เรื่องก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังต่อเนื่องขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะแรงและเร็วกว่าครั้งแรกมากนัก ได้ผล! เจ้าของห้องเริ่มเกิดปฏิกิริยา เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าตนเองนอนหลับฟุบคาอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ข้างเตียง“เช้าแล้วเหรอเนี่ย เผลอหลับไปได้ยังไงกันนะเรา” ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ปิ่นมณีวิ่งแจ้นไปเปิดประตูทันที“ยายปิ่น! นี่แกไปทำอะไรมาเนี่ย ผมเผ้ามันถึงได้กระเซอะกระเซิงแบบนี้”“ฉันเพิ่งตื่นน่ะ เข้ามาก่อนสิ” ปิ่นมณีพูดพลางเดินหันหลังกลับเข้ามาในห้อง ทิ้งให้เพื่อนสนิทอย่างลีลาวดีเดินตามเข้ามา ลีลาวดีมองเพื่อนรักจากทางด้านหลังพลางทำหน้าบอกบุญไม่รับ“นี่ถามจริงเหอะ…แกไปทำอะไรมากันแน่ สภาพถึงได้ยับเยินแบบนี้”“อื้อ! ฉันไปทำงานมาน่ะ”“งานอะไรของแก”“ก็งานนักสืบน่ะสิ เอาน่า…อย่าเพิ่งมาซักฉันตอนนี้เลย ยังไงฉันก็ต้องเล่าให้แกฟังอยู่ดีนั่นแหละ” ปิ่นมณีพูดตัดบทขณะคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป“ย่ะ! แม่เพื่อนตัวดี” ลีลาวดีส่งค้อนให้ด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะเดินเ
รุ่งเช้าปิ่นมณีเดินไปด้อมๆ มองๆ อยู่ที่ร้านอาหารขนาดย่อมร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางโดยมีร้านขายดอกไม้และร้านขายยาขนาบอยู่สองข้างซ้ายขวา หน้าร้านสีขาวขนาดสองคูหาสองชั้นตกแต่งด้วยไม้ดอกจำพวกชวนชมหลากสีที่ตัดแต่งเป็นพุ่มสวยงาม ปิ่นมณีจ้องมองอย่างอดที่จะชื่นชมไม่ได้ หญิงสาวมองป้ายประกาศเล็กๆ ที่ติดอยู่บนกระจกหน้าร้านพลางเลยไปยังป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยอักษรนูนสีทองว่า ‘จิ๊กกี๋โภชนา’ อย่างใช้ความคิดสักพักก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูกระจกเข้าไป“ขอโทษนะคะคุณ ตอนนี้ร้านยังไม่เปิดให้บริการค่ะ” พนักงานสาวที่ไม่สวยเลยสักนิดหันมาบอกอย่างตกใจเมื่อเห็นปิ่นมณีเดินเข้ามาด้วยคิดว่าเป็นลูกค้า“คือ…ฉะ…หนูมาสมัครงานค่ะ”ปิ่นมณีพูดอย่างไม่มั่นใจนักว่าจะใช้คำสรรพนามเรียกตัวเองว่าอะไร สุดท้ายก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังปลอมตัวเป็นเด็กมาหางานพิเศษทำ จึงใช้คำเรียกตัวเองว่า ‘หนู’ แทน ‘ฉัน’ อย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก“สมัครงานงั้นเหรอ” เมื่อรู้ว่าปิ่นมณีไม่ใช่แขก หญิงสาวคนเดิมจึงเปลี่ยนท่าทีการพูดในทันใด“เธออายุเท่าไหร่”“เอ่อ…17 จ้ะ” ปิ่นมณีตอบทันที เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังมองเธออย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก“รอเดี๋ยวนะ จะ
“ทัดคะ คุณทำแบบนี้กับโรสได้ยังไงกัน ทั้งๆ ที่โรสชวนคุณทานข้าว โรสเป็นห่วงว่าคุณจะเครียดเกินไป แต่คุณก็บอกว่าไม่ว่าง กลับไปนั่งสวีตกับใครก็ไม่รู้ในร้านที่เราไปด้วยกันประจำ แล้วแม่นั่นน่ะเหรอลูกค้า โรสว่ามองยังไงมันก็ไอ้ผู้หญิงที่ชอบแย่งของของชาวบ้านนั่นแหละ ทำไมคุณต้องโกหกโรสด้วยคะ” โรสในชุดสีแดงไวน์โวยวายลั่นห้องพร้อมน้ำตา“ผมว่าคุณเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วนะโรส ผมไปทานข้าวกับลูกค้าจริงๆ คุณภาณิณีเป็นลูกค้ารายใหญ่ของผม เธอเป็นลูกสาวของประธานบริษัทสกาย คอนสตัคชั่น บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่คอยสนับสนุนบริษัทของผม จะพูดจะจาอะไรก็หัดให้เกียรติเขาบ้าง”“ถึงกับออกรับแทนกันเลยเหรอคะ ผู้หญิงแพศยาแบบนั้นโรสว่ามันยังน้อยไปด้วยซ้ำ มีอย่างที่ไหน ผู้ชายก็มีตั้งเยอะแยะ ชอบทำตัวเป็นแมวขโมยของของคนอื่น พฤติกรรมแบบนี้ลูกผู้ลากมากดีเขาไม่ทำกันหรอก”“มันจะไปกันใหญ่แล้วนะโรส คุณเองก็เหมือนกัน…หัดมีเหตุผลบ้างสิ เอาแต่พูดจาให้ร้ายคนอื่นแบบเสียๆ หายๆ คุณเองก็เป็นลูกผู้ลากมากดีเหมือนกัน แต่ทำไมยิ่งนับวันก็ยิ่งหยาบคาย พูดจาไม่ให้เกียรติคนอื่นเลย ผมเองก็ไม่อยากพูดจาแบบนี้กับคุณหรอกนะ แต่พฤติกรรมของคุณนับวันผมเริ่มทน
“ว่าไงนะ!” รจนากับลีลาวดีถามขึ้นมาพร้อมกันเมื่อได้ยินสิ่งที่ปิ่นมณีเล่าให้ฟัง“ก็อย่างที่พูดมานั่นแหละ ยายเจ๊นั่นเดินเอาขวดฉี่ไปสาดหน้าผัวแล้วก็ชู้กลางร้าน กลิ่นนี้เหม็นหึ่ง ขนาดฉันยืนอยู่ข้างนอกยังได้กลิ่นชัดเลย ไอ้ผัวจอมเจ้าชู้นั่นนะอย่างกับหมูตกบ่อฉี่เลยล่ะ” สิ้นเสียงของปิ่นมณี เสียงหัวเราะท้องแข็งก็ดังประสานกันขึ้นมา ทำเอาร้านเล็กๆ อย่างร้านช็อกโกแล็ตสั่นสะเทือน“พูดถึงแล้วก็อยากเห็นหน้าแม่นั่นตอนโดนสาดฉี่จังเลยเนอะ” ลีลาวดีพูดทั้งๆ ที่ยังไม่หยุดหัวเราะ“แต่พี่ว่ามันไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่หรอกนะ ผัวเมียไปตบตีกันในร้านอาหารสาธารณะเนี่ย เฮ้อ! โชคดีที่พี่ไม่คิดแต่งงาน ถ้ามาเจออย่างนี้เข้าคงซวยไปทั้งชาติ แต่ปิ่นก็ต้องระวังตัวด้วยนะ พี่ว่าไอ้งานแบบนี้มันเสี่ยงใช่ย่อย เราเองก็เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ถ้าเป็นไปได้เลิกทำเถอะ พี่ฟังแล้วยังอดกลัวแทนไม่ได้เลย ถ้าวันหนึ่งมันไม่ใช่แค่ฉี่ แต่เป็นพวกสารเคมีหรือว่าน้ำกรดขึ้นมา เราจะกลายเป็นคนบาปได้นะ ยังไงก่อนจะรับงานก็ดูให้ดีๆ ก่อนละกัน ยิ่งงานที่ค่าจ้างงามๆ เนี่ยมันน่าคิด เศรษฐกิจแบบนี้คงไม่มีใครเอางานง่ายๆ ที่จ่ายค่าจ้างแพงๆ มาให้ทำหรอก”“แหม! พี่นา
“เอาล่ะ! เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย” หญิงสาวผมสั้นทรงบ็อบเทพูดกับตัวเองขณะมองดูผลงานบนจอคอมพิวเตอร์อย่างอารมณ์ดี“เพียงแค่คุณคือผู้เดือดร้อน ไม่สบายใจในทุกปัญหา ต้องการค้นพบคำตอบที่ถูกอำพรางไว้ โทรหาเราสิคะ 089-xxxxxxx นักสืบสาวโบตั๋นยินดีช่วยเหลือ…แกแน่ใจแล้วเหรอยายปิ่น” ลีลาวดีอ่านข้อความในบล็อกส่วนตัวของเพื่อนสาวพลางทำหน้าปูเลี่ยน ก่อนจะหันมาถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งกับการตัดสินใจของเพื่อนซี้“แน่ยิ่งกว่าแน่ ก็ฉันไม่มีทางเลือกแล้วนี่ คนตกงานเป็นปีๆ อย่างฉัน ลองมาทุกทางแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรคืบหน้าสักที ก็มีแค่ทางนี้ทางเดียวเท่านั้นแหละ”“แต่ไอ้งานนักสืบเนี่ยมันเสี่ยงมากนะ อย่างแกน่ะมันไม่หนักไปหน่อยเหรอ เดี๋ยวนี้ยิ่งมีข่าวต้มตุ๋นหลอก ลวงกันไม่เว้นแต่ละวัน เราไม่หลอกเขา เขาก็หลอกเรา ฉันว่าแกอย่าเสี่ยงเลยปิ่น เชื่อฉันเหอะ”“มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกริน ฉันอาจจะโชคดีมือขึ้นทางนี้ก็ได้ อีกอย่างแกก็รู้ว่าฉันเก่งวิชาพละ มีอะไรเกิดขึ้นฉันเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว”“ทำเป็นอวดเก่ง แกจะใช้วิชาม้วนหน้าม้วนหลัง หกกบ สะพานโค้ง ตีลังกาล้อเกวียนหนีพวกโจรมัน เหรอไง ยายบ้า”“แกไม่เป็นฉันแกไม่รู้หรอกว่าการที่ต้