“ฝนจะตกอะไรทุกเย็นวะเนี่ย”ผมสบถโทษฟ้าฝน ก่อนวิ่งเข้าอพาร์ทเมนท์ของตนเอง ตัวเปียกมะล่อกมะแล่กหัวจรดเท้า ขณะกำลังไล่น้ำออกจากรองเท้าอยู่นั้น ก็เห็นสาวสวยนักศึกษาลงมาจากรถยนต์คันหรู...เธอชายตามองผมด้วยหางตา ผมลอบมองหุ่นระทวยตามไปจนเธอเดินขึ้นลิฟต์ไปใคร ๆ ก็เรียกผมว่า “ไอ้เป้ง” เพราะผมเป็นพนักงานออฟฟิศจน ๆ คนหนึ่งในฝ่ายเดินเอกสาร หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแมสเซนเจอร์แต่ประจำอยู่ในออฟฟิศนั่นล่ะครับ ทำหน้าที่เดินแจกจดหมาย เอกสาร และยังทำงานอื่น ๆ จิปาถะในออฟฟิศ ตั้งแต่ซ่อมเครื่องปรินเตอร์ไปจนถึงช่วยเปลี่ยนหลอดไฟด้วยความที่ตอนเรียนหนังสือผมไม่ได้ตั้งใจสักเท่าไหร่ สอบเข้ามหาลัยดัง ๆ ก็ไม่ได้ จบออกมา 3-4 ปีแล้วก็เลยหางานทำยากหน่อย จนต้องเป็นพนักงานออฟฟิศต๊อกต๋อยไปวัน ๆผมไม่ใช่แค่เป็นพนักงานจน ๆ เท่านั้นนะครับ แต่ยอมรับว่าหน้าตาของผมก็ไม่ได้เรื่องได้ราวเสียด้วย ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัด รูปร่างหน้าตาสามัญประจำบ้าน ไม่ค่อยมีผู้หญิงเหลียวมอง มีแต่ผมที่ชอบมองสาว ๆ สวย ๆ ขาว ๆ หมวย ๆ และยิ่งเป็นสาวนักศึกษาด้วยแล้ว ผมยิ่งเหลียวมองจนบางครั้งถูกมองกลับด้วยหางตาแบบเหยียดหยามกันเลยทีเดียวอพาร์ทเมนท์ที่ผ
ผมลืมตาขึ้นด้วยอาการปวดหัวตุบ ๆ รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก หายใจไม่ออก แน่นท้อง ปวดเนื้อปวดตัว เวลาผ่านไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้ พอสติกลับคืนมาเล็กน้อย ผมก็รู้ตัวแล้วว่ายังอยู่ในห้องของแพมตายแล้วกู ผมจับต้นชนปลายได้แล้ว ความเมาทำให้ผมเหิมเกริม หมายจะบุกยัดเยียดขืนใจมอบความเป็นผัวให้นักศึกษาสาว แต่กลับพลาดท่าตกเตียงจนสลบ รู้สึกหวาดกลัวที่จะถูกตำรวจจับจนตัวสั่นสะท้านพอชันตัวขึ้นได้ ผมก็จะลุกขึ้น แต่มีแขนผู้ชายวางพาดบนตัวของผม ผมดึงออกอย่างยากลำบากเพราะเรี่ยวแรงหดหาย ชายคนนั้นนอนตะแคงหันหลังให้ผม รูปร่างผอม พอผมยืนขึ้นมาได้ก็มานั่งแปะอยู่บนขอบเตียง มือกุมขมับเพราะรู้สึกปวดหัวผมมองชายที่กำลังนอนอยู่เหมือนไม่ได้สติด้วยความสงสัย แต่พอเขม้นมองอีกครั้ง ใจผมก็หายวาบนั่นมันตัวผมเองที่นอนอยู่กับพื้น!ผมตกใจแทบสิ้นสติ ก้มลงมองตัวเอง ตอนนี้ผมอยู่ในชุดนักศึกษาสาวยับยู่ยี่ กระโปรงสั้นร่นขึ้นมาถึงโคนขา ผมนิ่งอึ้งไปเกือบนาทีราวถูกสาบ ก่อนจะพยายามรวบรวมสติที่ใกล้จะแตกเป็นเสี่ยง ผมคงกำลังฝันไปเป็นแน่ นี่คงไม่ใช่เรื่องจริงหรอก ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินสโลสเลไปที่กระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งภาพสะท้อนตรงหน้าไม่ใช่ผม
ผมสะดุ้งตื่นตั้งแต่เช้ามืดด้วยความหวังว่าผมจะคืนร่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะผมยังอยู่ในร่างของน้องแพม ส่วนร่างของผมยังนอนหลับไม่ได้สติ หายใจเป็นจังหวะเหมือนคนหลับลึก ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกไปอาบน้ำ คราวนี้ผมรู้วิธีการรวบผมไว้ไม่ให้เปียกเพราะมันแห้งยากเหลือเกิน ผมไม่อาจเข้าใจได้ว่าสาวๆ เค้าใช้ชีวิตอยู่กันได้อย่างไรในการที่ต้องทำผมให้แห้งทุกวันแบบนี้ถัดจากอาบน้ำ ผมก็ต้องมาแต่งตัวซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน โดยเฉพาะการใส่บราที่ทุลักทุเล หน้าอกหน้าใจอวบใหญ่ของแพมทำให้รู้สึกอึดอัดยังไงบอกไม่ถูก แต่เมื่อสวมบราเข้าที่แล้วผมก็รู้สึกดีขึ้น ก่อนที่จะต้องมาใส่ชุดนักศึกษาที่ต้องใช้เวลาทำใจและทำตัวให้คุ้นชินอยู่สักพัก เพราะเสื้อมันตัวเล็กและรัดลำตัวมาก ส่วนกระโปรงก็สั้น แถมยังผ่าด้านหลังอีกไม่ว่าจะลุกยืนหรือทรุดตัวลงนั่ง ทำอย่างไรก็ดูเหมือนจะโป๊ตลอดเวลา ต้องลองลุกและนั่งอยู่หลายครั้งถึงจะรู้วิธี และผมก็ต้องหนีบเข่าให้ชิดกันโดยอัตโนมัติเพราะกางเกงชั้นในทำท่าจะปรากฎสู่สายตาสาธารณชนอยู่เรื่อยแน่นอนว่าผมไม่รู้วิธีแต่งหน้าหรือทาแป้งทาครีมแบบที่ผู้หญิงเค้าทำกันหรอกครับ ลำพังแ
ผมเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียหลังจากช่วยตัวเองเสร็จสมสองครั้งติด ๆ กัน พอตื่นขึ้นก็เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว ผมกลัดกระดุมนักศึกษาเข้าที่เดิม จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิงจนต้องมานั่งหวีอยู่หน้ากระจกจ้องมองน้องแพมในเงาสะท้อน เธอช่างมีเค้าโครงหน้าที่เพอร์เฟคและสวยอะไรเช่นนี้ มองตากลมโตที่มีแววขี้เล่น คิ้วโก่งอย่างเหมาะเจาะ จมูกมีสันโด่งรับลงมาถึงเรียวปากกระจับ สองแก้มมีเลือดฝาดจาง ๆก่อนที่จะค่ำมืด ผมแอบเข้าไปในห้องของตัวเองตอนที่ไอ้เจยังไม่กลับ หวังจะเข้าไปเอาแล็ปท็อปของตัวเองมาใช้ในห้องของแพม แต่ก่อนที่ผมหันหลังกำลังจะเดินออกมาจากห้อง ไอ้เจยืนอยู่หน้าประตูห้อง มองหน้าผมด้วยความงุนงงเต็มประดาผมในร่างน้องแพมก็ยืนนิ่งอึ้งเช่นกัน ในมือถือกระเป๋าคอมพิวเตอร์อยู่ ใครก็ตามมาเห็นตอนนี้ก็ต้องคิดว่าผมในร่างนักศึกษาสาวสวยคงกำลังขโมยคอมพิวเตอร์อยู่เป็นแน่“ทำอะไรน่ะ...?”ไอ้เจถามเสียงเข้ม ผมอึกอัก“ปะ...เปล่า..” ผมหันรีหันขวาง ไม่รู้จะทำอย่างไร“จะเอาคอมนั่นไปไหน...เอ.. น้องนี่ที่อยู่ในห้องตรงนู่นนี่...”ไอ้เจพูด มันกับผมรู้ว่าแพมอยู่ห้องไหน ผมเงียบ มันพูดต่อ“ขโมยของเหรอ” ไอ้เจถามโต้
ตอนแรกผมลังเลที่จะออกไปข้างนอกตามคำชวนของมันเพราะไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร แต่ไอ้เจก็บอกว่า ผมต้องออกไปเปิดหูเปิดตาและทำตัวให้คุ้นชินกับการอยู่ในร่างของน้องแพมบ้างไอ้เจชวนผมออกไปกินข้าวกับเพื่อนที่ทำงานของมัน มันถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าของแพมแล้วเลือกชุดใหม่ให้ผมอีกต่างหากเพราะเกรงว่าชุดนักศึกษาจะเข้าร้านอาหารกึ่งผับไม่ได้ ผมต้องสวมกางเกงขาสั้นกุดที่ชายกางเกงค่อนข้างบานของน้องแพม เปลี่ยนเสื้อนักศึกษาเป็นเสื้อยืดรัดรูปตามที่มันเลือกให้ ไอ้เจเห็นแล้วจุ๊ปาก มันบอกคนสวยใส่อะไรก็สวยแฮะ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับมันเท่าไหร่ที่จะแต่งตัวแบบนี้ เพราะอยากใส่กางเกงขายาวมากกว่า“ใส่แบบนี้แหละ...หุ่นดี ขาสวยแบบนี้ก็ต้องโชว์หน่อย ปกติมึงก็ไม่มีหมามองอยู่แล้วนี่หว่า คราวนี้ผู้ชายได้มองกันทั้งร้าน” ไอ้เจพูด แล้วหัวเราะร่ามันขับรถไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากอพาร์ทเมนท์มากนัก พอไปถึง เพื่อนของไอ้เจนั่งกินกันอยู่ก่อนแล้ว มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น เห็นแล้วผมอยากจะกลับบ้านเลยเพราะแทบจะไม่มีสาว ๆ เป็นอาหารตา จะมีก็แต่พริตตี้เชียร์เบียร์ที่เดินกันขวักไขว่ มิน่าล่ะ ร้านนี้ผู้ชายถึงเยอะก็เพราะพริตตี้เยอะนี่เองเพื่อ
ผมใจเต้นโครมคราม ไอ้เจไม่ได้รู้เลยว่า แค่มือมาสัมผัสหน้าขาผมก็ใจเต้นวูบวาบแล้ว ตอนนี้มือมันล้วงคลำอยู่ที่เนินสาวถึงแม้จะมีชั้นใจขวางกั้น แต่ก็ทำเอาผมสยิวแบบแปลก ๆ มันต่างจากที่ผมลูบคลำช่วยตัวเองจนเสร็จสมไปสองครั้งเมื่อตอนบ่าย มือหยาบ ๆ ของเพศตรงข้าม กระตุ้นความรู้สึกแปลกประหลาดได้มากกว่ามือผู้หญิงอันนุ่มนิ่มของตัวเอง...หรือนี่จะเป็นอารมณ์แบบธรรมชาติที่อยู่ในตัวผู้หญิงทุกคน“เสียหายดิวะ...อึ้ยยย...พอแล้ว”ผมร้องห้ามมัน แต่ไอ้เจก็ล้วงมือลึกเข้าไปใต้กางเกงในจนได้ มันวางมือไปบนเนินสาวทำเอาผมสะดุ้งหนีบขาไว้แน่น พยายามเบี่ยงตัวให้หลุดพ้นแต่สู้แรงมันไม่ได้เลย แรงน้องแพมช่างน้อยนิด ผมดันแขนมันเหมือนกำลังดันเสาคอนกรีตต้นใหญ่ยักษ์ที่ไม่ขยับใด ๆ ไอ้เจหัวเราะแล้วพูด“มึงรู้มั้ย เมื่อตอนเย็น...แค่ได้เห็นรูปร่างน้องแพม...น้องชายกูลุกตั้งเลย...สุดยอดจริง ๆ ตอนนี้ขอกูจับหน่อยเถอะ”ผมปฏิเสธมันเสียงแข็ง แต่มันก็แทบไม่ฟัง นิ้วของมันกลับบดบี้ลงบนกลีบสาวจนผมตัวกระตุกเฮือก พยายามดึงแขนมันออกอย่างไร้ผล ไอ้เจเกี่ยวนิ้วเบา ๆ ไปที่เม็ดสวาท ความสยิวซ่านพลุ่งพล่านขึ้นมาซะอย่างนั้น ใจเต้นโครมคราม พยายามอดกลั้นคว
ผมสะดุ้งตื่นเช้ามืด เมื่อได้ยินเสียงไอแค่กๆ ดังมาจากข้างเตียง ผมชะโงกดูก็เห็นร่างของผมกระสับกระส่าย มือขยับมาวางที่หน้าอก“น้ำ...”เสียงแหบ ๆ ดังมา ผมรีบผวาไปหยิบน้ำมาค่อย ๆ กรอกใส่ปาก จนร่างของผมสงบลง ผมเขย่าตัวเบาๆ“เป็นไงบ้าง”ผมถามเบา ๆ ดวงตาของร่างตรงหน้าลืมขึ้นช้า ๆ ปรือมองผมแล้วจ้องมองแน่นิ่ง สายตานั้นเหมือนยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะมองไปที่เพดานและรอบข้างตัวเอง“ที่ไหน...แพมอยู่ไหน” ร่างของผมถามด้วยเสียงแผ่วเบา“แพม...ก็อยู่ในห้องแพมไง” ผมตอบเหมือนแพมในร่างผมจะยังไม่ได้สติเต็มร้อย ผมนั่งจ้องมองหน้า นานหลายนาทีก่อนที่เธอจะทำตาโตเมื่อเห็นร่างของเธออยู่ตรงหน้า เธอผวาจะลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องทรุดตัวลงนอนอีกรอบ“อย่าเพิ่งรีบลุก...น้องหลับไปตั้งสองวันสองคืน” ผมบอก“เกิดอะไรขึ้น ทำไม แพม...คุณ..ทำไมเป็นแบบนี้”แพมถาม เธอทำตาโต ดูเหมือนเธอจะจำไม่ได้ที่ผมบุกเข้ามาปลุกปล้ำในห้องของเธอ“เรื่องมันยาวน่ะครับ”ผมพูด แพมพยายามยันตัวเองลุกขึ้น เธอสำรวจร่างกายของตนเองซึ่งก็คือร่างของผมนั่นแหละ ก่อนจะหันไปมองรอบๆ เธอรู้ตัวแล้วว่าอยู่ในห้องของเธอเอง ก่อนจะมาจ้องมองหน้าผม แล้วมองชุดที่ผมใส
“อืมม...” แกกระแอม “ถ้าคะแนนเป็นแบบนี้ก็ติดเอฟแน่นอน”พูดจบก็มองลอดแว่นมาที่ผม ผมหน้าเสีย ถ้าติดเอฟก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับแพมแน่ กลายเป็นว่าผมจะทำให้อนาคตของแพมเสียหลังจากอยู่ในร่างเธอไม่กี่วันเท่านั้น ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร แกก็พูดต่ออีก“ติดเอฟนี่เรื่องใหญ่นะ วิชานี้เปิดแค่เทอมเดียว ต้องรออีกหนึ่งปีถึงจะลงเรียนใหม่ได้”อาจารย์พูด แกหันมามองหน้าผม โบว์คงจะรู้ว่าเธอจะติดเอฟด้วย เธอถึงร้องห่มร้องไห้จนตาแดงแบบนั้น จริงๆ แล้วถ้าเป็นผมเองก็ไม่ได้สนใจหรอกครับ เพราะตอนเรียนก็ติดเอฟอยู่หลายตัว แต่นี่ไม่ใช่ เพราะมันคืออนาคตของแพม“จริงเหรอคะ”ผมพูดได้แค่นั้น อ้ำอึ้งจนไม่รู้จะทำยังไงต่อ“ใช่...” อาจารย์พูดเสียงแข็ง แกเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “แต่ก็ยังมีทางแก้ไขนะ...”ผมมองหน้าอาจารย์ คราวนี้แกถอดแว่นออกแล้วจ้องหน้าผม ก่อนจะเหลือบสายตาลงต่ำมองที่หน้าอกอีกรอบแบบจงใจ ตอนนี้ผมกระจ่างแล้วว่าทางแก้ไขของแกหมายถึงอะไร อาจารย์มองหน้าผมอีกรอบเหมือนจะหยั่งเชิง ผมอึ้งไปสักพัก ไม่คิดว่าจะต้องเจออะไรแบบนี้“อาจารย์...อาจารย์หมายถึงอะไรคะ” ผมถาม เขายิ้มแล้วพูด“ตามใจอาจารย์สักหน
ไม่นานนัก รถสปอร์ตคันงามก็พามาถึงบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่า หรือจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ยังได้ ผมว่าคอนโดของมันว่าหรูแล้ว แต่บ้านหลังนี้บ่งบอกฐานะของไอ้พี่พอลได้มากกว่า มีพื้นที่กว้างขวาง สนามหญ้าและต้นไม้ตัดแต่งอย่างดี พี่พอลพาเดินเข้าไปในบ้าน ผมตะลึงกับการตกแต่งภายในที่หรูหราไม่แพ้ภายนอก“คุณแม่...แพมมาแล้วครับ”พี่พอลบอกแม่ของเขาที่นั่งอยู่ที่โซฟา แม่ของพอลเป็นสไตล์ผู้หญิงไฮโซ ทรงผมตั้งกระบัง ผมยกมือไหว้สวัสดีอย่างนอบน้อม คุณแม่ยกมือไหว้รับแล้วพูด“ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยหนูแพม” ท่าทางเธอจะเอ็นดูแพมมากทีเดียว “สวยขึ้นหรือเปล่า เห็นผิวพรรณของสาวสมัยนี้แล้วแม่ล่ะอิจฉาจริง ๆ”ผมยิ้มแล้วยกมือไหว้ขอบคุณคำชมอีกรอบ แม่ของพี่พอลชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ผมก็ชวยแกคุยบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวอะไรมากนัก“สวัสดีค่ะพี่แพม”ผมหันไปตามเสียงนั้น เด็กสาวหน้าใสปิ๊ง ยกมือไหว้ผม ผมรับไหว้ ใครอีกล่ะเนี่ย แต่หน้าตาน่ารักดีจริงๆ พี่พอลพูดเสียงดุ“ยัยแพรว ดูแต่งตัวเข้าสิ ไปแต่งตัวดี ๆ” ผมเดาเอาว่าแพรวนี่ต้องเป็นน้องสาวพี่พอลแน่“ไม่เห็นจะเป็นไรเลย...ใช่มั้ยพี่แพมขา”เธอกระโดดมานั่งข้างๆ ผมบนโซฟา แพรวใส่เสื้อกล้าม
แพมดันตัวผมให้นอนลง เธอนอนตะแคงอยู่ข้าง ๆ มือสากลูบเบา ๆ ที่หน้าอก ปลายถันยังแข็งชูชันจากการถูกเธอปลุกเร้าเมื่อครู่ แพมบีบเคล้นหนักขึ้นจนผมต้องห่อไหล่ด้วยความสยิว ผมไม่คิดว่าเธอจะกล้ารุกเร้าแบบนี้ และไม่แน่ใจว่าเธอรู้วิธีทำแบบนี้มาจากไหน เดาเอาว่าเธอเคยถูกพี่พอลเล้าโลมเช่นนี้เหมือนกันความรู้สึกในตัวผมปั่นป่วน เมื่อแพมก้มลงเลียเบา ๆ ที่ฐานนม ผมงอตัวด้วยความสยิวจากลิ้นสาก ๆ ของตัวผมเอง เธอลากลิ้นตวัดเลียมาถึงหัวนมจนผมกระตุกเบา ๆ หลับตาปี๋เพราะไม่อยากมองใบหน้าของผมเองที่ตอนนี้กำลังโลมเลียหัวนมสลับไปมาทั้งสองข้าง ความสยิวซ่านปั่นป่วนไปทั้งหน้าอก แพมทั้งบีบเคล้นและเลียสลับไปมา ผมเผลอจิกมือบนผ้าปูที่นอน ใจเต้นแรงระรัว ทำไมมันสยิวได้ขนาดนี้“อือออ...แพมม”ผมเผลอครางออกมาเมื่อแพมใช้ปากขบดูดเนื้อหน้าอกและปลายถัน กระตุ้นทั้งความเสียวและความรู้สึกแปลบปลาบ ความรู้สึกมันแตกต่างออกไปจากการถูกพี่พอลกระทำอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้มันสบายใจมากกว่า ด้วยความคุ้นเคยกับร่างกายของตนเอง ทำให้ผมไม่ต้องพะว้าพะวงและรู้สึกแสยงใจมากนักปากและลิ้นสาก ๆ ของเป้งที่อยู่ในการควบคุมของแพมพรมจูบไปทั้งหน้าอก เธอลูบมือลงไปถึ
เราสามคนกินไปดื่มเบียร์ไปสนุกสนานเฮฮา แต่ผมแทบไม่ได้แตะแอลกอฮอล์เลยเพราะกลัวจะเมาหัวทิ่ม ปล่อยให้ไอ้เจและแพมในร่างผมกระดกกันไป ผมได้แต่กลืนน้ำลายตามด้วยความอยากกิน เราคุยกันถึงเรื่องสลับร่างกลับคืน แต่ก็หมดหนทางเพราะมันดูเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติและเกินกว่าความสามารถของเรา“ถ้าแพมกับไอ้เป้งเป็นแบบนี้ตลอดไปล่ะ...จะทำยังไง” ไอ้เจถาม“ผมนี่สิลำบาก เป็นผู้หญิงไม่ใช่ง่ายๆ นะ ไม่เหมือนแพม...ใช้งานร่างผมซะคุ้มเลย” ผมพูดแล้วหันไปมองเธอ แพมสวนกลับบอกคุ้มตรงไหน งานของเป้งน่าเบื่อจะตาย ไม่เห็นสนุกเลยผมยิ้มแล้วแซวเธอ “แต่ก็ได้สนุกกับสาว ๆ ไม่ใช่เหรอ เหมือนเมื่อคืนน่ะ”เธอยิ้มแบบเขิน ๆ แล้วบอกเพราะเจบังคับให้ไปต่างหากเราสามคนเช็คบิลหลังอิ่มหนำสำราญ ผมรับหน้าที่สารถีขับรถไอ้เจกลับอพาร์ทเมนท์เหมือนเดิม ดูเหมือนแพมในร่างผมจะเมากรึ่ม ๆ อยู่เหมือนกัน พอถึงอพาร์ทเมนท์ก็แยกย้ายเข้าห้อง แพมขอตัวอาบน้ำก่อน พอเสร็จแล้วผมก็อาบบ้าง พอออกมาแพมก็นอนนิ่งอยู่บนเตียง เธอใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นแบบผู้ชายแท้ ๆ แสงไฟในห้องมืดสลัว ผมล้มตัวลงนอนข้าง ๆ ยังไม่ทันได้หลับก็ได้ยินเสียงถอนหายใจของแพม ผมผงกหัวขึ้นมอง“นึกว่าห
“อ๋อ...ค่ะ” ผมพูดแล้วพยักหน้าหงึกๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” จีนถาม ผมพยักหน้าอีก เขาถามต่อ “แล้วเจล่ะ”ผมบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน มันยิ้มเหมือนดีใจ ผมอยากจะเดินหนีไปให้ไกล อุตส่าห์มาเดินเล่นในคอมมิวนิตี้มอลล์เล็ก ๆ ยังเจอคนรู้จักอีก จีนเงียบไปแปปนึงแล้วพูด"กินข้าวยังครับ กินข้าวกันมั้ย อาหารญี่ปุ่นข้างบนอร่อยนะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”สิ้นเสียงเดี๋ยวเลี้ยงเอง ผมสนใจขึ้นมาทันที เป็นผู้หญิงสวยก็ดีอย่างนี้ อยู่ดี ๆ ก็มีคนเลี้ยงข้าว อย่าหาว่าผมงกเลยนะครับ แต่เงินเดือนของผมก็ไม่ได้มากมายอะไร ถึงแม้ผมจะให้น้องแพมในร่างผมทำงานแทน แต่ผมก็กะว่าจะยังรับเงินเดือนเหมือนเดิม ส่วนน้องแพมในร่างของผมก็รับเงินจากทางบ้านที่ส่งมาให้ทุกอาทิตย์ เราแค่สลับกันทำหน้าที่เฉพาะหน้าเฉย ๆ ผมว่าเงินจากทางบ้านน้องแพมยังมากกว่าเงินเดือนผมอีกมั้งระหว่างกินอาหาร จีนก็ชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ส่วนผมก็ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเอร็ดอร่อยแต่ก็สำรวมกิริยามารยาทอยู่บ้างตามที่น้องแพมบอก จีนเล่าให้ฟังว่า เขาเคยทำงานบริษัทเดียวกับเจ แต่ตอนนี้อยู่คนละบริษัท แล้วก็เล่าถึงเรื่องเจให้ผมฟังซึ่งผมก็รู้อยู่แล้ว ไอ้เจมันเป็นเพื่อนผมมาตั้งนาน ผมพยักหน้า
พี่พอลขบติ่งหู ทำเอาขนลุกซู่ขึ้นมาซะเฉย ๆ ชุดแส็กถูกเลิกลงไปทางไหล่ พร้อมกับบราสีดำที่ถูกปลดออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ตอนนี้ท่อนบนของแพมเปลือยเปล่า มือกร้านขยับมาลูบคลึงนมเต่งทันที ปลุกเร้าความสยิววูบวาบ พยายามปัดป้องสุดฤทธิ์อย่างสิ้นหวัง แทบจะสู้กับการโลมเล้าไม่ได้เลยผมหายใจเหนื่อยอ่อน รู้สึกวูบวาบขึ้นมาเมื่อถูกคลึงเคล้นเต้านมสลับไปมา ตายแน่ ๆ เรา ความรู้สึกแบบนี้มาอีกแล้ว ผมคิดในใจ พยายามสะกดกลั้นความวาบหวามไว้เต็มที่ ปลายนิ้วของพี่พอลบดบี้ที่หัวนมจนชูชัน ผมพยายามหนีด้วยการพลิกตัวนอนคว่ำ พี่พอลก็ยังกอดผมไว้จากด้านหลังได้ มือลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของแพม ส่วนปากพรมจูบที่คอกับท้ายทอยไม่หยุดจนขนลุกแล้วลุกอีกไปทั้งตัว“ปล่อยแพมเถอะ...ขอร้อง” ผมจนใจจนต้องขอร้องกันตรงๆ“ทำไมล่ะครับ แพมบอกว่าให้พี่ทำแบบนี้ได้ไม่ใช่เหรอ” มันพูด “แต่คืนนี้พี่ขอมากกว่านี้นะ”ขออะไรวะ ผมคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก มันล้วงมือลงมาจนถึงเนินสาวกลางลำตัว แม้จะหดเอวหนีแต่ก็ไม่อาจพ้นมือของเขาที่บดบี้ไปบนนูนเนินนอกกางเกงใน ตอนนี้ได้แต่หลับตาปี๋ ความรู้สึกวูบหวิวก่อตัวในท้องน้อย พยายามต่อสู้กับอารมณ์ที่ลุกโชนขึ้น มันเป็นอาร
เวลาผ่านไปอีกวัน เราสองคนพยายามทำความคุ้นเคยในการทำหน้าที่สลับกัน แต่ที่ผมลำบากใจก็คือ การต้องเจอกับไอ้พี่พอลด้วย แพมบอกว่าผมต้องไปงานแต่งงานเพื่อนของพี่พอลในคืนวันพรุ่งนี้ แพมอ้อนวอนให้ผมไปเพราะดูแล้วเธอเองก็คงชอบ ๆ พี่พอลอยู่เหมือนกัน จึงไม่อยากให้ผมปฏิเสธเขาแพมเตรียมชุดมาให้ผมใส่ด้วย มันเป็นชุดแส็กเดรสกระโปรงสั้นสีดำ ผมลองใส่อย่างไม่เต็มใจเอาเสียเลย ถึงแม้ร่างกายจะเป็นสาวสวยหุ่นดีเพียงใด ใส่แล้วสวยขนาดไหน แต่ผมก็ยังรู้สึกแบบผู้ชายจึงช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกลำบากใจ แต่แพมก็ขอร้องว่างานนี้พลาดไม่ได้เพราะเป็นงานแต่งเพื่อนสนิทของพี่พอล ต้องดูดีหน่อย ผมก็ต้องยอมเลยตามเลย พอลองสวมดูแล้วก็แปลกใจที่ชุดเดรสมันพอดีตัวเป๊ะ แพมบอกว่าชุดนี้ตัดมาเป็นพิเศษเลย ความรัดรูปกำลังดีทำให้อวดสัดส่วนทรวดทรงของสาวสวยอย่างชัดเจน เอวคอดกิ่วกับสะโพกกลมกลึง หน้าอกไม่ต้องพูดถึงเพราะโชว์เนินวับ ๆ แวม ๆ จนแทบจะก้มไม่ได้เลยทีเดียว ผมหมุนตัวไปมาหน้ากระจกแล้วรู้สึกดีขึ้นมาอย่างประหลาด ใส่ชุดสวย ๆ แล้วทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาได้อย่างไรก็ไม่อาจหาคำตอบได้ หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งอารมณ์แบบผู้หญิง ใส่ชุดสวยแล้วมั่นใจเต็มร้อยแต่
“โห...กินเหล้ามาเหรอ” ผมถาม“อืออ...เจเค้าชวนไปน่ะ” เธอพูดแล้วเดินเข้ามาในห้อง “แต่แปลกอะ...แพมกินตั้งเยอะยังไม่ค่อยเมาเลย”แหงล่ะ ก็เธออยู่ในร่างผมนี่นา ผมเป็นคนกินเหล้าเยอะอยู่แล้ว ผมปิดประตูแล้วถาม“แล้วไอ้เจล่ะ”“ยังนั่งกินเหล้ากันอยู่ที่ร้านเลย” เธอบอกแล้วเดินมานั่งบนเตียง“ไปแถวไหนกันมาเนี่ย..” ผมถามแบบขำๆ ก่อนจะมานั่งบนเตียงข้างๆ เธอ“เจเค้าพาไปเลานจ์น่ะ กับพวกพี่แดง พี่พจน์” แพมในร่างของผมพูด “พวกนั้นลามกมาก..”ผมหัวเราะออกมา ว่าแล้วว่าไอ้เจต้องทำอะไรแผลง ๆ“เหรอ แล้วสนุกมั้ยล่ะ” ผมถาม แพมหันมามองหน้าผม“ก็...ก็...สนุกดี...แพมไม่เคยไป... แต่มัน”เธอพูดแล้วชะงักไว้แค่นั้น“แต่มันอะไรเหรอ” ผมถาม“มันแปลก ๆ”แพมพูดแล้วนิ่งเงียบ ผมเอียงคอมองใบหน้าของผมเอง หน้าคล้ำๆ ตอนนี้ก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ผมถามว่าแปลกยังไง เธอนิ่งไปครู่นึงแล้วเอ่ยเบา ๆ“มัน...มันแข็งอะ” เธอบอก ผมตาโตแล้วถามทันที“อะไรแข็ง” แพมอ้ำอึ้งเหมือนไม่อยากพูด ผมถามอีก “เกิดอะไรขึ้นเหรอแพม”เธอก้มลงมองเป้ากางเกงตัวเองแล้วพูดแบบเขิน ๆ“พอมีผู้หญิงมานั่งตัก หรือมากอด...มันก็แข็งเลย” เธอสารภาพ ไม่รู้ว่าผมจะหัวเราะหรือสงสารเ
แพมในร่างของผมไลน์มาบอกว่า เธอกลับถึงห้องแล้วแต่เจชวนออกไปข้างนอกต่อ เธอจึงต้องออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมนึกขำในใจ ไม่รู้ว่าไอ้เจจะพาไปกินเหล้าที่ไหน เพื่อนผมมันแสบได้เรื่องดีจริง ๆพอถึงห้อง โบว์ก็ถามผมอย่างอ้อมแอ้มด้วยความอายว่า อาจารย์ว่าอย่างไรบ้าง ผมยิ้มแล้วเปิดเสียงบทสนทนาทั้งหมดให้ฟัง ดูโบว์ตกใจอย่างมากที่ผมกล้าทำและพูดกับอาจารย์แบบนั้น เธอเล่าให้ฟังว่าอาจารย์คนนี้มีชื่อเสียงด้านมืดมานานแล้ว ไม่คิดว่าจะได้เจอกับตัวเอง ผมบอกเธอว่ามันต้องมีใครสักคนกล้าทำแบบนี้ ไม่งั้นอาจารย์ก็จะเหิมเกริมทำกับนักศึกษาสาว ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ“ขอบคุณแพมมากนะ” โบว์บอก สาวน้อยน้ำตาซึมลงอาบแก้มผมใช้มือปาดน้ำตาออก โบว์ซบลงที่ไหล่ของผม ผมกอดเธอไว้ เรือนร่างของโบว์นุ่มดีเหลือเกิน ผมปล่อยให้เธอระบายความอัดอั้นจนพอใจเส้นผมและกลิ่นกายของโบว์หอมกรุ่น ทำเอาใจเต้นแรงขึ้นมา ผมสูดดมความหอมหวานที่ไรผมข้างแก้ม จูบเบาๆ แล้วไล้ปากมาที่พวงแก้มเนียน หอมเบาๆ มาถึงติ่งหูจนโบว์เอียงคอหนี ผมสัมผัสได้ว่าเธอขนลุกไปทั้งแขน แต่ไม่ได้ผละหนีใด ๆ ผมจูบไซ้ที่แก้มเนียนนั้นแล้วไล้ไปถึงหลังใบหู สาวน้อยตัวเกร็ง“นี่...แพม”เธอเรียกชื่อผม
“อืมม...” แกกระแอม “ถ้าคะแนนเป็นแบบนี้ก็ติดเอฟแน่นอน”พูดจบก็มองลอดแว่นมาที่ผม ผมหน้าเสีย ถ้าติดเอฟก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับแพมแน่ กลายเป็นว่าผมจะทำให้อนาคตของแพมเสียหลังจากอยู่ในร่างเธอไม่กี่วันเท่านั้น ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร แกก็พูดต่ออีก“ติดเอฟนี่เรื่องใหญ่นะ วิชานี้เปิดแค่เทอมเดียว ต้องรออีกหนึ่งปีถึงจะลงเรียนใหม่ได้”อาจารย์พูด แกหันมามองหน้าผม โบว์คงจะรู้ว่าเธอจะติดเอฟด้วย เธอถึงร้องห่มร้องไห้จนตาแดงแบบนั้น จริงๆ แล้วถ้าเป็นผมเองก็ไม่ได้สนใจหรอกครับ เพราะตอนเรียนก็ติดเอฟอยู่หลายตัว แต่นี่ไม่ใช่ เพราะมันคืออนาคตของแพม“จริงเหรอคะ”ผมพูดได้แค่นั้น อ้ำอึ้งจนไม่รู้จะทำยังไงต่อ“ใช่...” อาจารย์พูดเสียงแข็ง แกเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “แต่ก็ยังมีทางแก้ไขนะ...”ผมมองหน้าอาจารย์ คราวนี้แกถอดแว่นออกแล้วจ้องหน้าผม ก่อนจะเหลือบสายตาลงต่ำมองที่หน้าอกอีกรอบแบบจงใจ ตอนนี้ผมกระจ่างแล้วว่าทางแก้ไขของแกหมายถึงอะไร อาจารย์มองหน้าผมอีกรอบเหมือนจะหยั่งเชิง ผมอึ้งไปสักพัก ไม่คิดว่าจะต้องเจออะไรแบบนี้“อาจารย์...อาจารย์หมายถึงอะไรคะ” ผมถาม เขายิ้มแล้วพูด“ตามใจอาจารย์สักหน